<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดวลเดือดปล้นทอง โจรพลาดถูกยิงหัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปะทะเดือดโจรปล้นทองในห้างโลตัสบึงกาฬ ตำรวจแกะรอยพบย้อนกลับบ้านเกิดที่ขอนแก่น สกัดให้มอบตัวกลับชักปืนยิงใส่ ตัวเองถูกกระสุนเจาะหัวอาการสาหัส ยึดสร้อยคอทองคำได้ 20 เส้น สร้อยข้อมือทองคำอีก 66 เส้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 สิงหาคมนี้ ที่ริมถนนกัลปพฤกษ์ บริเวณข้างโรงพยาบาลกรุงเทพ ก่อนถึงสี่แยกไฟแดง ถนนกัลปพฤกษ์ ตัดกับถนนมะลิวัลย์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่นช่วยกันปฐมพยาบาลนายรังสรรค์ วิเศษดินทอง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 8 ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา หลังถูกตำรวจสืบสวนภาค 4 ยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยพบกองเลือด อาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. พร้อมทั้งกระเป๋าของคนร้ายตกอยู่ จากการตรวจสอบในกระเป๋า พบสร้อยคอทองคำ 20 เส้น สร้อยข้อมือทองคำ 66 เส้น ห่างจากจุดที่พบกองเลือดของคนร้าย พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพล้มตะแคงอยู่ริมฟุตบาท โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ได้ทำการเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดตามขั้นตอนเป็นที่เรียบร้อย พร้อมนำตัวคนร้ายส่งโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายรังสรรค์เป็นหนึ่งในกลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันวางแผนก่อเหตุบุกเข้าไปชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาบึงกาฬ ภายในศูนย์การค้าห้างเทสโก้โลตัส ใกล้สี่แยกไฟแดงบึงกาฬ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ทองรูปพรรณ ทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือน้ำหนักกว่า 90 บาท คิดเป็นเงินราว 2.7 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 4 เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเพิ่มเติมระบุว่า หลังเกิดเหตุปล้นทองในร้านทองที่ จ.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนหาเบาะแสตัวคนร้ายและได้แกะรอยนายรังสรรค์มาโดยตลอด กระทั่งสืบทราบว่าเป็นชาวขอนแก่น ล่าสุดวันนี้ได้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สะกดรอยนายรังสรรค์มาตั้งแต่ออกจากซอยศรีมารัฐ 16 ด้วยการขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ ก่อนที่จะแสดงตัวเข้าจับกุม แต่นายรังสรรค์กลับเร่งเครื่องหนี ถึงที่เกิดเหตุตำรวจตะโกนบอกให้หยุดรถและมอบตัว แต่นายรังสรรค์กลับชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. ออกมาเพื่อยิงต่อสู้กับตำรวจ แต่ถูกตำรวจยิงทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส นายรังสรรค์พยายามเดินหนี สุดท้ายก็ทรุดลงกับพื้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73316</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, รังสรรค์ วิเศษดินทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27f9314efa8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;38&#039; พุ่งแรง!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับถอยหลังเหลืออีกเพียง 3 เดือนนิดๆ ก็จะถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายสำหรับข้าราชการที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ที่จะเกษียณอายุราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้แวดวง &amp;quot;สีกากี&amp;quot; ตามประกาศสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีข้าราชการตำรวจที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และจะพ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวน 5,739 ราย!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัดเฉพาะระดับ &amp;quot;นายพล&amp;quot; ระดับยอด &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; มีหลายเก้าอี้สำคัญที่จะว่างลง และรอลุ้นคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฟกัสสำคัญพุ่งเป้าไปที่เก้าอี้ &amp;quot;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;quot; หรือ &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ที่รอบนี้ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ครบเกษียณอายุราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถม &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; เพิ่งออกมาสยบข่าวลือหลังเกษียณอายุราชการจะไปเป็นนักการเมือง ด้วยวลีเด็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีการทาบทามใดๆ ไม่สนใจเล่นการเมือง กลัวการเมืองเล่นเอา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือรอง ผบ.ตร. มี &amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย เกษียณอายุราชการ รวมทั้ง พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เกษียณอายุราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับระดับผู้บัญชาการ หรือ ผบช. ก็เกษียณอายุราชการกันเยอะ เก้าอี้ใหญ่ๆ ก็แยะ ทั้ง พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ จตร. (หน.จต.), พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3, พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.สตส., พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) รพ.ตร., พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพย์จันทร์ ผบช.ภ.8, พล.ต.ท.สุรพล แก้วขาว ผบช.สกบ., พล.ต.ท.อาชวันต์ โชติกเสถียร ผบช.รร.นรต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนระดับรองผู้บัญชาการ หรือรอง ผบช. เกษียณอายุราชการ 30 นาย ระดับผู้บังคับการ หรือ ผบก. เกษียณอายุราชการ 36 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบ็ดเสร็จ &amp;quot;นายพล&amp;quot; ปีนี้เกษียณอายุราชการปาไปเกือบ 80 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครจะมานั่งเก้าอี้ใหม่ป้ายแดงแทนที่ &amp;quot;นายพล&amp;quot; ทั้ง 80 นาย ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการแต่งตั้งตามกฎ ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในระดับหัว ระดับยอดปลายแหลม &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; ณ ชั่วโมงนี้ ว่ากันว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลข 38 พุ่งแรง!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะดาหน้าชักแถว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องติดตามๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69166</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพย์จันทร์, พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์, พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร, พล.ต.ท.สุรพล แก้วขาว, พล.ต.ท.อาชวันต์ โชติกเสถียร, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ, เสียบซึ่งหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58935cc4fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แป๊ะ&#039;ลั่นไม่ตายฟรี ตีวงฆ่ากำนันเตี้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.บุกหนองคาย ติดตามคดีฆ่ากำนันเตี้ย เผยตำรวจกำลังทำงานเต็มที่ มีความคืบหน้าแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ มุ่งประเด็นพิทักษ์ผลประโยชน์ส่วนรวม ขัดแย้งส่วนตัว ลั่นคนดีต้องไม่ตายฟรี พบแล้วล้อจักรยานยนต์ของคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.สส.ภ.4 เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกยิงนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ หรือกำนันเตี้ย กำนันตำบลผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย โดยมี พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน รายงานผลการปฏิบัติงาน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังด้วย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ประเด็นที่ตำรวจทำการสืบสวนมุ่งไปที่เรื่องการขัดแย้งเรื่องที่ดิน, เรื่องเกี่ยวกับการร้องเรียนวัดถ้ำศรีมงคล หรือวัดถ้ำดินเพียง, เรื่องการทวงคืนผืนป่า 120 ไร่ และเรื่องชู้สาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์เปิดเผยว่า วันนี้มาฟังรายงานการดำเนินการสืบสวน ที่มาที่ไปของคดี โดยทราบว่ากำนันเตี้ยเป็นคนตรงไปตรงมา ประเด็นของการฆาตกรรมน่าจะเกิดจากความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะ 3-4 ประเด็น ทั้งที่ดิน ส.ป.ก. การทวงคืนผืนป่า ส่วนประเด็นที่ตำรวจตัดไปคือเรื่องชู้สาว ในส่วนของคนร้ายขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวได้ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ถูกนำไปทิ้งน้ำและเจ้าหน้าที่ยึดมาได้นั้น น่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับคดีอยู่แล้ว แต่ต้องรอให้รถแห้งก่อน เพราะรถจมน้ำอยู่ ต้องใช้เวลาจึงจะพิสูจน์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสาวไปถึงคนร้ายและผู้บงการ หลักฐานบางอย่างยังพูดไม่ได้ก็ต้องขอสงวนไว้ อย่างไรก็ตาม การทำงานไม่ได้กำหนดเวลา แต่จะทำให้ดีที่สุด ส่วนความขัดแย้งเกี่ยวกับประเด็นสาธารณะก็ยังไม่ทราบชัดเจนว่าจะไปเกี่ยวข้องกับบุคคลใด เพียงแต่ตั้งประเด็นไว้เฉยๆ ยังไม่มีการลงลึกไปที่ตัวบุคคล ส่วนการสอบปากคำ หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องก็ให้เรียกมาสอบสวน สำหรับประเด็นที่ญาติให้น้ำหนักไปที่การขัดแย้งที่ดิน ส.ป.ก. ทางตำรวจก็รับฟังไว้ เพราะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ตายมากที่สุด แต่ประเด็นอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถหาได้ วันนี้คืบหน้าไปพอสมควรประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน &amp;nbsp;พฤติกรรมของคนร้ายที่พบจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดซึ่งบางตัวก็เสียในจุดที่สำคัญ แต่ตำรวจก็มีวิธีการทำงานอยู่แล้ว เนื่องจากพื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ชายแดน ก็ได้ประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว ขณะนี้มีแต่ดูสาเหตุและประเด็นต่างๆ ที่พอจะเป็นไปได้ มันต้องไปทีละขั้นตอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการฆาตกรรมกำนันเตี้ย อาจจะโยงไปถึงคดีจับกุมข้าราชการเรื่องทำบัตรประชาชนปลอมในพื้นที่ ต.ผาตั้ง อ.สังคม ด้วยหรือไม่ ว่าตนยังไม่ทราบประเด็นนี้ แต่จะลองประสานกับกองปราบปรามดูอีกที ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นใหม่ก็ได้ แต่เท่าที่ฟังรายงานมาไม่มีเรื่องนี้ ส่วนจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวก็ยังให้ข้อมูลไมได้ โดยขณะนี้ได้มอบนโยบายให้พนักงานสอบสวนรีบติดตามคนร้ายให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าคนดีอย่างกำนันเตี้ยไม่ควรต้องตายฟรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า อาจจะต้องลงพื้นที่จังหวัดหนองคายติดตามคดีนี้อีกครั้ง อะไรที่เกี่ยวข้องกับคดี ตำรวจทำเต็มที่ อย่างคดีชิงทองที่ลพบุรีก็ทำเต็มที่ คดีนี้ง่ายกว่าคดีที่ลพบุรีเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเดินทางกลับถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ว่าคดีนี้มีความคืบหน้าไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ตอนนี้ได้มุ่งปมไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว และขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ แต่สามารถตัดประเด็นชู้สาวทิ้งไปได้ จากการสืบสวนเบื้องต้น คนร้ายที่ก่อเหตุลงมือเพียงคนเดียว เชื่อว่ามือปืนอาจจะไม่รู้จักกับผู้ตาย แต่เคยมาดูลาดเลาก่อนลงมือก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม คดีที่เกิดขึ้นทุกคดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฆาตกรรม หรือชิงทอง ปล้นธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการจับกุมคนร้ายให้ได้อยู่แล้ว พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน แต่ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานด้วย เพราะความยากง่ายแต่ละคดีไม่เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในพื้นที่ หลังจากตำรวจพบรถจักรยานยนต์ถูกถอดล้อทั้งสองล้อ ชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น ท่อไอเสีย กระจกมองข้างซ้ายหายไป ชุดประดาน้ำกู้ภัยประจักษ์หนองคายได้ดำน้ำค้นหาพบกระจกมองข้างและดุมล้อ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าคนร้ายได้พบหลักฐานสำคัญที่หายไป คือล้อรถจักรยานยนต์ของคนร้ายทั้งสองล้อ โดยเป็นกลุ่มวัยรุ่นในละแวกบ้านใกล้กับอ่างเก็บน้ำ มาเจอรถจักรยานยนต์ของคนร้ายในช่วงเย็นวันที่ 2 ก.พ.63 ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นได้พากันขี่รถจักรยานยนต์จะนำไปล้างที่อ่างเก็บน้ำ แล้วไปพบรถจักรยานยนต์ของคนร้ายถูกทิ้งอยู่ในน้ำก่อนแล้ว จึงพากันนำรถขึ้นมาจากน้ำ โดยเห็นว่าล้อรถทั้งสองข้างเป็นล้อแต่งซิ่ง จึงได้ถอดล้อทั้งสองข้างออก พร้อมเอาท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ไปด้วย จากนั้นก็นำรถจักรยานยนต์คนร้ายทิ้งไว้ในน้ำตามเดิม โดยขณะนี้ตำรวจได้เก็บล้อของกลางและท่อไอเสียไว้ที่ สภ.สังคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56401</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรณิการ์ วงค์ศิริ, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ, พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ac1fac30a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือมีดรับฆ่าสวป. ตัดจู๋จนตายคามือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 สอบปากคำไอ้โหดฆ่าตัดพวงสวรรค์ สวป.อ้างสุดแค้นลอบเป็นชู้กับเมียจนจับได้ พยายามห้ามแล้วแต่ไม่ฟัง เลยตัดทิ้งโยนใส่กองไฟทั้งที่เหยื่อยังไม่ตาย ส่วนเมียก็แสบ หลอกให้เซ็นใบหย่าอ้างทำแก้เคล็ด รอดชีวิตเพราะไหวตัวทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และ พ.ต.อ.ภูมี อีคะละ ผกก.สภ.กมลาไสย ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายอมรลัก จิตเกาะ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ในคดีฆ่าผู้อื่น หลังก่อเหตุฆ่า พ.ต.ท.จำรัส ดลเจือ อายุ 57 ปี สวป.สภ.ร่องคำ โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ขณะหลบหนีไปที่ อ.สีดา จ.นครราชสีมา ก่อนนำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ที่บ้านเรือนไทยน็อกดาวน์สองชั้นยกสูง ไม่มีเลขที่ บ้านน้อยพัฒนา ต.กมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนผู้ต้องให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ลงมือฆ่า พ.ต.ท.จำรัส เนื่องจากโกรธแค้นที่ผู้ตายมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับภรรยา และพยายามห้ามแล้วแต่ไม่ฟัง ทั้งนี้ หลังจากทำแผนเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าห้องขังที่ สภ.กมลาไสย พร้อมจัดกำลังเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะเกิดความเครียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ตำรวจสามารถติดตามตามตัวผู้ต้องหารายนี้ได้อย่างรวดเร็ว ล่าสุดจากการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ พบว่าผู้ต้องหามีความคับแค้นใจอย่างมากที่ พ.ต.ท.จำรัสไปมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับภรรยา โดยนายอมรลักให้การว่า ที่ผ่านมาคอยห้าม คอยตักเตือนทั้งสองคนแล้วก็ไม่ฟัง อีกทั้งยังหลอกให้เซ็นใบหย่าแก้เคล็ด ซึ่งในวันเกิดเหตุผู้ต้องหาได้ดื่มสุราย้อมใจจนเมาได้ที่ก่อนจะไปก่อเหตุ และยังรับด้วยว่าตั้งใจจะฆ่าให้ตายทั้งสองคน แต่ฝ่ายภรรยาไหวตัวทันหนีไปได้ จึงทำให้ผู้ต้องหาฆ่าได้เพียง พ.ต.ท.จำรัสคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการสอบสวนรวมรวบพยานหลักฐานยังทราบอีกว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาได้มีการวางแผนมาก่อนล่วงหน้า โดยเริ่มจากการเข้ามาจุดไฟเผารถยนต์ก่อน เพื่อล่อให้ผู้เสียชีวิตออกมาจากที่พัก ซึ่งผู้ต้องหาหลบอยู่ใต้บันได ก่อนจะลงมือแทงและยื้อแย่งมีดกัน จากนั้นผู้ต้องหาได้กระหน่ำแทงแบบไม่ยั้งจน พ.ต.ท.จำรัสแน่นิ่งไป แต่ยังไม่เสียชีวิต ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้มีดเฉือนอวัยวะเพศจนขาดแล้วโยนทิ้งใส่กองไฟด้วยความสะใจ ทั้งที่ยังไม่เสียชีวิต ซึ่งจะทำให้เหยื่อได้รับความทรมาน&amp;rdquo; พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวด้วยว่า จากการกระทำดังกล่าว พนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย เจ้าของคดี ได้ทำการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากเดิม 1 ข้อหา คือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เป็น 3 ข้อหา คือ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2.ฆ่าผู้อื่นโดยทารุณโหดร้าย และ 3.วางเพลิงเผาทรัพย์ ก่อนที่จะนำตัวไปฝากขัง ซึ่งอย่างช้าสุดในวันที่ 5 ก.พ.นี้ และจะทำการคัดค้านการประกันตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56294</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.จำรัส ดลเจือ, พ.ต.อ.ภูมี อีคะละ, พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อมรลัก จิตเกาะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดชุดล่ามือยิงกำนันเตี้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 สั่งจัดชุดเคลื่อนที่เร็วล็อกเป้ามือปืนยิงกำนันเตี้ย เผยรู้ตัวแล้วเป็นใครก่อนสาวถึงจอมบงการ นายอำเภอสังคมเผยปมชาวบ้านพิพาทที่ดินกับนายทุนต่างถิ่นที่ผู้ตายเข้าไปเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และ พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย เดินทางไปยัง สภ.สังคม จ.หนองคาย ประชุมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ติดตามคดีคนร้ายบุกยิงนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ อายุ 52 ปี กำนันตำบลผาตั้ง หรือกำนันเตี้ย ที่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 6 บ้านดงต้อง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ ทำให้นางกรรณิการ์เสียชีวิต ก่อนหลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่ประชุม พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ได้สั่งการให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว โดยมีทั้งตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และตำรวจชุดสืบสวนจากภูธรภาค 4 ร่วมกันลงพื้นที่ออกสืบสวนหาข่าว ซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่มีเป้าหมายตัวคนร้ายแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดได้ คาดว่าจะได้รับข่าวดีในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบรรยากาศงานศพนางกรรณิการ์ หรือกำนันเตี้ย ซึ่งจัดขึ้นที่บ้านที่เกิดเหตุ ได้มีชาวบ้านดงต้องและหมู่บ้านใกล้เคียง มาร่วมงานศพเป็นจำนวนมาก โดยยังมีการวิพากษ์วิจารณ์การเสียชีวิตของกำนันเตี้ย ว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กำนันเตี้ยเป็นคนดี เป็นนักพัฒนา เป็นที่รักของชาวบ้าน อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว อยากจะถามว่าฆ่ากำนันทำไม คนดีอย่างกำนันต้องมาตายแบบนี้ ทำให้ชาวบ้านเสียใจเป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางสาวศิริกัลยา กิจรักษา นายอำเภอสังคม กล่าวว่า กำนันกรรณิการ์เป็นคนดี ตั้งใจทำงาน เป็นนักพัฒนาคนหนึ่ง ชาวบ้านก็รัก เลยอาจจะไม่ได้ระวังตัวว่าจะมีคนปองร้าย ซึ่งปัญหาที่ญาติผู้ตายให้น้ำหนักมากว่าเป็นกรณีที่กำนันไปช่วยชาวบ้านขอเปิดทางกับเจ้าของที่ดิน ส.ป.ก.คนหนึ่งนั้น เป็นเรื่องตั้งแต่ปี 62 ที่ผ่านมา คู่กรณีไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่เป็นคนจากที่อื่นเข้ามาทำประโยชน์ในที่ดินตรงนั้น แล้วมีการปิดทางออก ซึ่งอ้างว่าเป็นที่ของตนเอง ไม่ให้คนอื่นเข้า-ออก ชาวบ้านก็เลยร้องเรียนให้กำนันช่วยเหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศิริกัลยากล่าวว่า เรื่องนี้เข้าไปถึงจังหวัดแล้ว เห็นมีเจ้าหน้าที่จาก ส.ป.ก.หนองคาย เข้ามาดู แต่ก็ยังตกลงกันไม่ได้ มีฝ่ายกฎหมายที่ดูแลการออกโฉนดมาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าที่ดินที่เป็นข้อพิพาทกันเป็นที่ดินแบบไหน เป็นกรรมสิทธิ์ของใคร สมมติว่าเป็นที่ดิน ส.ป.ก.แล้วได้รับเอกสารสิทธิหรือไม่ หรือมีการซื้อขายแล้วยังไม่ได้โอน ซึ่งหนึ่งคนจะโอนที่ดินได้ไม่เกิน 50 ไร่ ต้องให้เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.มาดูว่าที่ดังกล่าวเป็นที่ของใคร ไม่ใช่ว่าเป็นที่หลวง ที่สาธารณะ แล้วมาทะเลาะกันก็ไม่ถูกต้อง หรือเป็นที่ส่วนบุคคลก็ค่อยว่ากันไป โดยทางอำเภอได้เข้ามาช่วยดูอยู่ด้วย และทราบมาว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.มาตรวจดูแล้ว มีการปิดทางออก แต่ไปเปิดให้เข้า-ออกด้านข้างแทน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าที่ดินที่เป็นปัญหาเป็นที่มีโฉนดถูกต้องหรือไม่ หรือว่ามีการกว้านซื้อแล้วปกปิด ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทำไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56197</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, ศิริกัลยา กิจรักษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e381f06500c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกชกสมคิดทำแผน เรียกร้องประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมคิด&amp;quot; พลิ้ว ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายไม่ไปทำแผนที่บ้านเกิดเหตุฆ่ารัดคอเหยื่อรายที่ 6 อ้างเพลีย เครียด ความดันขึ้น ตำรวจต้องตัดตอนพาไปทำแผน 2 จุดหลังก่อเหตุ ชาวบ้านนับร้อยฮือล้อมโรงพักชูป้าย &amp;quot;ประหาร&amp;quot; พร้อมด่าทอฆาตกรเลือดเย็น ผบช.ภ.4 ต้องเข้าเจรจา ไม่วายถูกชายคนหนึ่งแหวกการ์ดทุบหัวไอ้คิดเต็มแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจับกุมนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง 6 ศพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสมคิดไว้ที่ สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น โดยมีการสอบปากคำอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 02.00 น. และ 07.00 น. วันที่ 19 ธันวาคมนี้ เจ้าหน้าที่ได้เบิกตัวนายสมคิดจากห้องขังไปสอบปากคำเพิ่มเติม โดยระหว่างการสอบปากคำ นายสมคิดให้การในลักษณะมีความรู้ทางกฎหมาย นอกจากนี้ได้แจ้งว่าตนเองมีอาการอ่อนเพลียและเครียด ทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูง พร้อมร้องขอให้แพทย์ตรวจร่างกาย ก่อนที่ตำรวจจะนำยาลดความดันมาให้ จากนั้นนายสมคิดก็ขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่ขอไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านที่ตนเองก่อเหตุฆาตกรรมนางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี เหยื่อรายที่ 6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหน้า สภ.กระนวนตั้งแต่เช้า ได้มีประชาชนทั้งจากในพื้นที่และต่างพื้นที่เดินทางไปชุมนุมหนาตาขึ้นทุกขณะ หลังได้ข่าวจะมีการนำนายสมคิดออกไปทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพ ขณะที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น และหน่วยควบคุมฝูงชนกว่า 200 นาย คอยควบคุมพื้นที่อย่างแน่นหนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ น.ส.ศศิธร อาจศักดิ์ น้าของนางรัศมี ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยชาวบ้านกว่า 20 คน ได้เดินทางมาที่หน้าโรงพักพร้อมชูป้ายเรียกร้องขอให้ประหารชีวิตนายสมคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศศิธรกล่าวทั้งน้ำตาว่า ขอให้ประหารชีวิตนายสมคิดอย่างเดียว เพราะปล่อยตัวออกมาก็เป็นภัยสังคม นางรัศมีไปทำอะไรให้ ทำไมต้องไปฆ่าเขา ส่วนเรื่องที่นายสมคิดบอกว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่านั้น ทางครอบครัวไม่เชื่อเลย นายสมคิดต้องมีการวางแผนมาก่อนแน่นอน ดูจากการนำรถจักรยานยนต์ไปจอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลขอนแก่นก่อนเกิดเหตุ และดูจากเส้นทางการหลบหนีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 300 นาย เข้าควบคุมดูแลความเรียบร้อย ในการนำตัวนายสมคิดไปชี้จุดที่ขึ้นรถในเขตเทศบาลตำบลหนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เนื่องจากมีประชาชนนุมนุมกันหนาแน่นนับร้อยคน พร้อมตะโกนเรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตนายสมคิด จนทำให้การนำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องควบคุมมาที่รถตู้ซึ่งจอดอยู่หน้าโรงพัก เป็นไปด้วยความโกลาหล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเหตุการณ์ส่อตึงเครียด พล.ต.ท.เจริญวิทย์จึงกล่าวขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อจับกุมผู้ต้องหาแล้วก็จะต้องมีการนำตัวไปชี้จุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหลบหนีหลังก่อเหตุ ในส่วนของการรับโทษที่ผู้ต้องหาก่อเหตุนั้น อยู่ที่ศาลจะเป็นผู้พิจารณา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ และด้วยพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่สามารถเอาผิดผู้ต้องหาและส่งตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดีตามกฎหมายได้ โดยหลังจากผู้ต้องหาพาชี้จุดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีแล้ว ก็จะนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังคำชี้แจง กลุ่มผู้ชุมนุมก็มีท่าทีอ่อนลง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำตัวนายสมคิดออกจากห้องคุมขังบน สภ.กระนวน โดยสวมหมวกไหมพรมคลุมหน้าและศีรษะ ใส่เสื้อเกราะ และให้ก้มหน้า โน้มตัวลงต่ำกว่าเจ้าหน้าที่ที่คุมตัวมาขึ้นรถตู้เพื่อป้องกันการถูกทำร้าย กระนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็พากันตะโกนสาปแช่ง ดาทอต่างๆ นานา รวมทั้งปาสิ่งของใส่ผู้ต้องหาเฉียดศีรษะผู้ต้องหาไปเพียงนิดเดียว ก่อนที่จะพากันเข้ารุมล้อมเพื่อจะประชาทัณฑ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถนำตัวนายสมคิดไปขึ้นรถตู้พาไปยังจุดที่ขึ้นรถโดยสาร ซึ่งเป็นจุดที่นายสมคิดได้เดินเท้าหลบหนีภายหลังจากฆ่านางรัศมี และขึ้นรถโดยสารหลบหนีไปที่โรงพยาบาลขอนแก่น ที่นายสมคิดนำรถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปจอดเอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งในจุดดังกล่าวก็มีประชาชนนับร้อยรออยู่ โดยหลังจากนายสมคิดชี้จุดเรียบร้อยแล้ว ระหว่างนำตัวเดินขึ้นรถตู้ของตำรวจ ก็ถูกชาวบ้านซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ใช้กำปั้นทุบที่ศีรษะของผู้ต้องหาอย่างจัง โดยมีเสียงชาวบ้านคนอื่นๆ ตะโกนด่าบุพการีของผู้ต้องหา ตามด้วยคำหยาบอื่นๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำตัวนายสมคิดขึ้นรถตู้เดินทางไปชี้จุดที่ 2 ที่ รพ.ขอนแก่น ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทำแผนจุดที่ 2 นายสมคิดได้ชี้จุดที่นำรถจักรยานยนต์ของผู้ตายมาจอดทิ้งไว้ที่โรงจอดรถจักรยานยนต์ของ รพ.ขอนแก่น ก่อนที่นายสมคิดจะกลับไปที่อำเภอกระนวนและสังหารผู้ตายจนเสียชีวิต จากนั้นก็กลับมาเอารถจักรยานยนต์ของผู้ตายที่จอดไว้ เพื่อใช้เป็นพาหนะในการหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจได้คุมตัวนายสมคิดไปยัง รพ.มหาสารคาม โดยหลังขี่รถจักรยานยนต์ออกจาก รพ.ขอนแก่น ก็มาจอดรถบริเวณด้านหลัง รพ.มหาสารคาม ซึ่งเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกองศรี แหม่งปัง อายุ 75 ปี อยู่อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 5 บ้านโพนสวรรค์ ต.สระใคร อ.สระใคร จ.หนองคาย ผู้เป็นพ่อของนางสาวสมใจ หรือพรตะวัน ปังคะบุตร หมอนวดสาวที่ถูกนายสมคิดฆ่าเป็นรายที่ 4 กล่าวว่า พอทราบข่าวว่านายสมคิดถูกจับก็โล่งใจ โดยได้บอกกับรูปถ่ายลูกสาวว่านายสมคิดถูกจับได้แล้ว และตนขออโหสิกรรมให้กับนายสมคิด แต่ขอให้เจ้าหน้าที่พิจารณาให้นายสมคิดได้รับโทษที่เหมาะสม หากไม่ถูกประหารชีวิตก็ขออย่าได้ปล่อยตัวออกจากเรือนจำอีก ขอให้อยู่ในวงจำกัดแคบๆ ในเรือนจำในที่ถูกคุมขัง จะได้ไม่มาสร้างปัญหา ก่อเหตุรุนแรงกับคนอื่นอีก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.สุพรรษา รัตนติสร้อย นักพัฒนาสังคม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดหนองคาย ชี้แจงข่าวกรณีเมื่อครั้งนายสมคิดพ้นโทษจากเรือนจำแล้วมาติดต่อขอเงินจากสำนักงาน ว่า เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2562 นายสมคิดได้มาที่สำนักงานพร้อมเอกสารการปล่อยตัวจากเรือนจำจังหวัดหนองคาย และเอกสารหลายอย่างที่เกี่ยวกับคดีของนายสมคิด โดยนายสมคิดบอกว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำแนะนำให้มาที่สำนักงานพัฒนาสังคมฯ เพื่อมาขอรับเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างที่พูดคุยก็ได้สอบถามนายสมคิดว่าติดคุกคดีอะไร นายสมคิดบอกด้วยท่าทีเรียบเฉยว่า คดีฆ่าข่มขืน เหตุที่ฆ่าเพราะผู้หญิงพูดไม่รู้เรื่องก็เลยฆ่าทิ้ง และบอกว่าอยากได้เงินเป็นค่ารถเพื่อจะเดินทางไปหาแฟนที่จังหวัดขอนแก่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุพรรษากล่าวว่า หลังจากสอบถามแล้ว ตนได้ขอดูบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อจะตรวจสอบเลขประจำตัว 13 หลักตามระเบียบ แต่นายสมคิดไม่มีบัตรประชาชน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรก็ไม่ปรากฏว่ามีนายสมคิดอยู่ในฐานข้อมูล ดังนั้นจึงไม่สามารถให้เงินช่วยเหลือตามระเบียบได้ นอกจากเรี่ยไรช่วยเหลือกันเองตามสมควร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52862</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองศรี แหม่งปัง, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, รัศมี มุลิจันทร์, ศศิธร อาจศักดิ์, สมคิด พุ่มพวง, สุพรรษา รัตนติสร้อย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfb7a96b7e93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมคิด6ศพจนมุม นศ.พบตัวแจ้งตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมคิด เดอะ ริปเปอร์ จนมุมแล้วด้วยฝีมือของนักศึกษาพลเมืองดี เห็นนั่งหลบมุมในรถไฟจากบุรีรัมย์มุ่งหน้าอยุธยา สวมหมวก คาดหน้ากากปิดบังใบหน้า แต่จำได้รอยบากที่คิ้ว โทร.แจ้งตำรวจพร้อมส่งรูปให้ดูจนถูกล็อกที่โคราช อ้างทะเลาะกับเหยื่อรายที่ 6 บันดาลโทสะบีบคอดับ ก่อนชิง จยย.หลบหนีไปมหาสารคาม ร้อยเอ็ด แล้วย้อนกลับมาบุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อเวลา 10.42 น. วันที่ 18 ธันวาคมนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบบุคคลคล้ายนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องฆ่า 6 ศพ นั่งโดยสารอยู่บนรถไฟปะปนกับผู้โดยสารทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่องจึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟสถานีปากช่องวางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหา โดยกระจายกำลังกันบุกขึ้นตรวจค้นขบวนรถไฟขณะเข้าจอดที่สถานีปากช่อง เป็นขบวนรถไฟที่ ข.234 สายกรุงเทพฯ-สุรินทร์ พบนายสมคิดนั่งอยู่ในตู้โดยสารรถไฟที่ 2 สภาพแต่งกายปิดบังอำพรางตัวมิดชิด สวมหมวกและหน้ากากอนามัย พร้อมใส่เสื้อคลุมปิดบังทั้งใบหน้าและลำตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมคิดได้ซื้อตั๋วโดยสารรถไฟและขึ้นขบวนรถไฟดังกล่าวมาจากต้นทาง จ.บุรีรัมย์ เวลา 06.00 น. มุ่งหน้าสู่ปลายทาง จ.พระนครศรีอยุธยา กำหนดถึงปลายทางเวลาประมาณ 12.00 น. วันเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังควบคุมตัวไว้ได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา ฆ่านางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี แม่บ้านโรงแรม ในบ้านเลขที่ 293 หมู่ 19 ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ให้นายสมคิดได้รับทราบ โดยเหยื่อรายนี้เป็นรายที่ 6 ที่นายสมคิดก่อเหตุ จากนั้นได้นำนายสมคิดไปยัง กก.สส.ตำรวจภูธรภาค 3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า การจับกุมนายสมคิด มาจากการที่ตำรวจเร่งแกะรอยจนพบเบาะแสว่า นายสมคิดพยายามหลบหนีโดยใช้รถไฟเป็นพาหนะ พบการซื้อตั๋วรถไฟขบวน 234 ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ซึ่งมีปลายทางที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น จึงได้ประสาน พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 และ พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.รฟ. ว่านายสมคิดหลบหนีอยู่บนรถไฟขบวนดังกล่าว ประกอบกับมีพลเมืองดีชื่อ เรย์ ที่โดยสารรถไฟขบวนดังกล่าว แจ้งเบาะแสว่าพบบุคคลที่เชื่อว่าเป็นนายสมคิดอยู่ในขบวนรถไฟ ในสภาพสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า อำพรางตัว ท่าทีมีพิรุธ โดยมีคลิปวิดีโอที่พลเมืองดีรายนี้ถ่ายไว้เป็นเบาะแสสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบต่อไป พบว่าขบวนรถไฟดังกล่าวเกิดความล่าช้า 32 นาที ช่วงบริเวณสถานีรถไฟซับม่วง-ปากช่อง และจะถึงที่สถานีรถไฟปากช่องเวลา 10.35 น. ตำรวจจึงบูรณาการกำลัง นำโดย พ.ต.อ.เชน ศรีกรุงไกร ผกก.5 บก.รฟ., พ.ต.ท.ศักดิ์สะท้าน เปรื่องชะนะ รอง ผกก.5 บก.รฟ., พ.ต.ท.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง สว.ส.รฟ.นครราชสีมา ตำรวจสืบสวนภาค 3 สืบสวนภาค 4 และตำรวจกองปราบปราม จู่โจมจับกุมนายสมคิดไว้ได้ โดยระหว่างจับกุม นายสมคิดมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ขัดขืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายเรย์ นักศึกษาหนุ่มพลเมืองดี เปิดเผยว่า ได้ขึ้นรถไฟมากับแฟนสาวที่ช่วงสถานีโคกกรวด จ.นครราชสีมา และนั่งเบาะฝั่งตรงข้ามกับนายสมคิด ซึ่งแฟนสาวพบเห็นพิรุธว่าน่าจะใช่คนที่ทางการประกาศติดตามจับกุม โดยเห็นรอยบากที่คิ้ว จึงกระซิบให้ตนดู ตนจึงจ้องหน้า จากนั้นก็ลุกเดินแล้วย้อนกลับมาเพื่อดูชัดๆ ซึ่งนายสมคิดจับหมวกและดึงลงตลอดเวลา ขณะที่ตนแอบถ่ายรูปไว้ช่วงที่นายสมคิดนั่งกินข้าว กระทั่งแน่ใจว่าเป็นนายสมคิดจึงโทรศัพท์หาตำรวจและส่งรูปไปให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้สบตากันก็เหมือนในรูปเลย ตาโตๆ มองนิ่งๆ ไม่พูดจา ตอนที่ผมแจ้ง ไม่ได้กลัวเขาจะมาทำอะไรผม แต่สิ่งที่กลัวคือถ้าใช่สมคิดจริงๆ กลัวว่าเขาจะไปฆ่าคนอื่นได้อีก&amp;rdquo; นายเรย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการตรวจภาพกล้องวงจรปิดย้อนหลังที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ พบนายสมคิดเดินทางมาซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ช่วงเวลา 05.21 น. เป็นรถเร็ว ต้นทางสถานีสุรินทร์ ปลายทางกรุงเทพฯ แต่ได้ซื้อตั๋วลงที่สถานีรถไฟอยุธยา โดยขณะที่ซื้อตั๋ว นายสมคิดแต่งกายอำพรางตัวอย่างมิดชิด ทั้งสวมเสื้อคลุมแขนยาว ใส่หมวกแก๊ป และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ประกอบกับขบวนดังกล่าวเป็นขบวนรถไฟธรรมดา จึงไม่มีการขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน ทำให้พนักงานที่ขายตั๋วไม่ทราบว่าเป็นนายสมคิด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ นำกำลังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีขาว-แดง ของนางรัศมี ผู้ถูกนายสมคิดฆ่า โดยนายสมคิดได้ถอดป้ายทะเบียนแล้วขี่ไปจอดทิ้งไว้ภายในโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ก่อนจะเดินไปซื้อตั๋วที่สถานีรถไฟ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีรถไฟบุรีรัมย์อยู่ห่างจากปิยะแมนชั่น ที่นายสมคิดก่อเหตุฆ่านางสมปอง พิมพ์พรภิรมย์ อายุ 36 ปี เมื่อปี 2548 ไม่ถึง 500 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วยชุดคอมมานโดขึ้นเฮลิคอปเตอร์จาก บช.ภ.4 ขอนแก่น ไปที่ บช.ภ.3 นครราชสีมา เพื่อรับตัวนายสมคิดไปดำเนินคดี พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวว่า ในวันที่ 19 ธ.ค. จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนจะนำตัวส่งศาลขอนแก่นเพื่อขออำนาจศาลฝากขัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม, พล.ต.ต.สุจินต์ นิลพานิชย์ ผบก.ภ.นครราชสีมา และนายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รอง ผวจ.นครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสมคิด ว่าหลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดี เจ้าหน้าที่ก็ติดตามจับกุมนายสมคิดไว้ได้ นำตัวไปสอบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจร่องรอยการต่อสู้ตามร่างกาย โดยมีแพทย์ทำการตรวจสภาพร่างกาย เนื่องจากนายสมคิดมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ชุดสืบสวนได้ทำการตรวจค้นกระเป๋าเป้คล้ายเป้ทหาร มีเพียงเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว เสื่อ ลอตเตอรี่ และเต็นท์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า การจับกุมนายสมคิด ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะสุภาพสตรีคลายความกังวลไปในระดับหนึ่ง ว่าไม่ปล่อยให้บุคคลซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชนอยู่ในพื้นที่สังคมเรา ซึ่งการก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าทะเลาะกันก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวว่า หลังนายสมคิดก่อเหตุฆาตกรรมนางรัศมีโดยการบีบคอแล้วได้นำรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขับขี่หลบหนี โดยไปยัง จ.มหาสารคาม นอนค้าง 1 คืน ต่อไป จ.ร้อยเอ็ด และคืนที่ 2 นอนค้างที่ รพ.บุรีรัมย์ เพื่อป้องกันถูกจับกุม โดยจอดจักรยานยนต์ทิ้งไว้แล้วขึ้นรถไฟหลบหนี หลังจากนี้จะได้นำตัวนายสมคิดไปสอบสวนดำเนินคดีที่ จ.ขอนแก่น ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพกล่าวว่า ผู้ต้องหาออกจากเรือนจำมาตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.2562 และใช้ชีวิตปรกติ โดยผู้ต้องหาให้การว่า ได้จีบผู้หญิงรายแรกทางเฟซบุ๊ก เป็นแฟนกัน จากนั้นมีการทะเลาะเบาะแว้งจนเกิดความโมโหก็เลยฆ่าตาย ไม่ได้เตรียมการมาก่อน เป็นการบันดาลโทสะ และทั้งหมด 6 ครั้งที่ลงมือฆ่า มีวิธีฆ่า 3 วิธี คือการเอาหัวกดน้ำ, ใช้มือบีบคอ และผ้ารัดคอ นายสมคิดรู้จักกับผู้ตายประมาณ 1 เดือน สายชาร์จแบตที่รัดคอก็เป็นอุปกรณ์ที่หาในบ้าน และหลังจากฆ่าแล้วเอาศพไว้ใต้เตียงเป็นการอำพรางศพ ส่วนการเสพยาเบื้องต้นยังตรวจไม่พบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีนายสมคิดตั้งแต่เกิดเหตุได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบว่าชุดจับกุมสามารถควบคุมตัวนายสมคิดได้แล้ว จะเห็นว่าแม้นายสมคิดจะเป็นคนฉลาด แต่ไม่เกินความสามารถของตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังเป็นหนึ่งในชุดคลี่คลายคดีนายสมคิดเมื่อปี 2548 ในส่วนของผู้เสียชีวิตรายที่ 5 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเดินทางกลับจังหวัดขอนแก่น ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า ในส่วนของพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสจนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายสมคิดได้ ขณะนี้ได้พบตัวแล้ว และนัดให้มาพบที่ บช.ภ.4 หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับผู้ต้องหารายนี้เรียบร้อย ซึ่งนอกจากจะมอบเงินรางวัลตามที่ได้ประกาศไปแล้ว 5 หมื่นบาท ก็จะมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับพลเมืองดีด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52782</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, รัศมี มุลิจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5dfa21ceb811a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
