<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออกนายพลตร. โกงลูกน้อง229ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ออก &amp;quot;พล.ต.ต.สุทิพย์&amp;quot; อดีตผู้การเลย อมเงินลูกน้องจากโครงการรวมหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 229 ล้านบาท และถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชน พ.ต.อ.ลูกน้องคนสนิทก็ไม่รอด &amp;quot;รุ่งโรจน์&amp;quot; เผยตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแล้ว ส่วนคดีอาญา บช.ภ.4 เร่งดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ธณัท วงศ์สุวรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 20 สิงหาคมนี้ ว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.ต.ต.สุทิพย์เข้ารายงานตัวต้องคดีอาญาที่สำนักงานกำลังพล ตามที่พนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) ดำเนินคดีร่วมกันฐานฉ้อโกงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุทิพย์ เมื่อครั้งเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ถูกดำเนินคดีอาญาและตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย จากกรณีถูกกล่าวหาทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย โดยมีผู้เสียหายที่เป็นข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.เลย ทั้งหมด 192 นาย มูลค่าความเสียหาย 229 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.สกพ.กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง สำนักงานกำลังพลในฐานะต้นสังกัดในปัจจุบัน ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งผลการพิจารณาเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัย พล.ต.ต.สุทิพย์ดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.เลย ขณะเดียวกันทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ก็ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ด้วย จึงต้องรอให้ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินคดีอาญาจากทาง บช.ภ.4 ออกมาเสียก่อน ซึ่งเมื่อผลการตรวจสอบของ บช.ภ.4 ออกมา และมีการดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหา ทางกองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงประมวลเรื่องเสนอให้มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ออกจากราชการไว้ก่อน โดยทราบว่า พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.ด้านบริหาร ได้ลงนามคำสั่งให้ออกจากราชการแล้วตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนมีคำสั่ง พล.ต.ต.สุทิพย์ก็มาปฏิบัติราชการตามปกติ แต่ตนไม่ได้มอบหมายงานอะไรมาก โดย พล.ต.ต.สุทิพย์แจ้งตลอดว่าพยายามจะหาเงินคืนให้แก่ผู้เสียหาย กระทั่งทาง บช.ภ.4 ดำเนินคดี ทางกองวินัยจึงประมวลเรื่องตามกระบวนการและคำสั่งมีผลแล้ว ขณะนี้ พล.ต.ต.สุทิพย์ไม่ได้มาทำงานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา กองวินัยประมวลเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาระดับ ตร.ให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ และ พ.ต.อ.เฉลิม ยอดปทุม ผู้กำกับการอำนวยการ กองบังคับการอำนวยการ ภ.จว.หนองบัวลำภู ลูกน้องคนสนิท ที่ถูกกล่าวหาร่วมกันก่อเหตุ และถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกง ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อความสะดวกในการสืบสวนสอบสวนทางคดีและทางวินัย พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ลงนามคำสั่งตามเสนอและมีผลในวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้ลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย และ พ.ต.อ.เฉลิม ยอดปทุม ผกก.อก.ภ.จว.หนองบัวลำภู ลูกน้องคนสนิทที่ถูกกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกง ให้ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อความสะดวกในการสืบสวนทางคดีและทางวินัย พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หลังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ดำเนินคดีอาญา และ พล.ต.ต.สุทิพย์ได้เข้ารายงานตัวต้องคดีอาญาที่สำนักงานกำลังพลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ระบุว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงได้กำหนดกรอบระยะเวลาไม่เกิน 270 วัน คณะกรรมการฯ ก็จะมีมติ ซึ่งโทษจะมีทั้งปลดออกหรือให้ออกจากราชการ แต่ถ้ามติลงความเห็นว่าไม่มีความผิด ผู้ถูกกล่าวหาสามารถร้องขอกลับเข้ารับราชการได้เหมือนเดิม ส่วนคดีอาญา ทางพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ก็ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งที่ผ่านมาตนเองก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด แต่รับทราบข่าวว่ามีพยานหลักฐานชัดเจนในการดำเนินคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกงประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนการเยียวยาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะมีเพียงการดูแลสิทธิตามสมควร ซึ่งผู้เสียหายจะต้องไปฟ้องแพ่งดำเนินคดีกันเอง แต่ก็ยอมรับว่าเห็นใจผู้ใต้บังคับบัญชา จึงสั่งการให้มีการสร้างรายได้และอาชีพที่เหมาะสมกับข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็สั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนเอาผิดทั้งทางอาญาและทางวินัยไปตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งสั่งการให้ทุกกองบัญชาการตำรวจทั่วประเทศตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้มีผู้เสียหายเป็นข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดเลย 192 นาย ถูก พล.ต.ต.สุทิพย์ชักชวนให้ลงทุนในโครงการรวมหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย เพื่อเป็นกองทุนบริหารจัดการหนี้ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือชำระหนี้ให้กับสมาชิก แต่ทางโครงการกลับไม่เคยนำเงินไปใช้หนี้ให้สมาชิกจริง ทำให้สมาชิกซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจหลายนายถูกเจ้าหนี้ตามทวงหนี้ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก มูลค่าความเสียหายกว่า 229 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15799</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ธณัท วงศ์สุวรรณ, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7ac14e98a70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
