<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊งแชร์ลูกโซ่ ตุ๋น5หมื่นคน3พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับเครือข่ายแชร์ลูกโซ่รายใหญ่ เปิดบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หลอกลงทุนพัฒนาการเกษตร ล่อด้วยผลตอบแทนสมาชิกสูงลิ่ว จนมีผู้หลงเชื่อกว่า 5 หมื่นคนตั้งแต่เหนือจรดใต้ มูลค่าความเสียหายกว่า 3 พันล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 11 มิถุนายนนี้ พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ผบช.สทส.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผู้บังคับการข่าวกรองยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบก.ขส.บช.ปส.) พร้อมด้วยนางสาวสุภัค ไชยวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และนายเอนก อยู่ยืน ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายวิชาญ เมฆพายัพ อายุ 67 ปี, นายธีวรา เมฆพายัพ อายุ 24 ปี, นายสถาพร พุกบุญมี อายุ 57 ปี, นายกวิณกรณ์ จันอรุณวัณกิจ อายุ 40 ปี เครือข่ายแชร์ลูกโซ่บริษัท พีบี.สมาร์ทฟาร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) มีผู้เสียหายกว่า 50,000 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชวลิตเปิดเผยว่า บริษัท พีบี.สมาร์ทฟาร์เมอร์ ได้โฆษณาชักชวนให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงทุนกับบริษัทโดยเสนอผลตอบแทนสูง ทั้งยังมีรางวัลล่อใจให้สมาชิกชักชวนคนมาร่วมลงทุน เข้าข่ายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ จากการตรวจสอบพบว่า เมื่อต้นปี พ.ศ.2562 บริษัท พีบี.สมาร์ทฟาร์เมอร์ มีนายวิชาญ เมฆพายัพ เป็นประธานกรรมการ ได้จัดทำเอกสารแนะนำบริษัทเสนอต่อประชาชน กล่าวอ้างจะนำพลังงานทางเลือกมาใช้ในการพัฒนาการเกษตร รวมทั้งนำเทคโนโลยีทางการเกษตรมาใช้ โดยขณะนี้ได้สร้างเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแม่เหล็ก และอยู่ระหว่างการผลิตเพื่อนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ มียอดการสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชาญยังได้เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมลงทุนเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท เริ่มตั้งแต่ 1,000 บาท จนถึง 1,000,000 บาท บริษัทจะจ่ายผลตอบแทนการลงทุนให้กับผู้ถือหุ้น/สมาชิกทุกวันศุกร์ โดยให้ผลตอบแทน 5% ต่อสัปดาห์ รวม 95 สัปดาห์ หรือคิดเป็น 475% ของเงินต้น หลังจากครบ 95 สัปดาห์ จะได้รับเงินปันผลตามผลประกอบการของบริษัท นอกจากนี้ หากสมาชิกที่ร่วมลงทุนในบริษัท พีบี.สมาร์ทฟาร์เมอร์ สามารถแนะนำผู้อื่นมาร่วมลงทุนได้ จะได้รับผลตอบแทนอีก 10% ของยอดเงินลงทุน และรับเงินเพิ่มอีกตามระบบ ไบนารีจับคู่ (เงินบริหารทีม)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชวลิตกล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวน พบว่าธุรกิจที่บริษัท พีบี.สมาร์ทฟาร์เมอร์ กล่าวอ้างนั้น ยังไม่มีการประกอบธุรกิจจริง หรือในส่วนที่ประกอบธุรกิจอยู่ก็ไม่สามารถสร้างผลกำไรเพียงพอที่จะมาจ่ายเป็นผลตอบแทนให้กับสมาชิก แต่นายวิชาญ กับพวก ยังคงเดินสายชักชวนให้ประชาชนมาร่วมลงทุน มีการจัดประชุม สัมมนา เชิญชวนให้มีการลงทุนทั้งที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เชียงราย บุรีรัมย์ สงขลา ชลบุรี มีผู้เข้าร่วมงานหลายพันคน ตรวจสอบพบว่ามีจำนวนสมาชิกผู้ร่วมลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พบเงินหมุนเวียนกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในวงกว้าง ทาง ศ.ปอส.ตร. โดย พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ขนาดนิด หัวหน้าชุดสอบสวนเฉพาะทาง ศปอส.ตร. จึงเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน บก.ปอศ.ให้ดำเนินคดีกับบริษัท พีบี.สมาร์ทฟาร์เมอร์ และผู้เกี่ยวข้อง ในความผิดตาม ป.อาญา, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ก่อนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขออนุมัติศาลจับกุมตัวนายวิชาญ พร้อมพวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึด/อายัดได้ เป็นโฉนดที่ดิน 37 ฉบับ, รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ ฟอร์ด ฯลฯ จำนวน 22 คัน, อาวุธปืน 1 กระบอก รวมจำนวน 127 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท อายัดบัญชีเงินฝากธนาคารของบริษัท พีบี.สมาร์ทฟาร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) กับบัญชีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จำนวนกว่า 41 บัญชี รวมเป็นเงินประมาณ 55 ล้านบาท. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68440</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวิณกรณ์ จันอรุณวัณกิจ, ธีวรา เมฆพายัพ, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์, วิชาญ เมฆพายัพ, สถาพร พุกบุญมี, สุภัค ไชยวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee2222285a35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊งกักตุนหน้ากาก ยึดของกลาง5แสนชิ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับ 2 สาวใหญ่ขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยนำเข้าจากต่างประเทศ ลักลอบจำหน่ายเกินราคากว่าที่กฎหมายกำหนด พบของกลางกว่า 5 แสนชิ้น พร้อมแจ้งข้อหา 2 กระทง กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ผู้บัญชาการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตร. (ผบช.สทส.) และ หน.ฝอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) ร่วมกันแถลงข่าวการจับ นางสลิล ปันศรี หรือ กิ๊ฟ อายุ 56 ปี และ น.ส.วีณ์รฐา วิภารัตนเศรษฐ์ หรือ น้ำ อายุ 55 ปี ขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัยและขายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พร้อมด้วยของกลางหน้ากากอนามัย 497,000 ชิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชวลิตเปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้มีกลุ่มมิจฉาชีพอาศัยช่วงโอกาส กักตุนหน้ากากอนามัยนำเสนอจำหน่ายผ่านทางโซเชียลมีเดีย แล้วนำมาจำหน่ายในราคาแพงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับความเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเทคนิคและสืบสวน ศปอส.ตร. สืบสวนพบว่ามีกระบวนการนำเข้าหน้ากากอนามัยจากต่างประเทศ แล้วลักลอบจำหน่ายในปริมาณมาก ลักษณะการขายส่งในราคาแพงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เมื่อผู้ค้ารายย่อยมาซื้อไปแล้วจะนำไปขายต่อให้กับผู้ค้ารายอื่นหรือขายให้กับประชาชนทั่วไปก็จะมีการบวกกำไรอีกเป็นทอดๆ ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปอีก เป็นการซ้ำเติม สร้างความเดือดร้อนกับประชาชนทั่วไปที่มีความจำเป็นจะต้องใช้หน้ากากอนามัยจึงได้ประสานงานกับ บก.ปคบ. และ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมดำเนินการ โดยได้ให้สายลับแฝงตัวไปอยู่ในกลุ่มผู้ค้าหน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นางสลิล ปันศรี ได้ติดต่อกับสายลับอ้างมาว่า สามารถหาหน้ากากอนามัยมาจำหน่ายจำนวนมากกว่า 10 ล้านชิ้น ให้สายลับหานายทุนมาซื้อได้ ชุดสืบสวนจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ วางแผนการล่อซื้อ กระทั่งวันที่ 18 เม.ย. เจ้าหน้าที่จึงติดต่อล่อซื้อหน้ากากอนามัยจาก น.ส.วีณ์รฐา โดยมีนางสลิลเป็นนายหน้า ได้ตกลงจะซื้อหน้ากากอนามัย จำนวน 1,000,000 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 11.50 บาท รวมเป็นเงิน 11.5 ล้านบาท นัดหมายรับสินค้ากันในวันที่ 19 เม.ย.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุมนางสลิลและ น.ส.วีณ์รฐาได้ที่บริษัท กานต์สลิล ซัพพลายเออร์ จำกัด ตั้งอยู่ที่ 3/354 ซ.เทพนิมิตรเหนือ ถ.เอกชัย-บางบอน แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม. พร้อมของกลางหน้ากากอนามัยประมาณ 5 แสนชิ้น พร้อมกล่องไม่ระบุยี่ห้อ จำนวน 7,500 กล่อง ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นแจ้งข้อหา พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ประกอบกับประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการหน้ากากอนามัย 1.จงใจทำให้ราคาต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วน ซึ่งราคาของสินค้า (หน้ากากอนามัย) อันมีความผิดมาตรา 29 และมีโทษตามมาตรา 41 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เป็นผู้ผลิตไม่แจ้งปริมาณ สถานที่เก็บ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย แผนการผลิต กระบวนการผลิต และวิธีการจำหน่ายสินค้าหรือบริการควบคุมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อันมีความผิดมาตรา 25 และมีโทษตามมาตรา 38 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ และปรับอีกไม่เกินวันละสองพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะแจ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชวลิตกล่าวอีกว่า ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนขออย่าได้หลงเชื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่โพสต์โฆษณา ชวนเชื่อให้ซื้อสินค้าต่างๆ ผ่านทางออนไลน์ เพราะจะตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินได้ อย่างไรก็ตาม หากพี่น้องประชาชนมีเบาะแส หรือได้รับความเดือดร้อนจากการเอารัดเอาเปรียบในการจำหน่ายหน้ากากอนามัยหรือเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ สามารถแจ้งเหตุผ่านสายด่วนของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ที่สายด่วนหมายเลข 1155 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63748</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย, พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์, วีณ์รฐา วิภารัตนเศรษฐ์, สลิล ปันศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d9374035f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
