<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหาร-ตร.ปูพรมไล่ล่าโจรใต้โจมตีฐานปัตตานี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค. 62 &amp;ndash; ผู้สื่อข่าวจังหวัดปัตตานีรายงานว่า จากกรณีกลุ่มก่อความไม่สงบพร้อมอาวุธครบมือ บุกโจมตีฐานปฏิบัติการณ์จุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย บ้านกอแลบีเละ ม.7 ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ในขณะเจ้าหน้าที่ จำนวน 12 นาย ซึ่งมีทั้งทหาร อส. และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจบริเวณหน้าฐาน ปรากฏว่ากลุ่มคนร้ายมากกว่า 10 คนถล่มยิง พร้อมกับขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น ประมาณ 10 นาที ก่อนที่คนร้ายจะล่าถอยหลบหนีไป ซึ่งหลังเกิดเหตุพบว่า เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 4&amp;nbsp; นาย บาดเจ็บ 2 นาย เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ก.ค. เวลา 07.00 น. พล.ต.ปิยะพงษ์ วงศ์จันทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี (ผบ.ฉก.ปัตตานี) พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ได้นำหน่วยกำลังร่วม พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาวัตถุพยานเพิ่มเติม โดยได้มีการปิดกั้นเส้นทางเข้าออกอย่างเข้มงวด ซึ่งจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุน ทั้งเอ็ม 16 และ อาก้า ตกเกลื่อนกว่า 100 ปลอก กระเดื่องระเบิดแบบไปป์บอมบ์ จำนวน2 อัน ในส่วนฐานปฏิบัติการณ์พบหลุมระเบิด 2 จุด ร่องรอยกระสุนปืนจำนวนมาก และรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คันถูกเพลิงไหม้ นอกจากนี้ยังพบรอยเลือดกองอยู่จำนวน 3 จุด คาดว่าน่าจะเป็นของคนร้ายที่ถูกยิงจากการปะทะได้รับบาดเจ็บและถูกเพื่อนพาหลบหนี ทาง ผบ.ฉก. จึงได้เรียกสุนัขสงครามลงพื้นที่ดมกลิ่นออกติดตามคนร้าย พร้อมกับได้รวบรวมวัตถุพยานทั้งหมดไปตรวจสอบหาพิสูจน์หลักฐานต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจในที่เกิดเหตุรอบๆ บริเวณในวงกว้างพบวัตถุพยานจำนวนมาก ทั้งปลอกกระสุน กระเดื่องระเบิด และรอยเลือด ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่จะรู้ว่าตัวคนร้ายและเชื่อมโยงว่าเป็นกลุ่มใด ขณะนี้ได้กำชับให้หน่วยกำลังในพื้นที่เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุด ในพื้นที่ ต.ปะกาฮารัง และพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว&amp;nbsp; เนื่องจากพบข้อมูลว่า คนร้ายได้กระจายกันหลบหนี ในส่วนคนร้ายที่บาดเจ็บนั้นน่าจะหลบหนีได้ไม่ไกลจึงได้ประสานสถานพยาบาลในพื้นที่ตรวจสอบว่ามีคนเจ็บจากการถูกยิงมารักษาตัวหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวว่า คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้มีด้วยกันกว่า 10 คน ทุกคนใช้ผ้าปกปิดใบหน้าและมีอาวุธปืนครบมือ ได้กระจายกำลังโอบล้อม 3 ชุด โดยชุดแรกเป็นดูต้นทางและโปรยตะปูเรือใบ ชุดที่สองทำหน้าที่โจมตีด้านหน้า และชุดที่สามทำหน้าที่โจมตีด้านข้าง ในช่วงเกิดเหตุขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่คนร้ายชุดแรกได้โปรยตะปูเรือใบบนถนนสายปัตตานี3-ยะลา ทั้งขาเข้าและขาออกเพื่อปิดเส้นทางไม่ให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือ จากนั้นชุดที่สองและชุดที่สามได้เปิดฉากโจมตีทันที พร้อมกับขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ จำนวน 3 ลูก จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น ซึ่งคนร้ายพยายามที่จะบุกยึดจุดตรวจและปล้นอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ยิงสกัดกันเพื่อรักษาที่ตั้งไว้ และในระหว่างยิงปะทะกันทำให้เจ้าหน้าที่บางนายถูกยิงบาดเจ็บแต่ก็แข็งใจยิงต่อสู้จนเสียชีวิต ส่วนฝ่ายคนร้ายเชื่อว่าน่าจะถูกยิงบาดเจ็บหลายคนทำให้ต้องล่าถอย และเมื่อเห็นท่าไม่ดีคนร้ายจึงพากันหลบหนีไปคนละทิศละทาง
&amp;nbsp;
สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตทั้ง 4 นาย ในนามกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของวีรบุรุษที่ทุ่มเทสละชีพจนถึงวาระสุดท้าย ซึ่งทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กำชับให้ได้รับการปูนบำเหน็จความดีความชอบขั้นสูงสุดพร้อมจะดูแลด้านสิทธิกำลังพลอย่างดีที่สุด ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ เชื่อว่าคนร้ายมีความพยายามที่จะตอบโต้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ หลังจากก่อนหน้านี้มีการจับกุมแกนนำระดับสั่งการได้หลายคน โดยที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเพราะบริเวณโดยรอบมีบ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทุกฝ่ายมีความพยายามที่จะดำเนินการกับผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาดภายใต้กฎหมายเป็นที่ตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต มีรายชื่อคือ 1.นายอุสมาน ยาซารี&amp;nbsp; (ชรบ.) เสียชีวิตที่เกิดเหตุ 2.นายอับดุลฟาต๊ะ เสนเหรม&amp;nbsp; (ชรบ.) เสียชีวิตที่เกิดเหตุ 3.จ.ส.อ.ชูธวัช มาศศรี&amp;nbsp; (จนท.โครงฯ) เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 4.อส.อุสมาน ตาศาเมาะ&amp;nbsp; เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บยังพักรักษาอีก 3 คน พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลปัตตานี ประกอบด้วย 1.อส.อามีน มะสาแม&amp;nbsp; ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลแขนขวา 2.อส.ไพศาล มูซอดี&amp;nbsp; ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลที่ช่องท้อง 3.อส.รุสดี ตาสาเมาะ ได้รับบาดเจ็บที่ลำตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้กลุ่มคนร้ายยังได้ขโมยปืนของเจ้าหน้าที่เป็นอาวุธปืนเอ็ม16&amp;nbsp; จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนเอชเคอีก 4 กระบอก ส่วนทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41802</URL_LINK>
                <HASHTAG>บึ้มฐาน, ปัตตานี, ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์, โจรใต้, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37d73327cdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกยิง&#039;อส.ยะรัง&#039;ดับ4คาโรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัตตานีป่วน! คนร้ายบุกยิง &amp;quot;อส.ยะรัง&amp;quot; ชุด รปภ.ครู-นร.เสียชีวิตภายในโรงเรียนบ้านบูโกะ 4 นาย ก่อนขโมยอาวุธปืนหลบหนีพร้อมโรยตะปูเรือใบกันติดตาม อีกจุด ตร.ปะทะเดือดแนวร่วมก่อความไม่สงบด้านหลังมัสยิดกรือเซะ รวบคนร้ายได้ 1 คน อีกคนหลบหนีไปได้ &amp;quot;กอ.รมน.ภาค 4 สน.&amp;quot; เชื่อสร้างสถานการณ์แก้แค้น จนท. &amp;quot;ฉก.สงขลา&amp;quot; จับผู้ต้องสงสัยคาร์บอมบ์เทพาเพิ่มอีก 5 ราย &amp;quot;ผู้กองจอย&amp;quot; โพสต์ขอบคุณทุกกำลังใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 ม.ค. เวลา 11.45 น. พ.ต.อ.พสิษฐ์ ศานติปรัชญญา ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.)ยะรังเสียชีวิตหลายนาย ภายในโรงเรียนบ้านบูโกะ ม.5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พ.อ.กฤศณัฏฐ์ จันทร รอง ผบ.กกล.จชต., นายอับดุลการิม ยีดำ นายอำเภอยะรัง ไปตรวจสอบพบโรงเรียนดังกล่าวได้ปิดเรียนทันทีหลังเกิดเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเกิดเหตุอยู่ใต้อาคารเรียน 2 ชั้น มีเจ้าหน้าที่ อส.ยะรังเสียชีวิต 4 นาย คือ อส.มูฮำหมัด เตะเด็ง อายุ 29 ปี, อส.อับดุลเลาะ สาและ อายุ 34 ปี, อส.บือราเฮง จิ &amp;nbsp;อายุ 24 ปี และ อส.สุไลมาน แวอูเซ็ง อายุ 43 ปี โดยทั้ง 4 นายอยู่ในชุดเครื่องแบบ อส. ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าลำตัวหลายนัด รวมทั้งยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้าและเอ็ม 16 กว่า 20 ปลอก ชิ้นส่วนพานท้ายปืนเอ็ม 16 เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบรอยเลือด คาดว่าเป็นของคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่โรงเรียนดังกล่าวเปิดสอนปกติ นักเรียนและครูกำลังทำการเรียนการสอนอยู่ภายในห้องตามปกติ เจ้าหน้าที่ อส.ทั้ง 4 นายซึ่งกำลังดูแลความปลอดภัยบริเวณที่เกิดเหตุนั้น ปรากฏว่าได้มีคนร้าย 4 คนสวมหมวกไหมพรมแต่งกายชุดดำคล้ายเจ้าหน้าที่ พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ บุกเข้ามายิงเจ้าหน้าที่ อส.ซึ่งนั่งรักษาความปลอดภัยอยู่ จนเสียชีวิตก่อน 3 นาย ขณะที่ อส.อีก 1 นาย ซึ่งยืนอยู่ห่างกันประมาณ 5 เมตร เห็นคนร้ายกราดยิงเพื่อน จึงได้ยิงต่อสู้คนร้ายอย่างไม่คิดชีวิตก่อนที่คนร้ายจะยิงสวนกลับทำให้ อส.เสียชีวิตเป็นรายที่ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นคนร้ายได้ขโมยอาวุธปืนของ อส. จำนวน 4 กระบอก หลบหนีออกจากประตูหลังโรงเรียน โดยมีรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อรออยู่ ก่อนจะเร่งเครื่องหนีเข้าไปในหมู่บ้าน ขณะที่คนร้ายอีกชุดซึ่งรอสัญญาณจากเสียงปืนเมื่อสงบก็ได้ออกมาโปรยตะปูเรือใบบนถนนหลายจุด เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจาก อส.เสียชีวิต 4 นาย แล้ว ยังพบเด็กนักเรียนชั้น ป.2 ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลยะรังทันที
ปะทะเดือดปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้วิทยุด่วนไปถึงหน่วยกำลังในพื้นที่และพื้นที่รอยต่อให้สกัดรถกระบะต้องสงสัยทุกคันและตรวจค้นอย่างละเอียด รวมไปถึงขอกำลังเสริมเข้าปิดล้อมพื้นที่ทุกตำบลและในป่าหมู่บ้าน เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะถูกยิงตอบโต้จนได้รับบาดเจ็บ และอาจจะเข้าไปหลบซ่อนตัวบ้านแนวร่วมในพื้นที่ พร้อมทั้งให้มีการตรวจสอบสถานพยาบาลทุกแห่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ เนื่องจากมีความชำนาญเส้นทางหลบหนี โดยทำการแบ่งการก่อเหตุ 3 ชุด คือ ชุดก่อเหตุ ชุดดูแลเส้นทางและชุดโปรยตะปูเรือใบ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่ หลังถูกกดดันอย่างหนัก รวมทั้งมีการจับกุมคนร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ต่อเนื่อง&amp;quot; หน่วยงานความมั่นคงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองปัตตานี ปะทะกับกลุ่มคนร้ายบริเวณหลังมัสยิดกรือเซะ บ้านกรือเซะ ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่ควบคุมคนร้ายได้ 1 คน ส่วนอีก 1 คนหลบหนีไปได้ และยึดชุดพรางทหารพรานจำนวนหนึ่ง จากการสอบสวนคนร้ายที่ควบคุมตัวได้ทราบชื่อคือ นายมะกรี อิสอปุเต๊ะ อยู่บ้านเลขที่ 50/1 ม.5 ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา มีประวัติเป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบระดับแนวร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายได้แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารพรานเข้าไปในโรงเรียน และใช้อาวุธไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนเสียชีวิตดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีเข้าไปควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่เกิดเหตุ และให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเก็บรวบรวมวัตถุพยาน พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อสกัดกั้นตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติของวีรบุรุษทั้ง 4 ท่าน ที่ทำหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองพี่น้องประชาชนจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต โดยหน่วยต้นสังกัดจะดูแลด้านสวัสดิการและสิทธิกำลังพลให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงและความสูญเสียโดยไม่เลือกเป้าหมายและสถานที่ในการก่อเหตุ โดยเฉพาะภายในโรงเรียนซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกับบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน ทั้งนี้ จะเร่งรัดติดตามกลุ่มคนร้ายเพื่อมาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป&amp;rdquo; โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุยิงเจ้าหน้าที่ อส.เสียชีวิตดังกล่าว เวลา 09.00 น. พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี และ พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ทพ.43 ได้นำตัวนายดันย์ยา อูมา ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวหลังจากถูกออกหมายจับและให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.หนองจิก และให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมก่อเหตุในพื้นที่ จำนวน 4 ครั้ง ทั้งลอบยิงนางประพร แก้วมณีรัตน์ อส.จ.ปัตตานีเสียชีวิต ลอบยิงฐานปฏิบัติการทหาร ลอบยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล และลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า ไปทำเเผนคำรับสารภาพ คดีร่วมก่อเหตุยิงนางประพร เเก้วมณีรัตน์ เจ้าหน้าที่ อส.จ.ปัตตานีเสียชีวิต บนถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่ ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 เม.ย.57 &amp;nbsp;
รวบผู้ต้องสงสัยบึ้มเทพา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายดันย์ยาทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ให้กับมือปืน ประกบยิงนางประพรขณะขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพักหลังออกเวร จนรถเสียหลักได้รับบาดเจ็บตกลงข้างทาง จากนั้นมือปืนที่ขี่รถมาอีกคันตามมายิงซ้ำจนเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ผู้ต้องหาได้รับสารภาพและให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีจนสามารถออกหมายจับคนร้ายได้ครบทั้ง 4 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำนายดันย์ยาเดินทางไปทำแผนคำรับสารภาพในคดีร่วมกันก่อเหตุยิงฐานปฏิบัติการทหาร บริเวณวงเวียนมะพร้าวต้นเดียว ม.2 ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก โดยเหตุเกิดขึ้นวันเดียวกันที่ลอบยิงนางประพร โดยครั้งนี้นายดันย์ยาทำหน้าที่ร่วมกับพวกอีก 5 คน ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ฐานปฏิบัติการ จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น แต่ไม่มีฝ่ายใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สำหรับคดีดังกล่าว นายดันย์ยา ได้ให้การรับสารภาพจนทำให้เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับได้ทั้งหมด 6 คน จับกุมได้แล้ว 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณหน้าหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ใน อ.เทพา จ.สงขลา จนทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย หลังจากได้ลงมือฆ่าแขวนคอนายอมตะ สโมทานทวี อายุ 62 ปี หรือครูจ้อง อดีตข้าราชการครูเกษียณ ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 1 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย แล้วนำไปประกอบเป็นคาร์บอมบ์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไพโรจน์ ทานธรรม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 5 คน หลังจากที่มีการสนธิกำลังตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ร่วมกับตำรวจ สภ.บ้านโหนด เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่หมู่ 2 บ้านควนหรัน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย เมื่อคืนวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังพบวัตถุต้องสงสัย เช่น แผงวงจรโทรศัพท์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเหล็กเส้นที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นระเบิดได้ โดยพบในขนำหลังหนึ่ง ซึ่งอาจจะใช้เป็นสถานที่ประกอบระเบิดในครั้งนี้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการนำไปตรวจพิสูจน์ทราบ&amp;quot; พล.ต.ต.ไพโรจน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลากล่าวว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 คน ขณะนี้ถูกส่งตัวไปยังศูนย์ซักถามที่หน่วยทหารพรานที่ 41 แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการซักถาม และการเข้าควบคุมตัวทั้ง 5 คน เป็นการขยายผลมาจากการซักถาม 3 ผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่นำตัวมาสอบสวนในวันแรก รวมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว 8 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ร.ต.อ.(หญิง) สินีนาถ คงพุทธ หรือ &amp;quot;ผู้กองจอย&amp;quot; ผู้บังคับหมวดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 สังกัดหมวดแพทย์ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าอกซ้าย ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่ รพ.ยะลา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ &amp;quot;จอยขอบคุณทุกๆ กำลังใจ ทุกความรักความห่วงใยที่มีให้จอยนะคะ ...ตอนนี้ปล่อดภัยดีแล้วค่ะ พี่ๆ อีกทั้ง 7 นายปลอดภัยดี ฝากขอบคุณทุกๆ กำลังใจมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ&amp;quot; อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26260</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.พสิษฐ์ ศานติปรัชญญา, พ.อ.กฤศณัฏฐ์ จันทร, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี, พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c3750d4bc3dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 22:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฆ่าครูชิงรถทำคาร์บอมบ์! บึ้ม&#039;ผู้กองหญิง&#039;เจ็บสาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดเหี้ยม! คนร้ายฆ่าแขวนคอ &amp;quot;ครูจ้อง&amp;quot; อดีต ขรก.เกษียณในบ้านพัก ต.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ชิงรถกระบะไปทำคาร์บอมบ์ริมถนนใกล้ฐานตชด. อ.เทพา ตชด.เจ็บ 6 นาย โซเชียลแห่ให้กำลังใจ &amp;quot;ผู้กองหญิงสินีนาถ&amp;quot; หลังโดดสะเก็ดระเบิดหน้าอกซ้าย ขณะเดียวกันทหารพราน รปภ.โรงเรียนที่ยะรัง ปัตตานี โดนลอบวางระเบิดสาหัส 1 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันที่ 8 มกราคม ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ริมถนนสายชนบทบ้านนิคม ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างฐานของหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ซึ่งเป็นฐานของ ตชด.43 กับ สภ.ห้วยปลิง หมู่ 3 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ทำให้รถกระบะที่คนร้ายใช้ประกอบคาร์บอมบ์ถูกระเบิดกลายเป็นเศษเหล็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ ร.ต.ท.สมนึก แก้วหมุน เย็บ 10 เข็ม ถูกนำส่งโรงพยาบาลเทพา, ร.ต.อ.(ญ) สินีนาถ คงพุทธ ถูกสะเก็ดระเบิดหน้าอกซ้าย นำส่งโรงพยาบาลตำรวจยะลา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบรถกระบะคันนี้ พบว่าเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บพ 1331 สงขลา ซึ่งมีนายอมตะ สโมทานทวี อายุ 62 ปี หรือ &amp;quot;ครูจ้อง&amp;quot; เป็นผู้ครอบครอง และเป็นอดีตข้าราชการครูเกษียณ มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 123/8 หมู่ 1 บ้านหว้าหลัง ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะบ้าย้อยไปตรวจสอบที่บ้านพัก ก็พบว่านายอมตะถูกฆ่าแขวนคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะก่อเหตุฆ่านายอมตะและชิงรถกระบะไปประกอบระเบิดคาร์บอมบ์ และเป็นฝีมือของกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่เพื่อสร้างสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเหตุการณ์ดังกล่าว สรุปยอดเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บถึง 6 นาย ถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเทพา 1 นาย คือ ร.ต.ท.สมนึก แก้วหมุน ผู้บังคับหมวดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 และถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ จ.ยะลา 5 นาย เป็น ตชด.หญิงทั้งหมด ประกอบด้วย 1.ร.ต.อ.หญิงสินีนาถ คงพุทธ อายุ 28 ปี ชาว จ.ปัตตานี ช่วยราชการฝ่ายการแพทย์ ฉก.สงขลา บาดเจ็บมีแผลโดนสะเก็ดระเบิดบริเวณอกฝั่งซ้าย 2.ร.ต.อ.หญิงยุภาพร ศิริมุสิกะ อายุ 42 ปีชาว จ.สงขลา ช่วยราชการ ฉก.สงขลา บาดเจ็บหูอื้อข้างขวา แน่นหน้าอก 3.ร.ต.อ.หญิงศิรดา ริยาพันธ์ อายุ 43 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ช่วยราชการ ฉก.สงขลา หูอื้อทั้งสองข้างแน่นหน้าอก ปวดศีรษะ 4.ส.ต.ท.หญิงอารีนา บินสมิน อายุ 29 ปี ชาวจ.สงขลา ช่วยราชการ ฉก.สงขลา มีแผลถลอกที่ใบหน้าด้านซ้ายและต้นแขนซ้าย 5.ส.ต.ท.หญิงรัตติกาล ดีชู อายุ 31 ปี ชาวจ.สงขลา มีอาการแน่นหน้าอกร้าวไปถึงหลัง หายใจลำบาก มีรอยช้ำบริเวณเข่าขวา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งอาการของ ตชด.ทั้งหมดปลอดภัยแล้ว ทุกนายรู้สึกตัวดีและช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ต่อไปอีกระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะ ร.ต.อ.หญิงสินีนาถนั้น เป็นผู้กองหญิงที่โด่งดังและมีเสียงชื่นชมในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก &amp;nbsp;เพราะนอกจากจะปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญในพื้นที่เสี่ยงที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลา อ.เทพาแล้ว ยังเป็นผู้กองที่มีบุคลิกดีและหน้าตาสวยมาก ทำให้มีผู้คนแสดงความห่วงใยผ่านเฟซบุ๊กของเธอเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขอให้เธอปลอดภัยและหายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า การก่อเหตุคาร์บอมบ์ดังกล่าว เกิดจากข้างนอกหน้าฐาน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนรถที่คนร้ายนำมาใช้ก่อเหตุนั้นก็ถูกปล้นมาแล้วนำไปติดระเบิด เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มเก่าที่เคยก่อเหตุใน จ.สงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 08.00 น. ร.ต.ท.ทักษ์เชษฐ์ เบญจธรรมรักษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ริมถนนสายปัตตานี-ยะลา บริเวณหน้าที่ทำการ กศน. ต.เมาะมาวี บ.พงสาฆอ ม.1 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง หลังได้รับแจ้งจึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่เกิดเหตุพบว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณพุ่มไม้ใกล้กับเก้าอี้หินอ่อน พบเลือดกระจายบนพื้น ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ทราบชื่อ ส.ต.ศราวุธ อะมะมูล อายุ 28 ปี สังกัดร้อย ทพ.2201 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่ลำตัวและแขนอาการสาหัส ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกว้างประมาณ 40 ซม. ลึก 20 ซม. มีชิ้นส่วนระเบิดและสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ต.ศราวุธ อะมะมูล พร้อมกำลังพล จำนวน 6 นาย ได้กระจายกำลังตามจุดต่างๆ เพื่อดูแลความปลอดภัยครูและนักเรียนที่เดินทางมาโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 52 ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร โดยที่ ส.ต.ศราวุธได้ยืนรักษาความปลอดภัยบริเวณที่คนร้ายได้นำระเบิดมาวางก่อนหน้านั้นแล้ว โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ซุ่มอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ เมื่อได้โอกาสก็ได้กดชนวนระเบิดแสวงเครื่องด้วยเครื่องวิทยุสื่อสาร น้ำหนักประมาณ 3 กก. ซุกไว้ในกระถางต้นไม้ใต้เก้าอี้หินอ่อน จนระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น ทำให้ ส.ต.ศราวุธถูกแรงระเบิดกระเด็นไปต่อหน้าต่อตาเพื่อนและรับบาดเจ็บดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุ พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เดินทางมาอำนวยการที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้หน่วยกำลังร่วมกระจายออกปิดล้อมตรวจค้นบริเวณที่เกิดเหตุทันที โดยเฉพาะเป้าหมายหลักที่คาดว่าจะเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มก่อความไม่สงบ ส่วนเหตุครั้งนี้เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความรุนแรงเพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการจับกุมผู้ต้องหาคดีความมั่นคงหลายราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26101</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ร.ต.ท.ทักษ์เชษฐ์ เบญจธรรมรักษ์, ร.ต.อ.หญิงยุภาพร ศิริมุสิกะ, ร.ต.อ.หญิงสินีนาถ คงพุทธ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c34c1e7d64e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
