<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่ง &#039;วิระชัย&#039; แก้คำฟ้อง &#039;จักรทิพย์&#039; ปมสั่งสำรองราชการ นัดฟังคำสั่ง 29 ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.63 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ถ.นครไชยศรี ศาลนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ อท.127/2563 ที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. เป็นโจทก์ฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เป็นจำเลย ขอให้ศาลลงโทษฐานความผิดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือผู้หนึ่งผู้ใดได้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณี จำเลยในฐานะ ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปโทรศัพท์บันทึกบทสนทนา กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล และโจทก์ถูกสั่งไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นวันที่ 24 ก.ค. 2563 มีข้อสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสำนักงานตำรวจแห่งชาติชุดดังกล่าวว่า โจทก์กระทำผิดวินัยร้ายแรง เป็นเหตุให้จำเลยออกคำสั่งสำรองราชการโจทก์ และทำให้โจทก์หมดสิทธิเข้ารับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้มีผู้รับมอบอำนาจโจทก์เดินทางมาศาล ศาลพิเคราะห์คำฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้ครบถ้วน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และให้แจ้งชัดว่าจำเลยกระทำความผิดโดยมีพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ากระทำความผิดอย่างไร ทั้งมิได้ชี้ช่องพยานหลักฐานให้ชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม จึงให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 วรรคหนึ่งกับให้ดำเนินการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้โจทก์บรรยายฟ้องให้ชัดแจ้งว่า การกระทำของจำเลยที่โจทก์อ้างว่าเป็นความผิดตามฟ้องแต่ละข้อเป็นการกระทำที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามหรือฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กฎ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนดหรือคำสั่งใดๆ ในบทบัญญัติมาตราใด หรือข้อใด หรือไม่อย่างไร และจำเลยเกี่ยวข้องกับขั้นตอนกระบวนการดังกล่าว แต่ละขั้นตอนโดยมีหน้าที่ใดตามกฎหมาย กฎ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดๆ ในบทบัญญัติมาตราใดหรือข้อใดอย่างไร รวมทั้งพฤติการณ์เช่นว่านั้น และให้ชี้ช่องพยานหลักฐานให้ชัดเจนว่ามีพยานหลักฐานใดที่สนับสนุนหรือแสดงให้เห็นถึงการกระทำและพฤติการณ์เช่นนั้นของจำเลย ให้เพียงพอที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าจำเลยกระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมาย โดยปฏิบัติฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ขอให้ศาลลงโทษจำเลย อันแสดงให้เห็นว่าโจทก์ต้องทราบถึงความมีอยู่ หรือไม่มีอยู่ของการกระทำอันเป็นความผิดตามฟ้องโจทก์ ตลอดจนบทบัญญัติแห่งประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดๆ เช่นว่านั้น จึงให้โจทก์จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องอันสนับสนุนข้อเท็จจริงตามที่อ้างในคำบรรยายฟ้องโจทก์รวมทั้งพยานหลักฐานอื่น (หากมี) ต่อศาลให้ครบถ้วนพร้อมคำฟ้องที่แก้ไขเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากโจทก์ไม่แก้ฟ้องหรือแก้ฟ้องเข้ามาภายในกำหนดแล้ว ศาลจะถือว่าข้อเท็จจริงตามที่บรรยายมาในฟ้องหรือฟ้องที่แก้ไขแล้ว พยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้ชี้ช่องไว้ เป็นข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของจำเลยที่โจทก์ประสงค์จะนำเสนอในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเพื่อให้เห็นว่าคดีของตนมีมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้โจทก์แก้ฟ้อง โดยให้จัดทำคำฟ้องฉบับสมบูรณ์ยื่นต่อศาลแทนคำฟ้องฉบับเดิมภายใน 30 วันนับแต่วันนี้ กรณีมีพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวให้โจทก์ส่งให้ครบถ้วน หากโจทก์ไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลในข้อหนึ่งข้อใดดังที่กล่าวมาข้างต้น ให้ถือว่าไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด ซึ่งศาลอาจมีคำสั่งไม่รับฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีที่รับผิดชอบสำนวนคดีนี้ตรวจฟ้องโจทก์ทั้งสองที่แก้ไขแล้วทำรายงานเสนอต่อศาลก่อนวันนัดเวลา 7 วัน เพื่อให้ได้ความแจ้งชัดในข้อเท็จจริงแห่งคดีอาศัยอำนาจตามข้อ 16 วรรคหนึ่งแห่งข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ประกอบข้อ 3 แห่งข้อบังคับประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 จึงให้มีหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้มีหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการกรณีต่างๆ ตามที่ปรากฏในฟ้องโจทก์พร้อมบทบัญญัติของกฎหมาย กฎ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด หรือคำสั่งใดๆ ที่ยกขึ้นอ้างเพื่อดำเนินการในกรณีดังกล่าวว่าเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย หรือคำสั่งใดๆ ในบทบัญญัติมาตราใด หรือข้อใดอย่างไร โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลภายในวันที่ 8 ต.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาและกำหนดวันนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 29 ต.ค. 2563&amp;nbsp;เวลา 10.00 น.

ด้าน นายทวีชัย พันธุ์สง่า&amp;nbsp;ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.วิระชัย อดีตรอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังฟังคำสั่งศาลว่า วันนี้ศาลมีคำสั่งให้ทนายความแก้ฟ้องเพิ่มเติม โดยให้บรรยายรายละเอียดการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ และศาลยังให้โจทก์เขียนบรรยายฟ้องเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของจำเลย ให้ชัดเจน นอกจากนี้ ศาลจะส่งเรื่องนี้ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของทั้งสองคน เพื่อเปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการฟ้องร้องระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทีมทนายความคาดว่า จะส่งคำฟ้องฉบับสมบูรณ์ได้ภายในวันที่ 8 ต.ค.นี้&amp;nbsp; ส่วนรายละเอียดของคดีความที่มีการฟ้องร้อง ทีมทนายความปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด โดยอ้างว่า พล.ต.อ.วิระชัย จะเป็นผู้แถลงข่าวทั้งหมดในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76809</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปหลุด, คำสั่งสำรองราชการ, พล.ต.ท.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2cf2b4a6431.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเมียฆ่าผัวอบต. แบ็กโฮขุดหลุมฝัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจคลี่คลายคดีสมาชิก อบต.หายตัวไป 1 เดือน พบถูกฆาตกรรม จับเมียเค้นสอบก่อนรับ ทะเลาะกับผัวและถูกขู่ทำร้าย ด้วยความเมา รอผัวหลับใช้ปืนจ่อยิงหัวผ่านหมอนเพื่อเก็บเสียง แล้วใช้แบ็กโฮขุดหลุมในสวนทุเรียนฝังศพอำพราง ก่อนที่น้องชายจะเข้ามอบตัวสารภาพช่วยพี่ฝังศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี และพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ ได้สอบปากคำนางเบญจวรรณ ไทยเจีย และนายวัชรพงค์ ไทยเจีย น้องชาย ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่านายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เหย สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ แล้วนำไปฝั่งดินในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จากนั้นได้คุมตัวทั้งสองไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทรงศักดิ์ หรือ อบต.เหย อายุ 46 ปี สามีนางเบญจวรรณ หายตัวไปจากบ้านราว 1 เดือน ก่อนที่ตำรวจจะสามารถคลี่คลายคดีได้ว่าเป็นการฆาตกรรมโดยฝีมือภรรยา จากการสอบปากคำนานหลายชั่วโมง ในที่สุด นางเบญจวรรณก็รับว่ายิงนายทรงศักดิ์เสียชีวิต แล้วนำศพไปฝังในสวนทุเรียนเพื่ออำพราง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา พล.ต.ท.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่หลังได้รับรายงาน เพื่อดูการขุดศพขึ้นมาพิสูจน์ โดยเจ้าหน้าที่ใช้รถแบ็กโฮขุดดินลึกราว 3 เมตร จึงพบศพ โดยนายทรงศักดิ์นุ่งผ้าขนหนูเพียงตัวเดียว และถูกห่อด้วยพลาสติกคลุมรถ มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นนางเบญจวรรณให้การว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน ศกนี้ ขณะสามีนอนหลับอยู่ภายในบ้าน ตนได้ใช้ปืนพกยิงผ่านหมอนเพื่อเก็บเสียงรวม 3 นัด โดย 2 นัดแรกยิงไม่ออก เพราะไกปืนติดผ้าและผ้าห่ม ส่วนนัดที่ 3 กระสุนเจาะศีรษะเสียชีวิต กระทั่งวันที่ 17 เม.ย. จึงนำศพสามีไปฝัง ส่วนสาเหตุที่ทำไปเพราะมีปากเสียงกับสามีอย่างรุนแรง ประกอบกับตนเองเมาสุรา จึงบันดาลโทสะที่ถูกสามีขู่จะทำร้ายตนและลูก จึงใช้ปืนยิง จากนั้นได้ใช้รถแบ็กโฮขุดหลุมในสวนทุเรียนฝังศพ อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่ปักใจเชื่อว่านางเบญจวรรณจะขุดหลุมซ่อนศพเพียงคนเดียวเนื่องจากเป็นงานที่หนัก จึงได้เค้นสอบและนำนางเบญจวรรณไปตรวจค้นที่บ้านเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 22.15 น. วันอังคาร นายวัชรพงค์ ไทยเจีย อายุ 36 ปี น้องชายของนางเบญจวรรณ ก็ได้เดินทางเข้ามอบตัวตำรวจ สภ.ท่าใหม่ รับว่าได้ช่วยพี่สาวเคลื่อนย้ายศพและฝั่งศพนายทรงศักดิ์ โดยนางเบญจวรรณบอกว่าฆ่านายทรงศักดิ์ และจะทำอย่างไรดี จึงได้ร่วมกันคิดแผนโดยการนำศพนายทรงศักดิ์ขึ้นรถยนต์ นำไปฝั่งดินโดยใช้รถแบ็กโฮขุด และฝังภายในสวนทุเรียนที่เป็นพื้นที่ของนางเบญจวรรณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหานางเบญจวรรณ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นศพเพื่อปกปิดการตาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายวัชรพงค์ถูกตั้งข้อหา ช่วยเหลือปิดบังซ่อนเร้นศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการทำแผน จุดแรกที่บ้านของนายทรงศักดิ์ ที่นางเบญจวรรณใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงที่ศีรษะนายทรงศักดิ์ผ่านหมอน ขณะนายทรงศักดิ์นอนหลับอยู่บนโซฟา จากนั้นนางเบญจวรรณได้ทิ้งศพนายทรงศักดิ์ไว้ภายในบ้านโดยเปิดแอร์ทิ้งไว้ และโทร.หานายวัชรพงค์ น้องชาย เพื่อให้มาช่วยนำศพขึ้นรถยนต์เข้าไปในสวนทุเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ 2 คือการขุดหลุมฝังศพนายทรงศักดิ์ โดยนางเบญจวรรณให้นายวัชรพงค์ไปขอยืมรถแบ็กโฮจากพี่ชาย อ้างว่าจะปรับพื้นที่ภายในสวนทุเรียน จากนั้นทั้งสองช่วยกันขุดหลุมที่มีความลึกกว่า 3 เมตร เพื่อฝังร่างนายทรงศักดิ์อำพรางคดี.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35963</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน, พล.ต.ท.วิระชัย ทรงเมตตา, วัชรพงค์ ไทยเจีย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อบต.หายตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdc108e032b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
