<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เรียบร้อยโรงเรียนลุง &#039;พลังชาติไทย&#039; จ่อยุบรวม &#039;พลังประชารัฐ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.63 - &amp;nbsp;พล.ต.ทรงกลด ทิพยรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย &amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังชาติไทย &amp;nbsp;กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมยุบพรรคพลังชาติไทยเพื่อไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลังจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นหัวหน้าพรรคพปชร.คนใหม่ จะไปเข้าร่วมแต่ต้องรอให้ที่ประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.)พรรคพลังชาติไทยเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด คาดว่าคงไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ทรงกลด &amp;nbsp;กล่าวว่าเท่าที่เคยคุยทุกคนไม่ขัดข้อง ให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหัวหน้าพรรค เหตุผลการยุบรวมพรรคเพราะ พรรคมีเพียงเสียงเดียวไม่สามารถทำอะไรได้ ขณะนี้ประเทศมีปัญหา ถ้าพรรคพลังชาติไทยไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐจะไปช่วยขับเคลื่อนนโยบายพรรคเช่น เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เรื่องเกษตรอินทรีย์ให้ได้รับการผลักดันตามความต้องการของประชาชน เป็นการไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตัว เรื่องการรวมพรรคไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เคยมีมาแล้ว เท่าที่ทราบจากพรรคพลังชาติไทยแล้ว ยังมีพรรคประชานิยมของพล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ที่จะยุบพรรคไปรวมกับพรรคพปชร.ด้วย&amp;quot;พล.ต.ทรงกลด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรณีมีข่าวว่า พรรคเล็กรวมตัวกันสนับสนุนนายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ให้ได้โควตารัฐมนตรีในนามพรรคเล็ก พล.ต.ทรงกลด กล่าวว่า 11 พรรคเล็กมีการคุยกันเรื่องโควตารัฐมนตรี ซึ่งก็สนับสนุนนายมงคลกิตติ์เป็นรัฐมนตรี แต่บางพรรคไม่เห็นด้วยก็ไม่ลงชื่อด้วย ส่วนจะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้รัฐมนตรีก็ไม่เป็นไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69222</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหารพรรคพลังชาติไทย, พล.ต.ทรงกลด ทิพยรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f4d06d5f69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีปี๊บเลือกตั้งกระสุนแสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อไทยร้อนรนหนัก ไม่พอใจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงพื้นที่ เอาเวลาไปทำอีเวนต์ทางการเมืองที่สิ้นเปลืองงบประมาณและเสียเวลาของประเทศ อ้าง 4 ปีไม่เคยกระจายอำนาจ ขู่เลือกตั้งเมื่อไหร่เจอกัน &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; ยันก๊วนป๋าเหนาะไม่ถูกดูด ยังอยู่ครบทุกคน หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่เชื่อการเลือกตั้งปีหน้าจะเป็นการต่อสู้ของ 2 เครือข่ายใหญ่ ไม่เอากับเอา &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; คาดเงินสะพัดเป็นแสนล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) ต้องการลงพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด เพื่อรับฟังการแก้ไขปัญหาประชาชน กำหนดประชุม ครม.สัญจรเดือนละ 1 ครั้ง และลงพื้นที่ 1 ครั้ง แต่ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองว่า การกระทำสำคัญกว่าคำพูด ประชาชนมีสิทธิ์ตั้งคำถาม ท่านลงพื้นที่ถี่ยิบ เดินสายหนักขนาดนี้ เพื่อรับฟังการแก้ไขปัญหาประชาชนเท่านั้นจริงหรือ อยู่ที่ทำเนียบฯ ไม่มีกระบวนการหรือช่องทางในการรับฟังปัญหาประชาชนหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยู่มา 4 ปี แทนที่จะกระจายอำนาจ ทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง ท่านกลับรวบอำนาจมาไว้กับท่านหรือไม่ ทำไมเพิ่งคิด หรือมาลงพื้นที่หนักตอนนี้ ถ้าท่านมั่นใจในผลงาน ว่าสิ่งที่ทำมาประชาชนได้รับประโยชน์ ก็เลือกตั้งได้แล้ว ระยะเวลาที่ยาวนาน ไม่ใช่การการันตีว่าจะสามารถครองใจประชาชนได้ เห็นได้จากผลการเลือกตั้งของประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวว่า วันนี้ประชาชนมีคำตอบในใจหมดแล้ว รอเพียงคูหาเลือกตั้งเปิด และไม่มีใครมาชัตดาวน์ล้มการเลือกตั้ง คำตอบจากการตัดสินใจของประชาชนก็จะปรากฏชัด แทนที่จะเอาเวลาไปทำอีเวนต์ทางการเมืองที่สิ้นเปลืองงบประมาณและเสียเวลาของประเทศ หรือไม่เอาเวลามาเตรียมการนำประเทศกลับสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยสากลที่สมบูรณ์ &amp;nbsp;ปลดล็อกพรรคการเมืองให้สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ รับสมัครสมาชิกใหม่ จัดประชุม รับฟังความเห็นเพื่อการกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์และตรงตามความต้องการของประชาชนจะดีกว่าหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขนาดท่านจัดรายการมา 4 ปี เป็นทีวีบังคับดู วิทยุบังคับฟัง แต่ก็ยังบ่นว่าประชาชนไม่เข้าใจ ท่านต้องสำรวจตัวเอง เกิดจากคนไม่ดู หรือดูแต่ไม่เข้าใจหรือไม่ &amp;nbsp;ดังนั้นวิธีการทำอีเวนต์นำการเมือง ยึดครองพื้นที่สื่อมากๆ อาจไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องและตอบโจทย์ประเทศ การที่ฝ่ายการเมืองไม่ยอมให้ดูด เพราะเขาประเมินแล้วว่าประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ดังนั้นถ้ารอจนกว่าจะดูดให้หมดจนหนำใจแล้วค่อยเลือกตั้ง ท่านคิดว่ามันเป็นธรรมกับประชาชนหรือไม่&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
แนะลงใต้แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ตนเห็นด้วยในหลักการว่า รัฐบาลต้องเดินทางไปได้ทุกพื้นที่ของประเทศ การประชุม ครม.สัญจรถือเป็นรูปแบบหนึ่งที่ทำให้ฝ่ายบริหารเข้าถึงประชาชนและสภาพปัญหาในส่วนภูมิภาค ถ้าใช้งบประมาณสมเหตุสมผลก็ถือเป็นการฉีดเม็ดเงินเข้ากลุ่มจังหวัด กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ถูกมองว่าเป็นการเดินสายดูดนักการเมืองกลุ่มต่างๆ นั้น คิดว่าถ้าจะดูดกันจริง ต้องรู้เห็นเป็นใจกันทั้งฝ่ายดูดและฝ่ายถูกดูด ตกลงกันที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไล่ทำให้เอิกเกริกเป็นรายจังหวัด เว้นแต่เป็นเจตนาทางการเมือง เช่น ฝ่ายดูดต้องการให้เห็นว่าประชาชนชื่นชอบมาต้อนรับล้นหลาม ส่วนอีกฝ่ายก็มีพื้นที่แสดงพลังทางการเมืองสร้างน้ำหนักก่อนเห็นผลเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำ นปช.กล่าวว่า โปรแกรมต่อไปถ้าไม่สะดวกที่ จ.สระแก้ว เพราะคนในฝ่ายรัฐบาลจุดพลุผิดคิว โพสต์ข้อความเป็นตุเป็นตะ ทั้งที่นักการเมืองในพื้นที่ไม่ได้คิดตรงกัน ขอเสนอให้นายกฯ นำคณะลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดูแลปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งราคาพืชผล กิจการประมง และอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการต้อนรับ เชื่อว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ นักการเมืองคนสำคัญของจังหวัดซึ่งประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ก่อนใคร น่าจะจัดการได้ไม่น้อยหน้านายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ จ.บุรีรัมย์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่จะได้สัมผัสการลงพื้นที่ของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่เคยเชื่อว่าแผนสืบทอดอำนาจจะสำเร็จได้ด้วยการดูด เพราะที่ขยับกันอยู่ตอนนี้ ทั้งฝ่ายผู้มีอำนาจและนักการเมืองคือมือข้างเดียว จะสำเร็จหรือล้มเหลวอยู่ที่มืออีกข้าง คือมือประชาชนที่หมายมั่นปั้นมือจะแสดงออกในการเลือกตั้ง ตบมือข้างเดียวยังไงก็ไม่ดัง เชื่อว่าตอนนี้ทั่วโลกก็กำลังรอฟังเสียงมือประชาชนไทย&amp;quot; &amp;nbsp;แกนนำ นปช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจปากท้องประชาชน นายกฯ ควรเอาเวลาระดมคนมาหาทางออกให้ประเทศจะดีกว่า ไม่ควรไปทำการเมืองแบบเก่าๆ ที่ท่านเคยโจมตี มันไม่มีประโยชน์ที่จะวิ่งไปตกปลาในอ่างคนอื่นเพื่อดึงคนนั้นมาคนนี้มาเพื่อสืบทอดอำนาจ สู้เอาเวลาไปแก้ปัญหาให้ประชาชนจะดีกว่า ถ้าผลงานดีเขาก็เลือกท่านเอง เอาผลงานมาสู้กันดีกว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรต้องกังวล คนของพรรคยังยึดกับประชาชน จะดูดอย่างไรก็ไม่สามารถดำเนินการได้&amp;nbsp;
ป๋าเหนาะยังอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสดูดนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทยกลุ่มวังน้ำเย็นนั้น นายภูมิธรรมตอบว่า นายเสนาะเป็นบุคลากรอาวุโสของพรรคเพื่อไทย ดูแลเอาใจใส่และให้คำแนะนำพรรคมาตลอด แต่มีใครบางคนอยากได้ประโยชน์โดยสร้างความระแวงคลางแคลงใจภายในพรรค ซึ่งไม่ก่อให้เกิดผลกระทบอะไรกับพรรคเพื่อไทย ลูกชายนายเสนาะ ทั้งสองคนยังคงทำงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย ในวันยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค นายเสนาะก็แสดงออกชัดเจนว่ายังอยู่กับพรรค โดยเป็นผู้ใหญ่ให้สมาชิกพรรครดน้ำขอพร จึงแปลกใจที่มีคนออกมาทำให้เป็นประเด็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่านายเสนาะสนิทกับทางทหารบูรพาพยัคฆ์ &amp;nbsp;รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทยตอบว่า นายเสนาะยังไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาในเรื่องนี้ คงต้องไปตั้งคำถามกับคนปล่อยข่าวว่ามีความปรารถนาอะไร นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ทำงานให้ พล.อ.ประวิตร แสดงว่าพล.อ.ประวิตรกำลังทำงานให้ พล.อ.ประยุทธ์สืบทอดอำนาจต่อหรือไม่ คงต้องไปถามทั้งคู่ว่าคิดอะไรอยู่ที่ทำเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า ส่วนตัวไม่ได้คิดอะไร และเห็นว่าใครจะทำอะไรประชาชนมองอยู่ ซึ่งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งใจเดินหน้าในส่วนของพรรค โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดตอนนี้คือการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ในเรื่องของนโยบายที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในอนาคต จึงไม่รู้สึกกังวลในเรื่องนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ขณะนี้เรามองไปมากกว่าการมีการเลือกตั้ง คือเราหวังว่ามีการเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้า หากมีการเลือกตั้งแล้วกลับไปสู่ผลแบบวันเก่าๆ ในเรื่องของผลประโยชน์และอำนาจต่อรอง อย่างนั้นประชาชนจะไม่ได้อะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ขณะนี้มีการดูดสมาชิกแต่ละพรรคไปจำนวนหนึ่ง จะทำให้มีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตหลังการเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คนที่มีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลยังคงเป็นประชาชน และส่วนตัวมองว่าประชาชนมีความหวังว่าหากมีการเลือกตั้งกันเกิดขึ้นจริง การเมืองจะต้องเปลี่ยนแปลงไป ฉะนั้นใครที่อยู่ในกรอบของแนวความคิดเก่าๆ ในเรื่องของการเอาผลประโยชน์มาต่อรองกัน เชื่อว่าประชาชนคงไม่ให้การสนับสนุน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการดูแลสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สมาชิกพรรคส่วนใหญ่ยังมีความหนักแน่นในเรื่องของอุดมการณ์ และมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่อยากมาร่วมงานกับพรรค ดังนั้นจึงไม่รู้สึกกังวลข่าวที่ว่ามีสมาชิกพรรคจะถูกดูด และหลังการเลือกตั้งแล้วการเมืองจะกลับเข้าสู่วังวนเดิม เพราะเชื่อว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ
เชื่อเป็นรัฐบาลผสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวว่า หลังเลือกตั้งสิ่งที่ไม่คาดคิดและไม่เคยเห็นจะได้เห็น เพราะการเมืองยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก การเมืองแบบเก่า นำคนมาชุมนุมประท้วงแบบเดิมคงทำไม่ได้อีก เพราะประชาชนเบื่อหน่ายกับการทะเลาะเบาะแว้ง ทุกคนรู้ว่าในทางการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร นักการเมืองทุกคนอยากเป็นรัฐบาล ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ถ้าดูจากข้อเท็จจริงและรัฐธรรมนูญ พอรู้อยู่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล พวกที่โจมตีคอยดูหลังเลือกตั้งอาจมาเป็นรัฐบาลร่วมกับเขา ตนจึงบอกว่าสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดอาจเกิดขึ้นได้หลังเลือกตั้ง เพราะคนที่จะมาเป็นรัฐบาลนั้น ต้องเกิดขึ้นจาก 3 ส่วน คือ 1.จากการเลือกตั้ง 2.จากการทหาร &amp;nbsp;3.จากอำนาจพิเศษที่มาจากการเห็นพ้องต้องกันของประชาชน ทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นตัวกำหนดรัฐบาล โดยเฉพาะอำนาจพิเศษที่มีส่วนสำคัญอย่างมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คอยดูจะได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น ที่มองว่าใช่อาจไม่ใช่ &amp;nbsp;สิ่งที่ว่าไม่ใช่อาจจะใช่ก็ได้ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้แล้วว่า การเมืองหลังการเลือกตั้งเป็นการประนอมอำนาจกันของฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหาร จึงต้องร่วมกันประคับ ประคองในระยะเปลี่ยนผ่าน จะดึงดันสุดโต่งเกินไปไม่ได้ ต้องร่วมมือกันให้บ้านเมืองเดินต่อไป ดังนั้นขอฟันธงว่ารัฐบาลใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี้ไม่เหมือนเก่าแน่นอน แต่จะผสมผสานกันอย่างลงตัว เผลอๆ อาจพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินยิ่งกว่ามาเลเซียเสียอีก&amp;quot; นายวันชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงการเลือกตั้งปี 62 ว่า จะเป็นการต่อสู้ของ 2 พรรคใหญ่ ระหว่างพรรคทหารกับพรรคเพื่อไทย โดยจะแตกต่างจากการต่อสู้การเมืองในอดีต เพราะจะเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคการเมืองและเครือข่าย คือพรรคการเมืองที่ประกาศชัดเจนว่าสนับสนุนทหาร และ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี กับอีกหลายพรรคการเมืองที่ประกาศไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งจะเป็นพรรคเครือข่ายพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
สะพัดแสนล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่ดุเดือดที่สุด เงินอาจจะสะพัดเป็นแสนล้านบาท โดยมองจากฝ่าย นายทักษิณ ชินวัตร หรือพรรคเพื่อไทย สงครามครั้งนี้จะเป็นสงครามครั้งสุดท้าย ถ้าไม่ทุ่มเต็มที่อาจจะไม่มีโอกาสกลับเข้ามาอีก ส่วนพรรคทหารมีเป้าหมายคือ ให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็จะต้องทุ่มเททุกวิถีทาง ด้านพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้จะเป็นตัวรอง แต่จะเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุด หากเข้าร่วมกับพรรคใด พรรคนั้นจะมีโอกาสเป็นรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในการเลือกตั้งปี 54 พรรคเพื่อไทยเคยได้คะแนน ส.ส.สัดส่วนทั้งประเทศ เกือบร้อยละ 50 ดังนั้นการเลือกตั้งในปี 62 พรรคเพื่อไทยจะต้องพยายามรักษาเป้าของตนเองไว้ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ จะมีการนับคะแนนเสียงของคะแนนส.ส.เขตแพ้ แต่คะแนนไม่หายไป แม้จะเกิดพรรคเล็ก หรือแรงกดดันจากพรรคทหาร หรือมีพลังดูดพรรคทหาร ซึ่งจะส่งผลให้คะแนนสัดส่วนพรรคเพื่อไทยลดน้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยจะต้องเร่งให้ได้คะแนนส.ส.สัดส่วนเกือบร้อยละ 50 เท่าเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยก็จะใช้กลยุทธ์ทุ่มเต็มที่ในพื้นที่ที่ไม่ใช่พื้นที่หลัก เช่น ภาคใต้เกือบ 50 เขตเลือกตั้ง ที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ทุ่มเทจริงจริงจัง เพราะถ้าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญในอดีต ทุ่มเทแค่ไหน ทุ่มไปก็ไม่ชนะพรรคประชาธิปัตย์ หากพรรคเพื่อไทยได้สัดส่วน ส.ส.ร้อยละ 48 แสดงว่าจำนวน ส.ส.ทั้งสภาจะเกือบ 250 คน นั่นคือเป้าหมายที่พรรคเพื่อไทยต้องทำ&amp;rdquo; นพ.ระวีกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ระวีกล่าวต่อว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยสามารถทำจำนวน ส.ส.สัดส่วนและเขตได้มากกว่า 230 เสียง เมื่อไปรวมกับพรรคเครือข่ายของพรรคเพื่อไทย จะทำให้พรรคเพื่อไทยและเครือข่ายได้ ส.ส.มากกว่า 250 คน &amp;nbsp;ดังนั้นตัวเลข 230 เสียงของพรรคเพื่อไทยจะเป็นตัวชี้ให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีคนในเท่านั้น คาดการณ์ได้เลยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนในแน่นอน แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยและพรรคเครือข่ายรวมกันได้คะแนนมากกว่า 300 เสียง ผลคือโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์จะใช้เสียงของส.ว.มาบีบเพื่อไม่ให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นไปได้ยาก ไม่มีความชอบธรรม ดังนั้น ถ้าได้มากกว่า 300 เสียง จะส่งผลให้พรรคที่รอเสียบทั้งหลายมารวมกับพรรคเพื่อไทย โอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯ เป็นไปได้ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่จะตั้งพรรคกปปส.ขึ้นมาลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้นั้น นพ.ระวีกล่าวว่า จะเกิดการแย่งคะแนนจากพรรคประชาธิปัตย์ทั้งประเทศ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์อาจจะได้คะแนนเสียงต่ำกว่าร้อย แต่หลักการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นตัวแปรหลักในการจัดตั้งรัฐบาล คือหากพรรคประชาธิปัตย์เลือกอยู่ข้างพรรคใด พรรคนั้นก็มีโอกาสเป็นรัฐบาล เช่น ไปรวมพรรคทหาร หรือพรรคเครือข่ายทหาร พล.อ.ประยุทธ์ก็จะสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ &amp;nbsp;
พรรคทหารไม่มีจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ขณะเดียวกัน หากพรรคประชาธิปัตย์เลือกไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยและเครือข่าย คาดว่าคะแนนเสียงอาจจะได้เกิน 300 ถึง 350 เสียง แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะมีส.ว.250 เสียง และ ส.ส.150 เสียง รวมกันเกินครึ่งหนึ่งของสภา แต่ความชอบธรรมสำหรับการเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นไปได้ยาก ดังนั้น ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย โอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างสูง ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ พรรคเพื่อไทยจะยินยอมให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดพรรคทหารก่อน ปล่อยให้ ปชป.เป็นนายกฯ โดยพรรคเพื่อไทยก็จะร่วมรัฐบาลไปก่อน อนาคตเพื่อไทยก็สามารถแก้ปัญหาได้ไม่ยาก ดังนั้น ตัวแปรหลักจะมีส่วนสำคัญอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ทรงกลด ทิพยรัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทย เปิดเผยว่า หลังการประชุมเลือกหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคในวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนจะเดินหน้านโยบายของพรรค เพราะนโยบายของเราจะไม่เหมือนใครหรือพรรคใด เป็นนโยบายที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ตั้งเป้าไว้คือมุ่งเปลี่ยนประเทศ ซึ่งตนได้รับฟังความเห็นจากอดีตนายกฯ นักการเมือง ประชาชนทุกภาคส่วน รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน ถือว่าเป็นผู้ที่รู้สภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศมากกว่าใคร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เราจะส่งผู้สมัครครบทุกเขต ตั้งเป้าว่าจะต้องได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 300 ที่นั่ง ซึ่งผู้สมัครของพรรคจะมีคนรุ่นใหม่ร้อยละ 80 และเป็นคนรุ่นเก่าร้อยละ 20 เป็นพรรคการเมืองสีขาว ไม่สาดโคลนหรือเป็นศัตรูกับพรรคใด จะเป็นมิตรกับทุกคนทุกพรรค เน้นสร้างความปรองดอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าพรรคทหารไม่มีจริง เพราะเมื่อเลือกตั้งก็เข้าสู่โหมดประชาธิปไตย ประชาชนจะเป็นคนตัดสินเลือกว่าใครจะเป็นนายกฯ ใครที่จะมาเป็นนายกฯ หรือนายกฯ คนนอก จะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน มีอุดมการณ์ทำเพื่อชาติ ดี เก่งกล้า จริงใจ ซื่อสัตย์กับประชาชน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. มีคุณสมบัติครบ แต่ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน ถ้าประชาชนเลือก ผมก็ยินดี&amp;rdquo; พล.ต.ทรงกลดกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9060</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นปช., บิ๊กตู่, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคภูมิใจไทย, พล.ต.ทรงกลด ทิพยรัตน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วันชัย สอนศิริ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพื่อไทย, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af6e7cce390b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
