<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;เซ็นตั้ง&#039;สุวัฒน์&#039;เพื่อนร่วมรุ่นนั่ง&#039;รรท.ผบช.ภ.2&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.62-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 296/2562 เรื่อง ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน ระบุ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 292/2562 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 อนุญาตให้พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2(ผบช.ภ.2) ลาออกจากราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การปฎิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72(2) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 แก้ไขเพิ่มเติมตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2559 เรื่องการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 จึงให้พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาการแทน ผบช.ภ.2 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือบิ๊กปั๊ด เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.) รุ่น 36 เพื่อนร่วมรุ่นพล.ต.อ.จักรทิพย์ และพล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผบ.ตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35515</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ผบ.ตร., ผบช.ภ.2, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd54928d9377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงทองจนมุมของกลางอยู่ครบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิ๊กอวบแถลงจับโจรบีบีกันพนักงานโรงแรม บุกชิงทองกว่า 2 ล้านกลางห้างบิ๊กซีสัตหีบ เผยติดหนี้พนันทั้งต้องการหาเงินไปรักษาแม่ป่วยมะเร็ง แต่ไม่ทันได้ใช้สักบาท เจ้าของร้านมอบ 1 แสนตกรางวัลชุดจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันที่ 30 เมษายนนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปยัง สภ.สัตหีบ จ.ชลุบรี ก่อนที่จะแถลงข่าวร่วมกับ พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี ผกก.สภ.สัตหีบ จับกุมตัวนายศรชัย หรือแขก นิลสนธิ อายุ 35 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ จ.173/2562 คดีชิงทรัพย์ทองรูปพรรณ ห้างทองสุพัตราเยาวราช สาขาบิ๊กซีสัตหีบ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแถลงข่าวครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำของกลางที่ยึดได้ เป็นสร้อยข้อมือ สร้อยคอ รวมน้ำหนัก 109 บาท มูลค่า 2.18 ล้านบาท มาแสดง รวมทั้งรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีราโน่ สีแดง ทะเบียน จวฉ 469 ชลบุรี ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ซึ่งนางสุพัตรา เผือกประพันธ์ อายุ 63 ปี เจ้าของร้านทอง มารดาของ ดร.สะถิระ เผือกประพันธุ์ ว่าที่ ส.ส.เขต 8 ชลบุรี ได้มอบกระเช้าดอกไม้ พร้อมเงินสด 100,000 บาท เพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็วและได้ของกลางคืนครบถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า สืบเนื่องเมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 28 เม.ย.62 ผู้ต้องหาได้แต่งชุดดำแขนยาว สวมไอ้โม่งลายพรางทหาร ใช้อาวุธปืนบีบีกัน รุ่น M92 จี้ชิงทรัพย์ห้างทองสุพัตราเยาวราช กวาดทองรูปพรรณไปรวม 109 บาท วิ่งหลบหนีออกจากห้าง ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ข้างห้องพักหลังตลาดทองทิพย์ ห่างจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ขี่หลบหนีมุ่งหน้าเข้าเมืองพัทยา ต่อมาตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนทราบทะเบียนรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ นำไปสู่การออกหมายจับ และกดดันจนผู้ต้องหายอมเข้ามอบตัว ที่ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมนำไปเอาของกลางที่ซ่อนไว้ในห้องพักในหมู่บ้านเอื้ออาทรนาเกลือ ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งแฟนพักอาศัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สาเหตุมาจากอารมณ์ชั่ววูบ เนื่องจากเป็นหนี้ท่วมตัว จนใจคิดสั้นก่อเหตุชิงทรัพย์เพื่อหาเงินมาล้างหนี้ แต่มาถูกติดตามจับกุมได้อย่างรวดเร็ว ทองที่ได้มายังไม่ทันนำไปใช้สักบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า นายศรชัยติดหนี้พนันไฮโลเป็นเงิน 1 แสนบาท หลังจากนำรถกระบะไปจำนำแล้ว 1.5 แสนบาท อีกทั้งต้องการหาเงินไปรักษาแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็ง อยู่ที่จังหวัดพิจิตร ส่วนปืนบีบีกันซึ่งเป็นปืนปลอม ซื้อมาจากตลาดนัดเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา และขณะวิ่งหลบหนีได้ทำปืนหล่นกลางทาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34821</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ชโลธร เปรมปรี, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc84bd17844f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมายาทุบหัวแหม่ม ข่มขืน-ฆ่าสุดเหี้ยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่องเที่ยวไทยสะเทือนอีก หนุ่มเมายาเห็นวิศวกรสาวชาวเยอรมันขี่รถเที่ยวเกาะสีชัง ตีสนิทขอร่วมเพศดื้อๆ ถูกปฏิเสธ คว้าก้อนอิฐทุบหัวลากไปข่มขืนแล้วฆ่าทารุณด้วยการกระหน่ำทุบจนคอหัก ตำรวจจับได้ทันควัน เผยผู้ตายเข้ามาตรวจโรงงานที่ชลบุรี แล้วแวะเที่ยวพัทยาก่อนไปพบจุดจบ นับเป็นคดีอุกฉกรรจ์คดีแรกที่เกิดกับนักท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง ชาวบ้านโกรธแค้นถูกทุบหม้อข้าว &amp;quot;บิ๊กอวบ&amp;quot; สั่งกวาดล้างยาเสพติด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อบ่ายวันที่ 8 เมษายนนี้ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.อัฐกูรณ์ สาระกูล ผกก.สภ.เกาะสีชัง แถลงข่าวจับกุมตัวนายรณกร ร่มรื่น อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/1 หมู่ 1 ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาคดีฆ่าข่มขืนนางสาวมิเรียม เบอเทอร์ (BEELTE MIRIAM) อายุ 27 ปี ชาวเยอรมัน และทิ้งศพไว้บริเวณทางขึ้นเขาพระจุลจอมเกล้า บนเกาะสีชัง ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ เหตุเกิดช่วงเวลา 15.00 น. วันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ขณะที่ น.ส.มิเรียมได้ขี่รถจักรยานยนต์ท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง ได้พบกับนายรณกรบริเวณบันไดทางขึ้นเขาพระจุลจอมเกล้า หรือยอดเขาพระพุทธบาท และได้มีการทักทายเป็นภาษาอังกฤษ แล้วนายรณกรได้ชวน น.ส.มิเรียมไปหลับนอน แต่ น.ส.มิเรียมปฏิเสธและเกิดความกลัว เดินหนีขึ้นบันไดไปได้ไม่กี่ก้าว นายรณกรซึ่งเมายาเพราะเสพยาไอซ์เข้าไป ทำให้ขาดสติ เมื่อสบโอกาสจึงใช้ก้อนหินทุบที่บริเวณศีรษะของ น.ส.มิเรียมจนหมดสติ หลังจากนั้นได้ข่มขืน และลงมือฆ่าเพราะเกรงว่า น.ส.มิเรียมจะไปแจ้งตำรวจ โดยใช้ก้อนอิฐขนาดใหญ่ทุบที่ศีรษะ ใบหน้า และต้นคอจนคอหัก ก่อนจะนำศพไปทั้งบริเวณซอกก้อนหินใหญ่ นำก้อนหินและใบไม้มาปิดทับไว้ จนกระทั่งมีคนมาพบศพและแจ้งให้ตำรวจทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ตำรวจ สภ.เกาะสีชังได้ตระเวนค้นหาคนร้าย จนกระทั่งพบนายรณกรที่บริเวณบ้านเลขที่ 8/3 หมู่ 2 ต.ท่าเทววงษ์ ตามร่างกายมีรอยขีดข่วน และยังพบเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด จึงได้นำตัวมาสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง จนในที่สุดนายรณกรให้การรับสารภาพ ตำรวจจึงได้ตั้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น, ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ, และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า &amp;nbsp;ภายหลังเกิดเหตุการณ์ฆ่าข่มขืนบนเกาะสีชัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เร่งให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวคนร้ายให้ได้ และสามารถจับกุมได้ในที่สุด ยอมรับว่าคดีบนเกาะสีชังไม่เคยเกิดขึ้น นี่เป็นคดีแรก ซึ่งต่อไปจะได้กำชับให้มีการระมัดระวังเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปบนเกาะสีชัง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุเกิดขึ้นอีก เพราะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบของตำรวจ สภ.เกาะสีชัง ทราบว่า น.ส.มิเรียม ผู้ตาย เป็นวิศวกร ซึ่งเดินทางมาตรวจงานที่โรงงานแห่งหนึ่งที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.62 จากนั้นเดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองพัทยา และเดินทางมาท่องเที่ยวต่อที่เกาะสีชัง เมื่อเที่ยงวันที่ &amp;nbsp;7 เม.ย. โดยเช่าจักรยานยนต์ขี่ท่องเที่ยวรอบเกาะ กระทั่งไปพบนายรณกรและถูกนายรณกรข่มขืนแล้วฆ่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังข่าวฆาตกรรมนักท่องเที่ยวสาวแพร่ออกไป ชาวบ้านในเกาะสีชังต่างแสดงความโกรธแค้นนายรณกรอย่างมาก เพราะเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเกาะสีชังซึ่งพวกตนได้อาศัยประกอบอาชีพที่เกี่ยวเนื่องเลี้ยงครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการแถลงข่าว พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติได้ให้นายรณกรจำลองเหตุการณ์ที่ลงมือฆ่าแหม่ม เริ่มจากใช้กำลังฉุดลากผู้ตายจากบันไดไปที่เกิดเหตุประมาณ 10 เมตร แล้วใช้กำลังประทุษร้ายก่อนข่มขืน จากนั้นก็ใช้อิฐทุบ 4 แห่งที่ศีรษะ หน้าผาก ข้างแก้มและท้ายทอยจนตาย พร้อมใช้หินและใบไม้ปิดอำพราง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติยังสั่งการให้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เร่งปราบปรามยาเสพติดที่ระบาดชุกชุมบนเกาะสีชังด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้รับรายงานคดีฆ่าข่มขืน น.ส.มิเรียม ชาวเยอรมันแล้ว จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุได้พบเห็นผู้ตายขณะอยู่ที่เกิดเหตุ จึงได้ตีสนิทเพื่อขอมีเพศสัมพันธ์กับผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ยินยอม จึงได้ใช้กำลังข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นผู้ตายได้วิ่งหนีลงมาจากที่เกิดเหตุโดยมีนายรณกรวิ่งตามมาถึงจุดที่พบคราบเลือด บริเวณบันไดปูนทางขึ้นเขาพระบาท นายรณกรกลัวว่าผู้ตายจะไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ใช้ก้อนหินทุบที่บริเวณหน้าผาก ท้ายทอย และบริเวณใบหน้าหลายครั้ง แล้วลากร่างของผู้ตายจากบริเวณบันไดปูน ที่พบคราบเลือดเข้าไปซ่อนไว้ที่ซอกหินในป่าละเมาะห่างกันประมาณ 50 เมตร ซึ่งขณะนั้นผู้ตายยังไม่หมดสติ นายรณกรจึงได้ใช้ก้อนหินทุบที่บริเวณใบหน้าจนถึงแก่ความตาย แล้วใช้ใบไม้ถมร่างของผู้ตายโดยมีก้อนหินวางทับอยู่เพื่ออำพรางศพ แล้วหลบหนีไป โดยระหว่างนั้นมีผู้พบเห็นและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมตัวนายรณกร ผู้ก่อเหตุได้พร้อมเสื้อ กางเกง และก้อนหินที่มีคราบเลือดของผู้ตายติดอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกแก่ญาติและเจ้าหน้าที่สถานทูตในการติดต่อรับศพกลับภูมิลำเนาเพื่อไปดำเนินพิธีทางศาสนา พร้อมกล่าวชมเชยการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของ ภ.จว.ชลบุรี และพลเมืองดีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ให้เบาะแส ข้อมูลอันเป็นประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว และยังได้กำชับพนักงานสอบดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว และนักลงทุนในพื้นที่&amp;rdquo; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33220</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.อัฐกูรณ์ สาระกูล, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, รณกร ร่มรื่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190408/image_big_5cab527ee3d25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแล้วฆ่าสาวอบต. ค้อนกระหน่ำตีอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้วคนขับรถส่งผลไม้ฆาตกรฆ่าสาว อบต.วังโตนด ถูกเค้นสอบยอมคาย มีความใกล้ชิดกับผู้ตาย โกรธที่ผู้ตายจะแต่งงานกับแฟนใหม่ ซ้ำไม่ให้ยืมเงินเลยวางแผนโทร.ลวงให้ไปพบอ้างจะใช้หนี้ที่ยืมมา แล้วกระหน่ำตีที่อกด้วยค้อนจนขาดใจตาย ก่อนล้วงเอาเงิน 1.4 หมื่นพร้อมมือถือของเหยื่อหลบหนี ตำรวจเผยกล้องติดรถบันทึกทั้งภาพและเสียงเป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 เมษายนนี้ ที่สถานีตำรวจภูธรท่าใหม่ จ.จันทบุรี พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พ.ต.อ.ยอดชาย จำปาทอง ผกก.สส.ภ.จว.จันทบุรี และ พ.ต.อ.ไพฑูรย์ ปาปะคัง ผกก.สภ.ท่าใหม่ ได้นำตัวนายวรวุฒิ หรือหมู วิไลพัฒน์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ที่ 9 ต.รำพัน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี มาแถลงข่าว หลังตำรวจได้ติดตามจับกุมในคดีฆาตกรรม น.ส.จาริณี หรือแอน แจ่มจ้า หัวหน้าสำนักปลัด อบต.วังโตนด เสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋งซูซูกิ สีเขียว ทะเบียน กท 4318 จันทบุรี จอดอยู่ในป่ากระถิน พื้นที่หมู่ที่ 3 ต.โขมง อ.ท่าใหม่ โดยยึดได้ของกลางประกอบด้วยค้อนที่ใช้ก่อเหตุ เสื้อผ้า หมวกแก๊ป และรถจักรยานยนต์พาหนะของคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จิตติกล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562 เวลา 19.20 น. ตำรวจ สภ.ท่าใหม่ได้รับแจ้งพบศพหญิงอยู่ภายในรถยนต์หมายเลขทะเบียน กท 4318 จันทบุรี จอดอยู่ในป่าริมถนน หมู่ที่ 3 ต.โขมง อ.ท่าใหม่ ต่อมาทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ น.ส.จาริณี หรือแอน แจ่มจ้า อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/1 หมู่ที่ 8 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ซึ่งญาติได้แจ้งความบุคคลหายไว้ที่ สภ.ทุ่งเบญจา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนของชุดสืบสวนตำรวจภูธรท่าใหม่ ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายวรวุฒิ หรือหมู วิไลพัฒน์ ประกอบอาชีพขับรถบรรทุกผลไม้จากจันทบุรีไปส่งที่ตลาดไท จึงออกติดตามหาตัว กระทั่งเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบตัวนายวรวุฒิ จึงนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.ท่าใหม่ จนที่สุดนายวรวุฒิรับว่าตนเองก่อเหตุฆ่า น.ส.จาริณี สาเหตุเนื่องจากนายวรวุฒิได้กู้ยืมเงินจากผู้ตายไปเป็นเงิน 6,000 บาท จากนั้นผู้ตายได้ติดตามทวงถามอยู่เป็นประจำ ในวันที่ก่อเหตุ นายวรวุฒิได้วางแผน โดยโทรศัพท์ไปบอกกับผู้ตายว่าจะนำเงินไปคืน ขอให้ผู้ตายขับรถมารับเงินที่บริเวณจุดเกิดเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิกล่าวว่า เมื่อ น.ส.จาริณีไปพบตามนัด ตนได้เอ่ยปากขอยืมเงินอีก 20,000 บาท แต่ผู้ตายไม่ให้ และได้ทวงถามเงินที่ยืมไปก่อนหน้านี้ จึงเกิดความโมโห ประกอบกับนายวรวุฒิทราบว่าผู้ตายชอบพกเงินติดตัวอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้ใช้ค้อนที่นำมาตีไปยังบริเวณหน้าอกของผู้ตายจำนวนหลายครั้ง จนผู้ตายเกิดอาการชักเกร็งและแน่นิ่งไป จากนั้นนายวรวุฒิได้หยิบเงินจากกระเป๋าสตางค์ของผู้ตายไป จำนวน 14,800 บาท และได้เอาโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปทิ้งที่บริเวณสะพานดอนมะกอก อ.แกลง จ.ระยอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ตำรวจได้ตั้งข้อหานายวรวุฒิเบื้องต้น ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจได้คุมตัวนายวรวุฒิไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ และทำการขอขมาผู้ตาย โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าว รวมถึงญาติผู้เสียชีวิต ได้เดินทางไปดูการทำแผนของผู้ต้องหารายนี้เป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย ตรึงพื้นที่เพื่อป้องกันการรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา โดยเฉพาะในหมู่ญาติผู้ตายที่แสดงความโกรธแค้นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นายวรวุฒิได้คุกเข่ากล่าวขออโหสิกรรมต่อดวงวิญญาณของ&amp;nbsp;น.ส.จาริณี โดยกล่าวว่า &amp;quot;ด้วยกายกรรม วจีกรรม สิ่งใดที่ล่วงเกิน ด้วยกายและวาจา ขอให้แอนอโหสิ แอน เราขอโทษ ที่ทำกับแอนแบบนี้&amp;quot; จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ผู้ต้องหากลับไปที่โรงพัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จิตติเปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายวรวุฒิยังให้การวกวน ครั้งแรกบอกว่าฆ่าเพราะต้องการล้างหนี้และชิงทรัพย์ ต่อมาบอกว่า ได้รับการว่าจ้างจากลูกอดีต ส.ส.จำนวนเงิน 5 หมื่นบาทให้ไปฆ่า น.ส.จาริณี สาเหตุจากความหึงหวงที่ผู้ตายตีตัวออกห่างจะไปแต่งงานกับแฟนที่คบอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งประเด็นดังกล่าวทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ต่อมาเมื่อถูกเค้นสอบหนักเข้า นายวรวุฒิก็กลับคำให้การว่าไม่ได้ถูกลูกอดีต ส.ส.จ้างวานฆ่า แต่มาจากสาเหตุแรกคือฆ่าแล้างหนี้และชิงทรัพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการสืบสวนเชิงลึก พบว่าผู้ตายคบซ้อนกับผู้ต้องหา และลูกชายอดีตนักการเมือง ส่วนหลักฐานที่มัดตัวผู้ต้องหา คือคลิปหน้ารถของผู้ตายที่บันทึกเสียงที่ผู้ต้องหาหึงหวงถามผู้ตายเรื่องผู้ชายคนใหม่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32736</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca211e2595ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ผบช.ภ.2&#039;เตรียมแถลงจับมือฆ่าสาวอบต.วังโตนด จ.จันทบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.62-มีรายงานความคืบหน้าคดีพบศพน.ส.จาริณี แจ่มจ้า หรือ น้องแอน อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ธุรการ อบต.วังโตนด อ.นายายอาม จ.จันทบุรี เสียชีวิตภายในรถยนต์ซูซูกิ สวิฟต์ สีเขียว ทะเบียน กท-4318 จันทบุรี บริเวณป่ากระถินณรงค์ หลังจากหายตัวไปนาน 4 วัน ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนภูธรจังหวัดจันทบุรีและฝ่ายสืบสวนสภ.ท่าใหม่ สามารถจับกุมตัวนายวรวุฒิ วิไลพัฒน์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาที่ฆ่าน.ส.จาริณีได้แล้ว เบื้องต้น นายวรวุฒิ รับสารภาพเป็นลงมือก่อเหตุ โดยได้ขอยืมเงินน้องแอนเพิ่มจากที่ยืมไปแล้ว 6 พันบาท แต่น้องแอนไม่ให้จึงลงมือฆ่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เวลา 12.00 น.พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 จะเดินทางมาที่สภ.ท่าใหม่ เพื่อสอบปากคำผู้ต้องหา พร้อมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32692</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.จันทบุรี, ตำรวจ, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, สภ.ท่าใหม่, สาวอบต.วังโตนด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca18884aaeb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผมเลือกทางตัน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; คุมเสี่ยอ้วนแถลงข่าว ปิดคดีฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์สมบูรณ์ จับผู้ร่วมก่อเหตุ 6 คน และผู้พาหนีอีก 4 ยันไม่มีเจ้าหน้าที่เอี่ยว ด้านผู้ต้องหารับผวาทางตาย เลยต้องเลือกทางตันหนีจนถึงที่สุด เผยจุดก่อเหตุไม่รู้เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ยิงปืนด้าน 2-3 นัด ตำรวจนับร้อยคุมตัวทำแผนท่ามกลางเสียงสาปแช่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 22 สิงหาคมนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภาค 2, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ร่วมกันสอบปากคำนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ผู้บงการวางแผนและใช้อาวุธปืนยิง น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส เสียชีวิตที่ลานจอดรถหน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายสายันต์ ศรีสุข หรือยัน ทำหน้าที่แฝงเป็นแฟนของเพื่อนผู้เสียชีวิต เพื่อสืบข่าวและชี้เป้าหมายตลอดเส้นทาง, นายเกียรติศักดิ์ สุรางแสงมีบุญ หรือบอล ทำหน้าที่ขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว เพื่อพานายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว มือปืน พร้อมนำพาอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนมาจากจังหวัดภูเก็ต พร้อมทั้งถอดเปลี่ยนป้ายทะเบียนเพื่อตบตา และขับรถจอดปิดท้าย เพื่อให้นายปัญญาและนายรณรงค์ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต, นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อป เดินทางมาพร้อมนายปัญญา เพื่อทำหน้าที่ในการขับรถเช่ายี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว เพื่อสะกดรอยติดตามผู้เสียชีวิต, นายกฤษณะ สีสุข หรือมด ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายเกียรติศักดิ์ ในการสะกดรอยติดตามผู้เสียชีวิต, นายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว ทำหน้าที่มือปืนผู้ลั่นไกสังหารผู้เสียชีวิต ส่วนนายปัญญา หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศกัมพูชา กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาติดตามจับกุมตัวไว้ได้ที่จังหวัดปรีเวง ประเทศกัมพูชา ขณะเตรียมหลบหนีไปประเทศเวียดนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหาเสี่ยอ้วน &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; จากการสืบสวนพบว่าได้มีผู้ให้การช่วยเหลือนายปัญญาพาข้ามพรมแดนหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออนุมัติศาลแขวงพัทยาเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกจำนวน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายนิเวศน์ ยิ่งดี 2.นายโกวัน ศิลปาโน 3.นายวินัย ศิลปาโน 4.นายภูธร สิงห์ดี ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยเหลือผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่&amp;rdquo; กระทั่งสามารถจับกุมไว้ได้ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังสอบปากคำประมาณ 20 นาที พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายปัญญาให้ความร่วมมือดีและให้การรับสารภาพ ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุอยู่ในสำนวน สรุปได้ว่าเป็นเรื่องชู้สาว ผู้ต้องหามีอาการค่อนข้างเครียด แต่ยังไม่ได้มีการร้องขอพบแพทย์ คดีนี้สามารถจับกุมได้ครบทุกตัวละครจำนวน 10 คน คือร่วมก่อเหตุ 6 คน และพาหลบหนี 4 คน ต่อไปนี้ฝากเป็นอุทาหรณ์ด้วย ใครจะยิงใคร หรือใครที่พาหลบหนี ถูกดำเนินคดีหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การประสานขอตัวจากประเทศกัมพูชาคดีนี้ยากหรือไม่ถึงมีการส่งตัวช้า พล.ต.อ.จักรทิพย์เผยว่า ไม่ถึงกับยาก เพราะเรามีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆ เราทุกประเทศอยู่แล้ว เช่นเดียวกับคดีอื่น คดีนี้ตัวละครครบหมดแล้ว ส่วนที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องในการพาหลบหนี ยืนยันว่าไม่มี ผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการถูกจับหมดแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการสอบปากคำครั้งนี้ ผมยังได้ถามผู้ต้องหา ทำไมต้องทำที่หน้าเขาชีจรรย์ ผู้ต้องหาบอกว่าไม่รู้ นึกว่าเป็นรูปพระแกะสลักเฉยๆ เมื่อรู้ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นที่สำคัญก็รู้สึกเสียใจ กลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน เพราะขณะก่อเหตุ ยิงปืนไม่ลั่น 2-3 นัด แต่การก่อเหตุครั้งนี้จะเตรียมการมานานหรือเปล่า ขอไม่เปิดเผย อยู่ในสำนวน เอาเท่าที่พอพูดได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหายังติดตามข่าวตัวเองอยู่ตลอด เปิดกูเกิลดูจนทราบเรื่องที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ &amp;ldquo;จะเลือกทางตันหรือทางตาย&amp;rdquo; ส่วนคดีเก่าที่เสี่ยอ้วนยิงคนตายและเคยอ้างว่าจ่าย 2 ล้านบาทจบคดีไม่ต้องติดคุกนั้น ตนยังไม่เห็น เอาทีละคดีก่อน หลังจากนี้จะมอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ รอง ผบ.ตร. นำตัวไปทำแผน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสอบปากคำเสร็จ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวเสี่ยอ้วนกลับจังหวัดชลบุรี เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้สื่อข่าวได้ถามเสี่ยอ้วนว่า ที่ ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ ไม่ตันก็ตาย เมื่อเห็นข่าวแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง นายปัญญาเผยว่า &amp;quot;ผมกลัวครับ ผมเลือกทางตัน&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย ตำรวจคุมตัวเสี่ยอ้วนไปถึง สภ.นาจอมเทียน นำตัวเข้าห้องขังเพื่อรอทำแผนประทุษกรรมประกอบคำสารภาพในช่วงเวลา 15.30 น. ขณะที่นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่น้องสปาย ก็เดินทางไปที่ สภ.นาจอมเทียน เพื่อติดตามการทำแผนด้วย และบอกว่า อยากเห็นหน้าเสี่ยอ้วน และอยากถามว่าฆ่าสปายทำไม ขอขอบคุณตำรวจทุกนายที่ทำคดีได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 15.00 น. ตำรวจนำโดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน, พ.ต.อ.พัฒนา ปรีชานันท์ ผกก.สส.ภ.จว.ชลบุรี, ร.ต.อ.หญิงรสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี ได้คุมตัวเสี่ยอ้วนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในพื้นที่เขตเมืองพัทยาและสัตหีบ รวม 5 จุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจุดที่หน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่เสี่ยอ้วนและทีมงานลงมือสังหาร ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจอาสา และฝ่ายปกครองกว่า 100 นาย คุ้มกันอย่างแน่นหนา พร้อมให้ผู้ต้องหาสวมเสื้อเกราะป้องกันไว้อีกชั้น ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากเฝ้าดูและพากันสาปแช่งในความโหดเหี้ยม โดยหลังจากทำแผนยิง 2 ศพแล้ว เสี่ยอ้วนยังได้ขออนุญาตตำรวจก้มกราบพระพุทธรูปแกะสลัก ขอขมาในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้นับเป็นคดีสะเทือนขวัญที่สังคมต่างให้ความสนใจและเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเชื่อว่าเป็นกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม แม้ตัวของเสี่ยอ้วนจะปฏิเสธไม่รู้เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม ซึ่งตลอดระยะเวลา 24 วัน นับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานกันอย่างเต็มกำลัง จนสามารถปิดคดีได้อย่างสมบูรณ์แบบ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15961</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสายันต์ ศรีสุข, นายเกียรติศักดิ์ สุรางแสงมีบุญ, ปวีณา นาเมืองรักษ์, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันตชัย จริตรัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7d65444babd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่น้องสปายแช่ง เสี่ยอ้วนถูกจับตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวน้องสปาย-ฟอส เข้าขอบคุณ ผบช.ภ.2 และ ผบก.ชลบุรี ที่จับกุมคนร้ายได้เกือบหมด ตำรวจยันเร่งติดตามจับกุมเสี่ยอ้วน ตัดท่อน้ำเลี้ยงทั้งเส้นทางการเงิน และไล่ปิดสถานบริการ แม่วอนลูกมอบตัว เผยเครียดหนักจนเบาหวาน ความดันขึ้น ต้องเข้า รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์ ว่า ขณะนี้เหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 1 ราย คือนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน ทางตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมอย่างกระชั้นชิด พร้อมประสานกับทุกหน่วยเพื่อช่วยกันติดตาม ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 ได้กำชับคดีนี้อย่างต่อเนื่อง หากประชาชนได้เบาะแสหรือข้อมูลของนายปัญญา ขอให้รีบแจ้งตำรวจได้ตลอดเวลา เพื่อตามจับกุมมาดำเนินคดี เพราะเป็นผู้ต้องหารายสำคัญของคดีที่ก่อเหตุอุกอาจ สะเทือนขวัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุและถูกคุมตัวแล้ว 5 ราย คือ นายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี คนชี้เป้า, นายเกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ หรือบอล อายุ 35 ปี คนขับรถให้กับทีม, นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อปปี้ อายุ 34 ปี คนขับรถเก๋งสีขาวประกบกลุ่มผู้เสียชีวิต, นายกฤษณะ สีสุข หรือมด ผู้เช่าบ้านซึ่งใช้เป็นที่วางแผน และนายณรงค์ วรินทรเวช หรือบ่าว มือปืน &amp;nbsp;ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำและพาตัวไปทำแผนชี้จุดตามที่ต่างๆ ตั้งแต่ต้นจนถึงจุดสุดท้ายลานจอดรถตรงข้ามพระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ เวลานี้คุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษพัทยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานให้แน่นหนา และรอผลการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือจากกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อสรุปสำนวนคดีส่งอัยการสั่งฟ้องต่อศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี ให้กำชับพนักงานสอบสวนให้รวบรวมข้อมูลของคดีให้มากที่สุด สำหรับหลักฐานบางส่วนต้องรอกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเรื่องนิติวิทยาศาสตร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ ต้องให้ทางกองพิสูจน์ตรวจให้ชัดเจน ทั้งในตัวผู้ต้องหาเองและในอาวุธปืน ก่อนส่งกลับมายังพนักงานสอบสวน เพื่อสรุปสำนวนส่งอัยการฟ้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 อ.เมือง จ.ชลบุรี แม่และญาติพี่น้องของ น.ส.ปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือน้องสปาย และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือฟอส 2 เหยื่อหนุ่มสาวที่ถูกยิงเสียชีวิต เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เพื่อแสดงความขอบคุณในการทำงานของเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางวันเพ็ญ นาเมืองรักษ์ แม่น้องสปาย กล่าวว่า ยังอยากรู้ว่าเสี่ยอ้วนฆ่าน้องสปายทำไม ทั้งที่น้องปฏิเสธไม่พร้อมจะแต่งงานด้วยหรือรับหมั้นใดๆ แต่ทำไมถึงตัดสินใจทำลงไปแบบนี้ ทรัพย์สินเงินทองต่างๆ ทางบ้านก็ไม่เคยเรียกร้อง มีแต่เสี่ยอ้วนเอามาให้ ช่วงที่น้องไปอยู่ด้วยประมาณ 2 ปี ตอนไปทำงานกับเขา ตอนนี้อยากให้ตำรวจทำแบบเดียวกันกับที่เขาทำกับน้องสปาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.จิตติรับปากจะให้ตำรวจทำทุกวิถีทาง เพื่อนำตัวเสี่ยอ้วนมาดำเนินคดีทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการตัดเส้นทางการเงิน รวมทั้งการสั่งปิดสถานบริการของเสี่ยอ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านตาปัน หมู่ที่ 2 ต.สำเภาลูน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเสี่ยอ้วน นางคิด ยิ่งดัง อายุ 59 ปี แม่เสี่ยอ้วน ยังตกอยู่ในความเครียดและเศร้าโศกจากข่าวเสี่ยอ้วนก่อคดี จนทำให้ความดันสูงและเบาหวานกำเริบจนต้องเข้าโรงพยาบาลและเพิ่งออกมา กล่าวว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น และอยากให้ลูกชายมอบตัวตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนน้องชายเสี่ยอ้วนกล่าวว่า นานๆ ครั้ง ประมาณ 4-5 ปี พี่ชายถึงจะกลับมาเยี่ยมบ้านสักที ส่วนรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาว หมายเลขทะเบียน 944 ภูเก็ต เป็นรถของพี่ชายซื้อไว้ให้ที่บ้านใช้มานานเกือบ 10 ปีแล้ว และตำรวจชลบุรีนำรถไปตรวจสอบพร้อมกับตนเอง ซึ่งตนไป 2 วันและกลับมาบ้าน ส่วนรถยนต์ตำรวจติดต่อมาแล้วว่าจะนำมาส่งรถคืนให้ เพราะไม่เกี่ยวกับคดี.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15082</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรศักดิ์ อุนัยบัน, นายสายันต์ ศรีสุข, พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกียรติศักดิ์ สุรางค์แสงมีบุญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c4414655c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
