<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.ภ.1 สั่งเพิกถอนคำสั่งปรับ 500 พ่อค้าไม่สวมหน้ากาก ส่งศาลพิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1)&amp;nbsp; แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีปรากฏภาพเอกสารค่าปรับเป็นเงิน 500 บาทของพนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 25 เมษายน ในความผิดฐานไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่นอกเคหสถาน หรือต้องติดต่อกับบุคคลอื่น หรือเดินทางไปสถานที่สาธารณะฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล เผยว่า กรณีจับปรับผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัย ในพื้นที่ สภ.บางปะหัน ได้รับรายงานว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการอำเภอบางปะหัน มอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้านไปตรวจสอบหลังพบว่า พ่อค้าแม่ค้าขายกะทิ​ในตลาดสดแห่งหนึ่งไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยซึ่งขัดกับคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวนให้เปรียบเทียบปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ผบช.ภ.1&amp;nbsp; ยอมรับว่า พนักงานสอบสวน เข้าใจไปว่ามีอำนาจตามกฎหมายควบคุมโรคให้สามารถเปรียบเทียบปรับได้เอง จึงสั่งปรับเป็นเงิน 500 บาท แต่ทั้งนี้ พล.ต.ท.อำพล ได้แย้งไปว่า กรณีนี้พนักงานสอบสวนต้องปรับในอัตราขั้นต่ำเป็นเงิน 6,000 บาท เพราะตามกฎหมายควบคุมโรคติดต่อและตามประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัด อัตราโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท พนักงานสอบสวนไม่สามารถปรับเป็นเงิน 500 บาทได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในกรณีนี้ ผู้ถูกกล่าวหาขอให้พนักงานสอบสวนทำสำนวนส่งฟ้องศาลแขวง เพื่อให้ศาลฯใช้ดุลยพินิจ​ในการสั่งปรับแทน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหา เชื่อว่า น่าจะปรับได้ต่ำกว่าเงิน 6,000 บาท&amp;nbsp; ดังนั้น กรณีนี้จึงใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สั่งเพิกถอนการเสียค่าปรับ 500 บาทไปแล้ว โดยให้ส่งศาลฯพิจารณาพร้อมตำหนิพนักงานสอบสวนที่ทำไปโดยพละการ ซึ่งจากนี้ จะกำชับไปยังตำรวจภูธรจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ปฏิบัติเป็นไปตามแนวทางเดียวกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ยังกล่าวถึงกรณีมีคำถามเกี่ยวกับการขับรถยนต์คนเดียวโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยเข้าข่ายความผิดกฎหมายหรือไม่ว่า&amp;nbsp; ซึ่งหากตีความตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ถือว่าผิด เพราะแม้ว่าจะอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว แต่คำสั่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตาม เพื่อให้เป็นการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ จึงไม่ต้องการให้ประชาชนตีความเป็นอย่างอื่น เพราะหากมีความผิดตำรวจก็จำเป็นจะต้องดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.1 ยืนยันว่า ตำรวจมีการใช้ดุลยพินิจ ไม่ใช่จ้องที่จะเข้าไปจับปรับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยอย่างเดียว แต่ดูที่เจตนา หรือกรณีมีการกระทำความผิด หรือได้รับการร้องเรียน ว่ามีการฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยบ่อยครั้งในพื้นที่สาธารณะ ตำรวจจึงจะเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100779</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, คกก.โรคติดต่อ, บช.ภ.1, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, สภ.บางปะหัน, ไม่สวมหน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608671b64eec6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.ภ.1 แถลงกวาดล้างยาเสพติด ยึดยาบ้า-ไอซ์-กัญชา อื้อ เผย &#039;เคนมผง&#039; เทียบเท่ากินยานอนหลับ 50-100 เม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบช.ภ.1 นายรัชพล ปาละกูล ผู้อำนวยการบังคับใช้กฎหมายสำนักงานป.ป.ส.ภาค 1 และผบก.ภ.จว.ในสังกัดภูธรภาค 1 ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดระหว่างวันที่ 13-18 มกราคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติด 6 เครือข่าย จับกุมผู้ต้องหา 592 คน ตามหมายจับยาเสพติด 8 คน สมคบ/สนับสนุน 1 คน ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่า 8,644,825 บาท ของกลางยาบ้า 220,808 เม็ด ไอซ์ 2,175.34 กรัม กัญชา 977 กิโลกรัม เคตามีน 9.41 กรัม กระท่อม น้ำกระท่อม ยาอี อาวุธปืน 5 กระบอก ซึ่งในจำนวนนี้มีคดีที่น่าสนใจเป็นผลการจับกุมของ กก.สส.3บก.สส.ภ.1 จับกุมนายเรืองศักดิ์ หรือ เอ็ม วุฒิยา อายุ 27 ปี และนายต่อศักดิ์ สุขศรีนาค อายุ 36 ปี&amp;nbsp;พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 30,250 เม็ด,ยาไอซ์ 99.69 กรัม โทรศัพท์มือถือ 1 เคริ่อง ขณะที่ทางสภ.คลองสิบสอง ได้จับกุมเอเย่นต์รายย่อยที่ลักลอบจำหน่ายเคนมผงในพื้นที่ เช่นเดียวกับที่ตำรวจภูธรนนทบุรีตรวจยึดกัญชาหลายร้อยกิโล ที่ใช้บริษัทเอกชนในการส่งให้กับลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล กล่าวว่า บช.ภ.1 ได้เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างยาเสพติด สืบเนื่องจากที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับยาเสพติดชนิดใหม่&amp;ldquo; ยาเคนมผง&amp;rdquo; และ&amp;ldquo;ทะเลทราย&amp;rdquo; ซึ่งอยู่ในกระแสความสนใจของประชาชน และมีผู้เสียชีวิตจากการเสพยาเคนมผง เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ตนจึงได้สั่งการให้หน่วยในสังกัดบูรณาการกำลังร่วมกับสำนักงานปปส. ภาค 1 ทำการระดมกวาดล้างยาเสพติด โดยเน้นให้มีการสืบสวนขยายผลทุกรายเพื่อนำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ทั้งนี้ในส่วนของกลางยาเสพติด แบ่งเป็นยาบ้าจำนวน 220,808 เม็ด, ยาไอซ์ 2,175.34 กรัม, กัญชา 977 กิโลกรัม 1,348.90 กรัม, พืชกระท่อม 1,800 ใบ 532.70 กรัม, น้ำกระท่อม 442.35 ลิตร, เคตามีน 9.41 กรัม, ยาอี 3 เม็ด ของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอาวุธปืนจำนวน 5 กระบอก ตรวจยึดทรัพย์มูลค่าทรัพย์สิน 8,644,825, เงินสด/ในบัญชี 200,175 บาท, รถยนต์ 14 คัน มูลค่า 6,784,700 บาท, รถจักรยานยนต์ 21 คัน มูลค่า 1,310,690 บาท, ทองรูปพรรณ มูลค่า 286,800 บาท, โทรศัพท์ 10 เครื่อง มูลค่า 62,460 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล กล่าวอีกว่า สำหรับการจับกุมยาเคนมผงในพื้นที่ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี นั้น เป็นการขยายผลการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่สายไหม ยังคงต้องสืบสวนขยายผลไปถึงขบวนการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป เบื้องต้นมีประมาณ 1-2 กลุ่มที่เฝ้าจับตาอยู่ แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มมิคาโดะ ที่เป็นผู้ค้าในกรุงเทพฯ ส่วนที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้เฝ้าระวังเรื่องยาเคตัวนี้ ยืนยันว่าได้เฝ้าระวังทุกจังหวัด ไม่เฉพาะจังหวัดปทุมธานีและนนทบุรีเท่านั้น ซึ่งผู้ค้ายา หรือวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ถูกสอบสวนขยายผล ก็ยอมรับว่าไม่รู้จักยาตัวนี้มาก่อน จึงตั้งข้อสังเกตว่ายาเคนมผง หรือเคทะเลทราย เป็นยาเสพติดที่ใช้ในกลุ่มผู้มีฐานะ เพราะมักพบนำไปใช้ตามงานสังสรรค์ โดยอ้างว่าเพื่อความสนุก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายรัชพล เปิดเผยว่า ส่วนผสมในการผลิตเป็นเคนมผง นำไปตรวจพบความบริสุทธิ์ของไดอะซีแพม 90 เปอร์เซนต์ ซึ่งปกติไดอะซีแพม 1 เม็ดจะมีปริมาณ 5 มิลลิกรัม แต่ยาที่ตรวจพบเทียบได้เท่าการกินยาถึง 50-100 เม็ด จึงเป็นที่มาที่ทำให้ผู้เสพมีอาการง่วงนอนเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้พล.ต.ท.อำพล ยังกล่าวถึงประเด็นการจับกุมวัยรุ่นชาย 2 ราย แล้วตรวจพบปลอกแขนการ์ดอาชีวะใต้เบาะรถกับวัตถุระเบิดนั้น เบื้องต้นทราบว่าทั้งคู่จะไปรวมกลุ่มกันในพื้นที่ สภ.บางแก้ว ก่อนขับรถเข้าพื้นที่ สภ.สำโรงเหนือ แล้วพบด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจ เนื่องจากทั้งสองขี่จักรยานยนต์ไม่มีป้ายทะเบียน แต่ก็พบปลอดแขนการ์ดดังกล่าว กับวัตถุระเบิดแรงดันต่ำ จึงจับกุมและนำไปตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดชนิดที่ไม่มีสะเก็ด จากนี้กองพิสูจน์หลักฐาน กำลังตรวจพิสูจน์ว่าเป็นระเบิดชนิดเดียวกันที่เกิดระเบิดขึ้นในพื้นที่สามย่านเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90361</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวาดล้างยาเสพติด, ทะเลทราย, บช.ภ.1, ปราบปรามยาเสพติด, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, เคนมผง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006ce6cdebd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าแค่ไฟไหม้ฟาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขนาดต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวกันเป็นกิจจะลักษณะเลยทีเดียว หลังมีภาพ &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; ยืนชูป้ายข้อความ &amp;quot;ทำงานแทบตายนายแดกหัวคิว&amp;quot; แพร่สะพัดอยู่ในโลกโซเชียล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จน &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; เดือดปุดๆ!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะก่อนหน้านี้แวดวง &amp;quot;สีกากี&amp;quot; เคยมีประวัติ เคยมีประเด็น &amp;quot;ฉาวโฉ่&amp;quot; การหักหัวคิวตำรวจที่ทำงานช่วงโควิด ตามมาด้วยข้าวกล่องอันน้อยนิด ที่นำมาให้ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่มาทำงานช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันกระหึ่มเมือง ถึงการดูแลสวัสดิการ &amp;quot;ลูกน้อง&amp;quot; ของผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขนาด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม ก.ตร.เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาบอกในวงประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ให้ดูแลในเรื่องสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงตอนหนึ่งหลังการประชุม &amp;nbsp;ก.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้พอมีเรื่อง พอมีราว มีข่าวฉาวเกิดขึ้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รีบนำตัว ส.ต.ท.วุฒิชัย &amp;nbsp;หงษ์สำโรง ผู้บังคับหมู่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 (จว.สุรินทร์) ซึ่งเป็นชุดควบคุมฝูงชนชุดที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ &amp;nbsp;26 ต.ค. และปรากฏภาพชูป้ายข้อความ &amp;quot;ทำงานแทบตายนายแดกหัวคิว&amp;quot; ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาแถลงยืนยันข้อเท็จจริง!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ต.ท.วุฒิชัย ยืนยันวันเกิดเหตุวันที่ 26 ต.ค.63 ขณะนั่งรถกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ และระหว่างลงจากรถได้เห็นป้ายข้อความติดอยู่ข้างรถบัสที่ใช้ขนส่งกำลังพล จำนวน 2 แผ่น จึงได้ดึงออกเพื่อจะนำเอาไปทิ้งถังขยะ แต่มีเพื่อนที่อยากเห็นจึงยกข้อความชูให้เพื่อนดู โดยทราบว่ามีการถ่ายภาพและแชร์กันในกลุ่มไลน์เพื่อน แต่ไม่ทราบว่าภาพหลุดลงโซเชียลได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันข้อเท็จจริงไม่มีเจตนาทำให้หน่วยเสียหาย เนื่องจากได้เบี้ยเลี้ยงเต็มจำนวนวันละ 200 บาท &amp;nbsp;ไม่มีการอมหัวคิวและไม่ได้ถูกผู้บังคับบัญชาบังคับให้แต่งเรื่องมาพูด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...เมื่อเจ้าตัวยืนยันเป็นความเข้าใจผิด ไม่ใช่การประท้วงนาย ไม่ได้โดนหักหัวคิว ทุกอย่างก็แฮปปี้เอนดิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับช่วงนี้ที่ได้เห็นภาพ &amp;quot;ผู้บังคับบัญชา&amp;quot; หลายๆ หน่วยงานดูแลเอาใจใส่ &amp;quot;ผู้ใต้บังคับบัญชา&amp;quot; โดยเฉพาะตำรวจชุด อคฝ.ที่ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมนางนฤมล บัวรับพร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 ที่นำอาหาร ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ขนม ผลไม้ น้ำดื่ม มาเลี้ยงเป็นขวัญกำลังใจตำรวจ กองร้อยควบคุมฝูงชน ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 400 นาย จากหลายจังหวัดที่ผลัดเปลี่ยนเข้าประจำการปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษผ(ผบก.191) นำอาหาร​มาเลี้ยงข้าราชการ ตร. คฝ.ภ.จว.ตาก ร้อย 1 เพื่อเป็นน้ำใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และมีระเบียบวินัย หรือ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.ภ.2 ก็นำน้ำวิตามิน 4,800 ขวด มามอบให้ คฝ.ภาค 2 ทั้ง 6 กองร้อย เห็นแล้วชื่นใจ &amp;quot;นาย&amp;quot; ที่ใส่ใจสวัสดิการดูแล &amp;quot;ลูกน้อง&amp;quot; ให้กินอิ่ม นอนหลับ &amp;nbsp;มีเรี่ยวแรงกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...ขอให้ดูแล &amp;quot;ลูกน้อง&amp;quot; อย่างต่อเนื่อง อย่าเป็นแค่เพียงไฟไหม้ฟาง พอกระแสเรียกร้องให้เอาใจใส่ลูกน้องหมดลง ก็ปล่อยอดๆ อยากๆ ตามเดิม แถมเงินเบี้ยเลี้ยงก็โดนหัก โดนตัดหัวคิวอีกแล้วกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82312</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล บัวรับพร, พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, เสียบซึ่งหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58935cc4fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพนกวิน-รุ้ง&#039; อ่วมโดน ม.116 ยุยงปลุกปั่น &#039;ผบช.ภ.&#039;1 เผยคุมตัว &#039;อานนท์&#039; ไปเชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.63 - พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 กล่าวว่า&amp;nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูความสงบเรียบร้อยเพราะ ตชด.ภ.1 ก็อยู่ในพื้นที่และดูสถานการณ์โดยรอบ ทางตำรวจภูธรภาค 1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนไปช่วยกรุงเทพฯอยู่หลายกองร้อย ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาก็ฝากให้ดูแลพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งด้านในตชด.ภ.1 มีกลุ่มผู้ชุมนุมถูกจับมาทั้งหมด 23 คน และขอให้ประชาชนรักกันไว้มากๆซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนนครบาล ตำรวจภูธรภาค1 ตำรวจภูธรภาค2 ฝ​ากมาช่วยกันเพื่อไมให้เสียเวลาตามคำสั่งผบ.ตร.ซึ่งคนที่มีหมายจับในที่อื่นๆนั้นก็จะนำดำเนินคดี โดยเวลา 12.45 น. นายอานนท์ นำภา และ นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ ถูกคุมตัวขึ้นเครื่องบินตำรวจ โดยมีตำรวจภูธรภาค 5 จำนวน 4 นาย นักบิน 2 ราย ช่างเครื่อง 2 ราย และหน่วยหนุมานกองปราบ คาดว่าจะนำตัวไป สภ.เมืองเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้เดินทางออกมา พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ล่าสุดผู้ที่ถูกควบคุมตัวมายัง ตชด.ภาค1 นั้นยังไม่แน่ชัด แต่ที่คาดว่าน่าจะได้ประกันตัวมีแนวรวม 18 คนที่โดนข้อหาฝ่าฝืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งถ้าพนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการประกันตัว ก็สามารถประกันตัวได้เลยโดยคาดว่าหลักทรัพย์น่าจะไม่เกินคนละ 20,000 บาท แต่ถ้าพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวก็จะต้องไปประกันในชั้นศาลแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่น่าเป็นห่วงก็จะมีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน&amp;nbsp;พร้อมด้วย นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง และ นายณัฐชนน&amp;nbsp;ไพโรจน์&amp;nbsp;แกนนำม็อบคณะราษฎร ที่ถูกออกหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หมายจับทั้ง 5 แกนนำได้แก่ 1.นายพริษฐ์ ชิวรักษ์ ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา ฯลๆ หมายจับศาลธัญบุรี จ.336/63 ลง 26 ส.ค.63 2.นายอานนท์ นำภา ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา ฯลฯ หมายจับศาลเชียงใหม่ จ.519/63 ลง 1 ก.ย.63&amp;nbsp;3.นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์ (เจมส์) ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา ฯลฯ หมายจับศาลเชียงใหม่ จ.521/63 ลง 1 ก.ย.63&amp;nbsp;4.น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา ฯลฯ หมายจับศาลธัญบุรี จ.323/63 ลง 15 ส.ค.63 และ 5.นายณัฐชนน ไพโรจน์ ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา ฯลฯ หมายจับศาลธัญบุรี จ.323/63 ลง 15 ส.ค.63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งหมด 23 คน แยกไปที่จังหวัดเชียงใหม่จำนวน 2 คน ได้แก่ นายอานนท์ นำภา&amp;nbsp;และ นายประสิทธิ์ ครุธาโรจน์&amp;nbsp;ส่วนอีก 18 คนโดนข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 18 คน ส่วนที่เหลืออีก 3 คน คือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์&amp;nbsp;น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และนายณัฐชนน&amp;nbsp;ไพโรจน์&amp;nbsp;ที่ถูกออกหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ในข้อหา ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	บิ๊กตู่&amp;#39;งัดพรก.ฉุกเฉินจ่อส่งทหารจัดการม็อบหลังกระทำมิบังควร
	ม้วนเสื่อ! &amp;#39;อานนท์&amp;#39; ประกาศยุติชุมนุมหน้าทำเนียบแล้ว นัดเจอแยกราชประสงค์ตอนเย็น 15 ต.ค.
	ตร.ยึดพื้นที่ชุมนุม รวบ &amp;#39;อานนท์-เพนกวิน-ไมค์&amp;#39; หลังประกาศพรก.ฉุกเฉิน
	&amp;#39;อานนท์&amp;#39;ขาสั่น!อ้างถูกวางยาตำรวจจงใจพาขบวนเสด็จฯไปเอง
	&amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39;ซัดพวกไม่มีรากเหง้าวัฒนธรรม กระทำการที่มิบังควร
	&amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39; สวนทันควันประกาศ พรก.ฉุกเฉิน เสมือน &amp;#39;รัฐประหาร&amp;#39; ประเทศถึงทางตันแล้ว
	ไปให้สุด! &amp;#39;กลุ่มคณะราษฎร&amp;#39; แถลงนัดชุมนุมสี่แยกราชประสงค์ ตอบโต้ พรก.ฉุกเฉิน
	อดีตหัวหน้าศรภ. : จะจัดการอย่างไรกับพวกหนักแผ่นดิน
	&amp;#39;อุ๊ หฤทัย&amp;#39; เดือด!ลากไส้ &amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39;
	เฒ่าเพราะอยู่นาน&amp;#39;ศิลปิน3นิ้ว&amp;#39;ลามปาม!
	ฮิวแมนไรต์ฯโผล่ปกป้องม็อบคุกคามสถาบันฯ
	ตลกแหลก &amp;#39;คณะทอน&amp;#39; ยื่นคำขาด!
	&amp;#39;อานนท์&amp;#39; อ่วม! โดน 2 หมายจับ จ่อถูกส่งตัวไปเชียงใหม่
	&amp;#39;ก้าวไกล&amp;#39; เต็มเหนี่ยว!แถลงการณ์ประณามออกพรก.ฉุกเฉิน จี้คืนอำนาจให้ประชาชนโดยทันที

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80620</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตชด.ภาค1, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, ม็อบคณะราษฎร, แกนนำม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201015/image_big_5f87fb96aaa38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครูจุ๋มเข้ามอบตัว แจ้งเพิ่มทุบ2ขวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครูจุ๋มมอบตัวรับทราบ 2 ข้อหา ทำร้ายร่างกาย และความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ครู อยู่ระหว่างสอบสวน ด้านครูอิ้วโพสต์ขอโทษทำรุนแรงเด็ก อ้างไม่มีเจตนา ทนายรณณรงค์พาผู้ปกครองแจ้งความเพิ่มครูทุบ 2 ขวบ กช.สั่งสารสาสน์คืนเงินค่าเทอมที่เก็บเกินเพดาน พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโรงเรียนในเครือทั้งหมด 34 แห่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 กันยายนนี้ ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชระมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์ ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ ประชุมติดตามความคืบหน้าในคดี น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือครูจุ๋ม ผู้ช่วยครูประจำชั้นอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ที่ถูกแจ้งความทำร้ายเด็กอนุบาลด้วยการจิกผม หยอดยาหม่องใส่ตา ขังในห้องน้ำ ตามที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นเอง น.ส.อรอุมา หรือครูจุ๋ม ได้เดินทางเข้าพบ ผบช.ภ.1 โดยไม่ยอมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดห้องเพื่อสอบปากคำครูจุ๋มอย่างละเอียดโดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกภพเปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายมาจาก ผบช.ภ.1 ให้มาดูแลและสอบสวนคดีนี้ ซึ่งวันนี้ได้ประชุมเรียบร้อยแล้วและกำหนดการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด ประการที่ 1 คือ ให้ย้อนดูกล้อง CCTC ทุกกล้อง ดูให้ครบทุกห้องเรียนว่ามีการกระทำความผิดอะไรที่เกี่ยวข้องกับเด็กบ้าง หากมีการกระทำเกี่ยวกับเด็กไม่ว่าครูคนใด จะดำเนินคดีตามความผิด เบื้องต้นได้ตั้งไว้ 2 ข้อหา คือ การทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้เด็กได้รับอันตรายทั้งกายและจิตใจ และฐานกระทำหรือละเว้นการกระทำที่ส่งผลต่อเด็ก ส่วนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.ไพศาลกล่าวว่า ได้แจ้ง 2 ข้อกล่าวหากับ น.ส.อรอุมา หรือครูจุ๋ม ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ครูฯ ยังต้องรอสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งจึงจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหานี้ได้ ซึ่งในวันนี้นอกจากจะแจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อกับครูจุ๋มแล้ว ยังต้องแยกดำเนินคดีกับครูจุ๋มอีก 8 คดี ตามที่มีหลักฐานชัดเจนจากผู้ปกครองที่ได้เดินทางมาเข้าความให้ดำเนินคดีกับครูจุ๋มทั้ง 8 ราย เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังสอบปากคำครูจุ๋ม ตำรวจได้นำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดนนทบุรีฝากขังแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม ได้โพสต์กลุ่มแช้ตไลน์ของผู้ปกครองและครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ที่มีข้อความแช้ตจากครูอิ้ว ครูประจำชั้นอนุบาล 1 ที่มีพฤติกรรมทำร้ายนักเรียนด้วยเช่นกัน ระบุว่า เธออยากขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายเด็กจริงๆ เสียใจและยอมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับครูอีกคนหนึ่งที่ปรากฏเป็นข่าวทำร้ายเด็ก คือครูมาวิน หรือนายมาร์วิน ลิวานัก โอเรโฮลา ชาวฟิลิปปินส์ นอกจากจะถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานทำร้ายเด็กแล้ว ยังถูก ตม.นนทบุรีจับกุมดำเนินคดีในข้อหาเป็นต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงสั่งปรับ 1 หมื่นบาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 5 พันบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.30 น. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์&amp;nbsp;พร้อมพ่อแม่เด็กระดับเนิร์สเซอรี่ (เด็กเล็กก่อนวัยเรียนและอนุบาล)&amp;nbsp;เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.อรอุมา หรือครูจุ๋ม&amp;nbsp;รวมทั้งครูคนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากครูทั้ง 4 คนที่ถูกไล่ออกไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;โดยปรากฏในคลิปต่อมาว่ามีเด็กนักเรียนอนุบาลและระดับเนิร์สเซอรี่ถูกครูทำร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรณณรงค์กล่าวว่า นอกจากเด็กอนุบาลจะถูกครูทำร้ายแล้ว ยังพบว่ามีเด็กที่เรียนเนิร์สเซอรี่ อายุ 2 ขวบ ถูกครูทำร้ายทุบตีเช่นกัน อีกทั้งยังมีครูโทร.มาขอผู้ปกครองว่าไม่ให้แจ้งความ ทั้งนี้ทาง ผกก.ได้เก็บรวบรวมหลักฐานกล้องวงจรปิดเนิร์สเซอรี่ ชั้น A และจะแจ้งทางผู้ปกครอง เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ กลุ่มผู้ปกครองนักเรียนกว่า 100 คน ได้เดินทางมารอฟังคำชี้แจงจากทางโรงเรียน แต่ปรากฏว่าผู้บริหารของโรงเรียนปิดห้องประชุมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ และตำรวจ ในห้องประชุมเล็ก มีการเคาะประตูให้เปิด จนเกิดการชุลมุนวุ่นวายกันพักใหญ่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ของทางโรงเรียนจะยอมเปิดประตูและออกมาเจรจาให้กลุ่มผู้ปกครองไปฟังคำชี้แจงที่ห้องประชุมใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) แถลงว่า จากการตรวจสอบพบว่าโรงเรียนมีปัญหาต้องแก้ไขหลายอย่าง เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมการเรียน ตามระเบียบที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) กำหนด โดยในระดับอนุบาลกำหนดอัตราการเก็บเงินต่อปีไม่เกิน 80,000 บาท ดังนั้นแต่ละภาคเรียน โรงเรียนสามารถเก็บได้ไม่เกิน 40,000 บาท รวมทั้งค่าใช้จ่าย ค่าอาหารกลางวัน ค่าตรวจสุขภาพนักเรียน ค่าตรวจสารเสพติด ค่าประกันอุบัติเหตุ ค่าเรียนว่ายน้ำ ค่าเรียนดนตรี ค่าห้องเรียนปรับอากาศ ค่าเรียนเสริมนอกตำราเรียน ค่าเรียนเสริมพิเศษ เป็นต้น ซึ่งปรากฏว่าโรงเรียนแห่งนี้เรียกเก็บเกิน แต่โรงเรียนรับปากว่าจะคืนเงินส่วนเกินให้ผู้ปกครอง นอกจากนี้ สช.กำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องไม่เกิน 25 คน แต่โรงเรียนกลับเปิดรับ 34 คนต่อห้อง จะต้องแก้ไขภายใน 15 วัน หากไม่แก้ไขก็จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 กำหนดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน 12 คน ตรวจสอบโรงเรียนเครือสารสาสน์ทั้ง 34 แห่ง ที่ สช.ได้รับการร้องเรียนด้วย โดยเริ่มจากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์เป็นแห่งแรก และต่อไปนี้ สช.จะปิดช่องว่างทั้งหมด โดยมีมาตรการบังคับให้โรงเรียนเอกชนทุกแห่งติดประกาศพร้อมกับภาพถ่าย ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู วันหมดอายุ หน้าห้องเรียนทุกห้อง เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจในโรงเรียนเอกชนต่อไป และถ้าโรงเรียนจ้างคนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาทำหน้าที่ครู มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท&amp;rdquo; นายอรรถพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงครูทำร้ายเด็กอนุบาลว่า ขณะนี้กำลังเป็นกระแส ก็ขอฝากให้ครูที่มีอยู่กว่า 4 แสนคนทั่วประเทศ อย่าให้กรณีการลงโทษเด็กกลายมาเป็นปัญหา เป็นเงื่อนไขกลับมาที่รัฐบาล ฝากไปยังองค์กรครู จะทำโทษ ตีแรงๆ ทำโทษหนักไม่ได้แล้วในปัจจุบันนี้ หวังความร่วมมือจากเหล่าคุณครูทั้งหมด เพราะเดี๋ยวนี้มีกล้อง มีคลิป มีโซเชียลมีเดีย ก็เห็นหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเป็นห่วงว่าจะไปเป็นการขยายความขัดแย้งให้มากขึ้น ขอกระทรวง สถานศึกษาทุกแห่ง ต้องระมัดระวังเรื่องนี้ การลงโทษ การบูลลี่ทั้งหมด ขอให้อยู่ในกฎในระเบียบที่เหมาะสม&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79010</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์, พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชระมงคล, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาร์วิน ลิวานัก โอเรโฮลา, รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล ตรึกตรอง, อรอุมา ปลอดโปร่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200929/image_big_5f732a925b323.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีครูจุ๋มลามรร. จ้างต่างด้าวผิดกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครูจุ๋มโดนแล้ว 3 ข้อหา ทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว และผิด พ.ร.บ.ครู โรงเรียนปัดไฟพ้นตัวไล่ออกอีก 3 คน เผยครูสอนภาษาอังกฤษชาวฟิลิปปินส์เข้าไทยในฐานะนักท่องเที่ยว เข้ามอบตัว ตม.แล้ว กช.เช็กบิลโรงเรียนจ้างครูไร้ใบอนุญาต ชี้ผิดอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 กันยายนนี้ คดี น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือครูจุ๋ม ครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ลงโทษนักเรียนอนุบาล 1 ด้วยความรุนแรง ว่า ได้สั่งการไปยัง ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ให้ดำเนินคดีไปตามข้อเท็จจริง อย่าโน้มเอียงไปตามกระแสสังคม ขณะนี้มีคลิปจากผู้ปกครองไม่ต่ำกว่า 10 คลิป และสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งครูและผู้ปกครองไม่ต่ำกว่า 10 ปาก จากหลักฐานที่ได้ ครูจุ๋มลงโทษเด็กเกินกว่าเหตุจริง เบื้องต้นถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว และผิด พ.ร.บ.ครู ส่วนข้อหาอื่นกำลังรอสหวิชาชีพเข้าพูดคุย ประเมินสภาพจิตใจของเด็กก่อนว่าได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด หากพบว่าสภาพจิตใจได้รับผลกระทบอาจแจ้งข้อหาเพิ่มได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.1 กล่าวด้วยว่า พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกครูจุ๋มมาสอบปากคำเพิ่มเติมกรณีขังเด็กไว้ในห้องน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.ต.ท.ฐิติวัฒน์ ฤชานุกูล รอง ผกก.ตม.จ.นนทบุรี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปที่ สภ.ชัยพฤกษ์ เข้าพบ พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์ ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ ขอข้อมูลเพื่อเร่งติดตามจับกุมตัวครูมาวิน ชาวฟิลิปปินส์ ที่สอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ หลังก่อเหตุทำร้ายน้องเสือ โอชิ นักเรียนอนุบาล 1 โดยการกระชากแขนและเหวี่ยงเข้าห้องน้ำ ผู้ปกครองได้แจ้งความไว้ที่ สภ.ชัยพฤกษ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.ฐิติวัฒน์เปิดเผยว่า ผกก.ตรวจคนเข้าเมือง จ.นนทบุรี ได้มอบหมายให้มาประสานกับร้อยเวร สภ.ชัยพฤกษ์ซึ่งเป็นเจ้าของคดี เบื้องต้นทางเจ้าของคดีได้ประสานสหวิชาชีพเพื่อสอบปากคำตัวเด็กผู้เสียหาย ทาง ตม.ได้ประสานทาง ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ไว้แล้ว ถ้ามีข้อมูลครูมาวินเพิ่มเติมให้รีบประสานเพื่อลงในระบบเฝ้าระวังป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างตรวจสอบครูมาวินและครูชาวต่างชาติคนอื่นว่าขออนุญาตทำงานถูกต้องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากการตรวจสอบครูมาวิน พบว่ามีหนังสือเดินทางแบบนักท่องเที่ยว อนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้แค่เพียง 30 วันเท่านั้น ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 55/303 หมู่บ้านปาริชาต ถนน 345 อ.เมือง จ.ปทุมธานี บ้านพักของครูมาวิน แต่ไม่พบตัวทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน อย่างไรก็ตาม เวลา 14.00 น. ครูมาวินได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังสอบปากคำ พ.ต.ท.ฐิติวัฒน์ ฤชานุกูล รอง ผกก.ตม.จว.นนทบุรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของครูมาวิน ชาวฟิลิปปินส์ ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ พบว่าครูมาวินไม่มีวีซ่าทำงาน มีเพียงวีซ่านักท่องเที่ยว และได้ทำการยื่นขออยู่ในประเทศไทยต่ออย่างถูกต้องโดยอ้างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดตำรวจเชิญตัวครูมาวินไปที่ สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน พร้อมทั้งเตรียมเอาผิดผู้บริหารโรงเรียนในข้อหารับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางจุฑามาศ ไกยะวณิชย์ อาจารย์ผู้สอนชั้น ป.5 และ ป.6 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ให้ครูที่ปรากฏในคลิป 4 คนออกจากโรงเรียนทันที ประกอบด้วย ครูประจำชั้น ครูชาวฟิลิปปินส์ ครูสอนศิลปะ และครูจุ๋ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความเคลื่อนไหวอีกด้านหนึ่งที่โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ กลุ่มผู้ปกครองกว่า 200 คน พากันเข้าพบผู้บริหารของโรงเรียน เพื่อขอดูกล้องวงจรปิดย้อนหลัง หลังทวงถามหลายครั้ง แต่ถูกทางโรงเรียนปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงศึกษาธิการ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ประชุมแก้ปัญหาครูทำร้ายนักเรียน ก่อนเปิดเผยว่า จากที่ได้หารือร่วมกับผู้ปกครอง ผู้บริหารโรงเรียน ตำรวจในพื้นที่ เจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต ยืนยันว่า ศธ.จะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานของ ศธ.เข้าไปช่วยประสานการดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้ว พร้อมร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเยียวยาเด็กและผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบด้านจิตใจ โดยโรงเรียนรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เบื้องต้นผู้ปกครองพอใจ แต่ยังมีบางคนต้องการนำบุตรหลานลาออก ซึ่งได้ให้ศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรีเข้าไปดูแลอำนวยความสะดวกให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางกนกวรรณกล่าวว่า ครูพี่เลี้ยงไม่มีในโรงเรียนเอกชน มีแต่พี่เลี้ยงเด็ก หลังจากนี้จะให้โรงเรียนชี้แจงและส่งรายชื่อครูที่มีใบประกอบวิชาชีพและพี่เลี้ยงเด็กอย่างชัดเจน โดยจะให้มีการปรับปรุงแก้ไขทั้งระบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า ผู้ที่จะเข้าไปอยู่ในโรงเรียนเอกชนได้ต้องอาศัยหนังสืออนุญาตจากคุรุสภา คือต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือหากไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั่วคราว 2 ปี รวมถึงหากมีนักศึกษาครูฝึกงานจะต้องมีใบอนุญาตปฏิบัติการสอนระหว่างที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตัวจริง หากตรวจพบว่าโรงเรียนแห่งนี้ปล่อยให้ครูที่ไม่มีใบอนุญาตมาสอน ผู้ถือใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเอกชนจะมีความผิดทางอาญา จากนี้ไป สช.จะออกแนวปฏิบัติให้โรงเรียนเอกชนทั่วประเทศจะต้องแสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู พร้อมเลขที่วันหมดอายุเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยให้มีในเว็บไซต์ของโรงเรียน รวมถึงติดไว้หน้าห้องเรียนและชั้นเรียนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการไปยังนางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ให้ส่งนักจิตวิทยาเด็กของบ้านพักเด็กและครอบครัว เพื่อให้คำแนะนำปรึกษาทางจิตวิทยาแก่เด็กและผู้ปกครอง เบื้องต้นจะตั้งไลน์กลุ่มผู้ปกครองดังกล่าว โดยมีนักจิตวิทยาของ พม. รวมถึงนักจิตวิทยาคลินิก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม, นักสุขภาพจิต เขต 4 กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและความช่วยเหลือทุกด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อว่า นักเรียนเลว @BadStudent_ ระบุว่า ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ครูสั่งนักเรียนชั้น ม.3 ลุกนั่ง 100 ครั้ง จนเดินไม่ได้กว่า 2 เดือน แพทย์วินิจฉัยว่าเส้นเอ็นอักเสบในข้อขา ผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความที่ สภ.สามโคกไว้แล้ว หวั่นเรื่องเงียบหลังผ่านมากว่า 2 เดือน แต่ยังคุยตกลงกับ ผอ.โรงเรียนไม่ลงตัว ทั้งนี้ ในใบแจ้งความระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 63 ครูประจำชั้นสั่งให้ลูกสาวและเพื่อนร่วมชั้นลุกนั่ง 100 ครั้ง ต่อมาหลังกลับมาถึงบ้าน ลูกสาวมีอาการปวดที่บริเวณขาจนลุกขึ้นเดินไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78903</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนกวรรณ วิลาวัลย์, จุฑามาศ ไกยะวณิชย์, จุติ ไกรฤกษ์, พ.ต.ท.ฐิติวัฒน์ ฤชานุกูล, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล ตรึกตรอง, อรอุมา ปลอดโปร่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f71d5804995d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบอีก1แก๊งปล้นฆ่าแม่-พี่อัยการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับได้อีก 1 แก๊งปล้นฆ่าแม่-พี่ชายอธิบดีอัยการชิงพระเครื่อง 8 ล้าน หนีคดี 13 ปี สุดท้ายไปจนมุมที่เมืองกาญจน์ ยังเหลืออีกคนมือค้อนฆาตกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ร่วมกันแถลงจับกุมตัวนายประวิท หรือต่อ เกตุสกุล อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152/17 หมู่ที่ 6 ต.หนองยาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 963/2550 ลงวันที่ 2 กันยายน 2550 ข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยกระทำทารุณโหดร้าย, ร่วมกันฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพลเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ส.ค.50 ที่บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ 1 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 41 (ศรีตะบันต์) ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.นุสรา หรือนุส ก้อนเจริญ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายเชาว์ มาขุนทด ผู้ต้องหาที่ 2 รู้ว่านายธีระศักดิ์ ธีระชิต ผู้ตาย ห้อยพระเครื่องที่มีมูลค่าสูง จึงวางแผนเข้าปล้นพระโดยทำทีเป็นติดต่อขอเช่าพระเครื่องดังกล่าวในราคาองค์ละ 8 ล้านบาท วันเกิดเหตุ น.ส.นุสรา, นายเชาว์ และนายธานี หรือยอด ซ่อนกลิ่น ผู้ต้องหาที่ 3 ได้เข้าไปที่บ้านพักที่เกิดเหตุทำทีขอดูพระ โดยนายเชาว์อาศัยโอกาสที่นายธีระศักดิ์เผลอใช้ค้อนทุบหัวจนเสียชีวิต แต่บังเอิญนางรัชนี &amp;nbsp;ธีระชิต แม่ของผู้ตายเข้ามาเห็นจึงโดนฆ่าอีก 1 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้นำศพทั้ง 2 ขึ้นรถตู้ที่มีนายสันติ หรือใหม่ จำนงผล ผู้ต้องหาที่ 4 เป็นคนขับ และนายประวิท หรือต่อ เกตุสกุล ผู้ต้องหาที่ 5 ซึ่งนั่งรออยู่ที่รถ เดินทางไปที่วัดใหม่หนองโสน จ.ชัยภูมิ เพื่อนำศพไปเผา โดยได้ว่าจ้างนายบุญส่ง สิงห์ครอง ผู้ต้องหาที่ 6 ซึ่งเป็นสัปเหร่อของวัดดังกล่าวเพื่อนำศพไปเผา แต่ถูกชาวบ้านพบเห็นก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาที่ 3, 4 และ 6 ได้ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี กระทั่งวันที่ 17 ส.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนจังหวัดนนทบุรีได้จับกุมนายประวิท ผู้ต้องหาที่ 5 ได้ที่ริมถนนสาธารณะ หมู่ที่ 8 ถนนอู่ทอง ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ส่วนผู้ต้องหาที่ 1 ได้เสียชีวิตแล้วเมื่อปี 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนางรัชนีเป็นแม่ของอธิบดีอัยการ ส่วนนายธีระศักดิ์เป็นพี่ชายอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปกครองอุดรธานี ขณะเกิดเหตุเมื่อปี 50 เป็นอัยการผู้เชี่ยวประจำสำนักอัยการเขต 5 จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 13 ปีถึงสามารถจับกุมนายประวิทได้ และมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่อีก 1 คน คือนายเชาว์ มาขุนทด ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74841</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bc9048533f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
