<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.จัดชุดควบคุมฝูงชน 57 กองร้อย รักษาความปลอดภัยม็อบ19กันยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. มีหนังสือวิทยุในราชการศูนย์ปฎิบัติการ ตร. ขอรับการสนับสนุนกองร้อยควบคุมฝูงชน จำนวน 57 กองร้อย จาก ตร. เพื่อปฎิบัติภารกิจการรักษาความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ได้เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุม &amp;quot;19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร์&amp;quot; ในวันที่ 19 ก.ย.63 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การดูแลการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และสนับสนุนภารกิจของ บช.น. จึงให้หน่วยต่างๆดำเนินการดังต่อไปนี้ ให้หน่วยงานจัดกำลังควบคุมฝูงชน หรือ คฝ. พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ประจำกาย สนับสนุน บช.น. ประกอบด้วย ตชด. จำนวน 9 กองร้อย, ภ.1 จำนวน 10 กองร้อย, ภ.2 จำนวน 7 กองร้อย, ภ.3 จำนวน 6 กองร้อย, ภ.4 จำนวน 6 กองร้อย, ภ.5 จำนวน 1 กองร้อย, ภ.6 จำนวน 8 กองร้อย, ภ.7 จำนวน 8 กองร้อย, และ ภ.8 จำนวน 2 กองร้อย รวมทั้งหมด 57 กองร้อย กว่า 8,550 &amp;nbsp;นาย และ ให้ บช.น. จัดเตรียมสถานที่สำหรับรองรับดูแล คฝ. ที่สนับสนุนภารกิจและดำเนินการในการจัดกำลังดูแลการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยให้กำลัง คฝ. ที่สนับสนุน บช.น.รายงานตัวในวันศุกร์ที่ 18 ก.ย.63 และให้หน่วยจัดสรรงบประมาณในการเดินทางของหน่วยไปก่อนแล้วแจ้งรายละเอียดของงบประมาณที่ใช้มายัง ตร.เพื่อจัดสรรให้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหน่วยสนับสนุนกองร้อยควบคุมฝูงชน ที่จะมาร่วมปฏิบัติในวันที่ 19 ก.ย.63 ประกอบด้วย กก.ตชด.ที่ 11 , 12 , 13 , 14 , 21 , 24 , 31 , 34 และ บก.สอ. , ภ.1 ปทุมธานี , สมุทรปราการ , ลพบุรี , สิงห์บุรี , ชัยนาท , พระนครศรีอยุธยา , อ่างทองและสระบุรี , ภ.2 ตราด , ชลบุรี , สระแก้ว , ฉะเชิงเทรา , จันทบุรี , นครนายก และปราจีนบุรี , ภ.3 ชัยภูมิ , นครราชสีมา , บุรีรัมย์ , สุรินทร์ , กาฬสินธุ์ และศรีสะเกษ , ภ.4 มหาสารคาม , ขอนแก่น , ร้อยเอ็ด , เลย , หนองบัวลำภู และอุดรธานี , ภ.5 แพร่ , ภ.6 นครสวรรค์ , ตาก , พิจิตร , อุทัยธานี , เพชรบูรณ์ , พิษณุโลก , สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ,&amp;nbsp;ภ.7&amp;nbsp;นครปฐม , สุพรรณบุรี , กาญจนบุรี , เพชรบุรี , ประจวบคีรีขันธ์ , สมุทรสาคร , สมุทรสงคราม และราชบุรี , ภ.8 ชุมพร และระนอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77648</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, กองร้อยควบคุมฝูงชน, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, ม็อบ19กันยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61e9f4bf527.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าก้าวล่วงสถาบัน ตู่สอนน้องพร้อมเบรกการเมืองจุ้น/บช.น.รอรวมข้อมูลฟัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็ก พปชร.เรียงหน้าโต้ข้อเรียกร้องม็อบเยาวชนปลดแอกไม่เหมาะกับสถานการณ์ สภาไม่มีความผิด เลือกตั้งช่วงโควิดยิ่งซ้ำเติมปัญหา ปัดรัฐคุกคาม มีแต่นายกฯ โดนชูป้ายคุกคาม อยากแก้ รธน.ไปเสนอ กมธ. วอนน้องๆ ให้มีสติอย่าหลงเชื่อคนยุยง ปชป.ก็ขวางยุบสภาแต่หนุนปลดล็อก รธน. &amp;quot;ช่อ-ก้าวไกล&amp;quot; เชียร์ม็อบเป็นความสวยงามของ ปชต. อ้างจะไม่แทรกแซง &amp;quot;จตุพร&amp;quot; สอนน้อง นศ.ยึดกุม 3 ข้อเรียกร้องให้แข็งแรง เตือนต้องไม่ก้าวล่วงสถาบันฯ เบรกฝ่ายการเมืองอย่าจุ้น บช.น.เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้ชุมนุม คนชูป้ายข้อความโดนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา เยาวชนปลดแอก-Free YOUTH และกลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ที่มีการเรียกร้องถึงรัฐบาล 3 ข้อ โดยนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอตอบน้องๆ ดังนี้ 1.เรียกร้องให้ยุบสภาโดยให้เหตุผลว่าแก้ปัญหาโควิดไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจไม่ดี ต้องแยกแยะว่าสภากับฝ่ายบริหารคนละส่วนกัน ฝ่ายบริหารคือรัฐบาลที่กำลังแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ ประเทศเราแก้ปัญหาโควิดได้ดีมากจนทั่วโลกชื่นชมและยอมรับ เมื่อไวรัสนี้มาทำให้เดือดร้อนเศรษฐกิจหยุดชะงักทั่วโลก รัฐบาลจึงได้มีมาตรการต่างๆ ในการดูแลประชาชนที่เร่งด่วน ซึ่งทำงานอย่างมีระบบและแบบแผน ขณะนี้สภาก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างปกติ ยังไม่เกิดความเสียหายหรือผิดพลาด ไม่ควรผลักภาระไปให้ประชาชนต้องมาเลือกตั้งใหม่ และพี่ก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลใหม่จะถูกใจน้องๆ นศ.หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 2 หยุดคุกคามประชาชนนั้น ต้องถามกลับน้องๆ นศ.ว่ารัฐบาลคุกคามใคร รัฐบาลไม่เคยคิดคุกคามแม้มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ยังเห็นหลายคนออกมาเคลื่อนไหวโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และที่ผ่านมามีแต่กลุ่มที่เห็นต่าง บางคนบางกลุ่มที่ออกมาต่อต้านรัฐบาลเท่านั้น เช่น กรณีที่มีชายสองคนไปยกป้ายด่านายกฯ ที่ระยอง และเป็นคนในกลุ่มเครือข่ายต่อต้านรัฐบาลตลอดมา นั่นคือการคุกคามนายกฯ มิใช่หรือ การที่น้องๆ นศ.ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ไปคุกคาม ทั้งที่ยังอยู่ในห้วง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อแก้ไขวิกฤติไวรัส ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็แค่ไปดูแลความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อ 3 การเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภากำลังศึกษาแนวทางแก้ไขอยู่ โดยมีคณะกรรมาธิการฯ ที่สภาตั้งขึ้นมาจากทุกพรรคการเมือง ทั้งซีกฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล รวมถึงผู้ทรงวุฒิที่สภาเสนอ ชื่อมา ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนอยู่แล้ว อยากให้แก้ประเด็นอะไรบ้าง ก็ติดต่อคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธาน กมธ. หรือคณะ กธม.ได้ ในส่วนที่น้องๆ นศ.ต้องการอยากนำเสนอในการแก้ไข กธม.จะได้นำไปพิจารณา ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ได้ไปก้าวล่วงการทำงานของ กธม.ของสภาแต่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พี่ต้องขอร้องให้มีสติให้มั่น อย่าได้เอาข้อมูลข่าวสารผิดๆ มาจากบางพรรคบางกลุ่มการเมืองแล้วมาเคลื่อนไหวกดดันโจมตีรัฐบาลและนายกฯ เพราะคนกลุ่มนั้นบางคนขาดความชอบธรรมในทางการเมืองแล้ว วันนี้ความรักความสามัคคีปรองดองของคนไทยเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยอยู่รอด ขอให้น้องๆ มีสติ เอาชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ประเทศชาติจะได้อยู่รอดปลอดภัย นายกฯ และรัฐบาลมีความตั้งใจเต็มที่ที่จะเดินหน้าให้ประชาชนอยู่ดีกินดีและมีเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้น้องๆ นศ.และพวกเราคนไทยทุกคนต้องร่วมมือกันด้วยความจริงใจ ประเทศเราจึงชนะและก้าวข้ามผ่านวิกฤติไปด้วยกันครับ&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวเช่นกันว่า เจตนาการออกมาแสดงพลังของเยาวชนก็คงอยากเห็นบ้านเมืองพัฒนาขึ้น แต่การแสดงออกต้องอยู่ในกรอบกฎหมายและใช้ข้อเท็จจริงในการสื่อสาร อย่าหลงเชื่อหรือให้ใครอยู่เบื้องหลังยุงยงปลุกปั่นได้ ส่วนข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อนั้นยังไม่มีความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะการแก้ไขปัญหาโควิด-19 และเศรษฐกิจกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี หากมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ก็ยิ่งจะแย่ลงไป กลายเป็นซ้ำเติมปัญหาปากท้องประชาชนไปอีก ตั้งแต่มีการเลือกตั้งและมีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยคุกคามประชาชน ไม่มีการใช้กฎหมายความมั่นคงปิดปากประชาชน มิฉะนั้นคงไม่มีการชูป้ายประท้วงและการชุมนุมหลายๆ ครั้งเกิดขึ้นได้ ส่วนร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขณะนี้ก็อยู่ในกระบวนการของ กมธ.วิสามัญพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 มี ส.ส.ทุกพรรคนั่งใน กมธ.ชุดนี้ จึงควรนำเสนอความเห็นข้อเรียกร้องพร้อมเหตุผลผ่านช่องทางของ กมธ.&amp;nbsp;
อัด&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;กลับกลอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า &amp;nbsp;กล่าวสนับสนุนและเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมนั้น น.ส.ทิพานันกล่าวว่า ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ตอกย้ำถึงความกลับไปกลับมา มีเพียงคำพูดสวยหรู แต่ไร้หลักการ เพราะในอดีตนายธนาธรเคยพูดไว้บนเวทีดีเบตลุยศึกเลือกตั้ง 62 ประชันวิสัยทัศน์แคนดิเดตนายกฯ ณ ลานโพธิ์ ม.ธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 62 ว่า &amp;quot;ไม่สนับสนุนการลงถนน ให้สู้โดยกลไกสภา&amp;quot; พูดย้ำหลายครั้งว่า &amp;ldquo;รัฏฐาธิปัตย์ยังอยู่ที่สภาๆๆ&amp;rdquo; ซึ่งวันนั้นตนก็ชื่นชมที่ยึดหลักแกนของประชาธิปไตย แต่ทำไมมาวันนี้กลับลืมคำพูดตัวเอง ทำตรงกันข้ามกับที่พูดอย่างสิ้นเชิง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตโฆษกพรรค พปชร. กล่าวว่า วันนี้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย นายธนาธรก็ผ่านการเลือกตั้งมาแต่ในหัวนายธนาธรคิดอยู่ 2 อย่างคือ บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย สืบทอดอำนาจเผด็จการ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตนี้จะทำประโยชน์อะไรให้ประเทศชาติและประชาชนบ้าง ไม่เคยคิดนโยบายที่ทำให้ประเทศก้าวหน้า ประชาชนอยู่ดีกินดี วันนี้ออกมาปลุกระดมประชาชนให้ออกไปชุมนุมอีก ทั้งนี้แม้จะเป็นพลังบริสุทธิ์ของนักศึกษา แต่ก็มีพลังที่แอบแฝงรวมอยู่จำนวนมากเพราะแกนนำหลายคนก็เป็นกลุ่มเดิมๆ ที่เคลื่อนไหวตรงข้ามรัฐบาลมาตลอด อยากจะแนะนำน้องๆ ขอให้ไตร่ตรอง อย่าปล่อยให้พลังที่ไม่บริสุทธิ์มาครอบงำในการขับเคลื่อน วันนี้ประเทศชาติกำลังประปัญหาโควิด-19 เศรษฐกิจย่ำแย่ ประชาชนกำลังเดือดร้อน จะมาซ้ำเติมประเทศให้บอบช้ำอีกทำไม พล.อ.ประยุทธ์ฟังเสียงประชาชน มีอะไรก็นำเสนอรัฐบาลผ่านช่องทางต่างๆ หรือผ่าน ส.ส.โดยใช้กลไกรัฐสภาได้ ซึ่งดีกว่าการปลุกม็อบลงถนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.เขตหลักสี่ กทม. พรรค พปชร. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มเยาวชนปลดแอกว่า เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย และไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนด้วย ส่วนที่เรียกร้องให้ยุบสภา ขออย่าลืมว่าระบบรัฐสภานั้นก็มาจากระบอบประชาธิปไตยเช่นกัน ที่ ส.ส.มาจากเสียงของประชาชน ซึ่งสภาและ ส.ส.ไม่ได้มีความผิดอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่รับฟังความเห็นจากทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนก็ตาม ทุกฝ่ายก็อยากเห็นความเป็นประชาธิปไตยดำรงอยู่ในประเทศและดียิ่งขึ้น ซึ่งหากจะนับหนึ่งได้และเห็นเป็นรูปธรรมก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากมีการแก้ไขไปในทิศทางที่ดีก็ถือว่ามีความคืบหน้าให้กับประเทศ กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญจะต้องดำเนินตามขั้นตอน ในส่วนพรรค ปชป. มีความชัดเจนที่จะต้องแก้ไขในมาตรา 256 ที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากปลดล็อกตรงนี้ได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. กล่าวว่า การชุมนุมของนักศึกษาเป็นการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตยภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะเป็นการชุมชนภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ตาม สำหรับข้อเรียกร้องในการชุมนุม 3 ข้อนั้น ถ้ามีการแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เป็นประชาธิปไตย และยึดโยงกับประชาชน ก็สามารถตอบโจทย์ข้อเรียกร้องของทุกฝ่ายได้ทั้งหมด ส่วนการยุบสภาไม่ก่อเกิดประโยชน์ใดๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาหรือทำให้สถานการณ์ของบ้านเมืองดีขึ้นมาได้ ทั้งนี้จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องตอบรับข้อเรียกร้องของ สนท.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทันที ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการคนหนึ่ง เห็นว่าการดำเนินงานเป็นไปด้วยความล่าช้า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อปลดล็อกทางการเมืองไม่ให้บ้านเมืองเดินไปสู่ทางตัน เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายในสังคมได้มีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจของใคร
เตือนม็อบระวังโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ รองโฆษกพรรค ปชป. กล่าวว่า การชุมนุมดังกล่าวเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ตอนนี้เราอยู่ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินในการควบคุมโรค ก็อยากให้ทุกคนเคารพกฎหมาย และไม่อยากให้ผู้ที่มาชุมนุมฟังการยุยงของนักการเมืองบางคน เพราะประชาชนรอการช่วยเหลือและการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากรัฐบาล จึงอยากให้เกิดความสงบเกิดขึ้น เพื่อที่รัฐบาลจะได้มีสมาธิในการช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นการเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกหรือยุบสภานั้น ไม่เป็นผลดีกับประเทศในเวลานี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ในฐานะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ตนก็มีความกังวลในกรณีที่มีการชุมนุมจะมีการรวมกันเป็นจำนวนมาก แต่มาตรการที่ต้องดำเนินการคือต้องรักษาระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือเป็นประจำ และมีการคัดกรอง รวมถึงทำความสะอาดสถานที่เป็นประจำ การชุมนุมของนักศึกษาเมื่อวานนี้ ตนได้สั่งกรมการแพทย์ร่วมมือกับศูนย์นเรนทร โรงพยาบาลวชิระ และโรงพยาบาลกลาง ไปประจำยังพื้นที่ชุมนุม และให้ดูแลความปลอดภัยสุขภาพ จนมีการยุติชุมนุมเมื่อตอนเที่ยงคืนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ถ้าทำตามหลักการรักษาระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือเป็นประจำ ก็สามารถชุมนุมแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องยึดตามกฎหมาย เป็นการชุมนุมโดยชอบหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความลงบนทวิตเตอร์ว่า &amp;quot;สิ่งหนึ่งที่ชอบมากในการชุมนุมเมื่อคืนนี้ คือแต่ละคนมีวาระเป็นของตัวเอง เห็นทั้งป้ายรณรงค์ #สมรสเท่าเทียม #saveวันเฉลิม และกรณีอุ้มหายอื่นๆ เรื่องรัฐสวัสดิการ ทำป้ายกันมาเอง แจกกันเอง หรือเขียนสดๆ ตรงนั้น นี่คือความสวยงามของประชาธิปไตย ใบหน้ายิ้มเล็กน้อย &amp;nbsp;#เยาวชนปลดแอก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ตนเดินทางไปสังเกตการณ์และรับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมชุมนุม เนื่องจากมีคนให้ความสนใจจำนวนมาก และให้กำลังใจแก่ผู้มาร่วมชุมนุม อย่างไรก็ตาม แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญตรงนี้ได้ เพราะประชาชนมองข้าม พล.อ.ประยุทธ์ไปแล้ว มีแต่ต้องยุบสภาเท่านั้น การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เหมือนกับการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมานับแต่ตั้งแต่ปี 2549 แต่ครั้งนี้คนที่ออกมาออกมาเพื่อตัวพวกเขาเอง จากหลายๆ ปัจจัยที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง พรรคก้าวไกลขอยืนยันว่า เราจะไม่แทรกแซงการชุมนุม ไม่มีการให้คำแนะนำ แต่อย่างใด เราอยากเห็นบรรดาแกนนำเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่ จากพลังที่บริสุทธิ์ โดยเราจะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น
อย่าก้าวล่วงสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า การชุมนุมนั้นสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำทั้ง 2 ฝ่าย คือการแข่งความอดทนซึ่งกันและกัน ตนผ่านเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ซึ่งในขณะนั้นก็เป็นคนหนุ่มสาวเหมือนกับคนเหล่านี้ จึงรู้ว่าคนหนุ่มสาวเป็นพลังบริสุทธิ์ มีความฝัน มีความหวัง ดังนั้นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมืองนั้นเป็นหน้าที่ ฝ่ายผู้ปกครองจะต้องใจกว้าง จะต้องมีความอดทนให้ถึงที่สุด ข้อเรียกร้อง 3 ข้อนั้น ก็ต้องยึดกุมให้แข็งแรง และที่สำคัญต้องไม่ไปก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะจะทำให้เป็นจุดอ่อนโดยฉับพลัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดและใจกว้าง ต้องไม่คิดในการที่จะล้อมปราบ เพราะจะทำให้สถานการณ์ของประเทศยุ่งยากมากยิ่งขึ้น พลังบริสุทธิ์จะเป็นภูมิต้านทานที่ดีที่สุด บรรดานักการเมืองพรรคการเมืองจะต้องเว้นระยะห่างจากพลังบริสุทธิ์เหล่านี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ขอเสนอให้พรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และ 7 พรรคฝ่ายค้าน ได้ประชุมหาทางออกจากวิกฤตการณ์ด้วยกันในระบบรัฐสภา เพื่อแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องของเยาวชนนิสิตนักศึกษา และเร่งรัดให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและบทเฉพาะกาลเพื่อนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร.ทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขกติกาที่เป็นธรรมสำหรับการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมในอนาคต นำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งและการปรองดองของสังคมที่แตกแยกอย่างแท้จริง หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ก็ต้องยุบสภาในทันที เนื่องจากหลายฝ่ายเห็นว่ารัฐบาลภายใต้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า การจัดชุมนุมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายข้อหา เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่จะต้องเร่งดำเนินการออกหมายเรียกและติดตามจับกุมผู้ที่ต้องสงสัยรวมทั้งแกนนำม็อบทั้งหมด จากนั้นยังต้องออกหมายเรียกแกนนำกลุ่มการเมืองและ ส.ส.บางคนที่ให้ท้ายการชุมนุมดังกล่าว เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อบุคคลอื่นๆ ที่ริอ่านจะจัดการชุมนุมหรือเป็นแกนนำการชุมนุมโดยฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีกระทบกระทั่งกับประชาชน ตำรวจพยายามกันไม่ให้ผู้ชุมนุมลงมาบนถนน แต่ก็กันไว้ไม่ได้ จึงต้องปล่อยให้ลงมา ซึ่งกรณีมีการรายงานข่าวว่าพบชายชุดดำบริเวณ รร.สตรีวิทยานั้น ได้รับรายงานว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่เข้าไปดูแลพื้นที่จุดสูงข่ม เพื่อดูแลไม่ให้มีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ ช่วงนี้อยู่ในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระบุว่าห้ามชุมนุมมั่วสุม ในส่วนนี้ทาง บช.น.ต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานว่าจะดำเนินการอย่างไร กับใครบ้าง หากพิจารณาแล้วมีความผิดในลักษณะสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ เพราะมีคนมาจำนวนมาก ทุกคนที่เก็บภาพได้ถือว่าอยู่ในข่ายความผิดนี้ สำหรับข้อหาเกี่ยวกับการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เกี่ยวข้องกับแกนนำผู้ปราศรัย ส่วนความผิดเกี่ยวกับผู้สนับสนุนชัดเจน คือกลุ่มชูป้ายข้อความต่างๆ นอกจากนี้การลงมาชุมนุมบนพื้นถนน ก็เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวอีกว่า กรณีวันที่ 19 ก.ค. มีนัดชุมนุมใหญ่ใน จ.อุบลราชธานี จ.เชียงใหม่ ตนได้สั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่ที่มีการชุมนุม อย่าให้มีการปะทะกับประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละมุนละม่อม แต่หากมีการกระทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเพจเชียร์ลุงมีการโพสต์ข้อความว่าจะมีการจัดกิจกรรมแสดงจุดยืนภายหลังหมดปัญหาโควิด-19 เพื่อเป็นการแสดงออกเช่นเดียวกับการออกมาชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกนั้น หนึ่งในแอดมินเพจเชียร์ลุง (ไม่ระบุนาม) ได้เปิดเผยแนวทางของกิจกรรมดังกล่าวว่า ประเด็นในบางเรื่องของคนที่ออกมาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น มีบางส่วนที่ไปไกลกว่าเรื่องล้มรัฐบาล นั่นคือมีการก้าวล่วงไปถึงเรื่องสถาบันฯ อันเป็นที่เคารพรักอย่างยิ่งในสังคมไทย ซึ่งที่ผ่านมาในอดีตก็เคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้ ทั้งคนที่ตามในเพจเชียร์ลุงเอง หรือทีมแอดมินเอง ได้มีการหารือกันในเรื่องนี้ และเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า กิจกรรมที่จะจัดขึ้นนั้นเพื่อเป็นการแสดงพลังของกลุ่มคนที่มีความคิดความเชื่อ คนละแบบกับพวกเขา ในเมื่อพวกเขาออกมาเย้วๆ ได้ เราก็สามารถออกมาแสดงพลังได้เช่นกัน แต่เราไม่ได้ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง โดยในวันอังคารเราจะมีการประกาศรายละเอียดกิจกรรมที่จะจัดขึ้นผ่านหน้าเพจต่อไป ภายหลังการประชุมกันเสร็จแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71932</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ทิพานัน ศิริชนะ, ธนกร วังบุญคงชนะ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรณิการ์ วานิช, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, ศรีสุวรรณ จรรยา, สาธิต ปิตุเตชะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์, เทพไท เสนพงศ์, เมธา มาสขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f1451af162b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 17:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 17:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นครบาล&#039;เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดม็อบเยาวชนปลดแอกทำผิดกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.63-พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท. และกลุ่มเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH เมื่อวันที่18 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีกระทบกระทั่งกับประชาชน ตำรวจพยายามกันไม่ให้ผู้ชุมนุมลงมาบนถนน แต่ก็กันไว้ไม่ได้ จึงต้องปล่อยให้ลงมา ซึ่งกรณีมีการรายงานข่าวว่าพบชายชุดดำบริเวณ ร.ร.สตรีวิทยา นั้น ได้รับรายงานว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่เข้าไปดูแลพื้นที่จุดสูงข่ม เพื่อดูแลไม่ให้มีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงนี้อยู่ในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งระบุว่าห้ามชุมนุมมั่วสุม ในส่วนนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานว่าจะดำเนินการอย่างไร กับใครบ้าง หากพิจารณาแล้วมีความผิดในลักษณะสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ เพราะมีคนมาจำนวนมาก ทุกคนที่เก็บภาพได้ถือว่าอยู่ในข่ายความผิดนี้ สำหรับข้อหาเกี่ยวกับการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เกี่ยวข้องกับแกนนำผู้ปราศรัย ส่วนความผิดเกี่ยวกับผู้สนับสนุนชัดเจน คือกลุ่มชูป้ายข้อความต่างๆ นอกจากนี้การลงมาชุมนุมบนพื้นถนน ก็เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบกด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71914</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเยาวชนปลดแอก, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f14227d33831.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแรงงานต่างด้าว 3 พันคนลักลอบเข้าเมือง ตรวจไม่พบเชื้อโควิด-กักตัวตร.ระยอง 6 นายกลุ่มเสี่ยงต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์&amp;nbsp; ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 5 ปรากฎมีแรงงาน 3 สัญชาติ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.ทั่วประเทศ จับกุมแล้วกว่า 3,000 คน ซึ่งเข้ามาในลักษณะกองทัพมด โดยมีขบวนการนำพาเข้าพื้นที่ชั้นใน ส่วนใหญ่เป็นการลักลอบเข้าทางตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งติดแนวชายแดนประเทศกัมพูชา ตำรวจภูธรภาค 5 พื้นที่ภาคเหนือ และตำรวจภูธรภาค 6 ซึ่งมีตะเข็บชายแดนติดประเทศลาว นอกจากนี้ในพื้นที่ชั้นในของตำรวจภูธรภาค 1 ยังจับแรงงานได้อีกจำนวนมาก ซึ่งทั้ง 3,000 คน ได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้ว แต่ไม่พบ จึงได้ผลักดันออกนอกประเทศไปทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีเจ๊เพชร จ่าย 4 พันรอด 100% และเจ๊ต้อย วังน้ำเย็น ซึ่งถูกระบุเป็นเอเย่นต์นำพาแรงงานเข้าประเทศผิดกฎหมาย ในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อยู่ระหว่างให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ายังเคลื่อนไหวสั่งการนำพาแรงงานผิดกฎหมายอยู่หรือไม่ พร้อมยอมรับ ความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการที่ได้รับการผ่อนปรนระยะ 5 เป็นปัจจัยให้มีการลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายเข้าประเทศ เบื้องต้นยังไม่พบมีตำรวจเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากการเก็บค่าหัวคิวแรงงานเถื่อน เตือนผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานเถื่อนจะถูกดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ฐานให้ที่พักพิงและใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และสั่งปิดสถานประกอบการทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้แรงงาน 3 สัญชาติดังกล่าว เข้าประเทศ แต่มีเงื่อนไขต้องกักตัวตามขั้นตอนคัดกรองโรค โดยประเด็นนี้ยังไม่มีบทสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นการลักลอบเข้าประเทศของแรงงานเถื่อน โดยให้ตั้งจุดตรวจ ทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นใน เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สืบสวนหาข่าวกลุ่มเอเย่นต์ ผู้ที่นำพาให้การช่วยเหลือนำพาแรงงานผิดกฎหมาย รวมทั้งจัดชุดสายตรวจร่วม ออกตรวจ ตักเตือน ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะสถานบริการกลางคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า มีการกักตัวตำรวจ 6 นาย สังกัดภูธรจังหวัดระยอง ได้ร่วมกับคณะกรรมควบคุมโรค เข้าไปตรวจเชื้อทหารอียิปต์ที่โรงแรมในจังหวัดระยอง เบื้องต้นทั้งหมดได้รับการตรวจเชื้อและกักตัว 14 วันตามขั้นตอน ซึ่งเป็นกลุ่มมีความเสี่ยงน้อย เพราะไม่ได้เป็นผู้เข้าประชิดตัว ส่วนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นชุดเฉพาะกิจที่เข้าไปตรวจสอบคณะทหารอียิปต์เท่านั้น ส่วนรายละเอียดเป็นอำนาจการท่าอากาศยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถิติการจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ถึง 12 ก.ค.2563 สามารถจับกุมได้ 11,053 คน เป็นชาวเมียนมา 6,131 คน กัมพูชา 3,502 คน และลาว 1,336 คน นอกจากนี้ จับกุมขบวนการนำพาคนต่างด้าวเข้าประเทศผิดกฎหมาย 15 คน และผู้ให้ที่พักพิง 51 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71420</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, ลักลอบเข้าประเทศ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d6d4f5591f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐลังเลต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;กรมพระศรีสวางควัฒนฯ&amp;quot; ทรงชื่นชมรัฐบาลแก้โควิด-19 ได้ดี พร้อมพระราชทานกำลังใจ &amp;nbsp;ศบค.แจ้งข่าวดีไทยไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ 22 วันแล้ว ย้ำผ่อนคลายเฟส 4 กิจการเสี่ยงสูง วอนสวมหน้ากาก ล้างมือ รักษาระยะห่างเคร่งครัด &amp;quot;เลขาฯ สมช.&amp;quot; ถก &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; หา กม.ทดแทน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;nbsp;แย้มสัปดาห์หน้าพูดคุยมั่นคง-สธ.เคาะต่ออายุหรือยกเลิก หารือ ศบค.วงเล็กวางกรอบก่อนเปิด &amp;quot;ทราเวลบับเบิล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน เวลา 11.30 น. พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)​ แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ว่า วันนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นศูนย์ราย ทั้งในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้และติดเชื้อภายในประเทศ ซึ่งเป็นข่าวดีไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศต่อเนื่องเป็นเวลา 22 วัน หรือมากกว่า 3 สัปดาห์แล้ว โดยผู้ป่วยยืนยันสะสมยังคง 3,135 ราย โดยติดเชื้อในประเทศสะสม 2,444 ราย และผู้ป่วยยืนยันอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้สะสม 198 ราย มีผู้ป่วยหายเพิ่ม 6 ราย ยอดผู้ป่วยรักษาหายแล้วสะสม 2,993 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 84 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม โดยยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 125,064 ราย โดยผู้ป่วยทั่วโลกสะสมอยู่ที่ 8,113,679 ราย &amp;nbsp;เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 3,639 ราย เสียชีวิตสะสม 439,085 ราย โดยผู้ติดเชื้อมากที่สุดอันดับ 1 ของโลก คือสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 2,182,950 ราย เพิ่มขึ้น 20,806 ราย เสียชีวิต 118,283 ราย เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;430 ราย รองลงมาคือบราซิล มีผู้ป่วยสะสม 891,556 ราย เพิ่มขึ้น 23,674 ราย เสียชีวิตสะสม 44,118 &amp;nbsp;ราย เพิ่มขึ้น 729 ราย สำหรับประเทศในทวีปเอเชียมากที่สุดคืออินเดีย ผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 343,026 ราย &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น 10,018 ราย เสียชีวิตสะสม 9,915 ราย เพิ่มขึ้น 395 ราย ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 88 &amp;nbsp;ของจำนวนผู้ป่วยอันดับโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณประภากล่าวเน้นย้ำกับประชาชนว่า เมื่อกิจการและกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายระยะที่ 4 กลับมาเปิดให้บริการตามปกติ ส่วนใหญ่เป็นกิจการและกิจกรรมมีความเสี่ยงสูง มีการรวมตัวจำนวนมาก สิ่งที่ต้องช่วยกันคือสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่าง ถ้าพบว่าแออัดให้หลีกเลี่ยง &amp;nbsp;ทั้งนี้ประเด็นที่น่าสนใจในวันนี้ สวนดุสิตโพลสำรวจพฤติกรรมการท่องเที่ยวของไทย พบคนไทยอยากไปเที่ยวเชียงใหม่มากที่สุด ตามมาด้วยประจวบฯ กทม. ชลบุรี กาญจนบุรี คิดว่าการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นวิธีปลอดภัยมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เวลาไปเดินห้างสรรพสินค้าต้องสแกนเช็กอินแพลตฟอร์มไทยชนะแล้ว เวลาเข้าร้านค้าต้องเช็กอินอีกเพราะอะไร ผู้ช่วยโฆษก ศบค.ชี้แจงว่า การสแกนเช็กอินที่ร้านค้าย่อยอาจสร้างความไม่สะดวกสบายบ้าง แต่ในการใช้บริการห้างสรรพสินค้าต่อครั้งมีมากถึง 80,000 คน เมื่อพบผู้ติดเชื้อต้องสอบสวนโรคมากกว่า 80,000 คน แต่ถ้าสแกนเช็กอินร้านค้าย่อยจะสามารถติดตามผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดได้ง่ายขึ้น และเน้นย้ำให้สแกนเช็กเอาต์เพื่อให้ทราบถึงความหนาแน่นในสถานที่แห่งนั้นจริง
ทรงชื่นชม รบ.แก้โควิดได้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงผลการประชุม ศบค.ที่มีผลการบังคับใช้การยกเลิกเคอร์ฟิว เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายร่วมกันประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้การใช้ชีวิตวิถีใหม่ และแผนการฟื้นฟูการท่องเที่ยว ซึ่งนอกเหนือจากการฟื้นฟูเศรษฐกิจแล้ว จะต้องวางแผนปรับพื้นที่การท่องเที่ยวให้สอดคล้องมาตรฐานทางสาธารณสุข ให้นำไปสู่การท่องเที่ยววิถีใหม่ นอกจากนี้นายกฯ ยังสั่งการเพิ่มเติมเรื่องแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการ ที่ยังพบว่ามีข้อติดขัดในข้อกำหนดกฎหมาย ทำให้การอนุมัติสินเชื่อเป็นไปอย่างไม่คล่องตัว ทำให้ผู้ประกอบการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ฝากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ดูในเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ ว่าจะสามารถทำให้ยืดหยุ่นอย่างไรได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ยังแจ้งให้ ครม.รับทราบถึงการนำคณะทำงานของ ศบค.เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานพระราชดำรัส และรับพระราชทานกำลังใจในการปฏิบัติงานจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีบงกช ซึ่งสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอฯ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงชื่นชมการแก้ไขปัญหาโควิด-19 &amp;nbsp;ที่รัฐบาลดำเนินการเป็นอย่างดี พร้อมพระราชทานกำลังใจและมีพระราชดำรัสพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างเต็มที่ ทั้งในส่วนของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่พร้อมร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในด้านนี้&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลเปิดเผยด้วยว่า ครม.เห็นชอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าร่วมประชุม และรับรองร่างถ้อยแถลงร่วมของการประชุมระดับสูงผ่านระบบการประชุมทางไกลว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ ภายใต้ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง: การต่อสู้กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ด้วยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน​ โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับสูงผ่านระบบการประชุมทางไกลว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ ภายใต้ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง: การต่อสู้กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ด้วยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ โดยนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนเป็นประธานการประชุม เพื่อหารือร่วมกันในการรับมือกับโรคติดเชื้อโควิด-19 ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม กระชับความร่วมมือภายใต้ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง โดย รมว.การต่างประเทศจาก 20 ประเทศ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากองค์การอนามัยโลกและสหประชาชาติเข้าร่วมหารือด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่าหารือเพื่อเตรียมการกรณีหากไม่ขยายเวลาประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ที่จะครบกำหนดประกาศใช้ในวันที่ 30 มิ.ย. จะมีกฎหมายฉบับใดมาใช้แทนได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่ากับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินบ้าง ซึ่งนายวิษณุบอกว่ามีกฎหมายทดแทนได้แต่ก็ต้องทำหลายอย่าง ขณะนี้ถือว่ายังไม่ได้ข้อยุติว่าควรหรือไม่ควรต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องดูอีกครั้งหนึ่ง โดยสัปดาห์หน้าจะมีการประชุม สมช. เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคง สาธารณสุข และที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ศบค.ร่วมหารือว่าถ้าไม่ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะใช้กฎหมายใดทดแทน
ยึดหลัก สธ.ไม่ใช่การเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกฎหมายที่จะนำมาใช้ทดแทนนั้นพิจารณาไว้หลายฉบับ ทั้งพระราชบัญญัติการควบคุมโรคติดต่อ ที่ขณะนี้นำมาใช้ควบคู่กับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยืนยันว่าเราพิจารณาหลายทางเลือกเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด อีกทั้งนายกฯ ให้ความสำคัญกับการเปิดประเทศ เราจึงจำเป็นต้องมีมาตรการมารองรับในกรณีหากไม่มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ซึ่งวันนี้ไม่ได้ตั้งธงว่าจะต้องมีหรือไม่มี แต่เราพิจารณาตามสภาพแวดล้อม โดยให้น้ำหนักด้านสาธารณสุขเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์​กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมของโลกก็ยังไม่น่าไว้วางใจ เช่น จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย &amp;nbsp;ก็เกิดการระบาดรอบ 2 จึงต้องนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาประกอบด้วย รวมถึงต้องดูตัวเลขความร่วมมือของประชาชนในประเทศ ซึ่งนายกฯ เห็นว่าประชาชนเริ่มการ์ดตก เพราะวันแรกหลังการยกเลิกเคอร์ฟิวก็มีการไปเฉลิมฉลอง จึงขอเตือนประชาชนว่าการ์ดอย่าตก มาตรฐานที่ทำดีมาตลอดขอให้คงไว้ต่อไป แต่ก็อย่างที่นายกฯ บอกหากการ์ดตกอาจทำให้กลับมาประกาศเคอร์ฟิวอีกรอบได้ อย่างไรก็ตามแม้ยังมีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ แต่มีการผ่อนคลายกิจกรรมกิจการหลายอย่างไปแล้ว รวมถึงมีการยกเลิกเคอร์ฟิว ทำให้ทุกคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่มีอะไรมาบังคับ แต่อยากให้ทุกคนให้ความร่วมมือและช่วยกันดูแล
วางกรอบทราเวลบับเบิล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ หากไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วจะมีการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองมากขึ้น &amp;nbsp;เลขาธิการ สมช.กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยทางการเมืองเลย &amp;nbsp;เพราะแม้จะมีการชุมนุมก็มีกฎหมายฉบับอื่นที่บังคับใช้กับเรื่องนั้นๆ อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และที่พูดก็เพื่อชี้ให้เห็นว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์​ ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019​เปิดเผยด้วยว่า​ ในวันที่ 17 มิ.ย.จะมีการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ วงเล็ก โดยมีวาระการพิจารณาหลายเรื่อง​ รวมถึงแนวทางการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวอย่างจำกัด (Travel Bubble) โดยจะเป็นการพูดคุยในเบื้องต้นก่อน​ ยังไม่ได้ข้อสรุป ส่วนที่นายกฯ แสดงความกังวลเรื่องที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศนั้น ชาวต่างชาติยังไม่เดินทางเข้ามาในตอนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงมาตรการแก้ไขปัญหาการแข่งรถในทาง หรือการรวมกลุ่มมั่วสุมในลักษณะนำไปสู่การแข่งรถในทาง หลังรัฐบาลประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวแล้วมีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกัน เช่น จังหวัดสงขลา มีวัยรุ่นรวมกลุ่มเต้นโชว์บนถนนช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้นำตัวกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 6 รายมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว พบว่าเป็นเยาวชนอายุ 15 ปี ถึง &amp;nbsp;18 ปี ทำไปเนื่องจากความคึกคะนอง ซึ่งเยาวชนทั้ง 6 รายถูกเปรียบเทียบปรับในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1,000 บาท และมีเยาวชน 3 รายถูกปรับข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับขี่อีก 500 บาท ส่วนผู้ปกครองถูกเชิญตัวมาทำทัณฑ์บนและถูกปรับอีก 500 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า มาตรการแก้ไขปัญหาเด็กแว้นของตำรวจแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ประกอบด้วย 1.ก่อนเกิดเหตุ มีการรวบรวมข้อมูลกลุ่มเสี่ยง 2.ขณะเกิดเหตุ รับแจ้งจากประชาชนมาประมวลผล &amp;nbsp;และจัดสายตรวจลงพื้นที่กวดขัน 3.มาตรการสอบสวนขยายผล โดยนำข้อมูลกลุ่มอายุ และสถานที่เกิดเหตุและลงฐานระบบ crimes เพื่อตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่เสี่ยง และ 4.มาตรการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของประชาชนที่ส่งคลิปภาพแจ้งเบาะแสการแข่งรถในทาง หรือแจ้งเบาะแสแอดมินเพจที่สนับสนุนให้มีการแข่งรถ มาที่สายด่วน 1599 หรือ 191 หรือเพจเฟซบุ๊กศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. จนนำไปสู่การจับกุม ตำรวจจะมอบเงินรางวัลตอบแทนให้รายละ 3,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ได้เงินรางวัล รวม 19 ราย และอยู่ระหว่างการรับเงิน 3 ราย แม้ขณะที่ด่านเคอร์ฟิวกว่า 500 จุดทั่วประเทศจะยกเลิกไปแล้ว อาจทำให้มีเด็กแว้นฉวยโอกาสออกมาแข่งรถในทาง แต่ยืนยันว่าได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นจุดตรวจจุดสกัดกว่า 1,000 จุด รวมทั้งชุดเคลื่อนที่เร็วกว่า 1,000 ชุด เพื่อเฝ้าระวังการกระทำความผิดดังกล่าว
ย้ำ ปชช.-ร้านค้าห้ามการ์ดตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายแพทย์กิตติพันธุ์ ฉลอม แพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน ด้านระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้ก้าวข้ามจุดที่ยากที่สุดมาแล้ว และสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อให้อยู่ในวงที่จำกัดได้ ซึ่งนับว่ามีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนน้อยหากเปรียบเทียบกับจังหวัดขนาดใหญ่ของประเทศ ซึ่งทั้งนี้แม้ว่าจะอยู่ในช่วงผ่อนคลายมาตรการแล้ว แต่ได้กำชับให้ทุกภาคส่วนยังต้องคงปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด พร้อมปรับตัวในการใช้ชีวิตประจำวันแบบ New Normal เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเปิดร้านจำหน่ายอาหารที่สามารถนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ ไวน์ได้ หลังมีประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว แต่ยังคงมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น มีพี่น้องประชาชนตระเวนเที่ยวดื่มกินกันหนาตาคึกคักในบางจุด เช่นตลาด 100 ปีที่มีคนนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กว่า 10 โต๊ะ โดยมีการตั้งจุดคัดกรองก่อนเข้าสถานที่ มีการตรวจวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยเจล สวมหน้ากาก ขณะที่ พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดจราจร สภ.เมืองนครราชสีมา และงานป้องกันปราบปราม และทุก สภ.ตั้งด่านตรวจกวดขันเด็กแว้นที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์แข่งขันบนถนน รวมทั้งดื่มแล้วขับ และยาเสพติด โดยเฉพาะเส้นทางหลักที่สร้างเสร็จใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ถึงจะยกเลิกเคอร์ฟิวแล้วก็ตาม &amp;nbsp;แต่ยังมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ โดยการไม่ให้การ์ดตกเรามีทีมตรวจติดตามไปตรวจสอบแต่ละร้านที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่าแต่ละร้านมีการปฏิบัติตามกฎของสาธารณสุขหรือไม่ ถ้าตรวจพบร้านใดไม่ปฏิบัติตามให้เข้าไปแนะนำตักเตือน ซึ่งหลังจากนั้นหากยังพบว่าไม่ปฏิบัติตามหรือเพิกเฉย เราจะสั่งปิดเป็นรายๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลาประชาคมจังหวัดภูเก็ต จังหวัดร่วมกับชมรมธนาคารจังหวัดภูเก็ต สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน จำนวน 15 แห่ง จัดกิจกรรมพบปะเจรจาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตมีธุรกิจบริการ ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และกิจการที่ต่อเนื่องจากการท่องเที่ยวมากถึง 85% ของจีดีพีจังหวัด เมื่อนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวได้ ทำให้ผู้ที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อนมาก คาดว่าการพบปะกันในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68898</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา, วิเชียร จันทรโณทัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200616/image_big_5ee8ced549125.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;จักรทิพย์&quot;สั่งเข้มเพิ่มตรวจถี่ บังคับใช้กฎหมายไม่ผ่อนปรน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากที่รัฐบาลและศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้มีมาตรการผ่อนปรนกิจการและคลายล็อกระยะที่ 2 เปิดห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิติ้มอลล์ สถานที่ออกกำลังกาย โรงยิม คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม รวมทั้งการผ่อนคลายการประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว จากเดิมเวลา 22.00-04.00 น. เป็นเวลา 23.00-04.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐกิจโครงสร้างพื้นฐานเริ่มกลับมาขยับได้ เจ้าของธุรกิจประเภทต่างๆ ที่ได้รับการผ่อนปรนซึ่งเดินทางกลับต่างจังหวัดเริ่มทยอยเข้ากรุงเทพฯ ปัดฝุ่นดำเนินกิจการต่อ อัตราการจ้างงานเริ่มกระเตื้อง ถึงแม้เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบมูลค่ามหาศาลจากไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดมากว่า 3 เดือน และยังไม่รู้ว่าจะหมดไปเมื่อไหร่ การใช้ชีวิตต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ ที่แน่ๆ การ์ดต้องอย่าตกเป็นอันขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อไวรัสกลับมาระบาดอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผ่อนปรนระยะที่ 2 โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้คนจะมารวมกลุ่มกันมากที่สุด วันแรกของการเปิดห้างแต่ละห้างได้มีประชาชนจำนวนมากมาต่อคิวรอเพื่อเข้าไปใช้บริการการอย่างคับคั่ง ซึ่งก่อนที่จะมีการเปิดห้างได้มีการมาตรการรองรับ โดยลูกค้าที่เข้าห้างสรรพสินค้าจะต้องสวมหน้ากากอนามัย, ต้องมีจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ, เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร, มีจุดบริการแอลกอฮอล์, ทำความสะอาดสินค้าทุกชิ้นที่ถูกลอง, สแกนคิวอาร์โค้ดเก็บข้อมูลการเข้า-ออกของลูกค้า, คัดกรองความเสี่ยงพนักงาน สวมหน้ากากทุกคนก่อนให้บริการ, จำกัดคนเข้าใช้บริการแต่ละแผนก, ทำความสะอาดจุดเสี่ยง ประตู ราวบันได ลิฟต์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการขนส่งรถไฟฟ้าบีทีเอสซึ่งเป็นจุดที่น่ากังวล เพราะเวลาเร่งด่วนมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ได้ปรับเวลาการเดินรถจากเดิมปิดเวลา 21.30 น. เป็นปิดให้บริการเวลา 22.00 น. ทางผู้ให้บริการได้เพิ่มความถี่การฉีดพ่นฆ่าเชื้อทำความสะอาดภายในขบวนรถไฟ และจุดสัมผัสภายในสถานีและบริเวณรอบนอก ควบคู่กับการคัดกรอง วัดอุณหภูมิ รักษาระยะห่าง ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ทั้งเข้าและออกสถานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตัวเลขผู้ติดเชื้อของไทยที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างดีเยี่ยม ตัวเลขอยู่ที่หลักหน่วย หรือบางวันยอดเป็นศูนย์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ได้เสนอขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน ซึ่งทาง ศบค.ได้เห็นชอบขยายไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. แต่มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ยุติและยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นับตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. เป็นเวลาเกือบ 2 เดือนแล้ว ถ้ามีการขยายเวลาอีกต่อไปจะทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่กว่าที่เป็นอยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งทางโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจงว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ ผอ.ศบค. เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน ได้มีการผ่อนปรนระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ย้ำยังไม่สามารถยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ ถึงแม้รายงานการติดเชื้อแต่ละวันยังผันผวน บางวันไม่มีผู้ติดเชื้อ ยังต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;ldquo;ต้องรักษาชีวิตประชาชนก่อน&amp;rdquo; ยันยันไม่ได้ประวิงเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อประโยชน์ของตัวเองหรือรักษาอำนาจของฝ่ายรัฐบาล ถึงแม้จะมีการผ่อนปรนระยะ 2 ยังต้องคำนึงถึงมาตรฐานด้านสาธารณสุข การ์ดอย่าตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงแม้จะมีการผ่อนปรนมาตรการระยะ 2 แต่มาตรการด้านการบังคับใช้กฎหมาย &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ขานรับนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.สส. และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผอ.ศปม.) ซึ่งพบว่าในห้วงที่ผ่านมายังมีผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศข้อกำหนด อันมีความผิดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ทั้งออกนอกเคหสถาน มั่วสุม สังสรรค์ เสพยาเสพติด สถานประกอบการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด มั่วสุมในเคหสถาน และพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการกลับมาแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดูแลและกำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ ตามที่ ศบค.ได้มีมาตรการผ่อนปรนให้กิจการบางประเภทเปิดทำการเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก ร้านค้าส่งขนาดใหญ่และร้านอาหาร ที่เปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. โดยให้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผบ.ตร.&amp;rdquo; ยังคงมีการจัดชุดสายตรวจร่วมปฏิบัติกับฝ่ายทหาร ปกครอง และสาธารณสุข ขับเคลื่อนกลไกการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนด เพิ่มความถี่การออกตรวจตรา กดดันและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง พร้อมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ประชาชน ไม่ให้สถานการณ์แพร่ระบาดกลับมาอีกครั้งเหมือนกับหลายประเทศที่กำลังประสบอยู่ พร้อมทั้งป้องกันอาชญากรรมที่ฉกฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ที่เริ่มตั้งจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 ทั่วประเทศเกือบ 400 จุด และก่อน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตั้งจุดตรวจจุดสกัดทั่วประเทศเกือบ 1,000 แห่งทั่วประเทศ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายมีการผ่อนปรน ลดจุดตรวจ แต่ยังมีไว้ทั่วประเทศ ปรับการทำงานเชิงรุก จัดชุดตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ออกตรวจสถานที่สุ่มเสี่ยงการแพร่ระบาด สร้างความรู้ความเข้าใจ แนวทางการปฏิบัติ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ถึงแม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อบางวันเป็นศูนย์ ในการผ่อนปรนมาตรการระยะ 2 แต่ &amp;ldquo;ผบ.ตร.&amp;rdquo; ยังกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพื่อช่วยกันป้องกันยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66656</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รายงานพิเศษ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7ce0bc697d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาค1และภาค4ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวมากที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.2563 - พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วยผบ.ตร.) กล่าวถึงผลการจับกุมผู้ฝ่าฝืนตามประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน &amp;nbsp;โดยเฉพาะมาตรการเคอร์ฟิว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.ที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังหลังตักเตือนในวันแรกๆ พบว่า มีการจับกุมเพิ่มขึ้นวันละกว่า 1,000 ราย &amp;nbsp;โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ จับกุมกว่า 100 รายต่อวันน้อยกว่าต่างจังหวัดขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัด มีการจับกุมมากสุดคือพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 4 โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น เนื่องจากเป็นช่วงเวลาปิดเทอมทำให้ออกมารวมกลุ่ม และกลุ่มคนที่ไปงานเลี้ยงดื่มเหล้า รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับเสพยาเสพติด ทำให้ขาดสติไม่รู้เวลา โดยเจ้าหน้าที่จะมีวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มผู้ฝ่าฝืนอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมยืนยันตำรวจดำเนินกับทุกคนที่ฝ่าฝืนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมไม่มีข้อยกเว้นให้กับบุคคลใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ได้กำชับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจทำงานให้เร็วขึ้น กรณีเจอคนที่ตั้งใจฝ่าฝืน อาจเป็นมิจฉาชีพ ต้องมีการระมัดระวังตัว พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วในการติดตามจับกุม ขณะเดียวกันฝากเตือนไปยังประชาชนให้เผื่อเวลาในเดินทางกลับบ้านให้ทันช่วงเคอร์ฟิวส์ 22.00-04.00 น. และลดโอกาสการติดเชื้อด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมืออยู่เสมอ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62484</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พระราชกำหนดบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, เคอร์ฟิว, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d4c96248f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
