<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊งมันทุกเม็ด ภ.8ยึดยาบ้า1.7ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 พร้อมผู้ว่าฯ ขอนแก่น นำตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง บุกค้นบ้านเช่า จับ 6 สมุนแก๊งมันทุกเม็ดพร้อมยาบ้ากว่า 4 แสนเม็ด เผยใช้เป็นที่พักยาก่อนกระจายไปทั่วอีสาน ที่พัทลุง จับเอเยนต์ยาเสพติดรายใหญ่ พร้อมพวกอีก 6 คน ยึดยาบ้า 1.7 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคมนี้ พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น, พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผบ.มทบ.23, พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน สนธิกำลังร่วมตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้นบ้านเช่าเลขที่ 67 หมู่ 14 บ้านวังตอ ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังสืบทราบว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดแก๊ง &amp;quot;มันทุกเม็ด&amp;quot; ใช้เป็นสถานที่พักยาบ้าก่อนส่งจำหน่ายในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคอีสาน โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วย นายสุทิน หรือเจ อ่อนศรี อายุ 25 ปี, นายสมศักดิ์ หรือโจ้ สะมะแอ อายุ 40 ปี, นายทศพร หรือเอ็ม ขวัญปาก อายุ 38 ปี, นายนัทธพงษ์ แพนลิ้นฟ้า อายุ 23 ปี, น.ส.พิมวดี อายุ 16 ปี และ น.ส.สุชาดา หรือฝ้าย ยอดจันทร์ อายุ 19 ปี พร้อมยึดยาบ้า 406,000 เม็ด อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง รถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ หมายเลขทะเบียน บต 34081 เลย และรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพ 4 คัน ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เวฬุวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุระชัยกล่าวว่า ภายหลังจากชุดสืบสวน สภ.เวฬุวัน สืบทราบว่าที่บ้านหลังดังกล่าวมีกลุ่มคนแปลกหน้ามาเช่าเป็นที่พัก จึงได้เฝ้าสังเกตพฤติกรรมจนทราบว่าคนร้ายใช้เป็นแหล่งพักยาบ้าและจำหน่ายยาบ้า โดยมีกลุ่มวัยรุ่นเข้า-ออกบ้านหลังดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้น จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การตรงกันว่าเป็นเครือข่ายแก๊งมันทุกเม็ด โดยยาบ้าที่พบ นายสมโชค หลำพลิ้ง หรืออ๊อฟ อายุ 21 ปี ชาวพิษณุโลก ซึ่งเป็นแกนนำแก๊งมันทุกเม็ด เป็นผู้สั่งการให้เครือข่ายนำมาพักไว้ ก่อนกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สโมสรค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญทั้งในพื้นที่ภาคใต้และอีกหลายจังหวัดที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งเป็นการประสานการทำงานระหว่าง 4 หน่าย ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ป.ป.ส. สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 คน พร้อมของกลางยาบ้าและเฮโรอีนจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และควบคุมตัวนายพิเชฎฐ์ &amp;nbsp;หรือเชษ หรือเอก สุริยัน พร้อมพวก 3 คน และตรวจยึดยาบ้าได้ 142 เม็ด ยาบ้าชนิดผง 5.6 กรัม และไอซ์ 3 กรัม พร้อมด้วยของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ จากการสอบสวนขยายผล ทราบว่านายศรัณย์ หรือบ่าว ศรีสุวรรธนู และนางสมใจ ศรีเมือง ทำหน้าที่รับ-ส่ง และเก็บยาบ้าให้กับนายพิเชฎฐ์ในพื้นที่ จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งใน อ.เมือง จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ยึดยาบ้าได้ 882,000 เม็ด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทราบว่ายังมียาบ้าของเครือข่ายนี้ซุกซ่อนอยู่ที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อยู่อีกเป็นจำนวนมาก จึงประสานงานกับ กก.สส.จว.ปทุมธานี และ ปช.ปส. เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายในวันที่ 14 พ.ค. จับกุมนายคิม หรือสุวรรณ ทั่งทอง ยึดยาบ้าได้อีก 597,000 เม็ด และในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายเครือข่ายของนายพิเชฎฐ์ ในพื้นที่ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง จับกุมนายสุทธิพงศ์ หรือตรี สงจันทร์ พร้อมยึดยาบ้า 236,000 เม็ด รวมได้ผู้ต้องหา 7 คน ยึดยาบ้า 1,715,000 เม็ด และไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกเครือข่ายเป็นการจับกุมนักค้ายาเสพติดใน อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ได้ผู้ต้องหาคือ นายกิตติศักดิ์ พลเจริญ พร้อมของกลางยาบ้า 160,000 เม็ด และจะมีการขยายผลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ตรวจยึดเฮโรอีน 7.6 กิโลกรัม มูลค่า 14 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือนายธาวิน มะดีเยาะ และ น.ส.ฟารัส สาและ รวมทั้งยึดทรัพย์เป็นรถยนต์ 2 คัน และจักรยานยนต์ 4 คัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36052</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์, พล.ต.ต.พรหมณัฎฐเขต ฮามคำไพ, พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์, พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdd61eb6ea12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคลื่อนร่างพ่อคูณ ศิษย์แห่เคารพศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ขอนแก่นร่วมทำพิธีขอขมาสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ก่อนเคลื่อนย้ายจากคณะแพทยศาสตร์ มข.ขึ้นรถขบวนไปยังศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษกเพื่อสวดพระอภิธรรม ก่อนถึงวันพระราชทานเพลิงศพ 29 ม.ค. ศิษยานุศิษย์ก้มกราบอาลัยสองฟากถนน มิจฉาชีพเริ่มหากิน อ้างจ่ายคนละ 500-600 ได้นั่งแถวหน้าฟังสวด ตำรวจระดม 4 พันนายดูแลความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 มกราคมนี้ ที่ห้องเก็บสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ชั้น 7 อาคารเรียนรวม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 และ พล.ต.สมชาย ครรภาฉาย ผบ.มทบ.23 นำบุคลากรทางการแพทย์จาก รพ.ศรีนครินทร์ นักศึกษาแพทย์ และศิษยานุศิษย์จาก จ.นครราชสีมา ร่วมกันทำพิธีขอขมาสรีระสังขารครูใหญ่ หลวงพ่อคูณ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเคลื่อนย้ายสรีระสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ โดยกำลังทหารจาก มทบ.23 ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายโลงครูใหญ่หลวงพ่อคูณจากชั้น 7 ขึ้นรถที่ทางคณะแพทยศาสตร์ได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งจอดรออยู่บริเวณหน้าโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จากนั้นขบวนได้เคลื่อนตัวไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. สถานที่ใช้สำหรับการสวดพระอภิธรรมครูใหญ่และครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ตามกำหนดการที่ได้กำหนดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงการเคลื่อนย้ายสรีระสังขาร บรรยากาศตลอด 2 ข้างทางที่รถเคลื่อนผ่าน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่อคูณ ต่างพากันจอดรถ และพากันมานั่งลงกับพื้นถนน เพื่อกราบสักการะสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เลี้ยวขวามาตามถนนมิตรภาพ ก่อนจะเลี้ยวขวาอีกครั้งเข้าถนนกัลปพฤกษ์ แล้วเลี้ยวเข้าไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต่างนำผ้าเช็ดหน้า ผ้าขาวม้า และเสื้อมาวางไว้กลางถนน เพื่อให้รถเคลื่อนย้ายสรีระสังขารหลวงพ่อคูณได้เหยียบ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลนำกลับไปบ้าน พร้อมทั้งมีการโปรยเหรียญโปรยทานซึ่งทำจากกระดาษสา ชื่อว่า ดอกคูณบุญ เป็นดอกคูณสีเหลือง สื่อความหมายคือ ความเมตตาของหลวงพ่อคูณที่มีต่อพุทธศาสนิกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขอเตือนพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมถึงผู้ที่ให้การเคารพเลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อคุณ อย่าไปหลงเชื่อกลุ่มบุคคลหรือใครคนใด ซึ่งมีข่าวว่าเรียกรับผลประโยชน์ ด้วยการอ้างว่าหากจ่ายเงินคนละ 500-600 บาท จะได้นั่งแถวหน้า และได้เข้าร่วมฟังสวดพระอภิธรรมหลวงพ่อคูณ ซึ่งเรื่องนี้จังหวัดได้ประสานตำรวจ ทหาร ทำการตรวจสอบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับของที่ระลึกแจกญาติโยมที่มาร่วมงานพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่หลวงพ่อคูณ วันที่ 29 ม.ค.นี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดพิมพ์หนังสือ อาจาริยานุสรณ์ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) เล่มเล็ก 44 หน้า จำนวน 300,000 เล่ม แจกผู้มาร่วมงาน ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. นอกจากนี้ยังมีหนังสืออาจาริยานุสรณ์ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) เล่มใหญ่ ประมาณ 100 หน้า ผลิตจำนวน 5,000 เล่ม แจกแขกสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ดิเรก จิตอร่าม รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้เตรียมกำลังพลจำนวน 4 พันนาย เพื่อดูแลความเรียบร้อยตลอดงานพิธีเตรียมพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ โดยแต่ละวันจะใช้กำลังตำรวจประมาณ 500 นาย เน้นรักษาความปลอดภัย 2 ส่วน คือบริเวณศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. และบริเวณเมรุลอยชั่วคราว ที่พุทธมณฑลอีสาน ถนนเลี่ยงเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า มข.ยังได้ออกคำแนะนำประชาชนที่จะไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณด้วย เช่น ผู้มีอาการไอ เป็นหวัด มีน้ำมูก ให้สวมหน้ากากอนามัยเข้าร่วมงาน ผู้มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ หรือผู้เสี่ยงต่อการรับเชื้อง่าย ให้เตรียมยาประจำตัวให้พร้อม ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารถูกสุขลักษณะ ปรุงสุกใหม่ ฯลฯ ผู้เข้าร่วมงานช่วงเย็น ให้เตรียมโลชั่นทากันยุง หรือสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดป้องกันยุงกัด ผู้ที่มีอาการต่อไปนี้ให้งดเข้าร่วมงาน มีไข้สูง ร่วมกับอาการไอ เจ็บคอ ฯลฯ มีไข้ออกผื่นแดง สงสัยป่วยโรคหัด และผู้มีตุ่มสุกใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวางดอกไม้จันทน์ ขอความร่วมมืองดถ่ายภาพขณะวางดอกไม้จันทน์ในศูนย์ประชุม เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่มาวางดอกไม้จันทน์ไม่รอคิวนาน ขอความร่วมมือให้เดินทางมาเป็นหมู่คณะหรือบริการโดยสารสาธารณะ เพื่อลดความแออัดการจราจร หลีกเลี่ยงการมาร่วมงานในช่วงเช้าวันที่ 27 ม.ค. เนื่องจากมีการจัดงานขอนแก่นมาราธอนนานาชาติ 2019 ในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ศูนย์ประชุม ผู้ที่จะร่วมงานในวันที่ 29 ม.ค. ณ พุทธมณฑลอีสาน ควรนำร่มและที่รองนั่งมาด้วย เนื่องจากที่นั่งที่เตรียมไว้อาจไม่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานที่วางดอกไม้จันทน์ ระหว่างวันที่ 22-28 ม.ค.2562 เวลา 08.00-22.00 น. ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น และระหว่างวันที่ 22-28 ม.ค.2562 เวลา 08.00-18.00 น.ณ ฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวง พระอารามหลวง หลังพุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีมีเหตุอาชญากรรม หรือขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ติดต่อได้ที่ สายด่วนความปลอดภัย โทร.0-4330-6124/ 0-4330-6125/ 08-1708-5891
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยภายหลังประชุมส่วนที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดเกี่ยวกับงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ว่า ที่วัดด่านใน ใกล้กับบ้านไร่ เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการบวชพระ จำนวน 55 รูป และขณะนี้พระที่บวชใหม่ได้รับกิจนิมนต์เดินทางไป จ.ขอนแก่น เพื่อเข้าร่วมพิธีสำคัญถวายพระเพลิงสรีระสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณในวันที่ 29 ม.ค.2562 ส่วนที่วัดบ้านไร่ กิจกรรมสำคัญในวันที่ 22 ม.ค. จะมีการปลงผมนาคที่จะบวชถวายหลวงพ่อคูณ จำนวน 92 รูป และวันที่ 24-29 ม.ค. จะมีการวางดอกไม้จันทน์สำหรับศิษยานุศิษย์ พี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถไปร่วมพิธีที่จังหวัดขอนแก่นได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27170</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ดิเรก จิตอร่าม, พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงพ่อคูณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c45d07220b03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดแล้ว130ล้าน เครือข่าย&#039;สุทิพย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกสอบอีก 7 คนพัวพันแก๊งอดีต ผบก.เลยตุ๋นลูกน้องและชาวบ้าน มีทั้งอดีต ขรก.และนักธุรกิจ ขณะเดียวกันเตรียมขอศาลออกหมายจับอีก 6 คน รอง ผบ.ตร.คุมคดีใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น เวลา 11.00 น. วันที่ 13 กันยายนนี้ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล รอง ผบช.ทท. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนผู้เสียหายและผู้ที่มีส่วนพัวพันในคดีการทุจริต โครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่ผลการสืบสวนพบว่าเชื่อมต่อเครือข่ายคดีแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมี พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ในวันนี้ พนักงานสอบสวนร่วม บช.ภ.4 และ สตช.ได้เรียกสอบปากคำเพิ่มเติม 7 คน ก่อนพิจารณาว่าจะตั้งข้อหาหรือกันไว้เป็นพยาน ประกอบด้วยข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม 4 คน เป็นข้าราชการไม่ทราบสังกัด 2 คน และนักธุรกิจ 1 คน โดยในช่วงของการสอบสวนนั้นไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวหรือสังเกตการณ์แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.รุ่งโรจน์กล่าวว่า คดีนี้มีการเอาผิด พล.ต.ต.สุทิพย์ พร้อมพวกไปแล้ว 4 คน ประกอบด้วย พล.ต.ต.สุทิพย์, พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม ผกก.อก.ภ.จว.เลย, น.ส.ธิญาดา วิภาวรกานต์ อายุ 40 ปี และนายเกรียงไกร เกตพิบูลย์ อายุ 36 ปี ยึดอายัดทรัพย์สินจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในจังหวัดต่างๆ ทั้งที่กรุงเทพฯ, นนทบุรี, เชียงใหม่, อุดรธานี และขอนแก่น รวมแล้วกว่า 130 ล้านบาท ซึ่งจากการสอบสวนยังคงพบว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งอดีตข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม, ศาล และหน่วยงานอื่น รวมถึงนักธุรกิจอีกหลายราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับอีก 6 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.รุ่งโรจน์กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทำงานมีความคืบหน้าไปมาก โดยตำรวจได้ทำงานร่วมกับ ปปง.ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินและที่มาของเงิน ว่าได้มาอย่างไร ใครถ่ายโอนให้ใคร หรือส่งมอบให้ใคร ทั้งหมดจะต้องถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะการโอนเงินในยอดสูงๆ ถ้าตอบไม่ได้ก็ถูกยึดอายัดไว้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17510</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธิญาดา วิภาวรกานต์, พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม, พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง, พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล, พล.ต.ท.สุระชัย ควรเดชะคุปต์, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกรียงไกร เกตพิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a66ca39db7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
