<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2020 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เปิดฝึกทบทวนการปฎิบัติหน่วยSWATภาคเหนือตอนบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.63-ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 5 อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5(ผบช.ภ.5) เปิดการการฝึกภาคทดสอบในโครงการพัฒนาศักยภาพ การฝึกอบรมทบทวน และทดสอบหน่วยปฎิบัติการพิเศษตำรวจ หรือหน่วย SWAT CHALLENGE ระดับกองบังคับการ ประจำปีงบประมาณ 2563 &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนภาคกิจการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 5 ประกอบด้วย 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา และ แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการฝึกทบทวนในครั้งนี้ ทางกองกำกับการปฎิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 ได้จัดขึ้น เพื่อให้กำลังพลจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน จำนวน 8 หน่วย หน่วยละ 12 นาย รวม 96 นาย ซึ่งเป็นกำลังพลที่มีความเชี่ยวชาญ และความรู้ด้านปฎิบัติการพิเศษตำรวจ เข้าร่วมฝึกทบทวน และพัฒนาศักยภาพ ทั้งการใช้อาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยต่างๆ โดยแบ่งการฝึกออกเป็น 6 ฐาน โดยฐานแรก จะเป็นสถานีเรียกระดมพลและตรวจความพร้อม &amp;nbsp;ฐานที่2 การวางแผน &amp;nbsp;ฐานที่3 ยุทธวิธีการโจมตี &amp;nbsp;ฐานที่4 ฐานพลซุ่มยิง ฐานที่5 สถานีการเคลื่อกำลังเข้าสู่พื้นที่ปฎิบัติการ และ ฐานที่6 &amp;nbsp;สถานีการปฎิบัติการช่วยเหลือตัวประกัน โดยจะใช้เวลาฝึกตั้งแต่วันนี้ 13-17 ก.ย.2563
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77293</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, หน่วย SWAT CHALLENGE</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5dc5cb27ff3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนยาบ้า5ล้านเม็ดจนมุมคาด่านถูกรวบ5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจภาค 5 สกัดจับยาบ้า 5 ล้านเม็ดคาด่านแม่พริก คุมตัว 5 ผู้ต้องหาชายหญิงดำเนินคดี ทำเนียนซุกมาในลังส้มอ้างจะไปส่งตลาดไท แต่ตบตาไม่สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ที่กองบัญชาการ​ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. (ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่, เจ้าหน้าที่ปกครอง​ ทหาร เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภ.5 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายณัฐวุฒิ อายุ 31 ปี, นายวรวุฒิ อายุ 22 ปี และขยายผลจับกุมนายอธิคม อายุ 28 ปี, น.ส.กุสุมา อายุ 19 ปี, นางลินดา อายุ 52 ปี พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้าประมาณ 5,000,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน จับกุมได้ที่​ด่านตรวจแม่พริก ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จ.ลำปาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาจากพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ผ่านเส้นทางพหลโยธิน เพื่อลักลอบลำเลียงไปส่งยังพื้นที่ตอนในของประเทศ ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ส.ค.63 เวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจแม่พริกได้ร่วมกันตั้งด่านตรวจค้นยานพาหนะ ระหว่างนั้นได้มีรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน ยก 9823 เชียงใหม่ และรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเทา หมายเลขทะเบียน ยง 8494 เชียงใหม่ ขับมาจาก อ.เถิน เข้ามายังด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้สัญญาณหยุดรถเพื่อสอบถาม พบคนขับรถกระบะทะเบียน ยก 9823 เชียงใหม่ ชื่อนายณัฐวุฒิท่าทางมีพิรุธ จึงได้สอบถาม ทราบว่าบรรทุกส้มเขียวหวานมาจาก อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ มาพร้อมกับรถยนต์กระบะทะเบียน ยง 8494 เชียงใหม่ มีนายวรวุฒิเป็นผู้ขับขี่ จะนำสินค้าไปส่งที่ตลาดไท แต่จากการเอกซเรย์พบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนมากับตะกร้าผลไม้ดังกล่าวด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจสอบอย่างละเอียด พบยาบ้าซุกซ่อนมาในลังผลไม้จำนวนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายณัฐวุฒิ และนายวรวุฒิ ให้การว่า​ ไม่ทราบว่ามียาเสพติดบรรทุกอยู่ โดยได้รับการว่าจ้างจากนายโตให้บรรทุกส้มเขียวหวานที่ อ.เวียงแหงไปส่งยังตลาดไท ตกลงค่าจ้างคันละ 8,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดของกลาง ควบคุมตัวนายณัฐวุฒิ และนายวรวุฒิ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่พริก จ.ลำปาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลออกหมายจับนายอธิคม ผู้ทำหน้าที่จัดหารถ ขนลังส้มขึ้นรถ, นางสุวนัน ผู้ว่าจ้างสั่งการให้ลำเลียงยาเสพติดจำนวนดังกล่าว, น.ส.กุสุมา ภรรยาของนายอธิคม ผู้ทำหน้าที่บรรจุยาเสพติดลงในลังส้ม และนางลินดา ผู้ทำหน้าที่บรรจุยาเสพติดลงในลังส้ม ตามหมายจับของศาล จ.ลำปาง และสามารถจับกุมนายอธิคม, น.ส.กุสุมา และนางลินดา ได้ที่พื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ส่วนนางสุวนันหลบหนี อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76181</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e3b4070dfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊งยาเสพติด ฟอกเงินหมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจภาค 5 แถลงทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ จับ &amp;quot;เฮียช้าง&amp;quot; ผู้บงการ ผงะ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่าหมื่นล้าน พบเส้นทางการฟอกเงินข้ามชาติหลากรูปแบบ โยงใยแก๊งมันทุกเม็ด เครือข่ายนางแบบปลุกใจเสือป่า เจ้าอาวาสวัดในพม่า รวมถึงเจ๊แหม่มเมืองตรัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ที่ห้องประชุมสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานสรรพากรพื้นที่เชียงใหม่ 1 ร่วมกันแถลงข่าวการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ นาย Qaing Ma สัญชาติจีน หรือ &amp;ldquo;เฮียช้าง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 1 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ประจวบกล่าวว่า สืบเนื่องจากช่วงเดือนมีนาคม 2562 ตำรวจสามารถตรวจยึดยาบ้า 9.4 ล้านเม็ด พร้อมสมุดบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่หลบหนีได้ที่จังหวัดเชียงราย จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามีการรับโอนเงินจากกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดและโอนเงินค่ายาเสพติดให้กับกลุ่มบุคคลสัญชาติเมียนมา โดยอาศัยการทำธุรกรรมการเงินในการรับโอนเงินจากกลุ่มบุคคลที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แล้วโอนเงินออกไปยังกลุ่มผู้ประกอบการค้าสินค้าต่างๆ ทั่วประเทศ บก.สส.ภ.5 จึงได้สืบสวนจากสถานประกอบการต่างๆ จนทราบว่ามีนักธุรกิจชาวจีนชื่อนายช้างเป็นคนโอนเงินชำระค่าสินค้าและยังใช้บัญชีอื่นๆ อีกรวมจำนวนทั้งสิ้น 49 บัญชีในการโอนเงินมาชำระค่าสินค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้ง 49 บัญชี พบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 10,120 ล้านบาท โดยตรวจสอบพบว่าผู้เปิดบัญชีมีทั้งคนไทย จีน และคนสัญชาติเมียนมา เป็นบัญชีที่รับโอนเงินจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้นโอนเงินออกไปยังผู้ประกอบการการค้าระหว่างประเทศไทยและจีน เป็นค่าชำระสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งโอนเงินไปยังบริษัทค้าทองคำ, บริษัทค้าน้ำมัน, บริษัทส่งออกผลไม้ อาหารทะเล, ผู้ประกอบการส่งออกปศุสัตว์ เช่น วัว และควาย โดยจากการนำข้อมูลเส้นทางการเงินในจำนวน 49 บัญชี มาตรวจสอบกับฐานข้อมูลจับกุมยาเสพติดเดิม พบว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดที่เคยสอบสวนจับกุม มีการรับโอนเงินจำนวน 8 บัญชี เช่น เครือข่ายมันทุกเม็ดของภาค 6 และภาค 5, เครือข่ายไอซ์ 500 กิโลกรัมของ น.ส.จุ๋ม อดีตนางแบบแนวปลุกใจเสือป่า, เครือข่ายเจ้าอาวาสวัดในประเทศเมียนมา, เครือข่ายเจ๊แหม่ม ตรัง เป็นต้น นอกจากนี้จากการตรวจสอบบัญชีโดยละเอียด พบว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจำนวนมาก ทั้งที่เคยถูกจับกุมแล้วและยังไม่ถูกจับกุม ได้โอนเงินเข้ามาใน 8 บัญชีนี้ จำนวนกว่า 1,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนทั้งหมด 109 คน ในข้อกล่าวหา &amp;ldquo;ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดยาเสพติด ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&amp;quot; ต่อมาในห้วงระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการร่วมกับ ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งหมด โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ จำนวน 61 ราย, อายัดตัวผู้ต้องหาในเรือนจำ จำนวน 13 ราย และตรวจค้นไม่พบตัว/หลบหนี จำนวน 35 ราย พร้อมตรวจยึดสมุดบัญชีธนาคารและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการสอบสวนนายช้าง นักธุรกิจชาวจีน ผู้ต้องหา ให้การรับว่าได้โอนเงินชำระค่าสินค้าจริง โดยจะให้ลูกค้าที่ประเทศจีนโอนเงินค่าสินค้าเข้าบัญชีเครือข่ายนายช้างในประเทศจีน ส่วนนายช้างจะใช้บัญชีต่างๆ ในประเทศไทย หรือบัญชียาเสพติด-โพยก๊วน เป็นผู้โอนชำระค่าสินค้าให้กับกลุ่มผู้ประกอบการต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ประจวบกล่าวว่า จากพยานหลักฐานสามารถสรุปรูปแบบการฟอกเงินของขบวนการค้ายาเสพติดในประเทศไทยได้ดังนี้ คือ 1.มีการว่าจ้างให้บุคคลรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้กระบวนการนำไปใช้ ซึ่งผู้รับจ้างเปิดบัญชีมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ บัญชีธนาคารส่วนหนึ่งนำไปใช้ที่โต๊ะแลกเปลี่ยนเงินตามแนวชายแดน 2.ขบวนการค้ายาเสพติด เมื่อลักลอบนำเข้าและกระจายจำหน่ายยาเสพติดแล้ว ผู้ค้ายาเสพติดทั้งรายย่อย รายใหญ่ จะชำระเงินค่ายาเสพติดโดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่โต๊ะแลกเปลี่ยนเงินตราตามแนวชายแดน และ 3.เจ้าของยาเสพติดไม่ต้องการรับชำระเงินค่ายาเสพติด จะให้บุคคลในเครือข่ายสั่งการให้โต๊ะแลกเปลี่ยนเงินตามแนวชายแดนดำเนินการโอนเงินที่มีที่มาจากการค้ายาเสพติดไปยังบัญชีธนาคารของผู้ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศไทย จีน เมียนมา และกัมพูชา เช่น บริษัทค้าทองคำ บริษัทค้าน้ำมัน บริษัทส่งออกผลไม้ เป็นต้น เพื่อเป็นค่าซื้อสินค้า เมื่อแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าแล้วจะนำสินค้า เช่น ทองคำ น้ำมัน ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไปจำหน่ายต่อ แล้วโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของกลุ่มขบวนการฟอกเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงอยากเตือนภัยเรื่องการรับจ้างเปิดบัญชีหรือยอมให้ผู้อื่นเอาบัญชีไปใช้ หากบัญชีถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ในทางทุจริตอาจกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำผิดอาญา&amp;quot; ผบช.ภ.5 ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69726</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4998904f71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเอ็มฆ่ายัดตู้เย็น หอบ1.2ล.มุ่งพม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้ว &amp;quot;เอ็ม&amp;quot; ฆาตกรฆ่าเศรษฐินีใจบุญยัดตู้เย็น แวะซื้อบิ๊กไบค์ใช้เป็นพาหนะหลบหนีเข้าเมียนมา ยอมให้ทางร้านถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน กลายเป็นเบาะแสให้กองปราบฯ แกะรอยจับกุมได้ที่นครสวรรค์พร้อมเงินสด 1.2 ล้าน สร้อยอีก 1 เส้น เผยกดเงินผู้ตายแล้วกว่า 2 ล้าน ที่ก่อเหตุเพราะต้องการล้างหนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 31 ตุลาคมนี้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.4 บก.ป.), พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สารวัตร กก.4 บก.ป., ร.ต.อ.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง สว.กก.4 บก.ป., ด.ต.นิติธร ประชันกาญจนา ผบ.หมู่ กก.4 บก.ป. ร่วมกันจับกุมตัวนายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร์ หรือเอ็ม หรือตั้ม อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฮอด ที่ ว.41/2562 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ข้อหา ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และรับของโจร ในคดีฆาตกรรม น.ส.วรรณี จิรเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี เศรษฐินี นำศพยัดตู้เย็นในบ้านพักเป็นตึกแถวเลขที่ 90/3 อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยจับกุมตัวนายวิฑูรย์ได้ที่ริมถนนสาย 1072 ต.หนองกระโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ รุ่นฟอนซ่า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปตามเส้นทางดังกล่าวเพื่อหลบหนี ทั้งนี้ ขณะจับกุมผู้ต้องหาพยายามที่จะหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังดักสกัดจับกุมไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชุดสืบสวนกองปราบปรามสืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในเขตพื้นที่ จ.กาญจนบุรี จึงได้รายงานไปยัง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. กระทั่งมีการสั่งการให้ พ.ต.อ.แมน และ พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ นำกำลังลงพื้นที่ ตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาได้นำเงินสดจำนวน 1.6 แสนบาท ไปซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวที่ร้านฮอนด้าสนามจันทร์ ในเขตพื้นที่ อ.สนามจันทร์ จ.นครปฐม เพื่อที่จะใช้เป็นพาหนะในการหลบหนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อคืนวันพุธ ชุดสืบสวนแกะรอยพบว่าผู้ต้องหาได้ขับรถมุ่งหน้าไปยัง อ.เมือง ก่อนจะไปยัง อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี จากนั้นได้ใช้เส้นทาง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี มุ่งเข้าสู่พื้นที่ จ.ชัยนาท และตัดเข้า จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเร่งไล่ติดตามจนกระทั่งมาพบตัวและสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว จากการตรวจค้น พบเงินจำนวน 1.2 ล้านบาท&amp;nbsp;สร้อยคอทองคำน้ำหนัก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บาท เก็บไว้ในกระเป๋าซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้น&amp;nbsp;นายวิฑูรย์ให้การว่า ก่อนที่จะถูกจับกุมได้ไปซื้อรถจักรยานยนต์เพื่อเป็นพาหนะในการหลบหนี ซึ่งทางร้านได้ขอถ่ายรูปไว้ จากนั้นก็ขับขี่รถมุ่งหน้าไปยังจังหวัดตาก หวังจะข้ามฝั่งไปยังประเทศเมียนมาพร้อมเงิน 1.2 ล้านบาท ส่วนปมสังหาร น.ส.วรรณี เพราะต้องการเงินมาใช้หนี้สิน ส่วนหนึ่งนำไปดูแลครอบครัว ที่ผ่านมากดเงินจากบัญชีของผู้ตายไปกว่า 2 ล้านบาทแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. ว่าได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมตัวคนร้ายรายดังกล่าวได้ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบ โดยขั้นตอนจากนี้จะนำตัวนายเอ็มไปยังแถลงข่าวที่ตำรวจภูธรภาค 5 ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีฆาตกรรมรายนี้สืบเนื่องจาก น.ส.วรรณี เศรษฐินีจากจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ กระทั่งวันที่ 18 ต.ค.62 ญาติไม่สามารถติดต่อ น.ส.วรรณีได้จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้าน พบ น.ส.วรรณีถูกฆ่า มีถุงคลุมศีรษะ เทปกาวปิดปากและพันรอบตัว มัดมือมัดเท้า ยัดศพในตู้เย็นที่ยังเปิดใช้งาน และคนร้ายใช้ปูนซีเมนต์โรยทับ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ ส่วนทรัพย์สินที่หายไปมีรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู เอ็กซ์ 1 ทะเบียน 9 กจ 3769 กรุงเทพฯ และโทรศัพท์มือถือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบภาพกล้องวงจรปิดมีนายวิฑูรย์ หรือเอ็ม หรือตั้ม ศรีตะบุตร นำบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายไปตระเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็มในหลายจังหวัด ขณะที่นายวิฑูรย์ซึ่งมีอาชีพขับรถโดยสารสีเหลืองสาย-จอมทอง-เชียงใหม่ หายตัวไป เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดฮอดออกหมายจับนายวิฑูรย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 กล่าวว่า คลิปเสียงที่มีการเผยแพร่ระบุว่าเป็นนายเอ็มพูดคุยกับอดีตภรรยา อ้างว่าร่วมกับพวกอีก 2 คนก่อเหตุนั้น คลิปเสียงดังกล่าวไม่ได้เป็นหลักฐานอย่างเป็นทางการ แต่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อตามนั้น โดยรอผลตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทั้งหมดอย่างละเอียดจึงจะมีความชัดเจน ขณะที่ผู้ที่รับจำนำรถยนต์ของผู้ตายจากนายเอ็มจะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาหลักฐานและรายละเอียดต่างๆ ว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49274</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด.ต.นิติธร ประชันกาญจนา, พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, ร.ต.อ.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์, วิฑูรย์ ศรีตะบุตร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dbada139f82c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจเผยหลักฐานมัดเอ็มฆ่าเศรษฐิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฐ.ตรวจหารอยนิ้วมือคนร้ายที่รถบีเอ็มของเศรษฐินี ผบก.ภ.5 ยันยังจับ &amp;quot;เอ็ม&amp;quot; ฆาตกรไม่ได้ เพียงแต่นำตัวหญิงคนสนิทไปสอบปากคำ ให้การเป็นประโยชน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 วันที่ 30 ตุลาคมนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐานได้นำรถยนต์ BMW ของ น.ส.วรรณี จิรเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี เศรษฐินีสายบุญที่ถูกฆาตกรรม และคนร้ายขับรถไปจอดทิ้งไว้ในพงหญ้าย่าน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ มาตรวจหาร่องรอยและหลักฐานรอยนิ้วมือ รวมทั้งหลักฐานอื่นๆ เพื่อสาวไปถึงตัวคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวนายวิฑูรย์ หรือเอ็ม ศรีตะบุตร อายุ 39 ปี ตามหมายจับ และขอให้สื่อระมัดระวังในการเสนอข่าว เพื่อมิให้เกิดความสับสน และเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงถึงเพื่อนหญิงคนสนิทของนายเอ็ม ซึ่งตำรวจมีหลักฐานว่าได้นั่งรถ BMW ของผู้ตายไปพร้อมกับนายเอ็มหลังเกิดเหตุ เดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ นั้น เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวไปที่ บช.ภ.5 เพื่อสอบปากคำแล้ว ซึ่งได้ให้การเป็นประโยชน์ทางคดีมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง ผกก.สภ.จอมทอง กล่าวถึงการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.ตุ๊กติ๊ก (นามสมมุติ) อดีตภรรยานายเอ็ม กับนายเอ็ม ทางตำรวจก็จะเชิญตัวมาสอบปากคำอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบคลิปดังกล่าวด้วยว่าเท็จจริงอย่างไร ส่วนคลิปเสียงที่ว่านายเอ็มพูดซัดทอดบุคคลอื่นนั้น ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมี พบว่าคนที่ไปตระเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็ม กล้องวงจรปิดจับภาพได้ชัดว่าคือนายวิฑูรย์ หรือนายเอ็ม แต่เพียงผู้เดียว ตอนนี้ทุกอย่างต้องพิจารณาเป็นไปตามพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบกัน แต่คดีถือว่าคืบหน้าไปมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49210</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, วรรณี จิรเจริญยิ่ง, วิฑูรย์ ศรีตะบุตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db98abbc7c84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่ากระชั้น2ฆาตกร ดอดกดเงิน1.2ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเชียงใหม่เร่งคลี่คดีฆาตกรรมเศรษฐินีใจบุญถูกฆ่ายัดศพในตู้เย็น ได้เบาะแส 2 คนร้ายนำบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายตระเวนกดเงินแล้วกว่า 1 ล้านในหลายจังหวัด ล่าสุดเผ่นเข้าระยอง เชื่อฝีมือคนใกล้ชิดมุ่งชิงทรัพย์ รุมทำร้ายให้บอกรหัสเอทีเอ็ม จากนั้นก็ฆ่าปิดปาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ออกมายืนยันเมื่อวันจันทร์ ว่าเหตุฆาตกรรมหญิงยัดศพไว้ในตู้เย็น เบื้องต้นจากการตรวจสอบสภาพศพน่าจะเป็น น.ส.วรรณี จิรเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี เศรษฐินีจากจังหวัดสมุทรปราการที่ไปปฏิบัติธรรมยังวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ แต่ยังต้องรอการตรวจพิสูจน์ทางการแพทย์เพื่อยืนยันตัวตน ส่วนสาเหตุยังพุ่งเป้าไปที่การฆ่าชิงทรัพย์ โดยเบื้องต้นพบทรัพย์สินที่หายไปคือรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สีขาว และโทรศัพท์มือถือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วรรณีได้ไปซื้อห้องแถวสร้างใหม่ เลขที่ 90/3 หมู่บ้านหลวง ในซอยเยื้องกับวัดพระธาตุศรีจอมทอง เพื่อสะดวกแก่การปฏิบัติธรรม กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ญาติไม่สามารถติดต่อได้ จนวันที่ 27 ต.ค. พี่ชายได้เดินทางไปที่ตึกแถว พบ น.ส.วรรณีเป็นศพมีถุงคลุมศีรษะ เทปกาวปิดปากและพันรอบตัว มัดมือมัดเท้ายัดไว้ในตู้เย็นที่ยังเปิดใช้งาน โดยมีปูนซีเมนต์โรยทับ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วคาดว่าเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมาซื้อตึกแถวไว้เมื่อราว 4-5 เดือนที่ผ่านมา เพื่อเป็นที่พักอาศัยระหว่างเดินทางมาปฏิบัติธรรม มีฐานะในขั้นเศรษฐินี เคยบริจาคเงิน 10 ล้านบาท ร่วมสร้างตึกอาพาธสงฆ์ของ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ และเพิ่งซื้อรถโฟล์คสวาเกนป้ายแดงถวายเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง เพื่อใช้เป็นพาหนะในกิจของสงฆ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5 เดินทางไปติดตามความคืบหน้าทางคดีที่ สภ.จอมทอง เบื้องต้นพบว่านอกจากรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู X1 และโทรศัพท์มือถือของผู้ตายที่หายไปแล้ว คนร้ายยังได้ถอดกล้องวงจรปิดในบ้านที่เกิดเหตุไปด้วย ทั้งนี้ คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนรู้จักกับผู้ตายและประสงค์ต่อทรัพย์ โดยมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี เนื่องจากรู้ระบบรักษาความปลอดภัยของตัวอาคารที่มีการติดตั้งคีย์การ์ด รหัสนิรภัย และติดกล้องวงจรปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5 ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้งหมด โดยตั้งเป้าประเด็นเดียว คือฆ่าชิงทรัพย์ ซึ่งในวันเกิดเหตุคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ได้จับผู้ตายไว้แล้วอาจจะทำร้ายร่างกาย บีบบังคับให้บอกรหัสเอทีเอ็ม ซึ่งเมื่อผู้ตายยอมบอกรหัส &amp;nbsp;คนร้ายก็ร่วมกันฆ่าปิดปากแล้วอำพรางศพ และจากการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ตาย พบว่าหลังจากที่คนร้ายก่อเหตุแล้ว คนร้ายได้ขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูของผู้ตายวนเวียนไปมาระหว่างสามจังหวัดคือ เชียงราย เชียงใหม่ และลำปาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พบด้วยว่า ในวันที่ 11 ต.ค. เวลาประมาณ 12.56 น. คนร้ายได้เอาบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายไปกดเงินครั้งแรก ที่ตู้เอทีเอ็มหน้าห้างมินิโลตัส สาขาฮอด และตระเวนกดเงินจากตู้เอทีเอ็มอีกหลายที่ทั้งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง ซึ่งคนร้ายน่าจะรู้เรื่องอาชญากรรมเป็นอย่างดี และรู้ว่าตู้เอทีเอ็มมีกล้องติดไว้ ขณะจะกดเงินก็จะใช้มือบังหน้ากล้องที่ตู้เอทีเอ็มไว้ตลอด ล่าสุดจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ตาย พบว่าในวันนี้ได้มีการกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มในพื้นที่ จ.ระยอง ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีไปที่ จ.ระยองแล้ว โดยบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายมีหลายใบ มีอยู่ 1 บัญชีที่คนร้ายได้กดเงินผู้ตายไปแล้ว 1.2 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก บก.ภ.จว.เชียงใหม่ ถึงเหตุฆาตกรรม น.ส.วรรณี จิรเจริญยิ่ง ซึ่งมาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง และได้พักอาศัยที่ตึกแถวเลขที่ 90/3 หมู่ 3 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เมื่อประมาณ 1 ปี ระหว่างอยู่ในพื้นที่จอมทอง น.ส.วรรณีใช้รถยนต์เก๋งบีเอ็มดับบลิว สีขาว ทะเบียน 9 กจ 3769 กทม. เป็นยานพาหนะขับขี่ ต่อมาวันที่ 16 ต.ค.62 น.ส.วรรณีได้ส่งข้อความทางไลน์หานางอารียา รัตนเสรี ซึ่งเป็นเพื่อนว่าจะไปเวียดนาม แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อกับ น.ส.วรรณีได้อีก นายวรพันธ์ จิรเจริญยิ่ง พี่ชาย น.ส.วรรณี ทราบเรื่องจากนางอารียา เห็นว่าผิดปกติจึงตรวจสอบที่บ้านของ น.ส.วรรณี ในตัวเมืองเชียงใหม่ ไม่พบตัว น.ส.วรรณี จึงไปตรวจสอบที่บ้านเกิดเหตุ ได้กลิ่นเหม็นเน่าภายในบ้าน จึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ร่วมตรวจสอบที่บ้านเกิดเหตุ ซึ่งได้กลิ่นเหม็นออกมาจากตู้เย็น 2 ประตูแนวนอน ตั้งอยู่บนพื้นในห้องครัวภายในบ้าน จึงแจ้งตำรวจพิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ แพทย์ประจำโรงพยาบาลจอมทอง ร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ บันทึกตรวจที่เกิด และชันสูตรพลิกศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบศพเน่า ไม่ทราบเพศ ชื่อและสกุล สภาพสวมใส่เสื้อผ้า ถูกมัดมือ ไขว่หลัง มัดเท้า มัดหัวด้วยเทปกาวพลาสติก มีถุงพลาสติกคุมหัว นอนคว่ำหน้าขดคู้อยู่ในตู้เย็นปิดทับด้วยผงปูนซีเมนต์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลจอมทองได้ตรวจชันสูตรศพแล้ว จึงได้ส่งศพไปตรวจชันสูตรโดยละเอียดที่นิติเวชศาสตร์โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง และตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนตัวบุคคล และตรวจเก็บพยานหลักฐานที่ศพต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ประเด็นการฆาตกรรมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง คงต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง และแนวทางในการติดตามจับผู้ต้องหานั้น ก็ต้องดำเนินการควบคู่กันระหว่างฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวน ซึ่งในชั้นยังไม่สามารถอาจเปิดเผยข้อมูลได้มากนัก สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีข้อมูลหรือพบเบาะแสของผู้ที่กระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 1599 หรือสถานีตำรวจภูธรจอมทอง หมายเลข 0-5334-1193.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49045</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, วรรณี จิรเจริญยิ่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6e8698180b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
