<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาเสพติดทะลักลงใต้ยึดกว่า60ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจภาค 9 แถลงจับยาบ้าร่วมล้านเม็ด เฮโรอีน 27 กก. อีกราย ผู้ว่าฯ กระบี่แถลงจับ 3 ผู้ต้องหาแก๊งยาบ้ารายใหญ่ ตามยึดทรัพย์ทั้งรถ หมู วัวชน รวมกว่า 20 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แถลงจับกุมยาบ้า 980,000 เม็ด เฮโรอีน 76 แท่ง หนัก 27 กิโลกรัม รวมมูลค่าของกลางประมาณ 45 ล้านบาท โดยตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด จ.สงขลา จับกุมได้พร้อมผู้ต้องหา 1 คน คือนายสมพงษ์ มูเก็ม อายุ 28 ปี ซึ่งนำมาเก็บไว้ภายในบ้านเช่าเลขที่ 100/17 หมู่5 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน ผน 7168 สงขลา ที่จอดอยู่หน้าบ้านและเป็นรถที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดล็อตนี้มาเก็บไว้
นายสมพงษ์ให้การว่า เตรียมนำยาบ้าดังกล่าวไปส่งลูกค้าตามคำสั่งของนายกิ่ง ไม่ทราบชื่อจริง เจ้าของยาเสพติด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบี่ ที่หน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผวจ.กระบี่ พล.ต.ต.ภิญโญ หวลกสินธ์ ผบก.ภ.จ.กระบี่ พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.สส.ภ.จ.กระบี่ แถลงจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติด 3 ราย ประกอบด้วย นายถาวร รักการงาน อายุ 50 ปี นายพิมาน ตันสมรส อายุ 22 ปี นายวสันต์ หนูสุข อายุ 30 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 16,000 เม็ด รถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู 2 คัน รถฟอร์จูนเนอร์ รถกระบะ และ จยย. อย่างละ 1 คัน สุกร &amp;nbsp;320 ตัว วัวชน 31 ตัว แหวนทอง กำไลทอง และเครื่องประดับ เงินสดจำนวนหนึ่ง โฉนดที่ดิน รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.นพดล กล่อมพงศ์ สว.สส.ภ.จ.กระบี่ พ.ต.ต.ศราวุธ กิติเรืองระยับ สว.สส.ภ.จ.กระบี่ พร้อมกำลังชุดสืบสวน ภ.จ.กระบี่ ล่อซื้อจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้ในพื้นที่ หมู่ 6 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ พร้อมยาบ้าจำนวนดังกล่าว สอบสวนขยายผลทราบว่านายถาวรพร้อมเครือข่ายลอบค้ายามานานกว่า 3 ปี ในพื้นที่ จ.ตรัง นครศรีธรรมราช กระบี่ และจังหวัดใกล้เคียง โดยทำอาชีพเลี้ยงสัตว์บังหน้า ในพื้นที่ อ.ห้วยยอด จึงตามไปยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2535.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถาวร รักการงาน, พ.ต.ต.ศราวุธ กิติเรืองระยับ, พ.ต.ท.นพดล กล่อมพงศ์, พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร, พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม, พล.ต.ต.ภิญโญ หวลกสินธ์, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พิมาน ตันสมรส, สมพงษ์ มูเก็ม, สันต์ หนูสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb3c2bb1d7c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3มือปืนมอบตัวยิงถล่ม3ศพกลางเมืองพัทลุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3 มือปืนยิงถล่มฆ่าอริกลางเมืองพัทลุง 3 ศพ เข้ามอบตัวพร้อมปืนกลมือ เผยเหตุอยู่ในเส้นทางโจรค้าสิ่งผิดกฎหมายแล้วผิดใจกันเพราะล้ำเส้น ก่อนไปพบกันที่ร้านเหล้าแล้วลวงไปฆ่าหน้าร้านข้าวต้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงสายวันที่ 2 สิงหาคมนี้ ที่ บก.ภ.จว.พัทลุง กลุ่มผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย นายวีระยุทธ หอยทรัพย์ อายุ 38 ปี, นายภูวเนศวร์ หนูมาก อายุ 44 ปี และนายศรชัย ทับครุฑ อายุ 40 ปี พร้อมญาติๆ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง, พ.ต.อ.ยศวรรธน์ กระจ่างวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.พัทลุง และ ร.ต.อ.ประเสริฐ ด้วงเอียด รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทลุง เจ้าของคดี พร้อมด้วยปืนกลมือ Banshee CMMG และรถยนต์กระบะโตโยต้าแค็บ รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ สีดำ ทะเบียน บต 1815 พัทลุง ที่ใช้ในการก่อเหตุยิงคนตาย 3 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่หน้าธนาคาร ธ.ก.ส.สาขาท่ามิหรำ ในเขตเทศบาบลเมืองพัทลุง นายรัตนพงศ์ จันทร์ปน อายุ 38 ปี ขับรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 กล 6280 กรุงเทพมหานคร พร้อมเพื่อนอีก 3 คน มาพบกับกลุ่มคนร้าย แล้วถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. และอาวุธปืนลูซี ยิงถล่มนายรัตนพงศ์ จันทร์ปน, นายอรรถกร นุ่นปาน อายุ 25 ปี และนายพาสกร ดำสนิท อายุ 21 ปี เสียชีวิตคนรถ ส่วนนายชลทิตย์ แซ่หลี อายุ 30 ปี ที่นั่งมาด้วยด้านหน้า ได้เปิดประตูรถเก๋งวิ่งหลบหนีไปได้ คดีนี้ตำรวจสืบสวนสอบสวนจนทราบตัวคนร้าย และขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพัทลุงในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการรับมอบตัวผู้ต้องหา มี พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.โชติ ชัยชมพู ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร., พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบช.ภ.9 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.วิสนุกล่าวว่า จากการหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งกล้องวงจรปิด พยานหลักฐาน ทางตำรวจสามารถออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาได้ 3 คน ในส่วนของพยานหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์นั้น ทั้งหมดอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ผลการตรวจสอบยังไม่ออกมา คาดว่าจะออกมาในเร็วๆ นี้ ส่วนปลอกกระสุน จำนวน 54 ปลอก จากการพิสูจน์ในเบื้องต้นพบว่าใช้ยิงด้วยอาวุธปืน 3 กระบอก ซึ่งตรงกับภาพในกล้องวงจรปิดทุกประการ ส่วนประเด็นสังหารนั้นมาจากความโกรธแค้นเรื่องส่วนตัว สำหรับคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายนั้น แต่ละคนก็มีประวัติยาวเหยียด ทางพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบสวนเพิ่มเติม หากพบว่ามีใครที่เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้ หรือผู้มีอิทธิพลที่หนุนหลังก็ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ขอฝากไปยังนายชลทิตย์ แซ่หลี เหยื่อกระสุนที่วิ่งหลบหนีไปได้ ให้รีบเข้ามาพบตำรวจ โดยทางตำรวจจะกันตัวไว้เป็นพยาน และจะส่งเข้าโครงการคุ้มครองพยานต่อไป สำหรับอาวุธปืนที่นำมาก่อเหตุที่ยังเหลืออยู่อีก 2 กระบอก จะได้เร่งสืบสวนสอบสวนนำมาประกอบคดีกันต่อไป ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ให้การภาคเสธ และจะส่งตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทลุงในวันที่ 3 ส.ค. โดยตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตและกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นคนรู้จักกันดี ต่อมามีเรื่องบาดหมางกันในพื้นที่ของนายวีระยุทธ หอยทรัพย์ เกี่ยวกับการค้าสิ่งผิดกฎหมาย หลังจากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายก็ผิดใจกันมากขึ้น โดยทางกลุ่มของนายรัตนพงศ์ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเป็นคนแรกได้ติดตามข่มขู่มิให้นายวีระยุทธเข้ามาก้าวก่าย และยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจการค้าสิ่งผิดกฎหมายของพวกตน ต่อมากลุ่มนายรัตนพงศ์และนายวีระยุทธไปเที่ยวผับแห่งหนึ่ง และนั่งอยู่โต๊ะใกล้กัน ทำให้นายรัตนพงศ์เดินเข้ามาใช้อาวุธปืนจ่อเอวนายวีระยุทธ พร้อมข่มขู่ว่าอย่าเข้ามายุ่งเกี่ยว จากนั้นนายวีระยุทธจึงพาพวกขับรถกระบะนัดปรับความเข้าใจกับนายรัตนพงศ์พร้อมพวกที่บริเวณร้านข้าวต้มโต้รุ่ง หน้าธนาคาร ธ.ก.ส.สาขาท่ามิหรำ เมื่อนายรัตนพงศ์ลงมาจากรถเก๋งก็ถูกนายวีระยุทธใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว ก่อนที่พวกนายวีระยุทธจะยิงถล่มนายรัตนพงศ์ นายอรรถกร และนายพาสกร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73219</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี, พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล, พล.ต.ต.โชติ ชัยชมพู, พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f26b43492621.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้ตัวมือฆ่าเผา2ศพ เอี่ยวกลุ่มยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ลงพื้นที่ติดตามคดีฆ่าเผา 2 ศพบริเวณชายป่าข้างบ่อขยะเทศบาลนครหาดใหญ่ เผยรู้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว รอรวบรวมพยานหลักฐานมัดตัว ชาวบ้านผวาอันตรายไม่กล้าออกไปกรีดยางพารา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีคนร้ายฆ่าแล้วเผานายอนุชา สุภานิตย์ อายุ 27 ปี หรือ ปุน และนายประเสริฐ ธรรมรักษา อายุ 20 ปี หรือบอย เสียชีวิต 2 ศพ แล้วนำร่างมามัดติดกัน ทิ้งศพบริเวณชายป่าข้างบ่อขยะเทศบาลนครหาดใหญ่ในพื้นที่หมู่ 3 บ้านพรุจูด ตำบลควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่พบปมการสังหารมาจากการหักหลังในเรื่องยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ลงพื้นที่ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ สภ.หาดใหญ่ พร้อมเปิดเผยว่า เรื่องนี้สาเหตุมาจากเรื่องยาเสพติดที่ทั้ง 2 คนเข้าไปเกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่จะเน้นกลุ่มผู้ต้องสงสัยได้แล้วบางส่วน และเตรียมเชิญตัวมาสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานทั้งจากหัวกระสุนปืนจากศพแรกที่ถูกยิงหัว โดยให้แพทย์ผ่าหัวกระสุนออกมาเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยัน ส่วนศพที่ 2 มีรอยถูกตีหัวด้วยของแข็ง รวมทั้งหลักฐานทางเทคนิคจากกล้องวงจรปิดบุคคลต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่จะเชิญตัวมาสอบสวน เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลทางเทคนิค ซึ่งคดีนี้จะชัดเจนภายใน 1-2 วันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้นำรถกระบะต้องสงสัยคันหนึ่ง ซึ่งเป็นยี่ห้ออีซูซุ สีดำ 4 ประตู แต่ยังไม่ขอเปิดเผยหมายเลขทะเบียนมาตรวจสอบด้วย โดยเป็นรถของผู้ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย และที่บริเวณซุ้มล้อมีโคลนติดอยู่คล้ายกับโคลนที่ขับไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งตรงกับที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้เข้าไปตรวจจุดเกิดเหตุพบว่ามีร่องรอยของรถยนต์ขับเข้าไปยังจุดที่พบศพถูกเผา ซึ่งภายหลังตรวจสอบแล้วรถกระบะสีดำไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งจุดที่ศพนอนกองกันอยู่ และในรัศมีโดยรอย 50 เมตร พร้อมกับใช้เครื่องสแกนโลหะหาวัตถุพยานอย่างละเอียด ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเพิ่มเติมที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้หลายอย่างตกอยู่ในกองเถ้าถ่าน เช่น มีดพก 2 เล่ม ยาวประมาณ 5 นิ้ว 1 เล่ม และยาวประมาณ 3 นิ้ว 1 เล่ม และพวงกุญแจที่มีกระสุนปืนขนาด 11 มม. แขวนอยู่ด้วย และไม้ไผ่ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง รวมทั้งเบาะลมที่คาดว่าจะใช้ห่อหุ้มร่างก่อนนำมาเผา จากการตรวจจุดเกิดเหตุและประเมินเหตุการณ์ ทั้ง 2 คนน่าจะถูกอุ้มฆ่ามาจากที่อื่นและนำศพมาเผาอำพรางคดี รวมทั้งมีร่องรอยล้อรถยนต์ขับเข้าไปยังจุดที่ศพถูกเผา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านชาวบ้านในพื้นที่เกิดเหตุบอกว่าในคืนก่อนเกิดเหตุพบศพถูกเผาได้ยินเสียงคล้ายเสียงปืนดังขึ้นจากบริเวณจุดเกิดเหตุ 1 นัด แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะบริเวณดังกล่าวมักจะมีคนเข้า-ออกเป็นประจำทั้งทิ้งขยะและเข้าไปหาของป่า จึงไม่ได้สังเกตว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่เกิดเหตุจนไม่กล้าออกไปกรีดยางพารา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเสริฐ ธรรมรักษา, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา สุภานิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecbab2c60b60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับโกย้งกำนันดังจ้างฆ่าเจ้าของอู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.9 ร่วมกับกองปราบฯ นำกำลังปูพรมจับกุมกำนันดัง พร้อมสมุนรวม 7 คน หลังได้หลักฐานบงการ 2 มือปืนยิงถล่มเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ชาวตรังเสียชีวิต เค้นสอบเครียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 มกราคมนี้ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม นำกำลังทั้งจากกองปราบปราม กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดตรัง รวมกว่า 100 นาย แบ่งกำลังออกเป็น 8 ชุด รวม 8 เป้าหมาย พร้อมหมายค้นและหมายจับจากศาลจังหวัดตรัง เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย ที่จากการสืบสวนสอบสวนมีหลักฐานชัดเจนว่า พัวพันกับคดีคนร้าย 2 คน สวมไอ้โม่ง ใช้อาวุธปืนพกสั้น และอาวุธปืนสงครามอาก้า ยิงถล่มนายธวัชชัย กลับขันท์ อายุ 53 ปี เจ้าของอู่ซ่อมยนต์ ชาว อ.รัษฎา จ.ตรัง เสียชีวิตคารถ ส่วนนางอำภา กลับขันท์ อายุ 54 ปี ภรรยา และนายสมชาย สนมน้อย ลูกจ้าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 17 ธันวาคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหมายค้นและหมายจับ ได้เข้าตรวจค้นเป้าหมาย รวม 3 พื้นที่ใน อ.จุฬาภรณ์ และ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับ จ.ตรัง โดยเริ่มจากบ้านและเครือข่ายของกำนันดังชาว อ.จุฬาภรณ์ เนื่องจากการสืบสวนและหลักฐานเชื่อมโยง พบว่าคนร้ายทั้ง 2 คน เป็นมือปืนของซุ้มกำนันคนดังกล่าว รวมทั้งตรวจค้นบ้านเป้าหมายซึ่งเป็นบุคคลผู้จ้างวาน ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ยกแก๊งรวม 7 คน ประกอบด้วย &amp;nbsp;กำนันดังเจ้าของซุ้มมือปืน มือปืน 2 คน ผู้จ้างวาน 1 คน รวมทั้งผู้ร่วมทีมสังหารที่ทำหน้าที่ต่างๆ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนขยายผลที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดใหญ่ยังคงกระจายกันตรวจค้นเป้าหมายอื่นๆ ตามที่มีส่วนพัวพันกับบุคคลที่ถูกจับกุม เพื่อค้นหาหลักฐาน โดยเฉพาะอาวุธปืน รถยนต์ และอื่นๆ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพื่อรอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยมี พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม ร่วมทำการสอบสวนเข้ม ขณะเดียวกัน ได้มีบรรดาญาติๆ ของผู้ต้องหาจาก จ.นครศรีธรรมราช มาคอยติดตามข่าวที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรังด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย 1.นายจิราวุธ&amp;nbsp;หรือโกย้ง&amp;nbsp;ศรีวิรัตน์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ผู้จ้างวาน&amp;nbsp;2.นายชัชชัย&amp;nbsp;หรือไก่&amp;nbsp;วงค์ใหญ่&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;คนชี้เป้า&amp;nbsp;3.นายปรานต์&amp;nbsp;วงศ์พิพันธ์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ผู้รับงานจัดหามือปืน&amp;nbsp;4.นายสุชาติ&amp;nbsp;จิตติศักดิ์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ผู้รับงานจัดหามือปืน 5.นายปิยวัฒน์&amp;nbsp;จิตติศักดิ์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มือปืน&amp;nbsp;6.นายธนเดช&amp;nbsp;เอียดปราบ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;45 ปี&amp;nbsp;คนขับรถ&amp;nbsp;7.นายเอกรัฐ&amp;nbsp;ศรีโรจน์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปี คนซื้อซิมโทรศัพท์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพ&amp;nbsp;ภูริเดช ผบก.ป.กล่าวว่า ปมการก่อเหตุมาจากเรื่องชู้สาว&amp;nbsp;ที่นายธวัชชัยผู้ตายมักจะคอยไปเป็นที่ปรึกษาให้กับภรรยาของนายจิราวุธ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ตาย&amp;nbsp;จนเกิดความหึงหวง&amp;nbsp;นายจิราวุธจึงได้ว่าจ้างให้นายปรานต์และนายสุชาติช่วยจัดหามือปืนและทีมงานที่เหลือให้&amp;nbsp;หลังจากนี้จะมีการขยายผลไปยังมือปืนอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รายที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54374</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธวัชชัย กลับขันท์, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำภา กลับขันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200112/image_big_5e1b23c02ff9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักธุรกิจใต้หวั่นBRNยกระดับสู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประวิตร&amp;quot; บอกไม่ต้องห่วงเหตุไฟใต้ ลั่นพยายามไล่ติดตามผู้กระทำความผิด บช.ภ.9 จ่อขอหมายจับเพิ่มอีก 2 ราย ระบุเมื่อก่อเหตุจะหลบในป่าดงดิบตามเทือกเขาหรือประเทศเพื่อนบ้าน &amp;quot;มาราปาตานี&amp;quot; ออกแถลงการณ์เตือนรัฐไทยไร้ความจริงใจพูดคุยสันติสุข แนะทบทวนจุดยืน นักธุกิจชายแดนใต้จี้ กอ.รมน.ภาค 4 ตรวจสอบเอกสาร &amp;quot;บีอาร์เอ็น&amp;quot; หากเป็นจริงหวั่นยกระดับต่อสู้สู่เวทีสหประชาติ &amp;nbsp;ฝ่ายค้านปากเก่งซัดกองทัพดับไฟใต้ล้มเหลว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนร้ายก่อเหตุบุกยิงป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านทุ่งสะเดา หรือบ้านย่อยทางลุ่ม ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เราพยายามเข้าไปตรวจค้นกวาดล้างเพื่อไล่ติดตามผู้กระทำความผิด ขอให้สบายใจได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้หนึ่งรายและอยู่ระหว่างนำตัวไปสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจครอบครัวของผู้สูญเสียอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของเยี่ยมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียเพื่อเป็นกำลังใจ ส่วนตนก็รู้สึกเสียใจกับผู้ที่ได้รับผลกระทบและสูญเสียทุกราย เพราะคนที่มาทำหน้าที่ ชรบ.ล้วนเป็นชาวบ้านทั้งนั้น ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมมอบหมายให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยดำเนินการให้ความช่วยเหลือ &amp;nbsp;รัฐบาลเห็นใจและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความชัดเจนเรื่องการประกาศพื้นที่เคอร์ฟิวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รองนายกฯ กล่าวว่ายังไม่มีการประกาศ ขณะนี้ยังใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ปี 2551 ในการเข้าไปตรวจค้นกวาดล้างผู้กระทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางไปยังโรงพยาบาลยะลาเพื่อเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่จุดตรวจ ชรบ.เสียชีวิต 15 ราย และได้รับบาดเจ็บพักรักษาจำนวน 5 รายเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายนิพนธ์ได้เยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ยังคงพักรักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยโรงพยาบาลยะลาจำนวน 4 ราย คือ นายมะรอรี มะแซ, นายณรงค์ฤทธิ์ สิทธิพันธ์, นายอาหาหมัด รัตนตัญญู และนางสายัน ปานทอง &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้พูดคุยให้กำลังใจมอบกระเช้าเยี่ยมและเงินช่วยเหลือแก่ผู้บาดเจ็บ ขณะที่อาการโดยรวมปลอดภัยยกเว้นนางสายันที่ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และหากอาการไม่ดีขึ้นคณะแพทย์จะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร แพทย์ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ก่อนหน้านี้แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิพนธ์กล่าวว่า ได้นำคณะมาเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อมาสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ ชรบ. โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
จ่อหมายจับเพิ่ม 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9), พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.ยะลา, พ.อ.(พิเศษ) คมกฤช รัตนฉายา ผบ.กรมทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่ห้องประชุม ภ.จว.ยะลา &amp;nbsp;เพื่อประมวลความคืบหน้ากรณีคนร้ายร่วม 20 คนบุกยิงถล่ม ชรบ.ลำพะยา อ.เมืองยะลา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ ชรบ.และราษฎรเสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บอีก 5 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ท.รณศิลป์เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวได้เตรียมขอหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วจำนวน 2 ราย มีนายซาอุดี ติงอูเซ็ง และนายนัสรูเลาะห์ สะมะ หลักฐานคือดีเอ็นเอที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ นอกเหนือจากดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บรวม 20 รายนั้นแล้ว สามารถยืนยันได้ และคนร้ายทั้ง 2 คนมีหมายจับคดีความมั่นคงอยู่แล้ว เป็นคดีใน อ.บันนังสตาและ อำเภออื่นๆ ได้แก่คดีเผา หจก.ชินวรก่อสร้าง ต.ลิดล อ.เมืองยะลา โจมตีจุดตรวจ 3 ฝ่ายในตลาดกรงปินัง หมู่ที่ 7 ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง ลอบวางเพลิงการไฟฟ้าอำเภอกาบัง จ.ยะลา พวกคนร้ายเหล่านี้เมื่อก่อเหตุแล้วจะหลบหนีขึ้นไปอาศัยอยู่ในป่าดงดิบตามเทือกเขาหรือประเทศเพื่อนบ้าน วันดีคืนดีก็กลับเข้ามาก่อเหตุโดยมีเยาวชนให้การสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ปลอกกระสุนปืนของคนร้ายที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุที่ได้ผ่านการตรวจมาแล้วนั้น พบว่าเป็นอาวุธปืนที่เคยก่อเหตุใน จ.ปัตตานี เช่นคดีปล้น ระเบิดตู้เอทีเอ็มเมื่อเร็วๆ นี้ ส่วนขนาด 9 มม.เคยก่อเหตุในพื้นที่อื่นมาเช่นเดียวกัน&amp;quot; ผบช.ภ.9 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา นายอาบู ฮาฟิช อัลฮากิม โฆษกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมาราปาตานี ได้เผยแพร่เอกสารโดยใช้อักษรรูมี จำนวน 3 หน้า เป็นแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ถล่ม ชรบ.ลำพะยา ซึ่งเนื้อความระบุว่า หากรัฐบาลไทยไม่มีจุดยืนในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;ไร้ความจริงใจในการเปิดเวทีพูดคุยสันติสุข ขอแนะนำให้ประเทศไทยทบทวนและประเมินจุดยืนและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับข้อจำกัด และความกังวลในบางประเด็นที่ขัดขวางกระบวนการสันติภาพไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า บางทีบทความนี้อาจเปิดตาต่อแนวทางที่เป็นจริงที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้ได้หากต้องการความสงบสุขที่แท้จริง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ก็ได้มีแถลงการณ์จากฝ่ายวิชาการของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น โดยยอมรับว่าการถล่ม ชรบ. 15 ศพเป็นปฏิบัติการของแนวร่วมในพื้นที่ ซึ่งผ่านการตัดสินใจของแกนนำในพื้นที่ &amp;nbsp;เพื่อตอบโต้ความไม่จริงใจของรัฐไทย โดยบีอาร์เอ็นกล่าวอ้างว่ารัฐไทยเล่นละคร โดยทางหนึ่งพร้อมที่จะเปิดเวทีพูดคุยสันติสุข แต่อีกทางหนึ่งมีการสั่งให้ชุดปฏิบัติการไล่ล่าแกนนำและกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
นักธุรกิจผวาบีอาร์เอ็น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เอกสารของบีอาร์เอ็นและมาราปาตานีถูกเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ได้สร้างความกังวลให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้าและประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาเป็นอย่างยิ่ง เพราะตลอดเวลา 16 ปีบีอาร์เอ็นไม่เคยรับและปฏิเสธว่าการก่อเหตุเป็นฝีมือของตน &amp;nbsp;เมื่อบีอาร์เอ็นออกมารับว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าหมู่พลเรือน แสดงว่ามีความพร้อมที่จะเปิดหน้าสู้กับกองกำลังของรัฐไทย และพร้อมที่จะสู้ในเวทีของสหประชาชาติ และการยอมรับว่าการฆ่าหมู่พลเรือน 15 ศพครั้งนี้บีอาร์เอ็นเป็นผู้กระทำ ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงเต็มรูปแบบ ซึ่งต่อไปบีอาร์เอ็นต้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล กองทัพ หรือ กอ.รมน.ภาค 4 สน.เร่งตรวจสอบเอกสารของบีอาร์เอ็น และแจ้งให้ประชาชนทราบเพื่อสร้างความกระจ่าง หากเป็นแถลงการณ์ของบีอาร์เอ็นจริง กอ.รมน.ภาค 4 &amp;nbsp;สน.ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบว่าจะรับมืออย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแถลงการณ์ของมาราปาตานีนั้น จากการตรวจสอบเชื่อว่าเป็นของจริง เพราะก่อนหน้านี้อาบู ฮาฟิช อัล ฮากิม ก็ได้ออกแถลงการณ์กล่าวหารัฐไทยในเรื่องไม่จริงใจมาแล้วครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค &amp;nbsp;วุฒิสภา แถลงว่า คณะกรรมาธิการฯ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์บุกยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อ.เมืองยะลา โดยที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ได้มีมติให้มีการแสดงความคิดเห็นพร้อมประณามผู้ก่อเหตุ โดยขออ้างอิงคำแถลงของสำนักจุฬาราชมนตรีที่ระบุตอนหนึ่งว่า &amp;quot;สำหรับศาสนาอิสลามนั้น การฆ่าผู้บริสุทธิ์ถือว่าเป็นบาปใหญ่ ดังปรากฏในพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน ความว่า แท้จริง ผู้ใดฆ่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ชีวิตหนึ่ง ก็ประหนึ่งว่าเขาได้ฆ่ามนุษย์ทั้งมวล และหากผู้ใดช่วยรักษาชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง ก็ประหนึ่งว่าเขาได้รักษาชีวิตมนุษย์ทั้งมวล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ได้ส่งจดหมายถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเพื่อแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจทุกคน พร้อมมอบหมายให้ผู้แทนคณะกรรมาธิการฯ ติดตามอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนแนวทางสันติให้เกิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็วที่สุด รวมทั้งหามาตรการป้องกันเหตุรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็นความสูญเสียที่รุนแรงและก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชนในพื้นที่ หลายวันที่ผ่านมาหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประชาชนหรือพรรคการเมืองภาครัฐบาล ต่างร่วมกันแสดงจุดยืนต่อต้านความรุนแรงและเร่งดำเนินการหาตัวผู้กระทำผิดและอำนวยความยุติธรรมให้แก่ทุกฝ่าย แต่ในเวลาเดียวกันนี้เองเราก็ยังได้เห็นอีกหนึ่งการกระทำที่น่ากังวล ว่าจะทำให้เกิดการบ่อนทำลายสันติภาพและทำให้เกิดความเกลียดชังมากขึ้นในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ที่แน่นอนว่ามีหลายสื่อรายงานตามข้อเท็จจริงอย่างสร้างสรรค์ แต่ก็มีบางส่วนกลับรายงานไปในทิศทางที่จะเพิ่มความเกลียดชังและความหวาดระแวงในพื้นที่
พท.ซัดกองทัพล้มเหลว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยกตัวอย่างบางสำนักข่าวมีการลงข่าวออนไลน์ กรณีทหารพบผ้าก๊อซกับอุปกรณ์ทำแผลที่บ้านประชาชนหลังหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำไปเก็บรวบรวมขอตรวจดีเอ็นเอและหลักฐานตามปกติ แต่ข่าวออกไปแล้วว่าบ้านนี้มีส่วนช่วยเหลือผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ประชาชนในบ้านที่ถูกกล่าวหากลับเป็นผู้ถูกหวาดระแวงสงสัย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราอยากขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนจริงๆ&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งตัวอย่างที่เป็นข่าวที่สร้างความเกลียดชังแตกแยก &amp;nbsp;คือการ์ตูนของผู้ใช้นามว่าบัญชา-คามิน สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ พยายามชี้ให้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่สนับสนุนเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ขอร้องอย่าทำแบบนี้อีกเลย อย่าทำให้เกิดความแตกแยก กรุณาหยุดการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์และไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อฝ่ายใดแบบนี้อีกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและที่ปรึกษากรรมาธิการการทหาร กล่าวว่า &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินมาไม่ถูกทาง เพราะเงื่อนไขในแต่ละสถานการณ์ต่างกันไป กรณีล่าสุดที่เกิดเหตุการณ์ยิงถล่ม ชรบ.ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 15 คน สถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ชาวบ้านดูแลกันเอง ไม่มีหน่วยงานทหารในพื้นที่ จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าเหตุใดจึงมีช่องโหว่ตรงนี้ นโยบายทหารนำการเมืองที่ใช้มาตลอดในพื้นที่ภาคใต้ไม่ตอบโจทย์ ไม่สะท้อนความจริงใจพื้นที่ แก้ไขปัญหาไม่ได้ งบประมาณมหาศาลรวมแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมามากกว่า 200,000 ล้านบาท ในการพิจารณางบประมาณในแต่ละปีมีการของบประมาณลงไปแก้ปัญหาภาคใต้ ทางสภาให้ตลอด แต่เป็นการของบที่ซ้ำซ้อน ดังนั้นปัญหาภาคใต้ที่ไม่สงบส่วนหนึ่งอาจจะเพราะนโยบายรัฐที่มีเป้าหมายอย่างอื่นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝ่ายความมั่นคงควรที่จะทบทวนการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ อาจจะมีการเปิดโต๊ะเจรจากับฝ่ายที่เห็นต่าง ไม่ทำในประเทศก็ได้ อาจจะให้ประเทศอื่นเป็นเจ้าภาพก็ได้ เพื่อหาแนวทางยุติปัญหาความรุนแรง กองทัพต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาล้มเหลว ที่สำคัญที่สุดคือความจริงใจ &amp;nbsp;อย่าใช้อำนาจเพราะจะเป็นการเลี้ยงไข้มากกว่าหวังแก้ปัญหาให้ลุล่วง&amp;quot; นายประเสริฐกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50061</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ บุญญามณี, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พ.อ.(พิเศษ) คมกฤช รัตนฉายา, พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมชาย แสวงการ, สายัน ปานทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc97e423fe4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงถล่มผู้ช่วยส.ส. ปมขัดแย้งรับเหมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับผู้ช่วย ส.ส.พัทลุงพรรคภูมิใจไทย มือปืนยิงถล่มด้วยเอ็ม 16-อาก้าร่างพรุน ขณะขับรถกลับจากไซต์งานรับเหมาขุดลอกคูคลอง เผยเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงด้านธุรกิจโดยมีพี่น้องยึดครองการเมืองท้องถิ่น ตำรวจฟันธงปมขัดแย้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง น้องชายก็มั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กรณีนายสุนทร เรืองแก้ว ผู้ช่วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตบนถนนสายหัวถนนท่านช่วย-ทุ่งนาชี หมู่ที่ 6 ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง ว่า ขณะนี้ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงไปทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียดอีกครั้ง ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะแสเพื่อตรวจสอบหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของผู้เสียชีวิต รวบรวมพยานหลักฐาน และจะมีการสอบปากคำพยาน รวมทั้งญาติที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ฟันธงไปที่ประเด็นใด และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนสอบสวนและติดตามผลการชันสูตรให้ได้โดยเร็ว เพื่อพิสูจน์ทราบถึงสาเหตุการตายที่แท้จริง และสร้างความกระจ่างให้แก่ญาติและประชาชนโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ เหตุเกิดเมื่อค่ำวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายดักยิงนายสุนทร เรืองแก้ว บนถนนสายหัวถนนท่านช่วย-ทุ่งนาชี ท้องที่หมู่ 6 ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง ต่อมา ร.ต.อ.เอก เต็มพุฒิ ร้อยเวร สภ.โคกชะงาย พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบ พบรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ หมายเลขทะเบียน กก 1999 พัทลุง จอดอยู่ในสวนยางพารา สภาพมีร่องรอยกระสุนฝั่งประตูด้านคนขับ กระจกด้านหน้ารถแตกละเอียด ตัวรถพังเสียหายจากการเฉี่ยวชนต้นไม้ข้างทาง ภายในรถพบนายสุนทร เรืองแก้ว อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เป็นผู้ช่วยของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และเป็นนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในพื้นที่ จ.พัทลุง บริษัท เรืองแก้วการโยธา จำกัด สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ลำตัวหลายนัด โดยมีปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และกระสุนปืนอาก้าตกอยู่บนถนน รวม 15 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสุนทรขับรถออกจากไซต์งานรับเหมาขุดลอกในพื้นที่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ และกำลังขับรถกลับบ้านพักในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถเก๋งสีบรอนซ์ ไม่ทราบป้ายทะเบียนและยี่ห้อ ขับไล่ยิงรถของนายสุนทร ขณะที่นายสุนทรพยายามเร่งเครื่องหลบหนี แต่ก็ไม่รอด ถูกยิงเข้าที่ลำตัว ทำให้รถเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนต้นไม้ ก่อนจะพุ่งลงไปในสวนยางพาราข้างทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลด้วยว่า นายสุนทรเป็นน้องชายของนายถาวร เรืองแก้ว กำนันตำบลอ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง น้องชายคนหนึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน และน้องชายอีกคนเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลโคกชะงาย ส่วนสาเหตุการสังหารยังอยู่ระหว่างสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มุ่งไปที่ประเด็นขัดแย้งผลประโยชน์รับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากในพื้นที่ จ.พัทลุง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่มีการยื่นซองประมูล และตัดราคาเพื่อให้ได้รับงานก่อสร้างอยู่เป็นประจำ อีกทั้งนายสุนทรเป็นผู้รับเหมาที่กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงหลังเข้ามาเป็นผู้ช่วย ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเทือง เรืองแก้ว อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.อ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ กล่าวว่า สาเหตุการดักยิงนายสุนทรพี่ชายน่าจะมาจากเรื่องธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอย่างแน่นอน เพราะพี่ชายไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งอะไรกับใคร นอกจากเรื่องธุรกิจรับเหมาที่ทำอยู่ ก่อนหน้านี้หลังจากที่รัฐมนตรีหลายคนมาในพื้นที่ จ.พัทลุง ทำให้คู่แข่งอาจเกิดความไม่พอใจ เพราะหวั่นเกรงว่าต่อไปโครงการต่างๆ ที่รัฐมนตรีอนุมัติ พี่ชายของตนจะดำเนินการก่อสร้างเพียงคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข​ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย​ (ภท.)​ กล่าวว่า ประเด็นการสังหารนายสุนทรจะเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ต้องถามนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง​ พรรคภูมิใจไทย ​ แต่ตนหวังว่าจะไม่ใช่​ เพราะการเมืองไม่ฆ่ากันตายอย่างนี้หรอก​ ยังไม่เคยเห็น ถ้าทำถึงขนาดนี้ก็แย่เต็มที ถ้าเล่นกันแบบนี้มันก็ไม่จบ อย่างไรก็ตาม จะได้โทรศัพท์ไปสอบถามรายละเอียดจาก ผบก.ภ.จว.พัทลุง เพราะสนิทกันอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทือง เรืองแก้ว, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ร.ต.อ.เอก เต็มพุฒิ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน​ ชาญวีรกูล​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da85a4b3f27a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดหน้า2โจรใต้ปล้นร้านทองสงขลา! ใช้เงินหนุนขบวนการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค. 62 - ที่สถานีตำรวจภูธรหนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภาค 9) พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ดำรัช วิริยะกุล รอง ผบช.ภาค 9 พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.ภ.จ.ปัตตานี) พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี ได้ร่วมกันวิเคราะห์เบาะแสลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายไปที่การลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มที่ผ่านมา จากเบาะแสมีความเข้าใจว่าเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ แต่พบความพยายามก่อเหตุหวังเอาเงินภายในตู้ ซึ่งภายหลังรู้วิธีการระเบิดตู้เพื่อนำเงินในตู้ไปได้แล้ว จนกระทั่งมาทำการปล้นร้านทองที่ อ.นาทวี ดังกล่าว จึงวิเคราะห์ว่านำเงินไปสนับสนุนขบวนการ จากนั้นจึงได้ร่วมกันแถลงข่าวคืบหน้าคดีคนร้ายปล้นร้านทอง ห้างทองสุธาดา กลางตลาด อ.นาทวี จ.สงขลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ได้ร่วมประชุมกับชุดสืบสวนสอบสวนจนรู้ตัวคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.ต.ท.รณศิลป์ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุชุดสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนรู้ตัวผู้ที่ร่วมก่อเหตุแล้ว 2 คนและกำลังเตรียมที่จะออกหมายจับ คือ นายแวอูเซ็ง ดือราเฮ็ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคง จำนวน 3 คดี ในพื้นที่ จ.ปัตตานี ทั้งของ ปี 61 จำนวน 2 หมาย และปี 62 จำนวน 1 หมายและ นายไซฟูดดิน หะยีปูเต๊ะ มีหมายจับ ป.วิอาญาคดีความมั่นคง&amp;nbsp; จำนวน 4 หมาย เป็นหมายจับของศาล จ.นาทวี เมื่อปี 2560 หมายจับศาล จ.สตูล เมื่อปี 2560 และ หมายจับของศาล จ.ปัตตานี ปี 61 และ 62&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากแนวทางการสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานจากนิติวิทยาศาสตร์ พบหลักฐานชี้ให้เห็นว่าเป็นกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบ แต่กลับมาก่อเหตุจี้ปล้นร้านทอง จากการวิเคราะห์ได้มองปัจจัยหลายๆ เรื่อง เพราะเห็นจากหลายๆ คดีที่ผ่านมา สถิติพบการก่อเหตุ เช่น การวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม เป็นอีกคดีที่ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มขบวนการทำการก่อเหตุเพื่อหวังนำเงินและไปทำอะไร ซึ่งทางการข่าวต้องทำการวิเคราะห์&amp;nbsp; รวมทั้งล่าสุดก่อเหตุปล้นร้านทองเช่นกัน ส่วนการติดตามทองที่ถูกปล้นไปว่าจะมีการนำไปหลอมขายแล้วนำเงินกลับมาสู่กลุ่มขบวนการซึ่งเป็นอีกเบาะแส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของรูปแบบการก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายในห้วงหลังที่ผ่านมา ได้มีการวิเคราะห์ว่า การก่อเหตุมีการพัฒนารูปแบบเป็นการปล้นทรัพย์เพื่อนำเงินสนับสนุนกลุ่มขบวนการหรือไม่นั้น ผบช.ภาค 9 ระบุว่า มีการวิเคราะห์รูปแบบการก่อเหตุเหมือนกันว่า ขบวนการต้องการนำเงินไปทำอะไรหรือไม่สามารถควบคุมกลุ่มบางกลุ่มได้แล้ว หรือ ผลจากการประกาศใช้ชุดจรยุทธควบคุมหมู่บ้านพื้นที่เป้าหมายของแม่ทัพภาค 4 ส่งผลให้มีการกดดันกลุ่มแนวร่วมออกนอกพื้นที่เป็นจำนวนมาก จนทำมีการรวมกลุ่มและไม่รู้ทำอะไรจึงชวนกันก่อเหตุปล้นขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังฝ่ายตำรวจมีการสืบสวนสอบสวนพบเบาะแสประเด็นสาเหตุของการปล้นร้านทอง ซึ่งมีกลุ่มขบวนการเข้าไปเกี่ยวข้องจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบหาเงินสนับสนุนขบวนการหรือไม่นั้น ฝ่ายกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า จึงได้มีคำสั่งปรับรูปแบบกำลังพลเข้ามาร่วมทำงานประสานกับฝ่ายตำรวจ และปกครอง เพื่อดำเนินการเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัย โดยเฉพาะ 4 อำเภอของ จ.สงขลากลายเป็นพื้นที่หลบหนีและซ่องซุ่ม และพื้นที่เองไม่มีกฎหมายบังคับใช้รับรอง จึงกลายเป็นแหล่งพังพิงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ ดังนั้นการปรับแผนจึงต้องดึงกำลังภาคประชาชนเข้ามาร่วมในการดูแลควบคุมพื้นที่ต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44480</URL_LINK>
                <HASHTAG>2โจรใต้, ปล้นร้านทองสงขลา, ปัตตานี, ผบช.ภาค9, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d662e81d5f52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
