<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 09:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 09:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปิยะ’ฟิต!สั่งตำรวจบช.ภ.5เร่งจับวิ่งราวร้านทอง-หาตัวชายหญิงอนาจารดำเนินคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64- พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5(ผบช.ภ.5) สั่งการให้ตำรวจ บช.ภ.5 เร่งรัดติดตามจับกุมคดีสำคัญๆ ในพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ ทั้งคดีเมื่อ 11.00 น. วันที่ 3 ต.ค. เกิดเหตุคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ที่ ร้านทอง บู๊ เช่ง เฮง เลข 2/71 หมู่ 4 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จว.ลำพูน ในท้องที่ สภ.นิคมอุตสาหกรรม จ.ลำพูน คนร้ายเป็นชาย ผิวดำแดง รูปร่างสูงใหญ่ทำทีเข้ามาเลือกซื้อทองรูปพรรณแล้วฉวยโอกาสฉกเอาทองวิ่งหนีไป ตำรวจสายตรวจ ป้อมยามใกล้เคียงได้แจ้งรูปพรรณสัณฐานคนร้ายให้สกัดจับแล้วแจ้งให้ฝ่ายสืบสวน สอบสวนออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ที่เกิดเหตุเป็นร้านทอง ตั้งเป็นห้องแถว โดยมีนายณัฐพงษ์ (สงวนนามสกุล) เป็นผู้เสียหาย ทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปประกอบด้วยสร้อยคอทองคำ 2 เส้น รวมน้ำหนัก 5 บาท สร้อยข้อมือ 1 เส้น น้ำหนัก 2 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ได้ไป ทองรูปพรรณ นน.รวม 7 บาท มูลค่า 202,300 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบภาพจากก้องวงจรปิด พบว่าคนร้าย จำนวน 1 คน เป็นชายอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างสูงใหญ่ ผิวดำแดง ทำทีมาเลือกซื้อทอง โดยตอนแรกมาเลือกดูทองตามปกติ สวมใส่เพียงแมสปิดปากจมูกเท่านั้น พอเลือกดูสร้อยแล้วกลับฉกทองวิ่งหนีออกจากร้านไป โดยขับขี่รถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 1 ก 9040 ไม่ทราบหมวดจังหวัด ขับขี่มุ่งหน้าไปทางแยกสันป่าฝ้าย ดอยติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกกรณี เมื่อวันที่ 2 ต.ค.64 ได้มีการแชร์คลิปวิดีโอ ซึ่งในเนื้อหาคลิปวิดีโอมีลักษณะชายหญิงกำลังมีเพศสัมพันธ์ บริเวณริมถนนเชียงใหม่-ลำพูน (ถนนสายต้นยาง) ท้องที่ สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการกระทำอนาจารในที่สาธารณะฯ โดยตั้งกล้องถ่ายไว้และมองเห็นต้นยางนาอายุกว่าร้อยปีเป็นฉากหลัง แล้วนำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่ในเว็บ &amp;quot;OnlyFans&amp;quot;ซึ่งชาวบ้านพากันร่ำลือและเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวนี้น่าจะเป็นต้นเหตุของการเกิดอาเพศในครั้งนี้หรือไม่อย่างไร พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย การกระทำของ ชายและหญิงดังกล่าว ถือเป็นความผิดฐาน &amp;quot;ร่วมกันกระทำการอันควรขายหน้าต่ธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น และความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเตือนผู้ที่ทำการแชร์แพร่หลายในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น ช่องทางไลน์ และเว็บไซต์ต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้าหรือ ผลิต ภาพยนตร์ลามก&amp;quot; จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พล.ต.ท.ปิยะ ได้สั่งการให้สภ.นิคมอุสาหกรรม จว.ลำพูน และสภ.สารกี จว.เชียงใหม่ เร่งทำการสืบสวนติดตามผู้กระทำทั้ง 2 คดี มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยด่วน ซึ่งคาดว่าจะทราบตัว และออกหมายจับผู้กระทำผิดดังกล่าวได้ในไม่ช้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118688</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบช.ภ.5, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, เร่งรัดคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a60c1cdbd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดเต็มม็อบทุกข้อหา ตร.ลั่นดำเนินคดีเด็ดขาดเพราะล่วงละเมิดสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ขอบคุณทุกฝ่ายทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบสันติอีกครั้ง ฝากให้นึกถึง 3 &amp;nbsp;สถาบันหลัก หมุดคณะราษฎรที่ 2 อยู่ไม่ครบ 24 ชั่วโมงดี ถูกถอดเป็นของกลางในคดีแล้ว สน.ชนะสงครามสุดคึกคัก แห่ร้องแจ้งความแกนนำธรรมศาสตร์พรึ่บ &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; เล่นบทโหดบอกจะดำเนินคดีเด็ดขาด เพราะล่วงละเมิดสถาบันอันเป็นที่รักของคนไทย เล็งฟัน 18 แกนนำ ศรีสุวรรณซัดเป็นกรรมหนักปล่อยให้ลอยนวลไม่ได้ &amp;ldquo;เพนกวิน&amp;rdquo; รับสภาพหมุดหาย โวลั่นหมุดปักในใจประชาชนแล้ว เตรียมแจกแบบให้ผลิตเพื่อปักในที่ต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 &amp;nbsp;ก.ย.ว่า สถานการณ์การชุมนุมที่ผ่านมาต้องขอแสดงความยินดีที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย &amp;nbsp;บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบสุขและสันติอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอย่างเสียสละ &amp;nbsp;อดทนและอดกลั้น จึงขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบ้านเมืองสงบสุขอย่างนี้ก็สามารถแก้ไขปัญหาหลายๆ อย่างไปด้วยกัน ขอฝากไปถึงประชาชนโดยรวมด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นหลักสำคัญยิ่งของคนไทยทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ยุติและประกาศเคลื่อนไหวอีกครั้งในวันที่ 24 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าก็ติดตามตอนต่อไป เมื่อถามว่าการปักหมุดคณะราษฎร 2563 ถือว่าผิดกฎหมายใช่หรือไม่ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;จ้ะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะในประเด็นหมิ่นเหม่ว่า ไม่ได้ตามเรื่องจึงไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรบ้าง แต่ได้ยินข้อเรียกร้องมาบ้าง ซึ่งเขาเรียกร้องไปยังองคมนตรีผ่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ส่วนจะมาถึงรัฐบาลหรือไม่-ไม่ทราบ แต่ข้อเรียกร้อง 2-3 เรื่องถือว่าเป็นไปได้ เช่นการห้ามคุกคาม ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยคุกคาม การที่รัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายถือว่าคุกคามไม่ได้ หากคุกคามคงไม่สามารถชุมนุมกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้ฟังเนื้อหาการปราศรัยรู้สึกตกใจหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;พิศวง&amp;quot; จากนั้นถามต่อว่า พิศวงในแง่ไหน นายวิษณุย้อนว่าพิศวงหมายความว่าอะไร สื่อมวลชนจึงตอบว่า &amp;quot;งง&amp;quot; นายวิษณุเลยสวนว่าก็เท่านั้น ไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความต่อเนื่องจากการชุมนุม โดยในกรณี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำแนวร่วมฯ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกข้อเรียกร้อง 3 ข้อเรียกร้องถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านประธานองคมนตรี โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.รับหนังสือนั้น ผบช.น.ไม่ได้ส่งหนังสือสำนักงานองคมนตรีแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีอำนาจหน้าที่ในการรับเรื่องหรือรับหนังสือถวายฎีกา โดยขั้นตอนต้องไปยื่นที่สำนักราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง และต้องลงลายมือชื่อของผู้ทำฎีกานั้นๆ รวมทั้งต้องลงเลขรับตามระเบียบ จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนว่าเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ถ้าไม่ขัดต่อข้อกำหนดถึงจะนำฎีกาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อเรียกร้องในการให้ประชาชนเลิกใช้บริการธนาคารไทยพาณิชย์นั้น นายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโสและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้หารือกับสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อพิจารณาสภาพคล่องตอนนี้พบว่า สินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรงมีมากกว่าที่จำเป็นเกือบ 1 &amp;nbsp;เท่า ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับสูง จึงไม่น่าห่วง แต่ ธปท.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
หุ้นไทยพาณิชย์ผันผวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ราคาหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) นั้น พบว่าเปิดตลาดเมื่อวันจันทร์เปิดซื้อขายที่ 67.25 &amp;nbsp;บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ระหว่างวันราคาหุ้นผันผวนขึ้นลง โดยปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 68.00 บาท &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.11% จากนั้นมีแรงขายปรับลดลงต่ำสุดอยู่ที่ 66.25 บาท ลดลง 1.00 บาท &amp;nbsp;หรือ 1.48% และปิดที่ 66.75 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.74% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,033.68 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพื้นที่สนามหลวงนั้น หลังจากกรุงเทพมหานครได้ปิดสนามหลวงเมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ &amp;nbsp;20 ก.ย. และเปิดประตูรั้วเมื่อเวลา 05.00 น. ปรากฏว่าหมุดคณะราษฎรที่ 2 ที่แกนนำม็อบ 19 ก.ย.ได้ร่วมกันปักไว้ได้ถูกรื้อถอนออกไปแล้ว โดยพบว่าปูนซีเมนต์ที่เทปิดทับไว้ยังเปียกชื้นอยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าประตูทางเข้าปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องดังกล่าว เพราะเพิ่งมาเปลี่ยนเวร ต่อมาในช่วงบ่ายพบว่ามีคนนำหมุดพลาสติกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้วมาวางแทนที่หมุดทองเหลือง พร้อมมีหมวกแก๊ปสีดำปักรูปมือชู 3 นิ้ว และภาพวาดการ์ตูน น.ส.ปนัสยา, นายอานนท์ นำภา และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ชู 3 นิ้วมาตั้งไว้แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.กล่าวเรื่องนี้ว่า ตำรวจไม่ใช่ผู้รื้อถอนหมุดดังกล่าว แต่คาดว่ามีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ หลังการเข้าไปตรวจสถานที่ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร, กทม., ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามรับไปเก็บรักษา เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามที่มีการแจ้งความดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติโบราณสถานฯ ข้อหาบุกรุกโบราณสถาน หรือทําให้เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวเช่นกันว่า ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนถอดออกไป &amp;nbsp;แต่ยอมรับว่าเป็นของกลางในคดี เป็นพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนต้องเก็บไว้ อยู่ในการดูแลของพนักงานสอบสวน ขั้นตอนต่อไปต้องตรวจสอบ หากมีความผิดก็ออกหมายเรียกหมายจับผู้ที่ทำผิดต่อไป&amp;nbsp;
ทั้งนี้ที่ สน.ชนะสงคราม นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดี ในฐานะตัวแทนจากกรมศิลปากร เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 กรณีแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จัดชุมนุมเมื่อ 19 &amp;nbsp;ก.ย. โดยมีรายงานว่าเมื่อวันที่ 20 ก.ย. กทม.และสำนักงานเขตพระนครเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามในกรณีดังกล่าว ในฐานะผู้แจ้งความที่ 1 แล้ว และมีตำรวจเป็นผู้แจ้งความที่ 2 &amp;nbsp;กรมศิลปกากรจึงถือเป็นผู้แจ้งความที่ 3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสถาพรกล่าวภายหลังให้ปากคำว่า ได้นำเอกสารการขึ้นทะเบียนสนามหลวงเป็นโบราณสถาน และภาพการชุมนุมจากสื่อต่างๆ มาแจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามมาตรา 10 ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขุดค้นโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 85 &amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้า ที่กรมศิลปากร นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมศิลปากรให้ดำเนินการเอาผิด 18 แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ฝ่าฝืนกฎหมายโดยบุกรุกเข้าใช้โบราณสถานสนามหลวงโดยไม่ได้ขออนุญาต และตัดทำลายรั้วและพื้นสนามหลวงเพื่อปักหมุดคณะราษฎรหมุดที่ 2 ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการให้เกิดความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตัดทำลายรั้วเพื่อนำมวลชนบุกรุกเข้าไปตั้งเวทีชุมนุมปราศรัย และเจาะพื้นสนามหลวงให้เสียหาย โดยทำพิธีฝังหมุดคณะราษฎรหมุดที่ 2 ลงในพื้นที่สนามหลวงที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ถือเป็นกรรมหนักที่จะปล่อยให้ลอยนวลต่อไปมิได้ สมาคมฯ จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่ออธิบดีกรมศิลปากรและ ผอ.เขตพระนคร เพื่อเร่งแจ้งความดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา เพื่อเอาผิดผู้ที่บังอาจกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายทั้ง 18 รายดังกล่าวโดยเร็ว&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณระบุ
ก้าวไกลข้องใจกรมศิลป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.เขต 3 นครปฐม ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล (กก.) &amp;nbsp;ตั้งข้อสังเกตในประเด็นนี้ว่า สนามหลวงหรือทุ่งพระเมรุ ตอนขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี &amp;nbsp;พ.ศ.2520 อัตลักษณ์ที่ระบุในเวลานั้นคือลานสนามหญ้า การที่ กทม.มาปรับปรุงเป็นลานคอนกรีตได้ขออนุญาตจากกรมศิลปากรหรือไม่ และกรมศิลปากรได้เข้ามากำกับการเทปูนทำลานคอนกรีตหรือเปล่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ควรเปิดเผยรายละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่า กทม.ไม่ได้กระทำผิด พ.ร.บ.โบราณสถานฯ เสียเอง แต่ถ้า กทม.ไม่ได้ขออนุญาต แสดงว่าลานคอนกรีตไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่แรก จะมาเอาผิดคนเจาะพื้นปูนที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ได้อย่างไร และอีกประเด็นหนึ่งคือ ปัจจุบันมีโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้วหลายแห่งถูกทำลายและสูญหาย กรมศิลปากรต้องชี้แจงให้สาธารณชนทราบด้วย เช่น อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมไม่ทำอะไรเลย ก็อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษก ตร.แถลงถึงการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมและผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังทุกข้อหาไม่ละเว้น โดยเฉพาะการกระทำที่ไม่บังควร การปราศรัยที่หมิ่นเหม่ไม่เหมาะสม กระทบต่อความรู้สึกของคนไทย เบื้องต้นมีผู้ปราศรัยเข้าข่ายความผิดนี้ 3-4 ราย และมีข้อมูลว่ามีผู้สนับสนุนด้วย ซึ่งปรากฏข้อมูลชัดเจนในโซเชียลมีเดียก็ต้องดำเนินคดีหากหลักฐานไปถึง ครั้งนี้ยืนยันว่าตำรวจดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีประชาชนบางส่วนไปแจ้งความที่ สน.ชนะสงครามแล้ว พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีในทุกกรณี ไม่ละเว้น เรายืนยันว่ายึดมั่นการดูแลความสงบเมื่อชุมนุมตามกฎหมาย &amp;nbsp;แต่เมื่อใดก็ตามที่ทำผิดกฎหมาย กระทำการล่วงละเมิดสถาบันอันเป็นที่รักของคนไทย เป็นหน้าที่ของตำรวจทุกนายต้องพิทักษ์รักษาดำเนินการอย่างถึงที่สุด&amp;rdquo; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ พล.ต.ท.ปิยะตอบว่า ไม่ชี้ว่าเป็นกฎหมายข้อใด แต่ตำรวจจะดูอย่างละเอียดใครที่ทำผิดกฎหมาย หากเข้าข่ายข้อกฎหมายใดก็ไม่ละเว้น ตำรวจมีหลักฐานทุกอย่างหมดแล้ว รวมทั้งกรณีที่ตำรวจภูธรภาค 1 ตรวจยึดเอกสารที่จะนำมาร่วมชุมนุม หากเข้าข่ายความผิดก็ต้องดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการยื่นเอกสารเปิดผนึกถึงประธานองคมนตรีผ่าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์นั้น โฆษก ตร.กล่าวว่า &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์รับเอกสารมา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ในขณะนั้น และได้ดำเนินการตามกระบวนการ โดยส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังตรวจสอบเนื้อหา แล้วจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป หากพบว่าเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีด้วย ซึ่งขณะนี้พบชัดเจนว่าผู้ชุมนุมเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ชุมนุมโดยไม่ขออนุญาต ซึ่ง ผกก.สน.ชนะสงครามดำเนินคดีแล้ว นอกจากนี้ยังเข้าข่ายความผิดอื่นๆ ตามที่กรมศิลปากร กรุงเทพมหานคร และที่ประชาชนคนอื่นๆ เข้าแจ้งความก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด เบื้องต้นกลุ่มนี้มีอย่างน้อย 10 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องขอบคุณผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบ แต่ก็มีบางส่วนที่ทำผิดกฎหมาย แกนนำหรือผู้ชุมนุมรายใดทำผิดซ้ำก็ต้องนำไปสู่กระบวนการเพิกถอนประกันต่อไป ทั้งนี้การชุมนุมต่อไปจากนี้ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่อาศัยโอกาสทำสิ่งไม่เหมาะสม หากทำผิดอีกก็ต้องดำเนินคดีซ้ำ ถือเป็นต่างกรรมต่างวาระ&amp;rdquo; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
กทม.แจงความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ บช.น. พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ, พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง &amp;nbsp;ผบช.น., พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. และนายสถาพรได้ร่วมกันแถลงการชุมนุมที่สนามหลวงของกลุ่ม 19 กันยาอีกครั้ง โดย พล.ต.ท.โสภณกล่าวว่า จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบแผงเหล็ก 7 แผง แม่กุญแจที่ใช้คล้องระหว่างแผงเหล็ก 92 อัน รวมถึงจุดที่เจาะพื้นเพื่อปักหมุดได้รับความเสียหาย จึงให้ ผอ.เขตพระนครในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่แจ้งความดำเนินคดี ส่วนความเสียหายอื่นๆ อาทิ ต้นไม้ สนามหญ้า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบประเมินความเสียหายมากน้อยเพียงใด
พล.ต.ต.สุคุณกล่าวว่า เรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ เบื้องต้นพบผู้ที่เกี่ยวข้อง 16 คนที่เกี่ยวข้องกับการจัดชุมนุม การโฆษณาชักชวนคนมาร่วมการชุมนุม และปราศรัยบนเวที เข้าข่ายความผิดฐานร่วมกันจัดให้ชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนความผิดอื่นๆ อยู่ระหว่างพิจารณา ซึ่งคาดว่าเมื่อรวบรวมความผิดได้ชัดเจนแล้ว &amp;nbsp;จะเริ่มออกหมายเรียกให้ผู้กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนกรณีบุกรุกเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เบื้องต้นยังไม่พบมีการแจ้งความให้ดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ สน.ชนะสงคราม นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่ น.ส.ปนัสยา, นายอานนท์ และนายพริษฐ์ ในความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีการปราศรัยบนเวทีชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร โดยนำหลักฐานเอกสารข่าว ไฟล์ภาพและเสียงการปราศรัยบนเวทีของบุคคลทั้งสามมาประกอบการแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็เดินทางเข้ามายัง สน.ชนะสงครามเพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีแก่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์, นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.พรรคไทรักธรรม และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในข้อหาร่วมชุมนุมในสถานที่ห้ามชุมนุม จากกรณีที่มีภาพของทั้ง 3 คนปรากฏระหว่างการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ โดยแสดงตัวด้วยการชูสามนิ้วในสถานที่ห้ามชุมนุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวอีกว่า ในวันพุธที่ 23 ก.ย.จะยื่นประธานรัฐสภาเพื่อขอให้สอบจริยธรรมของ ส.ส.ทั้ง 3 คนด้วย เพราะการชุมนุมที่เกิดขึ้นมีการโจมตีให้ร้ายต่อสถาบันอย่างต่อเนื่อง โดยส่อไปถึงการล้มล้างการปกครอง ซึ่ง ส.ส.ทั้ง 3 คนมีพฤติกรรมร่วมสนับสนุน โดยกำลังให้ทีมกฎหมายตรวจสอบอยู่ว่าจะยื่นศาลเพื่อให้ยุบพรรคการเมืองของทั้ง 3 คนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ว่า &amp;quot;ต่อไปไม่ชู 3 นิ้วแล้ว เพราะผิดกฎหมาย งั้นชู 1 นิ้วพอ ถ้าอยากยุบพรรคยุบไปเลย จะได้ลงถนนเต็มตัว เจอกัน จำชื่อไว้เต้ พระราม 7 สะกดคำว่ากลัวไม่เป็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้งได้นัดนายอานนท์, นายพริษฐ์, นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่, &amp;nbsp;น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ &amp;nbsp;ระยอง แกนนำกลุ่มเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย มาส่งตัวพร้อมสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาสำนวน ในคดีความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง กรณีจัดการชุมนุมปราศรัยหน้ากองบัญชาการกองทัพบกเมื่อ 20 &amp;nbsp;ก.ค.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระหว่างเดินทางมายังสำนักงานอัยการฯ นายพริษฐ์ได้คุยกับนายอานนท์ขณะเจอหน้าว่า &amp;quot;ของเราหายแล้วนะ&amp;quot; ซึ่งหมายถึงหมุดคณะราษฎร 2563 ได้ถูกถอนออกไปจากสนามหลวงแล้ว และให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ไม่แปลกใจ แต่เชื่อว่าสำหรับหมุดคณะราษฎร 2563 มันได้ถูกปักลงกลางใจกลุ่มผู้ชุมนุมทุกคน และต่อจากนี้จะทำการแจกไฟล์แบบหมุดคณะราษฎร 2563 เพื่อให้กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมนำไปหล่อ และไปปักตามที่ต่างๆ ที่อยากปัก ส่วนตัวต่อจากนี้ อาจนำหมุดไปปักตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุง สำหรับหนังสือข้อเรียกร้องที่ยื่นไป เชื่อว่าสุดท้ายแล้วไปไม่ถึงมือคนที่ตนเองตั้งใจไว้ แต่แกนนำได้อ่านคำเรียกร้องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ถึงเจตนารมณ์และข้อเรียกร้องแล้ว
หวังถอดถอนนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวต่อไปว่า หนังสือข้อเรียกร้องไม่ได้กำหนดเวลาของคำตอบที่ได้ เชื่อว่าจากข้อเรียกร้องทั้งหมดในส่วนประเด็นการถอดถอนนายกฯ น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะขณะนี้นายกฯ &amp;nbsp;ขาดเสถียรภาพทางการเมือง ถูกทอดทิ้งทางการเมืองพอสมควร ซึ่งหากนายกฯ จะลาออกก็ควรนำคนที่รับใช้ทั้งหมดออกไปด้วย ส่วนการชุมนุมครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.ย.63 ทราบว่าเป็นของกลุ่มประชาชนปลดแอก ส่วนตัวไม่ทราบเวลา แต่ทราบว่าสาเหตุที่ต้องมีการชุมนุมวันดังกล่าว เพราะรัฐสภามีการพิจารณาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องมีการแสดงพลังให้เห็นว่ามวลชนตั้งใจต้องการให้เกิดการแก้ไข และป้องกันการเพิกเฉยหรือทำให้ญัตติตกลงไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงกิจกรรมในวันที่ 14 ต.ค.นี้ว่า อยากขอเชิญชวนให้ผู้ที่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้หยุดงาน เพื่อแสดงพลังให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของรัฐบาล จะหยุดงานเพื่ออยู่บ้านเฉยๆ หรือออกไปเที่ยวก็ได้ทั้งหมด ส่วนแกนนำจะมีการจัดกิจกรรมให้มวลชนเข้ามาร่วมหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพูดคุยหารือร่วมกันซึ่งจะมีความชัดเจนต่อไป ส่วนประเด็นการเอาผิดทางกฎหมายกับแกนนำนั้น สนามหลวงเป็นสถานที่ที่ประชาชนคนไทยสามารถใช้ได้อย่างเสรีตั้งแต่อดีต ทั้งการเล่น การพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงการชุมนุมที่แสดงออกทางความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมือง ในอดีตที่ผ่านมาก็หลายครั้ง แต่มาในรัฐบาลนี้กลับพยายามยึดสนามหลวงให้เป็นทรัพย์สินส่วนตัว และปิดกั้นการเข้าถึงของประชาชน อีกทั้งปูนที่กลุ่มแกนนำมีการเจาะเพื่อฝังหมุดคณะราษฎร ก็ไม่ได้มองว่าเป็นโบราณสถานหรือโบราณวัตถุ เพราะปูนเพิ่งเทมาเพียงสามปี&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กลุ่มแกนนำกลับมองว่าตัวหมุดคณะราษฎร 2563 น่าจะเป็นศิลปวัตถุที่ทางกรมศิลปากรควรต้องเข้ามาดูแลรักษามากกว่าการดำเนินคดีกับพวกผม เพราะถือเป็นศิลปวัตถุที่จะมีผลทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยต่อไปในอนาคต เป็นหมุดที่แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญ&amp;quot; นายพริษฐ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการในครั้งนี้ พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้งไม่ได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากโทษและข้อหาที่แจ้งต่อกลุ่มแกนนำไม่ได้มีอัตราโทษสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาอีกว่า วันนี้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามได้นัดส่งสำนวนเห็นควรฟ้องพร้อมตัวผู้ต้องหาอีกสำนวน ประกอบด้วย น.ส.สุวรรณา, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, &amp;nbsp;นายชาติชาย แกดำ, นายชูเวช เดชดิษฐรักษ์ และนายณรงค์ ดวงแก้ว ผู้ต้องหาในคดี พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ จากการเป็นผู้ร่วมจัดการชุมนุม ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ, พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กรณีร่วมกิจกรรม &amp;quot;เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย&amp;quot; บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 ส.ค.63&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการส่งสำนวนในคดีชุดของนายอานนท์และชุดของ น.ส.สุวรรณาแล้ว พนักงานอัยการ สำนักงานคดีศาลแขวง 3 ได้เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีของผู้ต้องหาทั้งหมดไปวันที่ 24 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันครบกำหนดผัดฟ้องฝากขัง เนื่องจากเพิ่งได้รับสำนวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงต้องใช้เวลาพิจารณาสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ว่าเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น หนทางอีกยาวไกล ซึ่งมั่นใจว่ารัฐบาลได้รับความชำรุดน้อย เนื่องจากเป้าในการเคลื่อนไหวที่ชู 10 ข้อไม่ได้พุ่งเล่นงานรัฐบาล ขณะเดียวกันเป้าหมายนั้นไม่ได้ง่ายในทางปฏิบัติ และถ้ายิ่งเคลื่อนไหวรุกมากขึ้นก็จะยิ่งเกิดกระแสตีกลับเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;บอกมาแต่ต้นว่าสนับสนุน 3 ข้อ ไม่เอา 10 ข้อ มีหลายคนไม่พอใจ แต่ถ้ามองปรากฏการณ์ยาวๆ แล้ว ถึงที่สุดปลายทางต้องเจอกับอะไร เชื่อมั่นว่าถ้าเอาการต่อสู้ใน 3 ข้อ กระแสจะแรงมากที่สุด เพราะประชาชนเดือดร้อน ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อเลือกเส้นทาง 10 ข้อ แม้เป็นเสรีภาพการตัดสินใจ แต่ระยะเวลาเดินต่อไปนั้นจะถูกกล่าวโทษร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีหลากหลายเรื่องราว&amp;rdquo; นายจตุพรระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78186</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, ศรีสุวรรณ จรรยา, สิระ เจนจาคะ, สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f68ab4bd9c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ นัดถก ก.ตร. แต่งตั้งนายพลรอบ 2 &#039;ปิยะ อุทาโย&#039; ขึ้น รอง ผบ.ตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 11 ก.ย. เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 8/2563 ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระการประชุมที่น่าสนใจ คือ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) รอบเก็บตกววาระประจำปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตำแหน่งว่างในระดับ รอง ผบ.ตร. ถึง ผบก. รอบเก็บตกวาระประจำปี 2563 ระดับ รอง ผบ.ตร. ว่าง 1 ตำแหน่ง ระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ว่าง 1 ตำแหน่ง ระดับ ผบช. ว่าง 2 ตำแหน่ง ระดับ รอง ผบช. ว่าง 5 ตำแหน่ง และระดับ ผบก. ว่าง 12 ตำแหน่ง รวมเก้าอี้นายพลรอบเก็บตกว่างถึง 21 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเก้าอี้สำคัญ รอง ผบ.ตร. คาดมีการเสนอชื่อ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.38 และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านมารับภารกิจสำคัญ อาทิ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรับผิดชอบงาน &amp;ldquo;จิตอาสา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ประสานงานทำเนียบรัฐบาล นรต.36 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 นรต.41 เลื่อนเป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ส่วน พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จเรตำรวจ (สบ.8) นรต.41 สไลด์มานั่ง เก้าอี้ ผบช.สอท. หรือ บช.ไซเบอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดับ รอง ผบช. พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา รอง ผบช.สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โยกเป็น รอง ผบช.สอท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระดับ ผบก. พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบก.กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, พ.ต.อ.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบก. กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 เลื่อนเป็น ผบก. ใน บช.สอท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเก้าอี้ต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะมีความชัดเจนหลังการประชุม ก.ตร. ในวันพรุ่งนี้เสร็จสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77061</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, รอง ผบ.ตร., แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43c9c6f1354.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ก.ตร.&#039;ถกโผนายพล11ก.ย.&#039;ปิยะ&#039;รองผบ.ตร.&#039;บิ๊กแจง&#039;คุมไซเบอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63-มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) นัดประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 8/2563 ในวันที่ 11 ก.ย.2563 เวลา 10.00 น.ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;โดยมีวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.)-ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2563 (ล็อต2)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า ในการประชุม ก.ตร.ครั้งนี้ จะมีการเสนอบัญชีแต่งตั้งแทนตำแหน่งว่าง 5 ตำแหน่งและแต่งตั้งตำแหน่งในกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.) 11 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 16 ตำแหน่ง โดยคาดว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นรต.38 ขึ้นเป็น รองผบ.ตร. แทนตำแหน่งของพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผบ.ตร. &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล รอง ผบช.ภ.9 ขึ้นเป็น จตร.(สบ.8) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จตร.(สบ.8) เป็น ผบช.สอท. หรือ ผบช.ไซเบอร์ และพล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผบช.ภ.3 เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76970</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., ตำรวจ, พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, แต่งตั้งนายพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58cd3df06fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>8ก.ย.ลุ้น&#039;ก.ตร.&#039; เคาะรองผบ.ตร. นั่งแทน&#039;วิระชัย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โปรดเกล้าฯ ให้ &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; พ้นตำแหน่งตั้งแต่ 29 ก.ค. จับตา 8 ก.ย. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร. แต่งตั้งรอง ผบ.ตร.-ผบก.ล็อต 2 อีก 5 ตำแหน่ง หึ่ง &amp;quot;บิ๊กเบิ้ม&amp;quot; จ่อเสียบเก้าอี้รอง ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค.63 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ลงนามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจพ้นจากตำแหน่ง โดยเนื้อหาระบุว่า ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ข้าราชการตำรวจ ตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำรองราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จนถูกตั้งกรรมการสอบสวน และขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 104 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบข้อ 8 วรรคสอง ของกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการในส่วนราชการใด พ.ศ.2548&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่งแล้ว บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.63 ประกาศ ณ วันที่ 31 ส.ค.63 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่มาของคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.วิระชัย เนื่องจากถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง กรณีนำคลิปบันทึกเสียงการสนทนาระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.วิระชัย ในคดีคนร้ายลอบยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต ผบช.สตม. มาเผยแพร่ตามสื่อมวลชน กองคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เนื่องจากมีพฤติการณ์และการกระทำเข้าลักษณะมีเจตนาเปิดเผยความลับของทางราชการและฝ่าฝืนระเบียบคำสั่งว่าด้วยการให้ข่าวสัมภาษณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของตำรวจอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะเดียวกัน พล.ต.อ.วิระชัยได้มอบทนายแจ้งความกลับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในกรณีสั่งสำรองราชการ จนได้รับความเสียหาย ขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการคัดเลือกเพื่อเป็น ผบ.ตร. ซึ่งศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 8 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัยไปปฏิบัติหน้าที่ราชการสำนักงาน ผบ.ตร. ตามมาตรา 10 (1) แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 เพื่อปฏิบัติหน้าที่อำนวยการและสนับสนุนการปฏิบัติงานของ ศปก.ตร. ก่อนมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งรอง ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เตรียมนัดประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 8/2563 ในวันที่ 8 ก.ย.2563 ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)-ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2563 (ล็อต 2) แต่งตั้ง รอง ผบ.ตร.-ผบก.อีก 5 ตำแหน่ง เพื่อทดแทนตำแหน่งว่างหลัง พล.ต.อ.วิระชัยพ้นจากรอง ผบ.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ในการประชุม ก.ตร.ครั้งนี้ คาดว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นรต.38 ขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร. แทนตำแหน่งของพล.ต.อ.วิระชัย ส่วนตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ยังเบียดกันระหว่าง พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7 และขยับ พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จตร. (สบ 8) สายตรง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็น ผบช.ภ.7 เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76690</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200906/image_big_5f54efe8e567a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2020 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2020 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบนายทุน Fast Loan ปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหดร้อยละ 100 ต่อเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.63 - พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 1599 กรณีมีผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบผ่านเฟสบุ๊คและไลน์ ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;FAST LOAN&amp;rdquo; โดยมีการระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ 099-2127629 และ ID Line : fastloan เพื่อใช้ในการโฆษณาแก่ประชาชนทั่วไปที่มีความเดือดร้อนเรื่องการเงินและเป็นช่องทางในการติดต่อระหว่างลูกหนี้และผู้ปล่อยเงินกู้ ในการส่งหลักฐานการกู้ยืมเงิน หลักฐานการโอนเงิน รวมถึงการทวงถามหนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงได้สั่งการให้ บก.ปอศ. ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว เนื่องจากผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นลูกหนี้รายหนึ่งได้กู้เงินจากเจ้าหนี้ผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ ชื่อ &amp;ldquo;FAST LOAN&amp;quot; โดยหากกู้เงินเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท ผู้กู้ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยโดยมีเงื่อนไขต้องชำระคืนภายใน 7 วัน เป็นจำนวนเงิน 2,500 (ดอกเบี้ย 500 บาท ต่อ 7 วัน คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 25 ต่อ 7 วัน หรือร้อยละ 100 ต่อเดือน ) หากชำระหนี้ไม่ตรงตามกำหนดจะถูกปรับเป็นเงิน 100 บาทต่อครั้ง ผู้กู้ได้กู้เงินเป็นจำนวนหลายครั้ง ไม่เคยขาดส่งแต่เนื่องจากเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 (โควิด-19)&amp;nbsp; ทำให้ผู้กู้หาเงินมาชำระหนี้ไม่ได้ตามกำหนด จึงขอผ่อนผันกับผู้ให้กู้ แต่ผู้ให้กู้ก็ยังใช้การข่มขู่ผ่านทางเฟสบุ๊คและทางไลน์ โดยใช้ถ้อยคาหยาบคาย รุนแรง และขู่ว่าจะใช้กำลัง โดยโพสรูปภาพข่มขู่ลูกหนี้ลักษณะจะใช้ความรุนแรงกับลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. , พ.ต.อ.สมพล อิสสระเสรี รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. รวบรวมพยานหลักฐานขยายผลจนกระทั่งขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับนายเอกราฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 36&amp;nbsp; ปี ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1106/2563 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ในข้อหา &amp;ldquo;ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราโดยให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และมีพฤติการณ์ประกอบธุรกิจทวงหนี้ถามหนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนทราบว่า นายเอกราฐ (สงวนนามสกุล) บุคคลตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น ก่อนจะมาเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ เมื่อต้นปี 2562 เคยเป็นผู้จัดการฝ่ายเร่งรัดหนี้สินของกลุ่มเครือข่ายเงินกู้นอกระบบแอพลิเคชั่น BathLoan ซึ่ง กก.5 บก.ปอศ. ได้ตรวจค้นจับกุมไปก่อนหน้าหนี้แล้ว แต่ต่อมา นายเอกราฐ ได้ออกจากบริษัทดังกล่าวและผันตัวเองมาปล่อยเงินกู้นอกระบบผ่านแอพลิเคชั่นเฟสบุ๊ค และไลน์ ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;FAST LOAN&amp;rdquo; เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่พื้นที่ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นจับกุมบ้านพักพบผู้ต้องหาตามหมายจับและพบพยานหลักฐาน เอกสารการกู้ยืมเงินของลูกหนี้ บัญชีธนาคาร โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและของกลางที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดอีกจำนวน 10 รายการ จึงได้ทำการตรวจยึดและจับกุมตัวผู้ต้องหานำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72495</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200725/image_big_5f1c39bc1770c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 10:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา! &#039;สตช.&#039; แถลงกรณีนายกฯเซ็นโยก &#039;วิระชัย&#039; กลับถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 10.30 น.&amp;nbsp; พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งสื่อมวลชนจะทำการแถลงข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 ตร. ทั้งนี้ที่จับตาประเด็นสำคัญที่วานนี้ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งที่ 219/5263 ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.กลับไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้เซ็นคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ชนวนเหตุมาจาก &amp;ldquo;คลิปเสียง&amp;rdquo;การสนทนาระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา เผยแพร่ไปยังสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯ ให้เหตุผลครั้งนั้น &amp;ldquo;มีพฤติการณ์และการกระทำส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่การอำนวยความยุติธรรมกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;rdquo; และการเซ็นคำสั่งให้กลับมาปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งนี้ ไม่ทราบเหตุพลที่แน่นอนเพียงระบุว่า การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว ให้กลับไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;จึงต้องจับตาว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะแถลงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้า พล.ต.อ.วิระชัย ได้เข้าร่วมพิธีเฉลิมพระเกียรติ วันเฉลิมพระชนพรรษา 68 พรรษา 28 ก.ค. กับคณะข้าราชการตำรวจ &amp;nbsp;พร้อมกับเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิมดูแลงานด้านกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงได้มีการพูดคุยกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ หรือไม่ พล.ต.อ.วิระชัย ไม่ตอบ เลี่ยงตอบคำถามว่าตนมีขวัญและกำลังใจดีพร้อมกลับมาทำหน้าที่เหมือนเดิม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72367</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ae080cc878.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
