<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.ไปนอกอีก ขอฝรั่งลากคอสมี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; นำ &amp;quot;พิสิฐชัย&amp;quot; มอบตัวกองปราบฯ รับทราบข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังโพสต์เตรียมจับ 4 เจ้าอาวาสวัดใหญ่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งขยายผลสอบมีนัยแอบแฝงหรือไม่ ถามพระร้องให้เลือกตั้งเหมาะสมหรือไม่ &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ย้ำไม่เลิกตามตัวอดีตพระพรหมเมธี &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; บินไปต่างประเทศอีกรอบ ขอตำรวจสากล ช่วยประสานพาอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์กลับไทย &amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; ย้ำคดีเงินทอนวัดไม่เกี่ยวการเมือง &amp;quot;แดงเพื่อแม้ว&amp;quot; โผล่ป้องพระโดนคดี อ้างสร้างเรื่องเท็จให้ร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ และรองโฆษกดีเอสไอ นำตัวนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปฏิบัติงานที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เดินทางเข้ารับทราบข้อหากระทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลังโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุจะมีการดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ, วัดพิชยญาติการาม, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดราชสิทธิธารามราชวรวิหาร ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ฐานความผิดนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือพ.ร.บ.คอมพ์ จากการโพสต์ข้อความดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงการสงฆ์อย่างมาก ทำให้เข้าใจว่าทั้ง 4 วัดจะถูกดำเนินคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 4 เพราะนายพิสิฐชัยเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความใกล้ชิดกับคณะสงฆ์ ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากมหาเถรสมาคม (มส.) ให้เป็นคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลข่าวสารของ มส.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอมาถึง ได้พาตัวนายพิสิฐชัยเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา โดยมี พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เข้าร่วมสอบปากคำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้เดินทางมาร่วมสอบปากคำ ใช้เวลาในการสอบปากคำประมาณ 2 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวว่า จากที่มีข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษไปโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องเงินทอนวัด และทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ทางดีเอสไอได้ให้ความร่วมมือ และเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของผู้ต้องหา จึงเข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เบื้องต้นนายพิสิฐชัยได้ให้การกับพนักงานสอบสวนแล้ว และได้ขอเวลารวบรวมเอกสารเพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ผู้กระทำกระทำในฐานะส่วนตัว และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการตั้งคณะกรรมการและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ไปประจำที่สำนักผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เขาเข้ามาอยู่ในส่วนที่เรากำกับดูแลได้ ในเบื้องต้นดีเอสไอไม่ได้ทำเรื่องเกี่ยวกับเงินทอนวัดอยู่แล้ว และที่มาที่กองปราบฯ เพราะไม่เข้าลักษณะคดีพิเศษ ให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้สอบสวน&amp;quot; รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า นายพิสิฐชัยจะได้ข้อมูลมาอย่างไรเป็นรายละเอียดในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ตัวเขาเองยอมรับว่าเป็นคนโพสต์ข้อความ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนายพิสิฐชัยจะทำเป็นคำให้การ มาให้เพิ่มเติมภายหลัง โดยก่อนที่ตัวนายพิสิฐชัยจะโพสต์ข้อความดังกล่าว เจ้าหน้าที่กองปราบฯ ได้ประสานไปยัง บก.ปปป.แล้ว ยังไม่มีการดำเนินการตรวจสอบแต่อย่างใด ข้อมูลที่นายพิสิฐชัยนำมาโพสต์จึงเป็นเรื่องเท็จ
สั่งสอบปมโพสต์ &amp;#39;พิสิฐชัย&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า นายพิสิฐชัยโพสต์ครั้งนี้จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น เจ้าหน้าที่ทำงานคดีเงินทอนวัดจะทำงานยากหรือไม่ &amp;nbsp;ผบก.ป.กล่าวว่า ไม่ยาก เราทำงานตามปกติ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก ไม่มีการละเว้นการปฏิบัติอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี ในส่วนของวัดที่ถูกนายพิสิฐชัยกล่าวอ้าง ก็ยังไม่ได้เข้ามาแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่หลบหนีไปอยู่ประเทศเยอรมนี พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า ต้องไปถาม พล.ต.อ.จักรทิพย ์ชัยจินดา ผบ.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวถึงการดำเนินคดีเงินทอนวัดว่า คดีเงินทอนวัดที่ผ่านมาเราจะเห็นว่างบประมาณบางส่วนเข้าไปที่วัด และทางวัดได้ทอนคืนไปให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ล็อตที่ 3 พบงบประมาณออกมาจากสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ แล้ว ไม่ได้มีการทอนไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนหนึ่งเอาไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว อีกส่วนบางวัดเอาไปให้บุคคลภายนอก เป็นการเอางบประมาณแผ่นดินไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีนายพิสิฐชัยว่า ทุกหน่วยมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ก็ให้ไปสอบสวนกันมา ถ้าพบว่าใครมีความผิดก็ต้องลงโทษตามคดีอาญา ส่วนการที่นายพิสิฐชัยโพสต์เรื่องดังกล่าวจะมีเจตนาใดแอบแฝงหรือไม่ ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของดีเอสไอที่ต้องสอบสวนให้มีความชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อโซเชียลฯ ที่ตอบโต้เกี่ยวกับการที่หน่วยงานรัฐตรวจสอบดำเนินการกับคดีที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวกับพระถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ตนจึงอยากขอให้ทุกคนอย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องนี้ เพราะพระภิกษุถือเป็นผู้ที่คนไทยส่วนใหญ่ให้ความนับถือ ดังนั้นเรื่องใดที่เป็นการกระทำความผิด โดยมีหลักฐานยืนยันได้ ก็ต้องมีการดำเนินคดี อย่าไปปลุกกระแส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอถามว่าการที่มีพระบางรูปออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อโซเชียลมีเดียนั้น มันสมควรหรือไม่ พระบางรูปออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องการเลือกตั้ง ก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย พระสงฆ์มีหน้าที่ในการบ่มเพาะ สร้างความสุขสงบและความปรองดองในสังคม สอนหลักธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา แต่การที่พระมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากๆ ใช่กิจของสงฆ์หรือไม่ ผมขอฝากให้สังคมช่วยกันไปดูแล ไม่อาจไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้ แต่ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หลายคนมาถามผมว่าเรื่องจะบานปลายหรือไม่ ผมคิดว่าอยู่ที่ท่านทั้งหลาย ทั้งประชาชนและสื่อโซเชียลมีเดียทั้งหลาย ถ้าอยากให้เกิดความวุ่นวายบานปลาย ก็ให้ทำทุกอย่างตามแบบของตัวเองต่อไป&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ทราบว่าได้มีคำสั่งให้นายพิสิฐชัยไปช่วยราชการดีเอสไอแล้ว ส่วนการดำเนินคดีอยู่ระหว่างการให้เจ้าของเรื่องคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตรวจสอบว่ามีผลกระทบต่อตัวบุคคลและคดีหรือไม่ โดยได้มีการสั่งการไปเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกคนเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน จะต้องระมัดระวัง และไม่นำไปเผยแพร่สู่สาธารณะ โดยจะประชุมและจะเชิญอธิบดีดีเอสไอมาชี้แจงในเรื่องนี้โดยเฉพาะ&amp;quot; พล.อ.อ.ประจินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามเรื่องที่สาเหตุที่นายพิสิฐชัยออกมาโพสต์ดังกล่าวมีเบื้องหลังหรือไม่ รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลว่ามีเบื้องหลังหรือไม่ แต่ถ้ามีอะไรจะให้อธิบดีดีเอสไอชี้แจงข้อมูลในที่ประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.ประจินกล่าวถึงกรณี นพ.มโน เลาหวณิช อดีตศิษย์วัดพระธรรมกาย ออกมาระบุพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ยังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในวัดพระธรรมกายว่า มีการติดตามเรื่องนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ และเมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีการยืนยันว่ายังไม่พบความเคลื่อนไหว แต่จะไปตรวจสอบ สอบถามจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
บินล่า&amp;#39;พรหมเมธี&amp;#39;รอบ2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศเยอรมนี และทำเรื่องขอลี้ภัยนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กำลังดำเนินการประสานกับทางการเยอรมนีอยู่ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีโซเชียลฯ มีการปลุกระดมพระ โดยอ้างรัฐบาลกลั่นแกล้งว่า จะไปกลั่นแกล้งพระเรื่องอะไร สื่อก็รู้ว่ามีการปลุกระดม แล้วจะมาถามตนทำไม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันว่าไม่มีการปลุกระดม รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย พระทำเอง&amp;rdquo; รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (รมว.การต่างประเทศ) กล่าวว่า การติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธียังไม่มีอะไรคืบหน้า ตนก็รออยู่เหมือนกัน เพราะขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศยังทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ และอยู่ระหว่างกำลังคุยกันอยู่ หลังจากคุยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กระทรวงการต่างประเทศสามารถรอรับฟังข้อมูลที่มาจากเยอรมนีได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ทางเยอรมนีได้ประสานขอข้อมูลจากทางการไทยหรือไม่ รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า เท่าที่รับทราบไม่มี ทั้งนี้ตนไม่ขอพูดถึงแนวโน้มในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ขอให้ทุกคนรอฟังกันต่อไป ซึ่งยังช่วยกันติดตามอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปยุโรปอีกครั้ง ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 930 ซึ่งมีปลายทางที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี ที่อยู่ระหว่างการทำเรื่องขอลี้ภัยที่เยอรมนีอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์เดินทางไปปารีสแทนที่จะเป็นเยอรมนี เพราะต้องการเดินไปสำนักงานใหญ่ตำรวจสากล ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปารีส เพื่อขอช่วยเหลือในการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี จากนั้นคณะของ ผบ.ตร.จะเดินทางต่อไปยัง แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อรับตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์กำหนดเดินทางกลับในวันที่ 16 มิ.ย. ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 931 แต่มีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ได้ตัวอดีตพระพรหมเมธี เพราะยังอยู่ในขั้นตอนของทางการเยอรมัน&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) นครพนม สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 (นครพนม คำม่วน) บ้านห้อม ต.อาจสามารถ อ.เมืองฯ จ.นครพนม พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ผบก.ตม.4) &amp;nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่มอบนโยบายติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ด่าน ตม.นครพนม เพื่อรับทราบปัญหา และตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา อดีตพระพรหมเมธีมีการหลบหนีโดยผ่านด่าน ตม.นครพนม ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กิตติกรกล่าวว่า ได้มีการออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ ตม. 2 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ ว่ามีส่วนรู้เห็นในการเปิดทางให้อดีตพระพรหมเมธีหลบหนีหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง
แดงเพื่อแม้วโผล่ป้องพระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์การดำเนินคดีเงินทอนวัดมีประเด็นทางการเมืองเกี่ยวข้องว่า ขอยืนยันการสอบสวนและการดำเนินการไม่มีอคติ หรือวาระซ่อนเร้น การดำเนินการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ได้ทำตามหน้าที่ตามข้อเท็จจริงที่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายคนได้รับข้อมูลจากโลกโซเชียลออนไลน์ที่มีการส่งข้อมูลกันมา ซึ่งเป็นความเท็จเสียส่วนใหญ่ โดยเฉพาะการระบุว่ามีวาระซ่อนเร้น หรือต้องการทำลายศาสนา โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องการคือทำทุกอย่างให้เข้าระบบ หรืออย่างกรณีที่ผู้อำนวยการ พศ. มีหนังสือขอบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด ซึ่งมีการปล่อยข่าวว่ารัฐบาลจะไปยึดเงิน ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องการคือ ทำให้บัญชีของวัดและบัญชีของพระสงฆ์ เป็นไปด้วยความชอบธรรม บางวัดที่ทำเป็นตัวอย่างที่ดี อยากให้มาเป็นบทเรียน มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้ถูกต้อง ฝ่ายความมั่นคงได้ดูแลเรื่องการเคลื่อนไหวต่อกรณีนี้อยู่แล้ว ผมเข้าใจว่าเขามีข้อมูลว่าใครเป็นใคร หรือทำอะไรอยู่&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การดำเนินคดีเงินทอนวัด ไม่อยากให้เรียกเป็นล็อต เพียงแต่เจ้าหน้าที่ทำไปตามข้อมูลพยานหลักฐาน ขณะนี้ทำได้แค่นี้ มีการดำเนินการไปตามนี้ ตนเข้าใจว่ากำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ได้เห็นข่าวแล้วว่ามีบางวัดในบางพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินตามกฎหมาย ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า กังวลจะมีม็อบพระหรือกำแพงมนุษย์มาปกป้องวัดที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าเราหวังดีกับประเทศชาติ ถ้าทำอะไรที่เป็นประโยชน์จะไม่เกิดความวุ่นวาย มั่นใจเช่นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเรื่องการติดตามคดีอดีตพระพรหมเมธี ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีอยู่ที่ประเทศเยอรมนี โดยระบุว่าไม่ทราบรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงในการเดินทางมาประชุม ครม.สัญจร มีโอกาสเข้ากราบนมัสการพระราชมงคลโสภณ เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ (ธ) วัดแสงธรรมสุทธาราม อ.ชุมแสง &amp;nbsp;และพระเทพปริยัติเมธี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ อ.เมืองฯ มีการสอบถามเรื่องอะไรบ้างหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ตนได้เรียนถวายข้อเท็จจริงให้ท่านได้มีความเข้าใจว่ารัฐบาลตั้งใจแน่วแน่ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ไม่มีเจตนาร้ายต่อพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์อย่างที่บางคนบางกลุ่มกำลังสร้างความเข้าใจผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ไขปัญหา การตรวจสอบ ยึดหลักทำทุกอย่างไปตามข้อเท็จจริง กฎหมาย และหลักพระธรรมวินัย ไม่มีอคติใดๆ เพื่อให้การใช้งบประมาณของรัฐที่จัดสรรไปถึงวัดเป็นไปอย่างสุจริต ถึงวัดอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และได้ใช้ประโยชน์ในกิจการทางศาสนาสมดั่งความตั้งใจของทุกฝ่าย ขออย่าได้กังวลใจ และหากมีการตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง ก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ไปตามข้อเท็จจริง&amp;quot; รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตอนหนึ่งว่า ข่าวเรื่องการจับพระผู้ใหญ่ที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ อยากจะให้พี่น้องใช้สติใช้วิจารณญาณให้มาก ไม่ควรปล่อยสติไปกับสื่อ เพราะสื่อบางพวกก็ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจมากนัก เอาข่าวทางราชการที่มีอำนาจผิดบ้างถูกบ้างมานำเสนอเพื่อขายข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องเงินทอนวัดเราเองก็ไม่เคยเห็นไม่เคยทราบข้อมูล เพียงแต่พระที่ถูกจับกุมท่านถูกข้อกล่าวหา และเราก็ไม่เคยฟังจากพระว่าท่านแก้ข้อกล่าวหานั้นอย่างไร ฟังแต่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจฝ่ายเดียว และที่น่าสังเกตคือการจับกุมโดยไม่มีหมายเรียกก่อนเหมือนคดีทั่วไป และไม่ให้พระผู้ถูกกล่าวหาต่อสู้ประกันตัว กระทำยิ่งกว่าผู้ร้ายปล้นฆ่า ผู้ร้ายกบฏ ทั้งๆ ที่การต่อสู้ข้อกล่าวหานั้นมีถึง 3 ศาล (ศาลต้น อุทธรณ์ ฎีกา)&amp;quot; นายชินวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวตอนท้ายว่า วันนี้ทางอธิบดีดีเอสไอสั่งย้ายพนักงานสอบสวนที่ออกมาโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จเรื่องการจะจับพระผู้ใหญ่ระดับสมเด็จพระราชาคณะวัดดังอีกหลายวัด นี่คือเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าที่ผ่านมาอาจจะเป็นการสร้างเรื่องเท็จกันก็ได้นะครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11243</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการปราบปราม, คสช., ดอน ปรมัตถ์วินัย, ดีเอสไอ, พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ, พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, พล.ต.อ.จักรทิพย ์ชัยจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, พิสิฐชัย สว่างวัฒนากร, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1fddcbf3932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดสมณศักดิ์7รูป สึก&#039;อดีตพระพรหมสิทธิ&#039;นอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนสมณศักดิ์ 7 พระเถระ โดนคดีทุจริตเงินทอนวัด มติ &amp;quot;มส.&amp;quot; รับทราบปลด &amp;quot;พระพรหมดิลก-พระพรหมสิทธิ-พระพรหมเมธี&amp;quot; พ้นกรรมการ มส. &amp;nbsp;พร้อมตั้งรักษาการตำแหน่งทางปกครองแทนพระผู้ใหญ่ 3 รูป &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; มอบตัวกองปราบฯ ตร.ส่งฝากขังค้านประกัน &amp;quot;ศาล&amp;quot; อนุญาต &amp;quot;อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ&amp;quot; โดนจับสึกเปลี่ยนนุ่งชุดขาวนอนคุกทันที &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ต้องแยกคดีทางโลกกับทางธรรม หากพ้นผิดกลับมาครองผ้าเหลืองได้ &amp;quot;พงศ์พร&amp;quot; ลุยเปรตโกงเงินต่อ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 15 ข เผยแพร่ประกาศเรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์ ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ด้วยปรากฏว่ามีกรณีพระภิกษุถูกกล่าวหาว่า กระทําการทุจริตและถูกดําเนินคดีอาญาในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอํานาจตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ตามความในมาตรา 5 ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอนสมณศักดิ์ จํานวน 7 รูป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนี้ 1.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร 2.พระพรหมเมธี (จํานงค์ เอี่ยมอินทรา) วัดสัมพันธวงศาราม 3.พระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) วัดสามพระยา 4.พระราชอุปเสณาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระเมธีสุทธิกร) (สังคม สังฆะพัฒน์) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 5.พระราชกิจจาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระวิจิตรธรรมาภรณ์) (เทอด วงศ์ชะอุ่ม) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 6.พระอรรถกิจโสภณ (สมทรง อรรถกฤษณ์) วัดสามพระยา 7.พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คํามา) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ยกเว้นลําดับที่ 3 5 6 และ 7 ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่ถูกจับกุมและสละสมณเพศ ผู้รับสนองพระราชโองการ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 15/2561 มีสมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ &amp;nbsp;เป็นประธานประชุม เนื่องจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก &amp;nbsp;ทรงติดภารกิจ ร่วมกับกรรมการมหาเถรสมาคมท่านอื่นอีก 14 รูป และ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยพระพรหมเมธาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดบูรณศิริ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และรองโฆษกสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมส.ได้รับทราบประกาศราชกิจจานุเบกษา ในการที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ถอดถอนสมณศักดิ์จำนวน 7 รูป ได้แก่ 1.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 2.พระพรหมเมธี (จำนง เอี่ยมอินทรา) วัดสัมพันธวงศารามฯ 3.พระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) วัดสามพระยา 4.พระราชอุปเสนาภรณ์ (สังคม สังฆะพัฒน์) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 5.พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด วงศ์ชะอุ่ม) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 6.พระอรรถกิจโสภณ(สมทรง อรรถกฤษณ์) วัดสามพระยา 7.พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คำมา) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมยังรับทราบถึงพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ให้กรรมการ มส.ทั้ง 3 รูป ประกอบด้วย พระพรหมดิลก, พระพรหมสิทธิ, พระพรหมเมธี พ้นจากตำแหน่งกรรมการ มส. รวมทั้งยังมีมติให้พระพรหมสิทธิ พ้นจากตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ&amp;quot; นายสิปป์บวรกล่าว
เจ้าคุณธงชัยมอบตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก พศ.กล่าวว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการ มส. ยังได้เสนอแต่งตั้งพระเทพวิสุทธิโมลี (พรหมา สปฺปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส อายุ 76 พรรษา 56 รองเจ้าคณะภาค 10 เป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 10 แทนพระพรหมสิทธิ &amp;nbsp;สำหรับตำแหน่งเจ้าคณะกรุงเทพมหานครที่ว่างลงนั้น สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการ มส. &amp;nbsp;ได้แจ้งให้ มส.รับทราบถึงการแต่งตั้งให้พระธรรมสุธี(นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้แจ้งให้ มส.ได้รับทราบถึงการแต่งตั้ง พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช &amp;nbsp;เจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) เป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 แทนพระพรหมเมธีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหารและวัดสามพระยานั้น ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้ง โดยให้รองเจ้าอาวาสหรือผู้ช่วยเจ้าอาวาส ตามลำดับลงมาปฏิบัติดูแลความเรียบร้อยภายในวัดไปก่อน ซึ่งต้องรอดูการประชุมมหาเถรสมาคมครั้งต่อไปว่าทางเจ้าคณะปกครองจะเสนอรูปใดมาทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสแทน ส่วนเรื่องของการตั้งกรรมการ มส.ที่ว่างลง ต้องเป็นพระอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช จะพระวินิจฉัย&amp;quot; รองโฆษก พศ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการจับกุมดำเนินคดีพระสงฆ์ รองโฆษก พศ.กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่นเดียวกับเรื่องของการลงโทษเจ้าหน้าที่ของ พศ.ที่ทุจริตเงินทอนวัด ตนก็ไม่ทราบ ขอให้เป็นการพิจารณาของผู้บริหาร พศ.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีรายงานว่า พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโน) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งหลบหนีการจับกุมจะขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ทำให้ทางปราบปรามจัดกำลังรอรับมอบตัว อย่างไรก็ดี ในระหว่างที่สื่อมวลชนรอการเดินทางมาของเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กระทั่งเวลา 12.00 น.ปรากฏว่ามีรถตู้ของกองปราบฯ วิ่งเข้ามา 2 คัน ก่อนจะอ้อมไปด้านหลังอาคาร โดยภายในรถมีพระพรหมสิทธิ อยู่ในรถ ก่อนที่ตำรวจจะพารีบขึ้นอาคารทันที เพื่อหลบผู้สื่อข่าว โดย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เข้าร่วมสอบปากคำทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 15.15 น. พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง พนักงานสอบสวนกองปราบปราม กก.1 บก.ป. ได้นำตัวพระธงชัย สุขโข อายุ 60 ปี เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรืออดีตพระพรหมสิทธิ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตฯ คดีร่วมกันฟอกเงินอุดหนุนโครงการศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนา และโครงการของสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงฯ ของวัดสระเกศฯ รวม 63,700,000 บาท เดินทางมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 30 พ.ค.-10 มิ.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบปากคำพยานอีก 20 ปาก และรอผลการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือจากกองทะเบียนประวัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า ผู้ต้องหาร่วมกับนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวกซึ่งเป็นฆราวาสและพระ ในการโอนเงินและซุกซ่อนเงินที่ได้จากการกระทำ ด้วยการโอนเงินที่ได้เบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากทั้ง 2 โครงการจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาวงเวียนโอเดียน ใน 2 บัญชี รวม 32 ครั้ง ให้แก่กลุ่มฆราวาสที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไปโดยทุจริต โดยมีการขอหมายจับจากศาลอาญาคดีทุจริตฯ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2561&amp;nbsp;
ไม่ให้ประกันจับศึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมากอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหา เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน นอกจากนี้ พฤติการณ์ของผู้ต้องหามีการกระทำเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ อีกทั้งคดีมีอัตราโทษ จึงเกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาจะหลบหนีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลได้ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคำร้องฝากขัง ซึ่งได้อ่านรายละเอียดให้ผู้ต้องหาและทนายความฟังแล้ว แจ้งให้พนักงานสอบสวน ผู้ร้อง และผู้ต้องหากับทนายความทราบว่า ต้องพิจารณาว่าพฤติการณ์มีความจำเป็นตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 หรือไม่ ซึ่งปรากฏว่า ทนายความได้แถลงคัดค้านการฝากขัง โดยอ้างว่าจากการนำเสนอข่าวของสื่อต่างๆ ทราบว่าพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ วจึงไม่จำเป็นต้องยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชรได้แถลงยืนยันการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังมีเหตุจำเป็นต้องสอบปากคำพยานอีก 20 ปาก ซึ่งเกี่ยวข้องการเส้นทางการเงินและการกระทำผิดของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเป็นพระวัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่, ราชบุรี, ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช โดยจะเร่งดำเนินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พนักงานสอบสวนยังมีความจำเป็นต้องสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องอีก จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วันตามคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ในเวลา 17.00 น. ขณะที่พระธงชัยถูกควบคุมตัวจากห้องพิจารณาที่ 3 (ห้องเวรชี้) ไปยังห้องควบคุมชั้นล่างของศาล เพื่อรอฟังสั่งขอประกันตัว ซึ่งผู้ต้องหาได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 1 ล้านบาท เสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง ซึ่งมีรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ เป็นผู้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการพิจารณาฝากขัง ก็มีเจ้าหน้าที่จาก พศ. มาร่วมฟังการพิจารณาด้วย โดยไม่มีการนำพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่มาเพื่อทำพิธีสึกพระ &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ พศ.แจ้งว่าเมื่อศาลอนุญาตฝากขังแล้วหากไม่อนุญาตให้พระธงชัย ผู้ต้องหา ประกันตัวระหว่างฝากขังแล้ว กระบวนการก็จะต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 30 ระบุว่า &amp;quot;เมื่อจะต้องจำคุก กักขัง หรือขังพระภิกษุรูปใดตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลมีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ และให้รายงานให้ศาลทราบถึงการสละสมณเพศนั้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวพระธงชัย ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ พศ.และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงถอดจีวรผู้ต้องหาเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดขาว คุมตัวไปขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างการฝากขัง 12 วันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของพระธงชัยกล่าวว่า ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ จะเดินทางมายังศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัวอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.30 น. รถเรือนจำได้นำตัวอดีตพระธงชัยออกจากศาลเดินทางไปส่งคุมขัง ปรากฏว่าอดีตพระธงชัยขณะที่นั่งในรถคุมขังของเรือนจำนั้น ได้นั่งลักษณะก้มศีรษะลงต่ำเพื่อหลบผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่รอถ่ายภาพด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับกลุ่มฆราวาส 4 ราย คือ น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา มารดาของ ร.ท.ฐิติทัศน์, น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้านร่วมรับโอนเงิน 25 ล้านบาท, นายธีระพงษ์ พันธุ์ศรี และนายทวิช สังข์อยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ดีดีทวีคูณฯ ที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศฯ ที่ถูกฝากขังพร้อมอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป วัดสระเกศฯ และวัดสามพระยา เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ศาลอุทธรณ์ก็มีคำสั่งเรื่องขอประกันตัวระหว่างการฝากขังออกมาด้วยว่า ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวด้วย กลุ่มฆราวาสจึงต้องถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อสังเกตพระสงฆ์ซึ่งถูกดำเนินคดีและถูกถอดสมณศักดิ์สามารถกลับมาบวชเป็นพระได้หรือไม่ว่า การถอดสมณศักดิ์กับการบวชไม่เกี่ยวกัน ต้องแยกจากกัน เพราะความผิดทางโลกเป็นเรื่องหนึ่ง ความผิดทางธรรมเป็นเรื่องหนึ่ง สมมติว่าพระอยู่กับสีกา ถือเป็นความผิดทางธรรม แต่ไม่ผิดทางโลก ส่วนการจะสึกนั้นทางกฎหมายบังคับให้สละสมณเพศ แต่จะด้วยความสมัครใจหรือไม่สมัครใจหรือไม่ ต้องไปว่ากันภายหลัง เมื่อคดีทางโลกจบแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องสมณศักดิ์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทาน และสามารถเรียกกลับคืนได้ เรียกว่าถอดถอนสมณศักดิ์ ซึ่งพระบางรูปอาจเจอทุกเรื่อง ยกตัวอย่างพระพิมลธรรม อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ กรุงเทพฯ ซึ่งถูกข้อกล่าวหาเสพเมถุน ต่อมากลับมาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ ก็โดนทั้งให้สละสมณเพศ ถอดจากสมณศักดิ์ และถูกดำเนินคดีอาญา แต่เมื่อศาลทหารตัดสินว่าไม่ผิด ทุกอย่างก็กลับคืนมาสามารถกลับไปนุ่งครองผ้าเหลืองตามเดิม เนื่องจากยังไม่ได้เปล่งวาจาว่าสึก เมื่อเดินเข้าไปกราบพระในแต่ละวัด แล้วสมเด็จพระวัดต่างๆ รับไหว้ แสดงว่ายังคงยอมรับว่าเป็นพระ จนต่อมาได้ขอพระราชทานสมณศักดิ์คืน เป็นต้น&amp;quot; รองนายกฯกล่าว
ลุยคดีเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เดินทางเข้าพบนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล พศ. เพื่อรายงานการทำงานของ พศ. และความคืบหน้าการดำเนินการสอบสวนเรื่องการทุจริตเงินทอนวัด ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า กรณีพระผู้ใหญ่ถูกดำเนินคดีเรื่องเงินทอนวัด ซึ่งกระทบศรัทธาของประชาชน ทาง พศ.จะทำให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องคดีว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะประชุมเรื่องทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 3 ได้ประสานขอข้อมูลจาก พศ.หรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ถ้าขอมาจะให้ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีหนังสือจาก ป.ป.ช.เพื่อขอพยานหลักฐานมาเป็นประจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการดำเนินคดีพระผู้ใหญ่ในขณะนี้ ไม่สะดวกที่จะตอบ&amp;quot; ผอ.พศ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุวพันธุ์กล่าวว่า ได้เชิญ ผอ.พศ.มาเพื่อหารือเรื่องคดีเงินทอนวัดที่ดำเนินการไปแล้วในล็อตที่ 1-3 ส่วนล็อตที่ 4 ยังไม่ได้คุยกัน ตอนนี้หลักการที่ให้ไปคือ ให้ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไปดำเนินการตามหลักฐาน และอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ส่วน พศ.ให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้าราชการที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้กำชับ พศ.ในเรื่องของการใช้งบประมาณในปี 2561 ให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ ซึ่งหลักเกณฑ์เดิมถือว่าดีอยู่แล้ว แต่ถ้าจำเป็นหรือเห็นว่ามีจุดอ่อนก็ขอให้พิจารณาดู เพื่อให้มันรัดกุมเพิ่มมากขึ้น&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณี บก.ปปป.ตร.ส่งสำนวนการสอบสวนคดีเงินทอนวัด 4 คดี ให้สำนักงาน ป.ป.ช.ดำเนินการว่า ที่ประชุมเห็นว่า ปปป.ได้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาบางรายในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งมีมูลฐานจากคดีความผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาบางรายไว้แล้ว ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ป.ป.ช.จึงมีมติส่งเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป และส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกกล่าวหาพิจารณาดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงความเป็นอยู่ของอดีตพระทั้ง 5 ราย ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า การดูแลของผู้ต้องขังระหว่างนี้กิจกรรมจะไม่เข้มข้นเท่าผู้ต้องขังเด็ดขาด เพราะว่าเขาจะต้องต่อสู้คดี แม้ว่าหลายคนจะถอดผ้าเหลืองแล้ว แต่ก็ยังอยากถือศีล ไม่รับประทานอาหารเย็น เราก็อนุโลมตามที่สมควร เฉพาะที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อระเบียบปฏิบัติ ยกตัวอย่างเช่น ชาวมุสลิมที่อยู่ในเรือนจำ ช่วงนี้เป็นช่วงรอมฎอนถือศีลอด เราก็อนุโลมให้ปฏิบัติศาสนกิจได้ตามสมควร บางคนนุ่งโสร่ง สวมหมวก และต้องทำละหมาด เพราะฉะนั้นทุกศาสนาก็ดีทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนสมณศักดิ์ 7 พระเถระ, บก.ป., พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม), พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน), พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ), พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี), พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด วงศ์ชะอุ่ม), พระราชอุปเสนาภรณ์ (สังคม สังฆะพัฒน์), พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คำมา), พระอรรถกิจโสภณ(สมทรง อรรถกฤษณ์), พระเทพวิสุทธิโมลี (พรหมา สปฺปญฺโญ), พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, ฟอกเงิน, มส., ยักยอกทรัพย์, ราชกิจจานุเบกษา, สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ), สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตโต), สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, สิปป์บวร แก้วงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0eaeff5b259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังคายนาคณะสงฆ์ สมเด็จสังฆราชปลด3ชั้นพรหม/จับสึก5พระผู้ใหญ่เงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ้าเหลืองร้อนฉ่า! &amp;ldquo;ฐิติราช&amp;rdquo; แบ่งกำลังค้น 3 วัดใหญ่ &amp;ldquo;สระเกศ-สัมพันธวงศ์-สามพระยา&amp;rdquo; หวังรวบตัวพระเอี่ยวคดีเงินทอนวัด แต่ &amp;ldquo;พระพรหมสิทธิ-พระพรหมเมธี&amp;rdquo; ล่องหน จับได้เพียง 5 รูปเค้นที่กองปราบฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระสังฆราชมีพระบัญชาปลดพระชั้นพรหม 3 องค์พ้น มส. ศาลเด็ดขาดไม่อนุญาตให้ประกันพระเถระทั้ง 5 รูป ส่งผลสึกทันทีก่อนนำเข้าตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ตม.ขึ้นแบล็กลิสต์เจ้าคุณธงชัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 05.30 น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง &amp;nbsp; (ผบช.ก.) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิดฟอกเงินจากคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม หรือเงินทอนวัด ที่ออกเมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งเป็นการขยายผลจากการเข้าตรวจสอบบ้าน ร.ท.ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา นายทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ที่พบบัญชีการโอนเงินในคดีดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตรวจค้นและจับพระเถระ ประกอบด้วย วัดสระเกศราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ และวัดสามพระยาวรวิหาร เขตพระนคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่วัดสระเกศฯ พล.ต.ต.ไมตรีได้นำหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้นเพื่อจับพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาส และเจ้าคณะภาค 10 กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งการตรวจค้นไม่พบตัวพระพรหมสิทธิแต่อย่างใด พบเพียงพระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และนายทวิช สังข์อยู่ อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ดูแลภายในวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง พบว่าวันที่ 23 พ.ค. เวลาประมาณ 11.00 น. พระพรหมสิทธิได้มาฉันเพลตามปกติ ก่อนที่ช่วงเย็นๆ จะเดินทางออกจากวัดไป แต่พบรถที่เคยใช้ประจำจอดอยู่ นอกจากนั้นยังพบบัญชีเงินฝากของพระพรหมสิทธิ 10 บัญชี มีเงินหมุนเวียนเกือบ 132 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดสามพระยาวรวิหาร พล.ต.ต.สุทินได้นำหมายจับเพื่อจับพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยาฯ กรรมการ มส. และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ เลขาฯ เจ้าคณะกรุงเทพฯ พร้อมตรวจค้นหาเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจุดสุดท้าย ที่วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. พร้อมคณะ ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้น เพื่อจับพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เจ้าคณะภาค 4-7 และกรรมการ มส.เช่นกัน แต่ไม่พบตัว จึงได้ตรวจค้นหาเอกสารหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการฟอกเงินเพื่อดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราชได้เดินทางมาติดตามการสอบสวนพระสงฆ์และฆราวาสที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด โดยระบุว่า ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงาน เพราะยังมีเป้าหมายอีกหลายจุดที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย และอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้อง จากนี้เป็นขั้นตอนของการสอบสวน ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ตำรวจจะทำให้ดีที่สุด และเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่เป็นลูกศิษย์ลูกหา แต่ต้องขอให้แยกแยะระหว่างสถาบัน ศาสนากับบุคคล ตำรวจทำงานด้วยความรอบคอบละเอียด ถูกคือถูก ผิดคือผิด คนทำงานไม่ดีก็จะเป็นบาปเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน&amp;nbsp;
คุม 5 พระเถระสอบเข้ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ไมตรีได้นำตัวพระศรีคุณาพร หรือพระครูสิริวิหาร การสมจิตร จันทร์ศรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พระศรีคุณากรณ์ หรือพระมหาบุณรทวี คำมา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพระพิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีเงินทอนวัดมาให้ปากคำ พร้อมของกลางคือซีพียูคอมพิวเตอร์และเอกสาร 1 กล่อง ก่อนนำตัวขึ้นไปสอบสวนด้านบนโดยไม่ยอมให้ติดตามบันทึกภาพและทำข่าวแต่อย่างใด โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนเฝ้าหน้าประตู โดยห้ามบุคคลภายนอกขึ้นบนอาคารอย่างเด็ดขาด และเมื่อเวลา 12.00 น. พนักงานสอบสวนได้เริ่มสอบสวนพระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งแยกกันสอบคนละห้องกันในแต่ละวัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังใช้เวลาสอบกว่า 2.30 ชั่วโมง ในเวลา 14.30 น.พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้นำตัวพระเถระชั้นผู้ใหญ่จาก 2 วัด ประกอบด้วย วัดสามพระยาฯ คือ พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัด กรรมการ มส. และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และวัดสระเกศฯ คือ พระศรีคุณาภรณ์, พระครูสิริวิหารการ และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ทั้ง 3 รูปเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส รวมถึงฆราวาสอีก 4 ราย ประกอบด้วย น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา อดีตเจ้าของ หจก.ดีดี ทวีคูณ มารดา ร.ท.ฐิติทัศน์ น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้าน, นายธีระพงษ์ พันธุ์ศรี และนายทวิช สังข์อยู่ ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.-4 มิ.ย.นี้เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 9 รายได้ ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องทั้ง 9 ราย รายละ 250,000 บาท รวมเงินประกันทั้งสิ้น 2,250,000 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 20.30 น. ศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย โดยศาลพิเคราะห์แล้ว คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์การกระทำความผิดมีผลกระทบต่อพุทธศาสนา และมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยมีการแบ่งหน้าที่ยักย้ายเงินที่ได้มาผ่านทางธนาคาร จึงต้องมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหากับพวก หากให้ปล่อยชั่วคราวแล้วเชื่อว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้าน จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภายหลังศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว ก็ได้ทำการสึกพระชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูปจากความเป็นพระ โดยถอดพระเหลือง แล้วให้สวมชุดขาว โดยทั้งพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป และฆราวาสอีก 4 ราย ก็ถูกควบคุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง ระหว่างการฝากขังนี้ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ระบุว่า สตม.ได้ขึ้นบัญชีดำหรือแบล็กลิสต์พระพรหมสิทธิ เพื่อไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศผ่านด่าน ตม.แล้ว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความเข้มงวดตามด่านถาวรทุกจุด และด่านตามแนวชายแดนทั่วประเทศ
ปลด 3 พระชั้นพรหมพ้น มส.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พระพรหมมุนี เลขานุการสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) เผยว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาให้กรรมการ มส.พ้นจากตำแหน่ง จำนวน 3 รูป คือ 1.พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และ 3.พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ตามที่สำนักงาน พศ.ประมวลผลเสนอมา ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเป็นการให้พ้นตำแหน่งไปก่อน หากทั้ง 3 รูปสามารถพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการทางกฎหมาย และไม่มีความผิด ก็สามารถที่กลับมาดำรงตำแหน่งกรรมการ มส.ได้อีกครั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเข้าตรวจค้นและจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ว่า เขาไปตรวจเรื่องเงินทอน ส่วนจะเชิญไปให้ปากคำกี่รูปนั้น เป็นเรื่องของตำรวจ และไม่ใช่นโยบายการจัดระเบียบสงฆ์ แต่เป็นเรื่องการทุจริต เป็นเรื่องของการตรวจสอบ หากไม่ผิดก็ไม่เป็นไร ถ้าผิดก็ว่าไป เจ้าหน้าที่ตำรวจเขารู้ว่าควรทำอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ กล่าวเช่นกันว่า เป็นกระบวนการที่เจ้าหน้าที่ได้เดินหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน ซึ่งทุกคนต้องแยกแยะให้ออก เพราะชาวไทยพุทธก็ยังต้องกราบไหว้พระกันอยู่ จึงเชื่อว่าหากเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ทุกอย่างก็จะจบลง คนไทยก็จะไหว้พระตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าสิ่งที่ตำรวจดำเนินการไปเป็นไปตามข้อมูลที่ปรากฏ และเรื่องของคณะสงฆ์นั้น จะประกอบไปด้วยกฎหมาย มส.และพระธรรมวินัย ซึ่งทั้ง 2 ส่วนต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องการสึกพระนั้น มีกระบวนการ ขั้นตอน ตามกฎของ มส. และพระธรรมวินัยที่ต้องพิจารณาเชื่อมโยงกัน สำหรับกรณีดังกล่าวต้องค่อยๆ ดูไปก่อน พศ.ทำงานร่วมกับคณะสงฆ์อยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าเรายังมีพระสงฆ์ที่ดี สมควรแก่การกราบไหว้ด้วยความจริงใจอยู่เต็มประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่จะช่วยกันทำนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาให้ก้าวหน้าสืบต่อไป&amp;rdquo;นายสุวพันธุ์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมโน เลาหวณิช รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เจ้าหน้าที่ต้องรีบปฏิบัติการ เพราะกลัวหลักฐานต่างๆ จะหายไป ส่วนที่พระพรหมสิทธิไม่อยู่ที่วัดระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น น่าจะรู้ตัวหรือมีลูกศิษย์โทรศัพท์แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งเชื่อว่ายังหลบอยู่ในประเทศ อาจไปหลบซ่อนอยู่ตามบ้านลูกศิษย์ เพราะรถยนต์ที่ใช้ประจำก็ยังอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พระพรหมสิทธิอาจไปหลบเพื่อตั้งหลัก เพราะหลักฐานในคดีที่ท่านเกี่ยวข้องตามข่าวค่อนข้างชัดเจน และมีเงินในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ส่วนกรณีของพระพรหมดิลกนั้น น่าจะหลบหนีทันมากกว่า เพราะปกติพระผู้ใหญ่ 3 รูป คือ วัดสามพระยาฯ วัดสระเกศฯ และวัดสัมพันธวงศ์ฯ พบปะกันบ่อยอยู่แล้ว&amp;rdquo; นายมโนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9945</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวิช สังข์อยู่, น.ส.นุชรา สิทธินอก, ผบก.ป., ผ้าเหลืองร้อนฉ่า, พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์, พระครูสิริวิหาร การสมจิตร จันทร์ศรี, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม), พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ), พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี), พระมหาบุณรทวี คำมา, พล.ต.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มส., ร.ท.ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา, ศรภ., สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b07d241af9a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจขนกำลังบุกทลายโกดังค้าไม้พะยูงข้ามชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขานรอง.ผบ.ตร.พร้อมด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบ.ชก.สอบสวนกลาง,พล.ท.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผอ.ศปป4.กอ.รมน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล เจริญชันษา รอง.อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้ชุดปฎิบัติการของ บก.ปทส.และ&amp;nbsp;,ชุดปฏิบัติการ ศปก.พป. (ทส)&amp;nbsp;,ศปป4.กอ.รมน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำโดย พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข และ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp;,&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบการจับกุมดำเนินคดีคลังสินค้าของกลุ่มนายทุนใหญ่ที่ลักลอบค้าไม้พะยูง ข้ามชาติ (พิกัด) ถ.ร่มเกล้า ซ.21เขตลาดกระบัง กทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด คือ&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;บริเวณภายในโกดังคลังสินค้า พบไม้พะยูงแปรรูป&amp;nbsp;141&amp;nbsp;ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร&amp;nbsp;2.958&amp;nbsp;ลบ.ม. เลื่อยโซ่ยนต์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว และพบอาวุธปืนไม่มีทะเบียนในบริเวณที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;บริเวณด้านหน้าโกดังคลังสินค้า พบรถบรรทุกบรรจุไม้พะยูงแปรรูป&amp;nbsp;200ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตรไม้ประมาณ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมปริมาตรไม้ทั้งหมด&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลบ.ม.มูลค่าไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;6ล้านบาท ผู้ต้องหา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน ของกลางในคดีเป็นรถยนต์บรรทุก6ล้อตู้ทึบ&amp;nbsp;1คัน รถปิคอัพ&amp;nbsp;2คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รถเก่ง&amp;nbsp;1คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รถโฟค์ลิฟ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อุปกรณ์ในการแปรรูปไม้จำนวนหนึ่ง พร้อมอาวุธปืนสั้น&amp;nbsp;1กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพยัคฆ์ไพรของศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป),ชุดปฏิบัติการของ บก.ปทส. และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการของ ศปป4.กอ.รมน.ได้เปิดปฎิบัติการติดตามกลุ่มขบวนการลักลอบไม้มีค่าข้ามชาติหลายเครือข่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีการติดตามและปฎิบัติการด้านการข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนทำให้สามารถขยายผลการจับกุมได้ถึงแหล่งโกดังแหล่งซุกซ่อนไม้เพื่อรอบรรจุใส่ตู้คอนเทรนเนอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อลักลอบส่งออกต่างประเทศและได้ขยายผลการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องได้หลายเครือข่าย จนทำให้พบกลุ่มขบวนการต้องหาที่ซุกซ่อนไม้แหล่งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดปฏิบัติการข่าวของ บก.ปทส.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ขยายผลติดตามกลุ่มขบวนการมายังแหล่งซุกซ่อนไม้จนพบไม้พะยูงซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเข้าตรวจสอบพบ คนงาน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายพรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ๆ ผู้ดูแลกำลังบรรจุไม้พะยูงใส่ลังเหล็กที่ต่อขึ้นเพื่ออำพรางใส่ไม้ โดยเฉพาะเพื่อบรรจุลักลอบออกต่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่เข้าตรวจสอบคณะเจ้าหน้าที่พบ ผู้หญิง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนในที่เกิดเหตุแต่ให้การปฎิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เจ้าหน้าที่มีหลักฐานเชื่อได้ว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการจึงดำเนินการควบคุมตัวเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฐานร่วมกันมีไม้พะยูงแปรรูปไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายพรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนดูแล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรวจสอบอาวุธปืนสั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระบอกในครอบครองและตรวจสอบพบเอกสารในการซื้อขายไม้ และ เอกสารที่เกี่ยวข้องการส่งออกตามขบวนการศุลกากร ของ บริษัท ๆ ผู้ดำเนินการ และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าของไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มขบวนการนี้ได้เพิ่งมาเช่าโกดังดังกล่าวไม่นาน น่าจะย้ายโกดังเดิมเพื่อพยายามหลบซ่อนเจ้าหน้าที่ที่ขยายผลหนักต่อกลุ่มขบวนการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังตรวจสอบพบว่ากลุ่มขบวนการนี้น่าจะกระทำมานานจากรูปแบบและเอกสารที่ตรวจสอบพบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการที่คณะเจ้าหน้าที่ได้จับกุมไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายหลัง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง.ผบ.ตร.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้เข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่ได้สั่งการให้ดำเนินการขยายผลให้ถึงที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7892</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับไม้พะยูง, ทรัพยากรธรรมชาติ, ผบ.ชก.สอบสวนกลาง, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, ลักลอบค้าไม้เถื่อน, ไม้พะยูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae13af9452c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แผน&#039; แจ้นถอนฟ้อง &#039;2บิ๊กตำรวจ&#039; อ้างตกใจกลัวจึงฟ้องไปก่อน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ &amp;quot;แผน&amp;quot; พยานฝ่ายครูปรีชา ในคดีหวย 30 ล้านบ้าน พร้อมด้วย นายสุกิจ พูนศรีเกษม ที่ปรึกษาด้านทนายความ เดินทางมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในเวลากระชั้นชิด คือ ออกหมายเรียกเมื่อวันที่ 14 มีนาคมโดยให้มาพบในวันที่ 15 มีนาคม และกรณีการกล่าวหาเปลี่ยนคำให้กรณีการกล่าวหาเปลี่ยนคำให้การของพยานเรื่องบุคคลเก็บสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่า 30 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐนุกร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทีเดินทางมาฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และผู้บังคับการปราบปราม ตัวเองตกใจกลัวกลับการสอบปากคำครั้งแรกและหลังจากนั้นมีสื่อนำเสนอข่าวว่าหากเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาตำรวจจะออกหมายจับทันทีซึ่งทำให้ตัวเองรู้สึกตกใจและหวาดกลัวจึงมายื่นเรื่องฟ้องไว้ แต่หลังจากรับทราบข้อกล่าวหา ก็ได้รับความชี้แจงถึงการทำหน้าที่ ทำให้ทราบและเข้าใจการทำงานมากขึ้น จึงไม่มีเหตุหรือสาระสำคัญที่จะฟ้องร้องดำเนินคดี จึงเดินทางมาถอนฟ้องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสุกิจ ระบุว่า ทนายคนเดิมที่ฟ้องไปไม่มีสาระสำคัญต่อคดีซึ่งเป็นการฟ้องตามเพจชื่อดังที่ลงไป และตัวเองนำข้อมูลว่าดูแล้วเห็นว่าไม่มีสาเหตุของการฟ้องร้องจึงเข้ามายื่นคำขอถอนฟ้อง ส่วนการที่สังคมแปลกในว่าก่อนหน้านี้ ที่นายแผน ยืนยันจะเดินหน้าเอาผิดแต่กลับมาขอถอนฟ้องนั้นไม่ใช่เพราะถูกข่มขู่ อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6056</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหวย30ล้าน, ฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม, ถอนฟ้อง, ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, แผน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8f53e6c693.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 16:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊พัชร-เจ๊เกียว&#039;ร้องศาลขอความเป็นธรรม สั่งตำรวจออกหมายเรียกก่อนหมายจับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8&amp;nbsp;มี.ค. 61 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัชร และนางปณัญชา สุขพูล หรือเจ๊เกียว แม่ค้าจำหน่ายลอตเตอรี่ในตลาดเรดซิตี้ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพยานในคดีแย่งสิทธิในสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ล้านบาท ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กรณีที่ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทำนองว่า ในวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มี.ค.นี้ กองบังคับการปราบปรามจะยื่นคำร้องขอออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน ในคดีหวย&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ล้าน ในข้อหาให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำร้องมีเนื้อหาระบุว่า ตนทั้งสองยืนยันว่าได้ให้การกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ไปตามข้อเท็จจริง ขณะที่ยังให้ความร่วมมือในการสอบสวนเป็นอย่างดี ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และมีอาชีพค้าขายเป็นหลักแหล่ง หากมีการขอหมายจับจริง ก็ไม่ต่างกับกรณีการจับกุมนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ที่โรงเรียนเทพมงคลรังษี จ.กาญจนบุรี โดยใช้กำลังตำรวจเป็นจำนวนมาก สร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชน เป็นการคุกคามการดำเนินชีวิตของประชาชน จึงมาร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ซึ่งพวกตนทั้งสองพร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม หรือกองบัญชาการสอบสวนกลางออกหมายเรียกก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่งานสารบรรณศาลอาญาแล้ว ทั้งสองปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน มีเพียง น.ส.กนกพร หมวกไสว หรือฟ้า คนสนิทของครูปรีชา ที่เดินทางมาด้วยให้สัมภาษณ์ว่า ตนเดินทางมาเป็นเพื่อน น.ส.เมตตา ใคร่ครวญ พี่สาวของครูปรีชา ซึ่งพาเจ๊พัชรกับเจ๊เกียวมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ส่วนตนเพิ่งกลับจากสภาทนายความฯ หลังจากได้ยื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องมรรยาททนายความคนหนึ่ง ซึ่งทางสภาทนายความฯ ได้รับเรื่องไว้แล้ว ขอให้สื่อรอติดตามต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูปรีชา, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, ร้องศาล, ลอตเตอรรี่30ล้าน, หวย30ล้าน, เจ๊พัชร, เจ๊เกียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa100fbbf4bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2018 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2018 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลิกแล้ว!&#039;ฐิติราช&#039;ยันพรุ่งนี้ออกหมายจับหวย30ล้านชุดแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;27 ก.พ.61- &amp;nbsp;พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผย ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวตำรวจกองปราบปรามเตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีหวยล๊อตเตอรี่ 30 ล้านบาทว่า ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานมีข้อมูลทุกอย่างหมดแล้ว โดยในวันพรุ่งนี้(28ก.พ.)จะมีการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องชุดแรกแต่ไม่ขอเปิดเผยว่ามีจำนวนกี่คนและข้อหาอะไรบ้าง แต่ยืนยันว่าเป็นข้อหาที่ความผิดเพียงพอขอศาลอนุมัติหมายจับได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะอนุมัติหมายจับหรือหมายเรียก เนื่องจากเจ้าตัวยืนยันมาตลอดว่าจะไม่หนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเรื่องคลิปเสียงการสนทนาที่ปรากฎเป็นข่าวของ น.ส.ฟ้า &amp;nbsp;ตำรวจก็มีข้อมูลแล้วเช่นกันแต่ไม่ได้ให้น้ำหนักเนื่องจากคนพูดจะพูดอย่างไรก็ได้และแนวทางการสอบสวนของเจ้าหน้าที่มีความชัดเจนแล้ว พร้อมระบุ ในส่วนผลการสอบสวนทั้งหมดหลังจากนี้จะรวบรวมเสนอให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.แถลงรายละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ก.เปิดเผยต่อว่า เชื่อว่าคดีในลักษณะแบบนี้มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอีก จึงเตรียมรวบรวมแผนประทุษกรรมและรื้อคดีที่เกิดขึ้นมาเพื่อป้องกันและให้การทำคดีในลักษณะนี้รอบคอบรัดกุมยิ่งขึ้น โดยยกตัวอย่างกรณีเหตุที่จังหวัดบุรีรมย์ ซึ่งได้สร้างความเสียหายและเกือบมีการดำเนินคดีกับเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคดีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อน โดยเกิดจากการที่แม่ค้าขายล๊อตเตอรี่ซึ่งที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองมีหวยที่ถูกรางวัล จึงไล่โทรหาโดยเฉพาะลูกค้าประจำหลายคน รวมถึงครูปรีชา โดยพูดทำให้ครูปรีชาเชื่อว่าตนเองถูกหวยจริง ขณะฝั่งร.ต.ท.จรูญ วิมูล ให้ข้อมูลสับสนแต่แรกเพราะจำรายละเอียดไม่ได้จนกลายเป็นคดีความ และคดีดังกล่าวมีแนวโน้มว่า ตำรวจระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ อาจจะถูกดำเนินคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา &amp;nbsp;157 ที่บกพร่องในการทำสำนวนคดีด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิติราช, ผบช.ก., พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, หวย30ล้าน, หวยอลเวง, ออกหมายจับ, ไม่ให้น้ำหนักคลิบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a952769afb27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
