<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สันธนะ&#039;ตามบี้&#039;พล.ต.ท.สุวัฒน์&#039;แจ้งความแก้ไขประวัติรับราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.62- ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีต รอง ผกก.สันติบาล ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอรับความเป็นธรรมกรณีถูกข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ยศ &amp;ldquo;พล.ต.ท.&amp;rdquo;ใช้วาจาดูหมิ่นเหยียดหยามข่มเหงประชาชนผู้มาติดต่อราชการ โดยมี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้รับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันธนะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตนยื่นหนังสือรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ ขอคัดค้านเพื่อทบทวนการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ขึ้นดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และหนังสือร้องเรียน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เพื่อโปรดพิจารณาและสั่งการในกรณีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 3 ก.ย. พล.ต.ท.สุวัฒน์ ได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนในลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยาม ข่มเหงตนในฐานะผู้ร้อง และเห็นว่าเป็นการใส่ความตนต่อบุคคลที่สามน่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังอันเป็นความผิดทางอาญาตามกฎหมายและการกระทำความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.สุวัฒน์ ในความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ สน.ปทุมวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ตนได้ทำการตรวจค้นสำนวนที่เคยฟ้องคดีอาญาที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ คดีหมายเลขดำที่ 473/2547 พบว่าเอกสารสำเนาประวัติรับราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร (ฉบับย่อ) และสำเนา ก.พ.7 ของ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข &amp;nbsp;ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้หมายเรียกพยานเอกสารมาจากกองทะเบียนผล สำนักงานกำลังพลสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความขัดแย้งกัน เชื่อว่ามีการเติมหรือตัดตอนข้อความในเอกสารที่แท้จริงและเชื่อว่าอาจจะมีบุคคลอื่นร่วมกระทำความผิด จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.สุวัฒน์ กับพวกอีกคดีในฐานความผิด ใช้เอกสารราชการปลอม ที่ สน.ปทุมวันเมื่อวันที่ &amp;nbsp;5 ก.ย.เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีเป้าหมายที่จะสกัด พล.ต.ท.สุวัฒน์ ที่มีโอกาสขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในอนาคต แต่ต้องการให้ประชาชนได้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่สง่างาม และการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีความขัดแย้งส่วนตัว หรือมีเบื้องหลังแต่อย่างใด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ปลอมเอกสารทางราชการ, พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, สันธนะ ประยูรรัตน์, หมิ่นประมาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d75d90e517e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จักรทิพย์&#039;ลงใต้กำชับเฝ้าติดตามกลุ่มก่อความไม่สงบคุมเข้มสถานที่สำคัญบูรณาการทุกส่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.62 -เมื่อวันศุกร์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร.) &amp;nbsp;พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช ผบ.ตร.) พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วงผู้บัญชาการสอบสวนกลาง &amp;nbsp;(ผบช.ก.) พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) &amp;nbsp;ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจและร่วมรับฟังสถานการณ์ด้านความมั่นคง พร้อมมอบนโยบายในการป้องกันปราบปราม ณ สภ.หาดใหญ่ จว.สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก .ตร.เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. ได้กำชับป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน ให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตราสถานที่สำคัญของทางราชการ เอกชน และสถานที่เชิงสัญลักษณ์ ระบบขนส่งมวลชน สถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน ห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร สถานบริการที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจำนวนมาก สำรวจจุดเสี่ยง จุดล่อแหลม ในพื้นที่รับผิดชอบและกำหนดเป็นจุดเฝ้าระวัง อีกทั้งประสานแนะนำเจ้าของพื้นที่ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดในการป้องกันเหตุ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ให้สามารถเชื่อมโยงทางยุทธวิธีใช้งานได้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ตลอดจนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ออกสืบสวน หาข่าวบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เข้ามาอาศัยในพื้นที่รับผิดชอบ ตรวจสอบบุคคล ต้องสงสัย รวมถึงการตรวจสอบร้านจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ที่สามารถนำมาก่อเหตุได้ และให้ตั้งด่าน จุดตรวจความมั่นคง ในเส้นทางต่างๆ ที่อาจจะมีการสร้างสถานการณ์ หรือก่อเหตุร้ายในลักษณะต่างๆ เน้นตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะ เมื่อพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทุกกรณี อีกทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันผู้ที่ก่อเหตุความไม่สงบ ตลอดจนเร่งรัด ติดตาม จับกุม ตามหมายจับค้างเก่า และ ขยายผลไปยังกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง ที่สนับสนุน สั่งการ ให้ก่อเหตุ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ได้กําชับให้ติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวเชิงลึก และประสานงานกับหน่วยข่าวในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์ของฝ่ายตรงข้ามเป็นระยะ เพิ่มความเข้มและมีมาตรการในการระวังป้องกันการโจมตีที่ตั้งหน่วย ตลอดจนด่านตรวจคนเข้าเมืองตามแนวชายแดน ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลเข้า-ออกราชอาณาจักร วัตถุต้องสงสัย ยานพาหนะ โดยให้มีมาตรการป้องกันรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่นํามาประกอบระเบิดเข้ามาจอดในบริเวณที่ตั้งหน่วย หรือบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง พร้อมบูรณาการประสานงานร่วมกับตํารวจภูธรในพื้นที่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง กําหนดมาตรการร่วมกันในการระวังป้องกันเหตุ ตลอดจนการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นขั้นตอนได้ทันที และให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางในพื้นที่ ไม่ใช้เส้นทางและเวลาเดิมซ้ำซาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีข้อสั่งการ ให้ทุกหน่วยประสานงานสนับสนุนข้อมูลเพื่อเป็นพยานหลักฐานประกอบคดี และ เฝ้าระวังพื้นที่เพื่อไม่มีช่องว่างหรือเปิดโอกาสให้ก่อเหตุ อีกทั้งได้รับทราบสถานการณ์ต่างๆในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งคดีระเบิดต่างๆที่เกิดขึ้น และได้มีการสั่งการไปยัง ภ.9 และ สตม. ให้นำภาพผู้ต้องหาในคดีระเบิดขึ้นป้ายประกาศเพื่อให้ประชาชนหรือบุคคลใดผู้พบเห็นหรือมีเบาะแส สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ &amp;nbsp;และได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดในการสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยึดความปลอดภัยของตนเองและลูกน้องเป็นหลัก และจะกระทำการสิ่งใดให้ใช้หลักยุทธวิธี ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พร้อมให้มีการประสานงานและบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้พี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งใดที่ไม่ชอบมาพากล หรือบุคคลนั้นมีพฤติกรรมน่าสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอดเวลา และ ยังเน้นย้ำให้ทาง ภ.9 , สตม. รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ทำการคัดกรองบุคคลที่ผ่านเข้า-ออก โดยละเอียด&amp;rdquo; รองโฆษก ตร.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43565</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนใต้, คุมเข้มสถานที่ราชการ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d5640c65e042.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2019 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2019 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;เซ็นตั้ง&#039;สุวัฒน์&#039;เพื่อนร่วมรุ่นนั่ง&#039;รรท.ผบช.ภ.2&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.62-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 296/2562 เรื่อง ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน ระบุ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 292/2562 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 อนุญาตให้พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2(ผบช.ภ.2) ลาออกจากราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การปฎิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 72(2) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 แก้ไขเพิ่มเติมตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2559 เรื่องการกำหนดตำแหน่งของข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 จึงให้พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาการแทน ผบช.ภ.2 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือบิ๊กปั๊ด เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.) รุ่น 36 เพื่อนร่วมรุ่นพล.ต.อ.จักรทิพย์ และพล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผบ.ตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35515</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ผบ.ตร., ผบช.ภ.2, พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง, พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190510/image_big_5cd54928d9377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฉลิมเกียรติ&#039;คุมมือฆ่าดร.ประธานบริษัทฟินิกซ์ฯทำแผน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.61-พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีที่นายวัชรพงศ์ หรือบี พราหมณี อายุ 34 ปี ฆ่าดร.อัครนันท์ มงคลชลสวัสดิ์ ประธานบริษัท ฟินิกซ์ เวิลด์ เอนเนอจี จำกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเกิดตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 พ.ย.60 &amp;nbsp;ซึ่ง สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุชายถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนหน้าทางเข้าหมู่บ้านลัลลี่วิลล์ หมู่ 5 ซอยมังกรนาคดี ถนนเทพารักษ์ ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณสะพานข้ามคลองถนนทางเข้าหมู่บ้าน 50 เมตร พบรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีขาว ทะเบียน 4 กว 6451 กรุงเทพมหานคร จอดติดเครื่องอยู่บนถนน บริเวณซุ้มล้อหน้าด้านซ้ายมีรอยเฉี่ยวชน ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นเจ้าของรถ ทราบชื่อคือ ดร.อัครนันท์ มงคลชลสวัสดิ์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/355 หมู่ 5 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เป็นประธานบริษัท ฟินิกซ์ เวิลด์ เอนเนอจี จำกัด ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าที่โหนกแก้มซ้าย 1 นัด ใต้ชายโครง 2 นัดอาการสาหัส ถูกนำตัวส่ง ร.พ.สินแพทย์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นชุดสืบสวนสอบสวนของ ภ.1 รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องในคดีทั้งหมด ทั้งประจักษ์พยานและพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ แล้วให้เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด โดยหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาของศาลจังหวัดสมุทรปราการไว้แล้วจำนวน 1 ราย และสามารถติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ก่อนจะนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18314</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ, บช.ภ.1, พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรวรขาน, สมุทรปราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8a43c9169f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาค1สกัดจับยาบ้ากลุ่มว้าเกือบ9ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจภาค 1 จับ 2 ผู้ต้องหาขนยาบ้าเกือบ 9 ล้านเม็ดของกลุ่มว้าจะไปส่งที่อยุธยา และผู้ต้องหาพยายามซิ่งกระบะหลบหนี แต่ไปไม่รอด ส่วนที่พะเยา ทหารพรานร่วมกับตำรวจตั้งด่านตรวจค้นสิบล้อ ผงะ บรรทุกยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด พบเป็นเครือข่ายเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 วันที่ 9 กันยายนนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.สมชาย พัชอินโต รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ธนายุทม์ วุฒิจรัสธำรง รอง ผบช.ภ.1, พ.ต.อ.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบก.สืบสวน บช.ภ.1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ประกอบด้วย นายวีรนิจ แซ่ม้า อายุ 30 ปี, นายประสิทธิ์ ชัยพัฒนาโยธิน อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 8,840,000 เม็ด รถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน กฉ 1755 นครสวรรค์ รถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน 6 กน 1330 กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.1 และชุดปราบปรามยาเสพติด ศอ.ปส.ภ.1 ได้รับแจ้งจากสายลับจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ กระทั่งช่วงดึกวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา พบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ทะเบียน 6 กน 1330 กทม. และรถยนต์กระบะ ทะเบียน กฉ 1755 นครสวรรค์ ขับตามกันมาบนถนนสาย 4036 จาก อ.ชันสูตร จ.ชัยนาท มุ่งหน้า อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เจ้าหน้าที่จึงเรียกเพื่อตรวจค้น แต่รถยนต์ทั้ง 2 คันได้เร่งความเร็วหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้วิทยุสกัดจับ กระทั่งจับรถยนต์ทะเบียน กฉ 1755 นครสวรรค์ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดได้ที่หมู่ 1 ต.สิงห์ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี ควบคุมตัวนายวีรนิจและนายประสิทธิ์ไว้ได้ จากการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ถุงละ 85 มัด มัดละ 2,000 เม็ด จำนวน 52 ถุง รวมทั้งหมด 8,840,000 เม็ด ส่วนรถยนต์ต้องสงสัยทะเบียน 6 กน 1330 กทม. สามารถสกัดจับได้ที่บริเวณทุ่งนาใกล้วัดสละบาป ต.สิงห์ อ.บางระจัน จ.สิงบุรี โดยมีนายเกียรติภูมิ มั่นรัตนะ เป็นคนขับ ได้ทิ้งรถหลบหนีการจับกุมไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า จากการสอบสวนนายวีรนิจ ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างจากนายประสิทธิ์ จำนวน 500,000 บาท ขับรถยนต์คันดังกล่าวจาก จ.ตาก เพื่อไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ด้านนายประสิทธิ์รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายเม้ง เอเยนต์กลุ่มว้าใต้ที่อยู่แนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ให้ขนยาบ้าดังกล่าวไปส่งให้ลูกค้าเป็นเงิน 2,000,000 บาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับยาบ้าล็อตที่จับได้นี้ เป็นล็อตเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่สืบสวนภาค 1 จับกุมได้ครั้งใหญ่ที่สุดจำนวน 14 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่คนร้ายลักลอบขนยาบ้าจำนวดังกล่าวใส่ตู้คอนเทนเนอร์มาพักไว้ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พะเยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูซาง ร่วมกับทหารพรานร้อย ทพ.3105 ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง ร่วมปฏิบัติงานบริเวณด่านตรวจกาญจนาภิเษก บ้านสบบง หมู่ 10 ต.ภูซาง อ.ภูซาง ตรวจพบรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-5985 ลำปาง ขับมุ่งหน้าจะไปทาง อ.เชียงคำ จึงให้สัญญาณหยุดตรวจ พบคนขับเป็นชาย ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบภายในรถ โดยที่กระบะมีผ้าใบคลุมเอาไว้มิดชิด เมื่อเปิดออก พบถุงพลาสติกสีฟ้าห่อกระสอบฟางสีลาย เจ้าหน้าที่จึงสุ่มตรวจก็พบยาบ้าอัดแน่น จึงตรวจสอบทั้งหมด 63 ใบ พบล้วนบรรจุยาบ้าไว้ทั้งนั้น ประมาณว่ากระสอบแต่ละใบมียาบ้ากว่า 1 แสนเม็ด รวมทั้งหมดกว่า 6 ล้านเม็ด จึงคุมตัวคนขับพร้อมของกลางยาบ้าไปสอบสวนดำเนินคดีที่ สภ.ภูซาง เบื้องต้นทราบว่าเป็นเครือข่ายยาเสพติดชาวม้งจาก อ.พบพระ จ.ตาก ที่ขนยาเสพติดมาจากท้องที่ จ.เชียงราย ผ่านเส้นทาง อ.ขุนตาล-เทิง-ภูซาง และจะไปทาง อ.เชียงคำ เพื่อนำเข้าสู่ชั้นในของประเทศต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17169</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสิทธิ์ ชัยพัฒนาโยธิน, พล.ต.ต.ธนายุทม์ วุฒิจรัสธำรง, พล.ต.ต.สมชาย พัชอินโต, พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, วีรนิจ แซ่ม้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b95225a8d6d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับไม่หมด!รวบอีกยาบ้าล็อตใหญ่8.8ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค &amp;nbsp;1 (ผบช.ภ.1) พร้อมคณะแถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ประกอบไปด้วยนายวีรนิจ แซ่ม้า อายุ 30 ปี นายประสิทธิ์ ชัยพัฒนาโยธิน อายุ 24 ปี พร้อมด้วยของกลางบาบ้า จำนวน 8,840,000 เม็ด รถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน กฉ-1755 นครสวรรค์ รถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ สีเทา หมายเลขทะเบียน 6 กน-130 กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.1 และชุดปราบปรามยาเสพติด ศอ.ปส.ภ.1 ได้รับแจ้งจากสายลับจะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ กระทั่งช่วงดึกวันที 8 ก.ย.พบรถยนต์กระบะต้องสงสัยทะเบียน 6 กน-1330 กทม.และรถยนต์กระบะ ทะเบียน กฉ-1755 นครสวรรค์ ขับตามกันมาบนถนนสาย 4036 จาก อ.ชันสูตร จ.ชัยนาท มุ่งหน้า อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เจ้าหน้าที่จึงเรียกขอทำการตรวจค้นแต่ปรากฏว่ารถยนต์ทั้ง 2 คันได้เร่งความเร็วหลบหนีเจ้าหน้าที่จึงได้วิทยุสกัดตามจับกระทั่งจับรถยนต์ทะเบียน กฉ-1755 นครสวรรค์ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดที่หมู่ 1 ต.สิงห์ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี และควบคุมตัวนายวีรนิจ และนายประสิทธิ์ไว้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจค้นพบของกลางยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ถุงละ 85 มัด มัดละ 2,000 เม็ด จำนวน 52 ถุง รวมทั้งหมด 8,840,000 เม็ด &amp;nbsp;ส่วนรถยนต์ต้องสงสัยทะเบียน 6 กน-1330 กทม.สามารถสกัดจับได้ที่บริเวณทุ่งนาใกล้วัดสละปาบ ต.สิงห์ อ.บางระจัน จ.สิงบุรี โดยมีนายเกียรติภูมิ มั่นรัตนะ ซึ่งเป็นคนขับได้ทิ้งรถหลบหนีการจับกุมไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบ.ตร.เปิดเผยต่อว่า จากการสอบสวนนายวีรนิจ ให้การรับสารภาพว่ารับจ้างจากนายประสิทธิ์ จำนวน 500,000 บาท เพื่อขับรถยนต์คันดังกล่าวจาก จ.ตาก เพื่อไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในขณะที่นายประสิทธิ์รับสารภาพว่าได้รับการการว่าจ้างจากนายเม้ง เอเย่นต์กลุ่มหว้าใต้ที่อยู่แนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้านให้ขนยาบ้าดังกล่าวไปส่งให้ลูกค้าเป็นเงิน 2,000,000 บาท &amp;nbsp;และยาบ้าล็อตที่จับได้นี้เป็นล็อตเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่สืบสวนภาค 1 จับกุมได้ครั้งใหญ่ที่สุดจำนวน 14 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ &amp;nbsp;22 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่คนร้ายลักลอบขนยาบ้าดังกล่าวใส่ตู้คอนเทนเนอร์มาพักไว้ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17144</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค  1, พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาบ้า, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, หว้าใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b94d9317d682.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จับ&#039;ยาบ้า-ไอซ์&#039;ล็อตมโหฬารขนใส่รถ 10 ล้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ก.ค.61- พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. (ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ โดยจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 คน พร้อมด้วยของกลาง ยาบ้า จำนวน 58 &amp;nbsp;กระสอบ จำนวนประมาณ 11,600,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน &amp;nbsp;28 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 700 กิโลกรัม รถกระบะยี่ห้อ ฟอร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน กว 7912 เชียงราย จำนวน 1 คัน รถบรรทุก (สิบล้อ) ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 70-1838 พะเยา จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Telego ซึ่งเป็นของ นายจรัญฯ ผู้ต้องหาที่ 1 &amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ LAVA ซึ่งเป็นของ นางศรีคำฯ ผู้ต้องหาที่ 2 โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Wiko ซึ่งเป็นของ นายชันฯ ผู้ต้องหาที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.เฉลิมเกียรติ แถลงว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับ จะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก จากจังหวัดภาคเหนือมาในพื้นที่ภาคกลาง ต่อมาในวันที่ 25 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงบสวนทราบว่ารถกระบะดังกล่าวได้ขับผ่าน จ.พะเยา มุ่งหน้าสู่พื้นที่ภาคกลาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการติดตามดูพฤติกรรม จึงทราบว่ารถกระบะมีการขับนำเพื่อดูต้นทางให้กับรถบรรทุก ตรวจสอบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ได้รับคำสั่งให้ตั้งจุดสกัดรถทั้งสองคัน แล้วนำรถยนต์ทั้งสองคันมาตรวจค้นที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการตรวจค้นปรากฏดังนี้ 1) ตรวจค้นรถบรรทุก (สิบล้อ) ยี่ห้อฮีโน่ หมายเลขทะเบียน &amp;nbsp;70-1838 พะเยา มี นายจรัญ ก๋านนท์ อายุ 43 ปี ที่อยู่ 24 หมู่ที่ 8 ตำบลพงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน เป็นผู้ขับขี่ โดยมี นางศรีคำ ปินตา อายุ 38 ปี ที่อยู่ 24 หมู่ที่ 8 ตำบลพงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน ภรรยาของนายจรัญฯ เป็นผู้โดยสาร ภายในท้ายกระบะรถบรรทุกพบของกลางยาเสพติดยาบ้าและยาไอซ์ จำนวนปรากฏตามรายการข้างต้น มีข้ามโพดปิดทับตบตาเจ้าหน้าที่ 2) ตรวจค้นรถยนต์กระบะยี่ห้อ ฟอร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน กว &amp;nbsp;7912 เชียงราย &amp;nbsp;มี นายชัน สวัสดี อายุ 47 ปี &amp;nbsp;ที่อยู่ &amp;nbsp;32/6 หมู่ที่ 9 ตำบลห้วยยาง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นผู้ขับขี่ ภายในรถไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​​เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo; และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมนำส่งของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสิงห์บุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14213</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับยาไอซ์, ตำรวจ, บช.ภ.1, พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรวรขาน, มโหฬาร, ยาบ้า, ยาเสพติด, รถบรรทุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5ac8be62d10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
