<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตช.สั่งเช็คบิล &#039;ด.ต.&#039;ลักลอบขนบุหรี่เถื่อนออกจากราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5 ก.ย.64 จากกรณีปรากฎข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 4 กันยายน ว่าเจ้าหน้าที่สรรพสามิต จับกุม ด.ต.นายหนึ่ง สังกัด สตม. ลักลอบขนสินค้าหนีภาษี และถูกสรรพสามิต จับกุมดำเนินคดี และมีการเผยแพร่ทางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) ได้เปิดเผยถึง กรณีดังกล่าวว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต. รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3 เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที และกำชับให้ดำเนินการทางวินัยอย่างเฉียบขาด หากพบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งต่อมาวันที่ 4 กันยายน ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ผู้กระทำผิดคือ ด.ต.วินัย สายทอง ผบ.หมู่ ตม.จว.สระแก้ว ได้กระทำผิดจริงตามข่าว โดย ด.ต.วินัย ถูกเจ้าหน้าที่สรรพสามิต พื้นที่สระแก้ว สาขาอรัญประเทศ จับกุมดำเนินคดี ข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่ไม่ได้เสียภาษี และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว และถูกเปรียบเทียบปรับ 336,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งพฤติการณ์พบว่า ด.ต.วินัย อาศัยโอกาสหลังจากขับรถยนต์ควบคุมผู้ต้องกักของทางราชการซึ่งใช้ขนผู้ต้องกักต่างด้าวไปส่งกลับที่ฝั่งกัมพูชา ทางด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากนั้นขากลับได้ลักลอบขนบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีเข้ามาจำนวน 600 ซอง หวังว่าจะใช้รถของทางราชการเพื่ออำพรางการถูกตรวจสอบจับกุม ทาง บก.ตม.3 จึงมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยทันที โดยการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ฐาน &amp;ldquo;เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตต่อหน้าที่ โดยกระทำความผิดทางอาญา และ ได้มีคำสั่งให้ ด.ต.วินัย ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อสอบสวนความผิดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวต่อว่า การดำเนินการดังกล่าว ได้ดำเนินการตรวจสอบ สั่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย และไล่ออก ทันทีภายในวันเดียว เพื่อให้ปรากฏเป็นเยี่ยงอย่างแก่ข้าราชการตำรวจรายอื่นว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มีนโยบายช่วยเหลือ หรือผ่อนปรนให้กับข้าราชการตำรวจที่ปรากฏความผิดอย่างชัดเจน โดยต้องมีการดำเนินการอย่างเฉียบขาดเพื่อตอบคำถามสังคมอย่างรวดเร็ว ตามดำริของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่เคยกล่าวว่า &amp;ldquo;นิ้วไหนเป็นเนื้อร้ายก็ต้องตัดทิ้ง และต้องตัดทิ้งอย่างรวดเร็ว&amp;rdquo; เพื่อไม่ให้ลุกลามเสียหายไปทั้งองค์กร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115659</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, ลักลอบขนบุหรี่เถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_61345a995f4f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดจับ1.6พันล้าน ยาเสพติดล็อตใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ร่วมกันจับกุมแก๊งยาเสพติดรายใหญ่ใช้รถบรรทุก 12 ล้อขนเฮโรอีน ไอซ์ เคตามีน รวมมูลค่ากว่า 1.6 พันล้าน จากชายแดนจะไปส่งยังปทุมธานี เผยทำมาแล้ว 3 ครั้ง &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; รุดไปแถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี บ่ายวันที่ 25 สิงหาคมนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร., พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุวรรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รอง ผบก.ฯ, พ.ต.อ.ประพฤติ วงศ์พุฒิ ผกก.ตชต.13, พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ ไชยลาภ รอง ผกก.ตชด., พ.ต.ท.สุพศสิทธิ์ แจ้งพันธ์ ผบ.ร้อย ตชด.135, พล.ต.ฐกัต หลอดศิริ ผบ.พล.ร.9 กองกำลังสุรสีห์, พ.อ.สิทธิพร จุลปานะ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า, ผอ.อนิรุจน์ ดิษฐประชา รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า, นายสืบสาย ศักดิ์โสภิษฐ์ นายอำเภอทองผาภูมิ, พล.ต.สุวิทย์ เกตุศรี รอง มทภ.1 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายศักดิ์ชัย แกรอด อายุ 59 ปี ที่อยู่ 55/5 ม.15 ต.บ้านคา อ.บ้านคา จ.ราชบุรี พร้อมของกลางยาเสพติด เฮโรอีน 77 กก., ยาไอซ์ 1,385 กก., เคตามีน 500 กก., โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และรถยนต์บรรทุก 12 ล้อ 1 คัน รวมมูลค่าของกลางเป็นเงิน 1,637 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่บริเวณจุดตรวจร่วมสามแยก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สังเกตพบเห็นผู้ต้องหาขับขี่รถยนต์เก๋งขึ้นไปทางอำเภอสังขละบุรี และเห็นพฤติการณ์ของผู้ต้องหามีพิรุธ จึงได้จัดให้สายลับเฝ้าติดตาม และได้รับแจ้งจากสายลับว่าเมื่อผู้ต้องหาเดินทางไปถึงอำเภอสังขละบุรีได้เปลี่ยนยานพาหนะเป็นขับรถบรรทุก จึงได้เฝ้าติดตามรถคันดังกล่าวเป็นพิเศษ ต่อมาเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 24 ส.ค. พบเห็นผู้ต้องหาขับรถยนต์บรรทุก 12 ล้อ ทะเบียน 72-5155 นครปฐม ตรงตามที่สืบสวน เมื่อมาถึงจุดตรวจร่วมสามแยกอำเภอทองผาภูมิ จึงได้เรียกตรวจสอบผู้ต้องหาและทำการตรวจคัน ผลการตรวจค้นรถพบของกลาง ยาเสพติดทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในช่องดัดแปลงบริเวณใต้กระบะบรรทุก จึงได้จับกุมตัวพร้อมด้วยของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารับจ้างจากนายกู๋ (สงวนชื่อสกุลจริง) ชาว จ.นครปฐม โทรศัพท์ให้มาขับรถบรรทุกที่ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในช่องลับ แต่ไม่ทราบจำนวน จาก อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยให้ตนขับรถยนต์ส่วนตัวไปหาที่ อ.สังขละบุรี แล้วเปลี่ยนไปขับรถบรรทุกไปส่งตามจุดที่กำหนดไว้ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ จ.ปทุมธานี เมื่อเสร็จแล้วกลับมาเอารถยนต์จะมีเงินค่าจ้างวางอยู่ในรถ ทำมาแล้ว 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 150,000 บาท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75537</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, พล.ต.ท.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, ศักดิ์ชัย แกรอด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f45039d11a28.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง9ข้อหาชิงทองส่งอัยการสั่งฟ้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง ผอ.กอล์ฟชิงทองฆ่า 3 ศพในห้างกลางเมืองลพบุรี ตั้ง 9 ข้อหาหนัก ด้านรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาเผยใช้ทีมงานชุดทำคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปนดำเนินการ คาดไม่เกินฝากขังครั้งที่ 3 สามารถส่งฟ้องได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา, นายพรชัย ชลวานิชกุล รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา, นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วย พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 และ พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. แถลงข่าวส่งมอบสำนวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้อง นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ห้างทองออโรร่า สาขาห้างโรบินสัน จ.ลพบุรี ซึ่งสำนวนคดีมีจำนวน 4 แฟ้ม เป็นเอกสาร 1,665 หน้า และแผ่นซีดีภาพวงจรปิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงข้อหาที่พนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งฟ้อง 9 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ 2.พยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น 3.ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธและใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส 4.ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน 5.พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาต 6.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 7.มีและใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ 8.ใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ในการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและฐานชิงทรัพย์ 9.มียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคณะทำงาน มีนายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เป็นผู้ควบคุมการดำเนินคดีและตั้งคณะทำงาน โดยให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 ซึ่งมีนายเชาว์ บุญฤทธิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6, ว่าที่ร้อยโทประเวช รุ่งเจริญทอง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ, นายเกรียงศักดิ์ สิงห์คำ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด, น.ส.จุฑามาศ รัตนาธรรมวัฒน์ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด และนายนัทธี อินทรัตน์ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นคณะทำงานและรับผิดชอบดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิงห์ชัย อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า คดีนี้เหตุเกิดที่ จ.ลพบุรี เป็นคดีสำคัญ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กองปราบปรามสอบสวน เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงส่งมาที่สำนักงานคดีอาญา เป็นคดีสะเทือนขวัญ สื่อมวลชนและประชาชนให้ความสนใจ เมื่อสำนักงานคดีอาญารับสำนวนแล้ว ตามระเบียบต้องรายงานให้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ทราบ หลังจากนั้นสำนักงานคดีอาญาตั้งคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีนี้ มอบหมายให้นายพรชัย รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ส่วนสำนวนการสอบสวนจะมอบให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 รับผิดชอบ สำนวนนี้จะครบฝากขังครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 ก.พ.2563 เมื่อคณะทำงานพิจารณาสำนวนเรียบร้อยแล้วไม่มีประเด็นสอบสวนเพิ่มเติม ทางอัยการสูงสุดมอบหมายนโยบายให้เร่งรีบดำเนินการส่งฟ้องศาลโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรชัย รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญ อุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญประชาชน ตนมีโอกาสได้ทำคดีสำคัญหลายคดี คณะทำงานฝ่ายคดีอาญา 6 เคยทำหลายคดี โดยเฉพาะคดีที่ซับซ้อนกว่านี้ เช่น คดีอาเธอร์ ชาวสเปนฆ่าหั่นศพเพื่อนชาวสเปน ไม่มีประจักษ์พยานแม้แต่ปากเดียว แต่คณะทำงานก็สามารถทำคดีให้ศาลลงโทษประหารชีวิตจำเลยได้ทั้งศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา ใช้คณะทำงานชุดเดิม มั่นใจว่ามีความรู้ความสามารถ ทำคดีนี้ให้รวดเร็ว สามารถฝากขังได้ 7 ครั้ง ดูพยานหลักฐานไม่ยุ่งยาก ไม่เกินฝากขังครั้งที่ 3 น่าจะฟ้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.วิสณุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เผยว่า คดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะมาเอง แต่ติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้ตนและคณะพนักงานสอบสวนที่ ตร.ตั้งขึ้นมา ซึ่งเราสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา มี พ.ต.อ.สมควร เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.สมควร รอง ผบก.ป. ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงของกลางที่ยึดได้ว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา สามารถยึดทองรูปพรรณได้เกือบทั้งหมด คือทองคำ 31 เส้น (มูลค่าราว 650,515 บาท) ขาดเพียงทอง 2 สลึง 1 เส้น มูลค่ากว่า 13,000 บาท ส่วนไซเลนเซอร์ (ท่อเก็บเสียง) ผู้ต้องหาโยนทิ้งแม่น้ำที่ลพบุรี เจ้าหน้าที่ค้นหาแล้วแต่ไม่ได้มาเป็นของกลาง แต่เรามีพยานหลักฐานอื่นแน่นหนา เพียงพอที่จะยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิด ผู้ต้องหากระทำผิดโดยลำพัง วางแผนเป็นขั้นตอน เล่าเรื่องหลอกภรรยา คนใกล้ชิด และทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่บ้านตัวเอง การพิสูจน์ทราบตามที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ผู้ต้องหาพูดทั้งหมด ได้สอบสวนพยานผู้กล่าวหา 9 ปาก ผู้ต้องหา 1 ปาก และพยานบุคคลอื่นรวม 80 ปาก ประกอบพยานหลักฐานอาวุธปืน รถของกลาง และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าพยานหลักฐานเพียงพอทุกข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้เสียหายที่ต้องการติดต่อเข้าเป็นโจทก์ร่วมนั้น นายพรชัยระบุว่า ผู้เสียหายสามารถติดต่อผ่านอัยการจังหวัดลพบุรี หรือประสานโดยตรงที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 จะสะดวกกว่า แต่หากไม่สะดวกจริงๆ ก็สามารถติดต่อผ่านอัยการจังหวัดได้ ทั้งนี้ นายประยุทธกล่าวเสริมว่า ญาติผู้เสียหายไม่ต้องไปจ้างทนายความ ให้รวบรวมข้อมูลค่าเสียหายมาให้สำนักงานอัยการรวบรวมเพื่อยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วม และเรียกค่าเสียหายทางแพ่งตาม ป.วิอาญา มาตรา 44/1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ทางพนักงานอัยการจะบรรยายฟ้องอย่างไรไม่ให้ศาลลดโทษ นายพรชัยระบุว่า การบรรยายฟ้องของเรา นอกจากการบรรยายการกระทำผิดแล้ว ข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 289 มีโทษประหารชีวิต เราจะบรรยายฟ้องว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญประชาชน ทำแบบอุกอาจไม่กลัวกฎหมาย ให้ศาลลงโทษสถานหนัก สิ่งที่กังวลว่าจำเลยรับสารภาพแล้วศาลจะลงโทษอย่างไร เป็นดุลพินิจของศาล แต่เราเคยฟ้องไปหลายคดี คดีที่ศาลเห็นว่าจำเลยรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา อาจใช้ดุลพินิจไม่ลดโทษให้ก็ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56914</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสิทธิชัย เขาแก้ว, พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์, พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, สิงห์ชัย ทนินซ้อน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42a40970dbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือยิงแกนนำ ต่อต้านบ่อขยะ หันมาขนไอซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปส.แถลงผลงานจับ ร.ต.ท.ที่ถูกไล่ออกค้ามนุษย์ พร้อมพวกขนไอซ์ 520 กก. อีกคดีจับยาบ้า 6 ล้านเม็ด ด้านตำรวจชุมพรร่วมกับทหารตั้งด่านสกัดจับมือปืนยิงแกนนำต่อต้านบ่อขยะราชาเทวะ ขนไอซ์ 200 กก. และที่เชียงราย ยึดยาบ้าได้อีก 6.8 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง รอง ผบช.ปส. ร่วมแถลงผลการจับกุม 10 ผู้ต้องหาคดียาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 6 ล้านเม็ด ไอซ์ 300 กิโลกรัม และกัญชาอีก 520 กิโลกรัม รวมมูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สินที่ตรวจยึด 790 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชินภัทรเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุม ร.ต.ท.ชิณณวรรณ นิติพีรนันท์ อายุ 60 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ พร้อมนางธีรนาฏ โชติอ่อน อายุ 49 ปี และนายณัฐวัฒน์ โชติพงศ์วรภัทร อายุ 34 ปี พร้อมกลาง ไอซ์ 520 กิโลกรัม รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีน้ำตาล, รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว และโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง จับกุมได้ที่ จ.สุโขทัย โดยก่อนหน้านี้ชุดจับกุมได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีทีมงานลำเลียงยาเสพติดรับจ้างพ่อค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ให้นำยาเสพติดมาส่งให้ลูกค้าในภาคกลาง จึงวางแผนจับกุม ร.ต.ท.ชิณวรรณกับนางธีรนาฏ ได้ริมถนนหน้าศูนย์รักษาความปลอดภัยชุมชนตำบลสามเรือน ก่อนจับกุมนายณัฐวัฒน์ได้ริมถนน 1305 เยี้ยงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่างิ้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจยึดรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ที่ซุกซ่อนไอซ์ไว้ 520 กก. ที่ผู้ต้องหาจอดทิ้งไว้ริมเขาวัดแก้วชัยมงคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ร.ต.ท.ชิณณวรรณ ถูกไล่ออกจากราชการเมื่อปี 2544 เพราะมีพฤติกรรมประพฤติชั่วร้ายแรง ทั้งค้ามนุษย์ ลอบนำชาวต่างด้าวเข้าประเทศมาหลายร้อยครั้ง ขณะนี้เจ้าตัวยังให้การภาคเสธเกี่ยวกับคดียาเสพติด อ้างว่าทำเป็นครั้งแรก เพราะได้ลอบนำต่างด้าวเข้ามา แต่ไม่ทราบว่าจะมียาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมลอบขนยาเสพติดมาแทบจะทุกวันในระยะเวลา 1 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังจับกุมยาเสพติดอีกหลายคดี ประกอบด้วย จับกุมนายวิทวัส หรือก้อง รัตนสีหา อายุ 30 ปี, นายกฤติเดช หรืออาท ปุยะพันธ์ อายุ 33 ปี, นายเอ๋ เงินยอดรัก อายุ 30 ปี และ น.ส.มุกดา หรือมุก ลาดกระโทก อายุ 25 ปี พร้อมยาบ้า 6 ล้านเม็ด, รถยนต์ 4 คัน, โทรศัพท์ 7 เครื่อง หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่าจะมีกลุ่มนักค้ายาเสพติดเครือข่าย &amp;ldquo;เอ๋ เงินยอดรัก&amp;rdquo; ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้ที่ด่านตรวจ สภ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคดีจับกุมนายวันชัย แก่นจันทร์ อายุ 39 ปี, นายอรรถพล อนุรมณ์ อายุ 22 ปี และ น.ส.อุรัสยา สายสี อายุ 19 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลาง กัญชา 8 กระสอบ น้ำหนัก 300 กิโลกรัม, รถยนต์ 2 คัน, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จับกุมได้ที่สี่แยกไฟแดงหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ต.ธาตุนาเวง อ.เมือง จ.สกลนคร หลังลักลอบนำกัญชาจากชายแดนติดแม่น้ำโขงด้าน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เพื่อส่งให้ลูกค้าตอนใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ใกล้เทศกาลวันหยุดยาว จึงได้สั่งการให้ตำรวจในสังกัด บช.ปส.เพิ่มความเข้มข้นการสกัดกั้นผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาตามเส้นทางต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากฤดูกาลนี้จะมีความแห้งแล้ง ทำให้ผู้ค้าสามารถลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศได้ง่ายมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร, พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จ.ชุมพร, พล.ต.พรชัย อินทนู ผบ.มทบ.44, พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จ.ชุมพร, พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.มาบอำมฤต ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งค้ายาเสพติด 5 ราย ของกลางยาไอซ์ 200 กิโลกรัม มูลค่า 600 ล้านบาท พร้อมรถยนต์ 3 คัน โดยผู้ต้องหาประกอบด้วย นายเฉลิมพล หรือโอ๋ ประเทศ อายุ 42 ปี, นายฉัตรชัย หรือกร อยู่กลัด อายุ 42 ปี, นายศุภชัย หรือหิน เข็มเล็ก อายุ 43 ปี, นายเสรี หรือหนุ่ย กล่ำฉนวน อายุ 42 ปี และนายเอนก โพธิ์มล อายุ 49 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.มาบอำมฤต ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้, พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จ.ชุมพร ร่วมกับทหาร ตั้งด่านตรวจตามนโยบายป้องกันปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลบริเวณบ้านพละ ถนนเพชรเกษม หมู่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร พบรถยนต์ 3 คันหลบด่านตรวจโดยเลี่ยงไปใช้ถนนเลียบชายทะเลสายบางสะพาน-ชุมพร มุ่งหน้าไปใต้ สงสัยจะเป็นรถลักลอบลำเลียงยาเสพติด จึงนำกำลังออกติดตามจนสามารถจับกุมได้ขณะจอดเติมน้ำมันอยู่ในปั๊มแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายเสรี หรือหนุ่ย กล่ำฉนวน หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม มีประวัติอาชญากรรมอดีตเป็นมือปืนยิงนายสุวัฒน์ วงศ์ปิยะสถิตย์ แกนนำต่อต้านบ่อบำบัดขยะ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.2544 &amp;nbsp;ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ระหว่างจำคุกได้รับการลดหย่อนโทษแล้วพ้นโทษออกมาเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา จากนั้นได้หันมาค้ายาเสพติดจนมาฐานะร่ำรวยมากกว่า 200 ล้าน ได้นำเงินไปลงทุนทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และบ้านจัดสรรในหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่ติดตามยึดทรัพย์ได้แล้วกว่า 195 ล้านบาท และอยู่ระหว่างตรวจสอบทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายพื้นที่ซึ่งคาดว่าจะได้มาจากการค้ายาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชียงราย พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จ.เชียงราย ได้เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ถนัด พลพานิช ผกก.สภ.เชียงของ นำกำลังชุดสืบสวน พร้อมขอกำลังทหารพรานจากหน่วย ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดสกัดและด่านตรวจขึ้นที่หมู่บ้านห้วยเม็ง หมู่ที่ 6 ต.เวียง อ.เชียงของ บนถนนสายหมายเลข 1129 เป็นถนนเลียบตามลำน้ำโขงระหว่าง อ.เชียงของ-อ.เชียงแสน กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 28 พ.ย. พบรถยนต์กระบะโตโยต้า สีดำ ทะเบียน 6 กข 1692 กทม. ขับมาจาก อ.เชียงแสน มุ่งหน้ามาทางด่านตรวจเพื่อจะไป อ.เชียงของ แต่เมื่อคนขับเห็นด่านตรวจก็ได้กลับรถขับหนีไป เจ้าหน้าที่จึงไล่ตาม กระทั่งพบว่ารถคันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่สนามกีฬาของหมู่บ้านม่วงกาญจน์ หมู่ที่ 9 ต.ริมโขง โดยคนขับรถหลบหนีไป ตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุด้วยกระสอบฟางอยู่ที่ท้ายกระบะจำนวน 34 ใบ ตรวจนับเบื้องต้นประมาณ 6.8 ล้านเม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง และอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลกลุ่มคนร้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51350</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวัฒน์ โชติพงศ์วรภัทร, ธีรนาฏ โชติอ่อน, พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, ร.ต.ท.ชิณณวรรณ นิติพีรนันท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfc6cb852f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดไอซ์1ตัน ยาบ้า5ล.เม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปส.แถลงจับกุมยาเสพติด 3 คดี ยึดไอซ์หนักกว่า 1 ตัน ยาบ้า 4 หมื่นเม็ด รวมมูลค่า 360 ล้าน รายหนึ่งดัดแปลงนาฬิกาติดผนังยัดไอซ์ 8 กก. จะส่งไปญี่ปุ่นทางเครื่องบิน แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบก่อน นครพนมจับยาบ้าลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน 5 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 5 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด 3 คดี ตรวจยึดของกลางได้ไอซ์น้ำหนักกว่า 1,000 กิโลกรัม และยาบ้า 40,000 เม็ด รวมมูลค่า 360,000,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีแรก เมื่อวันที่ 10 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่จับกุมนายเกรียงไกร เพชรจันทรังษี อายุ 22 ปี และนายวรชุน แซ่ว่าง อายุ 21 ปี บริเวณแยกเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ขณะลักลอบขนไอซ์ 1,000 กิโลกรัม บรรจุในถุงชา ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ยสีเหลือง บรรทุกอยู่ท้ายรถยนต์กระบะ ก่อนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมาพร้อมรถยนต์กระบะที่ใช้นำทางขนยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือมายังภาคกลาง โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่ารับยาไอซ์จากนายทุน พ่อค้ายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพื่อส่งกระจายต่อในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีไอซ์ หรือเมตแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวทั้ง 3 ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 2 ตรวจยึดยาไอซ์ น้ำหนัก 8 กิโลกรัม ได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดทางพัสดุไปต่างประเทศ โดยหนึ่งในสินค้าเฝ้าระวังพบมีปลายทางไปประเทศญี่ปุ่น สำแดงสินค้าฝากส่งเป็นนาฬิกาแขวนผนัง แต่มีน้ำหนักผิดปกติ ตรวจสอบพบบริเวณกรอบนาฬิกาใส่เป็นท่อเหล็กซึ่งถูกดัดแปลงขึ้นเพื่อให้ภายในสามารถบรรจุยาไอซ์ 8 กิโลกรัมได้ ตรวจยึดยาไอซ์ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีที่ 3 ตำรวจจับกุมนายจักรพงษ์ ฮวดลิ้ม วัย 42 ปี พร้อมพวกรวม 4 คน หลังสืบทราบว่ามีผู้ต้องหาคดียาเสพติดและพ้นโทษไปแล้ว แต่ยังคงติดต่อกับผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ พบว่าขบวนการนี้จะซื้อ-ขายยาเสพติดทางสื่อโซเชียล ก่อนจะเดินทางไปรับยาจากประเทศ สปป.ลาว ตำรวจจึงติดตามกลุ่มผู้ต้องหา กระทั่งสามารถจับกุมตัวไว้ได้ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 2 กรัม และกัญชาน้ำหนัก 1 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดมักอาศัยช่วงเทศกาลต่างๆ ขนยาเสพติดจำนวนมาก จึงได้สั่งการเฝ้าระวังตามเส้นทาง เช่นในครั้งนี้ที่สามารถจับกุมได้ล็อตใหญ่ ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้า ซึ่งบางเครือข่ายหยุดไป ขณะเดียวกันก็มีเครือข่ายเกิดใหม่ รวมทั้งคนไทยที่ถูกจับคดียาเสพติดในประเทศญี่ปุ่นหลายราย ซึ่งตำรวจ ปส.มีการประสานประสานพูดคุยความร่วมมือกันกับทางการญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครพนม มีรายงานว่า เมื่อคืนวันอังคาร เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันวางแผนติดตามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ยึดของกลางยาบ้าล็อตใหญ่ จำนวนกว่า 5 ล้านเม็ด พร้อมจับกุมขบวนการค้ายาบ้าข้ามชาติได้ทั้งหมด จำนวน 5 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังมีรายงานว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว จึงวางแผนสกัดกั้นจับกุมได้ขณะขบวนการค้ายาเสพติดได้ลักลอบนำเข้ายาเสพติดมาจากพื้นที่ชายแดน อ.บ้านแพง จ.นครพนม โดยระดมกำลังติดตามรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน ถึงพื้นที่ ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม และได้แสดงตัวจับกุมตรวจค้น พบกระสอบปุ๋ย จำนวน 25 กระสอบ ซุกอัดอยู่ตอนหลังของรถยนต์ ผลตรวจสอบเป็นยาบ้า จำนวนกว่า 5 ล้านเม็ด จึงตรวจยึดเป็นของกลาง และควบคุมตัวผู้ต้องหาที่จับได้มาสอบสวน คาดว่าขบวนการค้ายาเสพติดมีการลักลอบลำเลียงเข้ามาพัก เพื่อรอการส่งขายในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถิติการจับกุมยาบ้าในพื้นที่ จ.นครพนม เมื่อช่วงปี 2561 ทางตำรวจชุดสืบสวนปราบปรามยาเสพติดมีการตรวจยึดมากสุดกว่า 5 ล้านเม็ด ต่อมาต้นปี 2562 ทาง นรข.นครพนมมีการตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้จำนวน 3.7 ล้านเม็ด ครั้งที่ 2 ตรวจยึดได้กว่า 5 แสนเม็ด กระทั่งมาครั้งนี้ตรวจยึดได้อีก จำนวน 5 ล้านเม็ด รวมในรอบ 2 ปี มีการตรวจยึดยาบ้าในพื้นที่ชายแดน จ.นครพนม มากกว่า 15 ล้านเม็ด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50214</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, วรชุน แซ่ว่าง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกรียงไกร เพชรจันทรังษี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc00f6b4dfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้กลุ่มเจะอารง ปล้นทองนาทวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกแจงเหตุปล้นร้านทองนาทวี 10 นาที ตำรวจยังไปไม่ถึง อ้างคนร้ายเตรียมการมาดี ดูแล้วปลอดโปร่งจึงลงมือ ระบุป็นกลุ่ม &amp;quot;เจะอารง&amp;quot; ก่อความไม่สงบใน 4 อำเภอชายแดนสงขลา คาดขนทรัพย์สิน 85 ล้านเข้ามาเลย์แล้ว นายกฯ ขอให้ใจเย็นๆ สั่งสอบเบื้องลึกเอาเงินไปใช้ป่วนใต้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมนี้ คดีคนร้ายบุกปล้นร้านทองใน อ.นาทวี จ.สงขลา ว่า คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุน่าจะมีประมาณ 15-20 คน ทำกันเป็นขบวนการ แบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน ส่วนแผนประทุษกรรมคล้ายกับเหตุปล้นเต็นท์รถมือสองที่ อ.นาทวี เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยจับเจ้าของรถไว้แล้วนำรถไปก่อเหตุ หลังก่อเหตุพยายามปล้นรถจักรยานยนต์เพื่อหลบหนีอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้มีผู้ต้องหาที่มีหมายจับค้างเก่าร่วมด้วยหลายคน ส่วนที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์พื้นที่ภาคใต้ เพราะ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เป็นพื้นที่พิเศษ มีความสุ่มเสี่ยงที่ผู้เคยก่อความไม่สงบเข้ามาก่อเหตุ ส่วนมูลเหตุต้องการประสงค์ต่อทรัพย์หรือเรื่องของความมั่นคง โดยทรัพย์สินจะนำไปใช้ในการก่อเหตุต่อไปหรือไม่ ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ แต่ขณะนี้คาดว่าคงยังไม่มีการจำหน่ายถ่ายเทออกไป เพราะทรัพย์สินมีมูลค่ามหาศาลพอสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุถึง 10 นาที แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า จากที่ดูการก่อเหตุไม่ใช่เฉพาะคดีนี้ คนร้ายมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เมื่อเห็นว่ามีทางหนีรอดได้ก็ลงมือ เป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ต้องมีการปรับแผนออกตรวจให้มีความถี่มากขึ้น เพิ่มจำนวนสายตรวจมากขึ้น คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำมาเป็นบทเรียน ปฏิบัติงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคง รวมทั้งภาคประชาชน เจ้าหน้าที่ต้องปรับยุทธวิธี ส่วนคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนน่าจะมีข้อมูลอยู่แล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ไปติดตามความคืบหน้าการคลี่คลายคดี โดยไปตรวจจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าร้านทองสุธาดา ก่อนจะไปยัง สภ.นาทวี ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภาค 9, พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผบก.ภ.จว.สงขลา, พ.ต.อ.เอกรัฐ สวนเสน ผกก.สภ.นาทวี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.ต.ท.วิสนุเปิดเผยว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งการตรวจกล้องวงจรปิด และรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับคนร้าย ซึ่งผลการสืบสวนเป็นที่น่าพอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เก็บรายละเอียดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชื่อมโยงกับเหตุปล้นร้านทองแห่งนี้เมื่อปี 48 แต่ยังบอกไม่ได้ว่าคนร้ายได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่ ส่วนที่ให้น้ำหนักไปที่กลุ่มก่อความไม่สงบ เพราะเหตุปล้นในครั้งนี้แผนประทุษกรรมเหมือนกัน ซึ่งครั้งนั้นก็เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบ ขณะนี้พอทราบแล้วว่ากลุ่มไหน รอเพียงหลักฐานที่ลงลึกในรายละเอียดให้มากกว่านี้ ก็จะชี้ชัดว่าคนวางแผนเป็นใคร ขณะนี้สอบพยานแวดล้อมไปแล้ว 11 ปาก และจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุ พบว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 6 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น 5 กระบอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ที่คนร้ายยิงขู่ชาวบ้านขณะชิงรถจักรยานยนต์หลบหนีในพื้นที่บ้านพอบิดใต้ หมู่ 4 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี จ.สงขลา หลังนำรถตู้ไปจอดทิ้งไว้ พบว่าเคยใช้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ ต.ห้วยปลิง อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อปี 61 จึงเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเหตุปล้นร้านทอง เป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่าง จ.ปัตตานี กับ 4 อำเภอชายแดนสงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในแนวทางการสืบสวนเป็นไปได้สูงว่าการปล้นร้านทองครั้งนี้เป็นฝีมือกลุ่มของนายเจะอารง เฮง อายุ 39 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่หมู่ 12 ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในระดับปฏิบัติการ รับผิดชอบเคลื่อนไหวในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา โดยเฉพาะนาทวี และเป็นระดับมือยิง มีหมายจับติดตัวของ สภ.สะบ้าย้อย 1 รวม 8 ข้อหา เช่น ร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันมีระเบิดไว้ในครอบครอง ร่วมกันทำให้เกิดระเบิด&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.9 ระบุว่า เหตุผลที่เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่กลุ่มของนายเจะอารง เพราะการปล้นร้านทองในครั้งนี้ รูปแบบเหมือนกับการปล้นเต็นท์รถใน อ.นาทวี เมื่อปี 60 ทั้งการปล้นรถมาก่อเหตุ ลักษณะการลงมือที่ทำกันเป็นทีมซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกัน และครั้งนั้นในทางการสืบสวนพบว่านายเจะอารงมีส่วนร่วมวางแผนด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นไปได้ว่าคนร้ายอาจจะข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซียพร้อมกับทองที่ปล้นไป เพราะแค่ขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านขี่หลบหนีก็น่าจะไปไม่ไกล และพื้นที่เกิดเหตุก็อยู่ใกล้กับชายแดนไทยมาเลเซีย&amp;quot; ผบช.ภ.9 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมัคร อนุจร อายุ 56 ปี เจ้าของห้างทองสุธาดา กล่าวว่า แม้จะเคยถูกปล้นมาแล้วถึง 2 ครั้ง และครั้งนี้คนร้ายได้ทองคำไปเกลี้ยงร้าน มูลค่าประมาณ 85 ล้านบาท ทางร้านก็ไม่ได้ทำประกันเอาไว้ ทุกอย่างหมดไม่มีเหลือ แต่ตนก็จะสู้ต่อ โดยหลังจากนี้จะเร่งซ่อมแซมร้านและกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในอีก 1 สัปดาห์ เพราะยังมีลูกค้าที่ไว้ใจ และมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุปล้นร้านทองใน อ.นาทวี จ.สงขลา ว่า จากสถานการณ์ที่มีการปล้นอะไรต่างๆ วันนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สืบสวนสอบสวน เพราะมีกรณีอย่างนี้ในช่วงที่ผ่านมาหลายกรณีเหมือนกัน ต้องดูว่ามันยึดโยงเกี่ยวพันอะไรกันหรือไม่ เงินดังกล่าวเอาไปใช้ที่ไหน อย่างไร หรือเป็นแค่การกระทำความผิดทางอาญาอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กำลังสอบกันอยู่นะจ๊ะ ขอให้ใจเย็นๆ ทุกเรื่องอยู่ในการสอบสวนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ทำหรือหาหลักฐาน ไม่หาวัตถุพยาน หรือพยานบุคคล ท้ายสุดมันก็ดำเนินคดีไม่ได้สักที จึงต้องเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44339</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.เอกรัฐ สวนเสน, พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล, พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมัคร อนุจร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63dab974a91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีปี๊บคืนโฉนดที่ดินทั่วปท. ชาวอีสานเชียร์ประวิตรสู้ๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; โชว์ผลงานคืนโฉนดที่ดินประชาชนทั่วประเทศ สั่งตำรวจลุยกวาดล้างมาเฟียนอกระบบให้เกลี้ยง คนอีสานปลื้มแห่มอบดอกไม้-ผูกผ้าขาวม้าขอบคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานอเนกประสงศ์ ศาลาว่าการจังหวัดกาฬสินธุ์ (หลังเก่า) เมื่อวันที่ 20 กันยายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบคืนโฉนดให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาไม่เป็นธรรม &amp;nbsp;ครั้งที่ 3 จาก 12 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย ขอนแก่น นครพนม บึงกาฬ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และกาฬสินธุ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชัยวัตน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะที่ผ่านมาหลายรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหา และจากนี้ไปอยากให้ตำรวจขับเคลื่อนนโยบายแบบบูรณาการ เพื่อทำให้เกิดความเป็นธรรมทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่ได้มีการคืนโฉนดให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งได้รับความไม่เป็นธรรมจากการทำสัญญากู้ยืม โดยสามารถไกล่เกลี่ย 4,236 ราย จำนวน 3,285 โฉนด เนื้อที่ 10,618 ไร่ 30 งาน 3.7 ตารางวา ตรวจยึดรถยนต์ 121 คัน ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 504 คัน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 4,273,504,227 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทำคนยากจนเข้าสู่ระบบแหล่งการเงินมากขึ้น โดยไม่ต้องพึงแหล่งเงินกู้นอกระบบ และสนับสนุนระบบฟิโกไฟแนนซ์เยอะๆ ทำให้นายทุนเข้าสู่ระบบมากที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนมีหนี้สิน ในส่วนของเกษตรกร สามารถไปกู้ยืมได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือกองทุนต่างๆ ที่รัฐบาลได้วางแนวทางไว้ รัฐบาลจะช่วยเรื่องของสินเชื่อเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และมีแหล่งกู้ยืมเงินทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น อีกทั้งห่วงใยราคาข้าว อ้อย และผลผลิตทางการเกษตรที่ราคาตก ซึ่งพยายามลดต้นทุน ราคาปุ๋ย และอื่นๆ ให้ถูกลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้ให้ตำรวจกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีศูนย์ดำรงธรรมและศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับเรื่องราวร้องทุกข์และดำเนินการกวาดล้างหนี้นอกระบบให้หมดไป โดยวันนี้มีการแจกจ่ายพร้อมกันทั่วทุกภาคในประเทศไทย ซึ่งปลื้มใจที่เห็นประชาชนได้รับโฉนดคืนเนื่องจากบางคนถูกยึดนานกว่า 30 ปี โดยภาพรวมส่วนถือว่าเป็นที่พอใจ และไม่หยุดแค่เพียงเท่านี้ หลายหน่วยงานต้องเข้ามาบูรณาการร่วมกัน เนื่องจากต้องใช้บุคลากรเจ้าหน้าที่จำนวนมากในการเข้าไปร่วมไกล่เกลี่ย อาจทำให้ล่าช้าไปบ้าง แต่ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จะเดินหน้าปราบปรามบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการเจรจาประนอมหนี้กับนายทุนและชาวบ้าน นำมาตรการฟอกเงินมาบังคับใช้ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยจากการบูรณาการร่วมกันบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สามารถคืนโฉนดให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกว่า 8,000 รายทั่วประเทศ เป็นจำนวนกว่า 7,000 โฉนด มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติบูรณาการร่วมกับกระทรวงการคลัง สร้างแหล่งเงินกู้อย่างถาวรยั่งยืน ในพื้นถิ่นตำบลหมู่บ้าน และจังหวัด ผ่านฟิโกไฟแนนซ์ และนาโนไฟแนนซ์ เพื่อที่จะให้ชาวบ้านมีแหล่งเงินกู้โดยไม่มีหลักประกัน และเพื่อเป็นการตัดวงจรไม่ให้ชาวบ้านนำโฉนดที่ดินกลับไปสู่นายทุนอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น พี่น้องประชาชนต่างยินดี บางคนก็ร้องไห้ด้วยความดีใจ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี ได้มีชาวบ้านนำช่อดอกไม้และผ้าขาวม้ามาคาดที่เอวของ พล.อ.ประวิตร เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่ช่วยจัดการคืนที่ให้กับประชาชน นอกจากนี้ หลายคนได้ส่งเสียงให้กำลังใจว่า &amp;quot;ท่านประวิตร สู้ ๆ &amp;quot; พร้อมโผเข้ากอด พล.อ.ประวิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และตัวแทนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง ได้ร่วมกันทำพิธีมอบคืนโฉนดที่ดิน คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ในห้วงที่สอง สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยให้กับประชาชนจำนวน 826 ราย คืนโฉนดที่ดินให้กับประชาชนได้จำนวน 823 ฉบับ ยอดรวมเนื้อที่ดินในโฉนดมากกว่า 2,900 ไร่ นอกจากนี้ยังสามารถคืนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ให้กับประชาชนได้อีกรวม 22 คัน รวมทรัพย์สินทั้งโฉนดที่ดิน รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่นำกลับมามอบคืนให้กับประชาชนในครั้งนี้ จำนวนมากกว่า 300 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานอินทนนท์ ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) พร้อมด้วยนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และผู้แทนจังหวัดภาคเหนือตอนบน ตลอดจนตัวแทนหน่วยงาน ทหาร ฝ่ายปกครอง ที่ดินจังหวัด และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมทำพิธีส่งมอบคืนโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน ครั้งที่ 2 โดยสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยคืนโฉนดที่ดินได้จำนวน 346 ราย จำนวน 327 ฉบับ รวมเนื้อที่ 431 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา, รถยนต์ 11 คัน, จักรยานยนต์ 19 คัน และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 454,915,275.00 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณถนนราชดำเนิน หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรมตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน ปราบปรามการปล่อยเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย สร้างความเป็นธรรมคืนสู่ประชาชน ครั้งที่ 2 โดยสามารถยึดทรัพย์สินอันได้มาเนื่องจากกระทำความผิดในคดีที่เกี่ยวกับหนี้นอกระบบ เป็นโฉนด 285 ราย สามารถไกล่เกลี่ยและส่งมอบคืนโฉนดได้ 27 ราย และสามารถยึดรถจัรยานยนต์ 250 ราย และรถยนต์ 16 ราย และสามารถไกล่เกลี่ยและส่งมอบคืนรถจักรยานยนต์และรถยนต์ รวม 195 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมใหญ่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เป็นประธานในพิธี &amp;ldquo;คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม&amp;rdquo; ซึ่งในส่วนของกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;สามารถคืนทรัพย์สินให้ประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ 38 ราย ประกอบด้วย โฉนดที่ดิน 1 ฉบับ, รถยนต์ 1 คัน, รถจักรยานยนต์ 31 คัน, สมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่ม รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน บช.น. ได้รับการร้องเรียนประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ จำนวน 120 ราย สืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 50 เรื่อง สามารถดำเนินคดีกับนายทุนเงินกู้ได้แล้ว 29 ราย พร้อมยึดทรัพย์สินหลายรายการ ตลอดจนเจรจาไกล่เกลี่ย ปรับโครงสร้างหนี้และคืนทรัพย์สินข้างต้นให้กับประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18077</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.ท.ชัยวัตน์ เกตุวรชัย, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3a8483ef4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
