<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กอวบ&#039;ย้ำตำรวจให้ยึดแผนยุทธวิธีหลังแก๊งยานรกยิง-ชน&#039;ดต.&#039;ดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.2562 - พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 &amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่เพื่อประชุมติดตามคดีที่ ด.ต.ปุณกฤษณ บัวแก้ว ผบ.หมู่ กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ถูกยิงเสียชีวิตขณะทำการล่อซื้อจับกุมผู้ต้องหายาเสพติดในพื้นที่ สภ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ซึ่งล่าสุดคนร้ายทั้ง 3 คน คือ นายสุเชษฐ์ หวานเหลือ อายุ 24 ปี นายวันชัย ชัยณรงค์ หรือหลี อายุ 28 ปี และนายจักรพรรดิ ณ ถลาง หรือโด้ ผู้ต้องหาร่วมกันค้ายาเสพติดได้เข้ามอบตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติยังได้นำเงินสวัสดิการมามอบให้กับทางครอบครัว ด.ต.ปุณกฤษณเป็นเงินประมาณ 2.5 ล้านบาท พร้อมปูนบำเหน็จความชอบกรณีพิเศษ จำนวน 5 ขั้น และเลื่อนเป็น ยศ พ.ต.ต. รวมถึงรับทายาทเข้ารับราชการ 1 คน ซึ่ง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายให้ยึดถือปฏิบัติตามแผนและยุทธวิธีตำรวจในการออกปฏิบัติโดยเคร่งครัด ด้วยสติ และความรอบครอบ ระมัดระวัง พร้อมทั้งกำชับให้ระดมกวาดล้างอาวุธปืนและยาเสพติดในทุกวันที่ &amp;nbsp;10 , 20 และ 30 ของทุกเดือน ตามแผนพิทักษ์ภัยให้ประชาชน 2562 ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้มอบหมายสั่งการไว้แล้วอย่างเคร่งครัด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39707</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด.ต.ปุณกฤษณ บัวแก้ว, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, สุราษฎร์ธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d1618fe308e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2019 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2019 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.ภ.8 ปัดข่าวเด้ง&#039;ผู้กำกับโชค&#039;ขีดเส้น5วันสางปมคลิป&#039;ผมเพื่อนโชค&#039;เบ่ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.62 - จากกรณีคลิปฉาวขณะตํารวจจราจรออกปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจบนถนนสายทุ่งใหญ่-หนองดี บริเวณยูเทิรน์ภูตะวัน หมู่ 2 เขตเทศบาล ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ตามคําสั่งผูู้บังคับบัญชาให้กวดขันวินัยจราจร อย่างไรก็ตามขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นได้มีรถเก๋ง ฮอนด้าแอคคอร์ด สีขาว ทะเบียน กธ 4808 สงขลา อ้างตนเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มาพร้อมหญิงสาวขับผ่านจุดตรวจ เมื่อค่ำวันที่ 2 พ.ค.2562 และอ้างเป็นเพื่อน &amp;ldquo;ผู้กำกับโชค&amp;rdquo; หรือ พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ โดยไม่ยอมให้ตรวจใบขับขี่ตามคำขอของ ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ทุ่งใหญ่ จนกลายเป็นข่าวอื้อฉาวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 .ให้สัมภาษณ์ว่าได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเพื่อให้ครอบคลุมได้ข้อเท็จจริงทั้งหมดโดยให้รายงานผลภายในวันอังคารที่ 14 พ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่เจ้าพนักงานเรียกดูใบขับขี่แล้วไม่ให้ดูจะถือว่าผู้นั้นมีความผิดทางอาญา ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานหรือไม่ พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวว่าได้ดูจากคลิปต้องขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จึงไม่อยากสรุปเร็วเกินไป หลังจากวันอังคารที่ 14 พ.ค.นี้ ตนจะเรียนให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทราบ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าพนักงานมีคำสั่งโดยทั่วไปแล้วจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน แต่กรณีนี้ต้องขอตรวจสอบในรายละเอียดทุกแง่ทุกมุมก่อนบางทีคลิปต่างๆเราอาจจะดูไม่คลอบคลุมทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่และคู่กรณีไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือผู้ใดก็ตาม แต่ถ้าสิ่งใดตำรวจทำไม่ถูกต้องเราก็มีเรื่องระเบียบวินัยและเรื่องข้อกฎหมายอยู่แล้ว แต่ถ้าทำถูกต้องเราก็ต้องชมเชยให้กำลังใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีหลังเกิดเหตุแล้วหน่วยงานหรือคู่กรณีได้ออกมาพูดคุยชี้แจงกับตำรวจบ้างหรือไม่นั้น &amp;nbsp;พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวว่าเป็นเรื่องของแต่ละหน่วยงานขององค์กรนั้น ในส่วนตำรวจก็มาดูในบ้านตนเองว่าผู้ใต้บังคับบัญชาได้กระทำถูกต้องหรือไม่อย่างไร ส่วนคำสั่งย้าย ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว ที่ผ่านมาขณะนี้ตนก็ได้มีคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิมแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าเกิดความขัดแย้งระหว่างองค์กรหรือไม่นั้น พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรถ้าเราทำงานแบบชัดเจนตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีมีข่าวว่ามีคำสั่งย้าย พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ แล้วนั้น ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งใดๆ เพียงแต่ช่วงบ่ายวันนี้ตนได้เรียกให้ พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และ พ.ต.อ.โชคดี มาพบที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 8 เพื่อมารายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนความชัดเจนที่หมดต้องรอหลังตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงในวันอังคารที่ 14 พ.ค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35554</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่, ผบช.ภ.8, ผู้กำกับโชค, พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190511/image_big_5cd617ec5cac6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผัวเมียขนยาบ้า อ้างหาค่าผ่าตัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มชาวไร่รวมหัวกับเมียขายยาบ้า ถูกจับพร้อมของกลาง 1.4 แสนเม็ด อ้างหาเงินให้เมียผ่าตัดมะเร็งเต้านม อีกราย ด่านบ้านพละสกัดจับผัวเมียขายเครื่องเซรามิกบังหน้า ซุกยาบ้า 4.7 แสนเม็ดจะไปส่งให้ลูกค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมนี้ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี กับพวก แถลงข่าวจับกุมยาบ้า 148,000 เม็ด สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดนัดส่งมอบของกันที่บริเวณปากทางเข้าวัดคงคา หมู่ 2 บ้านห้วยสะพาน ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี จึงนำกำลังไปดักซุ่ม กระทั่งมีรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน บร 8952 กาญจนบุรี วิ่งออกมาจากวัด เจ้าหน้าที่จึงสกัดไว้และเข้าตรวจสอบ พบยาบ้าบรรจุหีบห่อเป็นมัด พันด้วยผ้าเทปกาวสีน้ำตาล จำนวน 55 มัด จึงควบคุมตัวนายนิพนธ์ หรือสอด มณฑาทัศ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 246 หมู่ 20 ต.รางหวาย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี คนขับรถ พร้อมด้วยนางรำเพย ศรีโสภา อายุ 50 ปี ภรรยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายนิพนธ์และนางรำเพยรับสารภาพว่ายังมียาบ้าอีกจำนวนหนึ่งงฝังดินอยู่บริเวณหลังบ้าน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว 2 สามีภรรยาไปตรวจค้นบ้าน พบยาบ้ารวมจำนวนดังกล่าว โดยนายนิพนธ์ให้การว่า เมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นางรำเพยไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าเป็นมะเร็งเต้านม ต้องผ่าตัด ใช้เงินจำนวนมาก ตนและภรรยามีอาชีพทำไร่ ทำสวน ฐานะยากจน แถมมีลูกๆ อีกหลายคนที่ต้องเลี้ยงดู จึงตัดสินใจรับจ้างขนยาบ้าจากนายเทรน ไม่ทราบชื่อจริงและที่อยู่ ทุกครั้งนายเทรนจะโทรศัพท์มาติดต่อให้ไปเอายาบ้าจากที่ไหน ไปส่งที่ไหน ทำมาแล้ว 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 1 หมื่นบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกราย ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8, นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร, พ.อ.ปกรณ์ จันทรโชตะ รอง ผบ.มทบ.44 แถลงข่าวจับกุมนายพงษ์เดช ใจกาด อายุ 54 ปี และนางนิตยา ใจกาด อายุ 57 ปี ภรรยา พร้อมยาบ้าตรา 5 ดาว 9999 จำนวน 478,000 เม็ด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อค่ำวันที่ 9 ธ.ค. พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.มาบอำมฤต ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้บ้านพละ ถนนเพชรเกษม หมู่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิวจ.ชุมพร ได้บูรณาการร่วมกับตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง พบมีผู้ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ สีเทา ตอนเดียว ทะเบียน บว 6405 ลำปาง กระบะหลังติดหลังคาโครงเหล็กสูงหุ้มผ้าใบสีดำมิดชิด ขับมาก่อนถึงด่านตรวจประมาณ 100 เมตร ได้เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางถนนสายรองเลียบชายทะเลบ้านมาบอำมฤต มีพิรุธ จึงส่งเจ้าหน้าที่ไล่สกัด พบว่านายพงษ์เดชเป็นคนขับ มีนางนิตยานั่งมาด้วย ตรวจสอบที่กระบะหลังบรรทุกสินค้าเซรามิกจำพวกดอกไม้ประดิษฐ์และแจกัน โดยมียาบ้าซุกซ่อน สอบสวนทราบว่าทั้งคู่เป็นชาวลำปาง ค้าขายเครื่องเซรามิกบังหน้า แต่เบื้องหลังรับจ้างขนยาบ้าส่งภาคใต้ ทำมาแล้วหลายครั้ง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24017</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ, พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย, พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0fbf99e2537.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดยาบ้าล้านเม็ด ม้งขนมุ่งหาดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับ 3 ม้งรับจ้างขนยาเสพติดเที่ยวละ 1 ล้าน จากชายแดนภาคเหนือมุ่งสู่หาดใหญ่ ได้ของกลางยาบ้าจากเมืองยอนกว่า 1 ล้านเม็ด ไอซ์อีก 2 กก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี รรท.ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พล.ต.พรชัย อินทนู ผบ.มทบ.44, พ.อ.ฐิติพงษ์ อินวะษา รอง ผบ.กรมทหารราบที่ 25, นายสราวุธ ภักดี ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 &amp;nbsp;ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชาวม้ง 3 ราย ประกอบด้วย นายมานพ ทรงศิริโชติ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/1 หมู่ที่ 6 ต.เชียงของ อ.วังเจ้า จ.ตาก, นายนิพัทธ์ ไตรวิชญ์อัศวกุล อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 318 หมู่ที่ 6 ต.เชียงของ อ.วังเจ้า จ.ตาก, นายเกรียงศักดิ์ แสงวิริยะรุ่ง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/1 หมู่ที่ 6 ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางยาบ้าตรา Y1 (เมืองยอน 1) จำนวน 1,176,000 เม็ด ไอซ์ 2 กก. รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท รถยนต์บรรทุกหกล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 83-1959 เชียงใหม่ รถยนต์กระบะโตโยต้า สีเทา ตอนเดียว ทะเบียน บท 6204 ตาก โทรศัพท์มือถือและของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ โดยกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.มาบอำมฤต หัวหน้าด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้ บ้านพละ ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร, พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ่วงพิศ ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร ร่วมกับทหาร ตั้งด่านตรวจป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดและอาชญากรรมตามนโยบายรัฐบาล พบรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน บท 6204 ตาก กระบะหลังติดรั้วเหล็ก ขับมาถึงจุดตรวจจึงเรียกตรวจสอบ มีนายมานพ ทรงศิริโชติ เป็นผู้ขับขี่ และนายนิพัทธ์ ไตรวิชญ์อัศวกุล นั่งโดยสารมาด้วย อ้างว่าจะมาซื้อทุเรียนไปขายทางภาคเหนือ แต่มีพิรุธ พูดจาวกวน ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือของคนขับหลายครั้ง แต่ไม่ยอมรับสาย เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปสอบสวนภายในป้อมด่านตรวจ จนยอมรับสารภาพว่าเป็นรถยนต์นำทางให้กับรถยนต์อีกคันที่ลักลอบขนยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้วางแผนให้คนขับรถคันดังกล่าว โทรศัพท์แจ้งให้รถขนยาเสพติดขับมาโดยบอกว่าไม่มีด่าน กระทั่งรถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียน 83-1959 เชียงใหม่ ขับถึงด่านตรวจ เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวนายเกรียงศักดิ์ แสงวิริยะรุ่ง คนขับ ตรวจค้นที่กระบะหลังบรรทุกขิงสดใส่ลังพลาสติกมาเต็มคัน ที่ช่องว่างระหว่างตัวเก๋งหัวรถกับกระบะหลังมีการดัดแปลงเป็นช่องลับอย่างดี ภายในมียาบ้าและไอซ์จำนวนดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาทั้ง 3 สารภาพรับจ้างขนยาเสพติดเที่ยวละ 1 ล้านบาท เนื่องจากช่วงนี้รัฐบาลเข้มงวดกวาดล้างทำให้มีความเสี่ยงสูง จึงมีการว่าจ้างในราคาแพง โดยรับจ้างขนมาจากผู้ผลิตในเขตประเทศเพื่อนบ้านด้าน จ.เชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งให้เครือข่ายที่ชายแดนด้าน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลและทราบผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด จะได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22056</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ่วงพิศ, พ.อ.ฐิติพงษ์ อินวะษา, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี, พล.ต.พรชัย อินทนู, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, วิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์, สราวุธ ภักดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5bed79bf207ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กแป๊ะนำแถลงปิดคดีแหม่มอ้างถูกข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบข่าว ผบ.ตร.นำทีมตั้งโต๊ะแถลงยุติคดีแหม่มอังกฤษอ้างถูกข่มขืนที่เกาะเต่า สืบสวนสอบสวนควานหาพยานหลักฐานประดามี กระทั่งส่งคนไปสอบถึงอังกฤษ เจ้าทุกข์ให้การเลื่อนลอยนอกจากมอบเสื้อยืดที่ใส่คืนเกิดเหตุให้ 1 ตัว ตรวจแล้วไม่พบคราบอสุจิ บิ๊กแป๊ะรอหลักฐานใหม่ค่อยรื้อฟื้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 16 ตุลาคมนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี รรท.ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.ปรีดี พงษ์เศรษฐสันต์ รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน (รอง ผบช.สพฐ.), พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.), พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รรท.ผบก.ตม.3 และ พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ บุญแก้ว สวญ.สภ.เกาะเต่า ร่วมกันแถลงข่าวการคลี่คลายคดีหญิงชาวอังกฤษวัย 19 ปี อ้างถูกวางยาข่มขืน และขโมยทัพย์สินที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ เหตุเกิดวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบระดับน้ำขึ้น-น้ำลง จำลองสถานการณ์ สอบพยานบุคคลเจ้าของสถานที่พัก การพิสูจน์ทราบเบื้องต้นไม่พบหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าเกิดเหตุดังกล่าว และได้รายงานไปยังกงสุลอังกฤษอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกงสุลอังกฤษจัดพนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำผู้เสียหายที่ประเทศอังกฤษด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.ปิยพงษ์กล่าวว่า ได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนที่เดินทางกลับจากประเทศอังกฤษ พบข้อจำกัด เช่น การพูดคุยผ่านล่ามเกิดความไม่ต่อเนื่อง ซึ่งการสอบปากคำ ปรากฏว่าผู้เสียหายไม่สามารถยืนยันบริเวณทีเกิดเหตุได้ ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุ จำได้เพียงเป็นชายมีหนวดเครา ผมดำ จึงไม่เพียงพอที่จะไปเทียบเคียงสงสัยบุคคลอื่นได้ นอกจากนี้ ผู้เสียหายได้มอบพยานวัตถุ 1 ชิ้น เป็นเสื้อคอกลมสีกรมท่า ที่อ้างว่าสวมใส่คืนเกิดเหตุ ได้ส่งตรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลางเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.ปรีดีกล่าวว่า ผลการตรวจพิสูจน์ไม่พบคราบอสุจิที่เสื้อของกลางแต่อย่างใด แต่ตรวจพบดีเอ็นเอของบุคคล 2 คน เป็นหญิง 1 ชาย 1 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.ปิยพงษ์กล่าวเสริมว่า ถ้าดูจากคำให้การของผู้เสียหายประกอบพยานหลักฐานอื่นแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานไม่มั่นคงชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินต่อไปได้อีก ในชั้นนี้เห็นว่าต้องยุติการสอบสวนไว้เพียงแค่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า สรุปว่าคดีนี้ไม่มีหลักฐานใหม่เพิ่มเติม เรื่องนี้สื่อให้ความสนใจ มีการพิวากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา เราได้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการปกป้องชื่อเสียงของประเทศ ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั้งคนไทยและต่างชาติ ในคดีนี้ขอยุติไว้เพียงเท่านี้ แต่ถ้ามีพยานหลักฐานใหม่ เรายินดีเดินต่อ. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20059</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปรีดี พงษ์เศรษฐสันต์, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181016/image_big_5bc5e235171d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งสอบเกลือเป็นหนอนช่วยนักโทษหลบหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีราชทัณฑ์แถลงจับ 3 ผู้ต้องหาชิงรถเรือนจำหลบหนี โอดเจ้าหน้าที่มีน้อยต้องดูแลนักโทษกว่า 3 แสนคน ผบช.ภ.8 เผยอยู่ระหว่างสอบสวนเกลือเป็นหนอนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมนี้ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8, พล.ต.พรชัย อินทนู ผบ.มทบ.44, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายพิเชษฐ์ กลิ่นโอชา อายุ 31 ปี, นายกฤษฏา เกตุนุ้ย อายุ 36 ปี, นายนราธิป เพิ่มลาภ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ที่ร่วมกับพวกอีก 2 คนซึ่งถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ก่อเหตุชิงรถยนต์คุมขังผู้ต้องหาของเรือนจำจังหวัดหลังสวนหลบหนีไปทั้งโซ่ตรวน เมื่อเช้าวันที่ 11 ต.ค.61 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าระดมกำลังไล่ล่าปิดล้อมพื้นที่ทั้งคืนทั้งวัน จนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ทนอดอาหารน้ำดื่มไม่ได้เดินลงมาจากเขาเพื่อหาผลไม้ในสวนของชาวบ้านกิน และถูกทหารจับกุมได้เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน คาดว่ามีการวางแผนร่วมกันมาก่อน โดยมีนายวศิน ทองยวน อายุ 60 ปี ซึ่งถูกศาลพิพากษาจำคุดคดียาเสพติด 30 ปี เป็นหัวหน้าวางแผนก่อเหตุ โดยให้นายพิเฐษฐ์อ้างนายวศินเป็นพยานศาลในคดียาเสพติด และก่อเหตุขณะถูกนำตัวไปศาล แต่นายวศินและนายฤทธิชัย แก้วนักรำ หนีไม่รอด ส่วนอีก 3 คนสามารถชิงรถยนต์เรือนจำไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาที่เกิดส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าบุคลากรของกรมราชทัณฑ์มีน้อย ทั่วประเทศเรามีเรือนจำทั้งหมด 143 แห่ง มีนักโทษกว่า 3 แสนคน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นจะต้องนำไปพิจารณาหามาตรการร่วมกันกับทุกฝ่ายป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พงษ์วุฒิกล่าวว่า เบื้องต้นเชื่อว่านายวศินซึ่งมีอายุ 60 ปี ถูกจำคุกคดียาเสพติดถึง 30 ปี น่าจะเป็นคนวางแผนหลบหนี เพราะคิดว่าตนเองมีอายุมากแล้ว ต้องติดคุกอีก 30 ปี ก็คงต้องตายในคุก จึงคิดแผนหลบหนี ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดร่วมวางแผนคอยมารับผู้ต้องหาหลังหลบหนีด้วยหรือไม่ ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างสอบสวนของตำรวจ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19901</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฏา เกตุนุ้ย, พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี, พล.ต.พรชัย อินทนู, พิเชษฐ์ กลิ่นโอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc3448415a58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้วงลึกเปลี่ยนของกลางล้มคดี  บทพิสูจน์มืออาชีพ &#039;สพฐ.ตร.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องเป็นราวที่น่าสนใจ หลังจาก พ.ต.อ.สาธิต ก้อนแก้ว รองผู้บังคับการ (รอง ผบ.ก.) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 จ.สุราษฎร์ธานี ทำหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบการทุจริตเปลี่ยนปลอกกระสุนปืนของกลางคดีฆาตกรรม เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อ พ.ต.อ.สาธิต แจ้ง พล.ต.ต.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์ รอง ผบช.สพฐ. ขณะดำรงตำแหน่ง ผบก.ศพฐ.10 แต่กลับถูกกลั่นแกล้งให้ได้รับโทษ โดยถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหาครอบครองอาวุธปืนสงคราม สุดท้ายอัยการไม่ฟ้อง มีเรื่องราวที่น่าสนใจยิ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจาะลึกเรื่องราวดังกล่าวพบว่า เรื่องแรก ปัญหาการเปลี่ยนปลอกกระสุนปืนของกลางคดีฆาตกรรมที่ พ.ต.อ.สาธิตได้ร้องเรียนว่า พล.ต.ต.ปรีดีไม่ได้ดำเนินการนั้น มีข้อเท็จจริงว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงใน ศพฐ.10 ยะลา ในปี พ.ศ.2554 ซึ่ง พล.ต.ต.ปรีดีได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งผู้บังคับการ เดือน ต.ค.2555 จึงไม่ทราบเรื่องราวนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับคำร้องเรียน พล.ต.ต.ปรีดีได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยได้ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบของ ตร. โดยออกคำสั่งที่ 5/2558 ลงวันที่ 8 ม.ค.2558 ตั้งกรรมการสืบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดตามคำร้องเรียนของ พ.ต.อ.สาธิต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และต่อมาได้สรุปว่า เรื่องดังกล่าวมีมูลความผิดตามที่ร้องเรียนจริง จึงได้เสนอต่อ ผบช.พฐ. เพื่อตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงต่อผู้เปลี่ยนปลอกกระสุนปืน โดยทำหนังสือเสนอไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค.2558 ตามหนังสือ ศพฐ.10 ที่ 0032 (13) 1/10434 ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของ ผบช.สพฐ. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องที่ พ.ต.อ.สาธิตร้องเรียนว่า พล.ต.ต.ปรีดีได้กลั่นแกล้งแจ้งความตนเรื่องการครอบครองอาวุธปืนสงครามนั้น จุดเริ่มต้นของเรื่องดังกล่าวเริ่มจากการที่ สภ.กรงปินัง จว.ยะลา ได้ทำหนังสือที่ 0025.3 (12) 3 (ส)/2482 ลงวันที่ 7 ก.ค.2558 ถึง ศพฐ.10 ยะลา เพื่อทวงงานการตรวจอาวุธปืนที่ล่าช้า จำนวน 3 เรื่อง ซึ่ง สภ.กรงปินังได้ส่งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 แต่ สภ.กรงปินังได้รอผลตรวจพิสูจน์นานถึง 3 ปี ก็ยังไม่ได้รับผลเพื่อประกอบสำนวนคดีอาญา ซึ่งเป็นคดีความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของ ศพฐ.10 ได้ทำการตรวจสอบแล้วปรากฏว่า งานค้าง 3 ปีดังกล่าวมีอยู่จริงจำนวน 2 เรื่อง เป็นของ พ.ต.อ.สาธิต เมื่อครั้งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้างานอาวุธปืน ศพฐ.10 ยะลา ส่วนอีก 1 เรื่องนั้น เสร็จเรียบร้อยแล้ว และเพื่อตรวจสอบงานค้างเกี่ยวกับปืนของกลางยังมีอีกหรือไม่ ศพฐ.10 ยะลา จึงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบห้องเก็บปืนของกลาง ตามคำสั่งที่ 289/2558 ลงวันที่ 14 ก.ค.2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวได้ตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบว่ายังมีงานปืนค้างเก่าอีกประมาณ 10 เรื่อง เป็นของ พ.ต.อ.สาธิตทั้งสิ้น โดยค้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2553-2555 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพบอาวุธปืนสงครามอีก 4 กระบอก ที่ไม่ใช่ปืนทางราชการและปืนในคดี พล.ต.ต.ปรีดีจึงได้ตั้งคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ปืนสงครามดังกล่าวเป็นของผู้ใด เนื่องจากเป็นอาวุธปืนสงครามที่มิใช่ของทางราชการหรือปืนในคดี จะมีอยู่ในหน่วยราชการใดๆ มิได้ ประกอบกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุทำร้ายชีวิตตำรวจ ทหาร และพี่น้องประชาชนอยู่เป็นประจำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการตรวจสอบปรากฏว่า พยานบางส่วนให้การว่าเกี่ยวข้องกับ พ.ต.อ.สาธิต แต่เพื่อความชัดเจนและเป็นไปตามกฎหมาย พล.ต.ต.ปรีดีจึงได้มอบอำนาจให้ พ.ต.อ.ทนงค์ ทองประดับเพชร นวท.(สบ 5) ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา โดยแจ้งความแบบไม่ได้ระบุเจาะจงผู้หนึ่งผู้ใด (แม้กระทั่ง พ.ต.อ.สาธิต ก้อนแก้ว) โดยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีหาผู้กระทำผิดต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานสอบ สภ.เมืองยะลา ได้สอบปากคำ พ.ต.อ.สาธิตเป็นพยาน (ไม่ใช่ฐานะผู้ต้องหา) รวมถึงไม่ได้มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.สาธิตแต่อย่างใด และเพื่อเป็นการปฏิบัติตามระเบียบของ ตร. พล.ต.ต.ปรีดีได้ส่งเรื่องที่ พ.ต.อ.สาธิตมีงานค้างตั้งแต่ปี 2553-2555 และการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในอาวุธปืนสงคราม ให้กับหน่วยเหนือ คือ สพฐ. กรุงเทพ เพื่อดำเนินการทางวินัย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของ สพฐ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อเท็จจริงดังกล่าว เหตุการณ์เปลี่ยนปลอกกระสุนปืนปี 2554 และกรณีมีปืนสงครามนั้น ถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม พล.ต.ต.ปรีดี ก็ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยชอบตามกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งหากไม่ดำเนินการในเรื่องใดแล้ว จะเข้าข่ายละเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ไม่ได้กลั่นแกล้ง พ.ต.อ.สาธิตแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจในกรณีการเปลี่ยนปลอกกระสุนปืน ช่วยเหลือผู้กระทำผิดเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์นั้น มีข้อสังเกตว่า เหตุใดการสอบสวนลงโทษทางวินัยจึงเป็นไปอย่างล่าช้า ใช้เวลานานถึง 5 ปี และจนป่านนี้ก็ยังไม่มีการลงโทษทางวินัยผู้กระทำผิดแต่อย่างใด ทั้งที่เรื่องนี้เป็นการกระทำความผิดทางอาญาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ปรีดี ได้พัฒนาระบบงานพิสูจน์หลักฐานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้วางระบบงานการตรวจสถานที่เกิดเหตุ การตรวจปืน การตรวจลายนิ้วมือ ตามมาตรฐานสากลโลก คือ ISO 17020 สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศไทย รวมถึงจัดทำระบบเชื่อมโยงฐานข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์ (FIDS) ขึ้น ทำให้สามารถคลี่คลายคดีความมั่นคงและคดีอาญาทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การนำมาตรฐานสากลเพื่อทำให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมอย่าเท่าเทียมและการสะสางปัญหาภายใน สพฐ.จะสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือต่องานพิสูจน์หลักฐานของไทย ให้เป็นมืออาชีพ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับ &amp;quot;เหยื่อ&amp;quot; หรือผู้เสียหายได้แค่ไหน จึงต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นเป็นที่ประจักษ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7630</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, การทุจริตเปลี่ยนปลอกกระสุนปืนของกลางคดีฆาตกรรม, ครอบครองอาวุธปืนสงคราม, ถูกกลั่นแกล้งให้ได้รับโทษ, พ.ต.อ.สาธิต ก้อนแก้ว, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี, ลงโทษทางวินัยจึงเป็นไปอย่างล่าช้า, ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5adccce7bbc76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
