<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.พล.2รอ.แจงยิบเหตุฟ้อง&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;-อบรมมารยาท&#039;อดีตผบ.ตร.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.62 - พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวกรณีคลิป พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ต่อว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ขณะลงพื้นที่หาเสียง ในพื้นที่จ.ปราจีนบุรีว่าในนามของกองทัพบก ขอเรียนให้ได้เข้าใจว่า กองทัพและกองทัพบก มีภารกิจหลายประการ ตั้งแต่ การป้องกันประเทศ, การรักษาความมั่นคงภายใน, การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และ การพัฒนาประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกำลังพลที่ปรากฏในภาพข่าวนั้น เป็นกำลังพลนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งในห้วงเวลาดังกล่าวอยู่ระหว่าง การปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ โดยเป็นเจ้าหน้าที่กองร้อยรักษาความสงบ มณฑลทหารบกที่ 12 &amp;nbsp;ซึ่งปฏิบัติงานและปฏิบัติภารกิจตามคำสั่ง คสช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กองร้อยรักษาความสงบ มีภารกิจหลักที่ต้องดำเนินการจำนวน 7 กลุ่มงาน โดยกรอบการปฏิบัติงานหลักคือ การรักษาความสงบเรียบร้อย รักษาความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนรวมถึงที่สำคัญ คือการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งการปฏิบัติภารกิจดังกล่าวเป็นไปตามกรอบที่กฎหมายกำหนด และได้มีการปฏิบัติมาแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 4 ปี รวมถึงในระหว่างที่ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ลงพื้นที่หาเสียงนั้น เจ้าหน้าที่ดังกล่าว อยู่ในระหว่าง การปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบที่กฎหมายกำหนด โดยปฏิบัติภารกิจในการ สังเกตการณ์ อำนวยความสะดวก และที่สำคัญคือการรักษาความปลอดภัย ให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ปิยพงศ์ &amp;nbsp;กล่าวว่าการลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครแต่ละครั้ง กองทัพบกโดยหน่วยทหาร ที่มีความรับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ก็จะจัดเจ้าหน้าที่ลงปฏิบัติงานในลักษณะเช่นเดียวกัน อย่างเท่าเทียมกัน สำหรับผู้สมัครทุกคน และ ทุกพรรค โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจาก การลงพื้นที่หาเสียงแต่ละครั้ง มีประชาชนมาร่วมรับฟัง เป็นจำนวนมาก สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์ จากผู้ไม่ประสงค์ดีได้ &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ ที่จัดลงอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยนั้น มีจำนวนมากน้อยตามลักษณะของพื้นที่ และจำนวนประชาชน และที่สำคัญ แต่ละหน่วยได้พิจารณา คัดเลือกบุคคลที่มี วุฒิภาวะ ก่อนการลงปฏิบัติงานในทุกครั้งเช่นเดียวกับ กำลังพลที่ถูกหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยต่อว่า ซึ่งเป็นนายทหารชั้นยศพันโท ที่มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ และ วุฒิภาวะที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กำลังพลดังกล่าว มีการแสดงตัวตนอย่างชัดเจน ด้วยการแต่งกาย เครื่องแบบทหารโดยไม่มีอาวุธ เพื่อแสดงให้เห็นว่า เป็นเจ้าหน้าที่ ลงปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ ประกอบกับมีกิริยาวาจา ที่สุภาพเรียบร้อย มิได้ข่มขู่ คุกคาม รบกวน หรือขัดขวาง การลงพื้นที่หาเสียงดังกล่าวแต่อย่างใดทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการกระทำของ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ที่กระทำกิริยาและใช้คำพูด ในลักษณะดูหมิ่นหยามเกียรติ และศักดิ์ศรีความเป็นทหาร หน่วยทหาร ตลอดจน ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหาร รวมถึงกล่าวดูถูกเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานให้เกิด ความอับอาย เสมือนเป็นการบังคับ มิให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ ในกรอบที่กฎหมายกำหนด กองทัพบกซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่อยู่เคียงข้างกับประชาชน เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จึงไม่ประสงค์ให้ผู้หนึ่งผู้ใด มาดูหมิ่น หยามเกียรติและศักดิ์ศรี ของหน่วยงาน จึงได้ดำเนินการ ร้องทุกข์กล่าวโทษ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ &amp;nbsp;กับเจ้าพนักงานตำรวจ ใน 2 ฐานความผิด คือ ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ และ ฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา ด้วยวิธีการเผยแพร่ ด้วยประการใดๆ ต่อสาธารณชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
พล.ต.ปิยพงศ์ &amp;nbsp;กล่าวด้วยว่าพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ &amp;nbsp;เป็นผู้ที่มีคุณวุฒิ และ วัยวุฒิ รวมถึง เคยดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในอนาคต หากท่านจะได้รับ การคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง สำคัญของบ้านเมือง ท่านควรที่น่าจะมีวิจารณญาณ มีวุฒิภาวะ มีกิริยามารยาท และ การปฏิบัติที่ดีกว่านี้ กับข้าราชการด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามกองทัพบกขอยืนยันว่า จะอยู่เคียงข้างกับพี่น้องประชาชน ตลอดเวลา และ ในขณะเดียวกันก็จะปกป้องเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ของความเป็นกองทัพบก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับ กำลังพลของกองทัพบก &amp;nbsp;พร้อมที่จะปกป้องครอบครัว กำลังพลกองทัพบก และ แสดงให้ อดีตผู้บังคับบัญชา และอดีตกำลังพลของกองทัพบก เห็นถึงเกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหาร ที่ยังคงดำรงอยู่เคียงข้าง สถาบันหลักของประเทศ และพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30697</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแดง, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, ศักดิ์ศรีทหาร, เหยียดหยามเกียรติทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59c864a430f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารพรึ่บตบเท้าป้องศักดิ์ศรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กแดง&amp;rdquo; นัดประชุมหน่วยคุมกำลังวาระพิเศษ 7 มี.ค.นี้ พร้อมนำหน้านายทหารกว่า 700 นายตบเท้ากล่าวคำปฏิญาณว่า &amp;quot;ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์เท่าชีวิต&amp;quot; เสรีพิศุทธ์งานเข้าอีกดอก &amp;ldquo;มทบ.12&amp;rdquo; ฟ้องหมิ่นประมาทกรณีดูหมิ่นทหารที่ติดตามลงพื้นที่หาเสียงปราจีนบุรี
เมื่อเวลา 07.30 น. ที่หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก (นปอ.) ดอนเมือง&amp;nbsp;
พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางมาร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนา นปอ.ครบรอบ 27 ปี แต่ไม่ได้อยู่ร่วมพิธีสงฆ์ โดยมอบหมายให้ พล.อ.วรวิทย์ วรรธนะศักดิ์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก เป็นประธานพิธีแทน โดย พล.อ.อภิรัชต์อยู่ร่วมงานประมาณ 20 นาที ไม่ได้เข้าร่วมพิธีสงฆ์ ไม่ได้เดินดูนิทรรศการที่ทางหน่วยจัดเตรียมไว้ และไม่ร่วมรับประทานอาหารเช้ากับนายทหารระดับสูงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเดินทางกลับ พล.อ.อภิรัชต์ได้กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลในการดูแลพื้นที่ที่นักการเมืองลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งในช่วงนี้ว่า เป็นห่วงทั้งหมด เป็นห่วงกองทัพบก เป็นห่วงกำลังพลทุกคน ก็เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณียื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในข้อหาหมิ่นประมาท สืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในทำนองดูหมิ่นเหยียดหยามเครื่องหมายที่ติดบนเครื่องแบบทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในวันที่ 7 มี.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ได้เรียกประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกวาระพิเศษ และการประชุมผู้บังคับหน่วยระดับกองพันขึ้นไป โดยมีผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ทั่วประเทศกว่า 700 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนการประชุม ในเวลา 08.30 น. จะรวมตัวกันบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิตติขจร ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์จะนำกล่าวคำปฏิญาณตนว่า &amp;quot;ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์เท่าชีวิต&amp;quot; เพื่อแสดงออกถึงการทำหน้าที่ทหารในการรักษากองบัญชาการกองทัพบก ที่รัชกาลที่ 5 ทรงเป็นผู้ก่อตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เฟซบุ๊ก &amp;lsquo;บิ๊กแดงแฟนเพจ&amp;rsquo; ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ตบเท้าพรึ่บ!! ทหาร ฮึ่ม! ปกป้องศักดิ์ศรีทหาร-ปกป้อง ผู้บังคับบัญชา เตรียมตบเท้าให้กำลังใจ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ประชุมหน่วยขึ้นตรงวาระพิเศษ พรุ่งนี้ระดมแม่ทัพ ผบ.พล. ผู้การกรม ผู้พัน ทั่วประเทศ ... บิ๊กแดงเตรียมนำกล่าวคำปฏิญาณตนต่อ &amp;ldquo;ร.5&amp;rdquo; &amp;quot;ข้าพเจ้าจักรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.ต.ชัยวัฒน์ บุญธรรมเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 12 (ผบ.มทบ.12) และนายทหารพระธรรมนูญ ได้นำ พ.ท.ปกิจ ผลฟัก หัวหน้ากองกิจการพลเรือน มทบ.12 เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.เจริญ บุญสิทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ให้ดำเนินคดี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในข้อหาหมิ่นประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.ปกิจกล่าวว่า วันที่ 4 &amp;nbsp;มี.ค.ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้มาปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบในพื้นที่ ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.ปราจีนบุรีหาเสียงที่บริเวณตลาดปราจีนบุรี ซึ่งระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ก็เข้ามาตำหนิ ถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ก็บอกว่าได้รับคำสั่งให้มาคอยช่วยดูแลความสงบในพื้นที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้บอกว่าอย่ามายุ่งวุ่นวายที่นี่ ก็บอกว่าไม่ได้มาวุ่นวาย แต่มาคอยดูแลความสงบตามคำสั่ง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวทำนองว่าอย่ามาทะลึ่งวุ่นวาย ผมบอกว่าไม่ได้มาวุ่นวาย ถ้าการมาทำหน้าที่ทำให้ท่านไม่พอใจ ต้องขอโทษท่านด้วย ไม่ได้มีเจตนาอื่นจริง หลังจากที่ภาพเป็นข่าว วันนั้นเพื่อนๆ ทหารและผู้บังคับบัญชาทุกคนมาให้กำลังใจ และให้มาแจ้งความ ก็ไม่คิดว่าคนใหญ่โตเป็นถึงนายพลจะกล้าพูดจาหยามกันได้ถึงเพียงนี้ จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ผมเป็นทหาร ผมมีศักดิ์ศรี&amp;rdquo; พ.ท.ปกิจกล่าว
ถามหาวุฒิภาวะ&amp;quot;เสรี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ทีมโฆษก คสช. ชี้แจงกรณีดังกล่าวในนามของกองทัพบกว่า กองทัพและกองทัพบกมีภารกิจหลายประการ ตั้งแต่การป้องกันประเทศ, การรักษาความมั่นคงภายใน, การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ และการพัฒนาประเทศ สำหรับกำลังพลที่ปรากฏในภาพข่าวนั้น เป็นกำลังพลนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ โดยเป็นเจ้าหน้าที่กองร้อยรักษาความสงบ มณฑลทหารบกที่ 12 &amp;nbsp;ซึ่งปฏิบัติงานและปฏิบัติภารกิจตามคำสั่ง คสช. ตามกรอบที่กฎหมายกำหนดในการสังเกตการณ์ อำนวยความสะดวก และที่สำคัญคือการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครแต่ละครั้ง กองทัพบกโดยหน่วยทหาร ที่มีความรับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ก็จะจัดเจ้าหน้าที่ลงปฏิบัติงานในลักษณะเช่นเดียวกันอย่างเท่าเทียมกัน สำหรับผู้สมัครทุกคน และทุกพรรค โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากการลงพื้นที่หาเสียงแต่ละครั้ง มีประชาชนมาร่วมรับฟัง เป็นจำนวนมาก สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์จากผู้ไม่ประสงค์ดีได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่จัดลงอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยนั้น มีจำนวนมากน้อยตามลักษณะของพื้นที่ และจำนวนประชาชน และที่สำคัญ แต่ละหน่วยได้พิจารณา คัดเลือกบุคคลที่มี วุฒิภาวะ ก่อนการลงปฏิบัติงานในทุกครั้งเช่นเดียวกับกำลังพลที่ถูกหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยต่อว่า ซึ่งเป็นนายทหารชั้นยศพันโท ที่มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ และวุฒิภาวะที่เหมาะสม นอกจากนี้ กำลังพลดังกล่าวมีการแสดงตัวตนอย่างชัดเจน ด้วยการแต่งกาย เครื่องแบบทหารโดยไม่มีอาวุธ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ลงปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่ ประกอบกับมีกิริยาวาจา ที่สุภาพเรียบร้อย มิได้ข่มขู่ คุกคาม รบกวน หรือขัดขวาง การลงพื้นที่หาเสียงดังกล่าวแต่อย่างใดทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นผู้ที่มีคุณวุฒิและวัยวุฒิ รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในอนาคต หากท่านจะได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง สำคัญของบ้านเมือง ท่านควรที่น่าจะมีวิจารณญาณ มีวุฒิภาวะ มีกิริยามารยาท และการปฏิบัติที่ดีกว่านี้กับข้าราชการด้วยกัน&amp;quot; พล.ต.ปิยพงศ์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ตลาดนัมเบอร์วัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ฟ้องดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทเรื่องเครื่องแบบ ว่าไม่กังวลเรื่องคดีความ เรื่องนี้ต้องว่าไปตามกฎหมาย หากฝ่ายที่ฟ้องมีพยานหลักฐานก็ดำเนินการไป ตอนนี้ขอหาเสียงเลือกตั้งก่อนไว้เสร็จการเลือกตั้งเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากัน แต่การที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ผบ.ทบ.ว่าเป็นเจ้าของกองทัพบกนั้น ไม่จริง กองทัพเป็นของประชาชน เพียงแต่ประชาชนมอบอาวุธให้ดูแลประเทศเท่านั้น หาก พล.อ.ประวิตรพูดแบบนี้ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องเป็นเจ้าของประเทศแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังกล่าวถึงสาเหตุที่ไล่ทหารที่ จ.ปราจีนบุรี ว่าเป็นเพราะมีคนใส่ชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศมาเดินติดตามในการลงพื้นที่หาเสียง ถูกคุกคามเสรีภาพในการหาเสียง เพราะในช่วงนี้กฎหมายหลายอย่างได้ถูกปลดล็อกแล้ว และอีกไม่ถึง 20 วันแล้วมีสิทธิอะไรมาคุกคาม ส่วนการที่ ผบ.ทบ.อ้างว่าเป็นการดูแลเพื่อความเรียบร้อยนั้น ขอถามกลับว่าเหตุใดทหารไม่ไปทุกที่หรืออย่างวันนี้ที่ลงหาเสียงที่ตลาดนัมเบอร์วัน ราม 2 ก็ไม่เห็นมีทหารมาคอยติดตาม
ฟ้องกลุ่มอยากเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เดินทางมาศาลตามที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 นัดส่งฟ้องคดีแกนนำคนอยากเลือกตั้งชุด ARMY57 กรณีจัดชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2561 เคลื่อนขบวนไปยังกองบัญชาการกองทัพบก โดย น.ส.ณัฏฐาให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเป็นส่วนเล็กๆ ในการถูกละเมิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดยใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ ไม่รู้ว่า ผบ.ทบ.เติบโตมาอย่างไร แต่ในช่วงชีวิตเราไม่เคยเห็น ผบ.ทบ. มีวุฒิภาวะลักษณะนี้ 5 ปีที่ผ่านมามีการใช้กระบวนการยุติธรรมอย่างหนักในการร้องทุกข์กล่าวโทษฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดย คสช.รู้สึกเห็นใจทุกคนในกระบวนการยุติธรรม วันนี้คนอยากเลือกตั้งถูกฟ้องเป็นคดีที่สาม กรณีชุมนุมหน้ากองทัพบก ส่วนก่อนหน้านี้มีคดีชุมนุมหน้าหอศิลป์ (MBK39) และคดีชุมนุมราชดำเนิน (RDN50) ซึ่งเราจะยื่นประกันโดยไม่ใช้หลักทรัพย์ เหมือนกับสองคดีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. อัยการได้ยื่นคำฟ้อง โดยพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายกาณฑ์ หรือศศิพัฒน์ พงษ์ประภาพันธ์ นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นายรังสิมันต์ โรม ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.), น.ส.ณัฏฐา, นายธนวัฒน์ พรหมจักร, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นายอานนท์ นำภา ทนายความ, นายปกรณ์ อารีกุล โฆษกพรรคสามัญชน และ น.ส.ศรีไพร นนทรีย์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์กลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิต ซึ่งทั้งหมดเป็นแกนนำคนอยากเลือกตั้งชุด ARMY57 เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐาน ยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4 วรรคแรก, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 15, 16 และ พ.ร.บ.การจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 108, 114 กรณีชุมนุมหน้ากองทัพบกวันที่ 24 มี.ค.2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การกระทำของจำเลยกับพวกในชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 9 ให้การปฏิเสธ โดยขอให้นับโทษนายกาณฑ์,นายสิรวิชญ์, นายรังสิมันต์, น.ส.ณัฏฐา และนายอานนท์ ต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำ อ.2893/2561 ของศาลอาญาด้วย ขณะที่หากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว อัยการก็ให้เป็นดุลยพินิจของศาล โดยหลังยื่นฟ้องแล้ว ศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.649/2562 และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 13 พ.ค. นี้ เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. ศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของจำเลยทั้ง 9 คนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 9 คน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่กำหนดเงื่อนไข หากจำเลยผิดสัญญาให้ปรับจำเลยคนละ 2 แสนบาท ส่วนกรณีนายเอกชัย หงส์กังวาน ไม่ได้เดินทางมาศาลตามนัดส่งฟ้องเนื่องจากป่วยนั้น อัยการได้นัดให้นายเอกชัยมาพบเพื่อนำตัวมายื่นฟ้องในวันที่ 15 มี.ค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30688</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐา มหัทธนา, พล.ต.ชัยวัฒน์ บุญธรรมเจริญ, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7fe0095bdd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาฟเตอร์ช็อก&#039; วันประวัติศาสตร์ สู่ปรากฏการณ์ &#039;ข่าวลือ–ลวง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูเหมือนยังเกิด &amp;ldquo;อาฟเตอร์ช็อก&amp;rdquo; ขึ้นเป็นระยะๆ หลังจากเหตุการณ์ &amp;ldquo;วันประวัติศาสตร์&amp;rdquo; ศุกร์ 8 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อาฟเตอร์ช็อก&amp;rdquo; ที่ว่าคือ ควันหลง ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อย อันล้วนมาจาก &amp;ldquo;ปรากฏการณ์&amp;rdquo; เมื่อวันสุดท้ายของการรับสมัคร ส.ส. และผู้ที่พรรคจะเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีความ &amp;ldquo;หวาดระแวง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ความไม่เชื่อมั่น&amp;rdquo; หลายอย่างเกิดขึ้น จากสิ่งที่ทุกคนไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องราวแบบนี้ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ข่าวสาร&amp;rdquo; ที่เป็น &amp;ldquo;ข่าวลือ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ข่าวลวง&amp;rdquo; ปรากฏไปทั่วตั้งแต่ค่ำคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะกับท่าทีของ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ฝ่ายความมั่นคง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะปรากฏภาพการเคลื่อนย้ายยานพาหนะทางทหารจำนวนมาก ซึ่งมีการนำมาเชื่อมโยงว่าเกี่ยวข้องกับวันประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น ว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ทหาร&amp;rdquo; กำลังจะทำอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทั่งกองทัพบกต้องออกรีบมาชี้แจงว่าเป็นเพียงการลำเลียงเพื่อใช้ในการฝึก เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกตกใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่า กลับไม่ทำให้ข่าวลือเบาบางลง ช่วงเย็นจนถึงค่ำคืนวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ยังคงมีข่าวคราวในโลกโซเชียลมีเดียว่ากำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะจาก &amp;ldquo;กองทัพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จน &amp;ldquo;บิ๊กเล็ก&amp;rdquo; พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) ต้องออกมาชี้แจงเป็นคำรบที่สอง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนย้ายหน่วยเพื่อเข้าทำการฝึกร่วมหน่วยทหารรักษาพระองค์และเหล่าทัพ ประจำปี 2562 โดยปัจจุบันทำการฝึกอยู่ในพื้นที่ของ จ.ลพบุรี ซึ่งห้วงเวลาในการฝึกเริ่มดำเนินการฝึกตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. เป็นต้นมา และจะสิ้นสุดในวันที่ 21 ก.พ.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ยังมีความพยายามปั่นกระแสเรื่อง &amp;ldquo;รัฐประหารซ้อน&amp;rdquo; อยู่เป็นระยะ โดยการปล่อยเอกสารคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลอม เรื่องปลดผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จน &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ต้องสั่งให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่ปล่อยข่าวจนสร้างความปั่นป่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ในช่วงเสาร์&amp;ndash;อาทิตย์ ที่ผ่านมา ภายหลังวันประวัติศาสตร์ ยังมีความพยายามปล่อยข่าวว่า &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; บินไปประเทศเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่แกนนำและนักเคลื่อนไหวกลุ่มต่างๆ พร้อมใจกัน &amp;ldquo;อุปาทานหมู่&amp;rdquo; เกี่ยวกับการต่อต้าน &amp;ldquo;รัฐประหาร&amp;rdquo; ทั้งที่ได้รับการยืนยันจากกองทัพว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีอะไร!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็น &amp;ldquo;ข่าวลือ&amp;rdquo; ที่พยายามสร้างให้สถานการณ์ภายในประเทศดูอึมครึมและล่อแหลม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่เว้นแม้แต่ &amp;ldquo;อาฟเตอร์ช็อก&amp;rdquo; เรื่องการยุบพรรค &amp;ldquo;ทษช.&amp;rdquo; ที่เริ่มมีการปล่อยข่าวว่ากรรมการบริหารพรรค ทษช.หลายคนหนีออกต่างประเทศ โดยจับความเคลื่อนไหวที่นิ่งสนิทของหลายคนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมไปถึงพรรค &amp;ldquo;ตระกูลเพื่อ&amp;rdquo; อื่นๆ อย่างพรรคเพื่อชาติ ที่มีนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เป็นหัวหน้าพรรค ก็สั่งให้สมาชิกระมัดระวังการแสดงความเห็นในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีการจับท่าทีของกองทัพ ท่าทีของนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อให้ดูว่า กำลังจะเดินไปสู่จุดนั้นอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็น &amp;ldquo;สงครามข่าวลือ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เสี้ยม&amp;rdquo; จากอีกฟากฝ่ายที่เสียประโยชน์ เพื่อให้ประเทศดูอึมครึม หวาดระแวงกันและกัน จนทำให้ขาดความมั่นใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนี้การปล่อยข่าวลือ ข่าวลวง หรือการทำเอกสารปลอม เพื่อให้ตระหนกตกใจ น่าจะยังไม่หยุดเท่านี้ แต่น่าจะมีขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในรอบหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ที่ &amp;ldquo;รัฐ&amp;rdquo; จะต่อสู้กับสงครามข่าวลืออย่างไร เพื่อให้ประเทศกลับสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะการกลับสู่โหมดเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28866</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c6184b5c7685.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุนโกงด่าเผด็จการ ‘มาชิน’หัวร้อนเอาใจนาย/คสช.ย้ำตื่นตัวคุม‘มั่นคง’ยันเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โฆษก คสช.เผย ผบ.ทบ.เตือนหน่วยงานความมั่นคงรับมือปลดล็อกพรรคการเมือง มีความตื่นตัวตลอดเวลา ยันทุกนาทีเดินตามโรดแมป ประคับประคองสถานการณ์ให้มีความสงบสุข เรียบร้อย นำไปสู่การเลือกตั้งให้ได้ &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;quot; ชี้อาจยืดไปอีก 5 เดือน ด้านเพื่อไทยเลือดหยุดไหล &amp;quot;อนุสรณ์&amp;quot; กำปั้นทุบดิน ย้อน &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; อ้างต้นเหตุรัฐประหารเพราะ กปปส.ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการ คสช. กำชับกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ให้ติดตามสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย หลังจะเริ่มคลายล็อกทางการเมืองตั้งแต่เดือน ก.ย.เป็นต้นไปว่า จากข้อสั่งการ พล.อ.เฉลิมชัย ได้เตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับภารกิจในอนาคตว่ารัฐบาล &amp;nbsp;คสช.มีนโยบายเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงอย่างไร ดังนั้นในส่วน กกล.รส. ต้องรับทราบภารกิจ และต้องเตรียมงานของตนให้พร้อม มีความตื่นตัวตลอดเวลา เพื่อรองรับกับภารกิจด้านความมั่นคงของรัฐบาล เพื่อให้มีความสงบสุขของบ้านเมืองให้คงอยู่ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ทุกเวลาทุกนาทีตามแผนงานรัฐบาล คสช. ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป ซึ่ง กกล.รส.เป็นกลไกหนึ่งด้านความมั่นคง ต้องปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมาย อำนาจหน้าที่ มีความพร้อมตลอด เพื่อตอบสนองภารกิจ และต้องทราบว่าภารกิจในช่วงเดือนกันยายนจะมีการคลายล็อกทางการเมืองเกิดขึ้น ดังนั้นในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องเตรียมความพร้อมของตนเองให้ตอบสนองภารกิจการเมืองช่วงต่อไปด้วย โดย กกล.รส.ต้องพยายามประคับประคองสถานการณ์ให้มีความสงบสุข เรียบร้อย นำไปสู่การเลือกตั้งให้ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่บรรยากาศทางการเมือง คำสั่งต่างๆ ที่ออกมานำไปสู่การเดินหน้าทางการเมือง อะไรที่อนุญาตให้ทำได้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องรู้ว่ามีคำสั่งออกมาแล้ว แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการห้าม และขอความร่วมมือ แต่เมื่อมีคำสั่งออกมาอนุญาตให้ทำ เจ้าหน้าที่ก็ต้องศึกษา ติดตามด้วยว่าอะไรอนุญาต กับที่ยังไม่อนุญาต หากเจ้าหน้าที่ไม่รู้แล้วบางเรื่องอนุญาตให้ทำ แต่ยังไปห้ามอีก ก็จะกลายเป็นข้อครหาที่ไม่ดีได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บรรยากาศการเมืองตอนนี้ จากที่ คสช.ได้ติดตามทุกกลุ่มทุกฝ่าย ทุกคนพยายามทำหน้าที่ของตนเองอย่างดียิ่ง เคลื่อนไหวตามกรอบกฎหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ เพื่อรักษาสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย และย้ำว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งบอกเหตุว่าจะเกิดความไม่เรียบร้อย โดยภาพรวมยังปกติอยู่ และทุกอย่างก็เป็นไปตามโรดแมป ไม่มีอะไรที่จะทำให้นอกเหนือไปจากนี้&amp;quot; ทีมโฆษก คสช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุว่า ในวันที่ 28 สิงหาคมจะประชุม คสช.เพื่อพิจารณาคลายล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ว่าอาจจะมีการคลายล็อกในบางเรื่องเท่านั้น เช่น การให้พรรคการเมืองจัดประชุมใหญ่ เพื่อแก้ข้อบังคับในการเลือกกรรมการบริหารพรรคหาสมาชิกเพิ่มเติมได้ หรือดำเนินการเกี่ยวกับการทำไพรมารีโหวต เป็นต้น แต่อาจจะไม่ใช่การคลายล็อกเพื่อให้มีการหาเสียงได้ ซึ่งพรรคก็รับได้ เพราะการดำเนินการต่างๆของพรรคการเมืองจะได้เดินหน้าต่อไปได้
คลายล็อกกลางกันยา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาคาดว่า คสช.จะสามารถคลายล็อกได้ในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ หลังจากที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งกำหนดให้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ 90 วันหลังจากวันที่ประกาศใช้ โดยจะต้องทำกิจกรรมเหล่านี้ให้ทันใน 90 วันหลัง ก็จะทันเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ถ้าทำไม่เสร็จในเวลา 90 วันหลัง เวลาการเลือกตั้งก็อาจจะยืดออกไปอีกประมาณ 5 เดือน&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทำงานทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยกโมเดลสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี หาเสียง 20 วันยังสามารถทำได้ว่า ในการเลือกตั้งที่จะถึงในรอบนี้ จะมีการห้ามโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทำได้เพียงแค่ติดโปสเตอร์ A3 จะติดโปสเตอร์ป้ายไวนิลใหญ่ๆ แบบเมื่อก่อนก็ทำไม่ได้ เพราะจะทำได้เฉพาะที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้กำหนดเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งต่อไป ควรให้เวลาประชาชนในการดูว่าผู้แทนของเขาใครมีความเหมาะสม ประกอบกับในครั้งนี้การเลือกตั้งในแต่ละเขต เบอร์จะไม่เป็นเบอร์เดียวกัน ในเมื่อไม่เป็นเบอร์เดียวกัน การพิมพ์บัตรเลือกตั้งในครั้งนี้จะมีชื่อ นามสกุล มีเบอร์ติดต่อและโลโก้พรรคประกอบด้วย เพราะการพิมพ์บัตรจะต้องใช้เวลามาก ดังนั้นจะต้องเปิดรับสมัครและปิดรับสมัครให้ครบก่อนจึงจะไปพิมพ์บัตรเลือกตั้งได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า จากเหตุผลที่กล่าวไป การใช้เวลาหาเสียงเลือกตั้งแค่ 20 กว่าวันตามที่นายวิษณุพูดที่เคยใช้เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว จะเอามาใช้กับบริบทในปัจจุบันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะหลักเกณฑ์อะไรต่างๆ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะถึงควรจะให้เวลา นับตั้งแต่วันสมัคร จนถึงวันเลือกตั้งต้อง 45 วันขึ้นไป จนถึง 60 วัน ไม่ใช่ 20 วันอย่างที่นายวิษณุเสนอ ตนไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุเตรียมเสนอให้ คสช.พิจารณาคลายล็อก 6 ข้อ ให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ว่า ถ้าถามว่าเชื่อหรือไม่ว่า 6 ข้อนั้นเป็นไปได้หรือไม่ คำตอบก็คือเชื่อ คือเชื่อเพราะว่าถึงเวลาแล้วตามกฎหมายที่ใกล้แล้ว เป็นไปตามสถานการณ์ของเวลา และทั้ง 6 ข้อนั้นก็เป็นเรื่องที่ผ่านการพูดคุยหารือระหว่างคสช.กับพรรคการเมืองมาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำ ไม่ใช่เป็นการร้องขอ เพราะถ้าไม่ทำจะเกิดปัญหากับทุกคนทั้งผู้ถืออำนาจ พรรคการเมือง ระบบเลือกตั้ง และกระทบไปถึงโรดแมปด้วย&amp;nbsp;
ปลดล็อกรัฐบาลเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเชื่อว่าจะมีการคลายล็อกก่อนแล้วการปลดล็อกก็จะตามมาในเวลาไม่นานนัก ซึ่ง คสช.คงจะคลายล็อกให้ทั้งหมด เพราะจะมีผลทางการเมือง อาจจะเกรงว่าจะเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลก็ได้ ดังนั้นจึงเพียงแค่คลายล็อก ถึงจะเรียกร้องอย่างไรก็ไม่เชื่อว่าจะมีการปลดล็อกทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามองในแง่ของรัฐบาลและ คสช.อาจจะสุ่มเสี่ยงเกินไปต่อเรื่องอื่นๆ เชื่อว่าคงรอกระทั่งกฎหมายมีผลบังคับใช้ และใช้การบังคับตามกฎหมาย คือให้กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วมีกฤษฎีกาเลือกตั้ง และมีการจัดการ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 6 ข้อนั้นมีความจำเป็น ถึงอย่างไรก็ต้องทำ ไม่ว่าจะชอบใจหรือไม่ชอบใจก็ต้องทำ เพื่อให้พรรคการเมืองประชุมได้ ต้องมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคการเมืองได้ จัดการเรื่องสมาชิกได้ เพราะทุกเรื่องต่างอยู่ในกฎหมายทั้งหมด ทุกข้อเกี่ยวเนื่องกันไปหมด เรียกว่าเฟืองต่อเฟือง ต่อเนื่องกันไปหมด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกรกล่าวว่า อีกเรื่องหนึ่งที่นายวิษณุยังพูดไม่ชัด เพราะอาจเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจทางการเมืองเป็นหลัก คือเรื่องไพรมารีโหวต เบื้องต้นคือตามรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าจะต้องมีไพรมารีฯ เพราะฉะนั้นการยึดถือตามรัฐธรรมนูญเป็นนัยสำคัญ จะได้ไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หาก คสช. เลือกที่จะคลายล็อกเรื่องใด ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำได้อยู่แล้ว ไม่น่ากังวล มาอย่างไรก็ไปอย่างนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การที่ไม่ปลดล็อกไปเลยคงเพราะกลัวว่าจะเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาล เพราะในการหาเสียงเลือกตั้งบางมิติการชี้ว่ารัฐบาลทำไม่ถูกนั้น ก็เป็นการหาเสียงอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น จะเกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลอย่างมาก ไม่ใช่การหาเสียงเพื่อการเลือกตั้งแต่แรงกดดันจะไปอยู่ที่รัฐบาล โดยอาจจะกลัวเรื่องความรุนแรงทางการเมืองที่จะพุ่งเข้าใส่รัฐบาลมากกว่า ดังนั้นเชื่อว่าการปลดล็อกทั้งหมด คสช.คงรอให้กฎหมายมีผลบังคับใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่เรายอมรับสภาพการคลายล็อกได้ เพราะไม่มีทางเลือกอื่น ยังไงก็ต้องรับ เพราะเชื่อว่ายังไม่ปลดล็อกแน่ ที่ต้องคลายล็อกเพราะเป็นสภาพบังคับของกฎหมาย แต่สภาพของการเมืองจะทำให้การปลดล็อกเกิดขึ้นหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ และไม่เชื่อว่าจะกระทบต่อโรดแมป เพราะถึงขนาดนี้แล้ว หลายเสียงยังย้ำอยู่ว่าเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 ทั้งจากนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และบรรดา คสช. แต่ยกเว้นว่ามีเหตุผลอื่นที่จะขยายไป แต่ครั้นจะไปบอกว่าเป็นวันที่ 24 แน่ก็พูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องการตัดสินใจร่วมกับ กกต. จะกลายเป็นการก้าวก่าย กกต. เราก็ต้องเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น คือ 24 ก.พ.62 ยกเว้นว่ามีเหตุผลอื่นที่ยังไม่มีรู้ว่าคืออะไร&amp;rdquo; นายนิกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า เป็นเรื่องของทางรัฐบาลและ คสช. ซึ่งไม่ได้มีการมาปรึกษา กรธ.แต่อย่างใด เพราะตามร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองของ กรธ.นั้น กำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมตามมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญ ด้วยการให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร โดยมีโครงสร้างครึ่งๆ ระหว่างกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค เพื่อคัดเลือกผู้ลงสมัคร ส.ส. ส่วนการปรับแก้ของ สนช. ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่บังคับใช้อยู่นั้น เป็นการทำไพรมารีโหวต มีเงื่อนไขต้องหาสมาชิกจังหวัดละ 100 คน ซึ่งทั้ง 2 วิธีจาก กรธ.และ สนช.ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่จะต่างกันที่ความหนักเบาของวิธีคัดเลือกผู้ลงสมัคร ส.ส.เท่านั้น
เพื่อไทยจิก &amp;quot;มาร์ค&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กรธ.กล่าวว่า เมื่อพูดถึงเงื่อนเวลาที่ต้องใช้การคัดเลือกผู้ลงสมัคร ส.ส. ที่ส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการคลายล็อก 6 ข้อ เพื่อหาสมาชิกไปทำไพรมารีโหวต ตามที่ฝ่ายการเมืองกังวลว่าจะทำให้ขั้นตอนดังกล่าวส่งผลให้เวลาหาเสียงเหลือเพียง 20 กว่าวันหากเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ.62 นั้น ถ้าเปรียบเทียบแนวทางของ กรธ.กับ สนช. แนวทางของ กรธ.ก็จะทำให้ใช้เวลาน้อยกว่า และขั้นตอนต่างๆ เป็นเรื่องที่ให้พรรคการเมืองกำหนดเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติ พาดพิงพรรคเพื่อไทยเป็นต้นเหตุการรัฐประหารว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์พูดอาจมาจากชุดความคิดเดิมๆ ที่ยังคงหมกมุ่นวนเวียนอยู่กับความเข้าใจผิด หรือพยายามสะกดจิตตัวเองให้เชื่อและพูดแบบนั้นเป็นแผ่นเสียงตกร่องตลอดเวลา โดยปราศจากการสำรวจตัวเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้ประเทศเกิดรัฐประหารหรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนส่วนใหญ่น่าจะไม่เห็นด้วยกับคุณอภิสิทธิ์ เพราะมีข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ยืนยันชัดว่า บ้านเมืองมาถึงจุดนี้ มาจากความไม่เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ลาออกมาเป็นแกนนำม็อบ ชัตดาวน์ประเทศ ก่อจลาจลขัดขวางการเลือกตั้ง สมาชิกพรรคหลายคนไปเป็น กปปส.เพื่อสร้างสถานการณ์เรียกร้องรัฐประหารหรือไม่ พอรัฐประหารสำเร็จก็กลับมาเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตามเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอใกล้จะเลือกตั้งก็พยายามจะพลิกตัวเองมารับบทพระเอก แล้วผลักคนอื่นไปเป็นผู้ร้ายหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ทำสถิติเป็นหัวหน้าพรรคที่นำสมาชิกพรรคบอยคอตการเลือกตั้งถึง 2 ครั้ง ไปร่วมเป่านกหวีดด้วยตัวเองก็ไปมาแล้วหรือไม่ ถ้าทุกฝ่ายยึดมั่นในกติกาประชาธิปไตย ยุบสภาก็ไปเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสินใจ ใครชนะก็มาบริหารประเทศ คนแพ้ก็รอ 4 ปี ไปคิดนโยบายเพื่อให้ชนะใจประชาชน ปัญหาก็คงไม่เกิด แทนที่นายนายอภิสิทธิ์จะท่องคาถากล่าวหาคนอื่นอยู่แบบนี้ น่าจะลองไปคุยกับไอติม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชายนายอภิสิทธิ์ ที่ยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้ง 20 ปี เพราะนโยบายไม่ตอบโจทย์ให้ชนะได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอาเวลาไปคิดนโยบายแก้ปัญหาให้ประเทศชาติและประชาชน นำพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ ลดการพาดพิงคนอื่นไปในทางเสียหายจะดีกว่า พรรคเพื่อไทยขอเชิญชวนทุกฝ่ายก้าวข้ามความขัดแย้ง ไปสู่ความปรองดองสมานฉันท์ ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ คิดการเมืองให้น้อย คิดถึงบ้านเมืองให้มาก&amp;quot; รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า หลังจากพล.อ.ประยุทธ์ส่งสัญญาณจะมีการเลือกตั้งในเดือนก.พ.2562 รวมทั้งจะมีการคลายล็อกให้พรรคการเมืองเริ่มทำกิจกรรมการเมืองได้ ทำให้พรรคต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ทั้งงานด้านนโยบายและผู้สมัครรับเลือกตั้ง รองรับการปลดล็อกที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน&amp;nbsp;
เพื่อไทยเลือดหยุดไหล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่อีสาน ที่พรรคต้องรักษาผู้เล่นรายเดิมและเสริมทัพผู้เล่นรายใหม่ ที่ผ่านมากลุ่มสามมิตร ประกาศชัดพร้อมสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ หมายมั่นจะแย่งชิงพื้นที่ให้ได้มากที่สุด พยายามดูดอดีต ส.ส.เพื่อไทยไปหลายคน ซึ่งในวันนี้สถานการณ์เริ่มนิ่งแล้ว ภาคอีสานมีเพียงพื้นที่เมืองเลย นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข, นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข, นายวันชัย บุษบา ที่ไม่อยู่แน่นอนแล้ว แต่พรรคได้ไปทาบทามนักการเมืองตระกูลสังขทรัพย์ จากค่ายภูมิใจไทย และนักการเมืองท้องถิ่นที่มีฐานเสียงดี ให้มาร่วมงานเป็นผลสำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่บ้านเกิด พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีจำนวนเขตเลือกตั้งมากถึง 14-15 เขต ถึงแม้พรรคเพื่อไทยโดนเขย่าอย่างหนัก มือทำงานการเมืองขั้วตรงข้ามส่งตัวแทนมาเจรจา เสนอเงื่อนไขต่างๆ ให้อดีต ส.ส.นครราชสีมาพรรคเพื่อไทยหลายคน จนเกิดความระส่ำ จนถึงตอนนี้มีเพียงนักการเมืองตระกูลรัตนเศรษฐ และพื้นที่ของนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสานเท่านั้นที่จะไม่อยู่กับพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของนายอัสนี เชิดชัย และนางลินดา เชิดชัย อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มีกระแสข่าวแพร่สะพัดจะไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ และพยายามชักชวนเพื่อนอดีต ส.ส. รวมทั้งนักการเมืองท้องถิ่นให้แท็กทีมไปพร้อมกัน ทำให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช หนึ่งในแกนนำพรรคที่นายอัสนีให้ความเกรงใจ ได้พาบุคคลทั้งสองไปคุยกับแกนนำคนสำคัญในพรรค จนทั้งคู่เปลี่ยนใจ ให้คำยืนยันยังอยู่ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต ส.ส.เขต 10 และอดีตแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ติดต่อขอมาร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย และได้ไฟเขียวจากแกนนำคนสำคัญของพรรค ให้นายบุญจงกลับมาร่วมงานการเมืองอีกครั้ง พร้อมทั้งยืนยันจะให้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่เดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังผลักดันบุคคลที่ทุ่มเททำงานให้กับพรรคได้ลงสมัคร ส.ส.ระบบเขต นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย จะมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 นครราชสีมา เพื่อต่อสู้แย่งฐานเสียงกับผู้สมัครจากพรรคชาติพัฒนา และนายสุทิน คลังแสง อดีต ส.ส.มหาสารคาม ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยเดิม ครั้งหน้าจะได้ลงสมัคร ส.ส.เขตในนามพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเผยอีกว่า ในส่วนของพื้นที่ ส.ส.อีสานในจังหวัดอื่นเริ่มนิ่ง เนื่องจากขั้วตรงข้ามเจาะไม่เข้า รวมทั้งมีข่าวแพร่สะพัดในวง ส.ส. เรื่องปัจจัยสนับสนุนที่ได้ไม่เป็นไปตามข้อตกลง และบางส่วนยังไม่มีการสั่งจ่าย ทำให้อดีต ส.ส.ที่เคยตัดสินใจจะย้ายไปร่วมงานชะลอการตัดสินใจ และคนที่ตัดสินใจไปแล้ว เปลี่ยนใจ ขอกลับมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ กลุ่มนายปรีชา ได้ร้องขออดีตรัฐมนตรีบางคนไปช่วยพูดเจรจากับผู้ใหญ่ในพรรค แต่สุดท้ายไม่เป็นผล เช่นเดียวกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ที่แม้ตัดสินใจไปแล้ว เริ่มลังเล ขอต่อรองทางพรรค โดยนายวิรัชและภรรยาจะไปร่วมงานพรรคพลังประชารัฐ แต่ขอพื้นที่ให้ลูกชายลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย แต่ทางแกนนำพรรคไม่เห็นด้วย ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งกรณีนายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา และพี่ชายนายสุภรณ์ อยู่ในภาวะลำบากใจ เนื่องจากมองว่า หากยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย มีโอกาสจะได้รับการเลือกตั้งกลับมามีสูง ขณะเดียวกันเกรงใจนายสุภรณ์ ที่ชักชวนมาเล่นการเมือง และนายสุภรณ์เอง ยืนยันชัดเจนจะไม่ขออยู่ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของอดีต ส.ส.ที่มีแนวโน้มสูงจะไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นในนามบุคคลและครอบครัว ไม่ใช่ระดับแกนนำมุ้ง เช่นใน จ.ลพบุรี มีเพียงพื้นที่ของนายนิยม วรปัญญา ที่ พล.อ.สรชัช วรปัญญา ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และบุตรชาย จะไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ กลุ่มเพชรบูรณ์ ของนายสันติ พร้อมพัฒน์ นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย กรณีนายสันติได้นำรายชื่อกลุ่มอดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ไปเสนอกับพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่าไม่มีใครไป สร้างความไม่พอใจให้ผู้ใหญ่ภายในพรรคอย่างมาก สุดท้ายจึงมีเพียงนายสันติและภรรยาเท่านั้นที่จะไป แต่ในส่วนฐานที่มั่นหลักในโซนภาคเหนือ ภาคอีสาน ส.ส.หลายคนยังเหนียวแน่น ไม่ทิ้งพรรคไปไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาชิน&amp;quot;หยาม&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ไม่รอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊ก ระบุว่า เห็นกิริยาอาการของพลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิตร แกนนำคณะรัฐประหารและบรรดาลิ่วล้อที่รับใช้ใกล้ชิดของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นพวกเนติบริกร พวก สนช. สปท. ครม. ที่กำลังเสวยสุข มีตำแหน่งใหญ่โต มีเงินเดือนเป็นแสนเป็นล้าน มีอภิสิทธิ์ต่างๆ ที่ได้มาจากการสมคบคิดร่วมกันปล้นอำนาจปล้นประชาชนสำเร็จแบ่งสรรปันส่วนอำนาจ ยศตำแหน่ง เงินทอง ที่ได้มาจากการรัฐประหาร บนความทุกข์ยากแร้นแค้นของอาณาประชาราษฎร์ และฉุดรั้งประเทศให้ถอยหลังไปแบบสุดกู่ กฎกติกาบ้านเมืองกลายเป็นกฎของเผด็จการ โดยเผด็จการ และเพื่อเผด็จการอย่างแท้จริง ไม่ใช่กฎหมายที่สร้างขึ้นมาโดยประชาชน ของประชาชน และเพื่อประชาชนเลย วิกฤติจึงเกิดขึ้นกับคนไทยและประเทศไทยของเราอย่างหนักหน่วงและรุนแรง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เกือบ 5 ปีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดูกิริยาอาการของพวกเขาร้อนรน โกรธง่าย โมโหง่าย ชอบด่ากราด และพยายามประชดประชันไปถึงนายกทักษิณ นายกยิ่งลักษณ์ตลอด ถ้าเป็นภาษามวยเขาเรียกว่าออกอาการ อาการหมดแรง ไร้พลัง ไม่มีกองหนุน ไม่มีคนเชียร์ เป็นมวยที่มีอาการร่อแร่ ที่จะถูกน็อกในเวลาอีกไม่นาน ในขณะที่ฝ่ายประชาธิปไตยกลับมีพลังมากขึ้นๆๆ ทุกขณะ และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ด้วยความรู้ ด้วยความจริง ด้วยปัญญา จึงอาจกล่าวได้ว่าเผด็จการ คสช.กำลังจะพังทลายลงแล้วในเร็ววันนี้ อยู่ที่ว่าจะไปวันไหน จะลงท่าไหน และจะมีแผ่นดินอยู่หรือไม่ เพราะพวกคุณทำบาปทำกรรมกับประชาชนและประชาธิปไตยกับประเทศไทยไว้มากมาย แม้จะพยายามจะยื้ออำนาจเพื่ออยู่ต่อ คนไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ให้โอกาสพวกคุณอีกแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนครระบุว่า อยากส่งสัญญาณเตือนไปยังบรรดาลิ่วล้อเครือข่ายของเผด็จการทุกคน และบรรดาข้าราชการที่รับใช้ระบอบเผด็จการอยู่ ที่มีใจเป็นธรรม รักความจริง รักความถูกต้อง รักความยุติธรรม รักประชาชน และประชาธิปไตย ได้โปรดใช้วิจารณญาณของทุกท่านว่าจะอยู่ฝั่งไหน ระหว่างฝ่ายเผด็จการที่ไม่มีความชอบธรรมมาตั้งแต่ต้นและกดขี่ข่มเหงประชาชนและพวกท่านอยู่กับฝ่ายประชาชนและประชาธิปไตย ที่พร้อมจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกท่าน เพราะดูอาการของแกนนำเผด็จการแล้ว ไม่น่าจะรอด ในเวลาอันสั้นนี้แน่นอนครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16152</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกได้ในช่วงกลางเดือนกันยายน, จะเริ่มคลายล็อกทางการเมือง, ทันเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, สมุนโกงด่าเผด็จการ, หนังสือพิมพ์, หน่วยงานความมั่นคงรับมือปลดล็อกพรรคการเมือง, เดินตามโรดแมป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180825/image_big_5b81526bc6bbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช. แจงฟ้อง &#039;เพจพรรคอนาคตใหม่&#039; บิดเบือนข้อมูลดูดนักการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 61 - ที่กองทัพภาคที่1 พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีฝ่ายกฎหมาย คสช. แจ้งความให้เอาผิดเจ้าของเฟสบุ๊กพรรคอนาคตใหม่-the future we want และเฟสบุ๊กเพจ Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา14(2) ในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จฯ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยุยง และเป็นภัยต่อความมั่นคง ว่า เมื่อฝ่ายความมั่นคงตรวจพบว่าการกระทำใดๆที่ส่อไปในทางผิดกฎหมายและกระทบความมั่นคงก็ให้ฝ่ายกฎหมาย คสช.ดำเนินการแจ้งความต่อปอท.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งไม่มีอะไรเป็นพิเศษ และยืนวันว่าไม่ได้กลั่นแกล้ง ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการแจ้งความดังกล่าว เพราะเพจดังกล่าวพาดพิงคสช.ดูด ส.ส. ใช่หรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า มีการพาดพิง และมีบางข้อมูลที่บิดเบือน ทางฝ่ายกฎหมาย คสช.พิจารณาแล้วว่าจะมีผลกระทบจึงดำเนินการแจ้งความ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะมีการเผยแพร่ทางคอมพิวเตอร์ ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนที่มีการตอบโต้คสช.ว่ากระทำการเกิดกว่าเหตุนั้น คสช.ยืนยันว่าไม่สามารถทำอะไรนอกอำนาจหน้าที่ และกฎหมายได้ เราไม่ได้กลั่นแกล้งใคร และทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม หรือทำให้เกิดความรู้สึกไม่สร้างความสงบเรียบร้อย คสช.จะไม่ทำเช่นนั้นเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า คสช.จะเตือนอะไรกับพรรคอนาคตใหม่ หรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ติดตามการทำงานของคสช.ที่จะตอบสนองต่อประชาชนคนส่วนใหญ่ แต่อาจมีบางบุคคล บางพวก บางกลุ่มที่พยายามสร้างกระแส บิดเบือนข้อเท็จจริง นำไปสู่ความเข้าใจผิด รวมถึงสร้างความตื่นตระหนก คสช.ต้องออกมาสร้างความเข้าใจเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า นายธนาธร ออกมาระบุว่าสังคมไทยยังไม่พบวงจรการรัฐประหาร พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น และการแก้ไขปัญหา ประชาชนสามารถติดตามได้ ว่ารัฐบาล คสช. และกระทรวงต่างๆ ได้ทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน และแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ รวมถึงการวางรากฐานอนาคตของประเทศให้เกิดความสงบสุขร่มเย็น โดยเนื้องานจะเป็นตัวบอกคุณภาพของรัฐบาล คสช.&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามยืนยันว่าตอนนี้โรดแมปที่นำไปสู่การเลือกตั้งยังเป็นเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่า นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงหากเกิดความขัดแย้งการเลือกตั้งอาจจะไม่เกิดขึ้น ทีมโฆษกคสช. กล่าวว่า อะไรก็ตาม ถ้าไม่สุขสงบ ไม่ร่มเย็นจะเป็นปัญหาที่ซ้อนขึ้นมา เราไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น ในเวลานี้ ทุกคน ทุกฝ่าย ต้องร่วมแรงร่วมใจ นำพาบ้านเมืองก้าวพ้นความยากลำบาก และทำให้บ้านเมืองเดินตามกรอบโรดแมป นำไปสู่การเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่าจะทำความเข้าใจกลุ่มการเมืองต่างๆที่พยายามสร้างความขัดแย้งตอนนี้อย่างไร พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน บรรยากาศความปรองดอง หรือความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องทะเลาะกัน เราควรยืนด้วยหลักการเหตุผล และเอาประเทศชาติเป็นหลัก เพื่อเดินหน้าร่วมกัน ส่วนกรณีที่นายนคร มาฉิม อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุเบื้องหลังการรัฐประหารนั้น ฝ่ายกฎหมาย คสช. และฝ่ายความมั่นคงจะไปพิจารณาว่าข้อความดังกล่าวกระทบอะไรหรือไม่ ถ้าตนมองในฐานะประชาชนคนหนึ่ง คิดว่าประชาชนก็ติดตามดูอยู่ ซึ่งประชาชนคงวิเคราะห์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่คสช.เข้มงวดต่อการแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมิเดีย โดยเฉพาะนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย อย่างไร พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม แต่ทุกเรื่องที่กระทบความมั่นคง หรืออาชญากรรมต่างๆ คสช.พยายามดูแล สร้างบรรยากาศความสงบสุข ทุกเรื่องต้องได้รับการแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า คสช.มีแนวทางส่งทหารไปพูดคุยทำความเข้าใจนักการเมืองมาปรับทัศนคติ หรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ช่วงนี้ยังไม่มี เพราะบรรยากาศตอนนี้คือการสร้างความปรองดอง ดังนั้นอะไรที่กระทบความรู้สึก หรือขัดกับการปรองดอง คสช.จะไม่ทำทั้งสิ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่นายพิชัย และร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย ระบุว่ามีนายทหารยศพันเอกติดตามความเคลื่อนไหวนั้น พล.ต.ปิยพงศ์ กล่าวว่า ตนยังไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ ขอไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เท่าที่ทราบทหารไม่ทำอะไรที่นอกลู่นอกทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14567</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พรรคอนาคตใหม่, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b628e33053b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2018 23:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.ข้ามแม้ว ปชป.ถล่มยับ ‘นคร มาชิน’!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; รัฐบาล คสช.ไม่สนใจเสียงนักโทษหนีคุก &amp;nbsp;&amp;quot;ไก่อู&amp;quot; ยันก้าวข้ามทักษิณไปแล้ว เอาสมาธิไปทำงานดีกว่า ยันรัฐประหาร 2557 ต้องทำเพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นง่อย ส่วนประชาธิปัตย์ดาหน้าถล่ม &amp;quot;นคร มาฉิม&amp;quot; เละ &amp;nbsp; อย่าหลงไปยกย่องทรราชที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ อย่าเห็นแก่เงินของคนชั่ว ชี้แค่หวังตำแหน่งทางการเมือง ขณะที่ นปช.ป้อง เชื่อเป็นทฤษฎีสมคบคิดระหว่าง ปชป.กับทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวในงานเลี้ยงวันเกิดว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลมาจากการรัฐประหารที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษ พยายามเลื่อนการเลือกตั้งออกไปว่า ก้าวข้ามนายทักษิณไปแล้ว จึงไม่สนใจสิ่งที่นายทักษิณพูด ถ้าเราไปให้ความสนใจคำพูดมากนัก ก็จะเสียสมาธิการทำงาน เอาสมาธิมาทำงานดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ว่าถ่วงเวลาเลือกตั้งขณะนี้ก็มีโรดแมปเลือกตั้งชัดเจน นายกฯ ก็บอกแล้วว่าจะมีขึ้นหลังพระราชพิธีสำคัญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การที่บอกว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารนั้น การรัฐประหารเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 เป็นเรื่องเก่า เชื่อว่าทุกคนเข้าใจว่าทำไมต้องมีการรัฐประหาร การรัฐประหารไม่ได้เกิดขึ้นปุ๊บปั๊บ แต่เป็นเพราะขณะนั้นรัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้เป็นเวลานาน และไม่มีทางออก ถ้าสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีอื่น เวลานั้นผู้ที่เกี่ยวข้องคงแก้ไปแล้ว ส่วนเรื่องการตามตัวนายทักษิณ ก็ถือเป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลยังกล่าวถึงกรณีที่นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กแฉกระบวนการสมคบคิดล้มรัฐบาลของนายทักษิณ &amp;nbsp;และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีทหารเข้าร่วมว่า ตนไม่ทราบ และไม่รู้จักนายนครเป็นการส่วนตัว ที่เขามาพูดเช่นนี้ไม่รู้ว่าต้องการอะไร และไม่รู้สึกว่ามีกระบวนการตามที่นายนครบอก เพราะเชื่อว่าสังคมเข้าใจเหตุการณ์ก่อนการรัฐประหารที่ทำให้ทหารต้องออกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่รู้สึกว่าการพูดของนายนครเป็นการดิสเครดิตทหาร เพราะสังคมเข้าใจ วันนี้เราต้องเดินไปข้างหน้าและทำตามโรดแมปที่วางไว้&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ &amp;nbsp;ผบ.มทบ.11 ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของนายทักษิณหรือนักการเมืองต่างๆ เชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนคนไทยสามารถรับฟังวิเคราะห์ได้ ว่าจากคำพูดดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร ซึ่งรัฐบาลและคสช.คงติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆเหล่านี้ แต่จะไม่โต้ตอบ เพราะจะทำให้เสียเวลาการทำงานให้บ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครจะพูดอะไรอย่างไรไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ คำตอบที่ดีที่สุดคือพี่น้องประชาชนดูจากการทำงานของรัฐบาลได้ว่า 4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลและ คสช.ได้ทำอะไรไปบ้าง แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สะสมมานาน จนทำให้ประเทศเกิดความเข้มแข็งภายใต้ความสงบสุขร่วมกัน มีรากฐานที่มั่นคงเข้มแข็งมากขึ้น&amp;quot;
ไม่มีเวลาตอบโต้ใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า นายทักษิณระบุว่ารัฐบาล-คสช.พยายามถ่วงการเลือกตั้ง พล.ต.ปิยพงศ์ตอบว่า ต้องเข้าใจว่า เวลานี้รัฐบาลไม่สามารถตอบเป็นอย่างอื่นไปได้ รัฐบาลยืนยันตามโรดแมปเดิม ไม่สามารถตอบเป็นอย่างอื่นได้ เพราะไม่มีประเด็นอื่นที่จะมาเป็นปัจจัยในการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ทุกคนในรัฐบาลและ คสช.ต่างทำงานในหน้าที่เต็มขีดความสามารถ เพราะมีงานข้างหน้าที่รออยู่อีกมาก งานใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นล้วนเป็นงานสำคัญที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม ทั้งนี้ เพื่อทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองเกิดความสงบสุขร่มเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามการทำงานของรัฐบาลและ คสช. ซึ่งจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เราทุกคนต่างตั้งอกตั้งใจทำงานตอบสนองประชาชน เพราะเราตั้งใจเข้ามาทำงานให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข จึงไม่มีเวลาที่จะไปโต้ตอบใคร เพราะการตอบโต้ใดๆ จะไม่เกิดประโยชน์อะไร เอาเวลามาทำงานให้ประเทศชาติจะดีกว่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า ในช่วงเวลามหามงคลนี้ ตนอยากให้พี่น้องประชาชนคนไทยร่วมกันสร้างบุญสร้างกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร่วมใจเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทำบุญในเทศกาลวันเข้าพรรษา ซึ่งจะทำให้เกิดอุ่นไอของความรักชาติรักแผ่นดิน เพราะสภาพโดยรวมขณะนี้ต้องยอมรับความจริงว่าบ้านเมืองปกติสุขสงบเรียบร้อย กิจกรรมต่างๆ ที่รัฐบาลมอบหมายหน่วยงานฝ่ายต่างๆ ได้รับการตอบสนองความร่วมมืออย่างเต็มที่ รัฐบาล-คสช.มีความมุ่งมั่นตอบสนองความต้องการของประชาชนตลอดเวลา มีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในประเทศ จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่ออารยประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาการประมงที่ถูกต้องตามหลักสากล (IUU) การบินพลเรือน (ICAO) การค้ามนุษย์ที่อยู่ในระดับที่ดีขึ้น (TIP Report) รวมถึงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ รัฐบาลสามารถสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ โดยเฉพาะกรณีการส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือ สปป.ลาวที่เกิดภัยพิบัติเขื่อนแตก สิ่งต่างๆ เหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาล-คสช.มีความตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีต ส.ส.ปชป.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนเคยไปช่วยนายนครหาเสียงสมัยที่อยู่วัดใกล้ๆ บ้าน คล้ายๆ เป็นเด็กวัด เป็นคนที่มีหน่วยก้านใช้ได้ แต่ตอนหลังได้ข่าวว่าลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ไปแล้ว ต้องเข้าใจว่าเรื่องการเมืองนี้ต้องมีจิตใจหนักแน่น อย่าไปหวั่นไหว ถ้าเรามีอุดมการณ์สนับสนุนพรรคการเมืองใด ก็ต้องอยู่ในพรรคนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนที่มีอุดมการณ์ชัดเจนว่าเป็นนักการเมืองแล้วแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง เพื่อตระกูล เพื่อครอบครัวแล้ว เราควรที่จะถอยห่าง หากเราไปคลุกคลีกับเขาสักวันหนึ่ง ประชาชนก็จะตัดสินเองว่าคนนี้ดีหรือไม่ดี ฉะนั้นต้องระมัดระวังให้ดีนักการเมืองทั้งหลาย ไม่เฉพาะนายนคร นักการเมืองทุกคนต้องพึงระวัง ถ้าเราเป็นนักการเมือง มีอุดมการณ์เพื่อประชาชนจริง&amp;nbsp;
ต้องเจ็บแค้นแทนประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าลืมว่าเราต้องเจ็บแค้นแทนประชาชน ในเมื่อประชาชนเดือดร้อน เราต้องเดือดร้อนแทนประชาชน นี่คือนักการเมืองของประชาชน ส่วนนักการเมืองพวกแสวงหาผลประโยชน์ ก็เหมือนกับเราเป็นลูกฟุตบอล เขาจะเตะไปเตะมาจนเราน่วม แล้วเขาก็ทิ้ง ต้องระมัดระวังไม่ว่าจะเป็นใคร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมพันธ์กล่าวว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งที่นายนครไปอยู่กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมซึ่งเป็นกิจกรรมเฉพาะกิจ กิจกรรมวันนั้นเป็นกิจกรรมเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหา เพื่อปูทางการเมืองให้จัดสรรคนดีๆ เข้ามาบริหารบ้านเมือง เพราะฉะนั้นกิจกรรมจบไปแล้วก็จบกัน แล้วก็ปูทางได้แค่ไหน สะพานปูนหรือสะพานไม้ ซึ่งสะพานเหล่านั้นอาจจะมีไม้ผุบ้างก็ได้ เราต้องซ่อมแซมต่อไป เพื่อเดินให้ถึงจุดหมายปลายทางของระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเมืองวันนี้ต้องระวังทุกพรรค มีการถ่ายเทบ่อยๆ อย่างผมอยู่พรรคใดก็มีคนรักทุกพรรค แต่ผมก็อยู่ ประชาธิปัตย์เราต้องพิจารณาว่าออกจากประชาธิปัตย์เพราะอะไร ผมไม่เคยประกาศว่าผมออกจากประชาธิปัตย์หรือทิ้งประชาธิปัตย์ แต่ผมมีเหตุผล ต้องถวายงานในพระราชวัง จึงต้องลาออกจากพรรคการเมือง แต่ใจผมก็ยังอยู่ประชาธิปัตย์เหมือนเดิม ไม่ได้เกี่ยวกับดีหรือไม่ดี หากพรรคไม่ดีผมจะอยู่มาได้อย่างไรตั้งแต่ปี 2512 จนมาถึงปัจจุบันนี้ พรรคดี แต่คนในพรรคอาจจะไม่ดีมันมี ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ศาสนาดีแต่พระบางรูปไม่เข้าท่า ผิดแบบหลักคำสอน&amp;quot; นายสัมพันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่อยากพูดถึงนายนคร เพราะว่าได้ออกจากพรรคไปนานแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ตนตั้งใจจะเขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวไปถึงนายนคร แต่ขอยังไม่เปิดเผยรายละเอียด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การที่นายนครออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขอโทษนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนก็ไม่รู้ว่านายนครอยากจะไปอยู่พรรคเพื่อไทยหรือพรรคไหน แต่เขากลับมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้แล้ว ถ้ามาก็อยู่ยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายทักษิณกล่าวในงานเลี้ยงวันเกิด 69 ปี โดยระบุว่า รัฐบาลเป็นรัฐบาลมาจากการรัฐประหารที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษ พยายามเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนั้น นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า แน่นอนการพูดดังกล่าวถือเป็นการดิสเครดิตทหาร เพราะว่าเขาเป็นคนที่ยึดอำนาจ ซึ่งเราคงย้อนเวลากลับไปไม่ได้ เพราะเดินกันไปไกลแล้ว
โทษทหารทำเสียของ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ดูเหมือนนายทักษิณยังมั่นใจว่ายังครองหัวใจประชาชนคนไทยได้อยู่ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า ตามผลโพลก็เป็นความจริงอย่างนั้น เขาก็ยังมาเป็นที่หนึ่ง เรื่องนี้เป็นความผิดของฝ่ายผู้มีอำนาจที่ไม่แจ้งความจริงขณะนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมือง รวมถึงนายกฯ ยังพูดว่านักการเมือง จึงทำให้เขารู้จุดอ่อนของรัฐบาล ทั้งที่รัฐบาลยึดอำนาจตั้งใจแก้ปัญหา ซึ่งหากรัฐบาลไม่สืบต่ออำนาจ เชื่อว่านายทักษิณต้องแพ้ แต่พอรัฐบาลคิดจะอยู่ต่อ เขาก็กลับมาชนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องโทษทหารที่ทำเสียของ ฉะนั้นถ้าไม่ระวังตัวคิดจะอยู่ต่อ ความน่าเชื่อถือจะหมดลง เพราะไหนจะเรื่องไปดูดนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย ก็เกิดความไม่ชอบธรรมแล้ว จึงทำให้ผลสวิงกลับมาสู่ฝ่ายยึดอำนาจ&amp;quot; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่นายนครเขียนอวยพรนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นสิทธิของนายนคร แต่การใส่ความเท็จพรรคประชาธิปัตย์นานาประการ ไม่แน่ใจว่านายนครมีสติดีหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีการประชุมวางแผนใดๆ ให้ทหารมายึดอำนาจอย่างที่นายนครกล่าวหา หรือจาบจ้วงกล่าวอ้างไปถึงตุลาการระดับสูงบางคน ส่งผลให้สถาบันศาลได้รับความกระทบกระเทือน ซึ่งไม่เคยมามีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในทางการเมืองเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า นายนครเขียนโยงใยไปถึงตุลาการระดับสูงเพื่อผลประโยชน์อะไร เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของตุลาการหรือไม่ นายนครเคยด่าว่าวิพากษ์วิจารณ์นายทักษิณไม่มีชิ้นดีกลางสภา แล้ววันนี้มายกยอปอปั้นสรรเสริญในวันเกิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อนิจจา คนหนอคน ยืนยันว่าสิ่งที่คุณนครเขียนนั้นเป็นเท็จ และกล่าวร้ายให้พรรคประชาธิปัตย์และวงการตุลาการเสียหาย ผมพร้อมเผชิญหน้ากับคุณนครทุกเวลา ให้เอาสัจจะความจริงมาพูดกัน อย่าหลงไปยกย่องทรราชที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ อย่าเห็นแก่เงินของคนชั่ว&amp;quot; นายวัชระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้มองว่าไม่ได้มีเหตุตามที่นายนครอ้าง ตนอยู่พรรคประชาธิปัตย์มานาน ผ่านการเมืองมาตลอด ไม่เคยมีเรื่องนี้ ดังนั้นเรื่องนี้คงจะต้องให้ประชาชนใช้พิจารณาว่าสิ่งที่นายนครพูดออกมาเจตนาพูดเพื่ออะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนราพัฒน์กล่าวอีกว่า อยากจะบอกนายนครว่าอย่ายกเรื่องที่ไม่เป็นความจริงมาพูด เพื่อจะเอาใจ เพื่อทำให้ตัวเองมีบทบาท หรือเอาใจอดีตนายกรัฐมนตรี อยากให้พิจารณาคำพูดของตัวเอง และจะต้องออกมารับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้ทางพรรคเองคงจะต้องให้ทีมฝ่ายกฎหมายดูว่าประเด็นไหนที่นายนครพูดออกมาบิดเบือนความจริง จะต้องมีการฟ้องร้อง เพราะทำให้พรรคเสียหาย ที่ผ่านมาพรรค ปชป.เองไม่ได้ให้ความสำคัญกับนายนครอยู่แล้วหลังจากไปอยู่พรรคอื่น
หวังตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่นายนครออกมาพูดแบบนี้เพื่อหวังตำแหน่งทางการเมือง แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับอำนาจวาสนาว่าจะได้หรือไม่ ผมมองว่าความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ต้องรอดูกันยาวๆ โดยนายนครเป็นเพียงอดีต ส.ส.ปชป. และออกจากพรรคไปแล้ว เพื่อไปอยู่พรรคชาติไทยพัฒนา หลังจากนั้นนายนครก็ถูกดูดไปอยู่พรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; นายนราพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า หากมองย้อนตั้งแต่ปี 2548 ตอนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเริ่มชุมนุมขับไล่รัฐบาลทักษิณ จนถึงปัจจุบันอย่างยอมรับความจริง จะเห็นว่าสิ่งที่นายนคร พูดคือคำอธิบายที่ตรงไปตรงมาถึงทฤษฎีสมคบคิดทางการเมืองที่ นปช.และอีกหลายคนพูดมาตลอด เมื่อยืนยันโดยอดีต ส.ส.หลายสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำให้เรื่องนี้ชัดเจนมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า บทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการยึดอำนาจทั้ง 2 ครั้งเป็นแบบเดียวกัน คือร่วมมือกับกลุ่มจัดตั้งเพื่อชุมนุมขับไล่รัฐบาล บอยคอตการเลือกตั้ง เดินเกมเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และรอรับดอกผลจากการเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งด้วยกติกาของฝ่ายยึดอำนาจ เพียงแต่คราวนี้ คสช.บอกว่า คมช.ทำเสียของ จึงกำหนดให้มีนายกฯ คนนอกได้ และมีแนวโน้มว่าผู้มีอำนาจจะไปต่อ สถานะของพรรคประชาธิปัตย์จึงเปลี่ยนจากชิ้นส่วนหลักเป็นเพียงอะไหล่ แกนนำหลักอย่างนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งออกตัวมาไกลจึงต้องแปลงสภาพตัวเองเป็นหุ้นส่วนอำนาจกับคณะรัฐประหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นความอัปยศอย่างยิ่งที่นักการเมืองที่ถือกำเนิดจากวิถีทางประชาธิปไตย เป็นไส้ศึกทำลายประชาธิปไตยเสียเอง&amp;quot;&amp;nbsp;
กูไม่กลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า นอกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้ว กลุ่มพลังฝ่ายอนุรักษนิยมทั้งหลายที่ถูกพูดถึงก็ควรทบทวนตัวเอง การใช้อำนาจบิดเบือนหลักการต้องยุติ ถ้าวิธีนี้ดีจริงบ้านเมืองคงเจริญไปแล้ว มาตรฐานแบบชื่นชมการเลือกตั้งในมาเลเซีย แต่ประณามคนอยากเลือกตั้งในไทย ไม่ได้อธิบายว่าคนฐานะดี การศึกษาสูง จะมีสำนึกเรื่องประชาธิปไตยมากกว่าชาวบ้านคนธรรมดา ความเชื่อว่าคนเท่ากันและเคารพในความเป็นมนุษย์ต่อกันต่างหาก คืออนาคตที่งดงามของสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ตนไม่แปลกใจ ฝ่ายประชาธิปไตยเข้าใจเรื่องเหล่านี้มานานแล้ว เพราะการเมืองไทยยิ่งกว่าสิ่งที่เรียกว่ารัฐพันลึก เป็นการเมืองที่ระยะเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยมีความยืดยาว และยังไปไม่ถึงเป้าหมาย จึงทำให้ท่ามกลางความยืดยาวของระยะเปลี่ยนผ่านจะมีเรื่องราวจากคนที่เคยเชื่อแบบหนึ่งอย่างที่นายนครเขียนแทงทะลุออกมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะทัศนะที่ยังไม่ต้องการคืนอำนาจให้ประชาชนของเครือข่ายชนชั้นนำอนุรักษนิยม อำนาจนิยม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาเราจึงเห็นความพยายาม 2 ด้านดำรงอยู่ในสังคมไทย ด้านหนึ่ง ต้องการก้าวไปสู่อำนาจประชาชน กับอีกด้านหนึ่ง ความพยายามที่จะเหนี่ยวรั้งการไปสู่อำนาจประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางธิดาเชื่อว่าคนที่รู้อย่างนายนครมีอีกมาก แต่อาจจะไม่มีฐานะทางการเมือง เป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เหมือนอย่างที่นายนครมี เนื้อหาที่นายนครเขียน จะทำให้มีผลกระทบต่อตัวนายนครมาก โดยมีทั้งชีวิตจริงและชีวิตทางการเมืองเป็นเดิมพัน ดังนั้นคงไม่มีใครทำ ถ้าจะตายด้วยการโกหก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่แสดงว่าจะต้องมีอะไรที่หนักหนาสาหัสทางการเมือง จนกระทั่งต้องออกมาเปิดโปงโดยมีนัยว่ากูไม่กลัว อีกทั้งยังมีนัยขู่นิดๆ ด้วยว่าเขารู้เบื้องหลัง ดังนั้นเรื่องนี้จึงต้องเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องตัดสินว่าคำพูดของใครฟังขึ้นหรือไม่ขึ้น โดยใช้ผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่เป็นตัวตั้ง&amp;rdquo; แกนนำ นปช.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14283</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวข้ามทักษิณ, ทักษิณ ชินวัตร, นคร มาฉิม, นคร มาชิน, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, สรรเสริญ แก้วกำเนิด, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180728/image_big_5b5c5798721df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คสช.&#039;อุ้ม&#039;สามมิตร&#039;เดินสายดูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คสช.ป้องกลุ่มสามมิตร เคลื่อนไหวตามกรอบกฎหมาย ยันทหารทุกคนต้องระมัดระวังตัว ใครทำผิดกฎหมายมีมาตรการลงโทษ &amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ไล่ส่ง &amp;quot;สุภรณ์&amp;quot; อย่าเล่นละครน้ำเน่ารบกวนย่าโม เอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนจุดยืนการเมือง แฉเหตุถูกตัดขาดเพราะเคลื่อนไหวมวลชนโดยพลการทำเสียขบวน ก่อนไปช่วยพรรคพลังท้องถิ่นไทยแล้วเบนเข็มซบพลังประชารัฐ พี่ชายแรมโบ้ซวย ต้องขอเว้นวรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวและปรากฏการณ์การใช้พลังดูดส.ส.ของพรรคการเมืองในช่วงนี้ว่า การเคลื่อนไหวอะไรก็ตามที่ยังทำภายใต้กรอบกฎหมาย ทาง คสช.เพียงแค่ติดตามดูความเคลื่อนไหวเท่านั้น ดังนั้นทุกคนต้องดำเนินการตามกรอบกฎหมายและอำนาจหน้าที่ ต่างคนต่างไม่ละเมิด ก้าวล่วงกัน ส่วนผู้บังคับใช้กฎหมายก็บังคับใช้อย่างถูกต้องเป็นธรรม ก็จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขร่มเย็น การบริหารราชการแผ่นดินก็เดินต่อไปได้ตามกรอบโรดแมป เพื่อนำไปสู่ความมุ่งหมายร่วมกันของคนไทย คือมีการเลือกตั้งช่วงต้นปี 2562 ซึ่งทุกอย่างยังคงเป็นไปตามนี้ และยังไม่มีอะไรที่จะทำให้ต้องทำให้นอกเหนือไปจากนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า ส่วนการเคลื่อนไหวของนักการเมืองที่ลงไปพบปะพูดคุยกับประชาชนและลงพื้นที่ต่างๆ นั้น ขอย้ำว่า คสช.ติดตามการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองทุกกลุ่ม ซึ่งสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน คสช.ประเมินว่ายังไม่มีอะไรเป็นพิเศษที่ต้องน่าวิตกและห่วงใยจนนำไปสู่ความไม่เรียบร้อยของบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่กลุ่มสามมิตรใช้พลังดูดส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตามภูมิภาค ขัดคำสั่ง คสช.หรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า ถ้าไม่ขัดกฎหมาย คสช.จะติดตามเฝ้าดูเท่านั้น และจะไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์ใครมีพฤติกรรมแบบไหน ถ้าไม่ขัดกฎหมายกิจกรรมดังกล่าวก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่ถ้าเริ่มขัดกฎหมาย คสช.จะมีมาตรการแจ้งให้ทราบ จากนั้นก็ตักเตือน ห้ามปราม ระงับยับยั้งให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คสช.ไม่สามารถจะไปทำอะไรที่ผิดกรอบกฎหมาย ทำเกินอำนาจหน้าที่ได้ แล้วไปกลั่นแกล้งใครจนสร้างความอยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับกลุ่ม ฝ่ายการเมืองใดๆ ได้ ซึ่ง คสช.ก็ปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมายด้วยเช่นกันกับทุกคน และทุกสายตาของประชาชนคนไทยทั่วประเทศก็ติดตามดูการทำงานของรัฐบาล คสช. ดังนั้นเราก็ต้องพึงระมัดระวัง ในแง่ผู้บังคับใช้กฎหมายก็ต้องเคารพกฎหมายด้วย&amp;rdquo; ทีมโฆษก คสช.กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาล คสช.จะไม่ถูกติดตามเหมือนกลุ่มคัดค้าน จะกลายเป็นสองมาตรฐานหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการใช้ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับพลังดูด ส.ส.นั้น พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า ทหาร เป็นกลไกหนึ่งของรัฐบาล เราทำงานภายใต้อำนาจ หน้าที่และภารกิจที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการมา เราไม่สามารถทำอะไรที่นอกเหนือจากนี้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สังคมและประชาชนรวมทั้งโลกโซเชียลมีเดียจะจับจ้อง ตรวจสอบ ติดตามดูความเคลื่อนไหวของทหารอยู่แล้ว ทหารทุกคนก็ต้องระมัดระวัง อย่าไปทำอะไรที่นอกลู่นอกทาง คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะทหารทุกคนต้องประพฤติ ปฏิบัติตนตามกฎหมาย และระเบียบวินัย ถ้าอะไรที่ทำผิดกฎหมาย และกรอบอำนาจหน้าที่ ภารกิจ เราก็มีมาตรการลงโทษอย่างเข้มงวดอยู่แล้วทั้งทางวินัยและทางอาญา&amp;rdquo; พล.ท.ปิยพงศ์กล่าว
เพื่อแม้วไล่ส่ง&amp;quot;สุภรณ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ &amp;nbsp;อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคไทยรักไทย อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ขอถอนคำสาบานต่อย่าโมเพื่อลงสนามการเมืองอีกครั้งว่า หากนายสุภรณ์จะทำการเมือง ไม่อยากให้รบกวนย่าโม อย่าอาศัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเปลี่ยนแปลงจุดยืนทางการเมือง ไม่อยากให้นายสุภรณ์ตัดพ้อว่าพรรคเพื่อไทยไม่เห็นหัว เพราะสถานการณ์เช่นนี้ทางพรรคไม่ได้ทำกิจกรรมทางการเมืองหรือติดต่อใคร ซึ่งทุกคนประสบเหมือนกันหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายสุภรณ์ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ยึดอำนาจในปี 2557 และหันไปให้ความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคงตั้งแต่ต้น ฉะนั้นอย่ามาบ่นว่าพรรคไม่ให้การดูแลหรือไม่ได้รับเกียรติ หากจะไปก็เป็นสิทธิที่จะไป สุดท้ายผู้ตัดสินก็คือพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งของนายสุภรณ์ หากไปแล้วก็ไม่ว่ากัน ขอให้โชคดี แต่ถึงขนาดถอนคำสาบานได้ มองว่าเป็นละครชีวิตไปเสียหน่อย อย่าทำตัวน้ำเน่ามากเกินไป&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง แกนนำพรรคเพื่อไทยภาคอีสาน กล่าวว่า กรณีนายสุภรณ์จะถอนคำสาบานต่อหน้าย่าโมเพื่อกลับมาเล่นการเมืองกับกลุ่มสามมิตร ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่ก็ต้องตอบคำถามสาธารณชนให้ได้ว่ามีเหตุผลอะไร เพราะเคยสาบานต่อย่าโมซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวโคราชให้ความเคารพนับถือ และขณะนั้นสาธารณชนทั่วไปก็เข้าใจว่านายสุภรณ์เลิกเล่นการเมืองเด็ดขาดแล้ว ส่วนที่ระบุว่าถูกพรรคเพื่อไทยทอดทิ้งในยามที่ตกระกำลำบาก ก็ไม่เป็นความจริง พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับสมาชิกและอดีต ส.ส.ของพรรคทุกคน แต่เมื่อมีการรัฐประหารเกิดขึ้น ทุกคนก็ถูกสั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองโดยสิ้นเชิง และถูกจับตามาโดยตลอด ทุกคนก็เข้าใจในสถานการณ์ขณะนั้นดี ขณะเดียวกันนายสุภรณ์ก็ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยและประกาศเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเด็ดขาด โดยผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อไทยก็เห็นใจ นายสุภรณ์เองก็ทราบดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขออวยพรให้โชคดี แต่ความเป็นพี่เป็นน้องก็ยังคงอยู่ เพราะเราเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา สำหรับสนามเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่นายสุภรณ์เคยลงสมัครส.ส. ปัจจุบันพรรคเพื่อไทยมีนายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และเป็นพี่ชายของนายสุภรณ์ เพียงแต่รอให้ คสช.ปลดล็อกให้ทำกิจกรรมทางการเมือง พรรคเพื่อไทยก็จะได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อไป&amp;quot; นายประเสริฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า สำหรับกรณีนายสุภรณ์ตัดสินใจไปทำงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากในระยะหลังไม่ลงรอยทางความคิดทั้งกับผู้ใหญ่ในพรรค แกนนำเสื้อแดงบางคน &amp;nbsp;ที่ทำให้ทั้งพรรคก็เข้าไม่ได้ จะหันไปร่วมงานมวลชนก็ไม่ได้เหมือนกัน ช่วงที่นายสุภรณ์ยังทำงานให้คนเสื้อแดง การจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางมวลชนคนเสื้อแดงหลายครั้งเป็นการกระทำโดยพลการ ไม่ได้นำมาปรึกษาหารือกับคนในพรรค แกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งบางเรื่องส่งผลลบต่อพรรคและแนวทางการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ก่อนที่จะไปทำงานการเมืองกับซีกพลังประชารัฐ นายสุภรณ์ได้ไปช่วยงานการเมืองกับ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ที่มีนายชัช เตาปูน เป็นหัวหน้าพรรค มีการตกลงกันทางวาจาทำงานการเมืองร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พอกระแสพลังประชารัฐเริ่มแรง บวกกับมีการยื่นเงื่อนไขเรื่องคดีความ เรื่องการให้พื้นที่การเลือกตั้งบางเขตในนครราชสีมาเข้ามาควบคุมดูแล จึงทำให้เบนเข็มไปยังขั้วดังกล่าว จึงสร้างความงุนงงให้กับพรรคพลังท้องถิ่นไทยเช่นกัน ตกลงนายสุภรณ์จะเอาอย่างไรแน่ เพราะอีกด้านหนึ่งก็ถือว่ายังมีสัญญาใจในการทำงานการเมืองร่วมกัน แต่ในวันนี้กลับให้สัมภาษณ์เปิดตัวเหมือนกับพร้อมไปร่วมงานพลังประชารัฐแล้ว&amp;quot;
พี่ชายแรมโบ้ขอเว้นวรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานจากพรรคเพื่อไทยเผยอีกว่า หลังจากนายสุภรณ์มีทีท่าจะย้ายขั้วทางการเมือง มีความพยายามจากอดีต ส.ส.นครราชสีมาบางรายที่จะเป็นกาวใจให้กับทั้งพรรคและคนเสื้อแดง แต่ทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันว่า เมื่อไปเป็นตัวเดินให้กับทางพลังประชารัฐ มันก็ยากที่จะกลับมาร่วมงานการเมืองกันได้อีก และเมื่อนายสุภรณ์ย้ายขั้ว ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังตกมาถึงนายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ พี่ชายนายสุภรณ์ ที่ในวันนี้ยังเป็นสมาชิกพรรค และเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งใน จ.นครราชสีมา ในนามพรรคเพื่อไทย แต่พอเกิดกรณีดังกล่าว สร้างความลำบากใจให้กับนายสัมภาษณ์ จึงได้มาปรึกษากับอดีต ส.ส.ในพรรคบางคน ขอเว้นวรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ขอลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ เพราะกลัวกระแสชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดงไม่เลือก ที่ไม่เพียงจะไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ยังจะส่งผลกระทบมายังพรรค แต่ยังยินดีที่จะช่วยงานพรรคเพื่อไทยในส่วนอื่นต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และพี่ชายนายสุภรณ์ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ระบุเพียงว่า ทราบข่าวต่างๆ จากสื่อเหมือนกัน ขออนุญาตยังไม่ให้รายละเอียดใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา จากการสอบถามประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ซึ่งอาศัยอยู่รอบลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ศูนย์รวมจิตใจของชาวโคราช ถึงเรื่องที่นายสุภรณ์จะมาขอถอนคำสาบานเพื่อกลับมาเล่นการเมืองอีกครั้ง โดยนางอรุณรัตน์ ตอบกลาง อายุ 63 ปี กล่าวว่า คำพูดของนักการเมืองแบบนี้เชื่อถือไม่ค่อยได้ เพราะถ้าอยากจะเป็นนักการเมืองที่ดี ต้องพูดจริง ทำจริง มีความหนักแน่น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาชน โดยเฉพาะช่วงที่หาเสียง ซึ่งจะต้องเสนอนโยบายต่างๆ ให้กับประชาชนได้รับรู้ และตัดสินใจเลือกเข้ามาพัฒนาบ้านเมือง ถ้าพูดอย่างทำอย่างใครจะเชื่อถือได้ การที่นายสุภรณ์พูดเช่นนี้ จะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือให้กับตัวเขาเอง ซึ่งประชาชนทุกวันนี้ฉลาดพอที่จะรู้ว่านักการเมืองแบบไหนน่าเลือกมาเป็นผู้แทนประชาชน ไปทำงานในรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประสงค์ ฉุนจะโปะ อายุ 73 ปี กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่ที่ลานย่าโมมานานกว่า 10 ปีแล้ว และเห็นนักการเมืองมากมายได้มากราบไหว้ขอพรทุกครั้งก่อนเลือกตั้ง ซึ่งย่าโมถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวโคราช และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ดังนั้นการที่นักการเมืองจะมาสาบานอะไร ก็ควรที่จะยึดถือไปประพฤติปฏิบัติให้ได้ ไม่ใช่พูดอย่างทำอย่างเหมือนของเล่น ถ้าอย่างนั้นอย่าเสียเวลามาสาบานเลยดีกว่า การที่นักการเมืองจะพูดกลับไป กลับมาอย่างนี้ ตัวเองก็น่าจะรู้ตัวดีว่าสมควรหรือไม่ ที่จะเสนอตัวมาสมัครเป็นผู้แทนให้ประชาชนเลือก ก็ขอให้พิจารณาดูด้วยตัวเอง ซึ่งตนเป็นคนหนึ่งที่จะไม่เลือกคนแบบนี้มาเป็นผู้แทนฯ แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวทางการจัดทำไพรมารีโหวตว่า &amp;nbsp;แนวทางที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคิดขึ้นมาหลากหลายรูปแบบ ทั้งการให้สมาชิกในเขตเพียง 100 คนมาให้ความเห็น หรือให้ทำในระดับจังหวัด ตามบทเฉพาะการของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หรือทำแบบภาคที่มีผู้เสนอขึ้นมา มันเป็นไพรมารีโหวตอย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะสิ่งที่พูดกันนั้นมองว่าไม่ใช่การมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคอย่างแท้จริง หรือต้องการแค่ให้เป็นเพียงแค่พิธีการตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะการให้คนแค่ไม่กี่คนมาเลือกผู้สมัครของพรรค มันไม่ได้ความเห็นของสมาชิกพรรคทั้งเขต และในรัฐธรรมนูญเขียนเพียงแค่ให้มีการรับฟังความคิดของสมาชิกพรรคอย่างกว้างขวาง ไม่ได้พูดให้ทำไพรมารีฯ เสียด้วยซ้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นจะคิดวิธีการใดก็ควรให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ อาจให้พรรคการเมืองไปสอบถามสมาชิกให้ทั่วถึง โดยส่งแบบสอบถามไปถามสมาชิกว่าเห็นด้วยกับผู้สมัครที่พรรคจะส่งลงหรือไม่ ก็ถือว่าสมาชิกได้มีส่วนร่วมแล้ว หากทำตรงนี้ได้ การเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็ไปหาวิธีการมาให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงอีกครั้งหนึ่ง&amp;quot; นายชูศักดิ์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13794</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ท้าวสุรนารี, ประสงค์ ฉุนจะโปะ, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พรรคพลังท้องถิ่นไทย, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรุณรัตน์ ตอบกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b51eb5f3d475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
