<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายแก๊งลักรถ ส่งตามออเดอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจภาค 4 ปูพรมยึดรถผิดกฎหมาย 20 คันมูลค่ากว่า 10 ล้าน มีทั้งที่ถูกโจรกรรม ยักยอกแล้วปลอมแปลงเอกสารส่งขายราคาถูก ด้านตำรวจบุรีรัมย์จับแก๊งลักรถรายใหญ่ ได้ผู้ต้องหา 4 คน มีผู้หญิงร่วม เลือกตามใบสั่ง อีซูซุ ดีแมคซ์ เกียร์ธรรมดา ส่งขายเขมรคันละ 5 หมื่น สารภาพเดินสายหากินตั้งแต่พัทยา สมุทรปราการ จนถึงอีสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 ถนนมิตรภาพ อ.เมือง จ.ขอนแก่น วันที่ 22 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 แถลงข่าวผลการตรวจยึดรถยนต์ผิดกฎหมาย รวม 20 คัน มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ (ศปจร.) ภ.4 ตรวจยึดมาได้ ประกอบด้วย รถเก๋งฮอนด้า แจ๊ซ สีเทา หมายเลขทะเบียน ษอ 1548 กรุงเทพฯ, รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน ณร 3160 กรุงเทพฯ, รถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีเทา หมายเลขทะเบียน 3 กฉ 9113 กรุงเทพฯ และรถยนต์ที่ถูกสวมทะเบียน อีก 17 คัน ประกอบด้วย รถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน กค 5263 ยโสธร, รถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎฉ 8567 กรุงเทพฯ, รถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน งค 8967 กรุงเทพฯ, รถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีเทา หมายเลขทะเบียน กฉ 3524 ขอนแก่น, รถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 6 กส 4630 กรุงเทพฯ, รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน 7 กง 3391 กรุงเทพฯ, รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียน วฐ 6969 กรุงเทพฯ, รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน ณร 3650 กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถเก๋งมิตซูบิชิ มิราจ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 2 กฆ 2758 กรุงเทพฯ, รถเก๋งนิสสัน เทียน่า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆษ 9485 กรุงเทพฯ, รถเก๋งมาสด้า 2 สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ฎง 3458 กรุงเทพฯ, รถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู 116i สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 กจ 133 กรุงเทพฯ, รถเก๋งโตโยต้า อเวนซ่า สีเทา หมายเลขทะเบียน 4 กท 3185 กรุงเทพฯ, รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฒต 1331 กรุงเทพฯ, รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฒน 5886 กรุงเทพฯ, รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีเทา หมายเลขทะเบียน กง 2495 บุรีรัมย์ และรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ตจ 2213 กรุงเทพฯ ซึ่งทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดมาได้จากพื้นที่ 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรชัยกล่าวว่า วันนี้ได้มีการส่งมอบรถยนต์ที่ถูกโจรกรรม, ยักยอกทรัพย์และปลอมแปลงเอกสาร 20 คัน ให้กับเจ้าของที่แท้จริงทั้งหมด หลังจากเจ้าของตัวจริงนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า นอกจากเป็นรถที่คนร้ายโจรกรรมมาจากพื้นที่จังหวัดต่างๆ ก่อนนำมาดัดแปลงสภาพและจำหน่ายแล้ว ยังคงมีบางส่วนที่เป็นกลุ่มรถที่หลบหนีไฟแนนช์ นำมาดัดแปลงสภาพและจำหน่ายในราคาถูก จนมีคนหลงเชื่อซื้อรถไปใช้โดยไม่ตรวจสอบเอกสารใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ พ.ต.อ.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมแถลงข่าวผลงานศูนย์ป้องกันปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (ศปจร.ภจว.บุรีรัมย์) ทลายแก๊งลักรถกระบะรายใหญ่ ที่เน้นโจรกรรมรถยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ เกียร์ธรรมดา ตามคำสั่งของนายทุนประเทศเพื่อนบ้าน จับ 3 ผู้ต้องหา พร้อมรถกระบะ 3 คัน ได้แก่ นายสมพร หรือวุฒิ หิมชัน, น.ส.สุปรางทิพย์ หรือขวัญ ทรงโฉม และนายสันติ หรือมิก หวานเย็น ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ที่ ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว และติดตามจับกุมที่เหลืออีก 1 คน คือนายภวินทร์ หรือบอย บุตรงาม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 ก.ค. ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ที่ ต.หนองแวง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยของกลางเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการโจรกรรม แจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันลักทรัพย์รถยนต์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรถกระบะที่ยึดได้ ประกอบด้วย รถกระบะอีซูซุ ดีแม็คซ์ แค็บ สีเทา (เปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนใหม่) รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ แค็บ สีน้ำตาล (เปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนใหม่) และรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ แค็บ สีฟ้า ฝาประโปรงสีดำ บริเวณแค็บสีดำ (เปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนใหม่)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 16 ก.ค. เวลาประมาณ 08.00 น. ตำรวจ สภ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ได้ตรวจยึดรถยนต์กระบะ จำนวน 3 คัน เนื่องจากรถยนต์ดังกล่าวมีพฤติกรรมขับรถหลบหนีด่านจุดกวดขันวินัยจราจร ที่หน้าตู้ยามเฉลิมพระเกียรติฯ โดยคนร้ายจอดรถแล้วพากันหลบหนีไป ก่อนที่ตำรวจจะติดตามคนร้ายได้ 4 คน ยังหลบหนีอีก 1 คน สอบสวนผู้ต้องหารับว่าเคยก่อเหตุลักรถกระบะในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี, อ.บางบ่อ จ.สมุทรปาการ และ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เพื่อขายให้นายทุนชาวกัมพูชา ในราคาคันละ 50,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.รุทธพลกล่าวว่า เมื่อคนร้ายลักรถมาได้แล้วก็จะนำรถไปจอดไว้ในพื้นที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว แล้วบอกพิกัดตำแหน่งให้นายทุนชื่อเบิร์ด ชาวกัมพูชาทราบ จากนั้นจะมีคนมารับรถยนต์ไป
แล้วให้นายสมพรหัวหน้าแก๊งข้ามไปรับเงินที่กัมพูชาในราคาคันละ 5 หมื่นบาท หลังหักค่าใช้จ่ายในการทำงานแล้ว คนร้ายนำเงินที่ได้มาแบ่งคนละเท่าๆ กัน นำไปใช้จ่าย เที่ยว และซื้อยาเสพติด ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลเครือข่ายที่เหลือ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41645</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม, พ.ต.อ.รุทธพล เนาวรัตน์, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์, สันติ หวานเย็น, สุปรางทิพย์ ทรงโฉม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d35bfa3969b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โค่น&#039;กำนันโป้ย&#039; อดีตสว.ปล่อยกู้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; บุกนครพนมโค่น &amp;quot;กำนันโป้ย&amp;quot; อดีต ส.ว.ฐานเสียงเสื้อแดง ดำเนินคดีร่วมกับลูกสาวฐานปล่อยกู้ดอกโหด ฉ้อโกงประชาชน ยึดทรัพย์ 260 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม วันที่ 28 มกราคมนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.), พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผบก.สส.บช.ภ.4, พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม, พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผอ.กองคดี 1 ปปง. และ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. แถลงข่าวผลการปฏิบัติงานดาวกระจาย 5 จังหวัด นครพนม-บึงกาฬ-ร้อยเอ็ด-นครราชสีมา และอุบลราชธานี ภายใต้ยุทธการ &amp;ldquo;ขุดรากถอนโคนอาชญากรรม ทำบ้านเมืองน่าอยู่ ครั้งที่ 26&amp;rdquo; ได้เข้าตรวจค้นพร้อมกัน 5 จังหวัด ตามเป้าหมาย มีนายทุน 13 ราย 18 จุด ตรวจยึดและอายัดไว้ตรวจสอบ 4 จุด สามารถยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 111 ฉบับ มูลค่า 160.5 ล้านบาท และอายัดทรัพย์สินอีก 100 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 260.5 ล้านบาท โดยมีประชาชนที่เคยถูกนายทุนนอกระบบขูดรีดดอกเบี้ยอย่างไม่เป็นธรรมประมาณ 50 ราย มามอบดอกกุหลาบแก่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ที่สามารถจัดระเบียบให้ชำระหนี้คืนนายทุนในระบบดอกเบี้ยธนาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรชัยเปิดเผยว่า จังหวัดนครพนมเป็นแห่งแรกของประเทศที่มีนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ คิดดอกเบี้ยอย่างไม่เป็นธรรมแก่ลูกหนี้ คือ &amp;ldquo;เจ๊สุ&amp;rdquo; ที่ใช้ช่องทางของกฎหมายเอารัดเอาเปรียบให้ได้มาซึ่งทรัพย์ของคนอื่น ทางรัฐบาลจึงใช้เป็นโมเดล เข้าตรวจสอบนายทุนนอกระบบทั้งประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครพนม มีนายทุนเงินกู้นอกระบบเป็นจำนวนมาก แต่ที่ยิ่งใหญ่มีเครือข่ายมากที่สุดอยู่ใน อ.ศรีสงคราม จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหาข้อมูล แต่เนื่องจากนายทุนรายนี้มีอิทธิพลมาก การสืบสวนสอบสวนจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ กระทั่งมีข้อมูลชัดเจน จึงขอหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม ลงวันที่ 22 ม.ค.62 จับ น.ส.กุหลาบ เรืองวรบูรณ์ อายุ 49 ปี และนายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ หรือกำนันโป้ย อายุ 72 ปี ผู้เป็นบิดา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด จับกุม น.ส.กุหลาบได้ขณะลงจากเครื่องบินจะกลับบ้านที่ อ.ศรีสงคราม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ชุดปฏิบัติการ นำโดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร.) ร่วมกับตำรวจสืบสวนจาก สภ.ต่างๆ ใน จ.นครพนม เดินทางไปยัง อ.ศรีสงคราม ซึ่งเป็นที่อยู่ของเป้าหมาย บ้านเลขที่ 21 หมู่ 4 ถนนสายท่าแร่-ศรีสงคราม เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม เรียกนายอิทธิพล หรือกำนันโป้ย พร้อมกับแสดงหมายจับ เพื่อเข้าตรวจค้นทรัพย์สิน เบื้องต้นยึดและอายัดทรัพย์ผู้ต้องหา มูลค่า 100 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารพาณิชย์ 4 คูหา บ้านพร้อมที่ดิน 3 หลัง อาวุธปืน 5 กระบอก รถยนต์ 3 คัน ส่วนทองรูปพรรณ หนัก 130 บาท ยึดจากร้านทองบานเย็น กับร้านทองกุหลาบ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายทองในเครือข่ายของกำนันโป้ย เบื้องต้นทั้งนายอิทธิพล และ น.ส.กุหลาบให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายอิทธิพล หรือกำนันโป้ย เป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้กว้างขวางใน จ.นครพนม และยังเป็นฐานเสียงให้กับกลุ่มเสื้อแดง ด้วยการส่งลูกชายลงสมัคร ส.ส.เขต 1 แข่งกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง &amp;quot;ครูแก้ว&amp;quot; ศุภชัย โพธิ์สุ และสามารถโค่นครูแก้วแพ้ราบคาบ ด้วยพลังสนับสนุนของคนเสื้อแดง ซึ่งการจับกุมและตรวจค้นครั้งนี้ &amp;ldquo;บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กำหนัดให้ปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นวาระแห่งชาติ จึงสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27719</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, ศุภชัย โพธิ์สุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4f01da9e5a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 21:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.รวบแล้วแก๊งโจ๋ฆ่าถ่ายคลิป&#039;เรด บ้านตูม&#039;กลางสนามฟุตบอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.62 - จากกรณีที่ นายคุรุศาสตร์ ศรีคุณหลิว หรือเรด บ้านตูก อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 393 ม.9 บ้านตูม ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายจนเสียชีวิต ก่อนมีผู้มาพบศพถูกทิ้งไว้กลางสนามฟุตบอลของโรงเรียนประถมศึกษาชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น พร้อมกับถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าวุดเมื่อเวลา 16.30 น. ที่ สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด &amp;nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายอรรถพล หรืออาร์ต ชัยสอน อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.4 บ้านโคกฟันโปง ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;,นายอั๋น อายุ 16 ปี ,นายมนตรี เนตรพล อายุ 23 ปี ,นายจารุพงษ์ โคตรเสนา อายุ 19 ปี, นายเกียรติศักดิ์ เยี่ยมเวหา อายุ 23 ปี , และ น.ส.อาลิสาหรือฝน &amp;nbsp;จันทมุด อายุ 22 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พร้อมของกลาง รองเท้าผ้าใบ และกางเกงขาสั้นที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุตามคลิป โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก มีดสปาต้า 2 เล่ม &amp;nbsp;ไม้เบสบอลสภาพถูกใช้งานจนพัง &amp;nbsp;โดยของกลาทั้งหมดเจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ในบ้านเลขที่ 258 ม.2 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนายวีระพล ไชยฤทธิ์ อายุ 37 ปี โดยจากการตรวจสอบพบว่านายวีระพลไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์รุมทำร้ายนายเรดจนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ. 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 14 ม.ค. ที่ผ่านมา โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ได้ รับแจ้งเหตุพบศพคนนอนเสียชีวิตอยู่ที่สนามฟุตบอลในโรงเรียน ในเขต พื้นที่ ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่ง &amp;nbsp;เมื่อลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุพบศพนายเรด ทราบชื่อต่อมาคือ นายคุรุศาสตร์ ศรีคุณหลิว อายุ 17 ปี &amp;nbsp;สภาพศพมีบาดแผลที่ใบหน้าและศีรษะ ช้ำบวม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย จนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ ตายได้ออกจากบ้านไปกับเพื่อนชื่อนายดังและไปพบกับนายตี๋ และนายตี๋พาขับขี่รถจักรยานยนต์ไปยังจุดที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวทั้งสองคนไปสอบสวน ทราบว่า เมื่อไปถึงสนามฟุตบอลของโรงเรียนดังกล่าว มีกลุ่มวัยรุ่นยืนรออยู่ และกรูกันเข้าทำร้ายนายเรด โดยนายตี๋ได้หนีเอาตัวรอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ขณะเดียวกันกลุ่มคนร้ายได้มีการถ่ายคลิปวีดีโอ และแชร์ในโซเชียลเนตเวิค &amp;nbsp;อีกทั้งมีพยานยืนยันว่า กลุ่มคนที่ทำร้ายนายเรด มีนายอาร์ต หรืออาร์ตลาย ซึ่งเป็น ชาวบ้านโคกฟันโปง เป็นหัวโจก &amp;nbsp;มีนายอั๋น นายมน นายอาร์ม นายบูม ร่วมลงมือทำร้าย และ น.ส.ฝน เป็นคนถ่ายคลิปและแชร์ลงในโซเชียล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายจับ จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ได้ที่บ้านเลขที่258 ม.2 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น บ้านของนายวีระพล ไชยฤทธิ์ อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของกลุ่มคนร้าย โดยขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 6 คนนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นภายในบ้าน พบอาวุธปืน มีดสปาต้า และของกลางอื่นๆตามที่ปรากฏภายในบ้านหลังดังกล่าวด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.4 กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวเจ้าของบ้านมาทำการตรวจปัสสาวะ พบว่า เป็นสีม่วง จึงแจ้งข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และข้อหา ให้ที่พักพิงผู้ต้องหา ข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และจะตรวจสอบว่าอาวุธปืนและมีดที่ตรวจยึดมาได้นั้น เกี่ยวข้องกับคดีอื่นๆอีกหรือไม่ &amp;nbsp;ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่าไม่เคยรู้จักกับผู้ตายมาก่อน แต่ที่ต้องทำเนื่องจากนายอาร์ตลาย รับงานมาจากผู้ใช้เฟชบุคชื่อ &amp;quot;เทพ โซโล&amp;quot; ว่าจ้างให้ฆ่านายเรดทิ้ง เพราะ &amp;quot;เทพโซโล&amp;quot; ถูกนายเรดเบี้ยวจ่ายเงินค่ายาเสพติดแต่ไม่รู้ว่าติดเงินกี่บาท โดยในเบื้องต้นรับค่าจ้างในการฆ่านายเรดมาจำนวน 5,000บาท และมีข้อแม้ว่า การลงมือฆ่านั้น ต้องมีการถ่ายคลิปแชร์โซเชียลด้วย นายอาร์ตลายจึงรับงานมา และชวนพรรคพวกลงมือทำร้ายนายเรดจนเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; โดยนายอาร์ต ได้ออกอุบาย ติดต่อทางแชทเฟชบุคให้ผู้ตายว่าให้ไปรับยาเสพติดมาปล่อย โดยนัดกันที่สนามฟุตบอลในโรงเรียนที่เกิดเหตุ แต่นายเรดไม่มีรถจักรยานยนต์ จึงวานให้เพื่อนพาขับขี่รถไปหานายอาร์ตตามนัดหมาย เมื่อผู้ตายไปถึงนายอาร์ตจึงกระชากร่างนายเรดลงจากรถ ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้งหมดจะรุมทำร้ายร่างกาย โดยมี น.ส.ฝนถ่ายคลิปเอาไว้ จนกระทั่งนายเรด สลบแน่นิ่งไป อย่างไรก็ดีในส่วนของผู้จ้างวานที่ผู้ต้องหาซัดทอดไปนั้น ในเบื้องต้นผู้ต้องหายืนยันว่าไม่เคยพบหน้าตา แต่ติดต่อกันทางเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่รู้กันในกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด โดยจากากรตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบเพียงโปรไฟล์ที่เป็นรูปการ์ตูน และมักจะเปลี่ยนชื่อเฟซบุ๊กและโปรไฟล์ไปเรื่อยๆ ซึ่งทางเจ้าหน้ามี่จะมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาจ้างวานฆ่า&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26671</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, นายคุรุศาสตร์ ศรีคุณหลิว, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์, เรด บ้านตูม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3dedc5c3ba9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีวราห์&#039;ฟันธง &#039;สุรชัย&#039;ยังมีชีวิต &#039;แดงใต้ดิน&#039;เพ้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; เผย &amp;quot;สุรชัย&amp;quot; ยังอยู่ จับกุมกลุ่มสหพันธรัฐไทได้แล้ว 1 คน ขณะที่เว็บไซต์แดงใต้ดินเพ้อหนักถึงขั้นเชิญวิญญาณไปสิงสถิตร่วมทำสงครามกับทหารแล้ว กลุ่มรักสถาบัน และกองทัพคือศัตรู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงการพบศพนิรนามถูกฆาตกรรมยัดกระสอบทิ้งแม่น้ำโขง จ.นครพนม ว่า เบื้องต้นตนเชื่อว่าศพที่พบในพื้นที่ จ.นครพนม ไม่น่าจะใช้ศพของนายสุรชัย แซ่ด่าน เนื่องจากตามแนวทางการสืบสวนยืนยันว่าไม่น่าใช่ ข้อมูลทางฝ่ายความมั่นคงยืนยันว่านายสุรชัยยังมีชีวิตอยู่ ใครจะไปพูดอย่างไรตนไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มสหพันธรัฐไท ได้มีการจับกุมมามากกว่า 1 คน เบื้องต้นได้นำตัวไปฝากขังแล้ว ส่วนจะเป็นในระดับไหนไม่ขอตอบ ทุกอย่างเป็นเรื่องในสำนวน แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการจนกว่าจะสิ้นกระแส ส่วนที่มีการประโคมข่าวให้รวมกลุ่มกันต่อสู้กับทหาร ประเด็นนี้ทางทหารได้ดำเนินการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีในข้อหากบฏ จากนี้จะต้องสอบสวนกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครพนมว่า ย่างเข้าสู่เป็นวันที่ห้าของการพบศพชายไม่ทราบชื่อและสัญชาติ อายุราว 30-40 ปี สูงประมาณ 175-180 ซม. ถูกคนร้ายใช้เชือกไนลอนและสกอตเทปใสมัดมือ-หน้าแข้ง-เท้า และบริเวณลำคอ โดยที่ข้อมือทั้งสองข้างถูกใส่กุญแจมือ บริเวณหน้าท้องถูกกรีดด้วยของมีคม ควักลำไส้ทิ้งแล้วยัดด้วยแท่งปูนซีเมนต์ ยาวประมาณ 1 เมตร จากนั้นก็ห่อศพด้วยตาข่ายและกระสอบป่านสองใบ ลักษณะสวมหัวสวมท้ายเย็บตรงกลางติดกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังกลายเป็นข่าวโด่งดัง หลายคนสงสัยว่าอาจจะเป็นศพของนายสุรชัย แซ่ด่าน หรือด่านวัฒนานุสรณ์ อายุ 76 ปี นักโทษการเมือง นักเคลื่อนไหวชื่อดัง และผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ที่มีข่าวหายตัวไปในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกับผู้ติดตามอีก 2 คน คือ สหายกาสะลอง และสหายภูชนะ ตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่ง พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4และ พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ผู้บังคับการสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 (ผบก.สส.ภ.4) เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มายังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมกำชับให้ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนมทำงานอย่างรัดกุมที่สุด พร้อมให้ญาติของนายสุรชัย แซ่ด่าน ที่สงสัยว่าศพนิรนามนั้น อาจจะเป็นบุคคลอันเป็นที่รักของตน ก็ให้ไปยื่นตรวจดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับศพดังกล่าว แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีใครแสดงตนเพื่อตรวจดีเอ็นเอแต่ประการใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ร.ต.อ.ชม ชูรัตน์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม เจ้าของคดี ได้เดินทางไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งหลักฐานที่ได้จากบริเวณที่พบศพเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะเป็นกุญแจไขไปสู่กลุ่มคนร้ายชุดนี้ก็เป็นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนนายหนึ่ง เปิดเผยว่า ดูจากหลักฐานบางอย่าง พอจะบอกได้ว่าศพนี้น่าจะถูกฆ่านอกราชอาณาจักร โดยมีหลักฐานเป็นกุญแจมือที่ผลิตจากประเทศจีน ส่วนแท่งปูนซีเมนต์นั้น &amp;nbsp;เป็นเสาหลักกั้นทางโค้งถนนของประเทศเพื่อนบ้าน หรือที่เรียกกันว่า &amp;quot;หลักลาย&amp;rdquo; ที่กลุ่มร้ายดึงมายัดใส่ช่องท้องของคนตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คดีนี้ไม่สลับซ้ำซ้อน แค่ญาติของผู้ต้องสงสัยมาตรวจดีเอ็นเอนำไปเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอคนตาย ก็จะรู้ทันที ประมาณ 2 อาทิตย์ผลดีเอ็นเอก็ออกมาแล้วครับ&amp;rdquo; นายตำรวจนายนั้นกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในเว็บไซต์ https//ifreethai.com&amp;gt;viewtopic ต่างประโคมข่าวว่า นายสุรชัยได้เสียชีวิตแล้ว อีกทั้งยังปลุกระดมผู้ร่วมอุดมการณ์ประกาศสงครามต่อสู้กับทหารไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในเว็บไซต์เสื้อแดงใต้ดินดังกล่าวมีการโพสต์ข้อความในกระดานถามตอบว่า มันอุกอาจไร้ความปรานีใดๆ หลอกลวงไปฆ่าอย่างนิ่มๆ มันตั้งใจฆ่าอย่างเดียว คงสอบปากคำและทรมานเพื่อข่าวสารเพียงไม่กี่วัน ขอวิญญาณอาจารย์สุรชัย แซ่ด่าน สหายภูชนะ และสหายกาสะลอง โปรดมาสิงสถิตกับฝ่ายเรา บันดาลให้องค์การปฏิวัติไทและนักสู้อื่นๆ ได้รีบแข็งแรงที่จัดตั้งกองกำลังและร่วมต่อสู้ต่อพวกมัน การประนีประนอมในการต่อสู้รูปใดๆ ต่อแต่นี้จะไม่มีอีกแล้ว ใครที่ออกมาเมาท์เพื่อเจ้าและทหาร จปร.ไทยนั้นเป็นศัตรูกับเราต่อแต่นี้ไปเช่นกัน เราขอประกาศสงครามวันนี้กับพวกมัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25635</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, ร.ต.อ.ชม ชูรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2cce1849e36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยาบ้า3ล้านเม็ด ซุกรถปูนจากลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจภาค 1 แถลงผลปฏิบัติการ &amp;quot;ขุดรากถอนโคน&amp;quot; ช่วง 10 วัน ยึดยาบ้า 11 ล้านเม็ด ไอซ์ 601 กก. เคตามีน 100 กก. พร้อมจับผู้ต้องหาคดีปล่อยกู้นอกระบบและฟอกเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 ร่วมกันแถลงผลปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ 100 เป้าหมายในพื้นที่ 9 จังหวัด ตามยุทธการ &amp;ldquo;ขุดรากถอนโคน โค่นต้นตอยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 1&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 7-17 สิงหาคม 2561 สามารถจับกุมยาเสพติดได้ 1,739 คดี ผู้ต้องหา 1,785 คน ตรวจยึดยาบ้า 11,740,491 เม็ด ไอซ์ 601 กิโลกรัม เคตามีน 100 กิโลกรัม กัญชา 6 กิโลกรัม น้ำกระท่อม 3.5 ลิตร อาวุธปืน 139 กระบอก กระสุนปืน 30 นัด รถยนต์ 9 คัน จักรยานยนต์ 11 คัน สร้อยคอทองคำ เงินสด 391,600 บาท บัญชีเงินฝากธนาคารจำนวนกว่า 10 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 92 หมาย จับกุมผู้ต้องหาข้อหาสมคบและฟอกเงิน 23 คน ส่วนการตรวจค้นทั้งหมด 9 จังหวัด จับกุมและตรวจยึดอาวุธปืน 218 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 947 นัด รถยนต์ 4 คัน จักรยานยนต์ 8 คัน โทรศัพท์ 4 เครื่อง สัญญาเงินกู้ 104 ฉบับ โฉนด 10 ผืน จับกุมยาเสพติด 1,981 คดี ผู้ต้องหา 2,039 คน บุคคลพ้นโทษ 11 คน ทวงหนี้ผิดกฎหมาย 1 คน ผู้สนับสนุน 24 คน ปล่อยกู้ยืมดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมายกำหนด 7 คน ผู้สนับสนุน 26 คน โดยยึดเงินสดได้ 89,175 บาท และสมุดบัญชีลูกหนี้ที่มียอดเงินจำนวน 436,530 บาท สำหรับผู้เสียหายเงินกู้นอกระบบ รวมมูลค่าหนี้ 374,250 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุดรธานี &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4, นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี กับคณะ แถลงจับกุมนายครรชิต จำปาทอง อายุ 38 ปี ขณะขี่รถจักรยานยนต์จะเข้าโรงปูน ถนนวงแหวนทิศใต้ ริมทางรถไฟ เขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยเจ้าหน้าที่พบพิรุธและได้กลิ่นยาบ้า จากการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนจำนวน 14,000 เม็ด สอบสวน นายครรชิตบอกว่าเป็นคนขับรถบรรทุกปูนผง รับว่ายังมียาบ้าอีกจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในรถบรรทุกปูน เจ้าหน้าที่จึงตามไปตรวจสอบรถคันดังกล่าวซึ่งจอดอยู่ในโรงปูน พบยาบ้ารวมทั้งสิ้น 17 กระสอบ 3,170,000 เม็ด ตรา &amp;ldquo;ลัมโบกีนี่ 999&amp;rdquo; และไอซ์ 170 กก. ซ่อนในช่องเก็บเครื่องมือใต้ถังเก็บซีเมนต์ผง อีกส่วนหนึ่งซุกอยู่ในตัวเก๋งหลังคนขับ ใช้เพียงผ้าม่านปิดไม่ให้สังเกตเท่านั้น รวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ซึ่งถือเป็นการตรวจยึดยาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมาในพื้นที่ จ.อุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายครรชิตกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ขับรถบรรทุกปูนไปส่งปูนซีเมนต์ที่งานก่อสร้างเขื่อนน้ำเงียบ ปากซัน แขวงบอลิคำไซ และได้รับการติดต่อจากนายชัยพอน พ่อค้ายาชาวลาว ที่รู้จักผ่านน้องสาวนายชัยพอน ให้ขนยาเสพติดดังกล่าวไปส่งที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยจะมีคนมารับอีกทอดหนึ่ง ได้ค่าจ้าง 1 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้รับเงินก็มาถูกจับกุมเสียก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15885</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, วัฒนา พุฒิชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c1811367cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับทั้งครอบครัว ปล่อยกู้ดอกโหด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขอนแก่นเดินหน้ากวาดล้างนายทุนเงินกู้นอกระบบ ปฏิบัติการครั้งที่ 2 จับทั้งครอบครัว 4 คน พบปล่อยกู้มาตั้งแต่ปี 32 ด้านเจ้าของโรงสีรายใหญ่โร่ติดต่อมอบตัวหลังถูกออกหมายเรียก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น วันที่ 5 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ร่วมกันเปิดศูนย์รับเรื่องราวรองทุกข์การกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ตำรวจภูธรภาค 4 สำหรับการใช้เป็นกองบัญชาการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และปราบปรามกลุ่มขบวนการเงินกู้นอกระบบและนายทุนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เข้าตรวจค้นตามหมายค้นของศาลอาญา ที่ 232-234/2561 ที่บ้านเลขที่ 45/21 หมู่ 16 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น พร้อมจับกุมนายเสถียร มามุข ตามหมายจับที่ 216/2561 นางพันธ์ทอง มามุข ตามหมายจับที่ 217/2561 น.ส.สาวิตรี มามุข ตามหมายจับที่ 218/2561 นายสาธิต มามุข ตามหมายจับที่ 219/2561 ซึ่งจากการตรวจค้นในครั้งนี้ พบบัญชีรายชื่อลูกหนี้, สัญญาเงินกู้ รวมทั้งโฉนดที่ดินทั้งฉบับจริงและสำเนาจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาทั้งครอบครัวดังกล่าว เพราะเจ้าหน้าที่มีหลักฐานว่าได้ปล่อยกู้ให้กับประชาชนมาตั้งแต่ปี 2532 มีชาวบ้านถูกยึดที่ดินไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางรายเคยเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น แต่การแก้ไขปัญหาไม่ต่อเนื่อง เพราะกำลังเจ้าหน้าที่มีน้อย ปัจจุบันรัฐบาลต้องการคืนความสุขให้ประชาชนในทุกมิติ รวมถึงปัญหาหนี้นอกระบบด้วย ที่สร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องทำงานเชิงรุก ที่มีความร่วมมือกันจากทุกฝ่าย ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และนักกฎหมาย สร้างความเป็นธรรมให้กับทั้งสองฝ่ายคือเจ้าหนี้และลูกหนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอนแก่นมีนายทุนเงินกู้นอกระบบอีกหลายราย ซึ่งการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมนายทุนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นก็ได้ดำเนินการไปแล้วครั้งแรกเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา สามารถจับกุมนายทุนได้จำนวน 5 ราย ขณะนี้นายทุนกลุ่มนี้จะคืนโฉนดที่ดินให้ลูกหนี้จำนวน 22 ราย รวม 68 ไร่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ทท.กล่าวอีกว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งจับกุมตามหมายจับทั้งหมด 4 ราย เป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน และสามารถจับกุมได้ครบ นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายเรียกอีก 2 ราย เป็นเจ้าของโรงสีข้าวรายใหญ่ของจังหวัดขอนแก่น ที่มีการปล่อยกู้นอกระบบให้กับประชาชนมาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งทั้ง 2 รายที่ถูกออกหมายเรียก เป็นการขยายผลมาจากการจับกุมครั้งที่ผ่านมา เมื่อได้รับหมายเรียกก็ได้ประสานขอเข้ามอบตัวที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์การกู้ยืมเงินฯ แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12826</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์, พันธ์ทอง มามุข, สาธิต มามุข, สาวิตรี มามุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสถียร มามุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e202838afe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊ง&#039;มันทุกเม็ด&#039; เครือข่ายยาบ้าใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจภาค 4 รวบ 3 วัยรุ่นรับจ้างทวงหนี้ยาบ้าให้กับแก๊ง &amp;quot;มันทุกเม็ด&amp;quot; เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ภาคอีสาน พฤติการณ์สุดโหด ลูกค้ารายใดไม่จ่าย ชักปืนขู่ กระหน่ำตีด้วยไม้เบสบอล แถมไลฟ์สดประจานผ่านวิดีโอคอล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 และ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายธีรภัทร์ สาธุการ อายุ 19 ปี, นายยุทธนา โทแก้ว อายุ 19 ปี และนายเทวฤทธิ์ โพธิสาร อายุ 20 ปี พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์คาวาซากิ นินจา สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กท 2976 อุดรธานี, รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, ไม้เบสบอล 1 อัน, อาวุธปืนสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมลูกกระสุน 15 นัด, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และชุดที่ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรชัยกล่าวว่า สืบเนื่องจากนายอนุชา ดีน้อย และนายวิทยา ดีน้อย ชาว อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุดรธานี ว่าถูกทำร้ายร่างกายด้วยการรุมซ้อม ถูกตีด้วยไม้เบสบอล และจ่อปืนข่มขู่ พร้อมทั้งมีการถ่ายคลิปวิดีโอไว้ และยังถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย เหตุเกิดบริเวณทางเข้าวัดป่าศรีรัตนนิมิต ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวน จนทราบว่าผู้เสียหายพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ติดตามพฤติกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ติดต่อซื้อยาบ้าผ่านเฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;ราชา ซาตาน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในกลุ่มค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.อุดรธานี โดยผู้เสียหายทั้ง 2 คนไม่ยอมจ่ายเงินให้กับขบวนการค้ายาเสพติด ทำให้เจ้าของเฟซบุ๊ก &amp;quot;ราชา ซาตาน&amp;quot; เกิดความโกรธแค้น ว่าจ้างกลุ่มผู้ต้องหารุมทำร้ายผู้เสียหายทั้ง 2 คน เพื่อเป็นการสั่งสอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่ถูกจับ ได้ค่าจ้าง 4,000 บาท ซึ่งชุดจับกุมได้ทำการขยายผลจนสามารถจับกุมกลุ่มขบวนการค้าเสพติดในกลุ่ม &amp;quot;ราชา ซาตาน&amp;quot; ของ จ.อุดรธานี อีก 4 ราย รวมทั้งนายกิติรัตน์ พร้อมทั้งขยายผลจับกุมในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ในชื่อแก๊ง ร้อยเอ็ดมันทุกเม็ด อีก 7 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 9,726 เม็ด อายัดทรัพย์ในบัญชีธนาคาร 2,700,000 บาท และที่ จ.ขอนแก่น ใช้ชื่อแก๊ง &amp;quot;เทพบุตร โซโล&amp;quot; สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมยาบ้า 40,000 เม็ด และรถยนต์จำนวน 1 คัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 กล่าวว่า การขยายผลจับกุมผู้ต้องหาร่วมขบวนการในพื้นที่ 3 จังหวัด ทั้งหมดเป็นเครือข่ายยาเสพติดแก๊ง &amp;quot;มันทุกเม็ด&amp;quot; โดยมีฐานบัญชาการใหญ่ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และใช้ จ.ขอนแก่น เป็นจุดพักยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12672</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรภัทร์ สาธุการ, พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา, พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ, พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์, ยุทธนา โทแก้ว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทวฤทธิ์ โพธิสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3b7d2bde7a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
