<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยสถิติปีนี้จับยาบ้า65ล้านเม็ดไอซ์อีก6ตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; จับไม่มีหมด ล่าสุดตำรวจ ปส.ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด ขนจากเชียงรายจะไปส่งให้ลูกค้าที่อยุธยา เผยรอบปีนี้จับยาบ้ากว่า 65 ล้านเม็ด ไอซ์ 6 ตัน เฮโรอีนเกือบตัน โคเคน กัญชาจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) วันที่ 18 กันยายนนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข แถลงจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่หลายเครือข่าย โดยรายแรกเป็นเครือข่ายของนายประวิทย์ แซ่ม้า กับพวกรวม 4 คน พร้อมของกลางยาบ้า 10 ล้านเม็ด และเฮโรอีน 37 กิโลกรัม จับกุมได้ที่ จ.สุโขทัย ขณะผู้ต้องหาขับรถกระบะบรรทุกยาเสพติดดังกล่าวจากจังหวัดเชียงราย จะไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร จับกุมเครือข่ายยาเสพติดของนายธีรศักดิ์ แสนเสนาะ กับพวกรวม 6 คน พร้อมของกลางกัญชา 917 กิโลกรัม โดยพบรถยนต์ของผู้ต้องหา 3 คันขับตามกันมา ถึงบริเวณริมถนนมิตรภาพ อ.เมือง จ.อุดรธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมเครือข่ายชาวแอฟริกาในประเทศไทยที่ลักลอบลำเลียงไอซ์กว่า 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าเอกสาร เตรียมนำไปส่งให้ลูกค้าที่ประเทศนิวซีแลนด์ โดยจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านพระโขนง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สมหมายเปิดเผยว่า ยาเสพติดส่วนใหญ่จะถูกลักลอบลำเลียงส่งไปขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของไทยจึงต้องร่วมมือกับหน่วยงานของประเทศต่างๆ เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงและทลายแหล่งผลิตยาเสพติด เหมือนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซีย ปิดโรงงานผลิตยาเสพติดที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ที่มีการนำเมตแอมเฟตามีนไปผลิตเป็นยาเสพติดไฟว์ไฟว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถิติการจับกุมในรอบปีนี้สามารถจับกุมยาเสพติดได้ทั้งสิ้น 2,018 คดี ยาบ้ากว่า 65 ล้านเม็ด ไอซ์กว่า 6,000 กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า 990 กิโลกรัม โคเคนกว่า 100 กิโลกรัม และกัญชาแห้งกว่า 9,300 กิโลกรัม โดยสำนักงาน ป.ป.ส.สามารถยึดอายัดทรัพย์สินได้กว่า 118 ล้านบาท และรอตรวจสอบอีกกว่า 1,300 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17888</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, ปส.ยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด, พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาบ้ากว่า 65 ล้านเม็ด, หนังสือพิมพ์, เฮโรอีนเกือบตัน, แถลงจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่, โคเคน, ไอซ์ 6 ตัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba102690715e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปส.จับน้องชาย&#039;กานต์&#039;อดีตเมีย&#039;เสก โลโซ&#039;ค้ายา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.61- พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด( ผบช.ปส.) มอบหมายให้พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ รองผบช.ปส. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบก.อก.บช.ปส. พ.ต.อ.บุญยสิทธิ์ รอดชะพรหม ผกก.1 บก.ปส.1 พร้อมกำลังสยบไพรี และ กก.1 บก.ปส.1 ร่วมกันจับกุมตัว นายเดชอุดม หรือเดช แสงสายทับทิม อายุ 41 ปี อยู่ที่ 13 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 99/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ในข้อหา &amp;ldquo;จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท &amp;nbsp;1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์หรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; โดยจับกุมได้ที่บริเวณถ.ประชาราษฏร์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี
&amp;nbsp;
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยแจ้งว่าเป็นน้องชายของนางวิภากรหรือกานต์ ศุขพิมาย อดีตภรรยาเสก โลโซ ก่อนควบคุมไปสอบสวนต่อที่ บช.ปส.และแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเวลา 14.00 น.ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16242</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ายา, ตำรวจปส., น้องกานต์, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, ยาเสพติด, อดีตเมียเสก โลโซ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83890d6dffa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2018 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2018 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจปส.ทลายแก๊งยาบ้าขายผ่านเฟซบุ๊ก&#039;อ้ายมัน คนดี&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.61- พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พร้อมผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ร่วมแถลงผลปฏิบัติการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 คดี ผู้ต้องหา 16 คน ของกลาง ยาบ้า 9,865,759 เม็ด ไอซ์ 450 กิโลกรัม เฮโรอีน 77 กิโลกรัม โคเคน 1,645 กรัม และกัญชา 706 กิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ 1 ใน 5 คดีที่มีการจับกุมเป็นคดีการจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดทางเฟซบุ๊ก ของเครือข่าย โก๋แก่ ที่ใช้ชื่อทางเฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;อ้ายมัน คนดี&amp;rdquo; จำนวน 7 คน ประกอบด้วย น.ส.ศิราณี หรือมุก เรียนหัตถะกรรม อายุ 22 ปี (ผู้ต้องหาที่ 1) นายเรวัติ หรือทับ สุริยนต์ อายุ 44 ปี (ผู้ต้องหาที่ 2) นายอริยะ หรืออ๊อฟ จักรสมศักดิ์ อายุ 25 ปี (ผู้ต้องหาที่ 3) นายอนุชิต หรือบิว ปวงแก้ว อายุ 26 ปี (ผู้ต้องหาที่ 4) นายรุ่งฟ้า หรือแจ๊ค ใจอินต๊ะ อายุ 19 ปี (ผู้ต้องหาที่ 5) น.ส.ชาคริยา หรืออ้อม ธนะวชิระกุล อายุ 29 ปี (ผู้ต้องหาที่ 6) และนายชิรานนท์ หรือแบท มะลิดง อายุ 31 ปี (ผู้ต้องหาที่ 7) ยึดยาบ้ารวม6,759 เม็ด รถยนต์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง และของกลางอื่นรวม 15 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยชุดสืบสวนพบมีแก๊งค้ายาเสพติดทางเฟซบุ๊ก ของเครือข่าย โก๋แก่ ที่ใช้ชื่อทางเฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;อ้ายมัน คนดี&amp;rdquo; มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งวันที่ 16 ก.ค. ตารวจบก.ปส.3 สืบทราบว่าผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 เดินทางมาพักแรมโรงแรมในเขตเมืองเชียงราย พฤติการณ์น่าสงสัย จึงติดตามไป จนเมื่อวันที่ 20 ก.ค. เวลา 01.00 น. พบทั้งสองขับรถยนต์กระบะออกจากโรงแรมที่พัก ไปตามถนนสายเชียงราย-เทิง แล้วแวะหยุดจอดลงแวะตามข้างทาง เป็นช่วงๆ พฤติการณ์น่าสงสัย พบทั้งสองแวะจอดพบรถกระบะอีกคันหนึ่ง แล้วพากันขับออกไปอย่างรวดเร็ว จึงติดตามไป พบทั้งสองคันจอดอยู่บริเวณปั้มน้ำมันพีที กำลังจะแยกย้ายกันเชื่อว่าน่าจะมีการส่งมอบยาเสพติดกัน จึงแสดงตัว ตรวจค้นพบยาบ้า 3 มัด อยู่ในรถกระบะ จากนั้นขยายผลกลุ่มผู้รับยาบ้าอีกจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ ซึ่งติดต่อซื้อขายยาบ้าผ่านฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;อ้ายมัน คนดี&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ถือเป็นความร่วมกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อทำลายเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติด สะกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด และดำเนินมาตรการยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13953</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจปส., พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรวรขาน, ยาบ้า, ยาเสพติด, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55ccee5df17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มมีกลิ่นอายการแต่งตั้ง นายพลตำรวจ วาระประจำปี 2561 ที่แม้ตามระเบียบคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หรือเทียบเท่า ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี กำหนดให้ต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.ของทุกปี ตามรายชื่อบัญชีเกษียณอายุราชการปีงบประมาณ 2561 มี นายพล เกษียณทั้งสิ้น 77 ราย&amp;nbsp; คัดเด่นๆ เก้าอี้เน้นๆ อาทิ พล.ต.อ.กวี สุภานันท์ ที่ปรึกษา (สบ 10), พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์&amp;nbsp; ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.วีรพงษ์ ชื่นภักดี&amp;nbsp; ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.อ.ศักดา เตชะเกรียงไกร ที่ปรึกษาพิเศษ สตช., พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก., พล.ต.ท.เติมพงษ์ สิทธิประเสริฐ จตร.,&amp;nbsp; พล.ต.ท.ธณัท วงศ์สุวรรณ ผบช.สกพ., พล.ต.ท.นพดล เผือกโสมณ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประพันธ์ จันทร์เอม ผบช.ตชด., พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส., พล.ต.ท.สรศักดิ์&amp;nbsp; เย็นเปรม ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท. เป็นต้น ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนระดับ ผบก.ที่เกษียณ มีอาทิ พล.ต.ต.จักรพร แท่นทอง ผบก.ศฝร.ศชต., พล.ต.ต.ชัยรัตน์&amp;nbsp; ทิพยจันทร์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พล.ต.ต.ดุสิต สมศักดิ์ ผบก.น.6, พล.ต.ต.ไตรศูล เนียมทรัพย์ ผบก.ภ.จว.ระยอง, พล.ต.ต.ทวีโรจน์ ศิริสวัสดิบุตร ผบก.ภ.จว.ตราด, พล.ต.ต.บรรลือ ชูเวทย์ ผบก.คด., พล.ต.ต.พงศ์ฤทธิ์ บุญเลี้ยง ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี, พล.ต.ต.พัฒนินท์ นพจินดา ผบก.อก.บช.ก.,&amp;nbsp; พล.ต.ต.ภัสรวินทร์ พงศ์ภิภัทรภาคิน ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี, พล.ต.ต.มนต์ชัย เรืองจรัส ผบก.ตชด.ภาค 3, พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์, พล.ต.ต.ยุทธพล แก้วเจริญ ผบก.สสน.บช.ตชด., พล.ต.ต.วิชัย เตียะเพชร ผบก.ส.2, พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ ผบก.ภ.จว.สกลนคร, พล.ต.ต.สมคิด ประสพทรัพย์ ผบก.ฝรก., พล.ต.ต.สมจิตร์&amp;nbsp; ทองแท่ง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย, พล.ต.ต.สมชาย ชูชื่น ผบก.วจ., พล.ต.ต.สัมพันธ์ เบญจศิริ ผบก.ประจำ&amp;nbsp; ภ.2, พล.ต.ต.สุดพิเศษ เอกศิริ ผบก.ภ.จว.เลย, พล.ต.ต.สุรนาท วรรณวรรค ผบก.ศฝร.ภ.6,&amp;nbsp; พล.ต.ต.อัครพล ศรีเสาวลักษณ์ ผบก.อก.สพฐ.ตร., พล.ต.ต.อุดม พรหมสุรินทร์ ผบก.ศฝร.ภ.5 เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ๐ ขณะที่สัญญาณการจัดทำ โผสีกากี ก็มีความเคลื่อนไหวขยับกันฝุ่นตลบบ้างแล้ว โดยเฉพาะเก้าอี้ ผู้บัญชาการ หรือ ผบช. ตำแหน่งระดับ หัวหน้าหน่วย โผแหลม โผรู้ โผกูรู แพลมๆ เอาไว้ บิ๊กบัว-พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. ถึงจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 ของ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพกรมปทุมวัน แต่อาจจะทนแรงเสียดทานจากผู้มีอำนาจมากกว่าไม่ไหว จำต้องลุกจากสวนพลูไปอยู่แถววิภาวดี นั่งเก้าอี้ ผบช.ภ.1 แทนที่ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1&amp;nbsp; ที่เจ้าตัวอยากกลับถิ่นเก่าไปคุมนครบาล ทว่าจะมีแรงส่งแค่ไหนต้องลุ้น หากดีไม่ดีมีโอกาสถูกดันขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็มีสูง ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายนี้ไม่ต้องลุ้นเพราะอยากขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. มา 2 คำสั่งแล้ว บิ๊กเด่น-พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 เที่ยวนี้มีชื่อขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อไปลุ้นยาวๆ ตามประสานักเรียนนายร้อย (นรต.) รุ่น 38 อาจจะมี รอง ผบช.น. คนใดคนหนึ่งขยับขึ้นไปแทนที่ เช่นเดียวกับ พล.ต.ท.ทวิชชาติ&amp;nbsp; พละศักดิ์ ผบช.ภ.6 สายใกล้ชิด บิ๊กป๊อด-พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชายพี่ป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เกษียณอายุราชการปี 2562 เลยไม่ขอขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ขอโยกไปอยู่ตัวเลขสวยๆ ทั้ง 7 หรือ 8 ก็โอหมด โดยเฉพาะ 8 นั้น เข้าล็อกตรงที่ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 นรต.35 เกษียณอายุราชการพอดิบพอดี ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาที่ โผทหาร เห็นสีหน้า บิ๊กอ้อม-พล.อ.วีรชัย อินทุโสภน ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ในกิจกรรมการขับร้องเพลง &amp;quot;สยามินทร์ราชามหาวชิราลงกรณ์&amp;quot; ที่กองบัญชาการกองทัพบกวันก่อนไม่ค่อยสู้ดีนัก เพราะโค้งสุดท้ายของการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี ก่อนปิดแฟ้ม&amp;nbsp; ชื่อของ &amp;quot;บิ๊กอ้อม&amp;quot; ไม่อยู่ในทำเนียบ 5 เสือ ทบ. จนต้องไปลุ้นเก้าอี้ อัตราพลเอกพิเศษนอกกองทัพบก&amp;nbsp; ซึ่งมีทั้งตำแหน่ง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รอง ผบ.ทสส.) และรองปลัดกระทรวงกลาโหม แต่หลายคนยังมั่นใจในพลัง &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ที่น่าจะออกแรงในการดันน้องรักขึ้นเก้าอี้ ผบ.ทสส.ในเฮือกสุดท้าย แต่ดูจากแผง ผบ.เหล่าทัพที่แข็งแกร่งขนาดนี้ เห็น ท่าจะยาก เก้าอี้ที่จะรองรับ บิ๊กอ้อม ที่น่าจะขยับลงได้คงมีแค่ รองปลัด กห., รอง ผบ.ทสส. และประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่น่าสนใจคือ ชื่อของ บิ๊กนัย-พล.ท.สุนัย ประภูชะเนย์&amp;nbsp; ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) ยังอยู่ที่เดิม เพราะการจัดทัพใน 5 เสือ ทบ. บิ๊กเจี๊ยบ-พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) อยากให้ ผบ.ทบ.คนใหม่ได้จัดทีมงานตนเอง นอกจาก บิ๊กตี๋-พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ที่ &amp;quot;บิ๊กเจี๊ยบ&amp;quot; การันตีแล้ว คนอื่นที่จะเบียดแทรกเข้ามาคงต้องใช้กำลังภายในมากกว่านั้น แม้ &amp;quot;บิ๊กนัย&amp;quot; จะเป็นทหารรบพิเศษด้วยกัน แต่งานนี้ต้องผ่าน บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ที่ถูกวางตัวเป็น ผบ.ทบ.คนใหม่ในการจัดทัพด้วย แต่ พลัง ของ &amp;quot;บิ๊กนัย&amp;quot; ก็ไม่ธรรมดา&amp;nbsp; เพราะ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เคยดึงมาทำหน้าที่หัวหน้า รปภ. ในช่วงดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมรอบแรก ในโค้งสุดท้ายก็น่าลุ้นว่า 5 เสือ ทบ.จะเปลี่ยนอีกรอบหรือไม่ แต่คนในโผแรกที่เก้าอี้สั่นไหวมากที่สุดคงเป็น&amp;nbsp; บิ๊กเป้ง-พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์&amp;nbsp; รองเสนาธิการทหารบก (รอง เสธ.ทบ.) เพราะวัฒนธรรมกองทัพ ใครไม่มีแบ็กก็ยากจะเติบโต๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นึกถึงนายทหารอีกนายที่น่าเห็นใจ นั่นก็คือ บิ๊กแช-พล.อ.วิชัย แชจอหอ รองเสนาธิการทหาร ที่ครั้งหนึ่งต้องหลุดโผ 5 เสือ ทบ.กลางอากาศ ด้วยเหตุผลที่ &amp;quot;อายุราชการ&amp;quot; ที่เหลืออยู่น่ากลัว นอกจากต้องหลีกทางให้ สายแข็ง แล้ว ในช่วงนั้นต้องถูกดีดออกไปกองทัพไทย เพื่อหลีกทางให้ &amp;quot;บิ๊กอ้อม&amp;quot;&amp;nbsp; ที่ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ส่งเข้ามาอยู่ใน 5 เสือ ทบ. หลังจากที่มีสายรบพิเศษ และ วงศ์เทวัญ มาวางไลน์ไว้ ในการปรับย้ายนายทหารปีนี้ชื่อของ &amp;quot;บิ๊กแช&amp;quot; ได้ขยับขึ้นเป็นรอง ผบ.ทสส. อัตราพลเอกพิเศษ&amp;nbsp; แม้จะไม่ทันเวลาในการเข้าฮอส แต่ก็ถือได้ว่าเป็นจังหวะเวลาที่ดีในช่วงสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการในปี 2562 ๐ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว จ.ส.อ.ชัชชนันท์ เขื่อนแก้ว ผู้บังคับหมู่ หมู่เครื่องยิงลูกระเบิด กองบังคับการหมวดเครื่องยิงลูกระเบิดที่ 60 กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่&amp;nbsp; 17 และตำแหน่งในสนาม นายสิบส่งกำลังบำรุง กองร้อยทหารราบที่ 1743 ซึ่งได้รับบาดเจ็บมีแผลไฟไหม้ตามร่างกายและถูกส่งไปรับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลตั้งแต่เกิดเหตุ แต่ที่สุดก็ได้เสียชีวิตลง&amp;nbsp; จากเหตุการณ์เครื่องบินเล็กของกองทัพบกประสบอุบัติเหตุตกที่ ต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน หลังจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาลและเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด โดยเบื้องต้นได้รับเงินช่วยเหลือตามสิทธิของทางราชการและสินไหมประกันชีวิตจากกองทัพบกประมาณ 1.8 ล้านบาท พร้อมกันนี้กองทัพบกได้ปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ชั้น และขอรับพระราชทานยศสูงขึ้น เลื่อนยศเป็น พันโท ด้วย๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จดหมายน้อยจาก คนใกล้ชิดจ่าแซม-น.ต.สมาน กุนัน&amp;nbsp; ส่งสารผ่านเพื่อนพ้องน้องพี่เล่าให้ฟังถึงเหล่า มนุษย์กบ ที่ย้ายบ้านมาการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ช่วงปี 49 เข้าเป็น จนท.ฝ่ายรักษาความปลอดภัย 3 ด้วยคุณสมบัติพิเศษ คือ ต้องจบนักเรียนนายสิบทหารบก นักเรียนจ่าทหารเรือ&amp;nbsp; นักเรียนจ่าทหารอากาศ และมีประสบการณ์ด้านการทำงานไม่ต่ำกว่า 5 ปี เงินเดือนเริ่มต้นต่ำสุดเทียบเท่า ป.ตรี หรือมากกว่าตามประสบการณ์การทำงาน ซึ่งพวกพี่ๆ คุณสมบัติถ้าได้ยินแล้วไม่ธรรมดาเลย&amp;nbsp; ส่วนมากจะเคยติดทีมชาติมาแล้วเกือบทั้งหมด ฝึกการต่อต้านการก่อการร้ายสากลเป็นชุดโจมตี หรือสไนเปอร์กันมาทั้งนั้น แต่ทำงานมา 13 ปีให้เป็นแค่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 4 เท่านั้น ซึ่งเปรียบเทียบกับฝ่ายอื่นๆ ใน ทอท.ที่เข้ามาพร้อมกัน ตอนนี้ทั้งหมดได้ระดับพนักงาน 6 หมดแล้ว ด้วยการสูญเสียของจ่าแซมนั้น ทำให้เห็นว่าจ่าแซมสร้างประโยชน์ให้ ทอท.มหาศาล คนทั้งโลกได้รู้จัก ทอท.โดยไม่ต้องเสียงบประมาณการโฆษณา แล้ว ทอท.ล่ะ ได้มองเห็นหรือไม่?...เสียงเล็กๆ ที่สังคมได้สดับ ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13849</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.ต.อ.กวี สุภานันท์, พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, พล.ต.อ.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์, พล.ต.อ.วิทยา ประยงค์พันธุ์, พล.ต.อ.วีรพงษ์ ชื่นภักดี, พล.ต.อ.ศักดา เตชะเกรียงไกร, พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา, พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ, พล.อ.วีรชัย อินทุโสภน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 22:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้ถึงตัวทีมหมูป่า! หน่วยซีลตั้งกองบัญชาการโถง3เหลือแค่1กม.ช่วย13ชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เตรียมเฮ! กันทั้งประเทศ ปฏิบัติการค้นหาทีมหมูป่าในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หน่วยซีลใกล้ได้ตัว 13 ชีวิต ตั้งกองบัญชาการที่โถง 3 ห่างอีกเพียง 1 กม.ถึงพัทยาบีช เตรียมดำ 800 เมตร ขณะที่การสูบน้ำได้ผลดีกว่าทุกวัน ผู้ว่าฯ เชียงรายเผยสัญญาณดีน้ำเริ่มใส ซ้อมแผนปฏิบัติการพิเศษส่งผู้ป่วยยังมีปัญหา รถหลงทางต้องปรับใหม่ ขณะที่ความช่วยเหลือหลั่งไหลทั้งจากในและต่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่าติดถ้ำหลวง จ.เชียงราย เข้าสู่วันที่ 7 เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เช้าตรู่ โดยการสูบน้ำยังคงเป็นปฏิบัติการหลักเพื่อเร่งให้น้ำภายในถ้ำลดลง ในระดับที่หน่วยซีลสามารถดำลงไปยังโถงหาดพัทยา ซึ่งคาดว่าทั้ง 13 ชีวิตติดอยู่บริเวณดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ หน่วยซีลตลอดจนเจ้าหน้าที่ทีมค้นหาทั้งจากกองทัพบก กองทัพเรือ ได้ช่วยลำเลียงเครื่องสูบน้ำเข้าไปวางในถ้ำเพื่อเร่งดึงน้ำออกจากถ้ำให้เร็วที่สุด โดยสถานการณ์ด้านในถ้ำพบว่าน้ำลดลง 6 นิ้ว &amp;nbsp;ซึ่งนักทำลายใต้น้ำจู่โจม กองทัพเรือ จำนวน 16 นายได้ดำสำรวจโถง 3 สามารถวางเชือกใต้น้ำได้ และขณะนี้เหลือระยะทางเพียงแค่ 2.5 กิโลเมตรก็จะถึงจุดพัทยาบีช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น เพจเฟซบุ๊ก ราชสีห์ จิตอาสา รายงานช่วงเวลา 17.30 น. ว่าอีก 1 กม. หน่วยซีลจะเข้าถึงหาดพัทยาแล้ว หน่วยซีลเข้าถึงโถงที่ 3 ได้แล้ว กำลังลำเลียงถังอากาศเข้าไปและตั้ง บก.ที่โถง 3 เพื่อปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ และเตรียมดำน้ำระยะทาง 800 เมตร ไปยังสามแยกเพื่อไปยังหาดพัทยา ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเพจ Thai NavySEAL รายงานในช่วงเวลาเดียวกันว่า ได้เร่งอัดอากาศถังดำน้ำ ใช้แผนรุก ไม่รอน้ำลด เตรียมส่งมนุษย์กบวางขวดอากาศทุกระยะ 25 ม. จากห้องโถง 3 ถึงจุดที่คาดว่าทีมหมูป่าอยู่ ต้องใช้ขวดอากาศจำนวนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ระดับน้ำบริเวณโถง 1 และบริเวณเนินที่พบรองเท้าของเด็กระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 20-30 เซนติเมตร พบว่าน้ำที่ถูกผลักออกมามีลักษณะที่ใส จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าไม่มีน้ำสะสมอยู่ภายในมาก และคาดว่าถ้าไม่มีฝนตกลงมาซ้ำก็จะสามารถระบายน้ำออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามหน่วยซีลที่อยู่ด้านนอกทราบว่า มีการเตรียมกำลังประมาณ 50 นายเพื่อเข้าไปสมทบกับหน่วยซีลที่ดำน้ำอยู่ด้านใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 19.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าท่อระบายน้ำความยาว 300 เมตรถูกลำเลียงเข้าไปในถ้ำหลวง โดยช่วงต้นของท่ออยู่ที่โถง โดยท่อดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนละ 100 เมตร รวมทั้งหมด 300 เมตร ซึ่งการระบายน้ำเป็นไปได้ค่อนข้างดี เนื่องจากวันนี้ฝนตกน้อยมาก บวกกับการระบายทำได้หลายช่องทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทีมตำรวจพลร่มทำการซ้อมโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์โรยตัว ก่อนที่พลร่ม ทีมกู้ชีพ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะไปโรยตัวลงดอยผาหมีเพื่อสำรวจโพรงบริเวณทางด้านขวาของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตามภารกิจติดตามนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 ชีวิตที่ติดค้างภายในถ้ำ
ซ้อมแผนส่งผู้ป่วยยังต้องปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาลากยาวมาจนถึงช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ยังคงสับเปลี่ยนกำลังเพื่อทำงานที่ด้านนอกรอบถ้ำหลวงอย่างไม่หยุดหย่อน ขณะที่ทีมครัวก็เร่งทำอาหารแจกจ่ายให้ได้รับประทานกันเพื่ออิ่มท้อง รวมทั้งเตรียมไว้เป็นเสบียงให้สำหรับชุดเดินเท้านำติดตัวไป ท่ามกลางสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนเกือบตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนภายนอกถ้ำเจ้าหน้าที่เตรียมซ้อมแผนปฏิบัติการพิเศษส่งผู้ป่วยหรือ 13 ชีวิตไปโรงพยาบาล &amp;nbsp;จำลองสถานการณ์และเตรียมพร้อมสำหรับนาทีที่นำตัวทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงว่า ในช่วงเช้าได้ซ้อมใหญ่แผนอพยพและช่วยเหลือเยาวชน 13 ชีวิต โดยผลปฏิบัติยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก เนื่องจากยังมีอุปสรรคความล่าช้า รถพยาบาลไม่สามารถวิ่งไปยังเป้าหมายได้ รถวิ่งไปผิดทาง และรถของประชาชนยังกีดขวางเส้นทางจราจร อาจมาจากระเบียบการจัดการจราจรยังไม่ดี และคนขับรถพยาบาลอยู่นอกพื้นที่ไม่ชำนาญทาง รวมทั้งเจ้าหน้าที่สนามไม่ชำนาญการใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยรุ่นใหม่ ซึ่งจะต้องแก้ไข เพราะหากเจอกลุ่มเด็กทั้งหมดจริงจะลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สำหรับภารกิจการค้นหานั้นยอมรับว่าหน้างานนั้นยากกว่าที่คิด หลายคนมีการนำเสนอทฤษฎีทั้งการนำโดรน นำหุ่นยนต์หรือโรบอตมาใช้ ซึ่งขณะนี้เรามีโรบอตและเรือดำน้ำอยู่ที่หน้างานมากกว่า 10 ตัว แต่ไม่สามารถนำไปใช้งานได้เพราะสภาพพื้นที่ไม่ใช่ทะเล ไม่ใช่คลองที่เป็นลำน้ำแบบเปิด แต่มันช่องเล็ก แม้แต่ตัวคนยังผ่านไม่ได้ และน้ำขุ่นมากจนมองไม่เห็น อย่างไรก็ดีวันนี้แม้จะมีฝนตก แต่สถานการณ์ก็คลี่คลายกว่าทุกวัน น้ำในถ้ำลดลงไปพอสมควร สามารถสูบน้ำในแต่ละโถงได้ทุกโถง หน่วยซีลสามารถทำงานได้สะดวกขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์กล่าวด้วยว่า หลังเกิดเหตุจังหวัดได้ประกาศให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้วตั้งแต่วันแรกๆ ทำให้ตนเป็นผู้อำนวยการสถานการณ์ได้ ซึ่งปัญหาอุปสรรคขณะนี้คือเราจะทำอย่างไรให้นำเด็กๆ ออกมาให้ได้ แต่ยังติดที่ว่าน้ำในถ้ำมีจำนวนมาก ตอนนี้จึงจะต้องทำทุกทางที่จะให้น้ำพร่องเพื่อนำน้องออกมาทางปากถ้ำเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.เชียงรายกล่าวว่า แผนที่จะนำเด็กออกทางช่องทางอื่นๆ นั้นยังไม่ได้คิด แต่ก็เตรียมแผนไว้หมดแล้ว เพราะหากเจอเด็กในช่องอื่นๆ ก็ต้องใช้วิธีให้เจ้าหน้าที่เข้าไปประกบและปฐมพยาบาลในพื้นที่ &amp;nbsp;คงไม่นำออกโดยวิธีการโรยตัวออกทางปล่องเพราะมีความเสี่ยงสูง ยิ่งช่วงนี้มีฝนตกและลมแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเย็นนายณรงค์ศักดิ์แถลงข่าวอีกครั้งว่า ล่าสุดคณะทำงานได้ทำการสูบน้ำออกจากทุกโถงและน้ำลดพอสมควร โดยจะมีการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมเข้าไปด้วย ถ้าฝนไม่ตกเพิ่มน่าจะเป็นผลบวกต่อการปฏิบัติงาน อาจพบทีมนักฟุตบอลที่พลัดหลงอยู่ในสภาพอ่อนแอ ก็อาจจะตัดสินใจให้รับประทานอาหารดื่มน้ำและพักผ่อนด้านใน ก่อนที่จะนำส่งตัวออกมาด้านนอกเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ
สำรวจโพรงช่วยหมูป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยถึงแผนสำรวจโพรงที่คาดว่าจะเชื่อมต่อกับตัวถ้ำหลวงว่า หลังจากวันที่ 29 มิ.ย.ได้เข้าสำรวจแล้วพบช่องทางความเป็นไปได้ โดยตามแผนปฏิบัติการที่วางไว้วันนี้ ทีมเดินทางตำรวจตระเวนชายแดนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 150 นาย เตรียมเข้าพื้นที่ในเวลาประมาณ 07.00 น. พร้อมนำอุปกรณ์ อาทิ ชะแลงงัดแงะ โคมไฟสำหรับติดตั้งตามทางที่ลงสำรวจ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขึ้นดอยผาหมีไปด้วย พร้อมเตรียมลงสำรวจโพรงที่ 3 ต่อ &amp;nbsp; ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดที่นักสำรวจถ้ำเคยให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าว่า น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถเชื่อมต่อเข้าไปภายในถ้ำหลวงได้ และหลังเดินขึ้นไปถึงจุด เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลภายในถ้ำ ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้พบปล่องหลายปล่อง ซึ่งกำลังให้เจ้าหน้าที่สำรวจเข้าไปอย่างต่อเนื่อง โดยปล่องแรกที่เข้าไป มีความลึกประมาณ 40 เมตร และปล่องที่สอง 60 เมตร ปล่องที่ 3 มีความลึก 10 เมตร ซึ่งในวันนี้จะทำการสำรวจเพิ่มเติม จากจุดที่ลงไปเมื่อวานลึกถึง 60 เมตร และ 40 เมตร เพื่อหาช่องทางในการค้นหา &amp;nbsp;โดยแต่ละปล่องที่ลงไปได้มีขนาดใกล้เคียงกันเป็นโถงกว้างประมาณ 5 เมตร สูง 10 เมตร ซึ่งเมื่อเข้าไปถึงแล้วก็ได้ให้เจ้าหน้าที่สำรวจภายในโถงดังกล่าวเพื่อหาช่องที่จะไปต่อ แม้แต่ช่องเล็กๆ ก็ต้องสำรวจว่าจะทะลุไปไหนได้หรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขากล่าวว่าจากการตรวจสอบเมื่อวานนี้สำหรับปล่องแรก ได้พบโพรงขนาดเล็กที่สามารถมุดตัวลอดเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่ได้ลองเข้าไปดูพบว่าสามารถทะลุลงไปได้อีกประมาณ 10 เมตร พบห้องโถงอีกห้อง และสำรวจต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้พบโพรงที่มุดลงไปอีก จนถึงความลึกประมาณ 60 เมตร รวมเป็น 3 &amp;nbsp;โถงที่จะเข้าไปสำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนพรัตน์ กันทะวงค์ หรือ &amp;quot;โค้ชนก&amp;quot; ผู้จัดการทีมทีนทอล์ค (หมูป่า) อะคาเดมี แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้นำลูกทีมที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี 17 ปี และ 19 ปี รวมทั้งไม่เกิน 13 ปีที่เหลืออยู่ 3 คน &amp;nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ 10 คนเดินทางไปยังบริเวณหน้าถ้ำหลวง เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจพ่อแม่ผู้ปกครองของทีมรุ่น 13 ปีที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาเผยว่า ทีมรวมตัวฝึกซ้อมกันมาหลายปีแล้ว โดยรุ่นที่ซ้อมกันมานานคือกว่า 4 ปี และทีมได้เริ่มจำกัดการรับคนเข้าทีมเมื่อต้นปี 2560 เพราะเรามีเจ้าหน้าที่ดูแลไม่เพียงพอ จำนวนที่รับได้ก็จะมีการแบ่งเป็นรุ่นอายุต่างๆ ทำการฝึกซ้อมกันบางครั้งก็เฉพาะเสาร์และอาทิตย์ หรือที่อยู่ใกล้ก็ทำการฝึกซ้อมเป็นประจำทุกวัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โค้ชนกบอกว่า รุ่นที่ติดอยู่ในถ้ำส่วนใหญ่เป็นรุ่นอายุ 13 ปี ปัจจุบันเหลืออยู่ 3 คน ทั้งนี้หลังเกิดเหตุทั้งหมดก็เรียกร้องให้ตนพาไปเยี่ยมเยียนที่วนอุทยาน แต่เกรงว่าจะกระทบกับการทำงานของเจ้าหน้าที่และการเรียนจึงได้รั้งรออยู่กระทั่งถึงวันนี้
ทีมหมูป่าพกยา-อาหารไปด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนพรัตน์บอกว่า เด็กส่วนใหญ่ที่เดินทางไปเยี่ยมเยียนญาติของเพื่อนๆ ในครั้งนี้เป็นกลุ่มที่ปั่นจักรยานด้วยกัน โดยตนให้แยกไปตั้งกลุ่มไลน์ของพวกเขาเป็นการเฉพาะโดยไม่ปะปนกับทีมฟุตบอล &amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อนที่เหลือส่วนใหญ่จึงไม่เคยเข้าไปในถ้ำร่วมกับทีมดังกล่าว เมื่อเกิดเหตุแล้วก็ทำให้ทุกรุ่นยุติการเข้าร่วมการแข่งขันต่างๆ ทั้งหมดเพราะขาดสมาธิและเป็นห่วงเพื่อนๆ ที่อยู่ในถ้ำ โดยเฉพาะในลีกของ อ.แม่สาย รุ่นอายุ 19 ปีที่มีการแข่งขันนั้น ทีมก็ขอเลื่อนเข้าร่วมการแข่งแล้วเพราะทุกคนใช้แรงใจช่วยเพื่อนๆ อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยว่า มีลูกศิษย์บอกว่าโค้ชเอกเอาเป้ใบใหญ่มาด้วย นั่นหมายความว่าในเป้มีกล่องปฐมพยาบาล ชุดทำแผล สเปรย์ฉีดคลายกล้ามเนื้อ ผ้าก๊อซ ยาฉีดคลายนิ้วล็อก เครื่องมือซ่อมจักรยาน ถ้าเกิดเอาเต็นท์สนามเข้าไปด้วยก็จะยืนยันตั้งแต่ต้นที่ว่าเจอเชือก เปลสนาม อาหารจะเป็นขนมกรุบกรอบประเภทแป้งไม่น่าจะเยอะ แต่จะเป็นน้ำส้ม โค้ก เครื่องดื่มเกลือแร่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้เพิ่มกำลังชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมอุปกรณ์การช่วยเหลือโรยตัวเพิ่มเติมจากกองร้อยกู้ชีพกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ &amp;nbsp;หรือตำรวจพลร่ม กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เข้าเสริมการปฏิบัติช่วยเหลือทีมหมูป่า โดยเพิ่มกำลังตำรวจพลร่มชุดกู้ชีพเข้าพื้นที่อีก 13 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการปฏิบัติงานของทีมจากต่างชาตินั้นขณะนี้มีทั้งสิ้น 7 ทีม คือ 1.ทีมจากประเทศลาว เป็นทีมมูลนิธิช่วยเหลือคนทุกข์ยากแห่ง สปป.ลาว 2.ทีมจากประเทศเมียนมา ที่ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยหาทางเข้าถ้ำหลวงจากฝั่งท่าขี้เหล็กและค้นหาในพื้นที่ 3.ทีมจากประเทศญี่ปุ่น ส่ง 2 ผู้เชี่ยวชาญด้านชลประทานมาช่วยเรื่องน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ทีมจากประเทศจีน ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านกู้ภัยในถ้ำ 6 คน พร้อมหุ่นยนต์ใต้น้ำ อุปกรณ์ดำน้ำ สเปกโทรมิเตอร์สามมิติ 5.ประเทศอังกฤษ มิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจและผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำในถ้ำ &amp;nbsp;The Cave Diving Group จำนวน 3 คน 6.ทีมจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทีมค้นหาและกู้ภัยหน่วยปฏิบัติการพิเศษกองกำลังภาคพื้นแปซิฟิก 32 นาย และ 7.ทีมจากประเทศออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญใต้พิภพวิทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทีมหน่วยปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ จะใช้ดาวเทียม ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจภาคพื้นธรณีวิทยาทางทหารของกองทัพสหรัฐฯ สแกนที่ถ้ำหลวงในระบบ Infrared 3D หากพบสัญญาณความร้อนจาก 13 ชีวิตจะแสดงเป็นรูปร่างคนบนหน้าจอโดยทันที ซึ่งตอนนี้กำลังรอดาวเทียมเข้าวงโคจรในตำแหน่งที่ต้องการ และดาวเทียมที่ว่านี้มีศักยภาพในแบบทุกสภาพอากาศ
แบกรับความคาดหวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวาอากาศเอกหญิง เจสสิกา เตท์ เจ้าหน้าที่กองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก &amp;nbsp;(USPACOM) เปิดเผยถึงการร่วมปฏิบัติการค้นหาทีมฟุตบอลเยาวชนและโค้ชรวม 13 คนที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงรายว่า ทีมสหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือทีมกู้ภัยด้านเทคนิคเฉพาะ เพื่อให้การค้นหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยสลับสับเปลี่ยนกันทำงานตลอด 24 ชั่วโมงร่วมกับทีมของไทย ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่ต้องแบกรับความคาดหวังกับปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้ เพราะผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำเป็นเด็ก แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความพยายามของคนไทยที่ปฏิบัติงานกันอย่างสุดความสามารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กู้ภัยรัฐฉานแห่งสหภาพเมียนมา ได้ดำเนินการปฏิบัติภารกิจสำรวจปากถ้ำของเทือกเขานางนอนบริเวณฝั่งประเทศเมียนมา เพื่อสนับสนุนภารกิจการค้นหาทีมหมูป่าที่หายตัวไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายอูไซ เส่ง ทิป หลวง รมต.คลัง รัฐฉาน เมียนมา พร้อมคณะเดินทางมาที่ถ้ำหลวง เพื่อให้กำลังใจชุดปฏิบัติการค้นหาทีมหมูป่า โดยการประสานงานของ TBC ไทย การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการแสดงน้ำใจในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี และไทยเคยให้การช่วยเหลือเมียนมาบ่อยครั้ง ทางการเมียนมาพร้อมให้การช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเลอพงศ์ สวนสังข์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังพูดคุยกับนายหยิน ย่าน ตง (Yin Yan Dong) ทีมประสานงานหน่วยกู้ภัยบลูสกาย เรสคิว จากประเทศจีน ที่เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือว่า ปภ.ไทยยังมีศักยภาพในการช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ปิดกั้นความช่วยเหลือจากประเทศอื่นหากมีอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีพิเศษ จึงอธิบายให้เข้าใจ ถ้าอยากสนับสนุนก็ให้เขียนรายการมา ถ้ามีประโยชน์ก็จะให้เข้าช่วย แต่ถ้างานซ้ำซ้อนก็ต้องขอปฏิเสธ ซึ่ง ปภ.ก็มีเครื่องสแกนที่สามารถลงลึกได้ถึง 100 เมตร แต่ก็ยินดีถ้าจีนมีอุปกรณ์ที่ดีกว่า โดยตอนนี้ก็มีสหรัฐอเมริกาที่มาร่วมวางแผน ส่วนออสเตรเลียก็ส่งทีมมาประสานงานแล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเลอพงศ์กล่าวว่า ทั้งนี้เรามีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ แต่ติดขัดที่ปัญหาน้ำ จึงต้องปรับแผนมาค้นหาปล่องจากด้านบนตามแนวสันเขาจากหลายภาคส่วน หลายพิกัด ซึ่งก็พบหลายหลุม แต่ส่วนใหญ่ตัน มี 1 หลุมที่ลงลึกได้ถึง 60 เมตร วันนี้จะใช้อุปกรณ์สแกนลงไป ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่บริเวณกลางทางไปหาดพัทยา ในส่วนของจุดอื่นๆ ที่ค้นหาเสร็จแล้วก็จะทำสัญลักษณ์ไว้ปากปล่อง เหตุจากเริ่มมีการค้นหาซ้ำซ้อน
เคลียร์พื้นที่เจาะเต็มพิกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ดุษฎีพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและแผน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า &amp;nbsp;เตรียมขุดเจาะสำรวจบ่อบาดาลเพิ่มอีก 1 จุด ห่างจากจุดที่เจาะก่อนหน้านี้บริเวณทางขึ้นปากถ้ำหลวงประมาณ 80 เมตร จากการวิเคราะห์คาดว่าน่าจะพบชั้นน้ำขนาดใหญ่เชื่อมโยงกับในถ้ำ โดยได้เคลียร์พื้นที่เพื่อกำหนดจุดเจาะแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์กล่าวอีกว่า จากการวิเคราะห์ลักษณะชั้นหินและรอยเว้าตามลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยา บริเวณดังกล่าวเป็นรอยเลื่อนและรอยแตกของหิน น่าจะเชื่อมโยงกับถ้ำ เชื่อว่าในอดีตน่าจะเป็นร่องน้ำโบราณหรือเป็นลำน้ำเก่า ประเมินว่าน่าจะพบชั้นน้ำปริมาณมาก โดยจะดำเนินการเจาะสำรวจก่อน โดยอาศัยการสำรวจตามลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยา เนื่องจากการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ทำได้ค่อนข้างยากเพราะสถานที่ไม่เอื้ออำนวย เพราะต้องใช้เครื่องมือชนิดหนึ่งด้วยระบบไฟฟ้าส่งลงไปสำรวจ ซึ่งพื้นที่ต้องเหมาะสมกว่านี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุด เจ้าหน้าที่นำเครื่องขุดเจาะของบริษัทเอกชนมาจาก จ.สมุทรปราการเข้าไปติดตั้งในพื้นที่แล้ว โดยจะดำเนินการเดินเครื่องขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลทันทีด้วยระบบลม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากถ้ำ &amp;nbsp;คาดว่าวันนี้จะเจาะให้ลึก 30-50 เมตร ถ้าไม่พบปัญหาอะไร โดยเฉพาะหินที่อาจไปล็อกหัวเจาะ ทำให้การทำงานหรือระบายน้ำมีความล่าช้า ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าระดับน้ำในถ้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นาฏสุดา ภูมิจำนงค์ อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล เปิดเผยว่า เคยเดินทางไปทำการศึกษาภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนในช่วงฤดูแล้ง พบว่ายังเป็นถ้ำที่มีระบบน้ำไหลอยู่ข้างในค่อนข้างสม่ำเสมอ มีทางแยกและช่องแคบให้มุดเข้าไปได้หลายช่อง โดยยอมรับลักษณะสภาพทางภูมิศาสตร์ของถ้ำเป็นอุปสรรคต่อการดำน้ำ ทั้งนี้มองว่าค่อนข้างยากพอสมควรในการเจาะผนังถ้ำเข้าไป เนื่องจากตำแหน่งปากถ้ำสูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 400 เมตร ส่วนจุดสูงสุดของถ้ำความสูงจากระดับน้ำทะเล 800-900 เมตร ซึ่งหมายความว่าความหนาของถ้ำอยู่ที่ประมาณ 300-400 เมตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังจากที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ส่งทีมงานนำโดย ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์ วิศวกรอาวุโส &amp;nbsp;ปตท.สผ.พร้อมด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีเข้าร่วมค้นหานักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายนับตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย. โดยทีมงานได้รับมอบหมายจากศูนย์ประสานกู้ภัยที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ให้นำอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน ประเภท Multipurpose Plant Inspection Octocopter &amp;nbsp;(MPIO) บินขึ้นสำรวจยอดเขาเพื่อทำแผนที่ทางอากาศ และใช้กล้องเทอร์โมสแกนอุณหภูมิพื้นผิวภายนอกเพื่อหาอุณหภูมิที่แตกต่าง ซึ่งจะชี้นำว่าอาจจะเป็นช่องที่เชื่อมต่อกับโถงภายในถ้ำ
ทีมเก็บรังนกก็มา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์ กล่าวว่า การใช้โดรนสำรวจในช่วง 2 วันที่ผ่านมาพบอุปสรรคบ้าง เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็วและมีฝนตกเป็นระยะ อย่างไรก็ตามทีมงานจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสนับสนุนภารกิจครั้งนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ทีมงานบางส่วนได้เข้าสนับสนุนงานติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำ รวมถึงระบบท่อส่งและดูดน้ำ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากภายในถ้ำ สำหรับหุ่นยนต์อีก 3 ชนิดที่นำไปด้วย ซึ่งได้แก่ &amp;nbsp;ยานยนต์ใต้น้ำควบคุมระยะไกลขนาดเล็ก (Mini Remotely Operated Underwater Vehicle : Mini-ROV) หุ่นยนต์ตรวจสอบภายในท่อ (In-pipe Inspection Robot : IPIR) และหุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติไร้สาย (Autonomous Underwater Vehicles : AUV) นั้น ยังคงพร้อมให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยจะพิจารณาร่วมกับศูนย์ประสานกู้ภัยฯ เพื่อเลือกใช้ตามสถานการณ์และสภาพพื้นที่หน้างานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กลุ่มผู้มีจิตอาสาจาก จ.ตรัง ในนามกลุ่มคนรับจ้างเก็บรังนกนางแอ่นรวม 8 คน นำโดยนายอะลิเฟน เทศนำ ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง &amp;nbsp;พร้อมกับลูกบ้านอีก 7 คน นำสัมภาระเพื่อออกเดินทางไปสมทบในภารกิจช่วยเหลือและตามหาทั้ง 13 ชีวิตที่ จ.เชียงราย เนื่องจากมีความชำนาญในเรื่องของถ้ำ ที่แต่ละคนมีประสบการณ์ในการเก็บรังนกนางแอ่นตามถ้ำหลายจังหวัดในภาคใต้มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอะลิเฟนกล่าวว่า กลุ่มตนรับจ้างเก็บรังนกนางแอ่นใน ต.เกาะลิบง และได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงนายอำเภอกันตังและผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เพื่อขอเป็นจิตอาสาในนามชาว จ.ตรังเข้าสมทบในภารกิจดังกล่าว ซึ่งได้รับการอนุมัติและประสานกับเจ้าหน้าที่ที่ จ.เชียงรายเรียบร้อยแล้ว โดยออกเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงของสายการบินเเอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD420 ออกจากท่าอากาศยานหาดใหญ่ เวลา 13.40 น. และจะถึงท่าอากาศยานเชียงรายในเวลาประมาณ 16.10 น.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับภารกิจหลักของกลุ่มจิตอาสาจาก จ.ตรังในครั้งนี้ คือการเข้าสนับสนุนสำรวจสภาพภายในถ้ำ และค้นหาเส้นทางจุดเชื่อมโยงภายในถ้ำ และมุดลอดเข้าไปตามซอกหลืบต่างๆ ซึ่งจากประสบการณ์บางครั้งก็ต้องอาศัยเพียงแค่ใส่กางเกงชั้นในเพียงตัวเดียวเท่านั้นในการทำงาน โดยเชื่อมั่นว่าจากการที่ต้องทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับถ้ำมานาน น่าจะสามารถนำมาปรับใช้ในสถานการณ์นี้ได้ ส่วนเครื่องมือต่างๆ ทั้งเชือกไนลอน เชือกส่งสัญญาณ มีด ไฟฉาย และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ ได้ประสานให้ในพื้นที่จัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และเมื่อเดินทางไปถึงสามารถเข้าช่วยเหลือได้ในทันที
พระครูบาบุญชุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร พระเกจิดังเมืองล้านนา และญาติของนักฟุตบอลและโค้ชทั้ง 13 คน รวมทั้งนายอำเภอ และคุณนายพัชรี ยิ้มแย้ม ได้ทำพิธีเปิดถ้ำและขอขมาบริเวณศาลเจ้าแม่นางนอน โดยชาวบ้านเชื่อว่าพระครูบาบุญชุ่มเคยเป็นคนรักเก่าของเจ้าแม่นางนอน ซึ่งมาทำพิธีเปิดทางให้ค้นหาเด็กให้เจอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เป็นลูกศิษย์ลูกหากพระครูบาบุญชุ่มเผยว่า ครูบาบุญชุ่มท่านจะมาทำพิธีเปิดถ้ำอีกครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;ซึ่งตามธรรมเนียมของท่านแล้วนั้น ไม่ว่าท่านจะทำพิธีอะไรก็ตามมักจะทำ 2 ครั้ง และก็จะประสบผลสำเร็จทุกครั้ง จึงทำให้คนภาคเหนือเกิดความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เมื่อวานท่านบอกกับลูกศิษย์ว่า ท่านเห็นโพรงขนาดใหญ่บนเขาเหนือถ้ำนางนอน วันนี้ท่านต้องมาอีกครั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่นำรูปปั้นขนาดประมาณ 2 ศอก ลักษณะเป็นหญิงสาวมาวางไว้บริเวณจุดทำพิธี ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นรูปปั้นเจ้าแม่นางนอน โดยบรรยากาศขณะทำพิธีได้ยินเสียงสวดดังไปทั่วบริเวณ ซึ่งพ่อแม่ของทีมหมูป่าก็เข้าร่วมพิธีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากที่พระครูบาบุญชุ่มทำพิธีเปิดถ้ำ ได้กล่าวขณะเดินทางกลับท่ามกลางสื่อมวลชนว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องทำข่าวให้ดีนะ ทำข่าวให้เรียบร้อย ให้กำลังใจทุกคน ให้ทุกคนโชคดี มีความสามัคคี ขอให้ประเทศไทยได้เลือกตั้งเร็วๆ เหมือนประเทศพม่า&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันในหมู่ชาวพุทธในพื้นที่ภาคเหนือว่า พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อายุ 54 ปี &amp;nbsp;พระเกจิ 4 แผ่นดิน เป็นพระที่มีลูกศิษย์มากมายทั้งชาวไทย เมียนมา จีน และลาว แม้ปกติจะจำพรรษาอยู่วัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา แต่ทุกปีในการทำบุญคล้ายวันเกิดของท่านช่วงต้นเดือนมกราคม ท่านจะเดินทางมาที่วัดพระครูบาบุญชุ่ม บ้านเวียงแก้ว ม.5 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ท่ามกลางลูกศิษย์จากทั้งเมียนมา สิบสองปันนา สปป.ลาว รวมทั้งลูกศิษย์ชาวไทยนับหมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้มีเณรน้อยแต่งชุดพระสายครูบาล้านนา พร้อมกับคณะศรัทธาติดตามมาด้วย 7-8 &amp;nbsp;คน เมื่อเดินทางมาถึงใกล้กับบริเวณปากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปสอบถาม พบว่าต่างพูดภาษาไทยไม่ได้ มีเพียง 2 รูปในคณะที่พอจะพูดภาษาไทยได้บางคำ จึงต้องอาศัยชาวบ้านจิตอาสาในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นล่ามเฉพาะกิจในการช่วยสื่อสาร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทราบว่าเณรน้อยรูปนี้มีชื่อว่า เณรบุญยุ้ม อายุ 9 ขวบ เป็นศิษย์ของครูบาบุญมี มาจากเมืองเลน รัฐเชียงตุง ประเทศเมียนมา เดินทางมาทางรถยนต์โดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งอาจารย์คือครูบาบุญมีได้ทราบข่าวทีมหมูป่าสูญหายในถ้ำ จึงได้ส่งตนเดินทางมาเพื่อทำพิธีกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าป่าเจ้าเขาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะเจ้าแม่นางนอน ขอให้ช่วยปกป้องและปล่อยตัวเด็กออกมาอย่างปลอดภัย สิ่งใดที่เด็กหรือใครก็ตามกระทำผิดจารีตประเพณีหรือลบหลู่สิ่งใดไว้ ก็ขอขมาแทนตัวกลุ่มเด็กที่ยังหาไม่เจอ
&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; สั่งตั้งไลน์กลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ติดตามความคืบหน้าการค้นหาทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีอย่างต่อเนื่อง โดยขอบคุณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และข้าราชการทุกคนในพื้นที่ที่ทำงานอย่างหนัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ที่สำคัญนายกฯ ฝากให้กำลังใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งส่วนที่เจาะปล่องลงมาจากด้านบนเขา และหน่วยซีลที่เข้าทางภาคพื้นจนถึงโถงได้ แสดงถึงความก้าวหน้าของการทำงาน ทำให้ครอบครัวของเยาวชนและคนไทยทุกคนมีความอุ่นใจมากขึ้น และขอให้ทุกย่างก้าวของเจ้าหน้าที่ประสบความสำเร็จ โดยนายกฯ เฝ้าเอาใจช่วยอยู่ตลอดเวลา&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกคนติดตามฟังข่าวจากศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในทุกเรื่อง พร้อมทั้งสั่งการให้จัดตั้งไลน์กลุ่มศูนย์ปฏิบัติการร่วมพลเรือน ตำรวจ ทหาร โดยให้เจ้าหน้าที่ของกรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้ติดตามข้อมูลข่าวสาร ภาพของการปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ ในฐานะตัวแทนของสื่อมวลชน เพื่อกระจายข่าวสารให้สื่อมวลชนในพื้นที่ และรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์แต่ละช่วงเวลา ทำให้การปฏิบัติงานมีความเป็นเอกภาพ และทุกคนรับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงตรงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือ 13 ชีวิตว่า ขอให้กำลังใจช่วยทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่า อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อทุกอย่างจะได้ราบรื่น อีกทั้งขอให้สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันด้วย จะได้ไม่เกิดปัญหาในการทำงาน &amp;nbsp;เพราะบางครั้งมีคนจำนวนมากอาจจะทำให้จัดระบบยาก ฉะนั้นจะต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งรัฐบาลควรช่วยดูแลให้ทุกหน่วยงานทำงานไปในทิศทางเดียวกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด ด้วยเป็นห่วง เชื่อว่าถ้าน้องๆ เขาหลบอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย ไม่มีน้ำ ไม่มีโคลน ก็สามารถที่จะอยู่ได้ ก็ต้องรอการเข้าไปช่วยเหลือ ตอนนี้ทุกคนก็หวังเรื่องการเจาะถ้ำเพื่อระบายน้ำออก หรือการหาโพรงที่เข้าไปช่วยเหลือ จะประสบความสำเร็จ&amp;quot; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า กรณีสังคมโซเชียลวิเคราะห์ว่า เยาวชนนักฟุตบอลอะคาเดมีแม่สายและโค้ชรวม 13 ชีวิตอาจไม่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย แต่ถูกกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดจับกุมตัวไป เนื่องจากพื้นที่เลยขึ้นไปมีช่องว่างระหว่างดอยผาหมีกับหุบเขา เป็นพื้นที่สีแดงที่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้ลำเลียงยาเสพติด จากการตรวจสอบยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และมั่นใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;คนทำไม่ดีเขาหากินอยู่แถวนั้นอยู่แล้ว เด็กไปเที่ยวเกิดพลัดหลงปกติ&amp;quot; พล.ต.ท.สมหมายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เพจพลเมืองต่อต้าน Single Gateway เพื่อเสรีภาพและความยุติธรรม ซึ่งเป็นเพจสนับสนุนนายทักษิณ ชินวัตร วิเคราะห์ว่ากรณีทีมหมูป่าหายไปที่ถ้ำหลวง ตั้งข้อสงสัยว่าผ่านมา 7 วันแล้ว การค้นหาไม่มีความคืบหน้า เป็นไปได้หรือไม่ที่ทีมหมูป่าอาจไปเห็นอะไรเข้า เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดง โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ย.มีการยึดยาเสพติดซึ่งถูกลำเลียงออกมาจากถ้ำหลวง เหตุใดต้องใช้หน่วยซีลเข้ามาปฏิบัติการช่วยค้นหาทั้งที่อยู่ห่างไกลกันมาก และทำไมถึงไม่ใช่คนในพื้นที่ชำนาญเส้นทาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12451</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thai NavySEAL, ชัยวัฒน์ ดุษฎีพาณิชย์, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์, ทีมทีนทอล์ค, นพรัตน์ กันทะวงค์, นาฏสุดา ภูมิจำนงค์, นาวาอากาศเอกหญิง เจสสิกา เตท์, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, ราชสีห์ จิตอาสา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน่วยซีล, อูไซ เส่ง ทิป หลวง, เฟซบุ๊ก, เลอพงศ์ สวนสังข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b37778461ec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยบข่าวลือแก๊งค้ายาเสพติดจับ13ชีวิตทีมหมูป่า-ยันติดอยู่ภายในถ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.61 - พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวถึงกรณีสังคมโซเชียลวิเคราะห์ว่า เยาวชน นักฟุตบอลอะคาเดมีแม่สาย และโค้ช รวม13ชีวิตอาจแต่ถูกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดจับกุมตัวไป เนื่องจากพื้นที่เลยขึ้นไปมีช่องว่าง ระหว่างดอยผาหมีกับหุบเขาเป็นพื้นที่สีแดงที่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้ลำเลียงยาเสพติด ว่าจากการตรวจสอบยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและมั่นใจไม่เกี่ยวข้องกันกับผู้ประสบภัยทั้ง 13 คน คนทำไม่ดีเขาหากินอยู่แถวนั้นอยู่แล้ว เด็กไปเที่ยวเกิดผลัดหลงปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เพจพลเมืองต่อต้าน Single Gateway เพื่อเสรีภาพและความยุติธรรม วิเคราะห์ว่ากรณีทีมหมูป่าหายไปที่ถ้ำหลวงตั้งข้อสงสัยว่า ผ่านมา7วันแล้วการค้นหาไม่มีความคืบหน้า เป็นไปได้หรือไม่ที่ทีมหมูป่าอาจไปเห็นอะไรเข้า เพราะพื้นดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดง โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพ.ย.มีการยึดยาเสพติดซึ่งถูกลำเลียงออกมาจากถ้ำหลวง เหตุใดต้องใช้หน่วยซีลเข้ามาปฎิบัติการช่วยค้นหาทั้งที่อยู่ห่างไกลกันมากและทำไมถึงไม่ใช่คนในพื้นที่ชำนาญเส้นทาง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12434</URL_LINK>
                <HASHTAG>13ชีวิต, ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, ทีมหมูป่า, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b3767af7c052.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 22:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดจับขนข้ามโขง ยาบ้า9.4ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองสกัดจับยาบ้า 9.4 ล้านเม็ด ไอซ์ 788 กก. ทะลักข้ามโขงขึ้นฝั่งที่ชายแดนเชียงราย ด้าน ผบ.ตร.แถลงผลงานในรอบสัปดาห์ ยึดยาเสพติดล็อตมหึมามูลค่า 890 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา พ.อ.กิดากร จันทรา ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง, น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย, น.ต.ธนชัย รอดทัศนา ผบ.หมู่เรือที่ 7 และรักษาราชการหัวหน้าสถานีเรือเชียงของ, ทหารพราน ร้อย ทพ.3106 ฉก.ทพ.31, ตำรวจ สภ.เวียงแก่น, ฝ่ายปกครอง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย, ร้อย ตชด.ที่ 326 ชายแดนไทย-สปป.ลาว ได้กระจายกำลังกันออกตรวจสอบพื้นที่ในเขตรับผิดชอบ หลังได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากลงเรือ 2 ลำ ผ่านเข้ามาทางแม่น้ำโขง ขึ้นฝั่งบริเวณบ้านห้วยลึก หมู่ 4 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 ฒอ 363 กรุงเทพมหานคร ขับมาตามถนนเลียบแม่น้ำโขงสายห้วยลึก-เวียงแก่น จนถึงหมู่บ้านไทยเจริญ หมู่ 8 ต.ม่วงยาย จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบ พบเป็นรถกระบะที่ออกแบบให้มีโครงเหล็กด้านหลังเพื่อบรรทุกพืชผลทางการเกษตร แต่ปรากฏว่าคนขับได้จอดรถแล้ววิ่งหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบที่กระบะท้ายมีกระสอบวางซ้อนกันจำนวนมากโดยมีผ้าใบสีน้ำตาลคลุมไว้ เมื่อเปิดออกดูก็พบยาเสพติดจำนวนมาก ประกอบด้วย กระสอบบรรจุยาบ้าประทับตราที่ห่อหลากหลาย ทั้งตราตัวเลข 999 Y1 ฯลฯ รวมประมาณ 9,400,000 เม็ด นอกจากนี้พบถุงบรรจุชาภายในใช้บรรจุไอซ์ชนิดเกล็ดสีขาวเอาไว้จำนวน 788 ก้อน ก้อนละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 788 กิโลกรัม ประเมินมูลค่าของกลางทั้งหมดเบื้องต้นราว 1,728 ล้านบาท จึงได้ตรวจยึดไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ วันที่ 3 เมษายนนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และนางชนิญญา ชัยสุวรรณ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด ร่วมกันแถลงผลการจับกุมยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-1 เม.ย.61 จำนวน 11 คดี มีของกลางยาบ้า 1,783,263 เม็ด, ไอซ์ 703 กก., กัญชา 1,380 กก., โคเคน 671 กรัม, โคคาอีน 800 กรัม, ยาอี 90 เม็ด และคีตามีน 0.6 กรัม รวมมูลค่ายาเสพติด 890,180,900 บาท&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังตรวจยึดทรัพย์สินจากผู้ค้ายาเสพติดเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ 1 คัน รถยนต์ 9 คัน อาวุธปืน 4 กระบอกพร้อมกระสุน โทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง เงินสด 87,220 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 4,943,220 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.&amp;nbsp;กล่าวว่า ปัจจุบันเมื่อจับยาเสพติดมาก ความขาดแคลนก็จะมีมาก แต่กำลังการผลิตไม่ได้หยุด มีการเชื่อมโยงระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ตลอดเวลา เพราะเป็นกลุ่มผู้ค้าเดียวกัน เจ้าหน้าที่จึงต้องผนึกกำลังทุกองค์กร โดยเฉพาะตำรวจทุกภาคและทหารทุกกองทัพภาค ยาเสพติดทุกวันนี้เริ่มออกมาจากลำน้ำโขง เนื่องจากทางกองทัพภาคที่ 3 ได้สกัดกั้นอย่างเด็ดขาด ทำให้การขนส่งยาเสพติดเป็นไปได้ยาก จึงไหลบ่าลงมาทางฝั่งประเทศลาว ลงมาถึงตอนล่างเขตรอยต่อชายแดนกัมพูชา เพื่อจะเข้ามาในประเทศไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ทำการสกัดกั้นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สมหมายกล่าวว่า สาเหตุที่ยาเสพติดยังมีอยู่มาก เพราะประเทศไทยมีความเจริญขึ้น มีถนนที่สะดวก มีสนามบิน และการขนส่งทางน้ำ ทำให้ผู้ค้าเหล่านี้พยายามใช้ทุกเส้นทางที่ลำเลียงและซุกซ่อนยาเสพติดเข้ามาได้ แม้กระทั่งใช้สัตว์เลี้ยง บุคคล และยานพาหนะในการลำเลียงยาเข้ามา เช่น การผ่าตัวไก่แล้วนำยาเสพติดยัดใส่ไก่ก่อนเย็บปิด ใส่ยาเสพติดในก้นของวัว-ควายที่ข้ามฟากมา เป็นต้น ทั้งนี้ กองกำลังใหญ่ที่ขนยาเสพติดเข้ามาจำนวนมาก ไม่น่ากลัวเท่าแรงงานชนกลุ่มน้อยที่เข้ามา เช่น หากมีชนกลุ่มน้อยขนยาเสพติดเข้ามา 10,000 คน แต่ตำรวจจับได้แค่ 3,000 คน ยังเหลืออีก 7,000 คน ยาเสพติดจึงไม่เคยหยุด ประกอบกับราคาที่ถีบตัวขึ้น เช่น ยาบ้า ราคาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเม็ดละ 1 บาท ถ้าเข้ามาในประเทศไทยจะมีราคาสูงถึง 200 บาท หากข้ามไปอีกประเทศหนึ่ง ราคาจะสูงถึงเม็ดละ 500 บาท ส่วนไอซ์ กก.ละ 1 ล้านบาท หากถูกส่งไปประเทศที่ 3 ราคาจะสูงขึ้น คิดเป็น 1,000 คูณกิโลกรัมที่ส่งไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคาร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รายงานในที่ประชุมถึงผลการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดที่ดำเนินมาอย่างเนื่องว่ามีจำนวนเท่าไร มีใครร่วมมือกับใครบ้าง โดยรองนายกฯ เน้นย้ำว่าให้ดูแลเรื่องนี้ แม้ที่ผ่านมาจะมีการจับกุมได้อย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องดังกล่าวยังคงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่กระทบกับเยาวชน และสังคม จึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไข.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6395</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ต.ธนชัย รอดทัศนา, น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ, นรข., พ.อ.กิดากร จันทรา, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, ยาบ้า, ยาไอซ์, ยึดยาเสพติดล็อตมหึมามูลค่า 890 ล้าน, สกัดจับยาบ้า 9.4 ล้านเม็ด ไอซ์ 788 กก., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาวุธปืน, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac381cbbd9f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
