<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีปี๊บคืนโฉนดที่ดินทั่วปท. ชาวอีสานเชียร์ประวิตรสู้ๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; โชว์ผลงานคืนโฉนดที่ดินประชาชนทั่วประเทศ สั่งตำรวจลุยกวาดล้างมาเฟียนอกระบบให้เกลี้ยง คนอีสานปลื้มแห่มอบดอกไม้-ผูกผ้าขาวม้าขอบคุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานอเนกประสงศ์ ศาลาว่าการจังหวัดกาฬสินธุ์ (หลังเก่า) เมื่อวันที่ 20 กันยายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีมอบคืนโฉนดให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาไม่เป็นธรรม &amp;nbsp;ครั้งที่ 3 จาก 12 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย ขอนแก่น นครพนม บึงกาฬ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี และกาฬสินธุ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชัยวัตน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะที่ผ่านมาหลายรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหา และจากนี้ไปอยากให้ตำรวจขับเคลื่อนนโยบายแบบบูรณาการ เพื่อทำให้เกิดความเป็นธรรมทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่ได้มีการคืนโฉนดให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งได้รับความไม่เป็นธรรมจากการทำสัญญากู้ยืม โดยสามารถไกล่เกลี่ย 4,236 ราย จำนวน 3,285 โฉนด เนื้อที่ 10,618 ไร่ 30 งาน 3.7 ตารางวา ตรวจยึดรถยนต์ 121 คัน ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 504 คัน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 4,273,504,227 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะทำคนยากจนเข้าสู่ระบบแหล่งการเงินมากขึ้น โดยไม่ต้องพึงแหล่งเงินกู้นอกระบบ และสนับสนุนระบบฟิโกไฟแนนซ์เยอะๆ ทำให้นายทุนเข้าสู่ระบบมากที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนมีหนี้สิน ในส่วนของเกษตรกร สามารถไปกู้ยืมได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือกองทุนต่างๆ ที่รัฐบาลได้วางแนวทางไว้ รัฐบาลจะช่วยเรื่องของสินเชื่อเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้และมีแหล่งกู้ยืมเงินทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น อีกทั้งห่วงใยราคาข้าว อ้อย และผลผลิตทางการเกษตรที่ราคาตก ซึ่งพยายามลดต้นทุน ราคาปุ๋ย และอื่นๆ ให้ถูกลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้ให้ตำรวจกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีศูนย์ดำรงธรรมและศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับเรื่องราวร้องทุกข์และดำเนินการกวาดล้างหนี้นอกระบบให้หมดไป โดยวันนี้มีการแจกจ่ายพร้อมกันทั่วทุกภาคในประเทศไทย ซึ่งปลื้มใจที่เห็นประชาชนได้รับโฉนดคืนเนื่องจากบางคนถูกยึดนานกว่า 30 ปี โดยภาพรวมส่วนถือว่าเป็นที่พอใจ และไม่หยุดแค่เพียงเท่านี้ หลายหน่วยงานต้องเข้ามาบูรณาการร่วมกัน เนื่องจากต้องใช้บุคลากรเจ้าหน้าที่จำนวนมากในการเข้าไปร่วมไกล่เกลี่ย อาจทำให้ล่าช้าไปบ้าง แต่ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า จะเดินหน้าปราบปรามบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการเจรจาประนอมหนี้กับนายทุนและชาวบ้าน นำมาตรการฟอกเงินมาบังคับใช้ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยจากการบูรณาการร่วมกันบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สามารถคืนโฉนดให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกว่า 8,000 รายทั่วประเทศ เป็นจำนวนกว่า 7,000 โฉนด มูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติบูรณาการร่วมกับกระทรวงการคลัง สร้างแหล่งเงินกู้อย่างถาวรยั่งยืน ในพื้นถิ่นตำบลหมู่บ้าน และจังหวัด ผ่านฟิโกไฟแนนซ์ และนาโนไฟแนนซ์ เพื่อที่จะให้ชาวบ้านมีแหล่งเงินกู้โดยไม่มีหลักประกัน และเพื่อเป็นการตัดวงจรไม่ให้ชาวบ้านนำโฉนดที่ดินกลับไปสู่นายทุนอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น พี่น้องประชาชนต่างยินดี บางคนก็ร้องไห้ด้วยความดีใจ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี ได้มีชาวบ้านนำช่อดอกไม้และผ้าขาวม้ามาคาดที่เอวของ พล.อ.ประวิตร เพื่อแสดงความขอบคุณ ที่ช่วยจัดการคืนที่ให้กับประชาชน นอกจากนี้ หลายคนได้ส่งเสียงให้กำลังใจว่า &amp;quot;ท่านประวิตร สู้ ๆ &amp;quot; พร้อมโผเข้ากอด พล.อ.ประวิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และตัวแทนเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคอีสานตอนล่าง ได้ร่วมกันทำพิธีมอบคืนโฉนดที่ดิน คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ในห้วงที่สอง สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยให้กับประชาชนจำนวน 826 ราย คืนโฉนดที่ดินให้กับประชาชนได้จำนวน 823 ฉบับ ยอดรวมเนื้อที่ดินในโฉนดมากกว่า 2,900 ไร่ นอกจากนี้ยังสามารถคืนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ให้กับประชาชนได้อีกรวม 22 คัน รวมทรัพย์สินทั้งโฉนดที่ดิน รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่นำกลับมามอบคืนให้กับประชาชนในครั้งนี้ จำนวนมากกว่า 300 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ลานอินทนนท์ ตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) พร้อมด้วยนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และผู้แทนจังหวัดภาคเหนือตอนบน ตลอดจนตัวแทนหน่วยงาน ทหาร ฝ่ายปกครอง ที่ดินจังหวัด และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมทำพิธีส่งมอบคืนโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน ครั้งที่ 2 โดยสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยคืนโฉนดที่ดินได้จำนวน 346 ราย จำนวน 327 ฉบับ รวมเนื้อที่ 431 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา, รถยนต์ 11 คัน, จักรยานยนต์ 19 คัน และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 454,915,275.00 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณถนนราชดำเนิน หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรมตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน ปราบปรามการปล่อยเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย สร้างความเป็นธรรมคืนสู่ประชาชน ครั้งที่ 2 โดยสามารถยึดทรัพย์สินอันได้มาเนื่องจากกระทำความผิดในคดีที่เกี่ยวกับหนี้นอกระบบ เป็นโฉนด 285 ราย สามารถไกล่เกลี่ยและส่งมอบคืนโฉนดได้ 27 ราย และสามารถยึดรถจัรยานยนต์ 250 ราย และรถยนต์ 16 ราย และสามารถไกล่เกลี่ยและส่งมอบคืนรถจักรยานยนต์และรถยนต์ รวม 195 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมใหญ่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เป็นประธานในพิธี &amp;ldquo;คืนความสุขให้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม&amp;rdquo; ซึ่งในส่วนของกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;สามารถคืนทรัพย์สินให้ประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ 38 ราย ประกอบด้วย โฉนดที่ดิน 1 ฉบับ, รถยนต์ 1 คัน, รถจักรยานยนต์ 31 คัน, สมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่ม รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน บช.น. ได้รับการร้องเรียนประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ จำนวน 120 ราย สืบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 50 เรื่อง สามารถดำเนินคดีกับนายทุนเงินกู้ได้แล้ว 29 ราย พร้อมยึดทรัพย์สินหลายรายการ ตลอดจนเจรจาไกล่เกลี่ย ปรับโครงสร้างหนี้และคืนทรัพย์สินข้างต้นให้กับประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18077</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.ท.ชัยวัตน์ เกตุวรชัย, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3a8483ef4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจ๊กรายงานกงสุล สรุปไม่มีเหตุข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; เข้ารายงานกงสุลอังกฤษสรุปผลสอบแหม่มผู้ดีอ้างถูกมอมยา-ข่มขืนที่หาดทรายรี เกาะเต่า ยืนยันเป็นการกุเรื่องขึ้นมา 100% ยกหลักฐานเด็ดคืนเกิดเหตุขึ้น 14 ค่ำ น้ำท่วมหาดนั่งไม่ได้ และหากจะอุ้มไปข่มขืนที่โขดหินก็ต้องลุยน้ำไป ทั้งวันดังกล่าวมีการถ่ายสดบอลโลก นักท่องเที่ยวขวักไขว่ เจ้าหน้าที่รักษาการณ์เต็มพิกัดก็ย่อมมีคนเห็น 2 เพจดังซวย เจอดำเนินคดีฐานแพร่ข่าวเท็จ คนแชร์ก็ผิดด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมนี้ กรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษร้องผ่านสื่อถูกวางยาข่มขืนที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ ว่า ในเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทำความจริงให้ปรากฏ ส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ขณะนี้สอบพยานผู้เกี่ยวข้องไปแล้วประมาณ 20 ปาก ถ้าพบว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามข่าวที่เกิดขึ้นจริง ผู้เสียหายยังสามารถเข้าแจ้งความได้ แต่ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยอะไรมาก ถ้าพูดไปอาจจะคาดเคลื่อนได้ อีกไม่กี่วันคงเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า การลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเเที่ยว ตนได้รับรายงานเบื้องต้นแล้ว ได้ผลหลายอย่าง เบื้องต้นต้องพิสูจน์ให้ทราบก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร หลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้น ประเทศไทยได้รับผลกระทบเรื่องชื่อเสียง ซึ่งหากไม่มีมูล ในส่วนของเว็บไซต์หรือโซเชียลที่นำเสนออะไรก็แล้วแต่ที่กระทบต่อความเสียหายของประเทศหรือภาพลักษณ์ของประเทศ ต้องดำเนินคดีอยู่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้เราให้ความสำคัญ จึงได้ประสานกับสถานทูตเพื่อติดต่อกับผู้เสียหาย ต้องพิสูจน์กันต่อไป เราทำงานเต็มที่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ&amp;quot;
บิ๊กโจ๊กพบกงสุลอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์ รอง ผบช.สพฐ., พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. และตำรวจกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าพบนายพอล เคย์ กงสุลใหญ่ประจำสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เพื่อรายงานข้อเท็จจริง ชี้แจงกรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษปรากฏเป็นข่าวถูกข่มขืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ และคณะ ได้นำรายงานข้อเท็จจริงที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และการจำลองเหตุการณ์ ตลอดจนการสอบปากคำพยานแวดล้อม เสนอต่อนายพอล เคย์ โดยใช้เวลาในการหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเข้าพบ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ตนนำหนังสือจาก ผบ.ตร. ซึ่งเป็นรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดเสนอต่อกงสุลใหญ่ สรุปว่า การตรวจสอบตามคำสั่งของ ผบ.ตร.ถือว่าจบสมบูรณ์แบบ สามารถยืนยันได้ว่าจากร่องรอยวัตถุพยาน การสอบปากคำพยาน และการจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงตามสภาพแวดล้อม รวมทั้งตรวจสอบในที่เกิดเหตุเพื่อหาพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มีการจำลองเหตุการณ์ตามรายละเอียดที่ทางผู้เสียหายระบุว่า รู้สึกเหมือนถูกมอมยาอยู่ที่ร้านลีโอ บาร์ ถูกอุ้มมาข่มขืนที่บริเวณลานหิน จปร. โดยจุดดังกล่าวมีระยะห่างจากบาร์ 300 เมตร &amp;nbsp;
ผลสอบสรุปชัดไม่มีเหตุข่มขืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้จำลองเหตุการณ์เสมือนจริง มีการตรวจสอบน้ำขึ้น-น้ำลง ปรากฏว่า ในคืนวันเกิดเหตุ วันที่ 25-26 มิถุนายน เป็นวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลบอลโลก ซึ่งทางผู้เสียหายอ้างว่าได้นั่งดื่มกินอยู่ที่ริมหาด แต่จากการสอบปากคำพยาน ตรวจสอบระดับน้ำขึ้น-ลง พบว่าห้วงเวลาดังกล่าวระดับน้ำสูงถึง 400 เมตร ขึ้นมาจนถึงฝั่ง ไม่มีใครสามารถนั่งดื่มที่บริเวณนั้นได้ ซึ่งหากเป็นไปตามที่ผู้เสียหายอ้างว่ามีการอุ้มไปที่โขดหิน จปร.จริง ก็ต้องเป็นการอุ้มไปในน้ำ ซึ่งถ้าเดินในน้ำถือว่าผิดปกติมากถ้าเทียบกับสถานการณ์ขณะนั้น เนื่องจากในวันดังกล่าวมีประชาชนนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก การเดินไปยังจุดเกิดเหตุจะต้องเดินลุยน้ำทะเลไปยังโขดหินซึ่งจะเป็นจุดสนใจ และมีการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยบริเวณริมชายหาด จึงไม่สามารถเป็นไปตามคำกล่าวอ้างนั้นได้ ทำให้สรุปได้ว่าไม่มีการวางยาและการข่มขืนเกิดขึ้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ทท.กล่าวว่า นอกจากนี้ยังสอดรับกับทางกงสุลใหญ่ที่ระบุว่า หลังเกิดเหตุไม่ได้รับแจ้งเหตุจากผู้เสียหายแต่อย่างใด มีเพียงแค่ผู้เสียหายเดินทางกลับไปให้ข้อมูลกับทางหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของประเทศอังกฤษ ซึ่งการที่เรานำข้อมูลเป็นรายงานนำเสนอต่อทางกงสุลใหญ่ ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าทางการไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เรามีความตั้งใจจริง และไม่ตำหนิฝ่ายใดทั้งสิ้น สิ่งที่เราทำก็คือการทำความจริงให้ปรากฏ ทำให้สถานทูตอังกฤษเห็นถึงความตั้งใจจริงของทางการไทยที่จะค้นหาความจริง โดยหลังจากนี้ทางสถานทูตอังกฤษจะประสานไปทางประเทศอังกฤษ เพื่อที่จะขอคำให้การของผู้เสียหายที่ไปให้ปากคำกับตำรวจอังกฤษ รวมทั้งขอร่องรอยวัตถุพยาน เช่น เสื้อผ้าที่มีคราบอสุจิติดอยู่ที่ทางผู้เสียหายให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ ส่งกลับมาให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานดำเนินการตรวจสอบต่อไป ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอย่างเร็วที่สุดภายใน 1 เดือน ก่อนที่จะประสานทางสถานทูตอีกครั้ง&amp;nbsp;
ออกหมายจับ 2 เพจดัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ประเด็นพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความนั้น จากการตรวจสอบไม่มีการแจ้งว่าถูกข่มขืน มีแต่การแจ้งเรื่องทรัพย์สินสูญหาย เพราะฉะนั้นการดำเนินการทั้งหมด ทาง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รวมถึงตน ขอยืนยันว่าเราจะไม่ปกป้องเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่แม่ของผู้เสียหายบอกจะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีนั้น ทางแม่ของผู้เสียหายไม่ใช่พยานบุคคลสำคัญ จึงไม่มีผลต่อรูปคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะมีการออกหมายจับเจ้าของเพจ 2 เพจ คือเพจสมุยไทม์ และเพจ CSI LA ที่โพสต์ข้อความเหตุการณ์ดังกล่าวจนสร้างความเสื่อมเสียทางด้านการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้สามารถพิสูจน์ตัวตนของเจ้าของเพจได้แล้ว และคาดว่าน่าจะมีการออกหมายจับได้ภายในวันเดียวกัน ในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมทั้งคนแชร์ข้อมูลก็มีความผิดด้วย ก็จะออกหมายเรียกเข้ามาให้ข้อมูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้พบการแจ้งความเท็จของชาวต่างชาติ ทำให้เกิดความเสื่อมเสียทางด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวม 4 คดี ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เกาะสมุย และเกาะเต่า ซึ่งทางตำรวจได้ดำเนินการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเป็นที่แน่ชัดว่าไม่มีเหตุจริงตามกล่าวอ้าง จึงได้ดำเนินคดีไปตามขั้นตอน ในฐานความผิดแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ก่อนยกเลิกวีซ่าขึ้นแบล็กลิสต์ถาวรไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการพูดคุยในครั้งนี้ ทางกงสุลใหญ่ท่านก็ได้ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการหาข้อเท็จจริงดังกล่าว ที่ตำรวจของไทยสามารถหาพยานหลักฐานมาหักล้างและทำงานอย่างเต็มที่ สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงขณะนี้ถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์ 100% แล้ว รอเพียงพยานหลักฐานใหม่เท่านั้น&amp;quot; รอง ผบช.ทท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันพุธ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีที่ สภ.เกาะเต่า ก่อนจะแถลงว่า จากการประชุมร่วมกับตำรวจ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และจากการตรวจสอบลงพื้นที่เก็บข้อมูล เก็บหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำพยานไปกว่า 20 ปาก ได้ข้อสรุปเบื้องต้นยังไม่พบข้อบ่งชี้ใดๆ ว่าภายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์มอมยาและข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษในพื้นที่หาดทรายรี บนเกาะเต่าแต่อย่างใด และได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว พร้อมกันนี้ ภายใน 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 30-31 ส.ค.61 คดีนี้จะสามารถสรุปและปิดคดีให้ได้ ไม่ว่าคดีนี้จะมีมูลหรือไม่มีมูลก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี ว่า พนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่ากำลังพิจารณาจะออกหนังสือผ่านกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 แจ้งไปยังสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยให้ช่วยประสานผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำ&amp;nbsp;โดยได้อธิบายถึงข้อกฎหมายของไทยเกี่ยวกับอายุความของคดีที่จะครบกำหนดในวันที่ 25 ก.ย.นี้ นับตั้งแต่วันเกิดเหตุที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างกับสื่อประเทศอังกฤษ ทางไทยจึงมีความจำเป็นต้องสอบปากคำผู้เสียหาย รวมทั้งตรวจร่างกายทางการแพทย์&amp;nbsp;แต่หากผู้เสียหายไม่สะดวกจะเดินทางมาภายในอายุความ สามารถให้ทางสถานทูตอังกฤษเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้คดีความหมดอายุ ซึ่งหากเหตุเกิดขึ้นจริง การไปแจ้งความแล้วพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้ง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16502</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87edc86f7ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์บินด่วนลงภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ บินภูเก็ตตามเหตุเรือล่ม-เยี่ยมผู้ประสบภัย ทัพเรือภาค 3 ปรับแผนค้นหาผู้สูญหาย ยังไม่พบเพิ่ม ทูตจีนบี้ไทยหาให้ครบทุกคน รัฐ-เอกชนร่วมดูแลญาติเหยื่อเต็มที่ พร้อมเร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทน กรมเจ้าท่ายกเลิกใบอนุญาตเรือฟีนิกซ์-เซเรนาต้าแล้ว ตร.เดินหน้าดำเนินคดี สาวคนผิดเพิ่ม ยันประมาททั้ง 2 ลำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ก.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ จะเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประภัยและผู้ค้นหาผู้สูญหายจากกรณีอุบัติเหตุเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต รวมทั้งติดตามการช่วยเหลือเยียวยา การอำนวยความสะดวกกับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต รวมถึงจะติดตามการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จ.ภูเก็ต เวลา 16.00 น. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, &amp;nbsp;พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการช่วยเหลือค้นหาผู้ประสบภัยเรือล่ม ซึ่งผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 41 ราย ค้นหา 15 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระศักดิ์กล่าวว่า การมอบศพคืนญาติต้องให้ข้อมูลสัมพันธ์กันกับญาติจริง หากต้องมีค่าใช้จ่ายทางรัฐบาลยินดีทำพิธีกรรมทางศาสนาให้หากญาติต้องการ โดยดูแลอำนวยความสะดวกแก่ญาติที่เข้ามาติดต่อในการให้บริการรถรับ-ส่งโรงแรมที่พัก โทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศฟรี ขณะนี้ภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ตจัดที่พักพร้อมอาหารให้ฟรี จำนวน 500 ห้อง เชื่อว่าจะมีญาติเข้ามาติดต่อจำนวนหลายร้อยคนขึ้นไป มีรถบริการเพียงพอ มีศพบางศพพร้อมส่งคืนได้ อยู่ระหว่างรอญาติมาติดต่อ ส่วนการค้นหาดำเนินการต่อไป การค้นหาสาเหตุอย่างเข้มงวด และการช่วยญาติตามความต้องการของญาติที่ติดต่อเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้สึกเสียใจ สะเทือนใจไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจ (จากนั้นได้ยืนพร้อมกันโค้งคำนับต่อการเกิดเหตุครั้งนี้) ตอนนี้จำนวนศพยังอยู่ที่ 41 ราย ส่วนศพที่เรือทับอยู่นั้นยังไม่นับ ถ้าเอาขึ้นมายังไม่นับ ขอให้เอาขึ้นมาก่อนจึงนับเพิ่มจำนวนศพได้ และเมื่อพลิกเรือ เอาศพออกมานั้น อาจมีอีกหลายรายเพิ่มขึ้นมาก็เป็นได้ หรืออาจไม่มี แต่ตอนนี้มี 1 รายที่ติดใต้ท้องเรือ&amp;quot; นายวีระศักดิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้ประสบเหตุ มีการตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้ประสบเหตุที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ที่ รพ.วชิระภูเก็ต ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ติดต่อโทร.ถามข้อมูลทั่วไปได้ 0-7668-5394-5&amp;nbsp;
ยันดูแลเหตุเรือล่มเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี รองนายกฯ และอีกหลายคนในคณะรัฐบาล ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ได้ขอให้ดูแลอย่างเต็มที่กับหน่วยงานต่างๆ ในการติดตามช่วยเหลือค้นหาและทางคดี ต้องไปให้สุดทาง ไม่ละเว้นใคร ให้ตรวจสอบเข้มงวดระวังเหตุไม่ให้เกิดขึ้นอีก หากสิ่งใดขาดไปในการช่วยเหลือค้นหานั้น ทางการจีนยินดีสนับสนุนความร่วมมืออย่างเต็มที่ เป็นความร่วมมือเป็นพิเศษอย่างยิ่ง เป็นการเกิดอุบัติภัยทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดรองจากภัยสึนามิ ซึ่งเหตุการณ์นี้ถ้าร่วมกันคลี่คลายช่วยเหลือไปได้ด้วยดี จะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ในการสร้างความเชื่อมั่น เกิดความมั่นใจของทุกฝ่ายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนรภัทรกล่าวว่า ความคืบหน้าศพยังไม่พบเพิ่มเติม แต่จะค้นหาต่อเนื่องทางพื้นผิวน้ำ ทางอากาศ บูรณาการร่วมกับจังหวัดพังงา กระบี่ อย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง ซึ่งทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จึงไม่สามารถคิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายในการค้นหาตามที่สื่อมวลชนจีนถามถึงค่าใช้จ่ายในการค้นหาได้ ทุกอย่างฟรีหมด ไม่คิดมูลค่า ทุกคนมาด้วยใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.สมนึกกล่าวว่า ทำการลาดตระเวนค้นหาในทะเลต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน ร่วมกับเรือตำรวจน้ำและเรือประมง ดำเนินการค้นหาขยายพื้นที่ทางอากาศ ค้นหาศพที่คาดว่าเริ่มลอยขึ้นผิวน้ำ และได้จัดหน่วยค้นหาทางบก เดินลาดตระเวนทางเท้าบริเวณชายหาดที่คาดว่าอาจลอยขึ้นมาติด แต่ยังไม่พบ เราทำต่อเนื่องเพื่อต้องการค้นพบให้ได้ทั้งหมด ส่วนศพที่ติดอยู่ใต้ท้องเรือ ตั้งใจนำออกมา แต่เครื่องมือไม่พร้อมในการเป่าให้ทรายเป็นร่องเพื่อดึงศพออกมา ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีคลื่นแรงกระแสน้ำลึก 45 เมตร จึงเริ่มดำเนินการใหม่ในวันที่ 9 ก.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สรศักดิ์กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นมี 2 คดี คือ เรือเซเรนาต้า คดีอาญาที่ 1104/2561 ได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับนายเมธา หลิมสกุล อายุ 56 ปี กัปตันเรือเซเรนาต้า และนายเผิง ค้าชิง อานุ 26 ปี ผู้จัดการบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด (สัญชาติไทย) จะไปร่วมสอบสวนและเร่งรัดคดีนี้อย่างใกล้ชิด แจ้งข้อกล่าวหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และคดีที่ 1105/2561 ดำเนินคดีกับนายสมจริง บุญธรรม อายุ 50 ปี กัปตันเรือฟีนิกซ์ เมื่อเหตุเกิดได้รวบรวมพยานหลักฐานเริ่มจากกัปตันเรือสอบสวนขยายผลไปเรื่อยๆ สาวถึงใครก็ดำเนินคดี ถ้าพบว่ามีความผิดร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้เรียกผู้ต้องหา 2 คดีมาสอบปากคำที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต จะต้องแจ้งข้อหาเพิ่มอีก ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน โดยสืบสวนสอบสวนจากพยานจากผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธ ได้สอบปากคำทุกปากที่เกี่ยวข้องกว่า 40 ปาก ยืนยันได้ว่าที่เขากระทำแจ้งข้อหาได้ว่าประมาทใน 2 คดีนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า ศพนักท่องเที่ยวจำนวน 41 ราย แยกเป็นเด็กชาย 8 ราย เด็กหญิง 5 ราย ผู้ชาย 10 ราย ผู้หญิง 18 ราย ในจำนวน 41 รายได้ตรวจชันสูตรพลิกศพโดยแพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ในการพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์ ดีเอ็นเอ ตรวจฟัน ลายนิ้วมือ เสร็จแล้วทั้ง 41 รายแล้ว ส่วนพิสูจน์หลักฐานจากรูปถ่ายก่อนเกิดเหตุ สอบถามข้อมูลจากญาติ ทำให้ระบุได้ว่าผู้ตายเป็นใคร และมีภาพที่ส่งมาจากท่าเรือก่อนกลุ่มนักท่องเที่ยวลงเรือ จำนวน 33 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งข้อมูลจากตรวจคนเข้าเมือง ส่งภาพนักท่องเที่ยวจำนวน 97 รายมาพร้อมกัน ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบมากขึ้น ในการเปรียบเทียบข้อมูลกับญาติกับข้อมูลศพ สามารถตรวจพิสูจน์ได้ตรงจำนวน 7 ราย และเร่งตรวจพิสูจน์อย่างต่อเนื่อง คาดว่าวันที่ 9 ก.ค. คงได้ตัวเลขคืบหน้ามากกว่านี้ ส่วนศพตั้งไว้ที่วัดโฆษิตวิหาร มีตู้คอนเทนเนอร์และโลงเย็นบรรจุอย่างดีและสมเกียรติ จะมีการจัดพิธีให้อย่างดีที่สุด
ทูตจีนบี้หาให้พบทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายหลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า ทางการจีนให้ความสำคัญในการร่วมกันจัดการอุบัติเหตุ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญได้ให้ความร่วมมือไทย-จีน ดำเนินไปรอบด้านทุกอย่าง ตอนนี้ยังมีชาวจีนหายไป ยังหาไม่เจอ จะทำการค้นหาต่อไปจนกว่าจะเจอ ขอให้หน่วยงานของไทยและจีน ต้องพยายาม 100% ให้เต็มที่ในการค้นหาชาวจีนให้ครบทุกคน รวมทั้งเรื่องคดี ตำรวจรับแจ้งทำคดีแล้ว ทางผู้เชี่ยวชาญจีนส่งคนร่วมสอบสวนหาสาเหตุครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางการไทยแจ้งว่า มีการตั้งจุดอำนวยความสะดวกที่สนามบินภูเก็ต ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต มีล่ามแปลทุกจุด และมีตั้งศูนย์ข้อมูลที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต โดยผู้นำของไทยและจีนติดตามเรื่องนี้ มีคำสั่งให้ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เร่งด่วนรอบด้านทุกด้าน และขอให้ไทยรักษาศพชาวจีนอย่างเรียบร้อย รักษาในสิทธิมนุษยชนของชาวจีนทุกคน รวมทั้งญาติผู้ประสบเหตุได้เข้ามาติดต่อแล้วจำนวนกว่า 50 ครอบครัว ขอให้ดูแลอำนวยความสะดวกญาติผู้ประสบเหตุให้ดีที่สุดด้วย ขอย้ำอีกครั้งว่า การค้นหาต้องเร็วที่สุด และหวังว่าเรื่องไม่ดีจะเป็นเรื่องดีได้ ทางการไทยต้องมีความปลอดภัยให้มากที่สุด เพื่อส่งเสริมความร่วมมือการท่องเที่ยวร่วมกัน เป็นการยกระดับการท่องเที่ยวของไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต &amp;nbsp;นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;เปิดเผยว่า มีญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่เดินทางมาจากต่างประเทศ มาลงทะเบียนที่จุดบริการสนามบินนานาชาติภูเก็ตแล้ว 73 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 พล.ร.ท.สมนึก &amp;nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยว่า ที่สรุปผลการประชุมให้ดำเนินการควบคู่กันไประหว่างการเก็บร่างผู้เสียชีวิตและการพลิกเรือ เก็บกู้เรือ ทั้งนี้ การพลิกเรือและกู้เรือ ให้กรมเจ้าท่าเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติกำหนดมาตรการในการค้นหาเพิ่มเติม โดยให้หมวดรักษาความสงบเรียบร้อยทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยเกาะภูเก็ต และเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยเกาะลันตาน้อย สำรวจพื้นที่ชายหาดและเกาะแก่งในพื้นที่รับผิดชอบทางเท้าเพื่อค้นหากรณีมีร่างผู้เสียชีวิตขึ้นตามชายหาดและเกาะต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้ปรับพื้นที่การค้นหาไปทางตะวันออก บริเวณระหว่างเกาะยาว-เกาะพีพี ตามที่กรมอุทกศาสตร์ ( อศ.) กองทัพเรือได้ทำนาย และให้ทำการสำรวจภายในตัวเรืออีกครั้ง ให้แน่ใจว่าไม่มีร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในตัวเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว มีการประสานงานแบบบูรณาการร่วมกับจังหวัดภูเก็ต, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, บริษัทสายการบิน, ด่านตรวจคนเข้าเมือง ทภก., ศุลกากร, สถานกงสุลจีน, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจภูธรสาคู, สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ), สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (เอทีทีเอ), สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (พีทีเอ) และชมรมมัคคุเทศก์ภาษาจีนจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุและการประสานญาติผู้เสียชีวิต ในการดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศูนย์ดังกล่าวฯ จัดตั้ง 3 บริเวณ ดังนี้ 1.ห้องโถงเช็กอินผู้โดยสารขาออก ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0-7635-2363 2.ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0-7635-2363 และ 3.ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 0-7635-1005 และสามารถส่งข้อมูลผ่าน E-mail: pornpawee.n@airportthai.co.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ยกเลิกใบอนุญาตทั้ง 2 ลำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการยกเลิกทะเบียนเรือและใบอนุญาตใช้เรือฟีนิกซ์และเรือเซเรนาต้า รวมถึงยกเลิกใบประกาศนียบัตรรับรองความรู้ความสามารถของผู้ควบคุมเรือทั้ง 2 ลำแล้ว หลังเกิดอับปางลงที่ จ.ภูเก็ต ทั้งนี้ ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัย ชัยวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้แทนภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดภูเก็ต สภาทนายความจังหวัดภูเก็ต และบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด กล่าวว่า ภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ตได้แสดงเจตจำนงในการช่วยเหลือในเหตุการณ์ในครั้งนี้ ได้แก่ การจัดที่พักให้ฟรีแก่ญาติผู้ประสบภัยจากต่างประเทศจนถึงวันเดินทางกลับ จัดรถรับ-ส่งแก่ญาติผู้ประสบภัยในระหว่างการเดินทาง &amp;nbsp;จัดทีมมัคคุเทศก์และอาสาสมัครล่ามภาษาจีนอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานจนเสร็จสิ้นกระบวนการและจัดทีมทนายความให้ความรู้ในสิทธิที่ผู้ประสบภัยและครอบครัวพึงจะได้รับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ตลงพื้นที่ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวผู้ประสบภัยที่อยู่ในเรือทั้งสองลำได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยเรือฟีนิกซ์มีบริษัท T.C.BLUE DREAM จำกัด ได้มีกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ไว้กับ บมจ.กรุงเทพประกันภัย จำนวน 2 ฉบับ ในส่วนของเรือเซเรนาต้า ซึ่งมีบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด จำนวน 1 ฉบับ ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลือในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ให้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้บาดเจ็บและทายาทผู้เสียชีวิตได้รับค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า บริษัทนำเที่ยว T.C. Blue Dream จำกัด ได้มีการทำประกันภัยมัคคุเทศก์ไว้กับบริษัทจำนวน 2 กรมธรรม์ มีจำนวนผู้เอาประกันภัยรวม 94 คน และบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด จำนวน 1 กรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยรวม 33 คน โดยให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยกรณีเสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท และค่ารักษาพยาบาลรายละ 5 แสนบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทได้ส่งเจ้าหน้าที่เร่งประสานงานกับโรงพยาบาลเพื่อดำเนินการดูแลค่ารักษาพยาบาลอย่างดีที่สุด ยืนยันพร้อมที่จะดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ประสบภัยในครั้งนี้อย่างเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13018</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรุตม์ วิศาลจิตร, นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, นายนรภัทร ปลอดทอง, นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล, พนัส ธีรวณิชย์กุล, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, สุทธิพล ทวีชัยการ, สุรชัย ชัยวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลู่ย์ เจี้ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180708/image_big_5b422bd0b891c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง&#039;ผบ.กองพัน&#039;169นาย มอบเหรียญผู้ว่าฯโดนเด้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ผบ.ทบ.&amp;quot; เซ็นคำสั่งปรับย้ายผู้บังคับกองพัน 169 นาย &amp;quot;บูรพาพยัคฆ์&amp;quot; ขยับเก้าอี้คึกคัก น้องรัก &amp;quot;มทภ.1&amp;quot; นั่ง ผบ.ร.1 พัน 2 รอ. &amp;quot;พ.ท.ณัฐภัทร&amp;quot; เข้ากรุงคุมกองพันทหารเกณฑ์ดารา &amp;quot;สีกากี&amp;quot; ปรับตัวเร่งยกระดับงานบริการโรงพัก &amp;quot;ปส.&amp;quot; มอบเหรียญสยบไพรีชื่นชม &amp;quot;ผู้ว่าฯ ชุมพร&amp;quot; ปราบยาเสพติดดีเด่น ก่อนต้องไปเข้ากรุผู้ตรวจกระทรวงตามมติ ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 เม.ย. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบก ที่ 250/2561 เรื่องให้นายทหารรับราชการ และปรับระดับเงินเดือน จำนวน 169 นาย หรือการปรับย้ายระดับผู้บังคับกองพัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับย้ายระดับผู้บังคับกองพันครั้งนี้ ที่น่าสนใจเป็นในส่วนของกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) หรือบูรพาพยัคฆ์ มีหลายตำแหน่งที่น่าสนใจ เช่น พ.ท.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ร.12 พัน 2 รอ. เป็น ผบ.ร.12 พัน 3 รอ., พ.ท.ภาณุ ขวัญสุวรรณ รองเสธ.ร.12 รอ. น้องรักของ พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผบ.ร.1 พัน.2 รอ., พ.อ.ไชยปราการ พิมพ์จินดา เสธ.ร.21 รอ. เป็นรอง ผบ.ร.21 รอ., &amp;nbsp;พ.อ.สมพร โตภาพ รองเสธ.พล.ร.2 รอ. เป็นเสธ.ร.21 รอ., พ.ท.อภิชัย จูสนิท ผบ.ร.12 พัน 1 รอ. เป็น เสธ.ร.12 รอ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.พรพิสุศ์ บุญรอด หน.ฝกม.พล.ร.2 รอ. เป็น ผบ.ร.12 พัน.1 รอ., พ.อ.สุทัศน์ ยุทธ ภีมพล รอง ผอ.กกบ.ทน.1 เป็น ผบ.กรม.ทพ.13, พ.ท.สมเจตน์ ผลประเสริฐ รอง ผบ.กรม.ทพ.12 เป็น ผบ.ม.พัน 30 พล.ร.2 รอ., พ.อ.สิทธิชัย พร้อมเจริญ เสธ.ป.2 รอ. เป็นรอง ผบ.ป.2 รอ., พ.ท.บดินทร์ อุปสาร ผบ.ม.6 พัน 21 เป็น ผบ.ม.6 พัน 6, พ.ท.ไมตรี สุวะไกร หน.ฝขว.พล.ร.6 เป็น ผบ.ร.6 พัน 2, พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย ผบ.กรม.ทพ.26 เป็นเสธ.ร.3, พ.ท.ธานินทร์ ดมหอม ผบ.ร.23 พัน 1 เป็น ผบ.กรม.ทพ.26, พ.อ.สุพรเทพ ไชยยงค์ เสธ.ร.8 เป็น ผบ.กรม.ทพ.22, พ.ท.ใหญ่ยิ่ง หาญสุทธิธรรม ผบ.ร.8 พัน 1 เป็นเสธ.ร.8&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.อภิวัชร์ ชารีโคตร หน.ฝขว.พล.ร.3 เป็น ผบ.ร.8 &amp;nbsp;พัน 1, พ.อ.ไกรพินิช วาเล็กบุตร ผบ.ร.7 พัน 5 เป็น ผบ.กรม.ทพ.36, พ.ท.สืบสกุล ชมภูนุช ผบ.พัน.ร.7 พัน 2 เป็น ผบ.ร.7 พัน 5, พ.ท.กฤตินันท์ นิโลบล หน.ฝขว. พล.ม.1 เป็น ผบ.ม.2 พัน 7, พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ เสธ.ร.14 เป็น ผบ.กรม.ทพ.35, พ.ท.ชนกานต์ แสงศร ผบ.ร.4 พัน 2 เป็นเสธ.ร.14, พ.ท.วรัญชิต หลักหาญ หน.ฝกบ.พล.ร.4 เป็น ผบ.ร.4 พัน 2, พ.อ.วีระวัตร คำคุณ เสธ.รพศ.2 เป็นรอง ผบ.รพศ.2, พ.อ.สถาพร ชูศรี ฝยก.นสศ. เป็นเสธ.รพศ.2, พ.อ.สมพงษ์ สุขประดิษฐ์ รองเสธ.พล.ม.2 รอ. เป็นรอง ผบ.ม.4 รอ., พ.ท.ปรีดา ปรีดานันต์ หน.ฝกร.พล.ม.2 รอ. เป็น ผบ.ม.1 พัน 1 รอ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้ง พ.ท.ณัฐภัทร ม่วงกล่ำ จาก ผบ.ร.9 พัน 3 กาญจนบุรี ขยับมาเป็น ผบ.พัน ร.มทบ.11 คุมเรือนจำทหาร และกองพันทหารเกณฑ์ดารา &amp;nbsp; เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป.), พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 เพื่อติดตามงานป้องกันและปราบปรามตามแผนพิทักษ์ภัยให้ประชาชน 2561 รอบ 2 ไตรมาส เพื่อขับเคลื่อนโครงการไทยนิยมยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาล และติดตามการขับเคลื่อนการยกระดับให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า ได้สั่งกำชับตำรวจทั่วประเทศให้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะแผนพิทักษ์ภัยให้ประชาชน รวมทั้งสอบถามในแต่ละพื้นที่แต่ละภาคดำเนินการแผนดังกล่าวไปถึงไหนบ้าง การระดมกวาดล้างทุกวันที่ 10, 20, 30 ของทุกเดือน ผลการดำเนินการเป็นอย่างไร รวมทั้งเป้าหมายที่กำหนดไว้ทั้ง 10 กลุ่มดำเนินการอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญเรื่องการยกระดับประชาชนของสถานีตำรวจทุกสถานีตำรวจทุก 1,482 โรงพัก จะต้องมีการดำเนินการทั้ง 7 ด้าน ทั้งการบริการประชาชน การจราจร การป้องกัน การปราบปราม การสืบสวน การสอบสวน ในแต่ละพื้นที่ต้องมีผลที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินสามารถตอบสนองต่อประชาชนได้ โดยเฉพาะเรื่องบริการทั้งในโรงพัก นอกโรงพัก รวมทั้งโครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วม โดยเฉพาะการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ตำรวจต้องร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กลาโหม แก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับชุมชน หมู่บ้าน&amp;quot; พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า การขับเคลื่อนการยกระดับให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.พรหมธร และ พล.ต.ท.วิสนุ ลงไปตรวจสอบแต่ละพื้นที่ ในการบริการประชาชน รวมทั้งที่จอดรถ ห้องน้ำสะอาด ให้บริการยิ้มแย้มแจ่มใสหรือไม่ รวดเร็วเพียงใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องการให้ทุกคนที่ไปโรงพักเสมือนเป็นบ้านหลังที่ 2 ไม่ต้องการให้ประชาชนคนใดไปโรงพักแล้วต้องมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงต้องฝากไป เราพยายามสร้างตำรวจของเราเอง โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนต้องบริการประชาชนด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.พรหมธรกล่าวว่า ได้ลงพื้นที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อประสานความร่วมมือกับอาสาสมัครหรือผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความร่วมมือในการเป็นล่าม แปลภาษา ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนที่นับถืออิสลาม โรงพักได้มีการจัดพื้นที่เฉพาะ เช่น การละหมาด อาหารสำหรับผู้ต้องโทษ ก็จะมีการจัดเป็นพิเศษ โดยพื้นที่ทั่วไปมีการยกระดับความสะอาดให้บริการเป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตอบสนองการแจ้งเหตุเป็นจุดที่เน้นมาก ทั้งทาง 191 หรือแอปพลิเคชันโปลิศไอเลิร์ตยู เจ้าหน้าที่ต้องไปถึงที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด ตลอดจนพี่น้องที่มาติดต่อที่โรงพัก ก็จะต้องเข้าไปสอบถามเพื่อไม่ให้ประชาชนมาใช้เวลาที่โรงพักยาวนานจนเกินสมควร ผลตอบรับเป็นที่พอใจ&amp;quot; ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร (บก.ภ.จว.ชุมพร) พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 พร้อมด้วยนายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร ร่วมกันแถลงข่าวตำรวจด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ จับกุมยาบ้ากว่า 3 แสนเม็ด ไอซ์ 50 กิโลกรัม ซึ่งภายหลังการแถลงข่าว พล.ต.ท.สรศักดิ์ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) ให้มอบประกาศนียบัตรและเหรียญสยบไพรี จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ให้กับนายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร ก่อนจะเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีคำสั่งโยกย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ทั้งๆ ที่เหลือเวลารับราชการอีกราว 5 เดือนจะครบเกษียณอายุราชการในช่วงเดือน ต.ค.2561 &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สรศักดิ์กล่าวว่า นายณรงค์ถือเป็นผู้ว่าฯ คนแรกของพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 8 ที่ได้รับเหรียญสยบไพรี ซึ่งยังไม่เคยมีผู้ว่าราชการจังหวัดท่านใดเคยได้รับมาก่อน เพราะที่ผ่านมา จ.ชุมพรมีผลงานการปราบปรามจับกุมยาเสพติดมากที่สุดในภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณรงค์กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีอย่างมากที่ได้รับเหรียญสยบไพรีดังกล่าว
ที่ผ่านมาก็ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณเกี่ยวกับการป้อกันปราบปรามปัญหายาเสพติดมาต่อเนื่อง ทั้งอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และติดตั้งกล้องวงจรปิดตามจุดเสี่ยงและเส้นทางลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ารู้สึกอย่างไรกับคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชุมพรกล่าวว่า เป็นข้าราชการ เมื่อผู้บังคับบัญชามีคำสั่งมาอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่ก็รู้สึกเสียดายโครงการต่างๆ ที่กำลังเดินหน้าพัฒนา จ.ชุมพร จึงต้องฝากผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรคนใหม่ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ารู้สึกน้อยใจและคิดจะลาออกก่อนเกษียณราชการหรือไม่ เพราะตำรวจชื่นชมการทำงาน แต่กลับมีคำสั่งโยกย้ายไปเป็นผู้ตรวจกระทรวง นายณรงค์กล่าวว่า จะลาออกหรือไม่เรื่องนี้ตนยังบอกไม่ได้ ต้องรอดูก่อน ซึ่งก็เข้าใจ ผู้บังคับบัญชาคงจะมีเหตุผล ซึ่งตนไม่ทราบ แต่อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ไม่มีปัญหาอะไร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7878</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองพันทหารเกณฑ์ดารา, บูรพาพยัคฆ์, ปราบยาเสพติดดีเด่น, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เหรียญสยบไพรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae08fc5f027f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
