<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศราชกิจจาฯคำพิพากษา&#039;สมชาย-จิ๋ว-พัชรวาท-สุชาติ&#039;รอดคดีทุบม็อบพันธมิตรฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีคดีหมายเลขดําที่ อม. อธ. ๒/๒๕๖๐ คดีหมายเลขแดงที่ อม. อธ. ๒/๒๕๖๑ ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ &amp;nbsp;เป็นโจทก์ฟ้อง นายสมชาย &amp;nbsp;วงศ์สวัสดิ์ ,พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ,พลตํารวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ,พลตํารวจโท สุชาติ เหมือนแก้ว &amp;nbsp;จำเลย ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไยเมื่อปี 2551&amp;nbsp;อ่านทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26118</URL_LINK>
                <HASHTAG>พธม., พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, สมชาย วงศ์สวัสดิ์, สลายม็อบพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c3551749ea56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุชาติ&#039;รอดสลายพธม. ระเบิดเป็นของผู้ชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดฉากคดีสลายพันธมิตรฯ องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ยืนตามศาลฎีกา ยกฟ้อง พล.ต.ท.สุชาติ &amp;nbsp;ระบุเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ไม่มีหลักฐานยืนยัน &amp;ldquo;แก๊สน้ำตา&amp;rdquo; ฆ่าคนได้ ส่วนสารประกอบระเบิดน่าเป็นการประดิษฐ์ขึ้นเองของกลุ่มผู้ชุมนุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) องค์คณะผู้พิพากษาวินิจฉัยอุทธรณ์ 9 คน ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีออกคำสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 471 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 ส.ค.2560 พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสี่ ด้วยเสียงข้างมากขององค์คณะ 8 ต่อ 1 ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมีบทบัญญัติเพิ่มสิทธิให้ยื่นอุทธรณ์คดีของคำพิพากษาศาลฎีกา อม.ได้ ป.ป.ช.จึงยื่นอุทธรณ์เฉพาะในส่วนของ พล.ต.ท.สุชาติ โดยไม่ได้ยื่นอุทธรณ์จำเลยที่ 1-3 ทำให้คดีในส่วนของจำเลยที่ 1-3 จึงเป็นอันยุติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์ปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่ามีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ได้หรือไม่ เพราะ พล.ต.ท.สุชาติไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น องค์คณะมีมติเอกฉันท์เห็นว่าตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ อม.) มาตรา 9 บัญญัติไว้เกี่ยวกับลักษณะความผิดที่ให้ศาลรับไว้พิจารณาได้ว่า นอกจากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ยังพิจารณาถึงการกระทำของตัวการหรือผู้สนับสนุนได้ ศาลจึงมีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์คดีนี้ได้ ส่วนที่จำเลยแก้อุทธรณ์สู้ว่าช่วงที่ศาลมีคำตัดสินในคดีนี้ ยังไม่มีการประกาศใช้ วิ อม.ใหม่นั้น แม้หลังจากมีรัฐธรรมนูญแล้วยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์ออกมา แต่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 25 วรรคสอง ก็ได้บัญญัติว่าสิทธิหรือเสรีภาพใดที่รัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ แม้ยังไม่มีการตรากฎหมายนั้นขึ้นใช้บังคับ บุคคลย่อมสามารถใช้สิทธิหรือเสรีภาพนั้น ได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น โจทก์มีสิทธิ์อุทธรณ์ได้ทันทีตามมาตรา 195 วรรคสี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นสุดท้ายมีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อมาว่า จำเลยที่ 4 กระทำผิดเกินกว่าเหตุหรือไม่ ศาลเห็นว่าในชั้นไต่สวนพยาน มีนายตำรวจได้เบิกความถึงเหตุการณ์ช่วงเวลาเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในการเปิดทางจากพื้นที่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดล้อมช่วงแยกการเรือน เพื่อไม่ให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หลังจากที่นายสมชาย ได้เรียกจำเลยที่ 3-4 เข้าพบเพื่อรายงานสถานการณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว สนามบินดอนเมือง ในการวางแผนควบคุมฝูงชนตามขั้นตอนปฏิบัติแผนรักษาความสงบ (แผนกรกฎ 48) ให้ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจรจากับนายวีระ สมความคิด แนวร่วมผู้ชุมนุม ซึ่งนายวีระแจ้งว่าไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะไม่ใช่แกนนำ ขอกลับไปปรึกษากับแกนนำ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายวีระได้แจ้งว่าไม่สามารถเปิดทางได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ได้เริ่มใช้รถโมบายเคลื่อนที่และโทรโข่งประกาศเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมถอยร่นไปที่ ถ.อู่ทองใน และได้ประสานขอรถฉีดน้ำจาก กทม.แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ระหว่างเหตุการณ์ผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่บางส่วนได้รับบาดเจ็บ โดยมีการใช้หนังสติ๊กยิงและใช้ขวดน้ำปา รวมทั้งยังมีด้ามธงแหลม จึงใช้แก๊สน้ำตายิงใส่พื้นและล้อรถที่ห่างจากตัวเจ้าหน้าที่ 50 เมตร จนสามารถเปิดทางให้มีการประชุมในช่วงเช้าของวันที่ 7 ต.ค.2551 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งช่วงบ่ายวันเดียวกัน หลังแถลงนโยบายเสร็จ กลุ่มผู้ชุมนุมกลับเข้ามาในพื้นที่ปิดล้อมทางเข้า-ออกรัฐสภา ใช้โซ่คล้องไม่ให้กลุ่มรัฐมนตรีออกนอกพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำเฮลิคอปเตอร์ไปรับนายสมชายออกจากพื้นที่ ส่วน พล.อ.ชวลิตได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ ขณะที่สถานการณ์เพิ่มความรุนแรงขึ้นในช่วงเย็น โดยผู้ชุมนุมบางส่วนได้เคลื่อนไปกดดันที่ บช.น.ทำร้าย พล.ต.ต.โกสินทร์ บุญสร้าง รอง ผบช.ตชด. ที่ออกมาช่วยเจรจา จนผู้ชุมนุมเข้าประจันหน้ากับตำรวจและพยายามฝ่าแนวกั้น เจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นต้องใช้แก๊สน้ำตาเพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลายก่อนค่ำมืด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในทางไต่สวนยังมีพยานผู้เชี่ยวชาญตรวจแก๊สน้ำตาและแพทย์ผู้ชันสูตรศพผู้เสียชีวิต ระบุว่า จากเศษเขม่าที่ติดอยู่บนเสื้อผ้า น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ ผู้เสียชีวิต มีสารโพสแทสเซียมคลอเรตที่เป็นส่วนประกอบระเบิด และลักษณะซี่โครงหักน่าจะเกิดแรงปะทะระยะใกล้ ขณะที่การตรวจสอบสารประกอบในแก๊สน้ำตาปกติ และแก๊สน้ำตาที่ผลิตจากจีนก็ไม่มีสารประกอบนี้อยู่ด้วย แม้การสลายการชุมนุมทำให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก ก็ยังมีข้อโต้เถียงว่าเป็นผลมาจากแก๊สน้ำตาหรือไม่ การไต่สวนยังได้ความว่าในพื้นที่เกิดเหตุพบแรงระเบิดเป็นหลุมลึก 30 เซนติเมตร ที่น่าเกิดจากระเบิดแรงต่ำที่ประกอบขึ้นเอง ซึ่งรัศมีระเบิดอยู่ที่ 1-2 เมตร ในการชุมนุมเจ้าหน้าที่ ก็พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีการใช้ระเบิดปิงปอง พลุไฟ ประทัด และยังมีเหตุการณ์รถของกลุ่มผู้ชุมนุมระเบิดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สถานการณ์ที่กดดันขณะนั้น หากไม่ได้ดำเนินการโดยเหมาะสมอาจเกิดความเสียหายได้ แสดงให้เห็นว่าการใช้แก๊สน้ำตาเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อควบคุมฝูงชนเท่านั้น ไม่ใช่ใช้เพื่อเล็งเห็นผลที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งในหลายประเทศก็นิยมใช้กัน และไม่ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตจากแก๊สน้ำตา การกระทำของ พล.ต.ท.สุชาติ ไม่มีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและร่างกายของผู้ชุมนุม&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วจำเลยสามารถเลื่อนประชุมหรือย้ายสถานที่ประชุมรัฐสภาได้หรือไม่นั้น ทางการไต่สวนได้ความว่านายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีตเลขาธิการนายกฯ ได้หารือกับนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาขณะนั้นแล้วไม่สามารถเลื่อนหรือย้ายที่ประชุมได้ เพราะแจ้งกระชั้นชิด ขณะที่ พล.ต.ท.สุชาติ เป็น ผบช.น. ไม่มีอำนาจเลื่อนหรือย้ายสถานที่ประชุม แต่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคำสั่งผู้บังคับบัญชาเพื่อให้ ครม.และสมาชิกสภาเข้าประชุมตามกำหนด ดังนั้นที่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง พล.ต.ท.สุชาตินั้นชอบแล้ว องค์คณะมีมติเสียงข้างมาก พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลฎีกาให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังฟังคำพิพากษา พล.ต.ท.สุชาติกล่าวว่า คดีนี้เริ่มสอบสวนตั้งแต่ปี 2551 ในชั้น ป.ป.ช. และชั้นศาล ตลอดเวลากว่า &amp;nbsp;10 ปี ซึ่งช่วงระหว่างถูกดำเนินคดีนี้ก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไร ทุกคนก็ทำตามหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งได้กำลังใจจากครอบครัวที่อบอุ่นและเพื่อนที่ดี รวมทั้งน้องๆ ที่เคยร่วมงานกันมา ส่วนเรื่องที่ผิดหรือถูกในวันนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล เมื่อศาลพิพากษาอย่างไร จะเป็นคุณเป็นโทษเราก็ต้องน้อมรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มองว่าคำพิพากษาของศาลจะถือเป็นการวางแนวปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุมฝูงชนหรือไม่ พล.ต.ท.สุชาติกล่าวว่า ไม่กล้าก้าวล่วง เพราะเหตุการณ์แต่ละอย่างเราใช้ดุลยพินิจล่วงหน้าไปคงไม่ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถือเป็นบทเรียนให้แก่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปต้องรอบคอบ รักษากฎหมาย วิธีปฏิบัติเคร่งครัด และส่วนตัวตอบไม่ได้ว่าติดใจการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.หรือไม่ เพราะเราทำงานกันเป็นทีม ต้องปรึกษาหารือกันก่อนว่าจะทำอย่างไรต่อไปหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้มีภรรยาและเพื่อนรุ่นน้องมาให้กำลังใจและร่วมฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ด้วย โดยหลังฟังคำพิพากษา พล.ต.ท.สุชาติมีสีหน้ายิ้มแย้มสดใส ขณะที่ช่วงเช้าเขาได้เดินทางมาถึงที่ศาลฎีกาฯ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. และเดินทางเข้าห้องพิจารณาคดีทันทีก่อนถึงเวลานัดหมายของศาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16379</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, สมชาย วงศ์สวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b855c78ea2e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณัฐวุฒิ&#039; ยินดี &#039;สุชาติ เหมือนแก้ว&#039; ศาลฎีกาฯยกฟ้องคดีสลายพันธมิตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;28 ส.ค.61 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า ยินดีกับพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ที่การต่อสู้กว่า 10 ปีได้ข้อยุติว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่มีปัญหาที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้รับโอกาสทวงถามความยุติธรรมจนถึงขั้นตอนสุดท้าย แม้จะพอใจกับคำตัดสินหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยก็ยังมีคำตอบให้ตัวเองว่าได้สู้จนครบกระบวนการ แต่ตนมีคำถามถึงคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า ท่านยังสุขสบายดีกันอยู่หรือ คดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่ครบทุกเม็ด อัยการสูงสุดไม่ฟ้องท่านฟ้องเอง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยกฟ้องท่านยื่นอุทธรณ์ หลังจากนี้ถ้ากฎหมายยังเปิดช่องให้ทำอะไรได้เชื่อว่าคงทำต่อไปอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ขณะที่คดี 99 ศพนปช.กลับถูกรอนสิทธิ์ในการต่อสู้ไว้แค่ป.ป.ช. ทั้งที่ปรากฏชัดว่าดุลยพินิจของป.ป.ช.กับคำวินิจฉัยของศาลย่อมแตกต่างกันได้ คดีกลุ่มพันธมิตรฯ ป.ป.ช.มั่นใจถึงขีดสุดว่าจำเลยผิดแน่ แต่ศาลยืนยันว่าไม่ผิด แล้วคดีนปช.จะให้ประชาชนมั่นใจได้อย่างไรว่ามติของป.ป.ช.ถือเป็นที่สุด วันไปฟังแถลงข่าวตนถามย้ำกับเลขาธิการป.ป.ช.ว่าเชื่อหรือไม่ว่านี่คือความยุติธรรม ตัวเลขาฯ ก็ไม่กล้าพูด แต่ตนกล้ายืนยันว่าเราไม่ได้รับความยุติธรรม และจะยืนยันอย่างนี้จนกว่าคดีจะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเหมือนกลุ่มอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;quot;นี่ไม่ใช่การจมปลักอยู่กับความเจ็บแค้นในอดีตโดยไม่ยอมมองไปข้างหน้า เพราะสำหรับผมไม่มีความชิงชังต่อใครหรือกลุ่มไหนเป็นการส่วนตัว แต่ที่กำลังทำคือการตั้งคำถามว่าเราจะมองข้ามศพคนไทยเกือบร้อยชีวิตที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมไปได้อย่างไร ขณะนี้การรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ ยังทำอยู่ ส่วนการรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 20,000 ชื่อเพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา กำลังจะหารือแกนนำนปช.หลังมีการปลดล็อคเพื่อเดินหน้าเป็นวาระแรกๆ ในสภาฯ ชุดใหม่&amp;quot;นายณัฐวุฒิกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16352</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นปช., พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว, พันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1fd7af148a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯยืนยกฟ้อง &#039;สุชาติ&#039; อดีตผบช.น. สลายม็อบพธม. 7 ตุลา 51</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.61 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ&amp;nbsp;องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ 9 คน ออกนั่งบังลังก์อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ในคดีที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. จำเลยที่ 4 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีการออกคำสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&amp;nbsp;ที่ปิดล้อมทางเข้ารัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยองค์คณะมีมติเสียงข้างมาก พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ยกฟ้อง โดยเห็นว่า พล.ต.ท.สุชาติ&amp;nbsp;จำเลยที่ 4 ในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;ได้สั่งการควบคุมฝูงชนด้วยการใช้แก๊สน้ำตาตามความจำเป็นที่เหมาะสมกับสถานการณ์ขณะนั้นแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า บ่าย และค่ำของวันที่ 6-7 ต.ค. 2551 เพราะการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีท่าทีที่จะยุติ แม้ช่วงแรกเจ้าหน้าที่จะได้กระทำการตามแบบแผนการผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุม กระทั่งเปิดทางให้มีการประชุม&amp;nbsp;ครม. เพื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้แล้ว ซึ่งสถานการณ์กดดันขณะนั้นหากไม่ได้ดำเนินการโดยเหมาะสมอาจเกิดความเสียหายได้ แสดงให้เห็นว่าการใช้แก๊สน้ำตาเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อควบคุมฝูงชนเท่านั้น ไม่ใช่ใช้เพื่อเล็งเห็นผลที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งในหลายประเทศก็นิยมใช้กันและไม่ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตจากแก๊สน้ำตา&amp;nbsp;การกระทำของจำเลยที่ 4 ไม่มีเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและร่างกายของผู้ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังฟังคำพิพากษา พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า ตนสู้คดีมา 10 กว่าปี&amp;nbsp;นับตั้งแต่เกิดเหตุจนคดีเข้าสู่การไต่สวนของ ป.ป.ช. จนมาถึงชั้นศาล ระหว่างสู้คดีก็ได้รับกำลังใจจากครอบครัวและเพื่อนๆ เหตุการณ์วันนั้นทุกคนก็ทำตามหน้าที่ของตัวเอง ส่วนสิ่งไหนถูกหรือผิดในวันนั้นไม่สามารถตอบได้ เมื่อศาลมีคำพิพากษาเราก็ต้องน้อมรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้มีภรรยาและเพื่อนรุ่นน้องมาให้กำลังใจและร่วมฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ด้วย โดยหลังฟังคำพิพากษา&amp;nbsp;พล.ต.ท.สุชาติ มีสีหน้ายิ้มแย้มสดใส ขณะที่ช่วงเช้าได้เดินทางมาถึงที่ศาลฎีกาฯ ตั้งแต่เวลา 8.00 น. และเดินทางเข้าห้องพิจารณาคดีทันทีก่อนถึงเวลานัดหมายของศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16333</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 ตุลาคม 2551, พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว, สลายการชุมนุมพันธมิตร, อดีต ผบช.น.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b84f0708068e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
