<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;38&#039; พุ่งแรง!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับถอยหลังเหลืออีกเพียง 3 เดือนนิดๆ ก็จะถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายสำหรับข้าราชการที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ที่จะเกษียณอายุราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้แวดวง &amp;quot;สีกากี&amp;quot; ตามประกาศสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีข้าราชการตำรวจที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และจะพ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวน 5,739 ราย!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัดเฉพาะระดับ &amp;quot;นายพล&amp;quot; ระดับยอด &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; มีหลายเก้าอี้สำคัญที่จะว่างลง และรอลุ้นคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฟกัสสำคัญพุ่งเป้าไปที่เก้าอี้ &amp;quot;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;quot; หรือ &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ที่รอบนี้ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ครบเกษียณอายุราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถม &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; เพิ่งออกมาสยบข่าวลือหลังเกษียณอายุราชการจะไปเป็นนักการเมือง ด้วยวลีเด็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีการทาบทามใดๆ ไม่สนใจเล่นการเมือง กลัวการเมืองเล่นเอา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือรอง ผบ.ตร. มี &amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย เกษียณอายุราชการ รวมทั้ง พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เกษียณอายุราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับระดับผู้บัญชาการ หรือ ผบช. ก็เกษียณอายุราชการกันเยอะ เก้าอี้ใหญ่ๆ ก็แยะ ทั้ง พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ จตร. (หน.จต.), พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3, พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.สตส., พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) รพ.ตร., พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพย์จันทร์ ผบช.ภ.8, พล.ต.ท.สุรพล แก้วขาว ผบช.สกบ., พล.ต.ท.อาชวันต์ โชติกเสถียร ผบช.รร.นรต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนระดับรองผู้บัญชาการ หรือรอง ผบช. เกษียณอายุราชการ 30 นาย ระดับผู้บังคับการ หรือ ผบก. เกษียณอายุราชการ 36 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบ็ดเสร็จ &amp;quot;นายพล&amp;quot; ปีนี้เกษียณอายุราชการปาไปเกือบ 80 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครจะมานั่งเก้าอี้ใหม่ป้ายแดงแทนที่ &amp;quot;นายพล&amp;quot; ทั้ง 80 นาย ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการแต่งตั้งตามกฎ ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในระดับหัว ระดับยอดปลายแหลม &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; ณ ชั่วโมงนี้ ว่ากันว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลข 38 พุ่งแรง!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะดาหน้าชักแถว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องติดตามๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69166</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพย์จันทร์, พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์, พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร, พล.ต.ท.สุรพล แก้วขาว, พล.ต.ท.อาชวันต์ โชติกเสถียร, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ, เสียบซึ่งหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58935cc4fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตู้สล็อตเกลื่อนเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องเรียกว่าตีแสกหน้าเข้ากลางหน้าผาก &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ผู้นำสีกากี 2 แสนกว่านาย แบบเต็มๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะทำหน้าที่ &amp;quot;ผู้รักษากฎหมาย&amp;quot; ของบ้านเมือง!!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังถูกตอกหน้าความบกพร่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่ปล่อยให้บ่อนการพนัน ตู้ม้า ตู้สล็อต เกลื่อนเมือง ทั้งๆ ที่ &amp;quot;นายกฯ ตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับหลายครั้งถึงความเข้มงวดไม่ให้มีบ่อนการพนัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเป็นสิ่งผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคโควิด-19 จากการรวมกลุ่มเล่นการพนันของคนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายคำสั่งนายกฯ ถึง &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; และคำสั่ง &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ถึงตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชา กลายเป็นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่อนเกลื่อนเมือง!!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาด &amp;quot;โกศล ปัทมะ&amp;quot; ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ออกมาแฉ ออกมาเรียกร้องรัฐบาล ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ช่วยมาปราบปรามบ่อนการพนันในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาให้ที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กำลังมีปัญหาลักลอบเล่นการพนัน ตู้ม้า ตู้สล็อต และตู้ผลไม้ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย แพร่ระบาดในแทบทุกอำเภอ แม้กระทั่งในพื้นที่ กทม.ย่านดินแดงและห้วยขวาง ต่างได้รับการร้องเรียนเข้ามาว่าลูกหลานเสพติดการพนัน เล่นตู้ม้าตู้สล็อตกันอย่างหนัก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ &amp;quot;ส.ส.โกศล&amp;quot; บอกในพื้นที่โคราชเกลื่อนแทบทุกอำเภอ พอ ส.ส.แจ้งไปที่หน่วยงาน ก็อ้าง...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นของผู้ใหญ่!!!!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ &amp;quot;ส.ส.โกศล&amp;quot; ไม่ยอมบอกว่า &amp;quot;ผู้ใหญ่&amp;quot; คือใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 เจ้าของพื้นที่ คงต้องหาคำตอบมาอธิบาย &amp;quot;ผู้ใหญ่&amp;quot; รายนี้คือใคร ใหญ่ขนาดทำผิดกฎหมายบ้านเมืองได้หรืออย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแค่คำพูดว่ามี บ่อนเกลื่อนเมือง &amp;quot;โคราช&amp;quot; และในเมืองกรุง จาก &amp;quot;ส.ส.โกศล&amp;quot; อาจจะดูเป็นการกล่าวอ้าง ไม่น่าจะถึงขั้นตีแสกหน้า &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าถ้าย้อนไปเพียงไม่กี่วันช่วงวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ครั้งนี้ต้องเรียกว่า &amp;quot;จั๋งหนับ&amp;quot;!!!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกจับกุมโกดังเก็บตู้สล็อต บริเวณริมถนนเลี่ยงเมืองอุบลราชธานี หมู่ 9 ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พบตู้สล็อตจำนวน 34 ตู้ พบแผงวงจรตู้สล็อตหลายร้อยชิ้น จอภาพและอะไหล่อุปกรณ์ซ่อมบำรุงเต็มโกดัง เงินเหรียญสิบ จำนวน 220,000 บาท และสมุดบัญชีคุมตู้สล็อต ซึ่งระบุตำแหน่งที่ตั้งของตู้สล็อต 700 แห่งกระจายทั่วจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ขยายผลจับยึดตู้สล็อตอีก 6 จุด บริเวณตลาดสดเทศบาล 5 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ทั้งร้านอาหารตามสั่ง ร้านขายชาโบราณ ร้านขายกวยจั๊บ ร้านเช่าพระ ร้านตัดผม ร้านขายของชำ จำนวน 6 ร้าน ที่เปิดให้ประชาชนเข้าเสี่ยงโชคอย่างโจ่งแจ้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตู้สล็อต บ่อนการพนัน เกลื่อนเมืองขนาดนี้ ตำรวจพื้นที่ไม่รู้ไม่เห็นปล่อยให้ฝ่ายปกครองเข้าจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานนี้เห็นที &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; คงต้องใช้ปี๊บคลุมหน้า แทนใช้หน้ากากอนามัยป้องกันโควิดเสียแล้วกระมัง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67935</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เสียบซึ่งหน้า, โกศล ปัทมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58935cc4fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งผู้การอุบลฯ ไม่ให้ความร่วมมือคัดกรองโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27​ เม.ย.63 - พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) เซ็นคำสั่งที่ 706/2563 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน &amp;nbsp;โดยเนื้อหาระบุว่า ตามหนังสือตำรวจภูธรภาค &amp;nbsp;3 ด่วนี่สุดที่ 0018.112/2517 ลงวันที่ 25 เม.ย.2563 &amp;nbsp;ให้ พล.ต.ต.รณกร ฤทธิรงค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติราชการตำรวจภูธรภาค 3 โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่สังกัดเดิมมีกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.2563 เป็นต้นไป ทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติราชการในตำแหน่งดังกล่าวได้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การปฏิบัติราชการในภาพรวมของตำรวจภูธรภาค 3 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อทางราชการฉะนั้นอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72 (3)แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 7 /2559 ลงวันที่ 5 ก.พ.2559 จึงให้ พล.ต.ต.ธเนศ เทพสุด ผู้บังคับการประจำตำรวจภูธรภาค 3 &amp;nbsp;รักษาราชการในตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธจจังหวัดอุบลราชธานี อีกหน้าที่หนึ่งโดยไม่ขาดจากตำแหน่งและหน้าที่สังกัดเดิม ทั้งนี้มีกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.2563 เป็นต้นไปหรือจนกว่าจะมีผู้มาดำรงตำแหน่งตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางโซเเชียล มีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงจังหวัดอุบลราชธานีที่เดินทางกลับจากกรุงเทพมหานคร ลงที่ท่าอากาศยานอุบลราชธานี แต่ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการคัดกรองการแพร่เชื้อไวรัสโควิด เหตุเกิดวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งขั้นตอนการคัดกรองผู้โดยสารทุกคนต้องกรอกเอกสารระบุรายละเอียด ข้อมูลส่วนตัว สถานที่จะเดินทางไป ซึ่งมาตรการนี้ใช้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64410</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.รณกร ฤทธิรงค์, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea694f91aa6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยกราดยิง โปรดเกล้าฯองคมนตรีเยี่ยมเหยื่อ/ยอดดับพุ่ง30รายเจ็บ58</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงห่วงใย ปชช.เหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญแจกัน-ตะกร้าสิ่งของพระราชทานเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมทรงรับผู้บาดเจ็บและศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; นำทีมปิดล้อม &amp;quot;จ่าคลั่ง&amp;quot; กว่า 18 ชม. ก่อนวิสามัญฯ เสียชีวิตชั้นใต้ดินศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; บินลงพื้นที่สั่งถอดบทเรียนไม่ให้เกิดซ้ำรอย ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด 30 ราย บาดเจ็บ 58 คน เศร้า! 2 ตร.หน่วยอรินทราชถูกยิงดับขณะปฏิบัติหน้าที่ &amp;quot;สธ.&amp;quot; ส่งจิตแพทย์เข้าดูแลสภาพจิตใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการปิดล้อมจับกุม จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี &amp;nbsp;ทหารของหน่วยกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งก่อเหตุยิงผู้คนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และหลบหนีเข้าไปที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในศูนย์การค้าดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 15.30 น. วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ต่อเนื่องจนถึงเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.พ. ใช้เวลากว่า 18 ชั่วโมงจึงสามารถยุติลงได้ โดยคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯ เสียชีวิต ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 57 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดค่ำคืนวันที่ 8 ก.พ. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 9 ก.พ. บรรยากาศบริเวณศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 เป็นไปด้วยความตึงเครียด มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ โดยในเวลา 01.45 น เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่ภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จำนวนกว่า 50 คน ซึ่งส่วนใหญ่หลบซ่อนตัวอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของห้าง โดยแต่ละคนมีสภาพสีหน้าอิดโรยรวมทั้งยังหวาดกลัว จนเจ้าหน้าที่ต้องให้กำลังใจบอกทุกคนปลอดภัยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 02.30 น. เกิดเสียงปืนดังขึ้นภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ทำให้บรรยากาศบริเวณหน้าศูนย์การค้าซึ่งเจ้าหน้าที่กันพื้นที่เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย มีการนำรถดับเพลิงเข้าไปในพื้นที่ ก่อนที่สถานการณ์จะเงียบลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 04.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารยังคงตรึงกำลังปิดล้อมศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราชไว้ โดยคนร้ายยังไม่ยอมจำนน และมีรายงานว่าคนร้ายยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในศูนย์อาหารฟู้ดแลนด์ บริเวณชั้น LG ของศูนย์การค้าดังกล่าว พร้อมด้วยประชาชนที่ติดอยู่ข้างในอีกจำนวนหนึ่ง และยังมีเสียงปืนดังจากการปะทะกันเป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์, พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ., พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประชุมวางแผนช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ข้างในอย่างเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมหาโดรนเพื่อนำไปบินหาจุดที่คนร้ายหลบซ่อนตัว เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธสงคราม และมีทักษะในการใช้อาวุธเป็นอย่างดี ซึ่งหากเจ้าหน้าที่เผชิญหน้ากับคนร้ายอาจเกิดการประทะ และอาจเกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ติดอยู่ภายในห้างได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 07.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเคลียร์ที่ชั้น G ของห้างเทอร์มินอล 21 โคราช หลังจากเหตุการณ์ปะทะเงียบสงบลงไปได้ 1 ชั่วโมง พบว่าในบริเวณดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย เป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถลำเลียงศพของผู้เสียชีวิตออกมาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 09.00 น. ได้เกิดการปะทะกันขึ้นอีกครั้ง พร้อมทั้งมีรายงานออกมาว่าเจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญฯ คนร้ายได้แล้ว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทยอยลำเลียงคนเจ็บและผู้ติดค้างออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 09.28 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เดินออกมาจากบริเวณด้านหน้าห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ซึ่งในระหว่างเดินทางไปขึ้นรถตู้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เหตุการณ์จบแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายละเอียดให้รอฟังคำแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังเดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมผู้บาดเจ็บ
9 โมงจนท.วิสามัญฯ จ่าคลั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.30 น. นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) และ นพ.นรินทร์รัชต์ &amp;nbsp;พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวสรุปเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาห่วงใยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีทั้ง 3 ท่านมาเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลทั้ง 3 แห่ง และช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยจะมีการเชิญสิ่งของพระราชทานมาเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ต้องขอแสดงความเสียใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนร้ายได้ปล้นปืนและรถของราชการออกมาก่อเหตุ กองทัพภาคที่ 2 จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการดูแลประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจนทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งในเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญฯ คนร้ายได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด ตำรวจได้ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนได้สำเร็จ โดยครั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. ได้ลงมาควบคุมสั่งการพร้อมหน่วยปฏิบัติการพิเศษกว่า 10 หน่วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนี้จะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานในด้านคดี ให้ความเป็นธรรม และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต&amp;quot; พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตหรือไม่ ผบช.ภ.3 กล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอรินทราชซึ่งเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ถูกยิงเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการมี 2 นาย คือ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ 1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. และ ส.ต.ท.กฤษฎา การุณ สังกัดอรินทราช 26&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทาง บช.น. ลงไปช่วยดูแลสิทธิประโยชน์ที่ผู้เสียชีวิตพึงจะได้รับ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง และช่วยประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับญาติผู้เสียชีวิต โดย ผบ.ตร.ได้แสดงความห่วงใยถึงกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวยกย่องเชิดชู ร.ต.อ.ตระกูล ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกระทั่งตนเองต้องมาเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ ร.ต.อ.ตระกูลพึงจะได้รับ เบื้องต้นมีรายละเอียดดังนี้ เสนอพิจารณาเลื่อนขั้น 7 ขั้น 5 ชั้นยศ กรณีปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายจนได้รับอันตรายถึงเสียชีวิต ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ พ.ศ.2521 เงินช่วยเหลือจากกองทุนต่างๆ รวมเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ประมาณ 2,100,000 บาท ในส่วนของข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่รายอื่น ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ต่างๆ
ทรงห่วงผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยต่อการเกิดเหตุการณ์รุนแรงคนร้ายกราดยิงประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.ชลิต &amp;nbsp;พุกผาสุข, พล.อ.ดาว์พงษ์ &amp;nbsp;รัตนสุวรรณ, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี เชิญแจกันดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายได้นำอาวุธไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ที่โรงพยาบาล 30 ราย ดังนี้ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา 20 ราย, โรงพยาบาลกรุงเทพนครราชสีมา 4 ราย, &amp;nbsp;โรงพยาบาล ป.แพทย์ 1 ราย, โรงพยาบาลค่ายสุรนารี 4 ราย และโรงพยาบาลเซนต์แมรี 2 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บกลับบ้านแล้ว 25 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยไปกล่าวแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และทรงชื่นชมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อาสาสมัครกู้ภัย ตลอดจนแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงรับผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้ที่เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้บาดเจ็บและญาติอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะเดินทางถึง จ.นครราชสีมา ในเวลา 09.45 น. จากนั้นร่วมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่​ โดยมีพล.อ.ประวิตร​ วงษ์สุวรรณ​ รองนายกฯ,​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข​, พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา​ รมว.มหาดไทย,​ พล.อ.ชาญชัย​ ช้างมงคล​ รมช.กลาโหม, นายอธิรัฐ​ รัตนเศรษฐ​ รมช.คมนาคม​, ผู้บัญชาการทหาร,​ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ​, ผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วม​ ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ก่อนจะนำคณะ​ไป​เยี่ยมผู้บาดเจ็บ ญาติผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน​ ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี​ โรงพยาบาลกรุงเทพ​ราชสีมา และโรงพยาบาลมหาราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้​ ช่วงหนึ่งนายกฯ ได้สอบถามอาการจากแพทย์และพยาบาล โดยแพทย์บอกคนไข้ปลอดภัยแล้ว ขณะที่นายกฯ กล่าวกับญาติผู้ที่ได้รับบาดเจ็บว่า ไม่ต้องกลัว ในทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำได้อยู่แล้ว สมัยก่อนทหารที่โดนยิงที่ไส้หมอยังช่วยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่โรงพยาบาลมหาราช​ นครราชสีมา พร้อมแถลงภายหลังเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลมหาราชว่า ติดตามสถานการณ์และรับทราบรายงานสถานการณ์มาโดยตลอด​ ระยะแรกใช้กำลังหรือพื้นที่ดูแลสถานการณ์​ ดูแลความปลอดภัย​ และได้สั่งการผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยงานให้ดูแลอย่างเต็มที่​ ทั้งตำรวจทหาร​ ผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อวันที่​ 8 ก.พ. ตนกังวลในเรื่องการใช้กำลัง​ กำชับให้ใช้มาตรการที่เหมาะสม คำนึงถึงประชาชน การทำงานไม่ใช่เราไม่มีประสิทธิภาพ​ แต่ต้องคำนึงถึงการช่วยเหลือประชาชนให้ปลอดภัยมากที่สุด เพราะในอาคารมีซอกมุมจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อคืนผมติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งคืน ​มีคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องดูแลสถานการณ์ มีการดำเนินการตามขั้นตอนในทุกระดับดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ให้มากที่สุด มั่นใจในเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และต้องไม่มีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก​ เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ​ กล่าวว่า​ ขณะนี้ได้มอบหมายกรมสุขภาพจิตเข้ามาดูแลครอบครัวและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ​ รวมทั้งผู้ที่สูญเสียทั้งหมด​ เรื่องนี้เป็นความเป็นความตายของมนุษย์​ ของประชาชน​ ของเจ้าหน้าที่ ตนต้องดูแลคนทั้งประเทศ​ แล้วการที่มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาสังเกตการณ์ ​เพราะมีความห่วงใย​ ขอร้องสื่อต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่สักนิด เพื่อสร้างความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศ​ นอกจากนี้​ เมื่อเช้าวันเดียวกันได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้วในระดับผู้บังคับบัญชา ต้องมีความเตรียมพร้อม เพราะมีความเป็นห่วงทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน เราจะทำสะเปะสะปะไม่ได้ ​ขั้นตอนการดำเนินการ เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องรับผิดชอบก่อน จากนั้นจึงได้ประสานขอกำลังจากฝ่ายทหารเข้ามาช่วย และมีเจ้าหน้าที่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะลงมาปฏิบัติหน้าที่ เพราะคนร้ายมีอาวุธร้ายแรง
สรุปเสียชีวิต 30 เจ็บ 58 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอขอบคุณแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง​ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันบริจาคโลหิต​ ถือว่าได้ทั้งบุญและกุศล​ วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดทุกคนต้องมีบทเรียน​ แม้จะเคยผ่านสถานการณ์มาหลายครั้ง​ แต่ไม่เคยรุนแรงแบบนี้ ทุกอย่างคาดการณ์ไม่ได้​ แต่เราต้องเตรียมให้พร้อม วันนี้ครั้งนี้ถือว่ารับมือได้ดี ส่วนการช่วยเหลือดูแลจะเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์​มาดูแลให้​ ทั้งผู้ที่สูญเสียและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนผู้เสียชีวิตมีจำนวน 27 ราย นับรวมทั้งเจ้าหน้าที่ ประชาชน และผู้ก่อเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 57 ราย กลับบ้านแล้ว 25 แอดมิต 32 ในจำนวนนี้ต้องเข้ารับผ่าตัด 12 ราย และกำลังผ่าตัดอยู่ 8 ราย (ผ่าตัดสมอง 2 ราย)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสียชีวิตทั้งหมดมาจากกระสุนของผู้ก่อเหตุ ไม่ได้มาจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ โดยการปฏิบัติหน้าที่ ทุกหน่วยงานได้ร่วมการทำงานแบบบูรณาการ และยึดตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก และยึดเอาความปลอดภัยเป็นตัวตั้ง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวช่วงท้ายว่า เราต้องร่วมมือและเผชิญสถานการณ์ไปด้วยกัน​ ทั้งภาครัฐและเอกชน ยืนยันรัฐบาลดูแลประชาชนทุกคน และดูแลแก้ไขทุกปัญหา อย่างเรื่องเศรษฐกิจตนก็รับฟังผู้ที่ติติง แต่อยากให้ดูว่า 5 ปีทำอะไรมาแล้วบ้างแล้ว คงมีโอกาสพูดกันในสภา ตนไม่มีปัญหา​ พร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง ที่สำคัญขอร้องไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็นฝักเป็นฝ่าย อย่าให้ใครมาบิดเบือน ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าตนดูแลคน ทุกๆ ฝ่าย​ งบประมาณก็ลงไปช่วยเหลือในทุกๆ จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Paryut Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า &amp;ldquo;เมื่อเหตุการณ์ได้ยุติ เกิดความสูญเสียด้วยกันทุกฝ่าย ก้าวต่อไปคือเราต้องเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจ ร่วมกันถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีสติ มีน้ำใจ ที่สำคัญเราต้องร่วมมือ และมีความเข้าใจกันและกัน ผมขอขอบคุณทุกคน ทุกฝ่ายที่ร่วมมือร่วมใจมาตลอดคืน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนคนไทยทุกคนครับ เราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันครับ #ส่งใจไปโคราช&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เวลา 16.15 น. มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มเติม โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 30 ราย ประกอบด้วย 1.พ.อ.อนันต์ฐโรจ กระแส 2.นางอนงค์ มิตรจันทร์ 3.นายจักรพันธ์ ชิพิมาย 4.นายศรัญพงศ์ พงษ์ชะอุ่มดี 5.นายพีรพัฒน์ พลาสาร 6. ด.ต.ชัชวาลย์ แท่งทอง 7.ด.ช.รัชชานนท์ กาญจนเมธี 8.น.ส.อริยา กลีบเมฆ 9.ร.อ.ศิริวิวัฒน์ แสงประสิทธิ์ 10.นางพัชรา จันทร์เพ็ง 11.นายจิรวัฒน์ รัดกลาง 12.นางนริศรา โชติกลาง 13.นายทัศนะ หริรักษ์ 14.นางชญาภา แสงครบุรี 15.พลทหารเมธา เลิศศิริ 16. นายวันชัย เวชวรรณ์ 17.นายอำนาจ บุญเกื้อ 18.นายเอกวิน อินทน 19.ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา 20.ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย 21. น.ส.อภิกษณาภา ขันผักแว่น 22.จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา 23.นาย สุริยะ สิมป์รัชตามร 24.นายอธิวัฒน์ พรมสุข 25.นางสาวกรรณิการ์ การบรรจง 26.นางสาวปภัชญา นวลรักษา 27.ชายไม่ทราบชื่อ-สกุล 28.ชายไม่ทราบชื่อ-สกุล 29.หญิงไม่ทราบชื่อ-สกุล 30.เด็กชายไม่ทราบชื่อ ไม่ทราบชื่อ-สกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้บาดเจ็บที่ยังแอดมิตในโรงพยาบาล 32 คน คือ 1.นาย พิทยา แก้วพรม 2.ส.ต.ท.กรกต อำพันเงิน 3.นายณโชติ โชติกลาง 4.นายทวีศักดิ์ สุขารมย์ 5.ด.ช.ธีรวัฒน์ วัชรีเสวิน 6.นายวัฒนา เพ็งบอก 7.ร.ต.ท.ณัฐพงศ์ รัตนมงคล 8.น.ส.อาทิตยา ศรสิทธิ์ 9.นาย สุรเดช เนื่องอุทัย 10.ร.ต.ต.จำรัส ไชยฤกษ์ 11.นายอัฐเศรษฐ์ ศิรวรัญกูล 12.นางเพ็ญศิริ แซ่จิง 13.นายอุทัย ขันอาสา 14.นาย นิพจน์ บุปผาเฮ้า 15.ด.ช.เจริญศักดิ์ จำปาทอง 16.นายคมกฤษ นนทะนำ 17.นางวทัญญา แสงประสิทธิ์ 18.นายสิทธิศักดิ์ วาดโคกสูง 19.นายบุลวัชร์ กุญชรินทร์ 20.นายเพลิน เทจอหอ 21.น.ส.มัฑนา หล่อแท้ 22.นายฐาปณัฐ เพ็ญจันทร์ 23.นายบุญหลาย คณาบตย์ 24.น.ส.พลอยใส ยาคูโวฟลก์ 25.นายฐิรัตติกาล นอมไทย 26.นายชณนวี จันทร์สิงสุข 27.นายศุภชัย แดงอยู่ 28.น.ส.สิริวรรณ นิลนาม 29.พลทหารโชคชัย มูลจันทา 30.พลทหาร อรรถพล วงศ์พล 31.ด.ต.สงกรานต์ บุญทอง 32.ด.ต.สามชัย แพเกาะ นอกนั้นอีก 26 คน สามารถกลับบ้านไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 58 คน&amp;nbsp;
ส่งจิตแพทย์ดูแล ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงผลการตรวจสอบคลังอาวุธภายในกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์นำไปก่อเหตุ ได้แก่ 1.จากป้อมรักษาการณ์ ปืนเล็กยาวแบบ 11 (ปลย.11 )จำนวน 1 กระบอก + กระสุน 5.56 จำนวน 40 นัด 2.จากกองร้อย (คลังอาวุธ) ปลย.11 (HK) จำนวน 1 กระบอก/ปก.M60 จำนวน 1 กระบอก 3.จาก บก.พันฯ รถยนต์บรรทุก (รยบ.51บี) 4.จากคลังกระสุนกองพันฯ กระสุน 5.56 จำนวน 736 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กองทัพบกออกแถลงการณ์ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทุกท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ตอนหนึ่งระบุว่า กองทัพบกกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ในการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ การควบคุมพื้นที่ทั้งในและนอกอาคาร โดยมีความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมกับสอบสวนหาสาเหตุของการกระทำการครั้งนี้ และขอยืนยันว่าจะดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ซึ่งลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์ดังกล่าวตลอดทั้งคืน รวมทั้งสั่งให้ทุกโรงพยาบาลใน จ.นครราชสีมาและใกล้เคียงเตรียมความพร้อมของแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์การช่วยชีวิต ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ที่ยุติเหตุการณ์ได้แล้ว พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยและทีมแพทย์ทุกคน ทำงานหนักข้ามวันข้ามคืน ไม่ได้หยุดสักนาที ขอบคุณสื่อมวลชน และประชาชนทุกคนที่ให้ความร่วมมือ และให้การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ความร่วมมือของทุกคน จะทำให้เรายุติเหตุการณ์อันโหดร้ายนี้ได้เร็วที่สุด นอกจากนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย ทุกชีวิตที่ถึงมือหมอ พวกเราจะดูแลให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.บุรินทร์ สุรอรุณสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต นำทีมลงพื้นที่เพื่อดูแลสภาพจิตใจผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านจิตใจจากเหตุการณ์กราดยิง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลจิตเวชจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.บุรินทร์กล่าวว่า ล่าสุดมีการประเมินสถานการณ์พบผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ส่วนใหญ่ยังมีความตกใจกลัวและยังหวาดกลัวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ที่มีอาการดีขึ้นสามารถให้กลับบ้านได้ และจะมีการติดตามต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข หรือ EOC ที่โรงพยาบาลจิตเวช จ.นครราชสีมา และเตรียมทีมวิกฤติสุขภาพจิตในพื้นที่และในสังกัดกรมสุขภาพจิตทั้งหมด 6 แห่ง เพื่อร่วมกันดูแลกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ แยกเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มได้รับบาดเจ็บ กลุ่มที่เป็นญาติของผู้เสียชีวิต ต่อไปจะลงไปพูดคุยกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ อาจเกิดภาวะเครียดจากการปฏิบัติงานอย่างหนัก ส่วนแผนดำเนินงานมีการวางแผนไว้ 3 ระยะ ระยะแรกเป็นการดูแลเบื้องต้น ระยะที่ 2 เป็นการดูแลติดตาม ระยะที่ 3 คือการฟื้นฟูสภาพจิตใจ&amp;quot; ผอ.กองบริหารระบบบริการสุขภาพจิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม (ยธ.) กล่าวว่า ในส่วนของเงินชดเชยตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 ได้สั่งการยุติธรรมจังหวัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ข้อมูลกับผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิตถึงสิทธิที่จะได้รับ และขณะนี้ก็ได้มอบหมายให้ว่าที่ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้ารับผิดชอบ เกาะติดในพื้นที่ และคอยประสานเรื่องต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนเงินเยียวยาที่สามารถเบิกจ่ายได้ตอนนี้คือ ค่าปลงศพ 20,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่จะนำเงินไปมอบให้กับญาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า อัยการสูงสุดได้สั่งการให้สำนักงานอัยการสูงสุดภาค 3 ตั้งคณะทำงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือดูแลในส่วนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บให้ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายที่จะได้จากรัฐอย่างไรบ้าง รวมถึงสิทธิการจัดการมรดกผู้เสียชีวิตทุกราย และให้รายงานอัยการสูงสุดทราบเป็นระยะ โดยทางสำนักงานอัยการภาค 3 ก็รับทราบคำสั่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56749</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา, นพ.นรินทร์รัชต์  พิชญคามินทร์, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร, พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.อ.ชลิต  พุกผาสุข, วิเชียร จันทรโณทัย, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e40084b44ee9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมคิด6ศพจนมุม นศ.พบตัวแจ้งตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมคิด เดอะ ริปเปอร์ จนมุมแล้วด้วยฝีมือของนักศึกษาพลเมืองดี เห็นนั่งหลบมุมในรถไฟจากบุรีรัมย์มุ่งหน้าอยุธยา สวมหมวก คาดหน้ากากปิดบังใบหน้า แต่จำได้รอยบากที่คิ้ว โทร.แจ้งตำรวจพร้อมส่งรูปให้ดูจนถูกล็อกที่โคราช อ้างทะเลาะกับเหยื่อรายที่ 6 บันดาลโทสะบีบคอดับ ก่อนชิง จยย.หลบหนีไปมหาสารคาม ร้อยเอ็ด แล้วย้อนกลับมาบุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อเวลา 10.42 น. วันที่ 18 ธันวาคมนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบบุคคลคล้ายนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องฆ่า 6 ศพ นั่งโดยสารอยู่บนรถไฟปะปนกับผู้โดยสารทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่องจึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟสถานีปากช่องวางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหา โดยกระจายกำลังกันบุกขึ้นตรวจค้นขบวนรถไฟขณะเข้าจอดที่สถานีปากช่อง เป็นขบวนรถไฟที่ ข.234 สายกรุงเทพฯ-สุรินทร์ พบนายสมคิดนั่งอยู่ในตู้โดยสารรถไฟที่ 2 สภาพแต่งกายปิดบังอำพรางตัวมิดชิด สวมหมวกและหน้ากากอนามัย พร้อมใส่เสื้อคลุมปิดบังทั้งใบหน้าและลำตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมคิดได้ซื้อตั๋วโดยสารรถไฟและขึ้นขบวนรถไฟดังกล่าวมาจากต้นทาง จ.บุรีรัมย์ เวลา 06.00 น. มุ่งหน้าสู่ปลายทาง จ.พระนครศรีอยุธยา กำหนดถึงปลายทางเวลาประมาณ 12.00 น. วันเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังควบคุมตัวไว้ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ฆ่านางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี แม่บ้านโรงแรม ในบ้านเลขที่ 293 หมู่ 19 ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ให้นายสมคิดได้รับทราบ โดยเหยื่อรายนี้เป็นรายที่ 6 ที่นายสมคิดก่อเหตุ จากนั้นได้นำนายสมคิดไปยัง กก.สส.ตำรวจภูธรภาค 3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า การจับกุมนายสมคิด มาจากการที่ตำรวจเร่งแกะรอยจนพบเบาะแสว่า นายสมคิดพยายามหลบหนีโดยใช้รถไฟเป็นพาหนะ พบการซื้อตั๋วรถไฟขบวน 234 ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ซึ่งมีปลายทางที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น จึงได้ประสาน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 และ พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.รฟ. ว่านายสมคิดหลบหนีอยู่บนรถไฟขบวนดังกล่าว ประกอบกับมีพลเมืองดีชื่อ เรย์ ที่โดยสารรถไฟขบวนดังกล่าว แจ้งเบาะแสว่าพบบุคคลที่เชื่อว่าเป็นนายสมคิดอยู่ในขบวนรถไฟ ในสภาพสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า อำพรางตัว ท่าทีมีพิรุธ โดยมีคลิปวิดีโอที่พลเมืองดีรายนี้ถ่ายไว้เป็นเบาะแสสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบต่อไป พบว่าขบวนรถไฟดังกล่าวเกิดความล่าช้า 32 นาที ช่วงบริเวณสถานีรถไฟซับม่วง-ปากช่อง และจะถึงที่สถานีรถไฟปากช่องเวลา 10.35 น. ตำรวจจึงบูรณาการกำลัง นำโดย พ.ต.อ.เชน ศรีกรุงไกร ผกก.5 บก.รฟ., พ.ต.ท.ศักดิ์สะท้าน เปรื่องชะนะ รอง ผกก.5 บก.รฟ., พ.ต.ท.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง สว.ส.รฟ.นครราชสีมา ตำรวจสืบสวนภาค 3 สืบสวนภาค 4 และตำรวจกองปราบปราม จู่โจมจับกุมนายสมคิดไว้ได้ โดยระหว่างจับกุม นายสมคิดมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ขัดขืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายเรย์ นักศึกษาหนุ่มพลเมืองดี เปิดเผยว่า ได้ขึ้นรถไฟมากับแฟนสาวที่ช่วงสถานีโคกกรวด จ.นครราชสีมา และนั่งเบาะฝั่งตรงข้ามกับนายสมคิด ซึ่งแฟนสาวพบเห็นพิรุธว่าน่าจะใช่คนที่ทางการประกาศติดตามจับกุม โดยเห็นรอยบากที่คิ้ว จึงกระซิบให้ตนดู ตนจึงจ้องหน้า จากนั้นก็ลุกเดินแล้วย้อนกลับมาเพื่อดูชัดๆ ซึ่งนายสมคิดจับหมวกและดึงลงตลอดเวลา ขณะที่ตนแอบถ่ายรูปไว้ช่วงที่นายสมคิดนั่งกินข้าว กระทั่งแน่ใจว่าเป็นนายสมคิดจึงโทรศัพท์หาตำรวจและส่งรูปไปให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้สบตากันก็เหมือนในรูปเลย ตาโตๆ มองนิ่งๆ ไม่พูดจา ตอนที่ผมแจ้ง ไม่ได้กลัวเขาจะมาทำอะไรผม แต่สิ่งที่กลัวคือถ้าใช่สมคิดจริงๆ กลัวว่าเขาจะไปฆ่าคนอื่นได้อีก&amp;rdquo; นายเรย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการตรวจภาพกล้องวงจรปิดย้อนหลังที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ พบนายสมคิดเดินทางมาซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ช่วงเวลา 05.21 น. เป็นรถเร็ว ต้นทางสถานีสุรินทร์ ปลายทางกรุงเทพฯ แต่ได้ซื้อตั๋วลงที่สถานีรถไฟอยุธยา โดยขณะที่ซื้อตั๋ว นายสมคิดแต่งกายอำพรางตัวอย่างมิดชิด ทั้งสวมเสื้อคลุมแขนยาว ใส่หมวกแก๊ป และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ประกอบกับขบวนดังกล่าวเป็นขบวนรถไฟธรรมดา จึงไม่มีการขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้พนักงานที่ขายตั๋วไม่ทราบว่าเป็นนายสมคิด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ นำกำลังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีขาว-แดง ของนางรัศมี ผู้ถูกนายสมคิดฆ่า โดยนายสมคิดได้ถอดป้ายทะเบียนแล้วขี่ไปจอดทิ้งไว้ภายในโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ก่อนจะเดินไปซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีรถไฟบุรีรัมย์อยู่ห่างจากปิยะแมนชั่น ที่นายสมคิดก่อเหตุฆ่านางสมปอง พิมพ์พรภิรมย์ อายุ 36 ปี เมื่อปี 2548 ไม่ถึง 500 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วยชุดคอมมานโดขึ้นเฮลิคอปเตอร์จาก บช.ภ.4 ขอนแก่น ไปที่ บช.ภ.3 นครราชสีมา เพื่อรับตัวนายสมคิดไปดำเนินคดี พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวว่า ในวันที่ 19 ธ.ค. จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนจะนำตัวส่งศาลขอนแก่นเพื่อขออำนาจศาลฝากขัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม, พล.ต.ต.สุจินต์ นิลพานิชย์ ผบก.ภ.นครราชสีมา และนายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รอง ผวจ.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสมคิด ว่าหลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดี เจ้าหน้าที่ก็ติดตามจับกุมนายสมคิดไว้ได้ นำตัวไปสอบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจร่องรอยการต่อสู้ตามร่างกาย โดยมีแพทย์ทำการตรวจสภาพร่างกาย เนื่องจากนายสมคิดมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้ทำการตรวจค้นกระเป๋าเป้คล้ายเป้ทหาร มีเพียงเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เสื่อ ลอตเตอรี่ และเต็นท์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า การจับกุมนายสมคิด ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะสุภาพสตรีคลายความกังวลไปในระดับหนึ่ง ว่าไม่ปล่อยให้บุคคลซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชนอยู่ในพื้นที่สังคมเรา ซึ่งการก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าทะเลาะกันก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวว่า หลังนายสมคิดก่อเหตุฆาตกรรมนางรัศมีโดยการบีบคอแล้วได้นำรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขับขี่หลบหนี โดยไปยัง จ.มหาสารคาม นอนค้าง 1 คืน ต่อไป จ.ร้อยเอ็ด และคืนที่ 2 นอนค้างที่ รพ.บุรีรัมย์ เพื่อป้องกันถูกจับกุม โดยจอดจักรยานยนต์ทิ้งไว้แล้วขึ้นรถไฟหลบหนี หลังจากนี้จะได้นำตัวนายสมคิดไปสอบสวนดำเนินคดีที่ จ.ขอนแก่น ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า ผู้ต้องหาออกจากเรือนจำมาตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.2562 และใช้ชีวิตปรกติ โดยผู้ต้องหาให้การว่า ได้จีบผู้หญิงรายแรกทางเฟซบุ๊ก เป็นแฟนกัน จากนั้นมีการทะเลาะเบาะแว้งจนเกิดความโมโหก็เลยฆ่าตาย ไม่ได้เตรียมการมาก่อน เป็นการบันดาลโทสะ และทั้งหมด 6 ครั้งที่ลงมือฆ่า มีวิธีฆ่า 3 วิธี คือการเอาหัวกดน้ำ, ใช้มือบีบคอ และผ้ารัดคอ นายสมคิดรู้จักกับผู้ตายประมาณ 1 เดือน สายชาร์จแบตที่รัดคอก็เป็นอุปกรณ์ที่หาในบ้าน และหลังจากฆ่าแล้วเอาศพไว้ใต้เตียงเป็นการอำพรางศพ ส่วนการเสพยาเบื้องต้นยังตรวจไม่พบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนายสมคิดตั้งแต่เกิดเหตุได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบว่าชุดจับกุมสามารถควบคุมตัวนายสมคิดได้แล้ว จะเห็นว่าแม้นายสมคิดจะเป็นคนฉลาด แต่ไม่เกินความสามารถของตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังเป็นหนึ่งในชุดคลี่คลายคดีนายสมคิดเมื่อปี 2548 ในส่วนของผู้เสียชีวิตรายที่ 5 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเดินทางกลับจังหวัดขอนแก่น ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า ในส่วนของพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสจนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายสมคิดได้ ขณะนี้ได้พบตัวแล้ว และนัดให้มาพบที่ บช.ภ.4 หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับผู้ต้องหารายนี้เรียบร้อย ซึ่งนอกจากจะมอบเงินรางวัลตามที่ได้ประกาศไปแล้ว 5 หมื่นบาท ก็จะมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับพลเมืองดีด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52782</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, รัศมี มุลิจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5dfa21ceb811a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ทุบ‘มันทุกเม็ด’ รวบสมุนขาโหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิ๊กอวบตรวจผลงานลูกน้องกวาดล้างยาเสพติดพื้นที่อีสานตอนล่าง รวบ 2 สมุนเครือข่าย &amp;quot;มันทุกเม็ด&amp;quot; ที่ชัยภูมิ ส่วนที่โคราชสกัดกัญชาอัดแท่ง 500 กก.พร้อม 4 ผู้ต้องหา ด้านตำรวจแสมดำยึดไอซ์ 10 กก. ส่วนคนร้ายเผ่นหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ &amp;nbsp;ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, นายกฤตติพงศ์ บุญผา ผอ.ส่วนบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 3, นายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว ปลัดจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวผลการกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง คดีแรก สภ.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จับผู้ต้องคือ นายดี หรือ ตี การุญ อายุ 42 ปี และนายไพฑูรย์ หรือ ทูน ฝอยทอง อายุ 35 ปี ทั้งคู่เป็นชาว จ.นครพนม ถูกจับขณะขับรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน ทะเบียน ฒฮ 5005 กรุงเทพมหานคร บรรทุกกัญชาแห้งอัดแท่ง 500 กิโลกรัม บรรจุในถุงดำมาในกระบะหลัง บนเส้นทางชัยบาดาล-ด่านขุนทด ก่อนจะขยายผลจับกุมนายประกรชัย หรือ โก้ ไกรรัตน์ อายุ 40 ปี และนายฐานทัพ หรือขอน วะกะกัณฑ์ อายุ 42 ปี พร้อมรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ทะเบียน กร 2801 ระยอง ทำหน้าที่ดูต้นทาง ทั้งหมดรับสารภาพว่าร่วมกันขนกัญชามาจาก จ.นครพนม เพื่อส่งในเขตปริมณฑล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ตำรวจได้บูรณาการกำลังกับฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง สืบสวนจับกุมเครือขายค้ายาเสพติดได้ 5 ราย ได้ผู้ต้องหา 7 คน ยึดยาบ้ารวม 109,833 เม็ด ยึดรถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน รวมมูลค่าทรัพย์สิน 1,170,000 บาท ประกอบด้วย นายธีรภัทร ธรรมสาร อายุ 34 ปี, นายศุภสิน เชียรประโคน อายุ 33 ปี, นายทินกร ดีเวียง อายุ 27 ปี, นายอธิวัฒน์ ตุละพิภาค อายุ 27 ปี, นายนรากร พรจันทร์ อายุ 18 ปี, นายทองคูณ จำเริญดี อายุ 56 ปี และนายธีระวัฒน์ จำเริญดี อายุ 24 ปี อยู่ระหว่างขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการอีก 4 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.อุบลราชธานี จับกุมได้ 3 คดี คดีแรก ตรวจยึดยาบ้า 580,000 เม็ด ได้ภายในไร่มันสำปะหลังบ้านอูบมุง ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ ส่วนผู้ต้อง 4 คนวิ่งหลบหนีไปได้ คดีที่ 2 จับกุมนางวรรณภา จูมนา อายุ 30 ปี และนายขันทอง แพงประกอบ อายุ 31 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 120.41 กรัม ยาบ้า 25,618 เม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชัยภูมิ จับกุมเครือข่ายค้ายาบ้าที่เปิดค้าทางเฟซบุ๊กใช้ชื่อกลุ่มว่า &amp;ldquo;Phatummaphayalae&amp;rdquo; (ปทุมมา พญาแล) ชื่อกลุ่มเดิมคือ &amp;ldquo;เจ้าพ่อชัยภูมิ มันทุกเม็ด&amp;rdquo; มีพฤติกรรมนำยาบ้าไปจำหน่าย แล้วหากเก็บเงินไม่ได้จะจ้างคนไปซ้อม เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนจับกุมผู้ค้ารายย่อยได้ 5 คน ก่อนที่จะขยายผลจับกุม นายณัฐพล ซี อายุ 20 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 3,600 เม็ด และนายพงษ์พัฒน์ กล้าแท้ อายุ 22 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 73 เม็ด ทั้งสองเป็นเครือข่ายปทุมมา พญาแล ที่เปิดขายในเฟซบุ๊ก ก่อนที่จะถูกสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 เปิดเผยว่า หลังจากที่พบมีการใช้สื่อโซเชียลในการทำความผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติด ซึ่งถูกนำมาใช้ในการติดต่อซื้อขาย จึงเตรียมที่จะจัดอบรมเกี่ยวกับการสืบสวนโดยใช้สื่อโซเชียล ในการแกะรอยติดตามจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้เพื่อให้รู้เท่าทันขบวนการค้ายาบ้าที่นับวันใช้ช่องทางการติดต่อซื้อขายที่ทันสมัยขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพฯ เวลา 05.00 น. พ.ต.อ.สำเริง ผลรอด ผกก.สน.แสมดำ ได้รับรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.แสมดำ ออกตรวจพื้นที่บริเวณปากซอยบางกระดี่ 27 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีแดง ไม่ทราบทะเบียน จอดอยู่ภายในซอยบางกระดี่ 27 และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วิช สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบทะเบียน จอดอยู่บนถนนบางกระดี่ ห่างจากปากซอยบางกระดี่ 27 ประมาณ 15 เมตร ท่าทางมีพิรุธ จึงขอตรวจค้น แต่รถยนต์ทั้ง 2 คันได้ขับหลบหนี โดยรถเก๋งโตโยต้า วีออส ขับหลบหนีไปตามถนนบางกระดี่ มุ่งหน้าถนนพระราม 2 และรถเก๋งห้อโตโยต้า วิช ขับหลบหนีไปตามถนนบางกระดี่ มุ่งหน้าวัดบางกระดี่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดสายตรวจได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบที่รถทั้ง 2 คันจอดอยู่ พบถุงพลาสติกสีดำ 1 ถุง วางอยู่บนทางเท้าข้างเสาไฟฟ้า บริเวณปากซอยบางกระดี่ 27 ตรวจสอบภายในพบยาเสพติดไอซ์ 10 กิโลกรัม จึงยึดของกลางดังกล่าว ส่งพนักงานสอบสวน สน.แสมดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สำเริงกล่าวว่า ได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ไล่ตรวจกล้องวงจรปิดดูเส้นทาง เพื่อขยายผลหาผู้กระทำผิดดำเนินการต่อไป โดยเชื่อว่าผู้ต้องหานำมาวางไว้เพื่อส่งให้ลูกค้า อย่างไรก็ตาม ยังไม่สรุปแน่ชัดว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันกับของกลางยาบ้า 127,800 เม็ด ที่พบบริเวณกลางซอยท่าทราย ระหว่างซอยสะแกงาม 13-15 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. เมื่อวันที่ 30 ม.ค. พื้นที่ สน.บางขุนเทียน หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28227</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤตติพงศ์ บุญผา, พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c56f5458dca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจ๊กจับแก๊งเงินกู้ อดีตสส.เพื่อไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; ทลายห้างเพื่อไทย จับอดีต ส.ส.ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งเขต 6 บุรีรัมย์ หลังเปิดปฏิบัติการขุดรากถอนโคนอาชญากรรม กวาดล้างนายทุนเงินกู้นอกระบบใน 4 จังหวัดอีสานตอนกล่าง รวบ 7 ผู้ต้องหา พร้อมยึด-อายัดทรัพย์สินกว่า 1.6 พันล้านบาท ยันไม่เกี่ยวการเมือง หรือกลั่นแกล้งใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากจังหวัดบุรีรัมย์ว่า เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ที่หอประชุมชัยจินดา บก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน และหน่วยทหารในพื้นที่ แถลงข่าวการดำเนินการภายใต้ยุทธการ &amp;ldquo;ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่&amp;rdquo; ครั้งที่ 24 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์, สุรินทร์ และขอนแก่น สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 7 ราย ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ประกอบด้วย นางสุภาภรณ์ นพวิชัย, น.ส.พรรณวิภา นพวิชัย, นายวิวัฒน์ เกตตะโกมล, นางเมธี กัลป์เจริญศรี, น.ส.ศิริอร รัตนมงคลกุล, น.ส.ผาวรินทร์ จรัสบวรพันธุ์ และนายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินผู้ต้องหา ประกอบด้วย อาคารพาณิชย์ และตึกแถว จำนวน 9 คูหา, บ้านพร้อมที่ดิน 3 หลัง, เงินสด 900,000 บาท, ที่ดินเนื้อที่ 300 ไร่, รีสอร์ต 27 หลัง, รถยนต์กระบะ 3 คัน, ตรวจยึดโฉนดที่ดิน 774 ฉบับ เนื้อที่รวม 1,506 ไร่ 2 งาน 87 ตารางวา รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดและอายัดในครั้งนี้ทั้งสิ้น 1,634.5 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ในส่วนของ จ.บุรีรัมย์ได้เข้าตรวจค้นในพื้นที่ อ.เมืองบุรีรัมย์ 4 จุด, อ.นางรอง 6 จุด, อ.โนนดินแดง 2 จุด และ อ.กระสัง 1 จุด ผลการตรวจค้นสามารถยึด/อายัดทรัพย์สินมูลค่า 40 ล้านบาท ยึดโฉนดที่ดินจำนวน 271 ฉบับ จำนวนเนื้อที่ 580 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 542 ล้านบาท และจับกุมผู้ต้องหา 4 รายในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าการดำเนินการจับกุมกลุ่มนายทุนในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง และไม่ได้กลั่นแกล้งใคร เป็นการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน&amp;quot; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาเมื่อวันที่ 9 มกราคมนี้ ในส่วนของ จ.บุรีรัมย์ ได้มีการแต่งตั้งชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี พ.ต.อ.สุรชัย &amp;nbsp; สังขพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เป็นหัวหน้าชุด เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวร่วมกับชุดสืบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp; โดยเบื้องต้น หลังจากได้รับมอบเอกสารหลักฐานจากชุดจับกุม ก็จะต้องทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง สมุดรายชื่อลูกหนี้ รวมถึงตรวจสอบที่มาของโฉนดที่ดินทั้ง 393 ฉบับ ที่ตรวจยึดมาเป็นของกลาง ว่าเป็นของบุคคลใดบ้าง จากนั้นก็จะเรียกผู้ที่รายมีชื่อในโฉนดที่ดินมาสอบปากคำ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากเอกสารค่อนข้างมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของนายทุนหรือผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ทั้ง 4 ราย ขณะนี้ได้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว ส่วนกรณีที่มีผู้ต้องบางรายเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์นั้น พ.ต.อ.สุรชัยกล่าวว่า ยังสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ตามปกติ เนื่องจากยังไม่มีการสั่งฟ้อง และศาลยังไม่ได้ตัดสินคดี เพียงเป็นการจับกุมตามที่มีหมายจับเท่านั้น ซึ่งก็สามารถต่อสู้คดีได้ตามกระบวนการเหมือนคดีทั่วไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26181</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c35fe7335885.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
