<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประธานผู้ลี้ภัย&#039; โชว์หมายจับฝ่าฝืนคำสั่งเรียกตัว พร้อมแขวะมือกฎหมาย คสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน ลี้ภัยในประเทศฝรั่งเศส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าได้หมายเรียกให้ไปรับทราบข้อหา (เดิม) อีก กัดไม่ปล่อย จริงๆ พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ เอ้า ยังเป็น พันโท นึกว่าเป็นพันเอก เป็นนายพลไปแล้ว เพราะรับใช้เผด็จการอย่างคงเส้นคงวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบัน พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก&amp;nbsp;และผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69697</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรัล ดิษฐาอภิชัย, พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ, มือกฎหมาย คสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef456f9d0910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากยึดตามคำสั่ง บิ๊กอ๋อย-พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ผบก.ทท.3) ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.บช.ทท. โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.63 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง พร้อมตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน กรณีมีภาพข่าว ผู้การฯ กฤษศักดิ์ พร้อม พ.ต.ต.ปริญญา รักษาแก้ว สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.3, ข้าราชการตำรวจในสังกัด, ที่ปรึกษาและอาสาช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยว ตรวจเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยว ใช้เฮลิคอปเตอร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บินไปลงกลางลานวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช นับจากวันที่คำสั่งออกไป 7 วันตามกำหนดตรวจสอบข้อเท็จจริงตรงกับวันที่ 14 มิ.ย.พอดิบพอดี ก็จะได้รู้ข้อเท็จจริงแล้วว่าการใช้เฮลิคอปเตอร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปลงที่ลานวัดไอ้ไข่ &amp;nbsp;มีมูลเพียงพอให้สอบสวนทางวินัยต่อหรือไม่ เพราะจนถึงป่านนี้ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงน่าจะอยู่ในมือ &amp;quot;บิ๊กอ๋อย&amp;quot; แล้ว เพียงแต่ &amp;quot;บิ๊กอ๋อย&amp;quot; จะนำผลตรวจสอบเพื่อนร่วมรุ่น &amp;nbsp;นรต.38 ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะหรือไม่ หรือจะเก็บเอาไว้ดำเนินการเป็นการภายใน โดยไม่อยากให้สังคมรับรู้รับทราบ ก็เป็นอำนาจ &amp;quot;ผบช.อ๋อย&amp;quot; จะว่ากันไปตามดุลพินิจพิจารณา ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นไปตามสเต็ป เป็นไปตามไฟต์บังคับ หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าทลายบ่อนพนันขนาดใหญ่ ในพื้นที่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง จับกุมนักพนัน 130 คน ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่เสือมังกร, ไฮโล, เครื่องสล็อต) โดยผิดกฎหมาย และร่วมกันชุมนุม ทำกิจกรรม หรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมตรวจยึดของกลาง เครื่องเล่น อุปกรณ์การพนัน เงินสด ชิปต่างๆ รวมกว่า 55 รายการ พล.ต.ต.ฉลอง สุขจันทร์ ผบก.ภ.จว.ระยอง ก็ต้องมีคำสั่งเด้ง 5 เสือโรงพักมาบตาพุด เข้ากรุ ศปก.ภ.จว.ระยอง ทั้ง พ.ต.อ.เมธา วงศ์อนันต์นนท์ ผกก.สภ.มาบตาพุด, พ.ต.ท.มานิตย์ บุญมาเลิศ รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.คะแนน พวงมาลัย รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.สุรสิงห์ สุขมาก สว.สส., ร.ต.อ.ประเสริฐ แดงกระจ่าง สวป. และสุดท้ายกระแสร้อน บ่อนใหญ่ๆ เช่นนี้ บิ๊กยิ้ม-พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ก็ต้องสะบัดปากกาเซ็นคำสั่งให้ พล.ต.ต.ฉลอง&amp;nbsp; ไปปฏิบัติราชการ กองบังคับการตำรวจภูธรภาค 2 เช่นกัน&amp;nbsp; โดยให้ย้ายขาดตำแหน่งเดิม รวมทั้งมอบหมายให้ พ.ต.อ.วรวุฒิ ชัยเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ระยอง และอดีต ผกก.สภ.มาบตาพุด ไป รรท.ผกก.สภ.มาบตาพุด จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยกมือสาธุ...ท่วมหัว คำสั่ง &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ออกหนังสือส่งถึง จตช.และรอง ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า, ผู้ช่วย ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า, ผบช.หรือตำแหน่งเทียบเท่า, ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า, ผอ./หน.ทุกศูนย์ปฏิบัติการ หรือที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น เรื่อง การปรับปรุงประสิทธิภาพงานสอบสวน เนื้อหาคำสั่งคร่าวๆ ตร.มีนโยบายที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพงานสอบสวน เนื่องจากปัจจุบันประสบปัญหาการขาดแคลนข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวน โดยมีสาเหตุหนึ่งมาจากผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจหรือหน่วยงานต่างๆ มีคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่นที่มิใช่งานสอบสวน ทำให้เกิดผลกระทบต่อการบริการประชาชนในการอำนวยความยุติธรรม จึงยกเลิกคำสั่งที่สั่งการให้ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนไปปฏิบัติราชการใน ตร.&amp;nbsp; และการไปช่วยราชการนอกสังกัด ตร. การไปปฏิบัติราชการหรือการอนุมัติเดินทางไปปฏิบัติราชการของศูนย์ปฏิบัติการต่างๆ รวมถึงการไปรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญทุกกรณี โดยให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งเดิมภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่สั่งการนี้ (12 มิ.ย.63) ....ซึ่งถ้าทำได้จริงตามคำสั่ง ผบ.แป๊ะ ต้องชื่นชม เพียงแต่ &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; ต้องระวังการ &amp;quot;ลูบหน้าปะจมูก&amp;quot; โดยเฉพาะพวกตำรวจที่ไปช่วยหน้าห้องผู้ใหญ่ มีชื่อส่งตัวกลับ แต่ตัวยังอยู่กับผู้ใหญ่เหมือนเดิม เพราะผู้ใหญ่สายตรงไปหาหัวหน้าหน่วยขอลูกน้อง ใครจะกล้าขัด..วัฒนธรรมตำรวจฝั่งรากลึก ก็รู้ๆ กันอยู่ ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่เด็กทารกที่เริ่มตั้งไข่แล้ว กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช. สอท.) หรือ บช.ไซเบอร์ หน่วยงานใหม่ป้ายแดงในรั้ว &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; เริ่มตั้งทรง เริ่มขยับวิ่งให้เห็นเป็นรูปธรรมหลายอย่าง ทั้งงานบริหารโครงสร้าง งานจัดเตรียมสถานที่ตั้ง ทุกอย่างเสร็จทันตามกำหนด ตามที่ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคยบอกเอาไว้ภายใน 3 เดือน บช.สอท.ถูกจัดตั้งเป็นรูปธรรม พร้อมทำงานทันที โดยในช่วงการแต่งตั้ง &amp;quot;นายพล&amp;quot; วาระประจำปี สามารถใส่ชื่อ &amp;quot;นายพล&amp;quot; ลง &amp;quot;บช.สอท.&amp;quot; แน่นอน แต่ที่ต้องสะกิด ที่ต้องส่งสัญญาณให้จับตา ใครๆ อาจจะมองว่า &amp;quot;บช.สอท.&amp;quot; จะเป็นหน่วยงานระดับ บช.น้องสุดท้องในสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วนั้น ต้องบอกว่า บช.ไซเบอร์ อาจจะเป็นน้องใหม่ไม่นาน เพราะอีกไม่ช้าจะมีอีก 1 กองบัญชาการเกิดขึ้นใหม่ ส่วนจะชื่ออะไร มีอำนาจหน้าที่ขนาดไหน แย้มพรายเกริ่นหัวให้สงสัย แต่ขอไม่อธิบายมาก...เดี๋ยวปากมีสี (ฮาฮา) ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบกที่มาช่วยงานรัฐบาลในภารกิจพิเศษหลายภารกิจของรัฐบาล สำหรับ &amp;ldquo;บิ๊กเล็ก&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่มานั่งเป็นกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่ต้องมาประชุมทุกวันที่ทำเนียบรัฐบาล และล่าสุด &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตั้งให้ พล.อ.ณัฐพล ในฐานะผู้ช่วยผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ผช.ผอ.รมน.) เป็นประธานกรรมการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหา การทำประมงผิดกฎหมาย มีผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 (ผอ.ศปป.3 กอ.รมน.) เป็นเลขานุการคณะกรรมการ เรียกได้ว่างานไหนที่ &amp;ldquo;เฉพาะกิจ&amp;rdquo; เร่งด่วนต้องเป็น พล.อ.ณัฐพล คนทำงานในสายยุทธการเข้ามารับผิดชอบ แม้ปลายปีนี้จะมีกระแสข่าวขึ้นเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ต่อจาก พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา ที่จะเกษียณอายุราชการ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงแค่กระแสข่าวไปเสียแล้ว เมื่อ &amp;ldquo;โผทหาร&amp;rdquo; ยังอยู่ในช่วงของการ &amp;ldquo;คั่ว&amp;rdquo; อีกหลายรอบ&amp;nbsp; เก้าอี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)ที่เคยมีข่าวว่าจะข้ามไปนั่งกุมบังเหียนก่อนเกษียณก็ยังถือว่ามีโอกาส หรือแม้กระทั่งนั่งเป็น รอง ผบ.ทบ.จนเกษียณฯ ปลายปี 64 โดยทำงาน &amp;rdquo;เฉพาะกิจ&amp;rdquo; ไปในปีสุดท้าย ก็น่าจะยังมีลุ้นอีกสักตั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระหึ่ม &amp;quot;กรมลูกอ๊อด&amp;rdquo; เมื่อมีข่าวยืนยันถึงคำสั่งฟ้าผ่าที่ กรมสรรพาวุธทหารบกให้สำรองราชการ พล.ต.อภิชาติ อาจสันเทียะ ผู้บัญชาการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธฯ สำรองราชการรอผลการสอบสวนฯ พร้อมกับพันเอกและพันโทอีกจำนวนหนึ่ง จากปัญหาการเบิกเบี้ยเลี้ยงที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หมู่อาร์ม&amp;rdquo; ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี เสมียนงบประมาณแผนกโครงการและงบประมาณกองแผน โครงการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก นำเรื่องไปร้องเรียนในองค์กรต่างๆ และพรรคการเมือง ที่ทีมโฆษกกองทัพบก และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก ในฐานะกรรมการสอบสวนฯ ได้แถลงไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน คงต้องรอคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.พิจารณาต่อไป ดูเหมือนเรื่องร้อนๆ ที่รุกเข้าถึงหน่วยใจกลาง ทบ. ได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ในการเมืองระดับชาติไปแล้ว คงทำให้ พล.ท.ศรชัย กาญจนสูตร เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก หนักใจไม่น้อย แต่ในฐานะเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 20 ของ &amp;rdquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ย่อมต้องเด้งรับนโยบายของ &amp;ldquo;นาย&amp;rdquo; ในการแก้ไขปัญหาให้จบแบบจริงจัง ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศุกร์สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; เดินทางไปจังหวัดลพบุรี เพื่อร่วมงาน 68 ปี &amp;ldquo;วันการบินทหารบก &amp;ldquo;ที่ศูนย์การบินทหารบก ให้โอวาทกับกำลังพลให้อดทนต่ออุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ ตอบสนองภารกิจในการช่วยเหลือประชาชน ในการปัจจุบันทั้งสถานการณ์ดับไฟป่า และลดปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ เนื่องจากปัจจุบันมีภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศชาติทุกรูปแบบ ทั้งภัยจากธรรมชาติ และภัยอันเกิดจากฝีมือมนุษย์ ในฐานะที่&amp;nbsp; &amp;ldquo;ศูนย์การบินทหารบก&amp;rdquo; เป็นหน่วยบินที่ดีที่สุดของ ทบ. จึงต้องมีความพร้อมในการรบ และภารกิจที่ไม่ใช่การรบด้วย &amp;nbsp;และในสัปดาห์หน้าถือว่าหน่วยต่างๆ ในทุกกองทัพภาคคง&amp;nbsp; &amp;ldquo;ระทึก&amp;rdquo; ไม่เบา เพราะ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; จะเดินสายแบบ &amp;ldquo;สุ่มตรวจเยี่ยม&amp;rdquo; หน่วย เพื่อพบปะกับกำลังพลทุกลำดับชั้น และไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของพลทหาร-นายสิบ ระหว่างนี้แว่วว่ากำลังวางแผน &amp;rdquo;รูทการเดินทาง&amp;rdquo; ส่วนแจ็กพอตจะไปออกที่หน่วยไหน..รอชม. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68610</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.ต.ต.ปริญญา รักษาแก้ว, พล.ต.ต.กฤษศักดิ์ สงมูลนาค, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ, พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ, พล.ต.อภิชาติ อาจสันเทียะ, พล.ท.ศรชัย กาญจนสูตร, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประสานกัมพูชาหา&#039;ต้าร์&#039; จี้สถานทูตถ้าตายขอศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; เผยอยู่ระหว่างประสาน &amp;ldquo;กัมพูชา&amp;rdquo; ปม &amp;ldquo;ต้าร์ วันเฉลิม&amp;rdquo; หายตัว แต่ยังไม่ยกหูคุย &amp;ldquo;เตีย บันห์&amp;rdquo; เพื่อไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลดำเนินการทางการทูต เพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และชีวิตของ &amp;quot;วันเฉลิม&amp;quot; โดยทันที การเพิกเฉยอาจทำให้ประชาชนเชื่อว่ารัฐบาลรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมกับการกระทำที่ผิดกฎหมายดังกล่าวเสียเอง ขณะที่นักเคลื่อนไหวบุกสถานทูตเขมร วอนถ้าตายแล้วให้ส่งศพกลับไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่ประเทศกัมพูชาว่า ส่วนตัวยังไม่ได้หารือกับพลเอกเตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ เผยว่า ยังไม่ทราบความคืบหน้า เพราะอยู่ระหว่างการประสานพูดคุยกับทางการกัมพูชา ซึ่งเรื่องคดีเป็นเรื่องของกัมพูชาเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานกรมพระธรรมนูญทหารบก และอดีตนายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการพุ่งเป้าโจมตีกองทัพอยู่เบื้องหลังการหายตัวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ว่ายืนยันว่าทาง คสช.ไม่ได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดนายวันเฉลิมในฐานความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่ คสช.ได้แจ้งความคือฐานขัดคำสั่ง คสช. เนื่องจากไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 เท่านั้น โดยคดีความต่างๆ ใกล้สิ้นสุดแล้ว ยกเว้นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคดีที่เป็นไปตามขั้นตอนปกติของศาลยุติธรรม โดยนายวันเฉลิมไม่ต้องขึ้นศาลทหาร ทั้งนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ว่า ตามที่ปรากฏข่าวว่านายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ต้องหากรณีไม่มารายงานตัวตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ได้ถูกกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งใช้กำลังบังคับควบคุมตัวขึ้นรถยนต์ ณ บริเวณหน้าที่พักในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา จนบัดนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมนั้น นายวันเฉลิมเป็นบุคคลสัญชาติไทย ย่อมต้องได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญที่จะมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับกุม การคุมขัง การทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมจะกระทำมิได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปรากฏว่านายวันเฉลิมถูกกระทำด้วยพฤติกรรมที่ละเมิดต่อรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชา รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศสมควรจะต้องรีบดำเนินมาตรการทางการทูตต่อประเทศกัมพูชาเพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และชีวิตของนายวันเฉลิมที่เป็นคนไทย อันถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับคนไทยในต่างประเทศในลักษณะเดียวกันกับที่เกิดกับนายวันเฉลิมหลังการยึดอำนาจของ คสช. มิได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หากแต่เกิดขึ้นมาก่อนแล้วรวม 8 ครั้ง ทำให้คนไทยเสียชีวิต 2 ราย สูญหายโดยไม่ทราบชะตากรรมรวมนายวันเฉลิมอีก 7 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคเพื่อไทยจึงเรียกร้องให้รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการทางการทูตต่อประเทศกัมพูชา เพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และชีวิตของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ โดยทันที การเพิกเฉยของรัฐบาลอาจทำให้ ประชาชนเชื่อว่ารัฐบาลรู้เห็นหรือมีส่วนร่วมกับการกระทำที่ผิดกฎหมายดังกล่าวเสียเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข พร้อมนักเคลื่อนไหวกว่า 10 คน รวมตัวเรียกร้องให้ทางการไทยและกัมพูชาชี้แจงการหายตัวไปของนายวันเฉลิม โดยยื่นหนังสือผ่านนายเสาะ พีรี เลขานุการสถานทูต โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ชูป้ายระบุข้อความภาษาอังกฤษแปลไทยว่า &amp;ldquo;ผมหายใจไม่ออก&amp;quot; อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมยศเรียกร้องให้ทางการไทยและกัมพูชาตามจับคนร้ายที่ก่อเหตุและคนบงการทั้งคนไทยและชาวกัมพูชา หากนายวันเฉลิม เสียชีวิต ก็ขอให้ส่งศพกลับประเทศไทย เพื่อให้ครอบครัวได้จัดพิธีตามศาสนา และจะถือว่าเขาเป็นวีรชนประชาธิปไตย จะไม่ยินยอมให้การตายของนายวันเฉลิมต้องสูญเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังขอให้ประชาคมอาเซียนที่มีกฎบัตรสิทธิมนุษยชนช่วยกันตรวจสอบรัฐบาลไทยและกัมพูชาที่เพิกเฉย ละเลยกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะหากไม่มีการยึดอำนาจ คนกลุ่มนี้ก็ไม่ต้องลี้ภัยไปต่างแดน และยังทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศได้อีกมาก ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลกัมพูชาคุ้มครองและปกป้องผู้ลี้ภัยการเมืองทั้งหมดทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ขณะนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา กลุ่มภาคประชาชนผู้ไม่ยอมนิ่งเฉย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ผ่าน น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษก กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการถูกอุ้มหายของนายวันเฉลิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกันต์ วัฒนสุภางค์ ตัวแทนกลุ่มภาคประชาชนฯ กล่าวว่า เราไม่อาจทนเห็นการกระทำต่อผู้เห็นต่างทางการเมืองได้ ไม่ว่าจะกรณีของนายทนง โพธิ์อ่าน หรือกรณีผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศลาว เช่น นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์, นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ และคนอื่นๆ ที่ถูกอุ้มหาย หรือถูกข่มขู่ว่าจะฆ่า เพียงเพราะเห็นต่างทางการเมือง และถูกยัดเยียดด้วยความไม่ชอบธรรมต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลไทยกลับนิ่งดูดาย ไม่สนใจ หรือประสานงานกับประเทศที่เกิดเหตุการณ์ ปล่อยคดีเงียบ อย่างกับว่าพึงพอใจที่ได้เห็นการกระทำดังกล่าว เหมือนนายวันเฉลิมไม่ใช่พลเมืองของไทย เป็นการตอกย้ำว่าไทยยังไม่ใช่พื้นที่เสรีแท้จริง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยติดตามหาผู้ร้ายอย่างจริงใจและจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกันต์กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องให้สภา ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านดำเนินการ ดังนี้ 1.ประสานงานกับรัฐบาลต่างประเทศ สถานทูตไทย กัมพูชา และลาว ในการหาผู้กระทำความผิดดังกล่าว เหมือนกรณีคดีแหม่มเกาะเต่า ที่ไทยมีการประสานกับกงสุลอังกฤษอย่างใกล้ชิดจนหาผู้ร้ายได้สำเร็จ และ 2.ขอสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้บุคคลสูญหาย ฉบับประชาชน ฉบับที่ ... พ.ศ. ... เพื่อประกันว่าการอุ้มหาย และการซ้อมทรมานจะไม่เกิดขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.เบญจากล่าวว่า ตลอดยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ผ่านมา มีผู้เห็นต่างถูกอุ้มหายจำนวนมาก กรณีของนายวันเฉลิมก็ไม่ต่างกับยุค คสช. เป็นความโหดเหี้ยมมากที่สุด เพราะปกปิดต่อสังคมไม่ให้รับรู้ จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล ปกป้องคนไทยทุกคน เพราะถือเป็นหน้าที่ ถ้ารัฐบาลบริสุทธิ์ใจ จะต้องแสดงออกถึงความจริงใจในการช่วยเหลือ แต่หากรัฐบาลนิ่งเฉย อาจเป็นที่กังขาของสังคม ว่าอาจสนับสนุนให้มีการกระทำลักษณะนี้ ต่อจากนี้จะได้ยื่นเรื่องไปยังกรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้เข้ามาติดตาม ช่วยเหลือ และพิจารณาในเรื่องนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน หรือ กป.อพช.อีสาน ซ.วุฒาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายคุ้มพงศ์ ภูมิภูเขียว ผู้ประสานงานเครือข่ายทนายความเพื่อปฏิรูปความยุติธรรม พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ กรมภักดี ผู้ประสานงานกลุ่มเพื่อนคนไร้บ้าน จ.ขอนแก่น, นายถนัด แสงทอง เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน และนายปฏิวัติ เฉลิมชาติ เลขาธิการ กป.อพช.ภาคอีสาน ได้ร่วมกันแถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์และเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยนั้นได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จากกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปฏิวัติ เฉลิมชาติ เลขาธิการ กป.อพช.ภาคอีสาน กล่าวว่า การกระทำที่เกิดขึ้นกับผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่เป็นคนไทย แต่กลับถูกบังคับให้สูญหาย เป็นอาชญากรรมร้ายแรงทางกฎหมายระหว่างประเทศ กป.อพช.อีสาน จึงขอเรียกร้องให้ทางการกัมพูชาเร่งสืบสวนสอบสวนติดตามการหายตัวไปของนายวันเฉลิมอย่างเร่งด่วนและจริงจัง ขณะเดียวกันในฐานะที่นายวันเฉลิมเป็นพลเมืองไทย แม้ว่านายวันเฉลิมจะเป็นผู้ต้องหาตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ของทางการไทย ก็ตาม รัฐบาลไทยจะต้องประสานงานและดำเนินการติดตามหาพลเมืองไทยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วย ดังนั้นหลังจากนี้ไป กป.อพช. มีมติร่วมกันว่าจะนำคณะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือต่อสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย และนายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อให้เร่งดำเนินการเอาผิดคนร้ายโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68178</URL_LINK>
                <HASHTAG>กันต์ วัฒนสุภางค์, ปฏิวัติ เฉลิมชาติ, พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5ede33260c12f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ยืนยัน &#039;วันเฉลิม&#039; ไร้คดีหมิ่นสถาบัน  มีแค่ขัดคำสั่งคสช.-พ.ร.บ.คอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.63 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานกรมพระธรรมนูญทหารบก และอดีตนายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีพุ่งเป้าโจมตีกองทัพอยู่เบื้องหลังการหายตัวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ อายุ 37 ปี ที่พักอาศัยอยู่ประเทศกัมพูชา ถูกอุ้มหายตัวไปจากหน้าคอนโด ที่กรุงพนมเปญเพราะเกี่ยวข้องการละเมิดสถาบันฯว่า ยืนยันว่าทางคสช.ไม่ได้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดนายวันเฉลิมในฐานความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่คสช.ได้แจ้งความคือฐานขัดคำสั่งคสช. เนื่องจากไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 เท่านั้นโดยคดีความต่างๆใกล้สิ้นสุดแล้ว ยกเว้นความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯที่กำลังดำเนินการอยู่ในขั้นตอนกระบวนการพิจารณาคดีที่เป็นไปตามขั้นตอนปกติของศาลยุติธรรม โดยนายวันเฉลิมไม่ต้องขึ้นศาลทหาร ทั้งนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลหลักฐาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68150</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ, ลี้ภัย, เฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b07a3f56c406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมาะเจาะลงล็อกเหมือนวางคิวเอาไว้เลยทีเดียว การจัดตั้ง &amp;quot;กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&amp;quot; หรือ &amp;quot;บช.สอท.&amp;quot; ซึ่งหลายคนเรียกสั้นๆ ว่า &amp;quot;บช.ไซเบอร์&amp;quot; ตามไทม์ไลน์ที่ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงแถลงไขเอาไว้ว่าการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ป้ายแดงแห่งนี้จะเสร็จเรียบร้อยภายใน 3 เดือนข้างหน้า นับนิ้วดูเวลาก็ประมาณเดือนสิงหาคม เท่ากับทันห้วงเวลาการแต่งตั้งตำรวจระดับ &amp;quot;นายพล&amp;quot; วาระประจำปี ที่ต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคมพอดิบพอดี งานนี้ก็เลยลงล็อกสามารถแต่งตั้งส่วนหัวทั้งหมดตั้งแต่ &amp;quot;ผบช.&amp;quot; ยศ พล.ต.ท. ลงไปถึงตำแหน่งผู้บังคับการ (ผบก.) ยศ พล.ต.ต.ได้เลย ซึ่งใครจะมาเป็น ผบช.สอท.คนแรกยังไม่มีใครแย้มพรายออกมา แต่ดูเหมือนว่า เก้าอี้ &amp;quot;ผบก.&amp;quot; ของ บช.สอท. ที่มีทั้งหมด 7 กองบังคับการ น่าจะต้องแปะชื่อ บิ๊กเม่น-พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส.บช.ปส. หัวหน้าชุดประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มือทำงานข้างกาย &amp;quot;รมต.บี&amp;quot; พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น่าจะแปะป้ายจอง บก.ระดับเกรดเอเอาไว้ตั้งแต่ไก่โห่แน่นวล ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งามหน้า (อีกแล้ว) &amp;quot;ตำรวจไทย&amp;quot; เมื่อแม่ค้าอาหารทะเลสดร้องเรียนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทลุง จับกุมขณะขับรถกลับบ้านในพื้นที่ ต.พญาขัน อ.เมือง จ.พัทลุง หลังไปรอรับอาหารทะเลในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยแจ้งข้อหาฝ่าฝืนช่วงเคอร์ฟิว พร้อมเรียกเก็บเงิน 80,000 บาท จนมีการต่อรองลงมาเหลือเพียง 10,000 บาท แต่ผู้เสียหายจ่ายได้เพียง 5,700 บาท จากนั้นเจ้าหน้าชุดจับกุมให้แกะหอยนางรมให้กินแกล้มเหล้า ภายในห้องทำงานของ สภ.เมืองพัทลุง จน บิ๊กแหม๋ว-พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 นั่งไม่ติดเก้าอี้ สั่งให้รีบรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเป็นพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ความจริงได้ให้เร็วที่สุด และพยานหลักฐานที่พาดพิงไปถึงผู้ใดให้ดำเนินการตามกฎหมายทั้งอาญาและวินัยอย่างเคร่งครัด กระทั่ง พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันทร์ดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง ให้ทาง สภ.เมืองพัทลุง รายงานข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน รวมทั้งสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดดังกล่าว ระดับชั้นประทวนที่มีการพาดพิงถึง 3 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่เวรยามที่ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง โดยไม่ให้ลงทำงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในพื้นที่ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องนี้มีความคืบหน้ากรณีมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียรายหนึ่งเผยแพร่คลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความว่า สภ.หนองจอก จ.เพชรบุรี จะฉี่ที่นี่ต้องต่อรองกันก่อน เรียก 40,000 บาท จบที่ 33,000 บาท พล.ต.ต.เทียนชัย คามะปะโส ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พ.ต.อ.ภาณุทัต เหลืองสัจกุล ผกก.สภ.หนองจอก พร้อมกับมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการยัง ศปก.ภ.จว.เพชรบุรี โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม และให้ พ.ต.อ.ปัญจพล ชำนาญหมอ รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี รรท.ผกก.สภ.หนองจอก จว.เพชรบุรี รวมทั้งมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้ง 8 นาย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63 เป็นต้นไป รวมทั้ง ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับคณะกรรมการสอบสวนเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและคลี่คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้น ด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม หากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจริง จะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด ประกอบกับให้พิจารณาตั้งกรรมการกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างกำลังใจให้ลูกน้องอักโข ผบ.แป๊ะ สะบัดปากกาถึง ผบช.หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า แจ้งเรื่องนโยบายการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ตำรวจช่วงวิกฤติโควิด-19 ให้แต่ละหน่วยสั่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านการเงินตรวจสอบตำรวจในสังกัดที่มียอดเงินเดือนคงเหลือต่ำกว่า 5,000 บาท โดยผู้บังคับบัญชาดำเนินการคือ กำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางด้านการเงินแก่ตำรวจและครอบครัว เช่น จัดหาอาชีพเสริมให้ตำรวจและครอบครัวให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน เพื่อเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายในครัวเรือน ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จัดโครงการอาหารกลางวันให้กับตำรวจ จัดโครงการตู้ปันสุข เป็นต้น รวมทั้งให้ บช.และ บก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. รายงานผลการดำเนินการภายใน 30 มิ.ย.นี้ เพื่อกำหนดแนวทางในการให้ความช่วยเหลือในภาพรวมต่อไป ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รักษาอาการติดเชื้อโควิด-19 และกลับมาปฏิบัติหน้าที่เจ้ากรมสวัสดิการทหารบกแล้ว&amp;nbsp; สำหรับ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี ที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้มาช่วยราชการที่กองบัญชาการกองทัพบก หลังเกิดเหตุ &amp;ldquo;สนามมวยลุมพินี&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;ซูเปอร์สเปรดเดอร์&amp;rdquo; แพร่เชื้อโควิด-19 โดยเว็บไซต์ของกรมสวัสดิการทหารบก ได้เผยแพร่ภาพ &amp;ldquo;เจ้ากรมฯ ราชิต&amp;rdquo; เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 6 อาคาร บก.กรมการสวัสดิการทหารบก เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่สถานะนายสนามมวยเวทีลุมพินีก็ถูกถอดไปตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ๆ พร้อมบอร์ดทั้งหมดที่บกพร่องในการบริหารจัดการมาตรการควบคุมโรค ส่วนจะเพียงพอต่อความรับผิดชอบจากผลกระทบที่เกิดขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมตัดสิน แต่ที่แน่นอนคือ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประกาศว่าได้จัดการลงโทษไปแล้ว ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่แน่ๆ สนามมวยในความรับผิดชอบของกองทัพ ต้องเปลี่ยนไปตามนโยบายของ ผู้นำเหล่าทัพ ในการนำเงินนอกงบประมาณเข้าสู่ระบบ โดยขออ้างที่มาที่ไปจากเว็บไซต์ www.smmsport.com สื่อออนไลน์ที่นำเสนอความเคลื่อนไหวในแวดวงกีฬา ล่าสุด &amp;quot;วันเผด็จ ผู้ครองฟ้า&amp;quot; หรือ น.อ.ยอดวันเผด็จ สุวรรณวิจิตร ผู้คร่ำหวอดในแวดวงมวย ได้ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังจะมีเอกชนเข้ามาบริหารสนามมวยลุมพินี และสนามมวยเยาวชนกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) โดยสนามมวยลุมพินีมี บริษัท ซีพี เข้ามายื่นซองประมูลได้เป็นผู้บริหารเวทีมวยลุมพินีแต่ผู้เดียว ส่วนเวทีมวยเยาวชนกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ขณะนี้มี 3 กลุ่มยักษ์ใหญ่ในวงการมวยที่เข้ามายื่นซองประมูลคือ กลุ่มเกียรติเพชร ของเฮีย &amp;quot;ชุ้น เกียรติเพชร&amp;quot; นายพีระพงศ์ ธีรเดชพงศ์ โปรโมเตอร์ศึกเกียรติเพชร เวทีมวยลุมพินี และ นายคำจันทร์ ชาวคำเขต กลุ่มที่ 2 เสี่ยฮุย นายสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ โปรโมเตอร์ผู้บริหารค่ายมวยนครหลวงโปรโมชั่น โดยมีบริษัทลูกนาม &amp;quot;รวยดี&amp;quot; เข้ามายื่นซองประมูล โดยกลุ่มนี้มี &amp;ldquo;บิ๊กซ้ง&amp;quot; นายทรงชัย รัตนสุบรรณ โปรโมเตอร์ศึกวันทรงชัย-โปรโมเตอร์จิตรเมืองนนท์ เวทีมวยราชดำเนินรวมอยู่ด้วย และกลุ่มสุดท้ายนายแพทย์ที่มีความรู้และชื่นชอบมวยไทย..เรียกได้ว่าวงการมวยกำลังเปลี่ยนรูปโฉม แต่เท่าที่เห็น นายทุนจะออกตัว หรือมีนอมินีทำการแทน ต้องรอชม ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผอ.เอก&amp;rdquo; พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานกรมพระธรรมนูญทหารบก ร่วมแถลงข่าวพร้อมทีมโฆษก ทบ. ในฐานะคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีทุจริตเบี้ยเลี้ยงในกรมสรรพาวุธ แจงในข้อเท็จจริงเรื่องการสืบสวน ส่วนรายละเอียดส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปเรียบร้อยแล้ว มี 3 นายพลเกี่ยวข้องกับปมที่ &amp;ldquo;หมู่อาร์ม&amp;rdquo; ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี นายทหารงบประมาณ สังกัดศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ออกมาร้องเรียนผ่านองค์กรต่างๆ และสื่อ แต่ยืนยันว่าเรื่องทุจริต ไม่มีการส่งเรื่องไปยัง &amp;ldquo;สายตรง ผบ.ทบ.&amp;rdquo; ให้ตรวจสอบอย่างแน่นอน พร้อมย้อนเหตุการณ์วันที่ &amp;ldquo;อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์&amp;rdquo; ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มายื่นเรื่องที่ ทบ.กับตนเอง และ &amp;ldquo;เสธ.ต๊อด&amp;rdquo; พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมนั่งพูดคุยกันที่ห้องรับรอง &amp;ldquo;ผอ.เอก&amp;rdquo; โดยระบุว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;หมู่อาร์ม&amp;rdquo; ตาม นายอัจฉริยะ เข้ามาในกองบัญชาการกองทัพบก แต่ไม่ได้เข้ามาคุยด้วย กลับไปนั่งอยู่มุมห้อง ใส่ชุดพลเรือน ไม่มีใครรู้จัก แต่ได้คุยกับลูกน้องตนเอง ไม่ได้มีการยื่นข้อมูลร้องเรียนเข้าสู่ระบบอย่างแน่นอน ๐ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67983</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.อ.วินธัย สุวารี, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ, พล.ต.ราชิต อรุณรังษี, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าสู่ต้นเดือน &amp;quot;มิถุนายน&amp;quot; แวดวง &amp;quot;สีกากี&amp;quot; เริ่มมีความเคลื่อนไหว เริ่มมีสัญญาณการแต่งตั้ง &amp;quot;แม่ทัพใหญ่สีกากี&amp;quot; คนใหม่ ต่อจาก บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2563 เพราะหากไม่มีอะไรผิดพลาด ปลายเดือนมิถุนา-ต้นเดือนกรกฎา น่าจะได้เห็นหน้าค่าตากันแล้ว เพราะถัดเป็นอีกเดือน &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; ก็ต้องปรับโหมดเข้าสู่การแต่งตั้ง &amp;quot;นายพล&amp;quot; วาระประจำปี ที่ตามกฎ ตามระเบียบ ขีดเส้นเอาไว้การแต่งตั้งระดับ ผบก.ขึ้นไป ต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค. อุณหภูมิการแต่งตั้ง &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; คนใหม่ เลยคึกคัก แม้ 4 รอง ผบ.ตร. ทั้ง บิ๊กนู-พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร., บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., บิ๊กใหม่-พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ จะมีสิทธิ์ขึ้นเป็น &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ด้วยกันทั้งหมด แต่ถ้าเช็กกันชั่วโมงชั่งน้ำหนัก วัดกันปอนด์ต่อปอนด์ ดูเหมือนจะเหลือเพียง &amp;quot;บิ๊กนู&amp;quot; นรต.38 กับ &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; นรต.36 ที่กำลังวัดพลังขั้นสุดท้ายใครจะได้ &amp;quot;ฟันธง&amp;quot; ลงมา ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตีตราประทับผ่านมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธานเรียบร้อยแล้ว สำหรับ &amp;quot;กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&amp;quot; หรือ &amp;quot;บช.สอท.&amp;quot; หน่วยงานตั้งใหม่ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดูแลตรวจสอบเรื่องการพิสูจน์หลักฐานทางเทคโนโลยีและการประสานงานกับต่างประเทศ และเป็นพี่เลี้ยงให้ บก.สืบสวนทั่วประเทศ โดยตามโครงสร้างที่แบ่งเอาไว้ บช.สอท.มีทั้งหมด 7 กองบังคับการ มีกองบังคับการอำนวยการ, กองบังคับการสืบสวนเทคโนโลยี 1-5 รับผิดชอบทั้ง 4 ภาค และกรุงเทพมหานคร และกองบังคับการตรวจสอบวิเคราะห์อาชญากรรม บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกไว้ บช.สอท.จะเป็นรูปเป็นร่างภายใน 3 เดือน แต่ใครจะมาเป็น &amp;quot;ผบช.สอท.&amp;quot; คนแรก &amp;quot;บิ๊กเบิ้ม&amp;quot; ไม่ได้แย้มพรายเอาไว้...ปล่อยให้หลายคนมโนชื่อกันเอาเองไปก่อน ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องบอกช่วงนี้ &amp;quot;บางพลี&amp;quot; เดือด!!! หลัง พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เซ็นคำสั่งให้ 10 ตำรวจโรงพักบางพลี ประกอบด้วย 1.พ.ต.ต.กมลศักดิ์ นาคเสน สว.สส.สภ.บางพลี 2.ร.ต.อ.อิทธิพล ระเบียบโพธิ์ รอง สวป.สภ.บางพลี 3.ร.ต.อ.วสันต์ วงศ์เรือง รอง สว. (จร.) สภ.บางพลี 4.ด.ต.จิรภัทร นันติดอย ผบ.หมู่ (สส.) สภ.บางพลี 5.จ.ส.ต.กฤษดา ฤทธิยา ผบ.หมู่ (สส.) สภ.บางพลี 6.ส.ต.อ.ภิภูษณะ ศรีนวล ผบ.หมู่ (สส.) สภ.บางพลี 7.ส.ต.อ.วัชรพงศ์ ดีสา ผบ. หมู่ (สส.) สภ.บางพลี 8.ส.ต.ท.มนตรี นากอก ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บางพลี 9.ส.ต.ท.กฤษดา มูลพร้อม ผบ.หมู่ (สส.) สภ.บางพลี 10.ส.ต.ท.รัชนาท มีบุตร ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บางพลี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ โดยขาดจากตำแหน่งเดิม จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หลังประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมพาหญิงสาวอายุ 27 ปี เข้าร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.ชุมพล ให้ดำเนินคดีกล่าวโทษ 10 นายตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางพลี ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ผู้ต้องหาคดียาเสพติด เป็นเงินกว่า 1.3 แสนบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ซึ่งถือเป็นความท้าทายของ ผู้การฯ ชุมพล ที่ต้องรีบสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นเร็วที่สุด เพราะการย้ายตำรวจโรงพักเดียวถึง 10 นาย ถือว่าไม่ธรรมดา หากไม่มีผลสรุปข้อครหาต่างๆ ออกมา จะทำให้โรงพักบางพลีเสียหายอย่างมาก ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นโครงการของ &amp;ldquo;กองทัพอากาศ&amp;rdquo; ที่ตอนแรกอาจถูกโจมตี เพราะไม่เข้าใจในการใช้เครื่องบินทหารมาขนส่งสินค้าเกษตร-ประมง หลังจาก พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้ให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้ขยายความโครงการ &amp;ldquo;ข้าวแลกปลา&amp;rdquo; และให้ชี้แจงถึงรายละเอียดการใช้เที่ยวบินฝึกที่นักบินทำการบินเครื่องบินซี-130 อยู่แล้วมาช่วยเกษตรกรในการแลกเปลี่ยนสินค้า ถือเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยเริ่มต้นเป็นการนำสินค้าประมงแปรรูปของพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแลกกับข้าวของเกษตรในภาคเหนือ ทำให้ใช้สนามบินบ่อทอง จ.ปัตตานี ซึ่งมี ฉก.9 ถูกใช้เป็นฐานในการขนส่ง โดยมอบหมายให้ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; พล.อ.ท.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รองเสนาธิการทหารอากาศ สายงานยุทธการเป็นหัวหน้าคณะแลกเปลี่ยนสินค้ามาตั้งแต่ต้น จนกระทั่งโครงการเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ทัพฟ้ามาประชิด ช่วยธุรกิจเพื่อสังคม (AIR OPERATION FOR SOCIAL ENTERPRISE) ขนข้าว แลกปลา เปลี่ยนสินค้าเกษตร&amp;rdquo; และล่าสุดเป็นการนำข้าวสารศรีสะเกษมาแลกสินค้าเกษตรพังงา โดยมี บิ๊กป้อม เป็นหัวหน้าคณะเช่นเดิม ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลิปการสนทนาระหว่าง พล.ต.อภิชาติ อาจสันเทียะ ผู้บังคับบัญชาการศูนย์ซ่อมสร้างกรมสรรพาวุธทหารบก กับ &amp;lsquo;หมู่อาร์ม&amp;rsquo; ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี เสมียนงบประมาณแผนกโครงการและงบประมาณกองแผน โครงการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ.) นอกจากเนื้อหาที่ผู้บังคับบัญชากล่าวตักเตือนเป็นส่วนใหญ่แล้ว ก็ไม่ปรากฏว่า วัน ว. เวลา ณ. เป็นช่วงก่อน หรือหลังที่ &amp;ldquo;หมู่อาร์ม&amp;rdquo; ออกมาปูดว่าขู่ฆ่า แต่ถ้าย้อนกลับไปไม่นานปมการทุจริตใน สพ.ทบ.นั้น นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เคยยื่นหลักฐานเอกสารที่เขาบอกว่าเป็นหลักฐานเด็ด&amp;nbsp; ให้ พล.อ.อภิรัตช์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผ่านทาง พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ประกอบด้วย การทุจริตภายในกรมสรรพาวุธทหารบก ทุจริตการใช้งบประมาณในโครงการอบรมแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยระบุว่า ทหารชั้นผู้น้อยไม่กล้าแจ้งเบาะแสทาง &amp;ldquo;สายตรง ผบ.ทบ.&amp;rdquo; ที่ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; เปิดขึ้นมาหลังเหตุการณ์ &amp;ldquo;กราดยิงโคราช&amp;rdquo; เลยมายื่นผ่านทางตนเอง จากการตรวจสอบพบว่ามีการแยกเรื่องพิจารณาเป็นสองประเด็นคือ การปฏิบัติทางวินัยของเจ้าตัว และข้อมูลการทุจริตในหน่วยงาน ส่วนผลสรุปเป็นอย่างไรคงไม่เงียบหายไปพร้อมกาลเวลา ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กองทัพไทยได้รับคำชมเชยระหว่างการประชุม ผบ.ทบ.ภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก แลนด์เพาเวอร์ คอนเฟอเรนซ์ ในการวางมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำได้ดีในช่วงการฝึกคอบร้าโกลด์ และหนุมานการ์เดี้ยน ทำให้ ทบ.เดินหน้าในการฝึกผสมรหัสต่างๆ ตามปกติ รวมไปถึงการส่งกำลังพลไปฝึกที่สหรัฐให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;ldquo;บิ๊กอี๊ด&amp;rdquo; พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมกำลังพลเข้าร่วมการฝึกเตรียมการขั้นที่ 3 เพื่อเตรียมเข้าร่วมการฝึกผสมกับกองทัพบกสหรัฐอเมริกาภายใต้รหัส Lightning Forge 2020 ที่ฮาวาย และเข้าร่วมการประเมินผล ณ ศูนย์ฝึกการเตรียมความพร้อมร่วม (JRTC) ณ รัฐลุยเซียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 กองพลทหารราบที่ 3 ค่ายสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา ทั้งนี้ &amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; สั่งการให้ทุกกองทัพภาค รวมทั้งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ จัดนายทหาร รวมทั้งนักเรียนนายร้อย ชั้นปีที่ 5 เข้าร่วมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีด้วย ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67376</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.อ.วินธัย สุวารี, พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ, พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อภิรัตช์ คงสมพงษ์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการนัดฟังคำสั่ง&#039;ปิยบุตร&#039;หมิ่นศาลรธน.28พ.ย.&#039;เลขาฯอนค.&#039;หยัน&#039;บุรินทร์&#039;ข้อกล่าวหาเบาหวิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62- ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา นัดแจ้งผลคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าจะมีความเห็นแย้งหรือไม่ในคดีที่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนสมาชิกพรรค และ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค ที่พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้เคยส่งสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสามในความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2560) มาตรา 14 (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จากกรณีผู้ต้องหาร่วมกันจัดรายการ &amp;ldquo;คืนวันศุกร์ให้ประชาชน&amp;rdquo; ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในเพจอนาคตใหม่-The Future We Want และเพจ Thanathorn Juangroongruangkit วิจารณ์กระแสข่าวกรณีพลังดูดของ คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันเวลาเดียวกัน พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้นัดนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พร้อมนำสำนวนพร้อมความความเห็นสมควรสั่งฟ้อง มายื่นให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญาพิจารณาสั่งฟ้องในความผิดฐานดูหมิ่นศาล กรณีนายปิยบุตรเคยอ่านแถลงการณ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ โดยในวันนี้ นายธนาธร เดินทางมาพร้อมกับนายปิยบุตร และนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ ภายหลังจากเข้าพบพนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญาเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ในวันนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ส่งความเห็นกลับมาที่อัยการว่าจะมีความเห็นแย้งหรือเห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ถ้ามีความเห็นแย้ง ก็จะต้องส่งอัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด แต่ถ้าเห็นด้วยคดีของนายธนาธรจะสิ้นสุดที่สั่งไม่ฟ้อง โดยพนักงานอัยการ ได้เลื่อนนัดแจ้งคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้งในวันที่ 2 ธ.ค. นี้ เวลา 10.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ในส่วนนายปิยบุตร วันนี้ทาง ปอท. ได้นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องในความผิดฐานดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;มายื่นให้อัยการสำนักงานคดีอาญาเพียงข้อหาเดียว ไม่ได้ยื่นในส่วนของความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งทางอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาได้นัดฟังคำสั่ง ในวันที่ 28 พ.ย. นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งใน 1-2 วันนี้ เราจะยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เพื่อขอให้มีคำสั่งสอบพยานเพิ่มจากที่เราเคยร้องขอในชั้น ปอท. แต่ ปอท.กลับไม่สอบให้ กลับสอบแต่พยานที่มีแนวคิดตรงกันข้ามกับพรรคอนาคตใหม่ เพราะจากที่ดูข้อหามันไม่ใช่ประเด็นที่จะผิดกฎหมาย เป็นเพียงแค่มีความต้องการเอานายปิยบุตรขึ้นศาล เรามั่นใจว่าถ้าเป็นนักกฎหมายได้มาอ่านสำนวนที่ฟ้อง จะรู้ว่าเป็นเรื่องที่เบาหวิว ถ้าเป็นคดีของคนอื่นคงไม่รับฟ้องคดี ส่วนการขอสอบพยานเพิ่มเติม ก็จะเป็นพยานที่เกี่ยวพันในเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายปิยบุตร กล่าวว่า ตนมองว่ามาตรา 198 ที่ว่าด้วยเรื่องการดูหมิ่นศาล เปิดโอกาสให้ใครก็ได้เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ได้อาสาเป็นผู้ร้องทุกข์ในคดีนี้ ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนของกฎหมายมาตราดังกล่าว เพราะต่อไปนี้หากมีบุคคลใดวิจารณ์ศาล ก็จะสามารถถูกใครก็ไม่รู้ที่ไม่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีได้ เรื่องคดีที่ตนและนายธนาธรโดนในวันนี้ รวมถึงอีก 26 คดีที่พรรคอนาคตใหม่โดน ภายหลังจากการตั้งพรรคการเมืองมาได้เพียง 1 ปีเศษ ประชาชนคนทั่วไปสามารถวิเคราะห์กันได้ว่าทำไมถึงได้โดนคดีมากมาย ทั้งที่เรายังไม่เคยได้บริหารแผ่นดินหรือได้รับอำนาจอะไรเลย เป็นเพียง ส.ส. ที่เป็นผู้แทนพูดในสภาแทนประชาชน แต่โดนคดีเต็มไปหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากถามว่าทุกคนรู้สึกว่าพวกเราได้ทำผิดกฎหมายและต้องถูกยุบพรรคจริงหรือไม่ หรือว่าเพราะเราไปทำให้กลุ่มบุคคลที่ครองอำนาจอยู่ในขณะนี้ไม่สบายใจ พวกเราถึงต้องโดน ถ้าเชื่ออย่างหลังว่าเราจะต้องโดนเพราะไปขัดผู้มีอำนาจ แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะถ้าไปเปิดกฎหมายอย่างละเอียด จะเห็นได้ว่าสิ่งที่แกนนำพรรคโดน หรือที่นายธนาธรโดนคดีในวันนี้ เรื่องมันควรจบตั้งนานแล้ว จากที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง แต่วันนี้ตำรวจยังไม่ให้คำตอบมาก็ต้องยื้อ ต้องเสียเวลากันต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า ในส่วนของตน พนักงานสอบสวน ปอท. ก็ไม่ได้สั่งฟ้องใน พ.ร.บ .คอมพิวเตอร์ฯ แล้วคนที่ไปแจ้งความอย่าง พล.ต.บุรินทร์ ได้มารับผิดชอบอะไรบ้างหรือไม่ หรือชีวิตมีแค่เดินไปฟ้องตำรวจอย่างเดียว เรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่รู้อย่างเดียว ภาพรวมทั้งหมดเราเรียกกันว่าการดำเนินคดีเพื่อกลั่นแกล้ง หรือปิดปาก อย่างเรื่องการแจ้งข้อหาของ ปอท.ที่ตนได้อ่านสำนวนก็พบว่าเป็นเพียงข้อกล่าวหาที่เบาหวิว สิ่งที่ พล.ต.บุรินทร์ เอามาแจ้งความตนก็เป็นการถอดเทปแบบผิดๆ ถูกๆ ไม่ตรงกับที่ตนได้พูด สามารถไปเปิดคลิปดูได้ ตนเองเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย เคยวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญมาตลอด ไม่เคยโดนคดีสักครั้งเดียว แต่พอเป็นนักการเมืองกลับโดนคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวทิ้งท้ายถึงคดีหุ้นสื่อของนายธนาธรว่า อย่างเรื่อง หุ้นสื่อวี-ลัคฯ ที่จะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 20 พ.ย. ซึ่งวัตถุประสงค์ตามรัฐธรรมนูญเรื่องห้ามถือหุ้นสื่อ เพื่อป้องกันอิทธิพลจากนัการเมืองการครอบงำสื่อ แต่ บ.วี-ลัค มีเดียไม่ใช่สื่อและปิดกิจการแล้ว กำลังอยู่ในช่วงชำระเลิกกิจการ และมีการโอนหุ้นกันไปเรียบร้อยแล้ว แต่กลับถูกดำเนินคดี ลองเทียบเคียงกับนักการเมืองที่ไม่มีหุ้นสื่อแต่กับมีคู่สมรสเป็นเจ้าของสื่อ คนๆ นี้กลับไม่โดนอะไรเลย เรื่องนี้จึงต้องพิจารณากันถึงวัตถุประสงค์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49010</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ, หมิ่นศาลรธน., อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db677b3c2934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
