<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลด&#039;บิ๊กช้าง-วิระชัย&#039;พ้นจากการเป็นนายตำรวจราชองครักษ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63-&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักราชเลขานุการในพระองค์ มีหนังสือ ที่ พว.0005.1/493 ถึง ผบ.ตร.เรื่อง ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ้นจากการเป็นนายตำรวจราชองครักษ์ คือ. พลตำรวจเอก ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย และพลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา ตั้งแต่ 21 มกราคม 2563 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55684</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายตำรวจราชองครักษ์, ปลด, พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.วิรชัย ทรงเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2a7977b1af5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประหารอ้อแอ้ค้ายา ปรานีจำตลอดชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาประหารชีวิต &amp;quot;อ้อแอ้&amp;quot; ขนยาอีจากเนเธอร์แลนด์เข้าไทยถูกจับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ปรานีสารภาพลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต ส่วนพวกอีก 2 คนยกฟ้องเพราะมีเหตุอันควรสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 13 มิถุนายนนี้ ที่ห้องพิจารณา 912 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดี ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.อัมพิกา หรืออ้อแอ้ ปะติตัง อายุ 26 ปี ชาว จ.หนองคาย, น.ส.วรารัตน์ หรือแอ๋ม จันทมาส อายุ 26 ปี ชาว กทม. และนายทรงพล ทมิยะ อายุ 34 ปี ชาว จ.นนทบุรี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในฐานความผิดร่วมกันนำเข้ายาอี (3, 4 เมทิลลีน ไดออกซิเมตแอมเฟตามีน) ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายฯ ร่วมกันมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 100/1, 102 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 5, 7, 8, 14 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5, 6, 32, 33, 83
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2561 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 4-8 มี.ค.2561 จำเลยทั้งสามได้สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยจำเลยร่วมตกลงวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำ ร่วมกันออกเงินซื้อยาอีจากประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศไทย โดยจำเลยที่ 1-2 ทำหน้าที่เก็บรักษา ครอบครองและขนลำเลียงยาอีเข้ามา โดยเมื่อวันที่ 8 มี.ค.2561 จำเลยที่ 1-2 ได้เดินทางผ่านมาทางสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งนำเอายาอี จำนวน 5,731 เม็ด น้ำหนัก 2.658 กิโลกรัม ที่บรรจุในกล่องอาหารสัตว์ซุกซ่อนในกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง เอาเข้ามาในประเทศเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมจำเลยที่ 1-2 ขณะนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนจำเลยที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ตามหมายจับ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชั้นพิจารณา น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วน น.ส.วรารัตน์ และนายทรงพล จำเลยที่ 2-3 ให้การปฏิเสธ โดยระหว่างพิจารณาคดีในชั้นศาล จำเลยทั้งสามไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งตัวถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลางและทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสามมาจากเรือนจำเพื่อฟังคำพิพากษา โดยมีเพื่อนและญาติกว่า 10 คน เดินทางมาร่วมฟังคำตัดสินและให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้ว มีคำพิพากษาว่า ตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมา รับฟังได้เฉพาะ น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 ว่านำเข้ายาอี ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายฯ และมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 พิพากษาลงโทษบทหนักสุด ฐานนำเข้ายาอีเข้ามาจำหน่ายให้ประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้ตลอดชีวิต และให้ริบของกลางไว้ทั้งหมด ส่วน น.ส.วรารัตน์ และนายทรงพล จำเลยที่ 2-3 พิพากษาให้ยกฟ้อง โดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้งสอง ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลพิพากษายกฟ้อง เพื่อนและญาติของจำเลยที่ 2 และ 3 ต่างส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ ส่วน น.ส.อัมพิกา หรืออ้อแอ้ ซึ่งสวมชุดนักโทษสีน้ำตาลและแมสปิดใบหน้า ก็มีท่าทางซึมเศร้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2561 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) (ทั้งหมดตำแหน่งขณะนั้น) ได้แถลงข่าวจับกุม น.ส.อัมพิกา หรืออ้อแอ้ ปะติตัง, น.ส.วรารัตน์ หรือแอ๋ม และนายทรงพล ทมิยะ ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ในข้อหาลักลอบจำหน่ายยาอีชนิดใหม่รูปตัวการ์ตูนดังกล่าว ซึ่งนำมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียน นักศึกษา เมื่อเสพเข้าไปจะออกฤทธิ์ให้มีความรู้สึกเพลิดเพลินและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง และถือเป็นเรื่องภัยคุกคามทางเพศ กำลังแพร่ระบาดอยู่ในเมืองไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38497</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัมพิกา ปะติตัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d0250155e954.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเจ๊สมพรซุกยาบ้า3แสนเม็ดในถังแก๊ส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ๊สมพร แม่ค้ายาเสพติดตัวเอ้ พลิกแพลงขับเก๋งขนยาบ้าซุกไว้ในถังแก๊สแอลพีจีหวังตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ไม่รอด ผลเอกซเรย์ระบุชัด ถูกรวบพร้อม 2 สมุนและยาบ้า 3 แสนเม็ด อีกรายจับกัญชา 857 กก. ส่วนที่ลำปางยึดยาบ้าอีก 9 แสนเม็ด ไอซ์ 199 กก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รรท.รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน รรท.ผบช.ปส., พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ทนัน อภิชาติเสนีย์ รอง ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการยาเสพติดรายสำคัญจำนวน 2 คดี ผู้ต้องหา 8 คน ของกลางยาบ้า 300,000 เม็ด กัญชาอัดแท่ง 827 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวว่า คดีที่แรกจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ ได้ผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย นางสมพร หรือเจ๊สมพร แซ่ลิ้ม อายุ 50 ปี, นายเกรียงไกร อัศวเดชฤทธิ์ อายุ 36 ปี และ น.ส.อนุธิดา แสงทอง อายุ 36 ปี ขณะขับรถขนยาบ้า 3 แสนเม็ดผ่านด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก อ.แม่พริก จ.ลำปาง และ ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยคนร้ายซุกยาบ้าไว้ในถังแก๊สแอลพีจีติดรถยนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่เอกซเรย์พบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 2 ตำรวจ บช.ปส.จับกุมผู้ต้องหา 5 คน คือ นายชาญพงศ์ ผลจันทร์, นายชัยวัฒน์ มาตราช, นายสมหมาย โยบุตดา, นายเอกชัย โยบุตดา และนายวิทยา ศรีหะมงคล ขณะร่วมกันลำเลียงกัญชาอัดแท่งน้ำหนักประมาณ 857 กิโลกรัม ขับรถจากชายแดนภาคอีสานจะไปส่งให้ลูกค้าที่ภาคใต้ พร้อมยึดรถยนต์ 3 คัน โทรศัพท์ 8 เครื่อง เงินสด 27,000 บาท โดยจับกุมนายชาญพงศ์และนายชัยวัฒน์ได้ที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาวังมะนาว ต.ห้วยโรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ก่อนจะจับกุมนายสมหมายและนายเอกชัยได้ที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และจับกุมนายวิทยาได้ที่บริเวณด่านเก็บเงิน ถนนอโศก-ดินแดง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำปาง เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ด่านเอกซเรย์ยาเสพติด อ.แม่พริก พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นิยม ด้วงสี ผบก.ภ.จว.ลำปาง พร้อมด้วยนายสมเกียรติ ตันตระกูล รอง ผวจ.ลำปาง และเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรีลำปาง ร่วมกันแถลงผลจับกุมผู้ต้องหา 4 คน คือ นายกัง แซ่เล่า อายุ 20 ปี, นายวีรพล วรจันทร์เพ็ญศรี อายุ 19 ปี, นายจือ แซ่เล่า อายุ 22 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 900,000 เม็ด และไอซ์ 199 กิโลกรัม และนายวิเชษฐ์ นางแล อายุ 24 ปี พร้อมไอซ์ 50 กก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อบ่ายวันที่ 18 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงมอก ประจำด่านตรวจยาเสพติดสะเลียมหวาน ตั้งอยู่บนถนนสายเถิน-ทุ่งเสลี่ยม หมู่ 3 ต.เวียงมอก อ.เถิน จ.ลำปาง ได้เรียกตรวจรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 1 กธ 6 เชียงราย ผู้ขับขี่คือนายวีรพล วรจันทร์เพ็ญศรี อายุ 19 ปี ท่าทางมีพิรุธ ซึ่งขณะตรวจค้นมีคนโทรศัพท์เข้ามือถืออยู่เป็นระยะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.เวียงมอก ว่าพบเห็นรถต้องสงสัยเป็นรถจักรยานยนต์และรถเก๋งจอดอยู่ในสวนข้างทางก่อนถึงด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบ พบรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 1 กจ 8877 พะเยา ผู้ขับขี่คือนายกัง แซ่เล้า อายุ 20 ปี และสกัดจับรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน ขร 7893 เชียงใหม่ มีนายจือ แซ่เล่า พี่ชายนายกัง สอบสวนทั้ง 3 รับว่าร่วมกันขนยาเสพติด โดยนายวีรพลและนายกังขี่จักรยานยนต์นำทาง ส่วนนายจือขับรถเก๋งขนยาบ้าและไอซ์ เมื่อโทรศัพท์หาคนทั้งสอง แต่ไม่รับสาย จึงแน่ใจว่าพบตำรวจ นายจือจึงขับรถเก๋งนำยาเสพติดไปทิ้งบริเวณลำห้วยในป่าละเมาะ เขตหมู่บ้านสะเลียมหวาน เจ้าหน้าที่จึงตามไปตรวจยึดไว้ได้ ซึ่งนายจือให้การด้วยว่า รับจ้างชาวเขาเผ่าม้ง ไม่ทราบชื่อ ให้ขนยาเสพติดไปส่งที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วยค่าจ้าง 450,000 บาท จ่ายล่วงหน้าแล้ว 3 หมื่นบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายวิเชษฐ์ นางแล ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ขณะขับรถกระบะนำไอซ์ 50 กก.จากเชียงใหม่จะไปส่งให้ลูกค้าที่นครสวรรค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครพนม ที่สถานีเรือ อ.บ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงนครพนม ร่วมกับฝ่ายปกครอง ตรวจยึดกัญชาอัดแท่งรวม 538 กก. หลังกลุ่มคนร้ายขับเรือหางยาวข้ามแม่น้ำโขงนำกัญชาดังกล่าวมาขึ้นที่บ้านนาข่าท่า หมู่ 8 ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงพากันหลบหนีไป ทิ้งกัญชาของกลางไว้ดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22301</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf2be44358d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 08:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัน&#039;บิ๊กช้าง&#039;ขึ้น&#039;รองผบ.ตร.&#039;ปูทางต่อคิวแม่ทัพสีกากี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.61-มีรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ครั้งที่ 9/2561 ที่จะมีขึ้นในเวลา 14.00 น.วันนี้(27 ก.ย.) มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ก.ตร. วาระพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ลงมาถึง ผู้บังคับการ(ผบก.) ประจำปี 2561 เป็นที่จับตาของข้าราชการตำรวจภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างมาก หลังจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติโอนย้ายพล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วัชชารยะ ที่ปรึกษาสบ.10 ไปเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขึ้น รองผบ.ตร. แทนพล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รองผบ.ตร.ที่เกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย.2561 &amp;nbsp;อาจจะเป็นการวางเส้นทางเพื่อให้พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ ขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความพยายามดันบิ๊กช้าง(พล.ต.ท.ชัยวัฒน์)ขึ้น รองผบ.ตร.ครั้งนี้ ทำให้มีเสียงวิพากาษ์วิจารณ์ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่ากลุ่มขั้วอำนาจต้องการปูทางให้บิ๊กช้าง ซึ่งเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.)รุ่น 36 ต่อคิวพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 ขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป หากพล.ต.อ.จักรทิพย์ตัดสินลาออกจกตำแหน่ง ผบ.ตร. เพื่อไปเล่นการเมืองในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2562 เพราะพล.ต.อ.จักรทิพย์ เกษียณอายุราชการปี 2563 ทางพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ก็เกษียณอายุราชการปี 2563 เช่นกัน ถ้าพล.ต.อ.จักรทิพย์ ลาออกในปี 2562 บิ๊กช้างก็เป็น ผบ.ตร.ต่ออีก 2 ปี&amp;quot;แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ ถือเป็นตำรวจนักสืบที่กล้าได้กล้าเสีย ได้รับความไว้วางใจจากพล.อ.ประวิตรในการทำงานอย่างมาก รวมทั้งยังมีความใกล้ชิดนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., นายพลสีกากี, บิ๊กช้าง, บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, เลือกตั้ง, แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab9bd507939.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง159นายพลสีกากีดันโจ๊กขึ้นผบช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประวิตร&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร. แต่งตั้ง 159 นายพลสีกากี 27 ก.ย.นี้ ฟุ้งบัญชีลงตัวทุกอย่างจบ &amp;nbsp; อุบไต๋ดัน &amp;quot;โจ๊ก หวานเจี๊ยบ&amp;quot; ขึ้น &amp;quot;ผบช.&amp;quot; ที่ไหน &amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; &amp;nbsp;ทางฉลุยนั่งรอง ผบ.ตร. &amp;quot;นรต.35-36&amp;quot; แบ่งเค้กเก้าอี้ใหญ่ &amp;nbsp;&amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ส่งเพื่อนร่วมรุ่นคุมนครบาล &amp;quot;สุทิน&amp;quot; ขึ้น ผบช.ก. &amp;quot;สุรเชษฐ์&amp;quot; เลือก &amp;quot;ผบช.สตม.&amp;quot; ส่วน &amp;quot;จิรภพ&amp;quot; นำทัพกองปราบฯ &amp;quot;ต่อศักดิ์&amp;quot; เป็น ผบก.ถปพ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ก.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับนายพล ตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) และเทียบเท่า ลงมาถึงผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2561 ในวันที่ 27 ก.ย.ว่า คิดว่าการประชุมในวันที่ 27 ก.ย. จะแล้วเสร็จ เพราะขณะนี้บัญชีรายชื่อเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เสร็จหมด ลงตัวหมดแล้ว และรายชื่อที่เสนอมาไม่ได้สอดคล้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ขอให้รอดูว่าจะเป็นอะไร ความจริงต้องเสร็จตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้ ก็ช้ามาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว แต่ยืนยันว่าเราทำตามระยะเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า การย้าย พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วัชชารยะ ที่ปรึกษา สบ 10 ไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขึ้นรอง ผบ.ตร. ใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ให้มาช่วยงาน มาอยู่กับตน มาช่วยงานด้านค้ามนุษย์และการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ไม่ใช่เป็นการเปิดทางอะไร และ พล.อ.ธรรมศักดิ์จะเป็นที่ปรึกษา สบ 10 คนเดียวก็ไม่ไหว เพราะมีความอาวุโส และเด็กรุ่นหลังก็ขึ้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุม ก.ตร. พิจารณาแต่งตั้งตำรวจระดับรอง ผบ.ตร.-ผบก. วาระประจำปี 2561 พล.ต.ต.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์ รักษาการ ผบช.ก.ตร. ในฐานะเลขาฯ ก.ตร. ส่งหนังสือเชิญกรรมการ ก.ตร. ประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 9/2561 ในวันที่ 27 ก.ย.2561 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธานประชุม ก.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปีนี้มีตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ว่าง 1 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่าง 4 ตำแหน่ง แทนที่ขยับขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง รวม 5 ตำแหน่ง ผู้บัญชาการ ว่าง 12 ตำแหน่ง แทนที่ขยับขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. 5 ตำแหน่ง รวม 17 ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) ว่าง 27 ตำแหน่ง แทนที่ขยับขึ้น ผบช. 17 ตำแหน่ง รวม 44 ตำแหน่ง ผบก.ว่าง 48 ตำแหน่ง แทนที่ขยับขึ้นรอง ผบช. 44 ตำแหน่ง รวม 92 ตำแหน่ง รวมแต่งตั้งทั้งสิ้น 159 ตำแหน่ง และยังไม่นับรวมโยกย้ายระนาบเดียวกันอีกจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตำแหน่งที่น่าสนใจ คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้ง อาทิ ระดับรอง ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง &amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.36 ขึ้นรอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 อาวุโสลำดับ 1 ขึ้นตามเกณฑ์ 33% เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 นรต.36 เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบช.รร.นรต. เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผบช.ศ. เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชนสิทธิ์ วัฒนวรางกูร รองจตช. สามีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภ.6 เป็นรอง จตช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับ ผบช. มี &amp;quot;บิ๊กบัว&amp;quot; พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. นรต.36 เป็น ผบช.น., พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รอง ผบช.ภ.2 เป็น ผบช.ภ.1, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 อยู่ที่เดิม, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 นรต.36 อยู่ที่เดิม, พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ รอง ผบช.ภ.5 ขึ้น ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบช.สงป.นรต.35 เป็น ผบช.ภ.6, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 นรต.35 เป็น ผบช.ภ.7, &amp;nbsp;พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.สพฐ.ตร. นรต.36 เป็น ผบช.ภ.8, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 นรต.36 อยู่ที่เดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบช.ก. เป็น ผบช.ก., &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. นรต.36 เป็น ผบช.น., พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ประจำ ตร. เป็น ผบช.ปส., พล.ต.ต.อภิรักษ์ นิยมกาญน์ รอง ผบช.สตม. นรต.36 เป็น ผบช.ศ., พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินทร์โต รอง ผบช.ภ.1 เป็น ผบช.รร.นรต., พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผบช.ภ.7 นรต.36 เป็น ผบช.สกพ., พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. คนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร เป็น ผบช.สตม., พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 เป็น ผบช.ทท., พล.ต.ท.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ จตร. เป็น ผบช.ประจำ ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับรอง ผบช. พล.ต.ต.ยงเกียรติ มนปราณีต ผบก.สสท. เป็นรอง ผบช.ตชด., พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. ขึ้นรอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. อาจขึ้นรอง ผบช.สตม. หรือรองผบช.น. ส่วนระดับ ผบก. พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็น ผบก.น.6, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปอท. โยกเป็น ผบก.ปคม., พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เป็น ผบก.ปอศ., &amp;nbsp;พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ป., พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. เป็น ผบก.สปพ., &amp;nbsp;พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ถวายความปลอดภัยและปฏิบัติพิเศษ (บก.ถปพ.), พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. เป็น ผบก.ปอท. เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18510</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.นิทัศน์ ลิ้มศิริพันธ์, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วัชชารยะ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab97683411d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยสถิติปีนี้จับยาบ้า65ล้านเม็ดไอซ์อีก6ตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; จับไม่มีหมด ล่าสุดตำรวจ ปส.ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด ขนจากเชียงรายจะไปส่งให้ลูกค้าที่อยุธยา เผยรอบปีนี้จับยาบ้ากว่า 65 ล้านเม็ด ไอซ์ 6 ตัน เฮโรอีนเกือบตัน โคเคน กัญชาจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) วันที่ 18 กันยายนนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข แถลงจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่หลายเครือข่าย โดยรายแรกเป็นเครือข่ายของนายประวิทย์ แซ่ม้า กับพวกรวม 4 คน พร้อมของกลางยาบ้า 10 ล้านเม็ด และเฮโรอีน 37 กิโลกรัม จับกุมได้ที่ จ.สุโขทัย ขณะผู้ต้องหาขับรถกระบะบรรทุกยาเสพติดดังกล่าวจากจังหวัดเชียงราย จะไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร จับกุมเครือข่ายยาเสพติดของนายธีรศักดิ์ แสนเสนาะ กับพวกรวม 6 คน พร้อมของกลางกัญชา 917 กิโลกรัม โดยพบรถยนต์ของผู้ต้องหา 3 คันขับตามกันมา ถึงบริเวณริมถนนมิตรภาพ อ.เมือง จ.อุดรธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมเครือข่ายชาวแอฟริกาในประเทศไทยที่ลักลอบลำเลียงไอซ์กว่า 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าเอกสาร เตรียมนำไปส่งให้ลูกค้าที่ประเทศนิวซีแลนด์ โดยจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านพระโขนง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สมหมายเปิดเผยว่า ยาเสพติดส่วนใหญ่จะถูกลักลอบลำเลียงส่งไปขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของไทยจึงต้องร่วมมือกับหน่วยงานของประเทศต่างๆ เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงและทลายแหล่งผลิตยาเสพติด เหมือนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย ปิดโรงงานผลิตยาเสพติดที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ที่มีการนำเมตแอมเฟตามีนไปผลิตเป็นยาเสพติดไฟว์ไฟว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถิติการจับกุมในรอบปีนี้สามารถจับกุมยาเสพติดได้ทั้งสิ้น 2,018 คดี ยาบ้ากว่า 65 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 6,000 กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า 990 กิโลกรัม โคเคนกว่า 100 กิโลกรัม และกัญชาแห้งกว่า 9,300 กิโลกรัม โดยสำนักงาน ป.ป.ส.สามารถยึดอายัดทรัพย์สินได้กว่า 118 ล้านบาท และรอตรวจสอบอีกกว่า 1,300 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17888</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, ปส.ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด, พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาบ้ากว่า 65 ล้านเม็ด, หนังสือพิมพ์, เฮโรอีนเกือบตัน, แถลงจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่, โคเคน, ไอซ์ 6 ตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba102690715e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยาบ้า3ล้านเม็ด ซุกรถปูนจากลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจภาค 1 แถลงผลปฏิบัติการ &amp;quot;ขุดรากถอนโคน&amp;quot; ช่วง 10 วัน ยึดยาบ้า 11 ล้านเม็ด ไอซ์ 601 กก. เคตามีน 100 กก. พร้อมจับผู้ต้องหาคดีปล่อยกู้นอกระบบและฟอกเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 ร่วมกันแถลงผลปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ 100 เป้าหมายในพื้นที่ 9 จังหวัด ตามยุทธการ &amp;ldquo;ขุดรากถอนโคน โค่นต้นตอยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 1&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 7-17 สิงหาคม 2561 สามารถจับกุมยาเสพติดได้ 1,739 คดี ผู้ต้องหา 1,785 คน ตรวจยึดยาบ้า 11,740,491 เม็ด ไอซ์ 601 กิโลกรัม เคตามีน 100 กิโลกรัม กัญชา 6 กิโลกรัม น้ำกระท่อม 3.5 ลิตร อาวุธปืน 139 กระบอก กระสุนปืน 30 นัด รถยนต์ 9 คัน จักรยานยนต์ 11 คัน สร้อยคอทองคำ เงินสด 391,600 บาท บัญชีเงินฝากธนาคารจำนวนกว่า 10 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 92 หมาย จับกุมผู้ต้องหาข้อหาสมคบและฟอกเงิน 23 คน ส่วนการตรวจค้นทั้งหมด 9 จังหวัด จับกุมและตรวจยึดอาวุธปืน 218 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 947 นัด รถยนต์ 4 คัน จักรยานยนต์ 8 คัน โทรศัพท์ 4 เครื่อง สัญญาเงินกู้ 104 ฉบับ โฉนด 10 ผืน จับกุมยาเสพติด 1,981 คดี ผู้ต้องหา 2,039 คน บุคคลพ้นโทษ 11 คน ทวงหนี้ผิดกฎหมาย 1 คน ผู้สนับสนุน 24 คน ปล่อยกู้ยืมดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด 7 คน ผู้สนับสนุน 26 คน โดยยึดเงินสดได้ 89,175 บาท และสมุดบัญชีลูกหนี้ที่มียอดเงินจำนวน 436,530 บาท สำหรับผู้เสียหายเงินกู้นอกระบบ รวมมูลค่าหนี้ 374,250 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุดรธานี &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4, นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี กับคณะ แถลงจับกุมนายครรชิต จำปาทอง อายุ 38 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์จะเข้าโรงปูน ถนนวงแหวนทิศใต้ ริมทางรถไฟ เขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยเจ้าหน้าที่พบพิรุธและได้กลิ่นยาบ้า จากการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนจำนวน 14,000 เม็ด สอบสวน นายครรชิตบอกว่าเป็นคนขับรถบรรทุกปูนผง รับว่ายังมียาบ้าอีกจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในรถบรรทุกปูน เจ้าหน้าที่จึงตามไปตรวจสอบรถคันดังกล่าวซึ่งจอดอยู่ในโรงปูน พบยาบ้ารวมทั้งสิ้น 17 กระสอบ 3,170,000 เม็ด ตรา &amp;ldquo;ลัมโบกีนี่ 999&amp;rdquo; และไอซ์ 170 กก. ซ่อนในช่องเก็บเครื่องมือใต้ถังเก็บซีเมนต์ผง อีกส่วนหนึ่งซุกอยู่ในตัวเก๋งหลังคนขับ ใช้เพียงผ้าม่านปิดไม่ให้สังเกตเท่านั้น รวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ซึ่งถือเป็นการตรวจยึดยาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาในพื้นที่ จ.อุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายครรชิตกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ขับรถบรรทุกปูนไปส่งปูนซีเมนต์ที่งานก่อสร้างเขื่อนน้ำเงียบ ปากซัน แขวงบอลิคำไซ และได้รับการติดต่อจากนายชัยพอน พ่อค้ายาชาวลาว ที่รู้จักผ่านน้องสาวนายชัยพอน ให้ขนยาเสพติดดังกล่าวไปส่งที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยจะมีคนมารับอีกทอดหนึ่ง ได้ค่าจ้าง 1 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับเงินก็มาถูกจับกุมเสียก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15885</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, วัฒนา พุฒิชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c1811367cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
