<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ตร.แต่งตั้ง17มี.ค.ดัน&#039;สุทิน&#039;ขึ้นเทียบรองผบ.ตร.&#039;ตำรวจ&#039;บ่อนหนาว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.64-มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) นัดประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 4/2564 วันที่ 17 มี.ค.เวลา 14.00 น. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งตำรวจวาระเดือนเมษายน ระดับนายพลตำรวจ ยศ พล.ต.ต.ขึ้นไป จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. (ยศ พล.ต.อ.เทียบเท่ารอง ผบ.ตร.) จำนวน 10 ตำแหน่ง ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. (ยศพล.ต.ท.เทียบ เท่าผบช.) จำนวน 20 ตำแหน่ง ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. (ยศ พล.ต.ต.เทียบเท่า ผบก.) จำนวน 30 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการแต่งตั้งผู้ที่จะครบเกษียณราชการในอีก 6 เดือนขัางหน้า รวมทั้งแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ9) เทียบเท่าผู้ช่วยผบ.ตร. ทำหน้าที่ขับเคลื่อนด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งเฉพาะตัวที่เปิดใหม่ เพื่อรองรับพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โอนย้ายกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ จะมีการขอ ก.ตร.พิจารณาให้ผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ครบตามเกณฑ์เป็นการเฉพาะรายดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. เพิ่มเติมตำแหน่งที่เหลือด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า สำหรับรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็น ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. คาดเสนอชื่อ พล.ต.ท.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.,พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร.,พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุขศรี รอง จตช.,พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.รวมทั้งคาดว่าจะเสนอแต่งตั้งผู้ที่มีคุณสมบัติไม่ครบตามเกณฑ์ขึ้นเป็น ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.เทียบเท่า รองผบ.ตร. อาทิ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
มีรายงานว่า ในการประชุม ก.ตร.วาระแต่งตั้งเดือนเมษายนครั้งนี้ คาดว่าจะมีการเสนอโยกระนาบตำรวจระดับ ผบช.และผบก.ในพื้นที่ภาคตะวันออก หรือ บช.ภ.2 ซึ่งมีปัญหาเรื่องการปล่อยปละเลยให้มีบ่อนการพนันในพื้นที่อันเป็นต้นเหตุการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19รอบใหม่ ออกนอกพื้นที่ทั้งหมด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96277</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง, รองผบ.ตร., แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050c3ae9ab45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับครู-อดีตนายก เสพกามเด็กหญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปคม.นำกำลังคอมมานโดเปิดปฏิบัติการกวาดจับผู้ซื้อกามเด็ก ปูพรม 10 จุดในจังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี รวบนักการเมืองท้องถิ่น อดีตนายก อบจ.-รองนายก อบต.-ผู้ใหญ่บ้าน กระทั่งครู เตรียมส่งฝากขังพร้อมค้านประกันตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ที่กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) สั่งการให้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปฏิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม., พ.ต.ท.มนต์ชัย เพ็งเลิศ รอง ผกก.5 บก.ปคม. นำกำลังตำรวจคอมมานโด และ กก.5 บก.ปคม. ปิดล้อมตรวจค้น 10 จุดในจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรี เพื่อจับกุมผู้ซื้อบริการเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อภิสัณฐ์กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการที่ก่อนหน้านี้ราวเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ทาง บก.ปคม.ได้เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายขบวนการค้าประเวณีเด็กรายใหญ่ ในพื้นที่กาญจนบุรีและราชบุรี โดยครั้งนั้นได้การตรวจค้นและจับกุมเอเยนต์ และผู้ร่วมขบวนการที่ทำหน้าที่เป็นธุระจัดหาเด็กมาขายบริการทางเพศ จำนวน 7 ราย และได้ช่วยเหลือเด็กผู้เสียหาย อายุระหว่าง 14-17 ปี จำนวน 4 คน ให้เข้าสู่การคุ้มครองดูแลของกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. ได้สั่งการให้ขยายผลเพิ่มเติม โดยจากการสอบปากคำบรรดาแม่เล้าเด็ก พบว่ามีการจัดหาเด็กมาเพื่อให้บริการทางเพศ ซึ่งจัดหาบ้านพัก รีสอร์ตให้เด็กหญิงมาพักเพื่อรอชายที่นิยมเสพกามเด็กหญิง โดยมีการติดต่อทางไลน์ ส่งรูปเด็กหญิงหน้าตาดีไปให้เลือก ตกลงราคา ก่อนจะขับรถมารับออกไปหาที่พักหลับนอนกัน ทั้งนี้พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นผู้ซื้อบริการทางเพศเด็ก เป็นบุคคลที่มีชื่อในพื้นที่ จึงขออนุมัติหมายจับและหมายค้นรวม 10 ราย นำไปสู่การเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ซึ่งในพื้นที่ จ.ราชบุรี มี 9 จุด ประกอบด้วย อ.เมืองราชบุรี 6 จุด อ.ดำเนินสะดวก 2 จุด อ.บ้านโป่ง 1 จุด และในจังหวัดเพชรบุรี 1 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการปิดล้อมตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย ในจำนวนนี้มีบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ จ.ราชบุรี อาทิ รองนายก อบต., อดีตนายก อบจ., สมาชิก อบต., ผู้ใหญ่บ้าน, ประธานลูกเสือชาวบ้าน และครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง พร้อมยึดของกลางเป็นอาวุธปืน 7 กระบอก กระสุนปืน 40 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังปฏิบัติการได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำที่ บก.ปคม. ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 4 อาคารบี ภายในศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โดยบรรยากาศการสอบปากคำเป็นไปด้วยความตึงเครียด ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การปฏิเสธและภาคเสธ เนื่องจากผู้ต้องหาบางรายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ อีกทั้งเกรงว่าเรื่องจะไปถึงหูของครอบครัวและภรรยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยกระทำเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร&amp;rdquo; ในท้ายสำนวนได้คัดค้านการให้ประกันตัว ก่อนนำตัวส่งศาลอาญาเพื่อทำการฝากขังต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75065</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, พล.ต.ต.สยาม บุญสม, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับบรรยินเหิม!อุ้มพี่ผู้พิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองปราบฯ จับ &amp;quot;บรรยิน&amp;quot; พันฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้น เจ้าตัวยันบริสุทธิ์-ลูกสาวอ้างโดนกลั่นแกล้ง เลขาฯ ศาลเผยวงจรปิดจับภาพทีมอุ้มดักรอหน้าศาล ก่อนโทร.ข่มขู่ให้ยกฟ้องคดี ชี้เหตุร้ายแรงไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จ่อวางมาตรการเข้มป้องเกิดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ช่วงเช้ามืด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมานของกองบังคับการปราบปราม นำหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 119/11 ม.4 ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครสวรรค์ และควบคุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ และ อดีต ส.ส.นครสวรรค์หลายสมัย พร้อมพวกรวม 3 คน มายังกองบังคับการกองปราบปราม เพื่อสอบสวนขยายผลในคดีฆาตกรรมนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ อายุ 67 ปี พี่ชายของ น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ชุดสืบสวนสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 1 คน และให้การสารภาพว่าได้ก่อเหตุฆาตกรรมอำพรางพี่ชายของผู้พิพากษารายหนึ่ง โดยให้การซัดทอดว่ามี พ.ต.ท.บรรยินเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.00-17.00 น. ขณะที่พี่ชายของผู้พิพากษาอาวุโสประจำศาลอาญากรุงเทพใต้ เดินทางมารับน้องสาว ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มจากแท็กซี่ไปจากหน้าศาล โดยหลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้รายงานความคืบหน้าให้นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ทราบอยู่เป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนนั้น เพื่อให้ยกฟ้องคดีที่ พ.ต.ท.บรรยิน เป็นจำเลย ในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 จากกรณีการโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด ร่วม 300 ล้านบาท จึงมีการบีบบังคับผู้พิพากษารายนี้ช่วยในคดี แต่ไม่สามารถทำได้ จึงต้องลงมือฆาตกรรมอำพรางและนำศพไปทิ้งน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ดำเนินการสืบพยานโจทก์-จำเลยทั้ง 2 ฝ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว นัดฟังคำพิพากษาวันที่ 20 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.​บุษยา ตั้งภากรณ์ หรือเบล อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย บุตรสาวของ พ.ต.ท.บรรยิน เดินทางมาที่กองปราบฯ หลังทราบข่าวจากน้องชายว่าบิดาถูกตำรวจปราบปรามจับกุมที่บ้านในจังหวัดนครสวรรค์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยระบุพร้อมน้ำตาว่า เชื่อมั่นในตัวบิดาว่าไม่ได้ทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่หากทำผิดจริง เชื่อว่าบิดาน่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง เพราะว่าบิดาเป็นคนดี เหตุการณ์ครั้งนี้อาจจะเป็นอีกครั้งที่ครอบครัวถูกกลั่นแกล้ง เหมือนที่ครอบครัวถูกกระทำมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ผู้เสียชีวิตในคดีนี้คือพี่ชายของผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งถือว่าไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไปที่จะสามารถก่อเหตุลักษณะดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดหนุมานพร้อมอาวุธครบมือ คุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่า หน่วงเหนี่ยวกักขังนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ มาสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา ขณะควบคุมตัวไปสอบสวน พ.ต.ท.บรรยินกล่าวสั้นๆ ว่า &amp;quot;โดนคุมตัวมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า ยังติดต่อทนายไม่ได้ และยังงงๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมมั่นใจในความบริสุทธิ์&amp;quot; ขณะที่ถูกควบคุมตัวได้ตะโกนหาลูกสาวที่มารออยู่ &amp;quot;เบลตามมาๆ&amp;quot; แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ขึ้นไปยังห้องสอบสวนแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาประมาณ 30 นาที จึงนำตัวลงมาควบคุมไว้ที่ห้องขังชั้น 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 24 ก.พ. พนักงานสอบสวน บก.ป. จะนำตัว พ.ต.ท.บรรยินกับพวก ผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่า หน่วงเหนี่ยวกักขังพี่ชายผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้น มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญาเป็นครั้งแรก และในวันที่ 25 ก.พ. เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์จะแถลงข่าวการจับกุมคดีดังกล่าวอย่างเป็นทางการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากขณะนี้คดียังไม่เสร็จสิ้น โดยยังต้องมีการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.30 น. จากเท่าที่ปรากฏหลักฐานได้มีคนร้าย 3-4 คน ร่วมกันอุ้มลักพาตัวนายวีรชัยหายขึ้นรถ ภายหลังจากการลักพาตัวในวันเดียวกัน กลุ่มคนร้ายได้โทรศัพท์เข้ามาหา น.ส.พนิดา เพื่อข่มขู่ขอให้ยกฟ้องคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น น.ส.พนิดาจึงเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการบันทึกเทปสนทนาการข่มขู่ดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ทางสำนักงานศาลยุติธรรม ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ประสานทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีการตั้งทีมสืบสวนขึ้นมาในวันดังกล่าวทันที ติดตามคดีเรื่อยมา แต่ด้วยความห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของตัวประกัน เรื่องดังกล่าวจึงต้องอยู่ในชั้นความลับ ไม่สามารถที่จะเป็นข่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า ทีมสืบสวนสอบสวนสามารถสืบจนได้ทราบว่ามีผู้เกี่ยวข้องก่อเหตุคือใครบ้าง และทราบว่ามีคดีที่เกี่ยวพันอยู่เหตุการณ์ลักพาตัวครั้งนี้ 2 คดี คือคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ เเละการโอนหุ้น 300 ล้านบาท โดยเมื่อมีการรวบรวมพยานหลักฐาน ทีมสืบสวนได้ติดตามสถานที่กบดานคนร้าย จนเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ขออนุญาตศาลอาญาออกหมายจับ จนสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ตามที่เป็นข่าว นอกจากนี้ ยังมีการขอหมายค้น กว่า 20 จุด ในการหาพยานหลักฐานมัดตัวคนร้ายครบถ้วน ซึ่งทราบมาว่าตอนนี้สามารถจับคนร้ายได้ 3 คนแล้ว กำลังตามจับบางส่วนที่หลบหนีอยู่ ส่วนเรื่องจำนวนคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น ถ้าสืบสวนไปเกี่ยวพันถึงใคร ตำรวจจะขอหมายจับเพื่อจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในวันนี้ ผมพร้อมด้วยนายอาคม รุ่งแจ้ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ นายชนาธิป เหมือนพะวงศ์ รองเลขาธิการประธานศาลฎีกา เป็นตัวแทนนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ซึ่งติดภารกิจเดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศ เดินทางไปให้กำลังใจ น.ส.พนิดา และแจ้งข่าวให้ได้ทราบ น.ส.พนิดายังอยู่ในภาวะเสียใจ ซึ่งสำนักงานศาลฯ ได้ดูแลความปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เราได้ประสานกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดหน่วยคุ้มกันดูแลความปลอดภัยมาโดยตลอด ซึ่งในปัจจุบันภายหลังเกิดเหตุท่านก็ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ&amp;quot; เลขาธิการศาลยุติธรรมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการคุ้มกันนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจศาล (คอร์ทมาร์แชล) จะเข้าไปเสริมการดูแลในเรื่องคุ้มกันและการเดินทางปฏิบัติหน้าที่ คดีนี้หลักฐานทั้งหมดที่ศาลมีได้ส่งให้ตำรวจกองปราบฯ หมดแล้ว กล้องวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน ได้ตั้งแต่มาดักรอที่หน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ก่อนลักพาตัวประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนกล้องวงจรปิดจับภาพ พ.ต.ท.บรรยินได้เลยหรือไม่นั้น ต้องถามเจ้าหน้าที่ ซึ่งแจ้งว่ามีพยานหลักฐานครบถ้วนในการออกหมายจับ พ.ต.ท.บรรยินกับพวกแล้ว รายละเอียดจะอยู่ในสำนวนสอบสวนที่ทางตำรวจจะแถลงต่อสื่อมวลชนเอง เรื่องนี้เราต้องขอบคุณ ผบ.ตร.ที่ได้ให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมาก จนสามารถจับตัวคนร้ายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก จะพูดทุกครั้งในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) หรือคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) เนื่องด้วยความห่วงใยความปลอดภัยของผู้ถูกลักพาตัว แต่เราต้องเก็บเป็นความลับ เพื่อคำนึงความปลอดภัย ซึ่งเหตุการณ์การจับตัวประกันเพื่อต่อรองให้ตัดสินคดีที่เกิดขึ้น นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นในศาลยุติธรรมมาก่อน ถือว่าเป็นเรื่องกระทบความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมจะต้องวางมาตรการในเชิงป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้น ต่อไปถ้าหากมีคดีสำคัญหรือเกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพล จะต้องวิเคราะห์เรื่องการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิด อาจต้องมีการอารักขาตัวองค์คณะ ดังนั้นเราจึงต้องมีการเพิ่มอัตรากำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลโดยเร็ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57989</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุษยา ตั้งภากรณ์, พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, พนิดา ศกุนตะประเสริฐ, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e527f6301168.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสึก2เจ้าอาวาส ผิดวินัยค้าของขลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดนแล้ว สำนักอาจารย์แจ๊ว เหนือดวง ปลุกเสกขายเครื่องรางของขลัง อวดอ้างไสยศาสตร์มนตร์ดำ ผบช.ก.สั่งตำรวจทางหลวงประสานสำนักพุทธฯ คุมหลวงตาแม็กกับพระอาจารย์ละผู้ทำพิธีไปให้พระผู้ใหญ่สึกฐานผิดวินัยสงฆ์ตามประกาศ มส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมนี้ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สั่งการให้ พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ ผบก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ทล., พ.ต.ท.รัชภูมิ กุสุมาลย์ สวญ.ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล., พ.ต.ต.อภิชน ขันกา สว.ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล และ พ.ต.ต.นโรตน์ ยุวบูรณ์ สว.ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล. นำกำลังเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสำนักข่าวแห่งหนึ่งเสนอข่าวซึ่งมีภาพวิดีโอพร้อมเนื้อหา ระบุว่า สำนักอาจารย์แจ๊ว เหนือดวง ตั้งอยู่เลขที่ 188/3 หมู่ 1 ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จัดพิธีวัตถุมงคลหลากหลายชนิด ได้แก่ ตุ๊กตาลูกเทพ, กุมารทองเรียกทรัพย์, กุมารพรายเศรษฐี, กุมารพรายเรียกทรัพย์, ล็อกเกตเศรษฐีหน้าทอง, เทพราตรี, เทพจำแลงภมร และตะกรุดเหนือดวง หรือตะกรุดพระพุทธเจ้าเหนือดวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดทำวัตถุมงคลดังกล่าวมีการอวดอ้างสรรพคุณว่า ผู้ที่บูชาตะกรุดนี้จะเป็นคนเหนือ เป็นคนมีเสน่ห์เมตตามหานิยม เจริญลาภ ยศสรรเสริญ และมีชื่อเสียงหอมขจรขจาย ทำมาค้าขึ้น ไม่มีวันจน ประสบความสำเร็จทุกด้าน ชีวิตครอบครัวมีความสุขตลอดไป ใครคิดร้ายเพียงแค่คิดชีวิตของเขาก็จะแย่ลงตกต่ำลง หรือคิดจะแข่งขันไม่มีวันจะชนะได้ ผู้บูชาต้องหมั่นทำบุญ รักษาศีล สวดมนต์ไหว้พระ มีความกตัญญูรู้คุณแล้วชีวิตจะมีแต่ความเจริญ จากดวงที่ตกถึงขั้นวิกฤติก็จะกลับมาร้ายกลายเป็นดีได้ โดยพิธีดังกล่าวมีพระเกจิและอาจารย์สายพระเวทชื่อดังร่วมพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดสืบสวนจึงประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเป็นไปตามที่เสนอข่าว อีกทั้งพบว่าพิธีดังกล่าวมี หลวงตาแม็ก วัดป่าภูยา อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู และพระอาจารย์ละ วัดสร้อยสุวรรณ จ.กำแพงเพชร ร่วมด้วย ซึ่งเป็นการกระทำผิดวินัยสงฆ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดป่าพิกุลทอง จ.หนองบัวลำภู พบหลวงตาแม็ก หรือนายจำเริญ แสงดี อายุ 56 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าภูยา อยู่ที่วัดดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กำลังอีกชุดยังได้เดินทางไปที่วัดบ่อสามแสน ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พบพระอาจารย์ละ หรือนายวีระภัทร มาทำมา อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดสร้อยสุวรรณ ต.นาบ่อคำ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร และเป็นเจ้าคณะตำบลนาบ่อดิน เขต 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประกาศของมหาเถรสมาคม เรื่องห้ามภิกษุ สามเณร เรียกเงินค่าเวทมนตร์ และห้ามทดลองของขลัง พ.ศ.2495 โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า &amp;ldquo;ด้วยปรากฏว่า มีภิกษุบางรูปเห็นแก่อามิสมุ่งลาภสักการะ ตั้งตนเป็นอาจารย์ปลุกเสกลงเลขยันต์ที่ศีรษะบ้าง หน้าผากบ้าง สอนเวทมนตร์เพื่อแคล้วคลาดศัตราวุธบ้าง โดยเรียกเงินจากผู้มาขอให้ปลุกเสกบ้าง เป็นการผิดสมณวิสัยจัดเข้าในอาชีววิบัติ มีโทษทางพระวินัย เสื่อมความเชื่อ ความเลื่อมใสของพระพุทธศาสนิกชน ไม่ใช่ข้อปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา ตรงข้ามกลับเป็นที่ตำหนิของสาธุชน เพราะไม่ทนต่อการพิสูจน์ เป็นช่องทางให้พาลชนช่วยโฆษณาชวนให้คนหลงเชื่อ เพื่อทำทุจริตโดยแอบอ้างยึดเอาเป็นอาชีพอันมิชอบ เป็นความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์และพระศาสนา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีประกาศห้ามไม่ให้ภิกษุเป็นหมอเสน่ห์ยาแฝดอาถรรพ์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า พ.ศ.2476 ระบุว่า &amp;ldquo;ถ้าภิกษุรูปใดประพฤติล่วงละเมิด เมื่อพิจารณาได้ความจริง ให้เจ้าอาวาสหรือเจ้าคณะในท้องที่ที่เกิดอธิกรณ์ลงโทษให้สึกเสีย แล้วรายงานตามลำดับ&amp;quot; จึงได้ทำการสึกพระทั้งสองรูปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังได้เตือนไปยังสำนักต่างๆ ที่ทำการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง อวดอ้างไสยศาสตร์มนตร์ดำ โฆษณาสรรพคุณเกินจริง สร้างความเชื่อที่ไม่ถูกต้องให้กับประชาชน อันเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงประชาชน หรือนิมนต์พระสงฆ์มาเข้าร่วมพิธีกรรม เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของเครื่องรางของขลังนั้น เพื่อให้จำหน่ายได้มากขึ้น ซึ่งพระสงฆ์ที่ได้กระทำดังกล่าวถือว่าผิดวินัยสงฆ์ มีบทลงโทษให้สึกจากการเป็นพระ และขอให้ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อซื้อมาบูชา เนื่องจากอาจจะถูกหลอกลวงและได้รับความเสียหายตามมาได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43528</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.นโรตน์ ยุวบูรณ์, พ.ต.ต.อภิชน ขันกา, พ.ต.ท.รัชภูมิ กุสุมาลย์, พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว, พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d5554e775653.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มมาดไฮโซ หมายจับเป็นพรวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับอดีตพ่อค้าเช่าซื้อรถ ธุรกิจเจ๊งหันมาต้มตุ๋น ลวงซื้อไม้กอล์ฟจำนวนมากจากร้านค้าแล้วชักดาบ นำของไปขายถูกตามสนามกอล์ฟ ใช้ชีวิตหรูหราตบตาชาวบ้านจนได้ฉายา &amp;quot;อายุน้อยร้อยล้าน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) สั่งการ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายณัฐพล หรือไฮโซท็อป นรการ อายุ 29 ปี ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ จ.755/2561 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2561 ข้อหา &amp;ldquo;ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับตามกฎหมาย โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ตาม พ.ร.บ.เช็ค&amp;rdquo; โดยจับได้บริเวณลานจอดรถห้างท็อป มาร์เก็ต ทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. คุมตัวไปสอบสวนที่ บก.ป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธงชัยเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มเจ้าของร้านขายอุปกรณ์กีฬากอล์ฟหลายรายย่านธนิยะ มาประสานให้กองปราบปรามเร่งติดตามจับกุมนายณัฐพลมาดำเนินคดี หลังก่อเหตุหลอกซื้อไม้กอล์ฟจำนวนมากแล้วหลบหนีไป ทั้งนี้ ช่วงแรก นายณัฐพลได้ทำทีติดต่อซื้อขายอุปกรณ์กอล์ฟ โดยสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ร้าน เช่น ชำระค่าสินค้าเป็นเงินสดหลักหมื่นจนถึงหลักแสนบาทจำนวนหลายครั้ง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่านายณัฐพลเป็นนักธุรกิจหนุ่ม ซึ่งมีหน้าตาและบุคลิกดี อีกทั้งยังแอบอ้างว่ารู้จักกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่อีกด้วย จากนั้นนายณัฐพลก็จะสั่งซื้ออุปกรณ์กอล์ฟจำนวนมากในราคาหลักแสนถึงหลักล้านบาท แจ้งว่าจะนำเงินมาชำระภายในวัน 2 วัน ซึ่งร้านค้าก็หลงเชื่อ เมื่อได้รับอุปกรณ์กอล์ฟแล้ว นายณัฐพลก็บ่ายเบี่ยงการจ่ายเงินจนกระทั่งไม่สามารถติดต่อได้ เกิดความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธงชัยกล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่ทราบว่า เมื่อปี 2559 นายณัฐพลเคยถูกดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ และ พ.ร.บ.เช็ค โดยเฉพาะคดีหลอกรับจำนำรถยนต์แล้วนำไปขายต่อ มีผู้เสียหายกว่า 50 ราย 1 ในนั้นเป็นดารานักร้องรวมอยู่ด้วย มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท จนนายณัฐพลได้รับฉายา &amp;ldquo;อายุน้อยร้อยล้าน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้สืบทราบอีกว่า นายณัฐพลมีหมายจับอีกหลายหมาย ได้แก่ หมายจับศาลแขวงนครสวรรค์ 1 หมายจับ และเป็นผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับของศาลแขวงพระนครเหนือ 2 หมายจับ ซึ่งระหว่างที่หลบหนี ผู้ต้องหาก็ยังก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายณัฐพลให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยทำธุรกิจเช่าซื้อรถ แต่กิจการไปไม่รอด จึงหันมาทำธุรกิจซื้อขายอุปกรณ์กีฬากอล์ฟ และได้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายจริง โดยนำไม้กอล์ฟที่หลอกลวงมาได้ไปขายราคาต่ำกว่าท้องตลาดให้กับลูกค้าตามสนามกอล์ฟต่างๆ ใน กทม.และต่างจังหวัด นำเงินที่ได้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่าบ้านหรู ซื้อรถหรูมาขับ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40374</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d21f6ba8b9b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2019 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2019 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ2ผัว-เมียปลอมไลน์&#039;บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก&#039;วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง ตร.หลงเชื่อกว่า10 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1มี.ค.62-ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผู้บังคับการ กองปราบปรามการกระทำผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงการจับกุมนายกิตติศักดิ์ สิริวิทยาวงศ์ และ น.ส.ไพลิน วีอูบแก้ว 2 สามีภรรยาเจ้าของโรงงานอะลูมิเนียม ผู้ต้องหาปลอมแปลงบัญชีไลน์อ้างตัวเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) หลอกลวงข้าราชการตำรวจว่า สามารถช่วยวิ่งเต้นปรับยศเลื่อนขั้นตำแหน่งในระดับ สารวัตร-รอง ผู้บังคับการ ประจำวาระปี 2561 ด้วยการเรียกรับเงิน พร้อมตั้งบัญชีรับโอนเงินเข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุทิน กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายเพิ่งเริ่มก่อเหตุมาไม่นาน โดยลงมือกระทำเนื่องจากมีปัญหาทางการเงินที่ใช้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ประกอบกับรู้จักกับระบบตำรวจ จึงวางแผนปลอมไลน์เป็น ผบ.ตร. และ ผบช.สตม. ก่อนประสานคนกลางให้ติดต่อผู้เสียหาย ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจกว่า 10 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย 1.5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับการกระทำผิดในลักษณะนี้ เข้าข่ายข้อกฎหมายมาตรา 14(1) ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ &amp;ldquo;นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชนฯ&amp;rdquo; ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดฐานฉ้อโกง อย่างไรก็ตาม ฝากเตือนด้วยว่า ทุกการกระทำผิดบนโลกออนไลน์จะทิ้งร่องรอยไว้ทั้งสิ้น ซึ่ง บก.ปอท.สามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ แต่จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับร่องรอยที่คนร้ายทิ้งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ เนื่องจาก ได้มีข้าราชการตำรวจบางรายที่โอนเงินให้แล้วรู้สึกเอะใจ จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับ บก.ปอท. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมประสานไปยังชุดสืบสวน บก.น.7 ดำเนินการจับกุมได้ในย่านธนบุรี มาคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวย้ำว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีนโยบายการวิ่งเต้นรับตำแหน่งแต่อย่างใด ยืนยันว่ากรณีนี้ทาง ผบ.ตร. จะเอาผิดทั้งส่วนตัวและทางคดี โดยต่อจากนี้ จะมีการหารือกับผู้ที่รับผิดชอบงานทางด้านวินัยว่า จะมีการตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อวิ่งเต้นในลักษณะดังกล่าวมีโทษทางวินัยอย่างไรบ้างต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30233</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์. หักพาล, จักรทิพย์ ชัยจินดา, ซื้อขายเก้าอี้, ปลอมไลน์, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c78c7d52bcb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าหนุ่มฉุดเมียเก่า ไลน์ขู่ฆ่าล้างครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องมินท์ยันไม่ยอมคืนดีผัวเก่าหลังพาพวกบุกฉุดขึ้นเก๋ง สุดท้ายยอมปล่อยที่เมืองกาญจน์หลังตำรวจกดดันหนัก พ่อลั่นดำเนินคดีถึงที่สุดเพราะให้โอกาสมาแล้ว 2 ครั้งทำร้ายลูก ตำรวจล่ากระชั้นพร้อมเพื่อนอีก 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ร.ต.อ.ศรีเดช สุวรรณ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ได้เชิญนายสวัสดิ์ พรวัฒนะสิทธิ์ และ น.ส.จิญาดา เว้นบาป หรือน้องมินท์ อายุ 26 ปี นักศึกษาหลักสูตรบริบาล ลูกสาว มาสอบปากคำเพิ่มเติม กรณีเมื่อเช้าวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา นายปิยพงษ์ อุสาสาน อายุ 35 ปี อดีตสามีของ น.ส.จิญาดาที่เลิกรากันไป 7 เดือน พร้อมพวกไปดักฉุด น.ส.จิญาดา ที่ลานจอดรถอพาร์ทเมนต์อภิสแควร์ ในเขตเทศบาลเมืองเชียงราย นำตัวขึ้นรถเก๋งหลบหนีไป โดยกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวจับภาพไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุ นายสวัสดิ์ได้เข้าแจ้งความตำรวจเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายปิยพงษ์ กับพวก ในความผิดฐานร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งมาต่อ น.ส.จิญาดาได้รับการปล่อยตัวที่จังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้นำตัว น.ส.จิญาดา เดินทางจาก จ.กาญจนบุรี กลับมาที่ศาลากลางจังหวัดเชียงรายเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดย น.ส.จิญาดาให้ปากคำว่า สาเหตุที่เลิกกับนายปิยพงษ์เพราะนายปิยพงษ์มักจะทำร้ายตนเสมอมา ทั้งนี้ ผู้ร่วมก่อเหตุมีอีก 2 คน ส่วนอีกคนคือเพื่อนของตนที่จะออกไปทำธุระด้วยกัน ระหว่างที่ถูกคุมตัว นายปิยพงษ์บอกว่าต้องการให้ตนกลับไปอยู่กินด้วยกัน และดูแลลูกเหมือนเดิม แต่ตนกังวลว่านายปิยพงษ์จะทำร้ายเหมือนเช่นที่ผ่านมา จึงหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมตัวมาดำเนินคดี เพราะเขาเคยทำมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งถือว่าทำกันเกินไป และเชื่อว่าตำรวจจะช่วยเหลือคุ้มครองตนและครอบครัวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสวัสดิ์กล่าวว่า จากการสอบถามลูก ทราบว่าระหว่างถูกฉุดขึ้นรถ มิได้ถูกนายปิยพงษ์ทำร้ายแต่อย่างใด แต่นายปิยพงษ์ได้บังคับให้น้องมิ้นท์โทรวิดีโอคอลกลับไปหาเพื่อน โดยมีลูกทั้ง 2 คนอยู่ด้วย ระหว่างที่พูดคุยน้องมิ้นท์ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ในส่วนของการดำเนินคดี ก็จะต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่มีการยอมความอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมานายปิยพงษ์ได้ก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว &amp;nbsp;2 ครั้ง และได้มากราบขอขมาขอโอกาสแก้ตัว ซึ่งก็ใจอ่อนยอมให้ไปอยู่ด้วยกันอีก ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 จึงจะไม่ยอมความอย่างแน่นอน ส่วนที่อดีตลูกเขยปล่อยตัวลูกสาวตนกลับมานั้น คาดว่าอาจเพราะถูกกดดันก็เป็นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสวัสดิ์เปิดเผยด้วยว่า หลังลูกสาวได้รับการปล่อยตัว ก็ได้เล่าให้ฟังว่า นายปิยพงษ์ได้ไลน์มาข่มขู่ว่าหากทางครอบครัวจะเอาเรื่องเป็นคดีความ จะตามฆ่าทีละคนจนหมดครอบครัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มอบหมายให้ พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.จิระเดช พระสว่าง รอง ผบก.ปคม.นำตำรวจ กก.4 ปคม. เข้าดูแลคดีร่วมกับ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุขวัฒนพันธ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย และ ร.ต.อ.ศรีเดช สุวรรณ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยชุดติดตามได้ไปตรวจสอบที่บ้านนายปิยพงษ์ที่กาญจนบุรี แต่ไม่พบตัว คาดว่าอาจจะหลบหนีไปยังจังหวัดอื่นๆ แล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28228</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิญาดา เว้นบาป, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง, ร.ต.อ.ศรีเดช สุวรรณ์, สวัสดิ์ พรวัฒนะสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c56f551d439b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
