<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2019 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2019 12:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขัง&#039;น้ำอุ่น&#039;26ก.ย. ขยายผลผู้เกี่ยวข้องบ้านจัดปาร์ตี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย. 62 - ที่ สน.บุคคโล พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผบก.น.8) พ.ต.อ.มานพ สุคนธนพัฒน์ พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รอง ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.พยงค์ เอี่ยมสกุล ผกก.สน.บุคคโล ร่วมแถลงการจับกุมนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร อายุ 25 ปี หรือน้ำอุ่น หนุ่มพริตตี้บอย&amp;nbsp; หลังสอบปากคำตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยได้แจ้ง 3 ข้อหา คือ หน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ,พาไปเพื่อกระทำอนาจาร, และความผิด ฐานกระทำอนาจาร เนื่องจากมีหลักฐานว่า นายรัชเดช เกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของ นางสาวธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ลันลาเบล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า ผลการสอบปากคำนายรัชเดช หรือ น้ำอุ่น เบื้องต้นให้การภาคเสธ โดยระบุว่าตัวเองเป็นบุคคลตามที่ปรากฏในภาพถ่ายในโซเชียลและคลิปวงจรปิดคอนโดจริง แต่ไม่มีเจตนาจะทำให้ลันลาเบลถึงแก่ความตาย ส่วนเหตุผลที่ไม่พาไปโรงพยาบาลนั้น เพราะคิดว่าเบลเมาจนหมดสติไปเท่านั้น ซึ่งน้ำอุ่น มาทราบหลังจากญาติพี่น้องติดต่อมาบอกว่าเบลเสียชีวิตแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลคนเกี่ยวข้องทั้งหมด หากมีผลเชื่อมโยงว่าบุคคลอื่นๆ ในงานปาร์ตี้ที่บ้านบางบัวทอง เกี่ยวข้องกับการตายของลันลาเบลจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจค่อนข้างมั่นใจว่าการกระทำผิดของน้ำอุ่น เข้าข่ายความผิดตามที่แจ้งข้อกล่าวหาไว้ โดยในข้อหากระทำอนาจารนั้น มีคำให้การบางประการของน้ำอุ่น ชี้ว่าเบลไม่สมัครใจที่จะไปคอนโดน้ำอุ่น ซึ่งเป็นแรงจูงใจของน้ำอุ่นเอง ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหากับพ่อแม่น้ำอุ่น ฐานพาผู้ต้องหาหลบหนีนั้นต้องดูที่เจตนาว่าพ่อแม่ ทราบว่าน้ำอุ่นถูกออกหมายจับแล้วหรือไม่ และจากคำให้การทั้งหมดนี้ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นเวลาการเสียชีวิตที่แท้จริงของเบลนั้น ทางแพทย์ททำการจะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วจะทราบสถานที่เสียชีวิตอย่างชัดเจน ทั้งนี้ตำรวจจะคุมตัวนายรัชเดช ฝากขังศาลอาญาธนบุรี ไม่เกินเวลา 16.00 น.ของวันที่ 26 ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คดีความที่ สน.บุคคโล นั้นยังไม่จบสิ้น และอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ขณะที่ได้รับรายงานตำรวจภูธรภาค 1 ว่า ได้มีพริตตี้สาวที่ไปร่วมปาร์ตี้ในบ้านบางบัวทอง เข้ามาแจ้งความไว้แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด และยังไม่ได้รับรายงานการตรวจพบผงเกล็ดขาวในงานปาร์ตี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46582</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำอุ่น, ผบช.น., ฝากขัง, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, ลันลาเบล, สน.บุคคโล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8afaec63e5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2019 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองผบ.ตร.&#039;แถลงตำรวจ191สกัดจับไอซ์ครึ่งตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.62-ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.บก.สปพ. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. &amp;nbsp;ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายเฉลิม แซ่หาญ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/2 หมู่ 8 ต.ห้วยสาโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ นายวุฒิชัย แซ่หาญ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 8 ต.ห้วยสาโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ นายเอกวิทย์ หาญฤทธิกุลชัย อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 8 ต.ห้วยสาโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ และนายนิรันดร์ ลีสวัสดิ์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ 12 ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย &amp;nbsp;ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลาง ไอซ์ น้ำหนักรวม 502 กิโลกรัม รถกระบะ นิสสัน นาวารา สีเทา ทะเบียน บบ-8008 แพร่ และรถกระบะอีซุซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ทะเบียน บบ-6287 แพร่ มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้รับการติดต่อจากนายตั้ม (ไม่ทราบชื่อและนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ฝั่งประเทศพม่าว่าจ้างให้ขนลำเลียงยาเสพติดจากจ.เชียงราย เข้ากรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อส่งให้ลูกค้า โดยนายเฉลิมเป็นผู้ขับรถกระบะ นิสสัน นาวารา สีเทา &amp;nbsp;ซึ่งซุกซ่อนไอซ์ที่บรรจุอยู่ในถุงชา แล้วใส่กระสอบพลาสติกที่ใช้เศษกระสอบมาทำเป็นสายสำหรับสะพายหลัง &amp;nbsp;ส่วนคนอื่นทำหน้าที่คอยดูต้นทาง &amp;nbsp;โดยได้ค่าจ้างขนประมาณ 1 ล้านบาท &amp;nbsp;ภายหลังจับกุมเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง บช.ปส. ดำเนินคดีและขยายผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกราย พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผกก.สน.สุทธิสาร พร้อมชุดสืบสวน สน.สุทธิสาร จับกุมนายฤทธิชัย อันทะโส อายุ 26 ปี ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย &amp;nbsp;พร้อมของกลาง ไอซ์ บรรจุในถุงชา ยี่ห้อ GUANYINYANG จำนวน 67 ถุง น้ำหนักรวม 80.4 กิโลกรัม สืบเนื่องจากตำรวจ สน.สุทธิสาร สืบทราบว่านายฤทธิชัย เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่วังทองหลาง และได้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ที่ห้องพักจำนวนมาก ชุดสืบสวนจึงทำการล่อซื้อ ก่อนจับกุมได้ที่หน้าห้องเลขที่ 8 ชั้น 3 ภายในตึกไม่มีชื่อ เลขที่ 106 ซอยลาดพร้าว 80 แยก 22 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 19.30 น.ของวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาการสอบสวนเชื่อว่านายฤทธิชัยรับยาเสพติดมาจากเครือข่ายบังเย้ จันทรบุรี-ตราด ซึ่งถูกตำรวจกก.3 บก.ทล.จับกุมพร้อมของกลาง ไอซ์ น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัมไปเมื่อวันที่ 10 ก.ย.62 &amp;nbsp;โดยนายฤทธิชัย ทำหน้าที่ดูแลและนำยาเสพติดมาซุกซ่อนไว้ในห้องพัก ก่อนนำไปวางไว้ตามจุดต่างๆให้กับลูกค้าตามที่เจ้าของยาเสพติดสั่งการ ได้ค่าจ้างกิโลกรัมละประมาณ 8,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า &amp;nbsp;ในส่วนคดีที่ตำรวจ บก.สปพ. หรือ 191 จับไอซ์กว่า 502 กิโลกรัมนั้น &amp;nbsp;เป็นผลจากการที่ตำรวจ บก.สปพ. ได้จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง &amp;nbsp;พร้อมของกลาง ยาบ้า 2,000,000 เม็ด &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ก่อนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องและอยู่เบื้องหลัง จนทราบว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบขนไอซ์จำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาทางพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งขบวนการลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะมีเป้าหมาย คือ นำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าและออกนอกประเทศ &amp;nbsp;ชุดสืบสวนจึงวางแผนเข้าจับกุมได้ผู้ต้องหา 4 คน รถกระบะที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด 1 คัน และรถกระบะนำทาง 1 คัน ซึ่งชุดสืบสวนใช้เวลาเกาะติดตามนานกว่า 8 เดือน จึงจะจับกุมตัวมาได้ ส่วนอีกคดี ตำรวจ สน.สุทธิสาร สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล จึงวางแผนล่อซื้อ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน พร้อมของกลางไอซ์เกือบร้อยกิโลกรัม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46077</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ191, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาเสพติด, ยาไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d821fadec9be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับปล้นทอง4ล. เปิดห้องปาร์ตี้ยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จับแล้ว หนุ่มชุมพรควงปืนชิงทองร้านออโรร่าในห้างตั้งฮั่วเส็ง กวาดทองไปกว่า 4 ล้านบาท หนีไปจนมุมในโรงแรมย่านงามวงศ์วานขณะจัดปาร์ตี้ยาเสพติดกับพรรคพวก อ้างทำคนเดียวเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้และซื้อยาเสพ ค้นประวัติเคยก่อเหตุลักทรัพย์นายจ้าง ล่าสุดถูกจับค้ายาก่อนประกันตัวมาก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัศวิน หรือเอก บุญเมือง อายุ 44 ปี ชาวจังหวัดชุมพร ถูกจับกุมเมื่อคืนวันอาทิตย์ในคดีบุกชิงทองรูปพรรณหนัก 179 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะซ่อนตัวอยู่ในห้องพักโรงแรมอลิซ ถนนงามวงศ์วาน ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี ตำรวจยึดปืนของกลางและทองรูปพรรณหนักกว่า 90 บาท ยังขาดอีกราว 50 บาท นอกจากนี้ยังคุมตัวผู้ต้องสงสัย 6 คน เป็นชาย 4 คนและหญิง 2 คน ซึ่งอยู่ในห้องเดียวกับนายอัศวินไปสอบสวนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายอัศวินรับสารภาพว่าก่อเหตุเพียงคนเเดียว เพราะต้องการเงินไปใช้หนี้และซื้อยาบ้าเสพ โดยตระเวนดูลาดเลาหน้าร้านขายทองออโรร่าซึ่งอยู่ในห้องสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง ย่านบางพลัด มา 3 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม และต้นเดือนกันยายน ก่อนลงมือก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพนักงานร้านทองออโรร่าได้เดินทางไปที่ สน.บางพลัด เพื่อชี้ตัวผู้ต้องหา ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันที่ก่อเหตุ และเคยทำทีเข้ามาขอดูทองก่อนหน้าเกิดเหตุ ส่วนทองรูปพรรณที่หายไป น้ำหนัก 179 บาท จำนวน 3 ถาด ส่วนใหญ่เป็นทองรูปพรรณ สร้อยคอและสร้อยข้อมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์การหลบหนีของนายอัศวิน หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปที่หัวลำโพง ทิ้งเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนที่จะให้คนขี่รถจักรยานยนต์ไปทิ้งไว้ที่ตลาดคลองเตย และหลบหนีไปกบดานที่โรงแรมในจังหวัดนนทบุรี เปลี่ยนที่หลับนอนทุกวัน จนกระทั่งตำรวจชุดจับกุมนำกำลังไปปิดล้อม แต่นายอัศวินได้ใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ตำรวจ 1 นัด กระสุนถูกกระจกภายในห้องพักแตกเป็นรู ก่อนปีนระเบียงหลังห้องหลบหนีเข้าไปอยู่อีกห้องหนึ่งที่ติดกัน ก่อนจะยอมมอบตัวในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบประวัติ พบว่านายอัศวินเคยต้องโทษคดีร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างในเวลากลางคืน ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อปี 2556 ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถูกตำรวจจังหวัดชุมพรจับกุมข้อหาครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่าย อยู่ระหว่างประกันตัวออกมาสู้คดี ก่อนมาก่อเหตุบุกชิงทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันที่ 9 กันยายน ที่ร้านทองออโรร่า สาขาตั้งฮั่วเส็งธนบุรี พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7, พ.ต.อ.ปัญญา กุลไทย (ผกก.สส.บก.น.7), พ.ต.อ.วีรศักดิ์ กลั่นเกิด ผกก.สน.บางพลัด ร่วมกันควบคุมตัวนายอัศวิน หรือเอก บุญเมือง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.322/2562 ลงวันที่ 6 กันยายน 2562 กระทำผิดฐาน &amp;ldquo;ชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อหลบหนี&amp;rdquo; ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า จากการสอบถามนายอัศวิน ผู้ต้องหา ยอมรับว่าได้ก่อเหตุจริง ซึ่งคนร้ายได้เดินทางมาดูลาดเลาที่ร้านทอง ก่อนที่ในวันก่อเหตุจะขี่จักรยานยนต์พาผู้หญิงคนหนึ่งมานั่งกินอาหารที่ร้านข้าน้อยขอชาบู ที่ห้างดังกล่าว และส่งผู้หญิงกลับไป จากนั้นจึงเข้าไปก่อเหตุปล้นทองโดยใช้ปืนจี้และถือกระดาษขู่พนักงาน พร้อมกวาดทองก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีกลับมาที่บ้านพักย่านหัวลำโพง เพื่อถอดเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุทิ้งไว้หน้าบ้าน และให้ลูกน้องนำรถจักรยานยนต์ไปทิ้งที่ตลาดคลองเตย พร้อมนำทองไปแลกกับยาเสพติด ก่อนจะนัดพบกันที่โรงแรมดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.กล่าวว่า คนร้ายอ้างว่ามีแผนจะนำทองที่ปล้นมาได้ไปใช้หนี้สินและแลกกับยาเสพติด โดยจะนำทองบางส่วนไปหลอมเพื่อขายเป็นเงินและนำไปซื้อยาเสพติด ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ยังอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากนายอัศวินมีประวัติคดีค้ายาเสพติดที่ จ.ชุมพร แต่เป็นเพียงผู้ค้ารายย่อย สำหรับการก่อเหตุครั้งนี้ เจ้าตัวรับว่าทำเป็นครั้งแรก และอ้างว่าลงมือก่อเหตุคนเดียว ไม่ได้ร่วมวางแผนกับพวกที่เหลืออีก 5 คน ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมที่โรงแรม พบว่ากลุ่มของผู้ต้องหากำลังปาร์ตี้ยาเสพติดกันอยู่ แต่เมื่อตรวจปัสสาวะนายอัศวิน พบว่าไม่มีสีม่วง จึงไม่ได้แจ้งข้อหายาเสพติด ต่อจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำบุคคลอื่นที่ถูกจับกุมได้อย่างละเอียดอีกครั้ง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45369</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัศวิน บุญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d7656616c489.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมตัวคนร้ายปล้นทองทำแผนรับสารภาพจะเอาไปแลกยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.62- พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 (ผบก.น.7) พ.ต.อ.ปัญญา กุลไทย ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (ผกก.สส.บก.น.7) ,พ.ต.อ.วีรศักดิ์ กลั่นเกิด ผกก.สน.บางพลัด ร่วมกันควบคุมตัวนายอัศวิน หรือเอก บุญเมือง อายุ 44 ปี ชาว จ.ชุมพร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.322/2562 ลงวันที่ 6 กันยายน 2562 กระทำผิดฐาน &amp;ldquo;ชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อหลบหนี&amp;rdquo; ที่ก่อเหตุบุกเดี่ยวใช้ปืนปล้นทองรูปพรรณที่ร้านทองย่านบางพลัด เมื่อค่ำวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา โดยกวาดทองคำไปน้ำหนักรวมกว่า 179 บาท มูลค่า 4,060,000 บาท และเงินสดอีก 40,000 บาท ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ร้านทองออโรร่า สาขาตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. หลังถูกจับกุมได้ต่อมาตำรวจบุกรวบตัวผู้ก่อเหตุได้ที่โรงแรมอลิซย่านงามวงศ์วาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า นายอัศวิน ผู้ต้องหายอมรับได้ก่อเหตุจริง ซึ่งคนร้ายได้เดินทางมาดูลาดเลาที่ร้านทอง ก่อนที่ในวันก่อเหตุ จะขี่รถจักรยานยนต์พาผู้หญิงคนหนึ่งมานั่งกินอาหารที่ร้านข้าน้อยขอชาบู ที่ห้างดังกล่าวและส่งผู้หญิงกลับไป จากนั้นจึงเข้าไปก่อเหตุปล้นทองโดยใช้ปืนจี้และถือกระดาษขู่พนักงาน พร้อมกวาดทองก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีกลับมาที่บ้านพักย่านหัวลำโพง เพื่อถอดเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุทิ้งไว้หน้าบ้าน และให้ลูกน้องนำรถจักรยานยนต์ไปทิ้งที่ตลาดคลองเตยพร้อมนำทองไปแลกกับยาเสพติด ก่อนจะนัดพบกันที่โรงแรมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; คนร้ายอ้างว่ามีแผนจะนำทองที่ปล้นมาได้ไปใช้หนี้สินและแลกกับยาเสพติด โดยจะนำทองบางส่วนไปหลอมเพื่อขายเป็นเงินและนำไปซื้อยาเสพติด ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ยังอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากนายอัศวิน มีประวัติคดีค้ายาเสพติดที่ จ.ชุมพร แต่เป็นเพียงผู้ค้ารายย่อย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการก่อเหตุครั้งนี้ เจ้าตัวรับว่าทำเป็นครั้งแรก และปฎิเสธว่าลงมือก่อเหตุคนเดียว ไม่ได้ร่วมวางแผนกันกับพวกที่เหลืออีก 5 คน ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมที่โรงแรม พบว่ากลุ่มของผู้ต้องหากำลังปาร์ตี้ยาเสพติดกันอยู่ แต่เมื่อตรวจปัสสาวะนายอัศวิน พบว่าไม่มีสีม่วงจึงไม่ได้แจ้งข้อหายาเสพติด ต่อจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำบุคคลอื่นที่ถูกจับกุมได้อย่างละเอียดอีกครั้ง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45344</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ, ปล้นทอง, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, สน.บางพลัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d760ee2df4a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย่งที่จอดรถ ยิงอัณฑะขรก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับหนุ่มเพิ่งพ้นคุกคดียาเสพติด ยิงอัณฑะข้าราชการสำนักปฏิรูปที่ดิน เหตุแย่งที่จอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อ เจอข้อหาพยายามฆ่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น., พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2, พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน รอง ผบก.บก.น.2, พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง, พ.ต.ท.สุทธิพร สุกก่ำ รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง, พ.ต.ท.พิศิษฐ์ กิตติพัฒน์ธารากุล สว.สส.สน.ดอนเมือง แถลงผลจับกุมนายทรงวุฒิ ศรีร้อยเอ็ด อายุ 42 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนสั้น ยี่ห้อกล็อก 30 ขนาด .45 หมายเลขประจำปืน กท 5147672 จำนวน 1 กระบอก แมกกาซีน จำนวน 1 อัน ซองปืนสีน้ำตาล 1 ซอง ปลอกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกในที่เกิดเหตุ จำนวน &amp;nbsp;1 ปลอก รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีดำ หมายเลขทะเบียน 7 กร 3767 กรุงเทพมหานคร รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีมซูเปอร์คัพ สีขาว-น้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ส.ค. เวลาประมาณ 23.20 น. ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมืองได้รับแจ้งเหตุยิงกันได้รับบาดเจ็บ ที่หน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น หมู่บ้านปิ่นเจริญ 1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. จากการตรวจสอบพบนายเฉลิมพล (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ข้าราชการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเบริเวณอัณฑะได้รับบาดเจ็บ จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโล-รังสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายทรงวุฒิ หรือหรั่ง ศรีร้อยเอ็ด หลังก่อเหตุได้ขับรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า หมายเลขทะเบียน 7 กร 3767 กรุงเทพฯ หลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปที่บ้านพักของนายทรงวุฒิ ปรากฏไม่พบตัวนายทรงวุฒิ แต่พบรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ใช้ร่วมในการก่อเหตุครั้งนี้ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กดดันให้ผู้ก่อเหตุเข้ามามอบตัว จนต่อมาวันที่ 12 ส.ค. นายทรงวุฒิได้เข้ามาแสดงตนขอมอบตัวพร้อมกับอาวุธปืนและรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา บอกว่าเพิ่งออกจากเรือนจำคดียาเสพติดและอาวุธปืนมาได้ 1 ปี สาเหตุที่ยิงนายเฉลิมพลเพราะแย่งที่จอดรถกันที่ห้างร้านสะดวกซื้อ จนมีปากเสียงกระทั่งโมโหลืมตัวก่อเหตุดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมืองได้แจ้งข้อกล่าวหานายทรงวุฒิ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควรโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีปืนติดตัว, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน, พยายามฆ่า.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงวุฒิ ศรีร้อยเอ็ด, พ.ต.ท.พิศิษฐ์ กิตติพัฒน์ธารากุล, พ.ต.ท.สุทธิพร สุกก่ำ, พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน, พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52b5cb27725.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบช.น.&#039;ประชุมด่วน!ตามจับเด็กแว้นซิ่งรถข้างพระบรมมหาราชวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.62-มีรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) เตรียมเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พระราชวัง เพื่อตรวจสอบคลิปวงจรปิดที่
โลกโซเชียลมีเดียกำลังวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของกลุ่มเด็กแว้นออกมาขี่รถจักรยานยนต์ซิ่งป่วนเมืองบริเวณถนนรอบๆ วัดพระแก้ว และ พระบรมมหาราชวัง สร้างความเดือดร้อนรำคาญใจให้กับคนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามข้อมูลระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงดึกวันที่ 28 ก.ค. เวลาประมาณ 22.00 น. โดยทาง จส.100 ได้รับแจ้งร้องเรียนมีกลุ่มเด็กแว้นขี่รถจักรยานยนต์อย่างหวาดเสียงบริเวณถนนข้างพระบรมมหาราชวัง จากนั้นก็มีคลิป การประลองความเร็วของเด็กแว้นที่เกิดขึ้นบนถนนใกล้กับวัดพระแก้วดังกล่าวปรากฎออกมา โดยมีฉากหลังเป็นพระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42199</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, นครบาล, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, เด็กแว้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3e855bedbb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อขอหมายจับ ฆ่าอาชีวะ ที่บางนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กบัว&amp;quot; ฉุนศึกสถาบันไม่เกรงกฎหมาย ล่าสุดไล่ยิงกันเสียชีวิต ขอเวลา 2 วันออกหมายจับอย่างน้อย 2 คน มั่นใจได้ตัวฆาตกร ประชดถ้ายังคิดจะตีกัน ก็นัดไปยิงกันเสียเลย คนอื่นจะได้ไม่ถูกลูกหลง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เรียกประชุมร่วมฝ่ายสืบสวนและหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีเยาวชนชายอายุ 17 ปี ถูกนักเรียนต่างสถาบันกว่า 20 คน ไล่ยิงเสียชีวิต ใกล้วัดศรีเอี่ยม ท้องที่ สน.บางนา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเย็นวันจันทร์ ตำรวจ สน.บางนารับแจ้งนักเรียนทะเลาะวิวาทที่บริเวณถนนศรีนครินทร์ แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ เมื่อไปตรวจสอบ พบนายชนาธิป หรือมอส เปี่ยมอยู่ อายุ 17 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 1 สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ ถูกยิงที่ท้ายทอย สะบักขวาและก้นกบ รวม 3 นัด เสียชีวิต และมีเศษระเบิดปิงปองอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิดาผู้ตายบอกว่า ลูกชายไม่เคยมีเรื่องกับใคร แต่ทราบว่าเวลาไป-กลับโรงเรียนต้องไปเป็นกลุ่มกับเพื่อนสถาบันเดียวกัน ส่วนเพื่อนผู้ตายที่อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า ก่อนเกิดเหตุตนและผู้ตายพร้อมเพื่อนรวม 6 คน ซ้อนรถจักรยานยนต์ 2 คัน ออกจากวิทยาลัยไปส่งเพื่อนที่บริเวณใกล้ห้างเซ็นทรัลบางนา ริมถนนบางนา-ตราด ก่อนมุ่งหน้ากลับบ้านย่านบางพลี ระหว่างนั้นพบกลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการกว่า 30 คน ยืนอยู่ริมถนน จากนั้นไม่นานกลุ่มนักศึกษาดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตาม ปาระเบิดปิงปองใส่ ก่อนจะยิงปืนอีก 4-5 นัด ทำให้นายชนาธิปถูกยิงเสียชีวิต และเพื่อนอีกคนถูกยิงที่ไหล่ขวา ส่วนสาเหตุคาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุคงเข้าใจผิดคิดว่าพวกตนเป็นนักศึกษาวิทยาลัยคู่อริ เพราะแต่งกายคล้ายกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การสอบสวนมีความคืบหน้าพอสมควร ได้สอบปากคำพยานไปหลายปาก มั่นใจว่าจะติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้แน่นอน ขอเวลาประมาณ 2 วันเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นคาดว่าจะออกหมายจับไม่ต่ำกว่า 2 คน โดยตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว จะยิงผิดตัวหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ และเท่าที่ทราบมีผู้ใช้อาวุธปืนมากกว่า 1 คน ส่วนมีความเชื่อมโยงกับเหตุทะเลาะวิวาทก่อนหน้านี้ในพื้นที่ สน.พระโขนงหรือไม่ ยังไม่ค่อยแน่ชัด แต่มีแนวทางที่เชื่อมกันว่าอาจจะเป็นกลุ่มเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.กล่าวถึงการป้องกันนักเรียนก่อเหตุทำร้ายกันว่า โดยปกติแล้ว ทาง บก.น.1-9 ได้มีการเข้าไปพูดคุยหารือกับสถานศึกษา และอยากจะฝากแต่ละสถานบัน เช่น เรื่องของกล้องวงจรปิด บางสถาบันเท่าที่ทราบไม่มีแม้กระทั่งบริเวณทางเข้า-ออก ก็ขอความกรุณาใช้เครื่องมือในการช่วยเฝ้าระวัง อีกทั้งขอทางสถาบันช่วยกันตรวจสอบ ใครที่มีพฤติกรรมหรือมีแนวโน้มสุ่มเสี่ยง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปก็ขอความกรุณาให้ข้อมูล หรือทำข้อมูลเก็บไว้ เมื่อเกิดเหตุจะได้ตรวจสอบได้ง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะทะเลาะกัน ตีกันก็ไม่เป็นไร สองสถาบันจะตีกันหรืออะไรอย่างไร ก็นัดกันไปยิงกันซะเลยดีกว่าถ้ามันเป็นอย่างนั้น ผมเกรงว่าจะพลาดไปถูกคนอื่นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ผมถึงบอกว่าให้แต่ละสถาบันช่วยตรงนี้ด้วย ตำรวจจะได้ทำงานกันมากขึ้น ติดตามกันง่ายขึ้น เพื่อป้องปรามทุกสิ่งทุกอย่าง&amp;quot; ผบช.น.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า​ ชุดสืบสวน​ กก.สส.บก.น.5 พร้อม​ฝ่ายสืบสวน​ สน.บางนา​ ได้ลงพื้นที่ติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ​ โดยแบ่งหน้าที่การทำงาน​ ซึ่งส่วนหนึ่งไปตรวจสอบยังสถาบันของผู้ก่อเหตุเพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม​ และอีกส่วนหนึ่งนำตัวเยาวชนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ​เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม​ 3 คน​ ในฐานะพยาน ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจได้สอบปากคำพยานฝั่งผู้ตายไปแล้ว​ 6 ปาก​ โดยทุกคนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี​ ทำให้การติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุมีความคืบหน้าไปมาก.​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนาธิป เปี่ยมอยู่, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d370a7ad04c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
