<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.ภ.4 สั่งสอบปมคลิปตำรวจสังกัด ภ.จว.อุดรธานี พาเมียขึ้นเฮลิคอปเตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน&amp;rdquo; โพสต์ภาพของหญิงรายหนึ่ง ยืนอยู่ข้าง ฮ.ตำรวจ โดยระบุข้อความว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;สวัสดิการดีมี ฮ.หลวงให้ใช้ อ้างพาเมียบินร่วมงานแม่บ้านก็ได้ด้วย ปีนี้ตำรวจท็อปฟอร์มจริง ๆ&amp;rdquo; หลังเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวมีการเผยแพร่ออกมาทำให้มีชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมกับแชร์ออกไปจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 ทราบว่า กรณีดังกล่าวนั้น ทางตำรวจภูธรภาค 4 ได้รับคำสั่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีการตรวจสอบคลิปดังกล่าวและรายงานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยด่วน ซึ่งเบื้องต้นนั้น ตรวจสอบทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และยังปฏิบัติราชการอยู่ในตำแหน่งสารวัตรสืบสวน ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 4 เองได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาและต้องทราบผลภายใน 3 วัน ในเบื้องต้นนั้นจากการตรวจสอบทราบว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่ภรรยาและนายตำรวจรายนี้ถ่ายเอาไว้เมื่อปี พ.ศ.2552 ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 คนเก่าบินไปตรวจราชการ โดยมีสารวัตรสืบสวนรายนี้พร้อมภรรยาติดตามไปด้วย โดยในรายละเอียดอยู่ระหว่างการสอบสวนของทางคณะกรรมการ ว่าเพราะเหตุใดจึงนำคลิปดังกล่าวมาโพสต์ในโลกโซเชียลจนเป็นประเด็นขึ้นมา และในเรื่องของการที่ตำรวจพาภรรยาติดตามไปด้วยนั้น หากมีการขออนุญาตผู้บังคับบัญชาและผู้บังคับบัญชาอนุญาตก็สามารถพาขึ้นได้ไม่ผิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100003</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ตำรวจภูธรภาค 4, พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d756c8c953.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซวยแล้ว!ตำรวจจ่อขอหมายจับ &#039;ครูเจ้าเล่ห์&#039; สวมสิทธิ์ชาวบ้านโครงการคนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีชาวบ้าน บ.โนนค้อ หมู่ 2 ต.โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น 38 คน &amp;nbsp;เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฝาง ว่าถูกครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น และ เครือข่ายข้าราชการครู ในพื้นที่ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;บอกชาวบ้านว่าจะมีเงินจำนวน 200 บาทซึ่งเป็นเงินของทางรัฐบาลมาแจก ให้นำบัตรประชาชนมารับเงินไป ทำให้มีชาวบ้านเป็นร้อยคนเดินทางมารับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยครูคนหนึ่งได้ถ่ายภาพบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าด้านหลังก่อนจะจ่ายเงินให้ชาวบ้านไปคนละ 200 บาท ซึ่งมีชาวบ้านหลายคนสงสัยว่าเป็นเงินอะไรโดยครูบอกกับชาวบ้านว่าเขาให้เงินก็รับๆไปเถอะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาหลังจากมีโครงการ เราชนะ เกิดขึ้น ชาวบ้านมีความสนใจได้ทำการเข้าไปลงทำเบียนในเว็บไซต์ www.เราชนะ.com แต่ไม่สามารถลงทะเบียนได้เนื่องจากได้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งและโครงการเราเที่ยวด้วยกันไป แล้วให้รอตรวจสอบสิทธิ์โครงการเราชนะในวันที่ 5 ก.พ.2564 ชาวบ้านจึงเกิดความสงสัยเพราะไม่เคยลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการทั้ง 2 แต่อย่างใด จึงได้ไปที่ธนาคารกรุงไทยเพื่อขอตรวจสอบข้อมูลของตัวเอง พบว่าหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนได้ผูกกับหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่เคยรู้จัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ เวลา 09.00 น. พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่าในทางคดีมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบปากคำชาวบ้านที่เข้าแจ้งความรวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้งตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์ของครูที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลังฐานต่างๆให้ครอบคลุมมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลักฐานเชื่อมโยงใครก็จะเรียกมาสอบปากคำด้วย ซึ่งในเบื้องต้นพบหลักฐานที่เชื่อมโยงกันทางโซเชียลมีเดีย ที่ครูฝนพูดคุยกับ ดร.คนหนึ่ง ถึงการดำเนินการต่างๆกี่ยวกับการจ่ายเงินให้ชาวบ้าน ซึ่งบางส่วนตรงกับที่ได้จากชาวบ้าน จึงต้องขอหมายค้นจากศาลจังหวัดขอนแก่น เพื่อเข้าตรวจค้นจุดที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเหตุทั้งหมด เพื่อเก็บหลักฐาน ในส่วนทางด้านพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมหลักฐาน เพื่อขอศาลออกหมายจับครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หนองเรือ ในข้อหา 3 ข้อหา ประกอบด้วย ฉ้อโกงประชาชน,นำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่นไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามขั้นตอนต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.4 กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;คณะทำงานที่ร่วมกันทั้งกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ,ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และ สภ.บ้านฝาง จะเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นจำนวนมาก จะเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่นหรือไม่นั้นก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเอง จะมีการสืบสวนสอบสวนอย่างรัดกุมรอบคอบ ให้ได้พยานหลักฐานละเอียดที่สุด เพื่อดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หลักฐานเชื่อมโยงใครก็จะเรียกมาสอบปากคำหากเข้าข่ายร่วมกระทำความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีไปด้วยทั้งหมด และยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92177</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ, สวมสิทธิ์ชาวบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601e12b5646e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด! รวบดาบตำรวจ ฆ่าเผาพยาบาลสาว หลังหลบหนีคดีนานกว่า 10 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 12.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ. 4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุภากรณ์ &amp;nbsp;คำสิงห์นอก รอง ผบช.ภ.4 แถลงข่าวผลการจับกุม &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด.ต.พยัคฆ์ อุนทรีจันทร์ อายุ 54 ปี ชาว จ.ยะลา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ที่ 590/2555 ลงวันที่ 13 ธ.ค. 2555 ในข้อกล่าวหา &amp;ldquo;ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไวก่อน ลอบฝังซ่อนเร้นศพหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อผิดบังการเกิดการตายแห่งการตาย, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรหรือจำเป็นเร่งด่วนตามพฤติการณ์&amp;rdquo; หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ยรรยง &amp;nbsp;กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปี 2554 ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหารับราชการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งได้คบหากับ น.ส.วิชุดา ทองเสน่ห์ อายุ 22 ปี &amp;nbsp;ผู้ช่วยพยาบาล โรงพยาบาลกันตัง จ.ตรัง โดยทั้งสองคบได้คบหากัน จนกระทั่งผู้ต้องหาได้เกิดความหึงหวง เกรงว่าผู้เสียชีวิตจะนอกใจ ผู้ต้องหาจึงได้นัดหมายให้นายหมุดตาเหล็บ หลีหมาด อายุ 28 ปี ชาว จ.สงขลา และนายธวัชชัย บินยาแม อายุ 31 ปี ชาว จ.สงขลา ซึ่งทั้งสองคนเป็นลูกน้องของผู้ต้องหา ได้พาตัวผู้เสียชีวิตมาที่สวนยางพาราแห่งหนึ่งใน อ.รัตนภูมิ จ.สงขลา ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้อาวุธปืนยิง น.ส.วิชุดา &amp;nbsp;จนเสียชีวิต และได้นำยางรถยนต์ที่ให้ลูกน้องเตรียมมาเผาอำพรางคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อก่อเหตุเสร็จผู้ต้องหาทั้งหมดได้แยกย้ายกันหลบหนีโดยผู้ต้องหาทั้งหมดได้ทำตัวตามปกติ จนลูกน้องของผู้ต้องหาถูกจับกุมจึงซัดทอดว่าคนลงมือก่อเหตุคือ ด.ต.พยัคฆ์ ทำให้ผู้ต้องหาได้หลบหนี โดยได้ไปอยู่ในประเทศ สปป.ลาว &amp;nbsp;จากนั้นได้กลับเข้ามารับจ้างทำสวนยางพาราในพื้นที่ จ.เลย จนกระทั่เจ้าหน้าที่ได้มีการระดมกำลังออกกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดตามยุทธการนาคาพิทักษ์ จึงจับกุมตัวได้ในที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.4 กล่าวต่อว่า กำลังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงกำหนดแผนในการตรวจค้นบุคคลที่มาจากนอกพื้นที่หรือคนที่ไม่ใช่คนท้องถิ่น หลังพบว่ามีบุคคลที่หนีหมายจับได้เข้าพื้นที่ภาคอีสานมากขึ้น โดยเฉพาะมาเป็นลูกจ้างตามสวนยางพารา เพื่อเป็นการกวาดล้างผู้ที่มีหมายจับแล้วหลบหนีความผิดเข้ามาพื้นที่ภาคอีสานตอนบนอย่างเข้มงวด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92116</URL_LINK>
                <HASHTAG>พยัคฆ์ อุนทรีจันทร์, พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d197c6b320.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอ้บอยมอบตัว ปืนจี้เมีย-ชิงรถ ซมซานหนี5วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอ้บอยจำนนแล้ว หลังควงปืนบุกฉุดเมียเก่าจากที่ทำงานหนีเตลิด ซิ่งรถตกถนน หันไปจี้ชิงกระบะพร้อมจับ 2 ตัวประกัน สุดท้ายไปกบดานในรีสอร์ตที่ขอนแก่น อ้างทำไปเพราะเครียดที่ถูกญาติฝ่ายหญิงกีดกันจนต้องแยกทาง เจอหลายข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงสายวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.ภ.4 กระจายกำลังปิดล้อมรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ริมถนนเลี่ยงเมือง บ้านดอนบม ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อจับกุมนายวรวิทย์ หรือบอย เตียวเจริญกิจ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาพระโขนง ที่ 721/2563 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2563 หลังก่อเหตุฉุด น.ส.รัตนา เตียวเจริญกิจ หรือปอ อดีตภรรยาออกจากที่ทำงานย่านพัฒนาการ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้อาวุธปืนข่มขู่ฝ่ายหญิงและพนักงานในบริษัท ห้ามใครยุ่งเกี่ยว จากนั้นได้พาหญิงสาวขึ้นรถเก๋งขับหลบหนีไป หลังเกิดเหตุตัวแทนของบริษัทได้เข้าแจ้งความที่ สน.คลองตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างหลบหนี นายบอยได้ทำร้าย น.ส.รัตนาและอัดคลิปเผยแพร่ แต่ต่อมารถของนายบอยประสบอุบัติเหตุแหกโค้งใน อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี นายบอยจึงใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถกระบะ ทะเบียน บต-1209 สุพรรณบุรี พร้อมทั้งนำตัวนายวิม สุขสันติสุวรรณ และนางละมัย อู่อรุณ ซึ่งเป็นชาวบ้านใน อ.ด่านช้าง เป็นตัวประกัน ก่อนจะหลบหนีเข้าขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายบอยได้ปล่อยตัวประกัน 2 คน คือ นายวิม และนางละมัยแล้ว แต่ตำรวจก็ไม่อาจผลีผลามเข้าจับกุม เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืนติดตัว เกรงจะเกิดการสูญเสีย จึงต้องมีการวางแผนให้รัดกุม โดยได้ขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยอรินทราชมาสนับสนุนในการปฏิบัติการครั้งนี้ ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม ภ.จว.ขอนแก่น และ บช.ภ.4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ติดต่อพ่อแม่ ญาติพี่น้องของนายบอยมาช่วยเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว รวมทั้งภรรยาคนใหม่พร้อมบุตรเดินทางมาถึงแล้ว แต่เจรจาไม่สำเร็จ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 13.50 น. นายบอยก็ยอมมอบตัว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็คุมตัวนายบอยไปสอบปากคำและเปิดแถลงข่าวที่ สภ.ย่อยเมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่น โดย พล.ต.ท.ยรรยง กล่าวว่า นายบอยมีความผิดฐานกักขัง หน่วงเหนี่ยว และมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ในพื้นที่ สน.คลองตัน รวมถึงการก่อเหตุลักทรัพย์และชิงทรัพย์ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งหลังจากปล่อยตัวประกัน 2 คนแล้ว นายบอยได้ว่าจ้างรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่รีสอร์ตในพื้นที่บ้านดอนบม พักอยู่กับอดีตแฟนสาวที่ห้องเอ 8 กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.4 เข้าปิดล้อมไว้ พร้อมประสานชุดอรินทราชเข้าพื้นที่ เพื่อควบคุมตัวนายบอย แต่นายบอยไม่ปรากฏตัว และไม่ออกจากห้องพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานภรรยาและมารดามาเกลี้ยกล่อมก็ไม่ยินยอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่ง พ.ต.ท.ไพรวัลย์ อายุวงษ์ รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 ขอเข้าเจรจาและเกลี้ยกล่อม ประมาณ 30 นาที นายบอยจึงเดินออกจากห้องพักมามอบตัวพร้อมอาวุธปืนกล็อกขนาด 9 มม. บรรจุกระสุนเต็มรังเพลิง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าอยู่รอบๆ บริเวณดังกล่าวจึงเข้าควบคุมตัวเอาไว้ ส่วนน้องปอ หรือนางรัตนา เตียวเจริญกิจ อดีตแฟนนั้น นั่งอยู่ในห้อง ในสภาพหิวโซ หน้าตาบวมปูด เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้ามารับตัว ส่งไปพบแพทย์เพื่อตรวจสภาพร่างกายที่ รพ.ขอนแก่น อย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 กล่าวว่า นายบอยให้การรับสารภาพว่าที่ทำไปทั้งหมด เพราะเครียดที่ถูกกดดันจากฝ่ายน้องปอ ซึ่งเคยเป็นแฟนกัน อยู่ด้วยกัน 3 ปี แต่ถูกกดดันจากญาติฝ่ายหญิงจนต้องแยกทางกันได้ 2 ปี ไม่มีการติดต่อ กระทั่งได้ติดต่อสื่อสารกัน ทราบปัญหาจากฝ่ายหญิง และอ้างว่าด้วยความเห็นใจฝ่ายหญิงและมีเรื่องต่างๆ ที่ต้องเคลียร์ จึงต้องฉุดตัวน้องปอมาด้วย แต่รถยนต์คันแรกถูกตำรวจไล่ติดตามจนรถเกิดอุบัติเหตุ ไม่มีรถใช้ จึงได้ก่อเหตุชิงรถยนต์กระบะจากชาวบ้าน และขับมาเรื่อยๆ กินนอนกันในรถ กระทั่งปล่อยตัวเจ้าของรถ และหนีมาหลบซ่อนในรีสอร์ตดังกล่าว ก่อนจะมอบตัวกับเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังถูกควบคุมตัว นายบอยได้ร้องขอกินข้าวเพราะหิวข้าวอย่างหนัก ซึ่งตำรวจ บช.ภ.4 จะได้ส่งตัวให้ สน.คลองตันรับไปดำเนินคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87471</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ไพรวัลย์ อายุวงษ์, พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf4666b16df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
