<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.น. สั่งเข้มยกระดับมาตรการทางกม. เผยแก๊งป่วนเมืองมุ่งเผาทรัพย์สิน-หลบซ่อนแฟลตดินแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) เปิดเผยถึงกรณี มีผู้ก่อเหตุเผาป้อมจราจรตำรวจ จำนวน 6 จุด ได้แก่ที่แยกสะพานควาย&amp;nbsp;แยกประดิพัทธิ์&amp;nbsp;และทางด่วนระนอง&amp;nbsp;แยกราชประสงค์&amp;nbsp;แยกอุรุพงษ์ และแยกมิตรสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุว่ารูปแบบการก่อเหตุของกลุ่มที่ก่อความวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ เน้นการเผาทำลายทรัพย์สิน ทางราชการ และของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง หลังจากนั้นทำการหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ โดยใช้พื้นที่แฟลตดินแดงทำการหลบซ่อนตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการปรับยุทธวิธี ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อระงับเหตุ ป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย และยังคงเน้น ปกป้องสถานที่ราชการ ไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

พร้อมตั้งคำถามถึงการก่อเหตุของกลุ่มดังกล่าว ว่ามีจุดประสงค์ใด เนื่องจากทรัพย์ทางราชการที่เผาทำลาย ก็มาจากเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ส่วนการก่อเหตุความรุนแรงในลักษณะนี้จะขยายวงกว้างออกไปหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าเป็นปกติของผู้ที่ก่อเหตุที่พยายามหาโอกาส ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะมีการยกระดับมาตรการทางกฎหมายให้เข้มข้นขึ้นต่อไป

โดยการกระทำดังกล่าวนั้น เจ้าหน้าอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบ หาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งในช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการหารือร่วมกับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งภายหลังจากที่ลงพื้นที่แฟลตดินแดง เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในแฟลต ส่วนหนึ่งประชาชนให้ความร่วมมือ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

พล.ต.ท.ภัครพงษ์ กล่าวว่า ผลจากการเผาทำลายกล้องวงจรปิด สัญญาณไฟจราจร จนได้รับเสียหาย ยืนยันไม่กระทบกับการจราจร เนื่องจากสมัยก่อนยังไม่มีเทคโนโลยีก็สามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117625</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, เผาป้อมจราจร, เผาป้อมตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c1d372532b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟังอีกด้าน! นครบาลแจงเหตุรถคุมผู้ต้องหาชนม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัครพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะ โฆษก บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงข่าวสรุปเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ภัครพงศ์ ผบช.น. กล่าวถึงคลิปเหตุการณ์กณีรถควบคุมผู้ต้องหาวิ่งชนกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดง เมื่อช่วงดึกของวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา และพบว่าตำรวจขับรถออกไปทันที ทำให้ผู้ชุมนุมที่ถูกชนได้รับบาดเจ็บ จนมีการแชร์คลิปว่อนโซเชียล ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อรถควบคุมผู้ต้องหาขับไปถึงจุดเกิดเหตุสามเหลี่ยมดินแดง ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมประมาณ 6-7 คน ได้วิ่งกรูใช้อาวุธเข้ามาทุบรถ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนรถเกิดความเสียหาย และจากนั้นจึงเกิดเสียงดังคล้ายเสียงระเบิดดังขึ้น และไม่เห็นว่าผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ โดยระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าจะถูกทำร้ายจึงรีบขับรถหลบหนีเพื่อเดินทางกลับไปยังต้นสังกัด แต่รถไม่สามารถขับต่อไปได้ไปจอดไว้ที่ รพ.พระมงกุฏ จากนั้นจึงได้มีการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนที่จะทำการตรวจสอบสภาพรถพร้อมกับลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน. ดินแดง และในวันนี้ก็จะเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวที่ได้ก่อเหตุไว้ และยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีพฤติกรรมชนแล้วหนี แต่เหตุการณ์เมื่อคืนได้มีการตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงก็ไม่ได้รับแจ้งหรือรายงานว่ามีใครได้รับบาดเจ็บแล้วมาเข้ารับการรักษา และหลังจากนี้หากกลุ่มผู้ชุมนุมคิดว่าตนเองได้รับความเสียหายก็มีสิทธิ์ที่จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ภัครพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีการเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่แฟลตดินแดงคืนวันที่ 11 ก.ย.ว่า&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นมันเป็นเหตุการณ์บานปลายเนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมก่อความวุ่นวายมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่และทำลายทรัพย์สิน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการสลายการชุมนุมในเคหสถานมาโดยตลอด แต่ผู้ชุมนุมยังไม่ยอมที่จะยุติ ส่งผลให้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายราย ล่าสุดส.ต.ต.ธนาวุฒิ จิรคเชนทร ถูกปาไปป์บอมบ์ใส่บริเวณใบหน้าด้านขวา และเบ้าตา&amp;nbsp; ต้องผ่าตัดด่วน ถึง 8 ชม. ขณะนี้อาการยังคงทรงตัวและรักษาอยู่ที่ห้องไอซียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่การชุมนุม แยกดินแดงในวันนี้ ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจัดกำลังตามสถานการณ์และจากทางการข่าว เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนคนอื่นได้รับผลกระทบ เนื่องจากขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมก่อความวุ่นวายเป็นรายวัน เมื่อวานมีการก่อเหตุวางเพลิงหลายพื้นที่และมีการวางตะปูเรือใบที่ถนนวิภาวดีรังสิตและสามแยกดินแดงรวมไปถึงทางลงอุโมงค์ส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอีกทั้งยังมีการวิ่งตัดหน้ารถยนต์ของประชาชนผู้ใช้รถสัญจรไปมาจนเกิดการเสียหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการชุมนุมในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาตำรวจสามารถดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้จำนวน 204 คดี มีผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 756 คน สามารถจับกุมได้ จำนวน 511 คน อีกครั้งเมื่อวานที่มีการชุมนุมนั้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 รายพร้อมยึดอาวุธปืนและมีระเบิดแสวงเครื่องและ ไปป์บอมป์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จากนั้นก็จัดส่งดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อสร้างความสับสนและความเข้าใจผิดให้กับประชาชนโดยต้องการที่จะปลุกปั่นจนเกิดความวุ่นวาย หากกลุ่มผู้ชุมนุมมีการเผยการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา14 ซึ่งต้องประสานงานกันกับ ปอท. เพื่อดำเนิคดีอีกส่วนหนึ่ง ส่วนกรณีที่ผู้ชุมนุมได้ไปทำร้ายร่างกายประชาชนผู้สัญจรเดินทางกลับบ้านเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งความไว้แล้วโดยพนักงานสอบสวนเตรียมหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้ากรณีมีการยิงเด็กอายุ 14 ปี ที่ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นภาพใกล้ๆ กับจุดเกิดเหตุขณะนี้ยังคงขาดพยานหลักฐานสำคัญ แต่ก็สามารถที่จะออกหมายจับได้ แต่อยากให้มีการพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการตั้งด่านสกัด ตรวจค้นอาวุธ เกรงว่าผู้ชุมนุมจะนำเข้าไปก่อเหตุ อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยรถต้องสงสัย และรถที่ไม่ติดป้ายทะเบียน จะถูกตรวจค้น ยืนยันเจ้าหน้าที่ใช้กำลังสมควรแก่เหตุตามสถานการณ์ ภายใต้กรอบของกฏหมาย ผ่อนหนักเบา ตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวถึงกรณีการออกมาแจ้งเตือนจากสถานทูตญี่ปุ่น ถึงการชุมนุมว่า เป็นการออกมาเตือนตามวงรอบ ไม่ใช่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นอย่างเป็นในประเทศอื่น เนื่องจากเป็นการรายงานจากฝ่ายความมั่นคงในส่วนของประเทศไทยนั้นได้มีการประสานงานทางด้านการข่าว จึงไม่ห่วงสถานการณ์ดังกล่าวนี้เนื่องจากสันติบาลและนครบาลได้ร่วมมือกันดูแลความปลอดภัย ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลพร้อมให้การสนับสนุน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116536</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนผู้ชุมนุม, ตร., ทะลุแก๊ส, นครบาล, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, ม็อบ, แยกดินแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613eeb12d7486.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.จับเพิ่ม29โจ๋ทะลุแก๊ส  เตือนปชช.ระวังบ้านเรือน เริ่มใช้ระเบิดเพลิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวถึงการชุมนุมวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า มีการชุมนุม 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือกลุ่มไทยไม่ทน กลุ่มที่ 2 กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนและกลุ่มที่ 3 กลุ่มก่อเหตุความวุ่นวาย การชุมนุมเริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. เสร็จสิ้น 21.00 น. การชุมนุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งนำอาวุธเข้าไปก่อเหตุรุนแรง โดยเฉพาะสามเหลี่ยมดินแดง จึงมีการตรวจค้นเป้าหมาย จุดตรวจจุดสกัด ทั้งก่อนการชุมนุม ระหว่างการชุมนุม และหลังการชุมนุม และชุดสายตรวจ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 29 ราย เป็นชาย 27 คน หญิง 2 คน เป็นผู้ใหญ่ 16 คน เยาวชน 13 ราย พร้อมกันนี้ได้ยึดรถจักรยานยนต์อีก 11 คัน ระเบิดแสวงเครื่อง ระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์&amp;nbsp;อาวุธมีด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในระหว่างการชุมนุมมีกลุ่มบุคคลทำร้ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่ได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่บริเวณที่เกิดเหตุ บช.น.พยายามยึดหลักรักษาความเรียบร้อยหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่บริเวณที่พักอาศัย ต้องขอโทษประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขอความร่วมมือประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์มีเบาะแสของผู้กระทำความผิดแจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบได้จะได้รวบรวมหลักฐานดำเนิคดีตามหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยการชุมนุมในวันนี้ว่า กลุ่มแรกกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นัดหมายกันตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป กลุ่มที่ 2 กลุ่มทะลุแก๊ส นัดหมายกันที่สามแยกดินแดง จากการบังคับใช้กฎหมายในการชุมนุมวานนี้&amp;nbsp; (29 ส.ค.) มีการจับกุมผู้กระทำความผิด 29 คน ยึดของกลางระเบิดปิงปอง 100 กว่าลูก ระเบิดแสวงเครื่อง 30 ลูก ประทัดยักษ์ 44 อัน ลูกแก้ว ลุกหิน พลุเพลิง พลุไฟ จำนวนมาก โดยกล่าวหาว่าร่วมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปการดำเนินคดีกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ก.ค.-ส.ค.64 มีคดีทั้งสิ้น 169 คดี มีผู้ต้องหาหรือผู้ที่อยู่ในข่าย 644 คน ขณะนี้ติดตามจับจับกุมได้แล้ว 374 คน ภาพรวมการชุมนุมตั้งแต่ ก.ค.63 จนถึงปัจจุบัน มีคดีทั้งสิ้น 421 คดี สอบสวนเสร็จแล้ว 200 คดี คงเหลือระหว่างการสอบสวน 221 คดี และในขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้กระทำความผิดมารับทราบข้อหาอีก 160 หมาย จากการบังคับใช้กฎหมายวานนี้ (29 ส.ค.) ผู้ถูกจับกุมเป็นเยาวชน 13 คน บช.น.จะได้มีการเรียกผู้ปกครองมาสอบสวน หากพบว่าผู้ปกครองส่งเสริมยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้เด็กมากระทำความผิด จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากการบังคับใช้กฎหมายขณะนี้พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้นำขวดชูกำลังบรรจุน้ำมันเพื่อประกอบเป็นระเบิดเพลิง เพื่อใช้วางเพลิงเผาทรัพย์ โดยเฉพาะทรัพย์สินที่เป็นสมบัติของทางราชการ และทรัพย์สินของสาธารณะ จึงเป็นความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ ฝากไปยังประชาชนที่อยู่ใกล้บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงที่มีการชุมนุมให้ระวังบ้านเรือนของท่าน อย่างไรก็ตาม บช.น.ได้ประสานกับกรุงเทพฯเตรียมรถดับเพลิงเพื่อป้องกันเหตุที่อาจเกิดเพลิงไหม้ลุกลามใหญ่โต ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพใช้อาวุธปืนก่อเหตุที่สามแยกดินแดง ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ผบช.น. เผยเพิ่มเติมว่า จากการที่กลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้แล้ว 2 ราย เป็นเยาวชนรายหนึ่ง ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนอาวุธปืนที่ใช่ก่อเหตุอยู่ระหว่างติดตามตัวและจะเป็นอาวุธปืนชนิดใดก็อยู่ระหว่างตรวจสอบ ถึงแม้จะเริ่มมีการก่อความรุนแรงตามมาตรการของตำรวจดำเนินการตามยุทธวิธีแล้วสมควรแก่เหตุ เจ้าหน้าที่ได้ระวังตัวแต่จำเป็นต้องปฏิบัติ เพราะวัตถุประสงค์คือรักษาความสงบในเวลากลางคืน มีการใช้อาวุธเจ้าหน้าที่ก็พยายามหลีกเลี่ยง พยายามรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีภายหลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.น. ยังกล่าวถึงรถฉีดน้ำแรงดันสูงที่ฉีดน้ำสีม่วงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมว่า เป็นเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนอย่างหนึ่งที่ได้รับอนุมัติตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ได้รับการพิสูจน์จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณะสุข ยืนยันว่าสารเคมีที่ผสมน้ำไม่ก่อให้เกิดอันตรายในร่างกาย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115030</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำเนินคดี, ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, ม็อบ, สามเหลี่ยมดินแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c7c990fdca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กมธ.ตำรวจ&#039; เผย บช.น.หอบหลักฐานแจงคุมม็อบ ชี้ชัดจงใจก่อเหตุรุนแรงไม่ใช่ชุมนุมปกติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา&amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล&amp;nbsp;(ผบช.น.)&amp;nbsp;พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พ.ต.อ.กิตติศัพท์ ทองศรีวงศ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.อ.อภิสัณฑ์ หว้าจีน รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายนิโรจน์ สุนทรเลขา เป็นประธานในประเด็นการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุมทางการเมือง&amp;nbsp;โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนเก็บภาพบรรยากาศช่วงต้น และไม่ให้ร่วมสังเกตการณ์ในห้องประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 13.30 น. น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ ร่วมแถลง โดยน.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า ผบช.น. และคณะเข้าชี้แจงถึงกรณีภาพรวมการดำเนินงานและควบคุมฝูงชนในพื้นที่ กทม. ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติการตามแผนงานและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก โดยไม่เลือกปฏิบัติ ยึดแนวปฏิบัติตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ 2558 ที่ยึดหลักปฏิบัติสากลจากเบาไปหาหนัก โดยเน้นย้ำตำรวจไม่ให้ติดตามจับกุมผู้ชุมนุมที่หลบหนีเข้าไปอยู่ในบ้านเรือนของประชาชน และเกือบทุกครั้งในการชุมนุมตำรวจจับกุมอาวุธต่างๆในที่เกิดเหตุได้&amp;nbsp;ส่วนการดูแลความปลอดภัยของสื่อมวลชน ได้จัดลงทะเบียนให้ติดปลอกแขนแสดงสถานะสื่อมวลชน และให้ปฏิบัติตามแนวทางที่ตำรวจกำหนดไว้ ภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสื่อมวลชนที่ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จิตภัสร์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการระบุว่า ให้เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาได้ไม่อั้นนั้น ผบช.น.ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ทั้งนี้การเบิกกระสุนยางจะต้องทำตามขั้นตอนในการอนุมัติ และผู้บังคับบัญชาได้มีการเน้นย้ำให้ปฏิบัติตามยุทธวิธีและกรอบกฎหมายทุกครั้งด้วยความระมัดระวังไปตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรรมาธิการเชื่อในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงหรือไม่ น.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า ผบช.น.ได้นำภาพและหลักฐานหลายอย่างมาชี้แจง รวมถึงสรุปการดำเนินคดีในชั้นศาลและชั้นสืบสวน ส่วนกรณีที่ยังไม่เชิญกลุ่มผู้ชุมนุมมาให้ข้อมูลนั้น เพราะขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมร้องเรียนมายัง กมธ. แต่การเชิญตำรวจมาชี้แจงเพราะเห็นว่า สถานการณ์มีความน่าเป็นห่วงและรุนแรงขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจะเป็นการใช้เวทีสภาแก้ต่างให้ตำรวจ จะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ นายสัญญา กล่าวว่า เรื่องนี้ กมธ.พิจารณาโดยถี่ถ้วน หากผู้ใดมีหลักฐานบ่งชี้ว่าการกระทำของตำรวจ ไม่เป็นไปตามหลักสากลก็สามารถนำพยานหลักฐานมาให้กับ กมธ. ได้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่ง ผบช.น.ได้นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่มาให้ข้อมูลต่อ กมธ. โดยยืนยันว่าอาวุธ อุปกรณ์ทุกอย่างที่ตำรวจใช้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด เป็นไปตามมติ ครม.อนุมัติให้เจ้าหน้าที่ใช้ควบคุมการชุมนุม ส่วนบุคคลที่ถูกอาวุธปืนกระสุนจริงบริเวณดินแดงนั้น ตำรวจยืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติงานของตำรวจ ส่วนการยิงกระสุนยางก็ไม่ใช่ทุกนายที่จะได้รับปืนลูกซองกระสุนยาง มีแค่เจ้าหน้าที่ในหมวด 3 ซึ่งจะใช้ก็ต่อเมื่อสถานการณ์รุนแรงแล้ว ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าจะเชิญสื่อมวลชนภาคสนามที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของตำรวจมาให้ข้อมูล กมธ.ด้วย ส่วนจะมีการพิจารณาร่วมกับ กมธ.ชุดอื่นด้วยหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับนายนิโรธ สุนทรเลขา ประธาน กมธ. เป็นผู้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่า สอบถามทางตำรวจหรือไม่ว่า จะให้ทหารเข้ามาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการดูแลสถานการณ์การชุมนุมหรือไม่ นายสัญญา กล่าวว่า ผบช.น.ชี้แจงว่า ยังไม่มีการให้ทหารเข้ามาช่วย ตำรวจยังสามารถควบคุมพื้นที่ได้ ทั้งนี้เมื่อ กมธ.รับฟังข้อมูลทั้งหมดแล้ว พอใจที่ตำรวจมาตอบคำถามให้ข้อมูลเพราะการชุมนุมครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง เพราะมีลักษณะจงใจก่อความรุนแรง และตำรวจมีหลักฐานที่มีน้ำหนักมาแสดงต่อกมธ. ตำรวจ สภาฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113867</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ตำรวจ, จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร, ดินแดง, ตำรวจ, บช.น., ปราบม็อบ, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e1bbf9f937.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.น. เข้าสภาฯแจง &#039;กมธ.ตร.&#039; ตั้งธงใช้กำลังเกินกว่าเหตุยั่วยุม็อบ จะทำอีกนานแค่ไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เดินทางมาชี้แจง ต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ในประเด็นการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุม ที่มีภาพปรากฏต่อสื่อถึงการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ และเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่ &amp;nbsp;พร้อมด้วยพ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พ.ต.อ.กิตติศัพท์ ทองศรีวงศ์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล และ พ.ต.อ.อภิสัณฑ์ หว้าจีน รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมชี้แจงด้วย โดยอนุญาตเฉพาะสื่อมวลชนเก็บภาพบรรยากาศช่วงต้น และไม่ได้ให้สื่อมวลชนสังเกตการณ์ภายในห้องประชุม ซึ่งกมธ.ตร.จะแถลงความชัดเจนอีกครั้ง หลังเสร็จสิ้นการชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม รองประธานกมธ.ตร. กล่าวว่า วันนี้จะตั้งข้อประเด็นหลักๆ 3 ประเด็น คือ 1.ลักษณะการควบคุมฝูงชน 2.ระยะเวลา สตช.คาดจะใช้รูปแบบการควบคุมฝูงชนลักษณะอย่างนี้อีกนานขนาดไหน มีคำสั่งจากนายกฯ หรือไม่ อย่างไร และ 3.หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า มีมือที่ 3 สร้างสถานการณ์นั้น แล้วเป็นใคร ใครยิง พร้อมแนวทางการจับกุม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113849</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ตร., ดินแดง, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611df3dccab26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวดินแดงร้องกมธ. เหลืออดสมรภูมิปะทะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวดินแดงฟ้อง กมธ. ทนไม่ไหวสมรภูมิปะทะ กระทบผู้ป่วย-เด็ก-คนแก่ ทรัพย์สินเสียหาย &amp;ldquo;เพื่อไทย-ก้าวไกล&amp;rdquo; รับลูกหาหลักฐานฟ้อง &amp;quot;คฝ.&amp;quot; ใช้ความรุนแรง ขณะที่ ตร.สาธิตใช้อุปกรณ์คุมม็อบ ปลอดภัย ไม่เล็งที่ตัวคน แต่ลมอาจทำให้เปลี่ยนทิศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 18 ส.ค.64 ที่สนามบุณยะจินดา พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.), พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมทดสอบการยิงแก๊สน้ำตาเพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีผลทำอันตรายต่อชีวิต หลังจากโซเชียลบิดเบือนข้อมูลว่าทำอันตรายต่อผู้ชุมนุม โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า เมื่อยิงออกไปแล้วกระสุนแก๊สเป็นพลาสติกไม่ใช่โลหะ มีน้ำหนักแค่ 102 กรัม เวลาลอยไปตรงจุดที่ต้องการ จะทำงานแบบการเผาไหมเวลาไม่เกิน 1 นาทีที่เป็นควัน ส่วนปลอกกระสุนที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์ลอยไปทำอันตรายกับผู้ชุมนุมนั้น จะอยู่ในรังเพลิง ไม่ลอยไปยังผู้ชุมุนม โดยปืนสามารถยิงได้ 3 ระยะ ทั้ง 50 เมตร, 100 เมตร, 150 เมตร หรือแล้วแต่กระแสลม โดยจะไม่ยิงใส่คน จะยิงใส่พื้นที่เท่านั้น&amp;nbsp;
ก่อนทำการทดสอบการยิงแก๊สน้ำตา พล.ต.ท.ภัคพงศ์เปิดเผยถึงภาพรวมการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้าวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า เริ่มชุมนุมตั้งแต่เวลา 15.00 น. จากนั้นเคลื่อนขบวนไปที่ด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมีการก่อเหตุขว้างปาสิ่งของทั้งสี ประทัด เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้ว ถ้าไม่ระงับยับยั้งอาจจะมีเหตุบานปลาย ก่อนที่จะแยกกันไปชุมนุมที่แยกราชประสงค์และสามเหลี่ยมดินแดง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 6 คน พร้อมด้วยของกลางหลายรายการ เป็นหญิง 4 คน ชาย 2 คน ดำเนินคดีข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากปรากฏหลักฐานกระทำความผิดอย่างอื่นก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม ส่วนทรัพย์สินของราชการที่เสียหาย เป็นป้อมจราจร และป้ายที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนการสาธิตการยิงแก๊สน้ำตาวันนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้อุปกรณ์การควบคุมฝูงชนจริงๆ เป็นเครื่องมือที่ได้รับอนุมัติตามมติ ครม. เป็นเครื่องมือที่ไม่ถึงแก่ชีวิต ส่วนแก๊สน้ำตาไม่สามารถทำอันตรายถึงชีวิต แต่การยิงแก๊สอาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับทิศทางลม หรือบริเวณพื้นที่บางทีจำเป็นต้องยิงไปตามสถานการณ์นั้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ระยะการยิงที่ปลอดภัยต้องอยู่ที่ระยะเท่าไหร่ ผบช.น.ตอบว่า กระสุนยางระยะยิง 15 เมตรขึ้นไป ส่วนแก๊สน้ำตาถ้าอยู่ในระยะใกล้ก็จะใช้แบบขว้าง ถ้าระยะไกลใช้ยิง เราพยายามจะไม่ให้ปะทะกัน เพื่อถ้ามีการปะทะจะมีความเสียหายมากกว่านี้ สำหรับวันที่ 17 ส.ค. เราพยายามปรับยุทธวิธีปฏิบัติ เมื่อเห็นว่ามีการเริ่มทำกิจกรรมเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการรักษาความสงบให้เร็วขึ้น หลังสถานการณ์คลี่คลายรีบเปิดการจราจรให้ประชาชนใช้เร็วที่สุด ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า แนวโน้มของกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามใช้ความรุนแรงมากขึ้น เจ้าหน้าที่จะปรับเปลี่ยนการปฏิบัติอย่างไร ผบช.น.ตอบว่า เจ้าหน้าที่ยังคงยึดหลักเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ส่วนเยาวชนอายุ 15 ปีที่ถูกยิงเข้าที่ท้ายทอยใกล้ สน.ดินแดง อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ก็มีความคืบหน้า ส่วนเยาวชนอายุ 14 ปีที่ถูกยิงที่ไหล่ เด็กและผู้ปกครองก็ยืนยันว่าในบริเวณนั้นมีกลุ่มบุคคลอื่นที่ใช้อาวุธ ถามอีกว่าเป็นห่วงมือที่สามจะเข้ามาก่อความรุนแรงหรือไม่ เขาตอบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำให้ดีที่สุดเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย อย่างที่บอกว่าความรุนแรงไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่ ตำรวจเน้นเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย สิ่งที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติมีเหตุจึงมีความจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวอมเรื่องเบี้ยเลี้ยง นคฝ.ว่า การจ่ายค่าตอบแทนมี 2 แนวทาง ถ้าหน่วยใดมีเงินบริหารเหลือจะให้ตรงต่อตำรวจมาวันละ 200 บาท แต่บางหน่วยจะโอนให้หลังปฏิบัติหน้าที่ไม่เกิน 5 วัน เป็นไปตามระเบียบหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่ เงินไม่ตกหายไปไหน &amp;nbsp;
บี้เอาผิดปาสีพระบรมฉายาลักษณ์
วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว แกนนำศูนย์รวมประชาธิปไตยปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปาสีใส่ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติและพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถือเป็นการจาบจ้วงด้อยค่า ละเมิดศรัทธาของประชาชนส่วนใหญ่ที่เคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทางด้านพรรคเพื่อไทย นส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมกับ นพ.ทศพร เสรีรักษ์, นายชุมสาย ศรียาภัย สมาชิกพรรคเพื่อไทย, นายวิญญัติ ชาติมนตรี และนายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง ทนายความจากสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) และผู้เข้าร่วมโครงการ The Change Maker รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการใช้ข้อกฎหมายเอาผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา เพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอำนาจสั่งการสลายการชุมนุมที่เกินกว่าเหตุผลและขัดหลักสากล
นายวิญญัติกล่าวว่า หลังได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียหายแล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ ยินดีให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำเกินกว่าเหตุจากเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ หากบุคคลประชาชนทั่วไปที่มีการถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์ไว้ได้ สามารถช่วยกันส่งมาที่คณะทำงานกฎหมายของพรรคเพื่อไทย เพื่อรวบรวมประกอบการดำเนินคดีต่อไป
ที่รัฐสภา เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน และ กมธ.ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อร้องเรียนกรณีถูกคุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เป็นตัวแทนรับหนังสือโดยนายเจษฎา ศรีปลั่ง โฆษกเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี กล่าวว่า สืบเนื่องจากกลุ่มของเราได้จัดกิจกรรมคาร์ม็อบเพื่อไปร่วมกับกลุ่มของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด เมื่อวันที่ 1 และ 10 ส.ค. แต่ถูกเจ้าหน้าที่ยึดรถและเครื่องเสียง พร้อมกับจับกุมโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาหรือแสดงหมายจับ นอกจากนี้เมื่อจับกุมตัวแล้วก็ไม่แจ้งว่าจะนำตัวไปที่ใด ซึ่งถือว่าผิดหลักสากล จากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องแสดงหมายจับ และต้องแจ้งสิทธิเสรีภาพว่าผู้ถูกจับกุมสามารถทำอะไรได้บ้าง เช่น ติดต่อทนายอย่างไร และต้องแจ้งว่าจะพาตัวไปที่ไหน
ด้านนางอมรัตน์กล่าวว่า อยากให้สื่อช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องประชาชน เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ที่มาปฏิบัติหน้าที่ทำเป็นตัวเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนเสียเอง ทั้งนี้ ส.ส.พรรคก้าวไกลจึงได้ตามไปประกันตัวผู้ถูกจับกุมตัว เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสในการหาหลักฐานในการสู้คดี
นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยธรรม สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมกมธ.การกฎหมายฯ เพื่อติดตามการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้น หลังจากมีผู้ร้องเรียนได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมทางการเมือง โดยเชิญ ผบ.ตร.,กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, รองปลัดกรุงเทพมหานคร, สำนักเทศกิจกรุงเทพมหานคร และนิติบุคคลคอนโดฯ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม เข้าชี้แจง แต่ ผบ.ตร. และฝ่ายตำรวจไม่มาชี้แจงเนื่องจากติดประชุม ทำให้นายสิระไม่พอใจและระบุว่าการประชุมครั้งต่อไปจะเชิญนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจมาชี้แจง
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้เชิญผู้แทนจากคอนโดฯ เดอะแคปปิตอล ราชปรารภ-วิภาวดี ชี้แจงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น โดย น.ส.พรจันทร์ เรืองพรพิณไสว &amp;nbsp;รักษาการประธานกรรมการคอนโดฯ แจ้งว่า คอนโดฯ ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา จากการชุมนุมและการสลายการชุมนุมต่อเนื่องทำให้ตอนนี้ได้ รับความเสียหายกระจกคอนโดฯ แตก กล้องวงจรปิดเสียหาย มีการปาหินจากฝั่งผู้ชุมนุม และชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ จากฝ่ายตำรวจ ลูกบ้านไม่สามารถเข้า-ออกคอนโดฯ และยังได้รับผลกระทบจากเสียงคล้ายระเบิดหลายครั้ง ซึ่งในคอนโดฯ มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุ
น.ส.สุคนธา บุญมั่น ผู้จัดการนิติบุคคลคอนโดฯ กล่าวว่า สิ่งที่ร้ายแรงมี่สุดคือคอนโดฯ ถูกกล่าวหาว่าให้เป็นพื้นที่ให้ตำรวจซุ่มยิงผู้ชุมนุม ทำให้ลูกบ้านต้องอยู่ด้วยความระหวาดระแวง ยืนยันว่าคอนโดฯ ไม่ได้เลือกข้างฝ่ายใด และอยากถามไปผู้ชุมนุมว่าเหตุใดต้องใช้สามเหลี่ยมดินแดงเป็นสมรภูมิซ้ำซาก ตอนนี้วิถีชีวิตคนดินแดงไม่ปกติ และเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีให้ฝ่ายตำรวจยุติการตั้งรับการชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง เพราะเมื่อมีการนำกำลังตำรวจมาก่อนที่ผู้ชุมนุมทำให้เกิดปัญหา
แฉ&amp;quot;คฝ.&amp;quot;ใช้ความรุนแรง
ขณะที่นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล และ กมธ.พัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงความคืบหน้าการประชุมกรณีการสลายการชุมนุมที่บริเวณแยกดินแดง ว่า กมธ.ได้ตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ทางการเมือง โดยมี นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ในฐานะเลขานุการ กมธ. เป็นประธานคณะทำงาน &amp;nbsp;และได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีก 1 ชุด สืบหาข้อเท็จจริง มี 1.นายพวงทอง ภวัครพันธ์ เป็นประธานคณะทำงาน 2.พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นรองประธานคนที่ 1 3.น.ส.สาวตรี สุขศรี เป็นรองประธานคนที่ 2 4.นายตะวัน พงศ์แพทย์ คณะทำงาน 5.นายสิปปกร ถิรตันติ คณะทำงาน และ 6. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ เลขานุการคณะทำงาน ซึ่ง กมธ.ได้รับหนังสือจากนายอดิศร โพธิ์อ่าน ตัวแทนจากแฟลตดินแดง ประกอบไป รายชื่อจากประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในแฟลต 300 รายชื่อ พร้อมกับรูปและคลิปความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้พักอาศัย ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับนั้นในแฟลตดินแดงมีทั้งผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงและเด็กพักอาศัยอยู่
นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและคฝ.ส่งข้อมูลมาในทางลับ เรื่องการเข้าปราบปรามผู้ชุมนุม ซึ่งเราก็ได้สอบถามว่าเพราะเหตุใดจึงมีความรุนแรงเกิดขึ้น เป็นเพราะคำสั่งของผู้บัญชาการเหตุการณ์หรือผู้บังคับบัญชาหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่าในกลุ่มที่เข้ามาสลายการชุมนุมนั้นเจ้าหน้าที่หลายคนมีระยะเวลาในการฝึกและระยะเวลาการใช้กระสุนในการฝึกซ้อมนั้นกระสุนมีจำกัดเบิก 100 นัด ให้ยิงจริง 20 นัด จึงมีการพูดกันในกลุ่มของ คฝ.ว่า สนามการสลายการชุมนุมคือสนามซ้อมที่เป็นที่พึงพอใจของเจ้าหน้าที่ในบางกลุ่ม ซึ่ง คฝ.จำนวนมากพูดกันว่าพื้นที่ตรงนี้ใช้กระสุนได้ไม่อั้น ไม่ว่าจะเป็นกระสุนยางหรือแก๊สน้ำตา ใครอยากยิงยิงได้เลย ใครอยากมามาได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มทะลุฟ้า ได้เดินทางมาชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. กระทั่งเวลา 16.40 น. ตำรวจ สน.สําราญราษฎร์ และ สน.ชนะสงครามได้แจ้ง ผ่านเครื่องขยายเสียงให้เลิกชุมนุมทันที เพราะเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ผู้ชุมนุมยังได้จัดกิจกรรมและปราศรัยโจมตี รัฐบาลต่อไป โดยแกนนำประกาศไม่เคลื่อนขบวนไปไหน จากนั้นได้นำหุ่นฟางห่อด้วยผ้าขาวที่เปรียบเป็นศพและสัญลักษณ์ไปยังรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโควิดล้มเหลวนำขึ้นไปผูกติดไว้ที่พานรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;และยังได้นำหุ่นฟางห่อด้วยผ้าขาวจำนวนหนึ่ง พร้อมติดใบหน้า ครม.ของพล.อ.ประยุทธ์ นำมานั่งที่เก้าอี้ บริเวณกลางถนนราชดำเนิน ก่อนนำชอล์กและสีสเปรย์มาเขียนพื้นถนนโดยรอบเพื่อระบายความรู้สึกที่มีต่อรัฐบาล และโปรยกระดาษ จำนวน &amp;nbsp;2,475 แผ่น ซึ่งเขียนข้อความ อาทิ ครม.ไร้ประโยชน์, ไม่เห็นด้วยกับ ส.ว.จำนวน 250 คน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบรรยากาศที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง ในช่วง 17.00 น.เป็นต้นไป ฝั่งถนนวิภาวดีขาออก แนวกั้นตู้คอนเทนเนอร์ &amp;nbsp;กลุ่มอาชีวะและเยาวชนประมาณ 50 คน ได้ปาประทัดและพลุข้ามแนวตู้คอนเทนเนอร์เพื่อโจมตี คฝ. แต่ถูกตอบโต้โดยการยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มมวลชน เป็นระยะๆ และยังมีมวลชนยังคงทยอยเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113796</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทบผู้ป่วย-เด็ก-คนแก่ ทรัพย์สินเสียหาย, ชาวดินแดงฟ้อง กมธ., ทนไม่ไหวสมรภูมิปะทะ, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118f8d4392cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยบข่าว!บช.น.ยกทีมสาธิตยิงแก๊สน้ำตา-กระสุนยาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 - พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตรำวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;ร่วมทดสอบการยิงแก๊สน้ำตาเพื่อพิสูจน์ไม่มีผลทำอันตรายต่อชีวิต หลังจากโซเชียลบิดเบือนข้อมูลทำอันตรายต่อผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า การสาธิตการยิงแก๊สน้ำตาวันนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้อุปกรณ์การควบคุมฝูงชนจริงๆ เป็นเครื่องมือที่ได้รับอนุมัติตามมติ ครม.เป็นเครื่องมือที่ไม่ถึงแก่ชีวิต อย่างเช่น ปลอก หรือกระสุนแก๊สก่อนยิงเป็นอย่างไร หลังยิงเป็นอย่างไรความรุนแรงของกระสุนแก๊สแบบยิง อาวุธปืนเป็นอย่างไร กระสุนปืนเป็นอย่างไร ระยะการยิง แก๊สน้ำตาไม่สามารถทำอันตรายถึงชีวิต เราก็จะจำลองงดูว่าลักษณะการยิง 100 เมตร เป็นอย่างไร การยิงแก๊สบางทีมีข้อจำกัดเกี่ยวกับทิศทางลมหรือบริเวณพื้นที่บางทีจำเป็นต้องยิงไปตามสถานการณ์นั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าระยะการยิงที่ปลอดภัยต้องอยู่ที่ระยะเท่าไหร่ ผบช.น.ตอบว่า กระสุนยางระยะยิง 15 เมตรขึ้นไป ส่วนแก๊สน้ำตาถ้าอยู่ในระยะใกล้ก็จะใช้แบบขว้าง ถ้าระยะไกลใช้ยิง เราพยายามจะไม่ให้ปะทะกันเพื่อถ้ามีการปะทะ
จะมีความเสียหายมากกว่านี้ &amp;nbsp;สำหรับวานนี้เราพยายามปรับยุทธวิธีปฏิบัติ เมื่อเห็นว่ามีการเริ่มทำกิจกรรมเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำก่ารรักษาความสงบให้เร็วขึ้น หลังสถานการณ์คลี่คลายรีบเปิดการจราจรให้ประชาชนใช้เร็วที่สุด ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า แนวโน้มของกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามใช้ความรุนแรงมากขึ้นเจ้าหน้าที่จะปรับเปลี่ยนการปฏิบัติอย่างไร เขาตอบว่า เจ้าหน้าที่ยังคงยึดหลักเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ส่วนเยาวชนอายุ 15 ปี ที่ถูกยิงเจ้าที้ทายทอยใกล้ สน.ดินแดง อยู่ระหว่างการตรวจสอบแต่มีความคืบหน้า ส่วนเยาวชนอายุ 14 ที่ถูกยิงที่ไหล่ เด็กและผู้ปกครองก็ยืนยันว่าในบริเวณนั้นมีกลุ่มบุคคลอื่นที่ใช้อาวุธ &amp;nbsp;ถามอีกว่าเป็นห่วงมือที่สามจะเข้ามาก่อความรุนแรงหรือไม่ เขาตอบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำให้ดีที่สุดเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย อย่างที่บอกว่าความรุนแรงไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่ ตำรวจเน้นเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย สิ่งที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติมีเหตุจึงมีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้มีการทดสอบการยิงแก๊สน้ำตาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยยืนยันว่าไม่ทำอันตรายถึงงแก่ชีวิตและใช้กันทั่วโลก เมื่อยิงออกไปแล้วกระสุนแก๊สเป็นพลาสติกไม่ใช่โลหะมีน้ำหรักแค่ 102 กรัม เวลาลอยไปตรงจุดที่ต้องการ จะทำงานแบบการเผาไหมเวลาไม่เกิน 1 นาทีที่เป็นควัน ส่วนปลอกกระสุนที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์ลอยไปทำอันตรายกับผู้ชุมนุมนั้น จะอยู่ในรังเพลิงไม่ลอยไปยังผู้ชุมุนม โดยปืนสามารถยิงได้ 3 ระยะ ทั้ง 50 เมตร 100 เมตร 150 เมตร หรือแล้วแต่กระแสลม โดยจะไม่ยิงใส่คนจะยิงใส่พื้นที่เท่านั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113725</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระสุนยาง, ผบช.น., ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, แก๊สน้ำตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611ca8a14a92a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
