<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กป้อม&#039;สั่งยกระดับเฝ้าระวังเฟคนิวส์ดำเนินคดีเว็บไซต์ผิดกม.ให้เป็นรูปธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 -&amp;nbsp; พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี​ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา10.00น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี​ และคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ เพื่อตรวจเยี่ยม และติดตามผลการดำเนินงาน ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti Fake News Center) และการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกม.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; ที่ห้องประชุม&amp;nbsp; อาคาร 20&amp;nbsp; บมจ.ทีโอทีโดยมี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ (ดีอีเอส)​ ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประวิตร และคณะ ได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน จากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; อาทิ เรื่องการต่อต้านข่าวปลอม ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ,การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามพ.ร.บ..ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; รวมทั้งรับฟังการแก้ไขกม.และประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายของข่าวปลอม ซึ่งในภาพรวม มีข่าวปลอมในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และด้านสุขภาพ มากถึง 66%&amp;nbsp; โดย ดีอีเอสกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้ดำเนินการตามขั้นตอน และมีความคืบหน้าตามนโยบาย ที่เคยให้ไว้เมื่อครั้งมาตรวจเยี่ยมครั้งแรก ที่ผ่านมา อย่างน่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวมอบนโยบายที่สำคัญ แก่ ดีอีเอส.,สตช.,ปอท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; สืบเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน สื่อสังคมออนไลน์ได้มีบทบาท ต่อการสร้างกระแสข่าวปลอม ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความสับสน ความตระหนกในสังคม และส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการบริหารงาน ของรัฐบาลในช่วงวิกฤต โควิด-19 อยู่ในขณะนี้&amp;nbsp; ซึ่งรัฐบาลกำลังพยายามแก้ปัญหา เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยจากโควิด-19 ควบคู่กับการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ อย่างเต็มความสามารถ พล.อ.ประวิตร จึงได้กำชับ ให้หน่วยงานดังกล่าว จะต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน ในการเฝ้าระวังข่าวปลอม ตลอดเวลา และดำเนินการอย่างเร่งด่วน ในการตรวจสอบข่าวสารอันเป็นเท็จ และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ แจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม และชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง ให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร และคณะได้เดินทางไปยัง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เพื่อดูการปฏิบัติงาน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท และอวยพรขอให้บรรลุภารกิจ รวมทั้งปลอดภัยจากโควิด-19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102884</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e0431e63a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ไทย’เล็งจัดประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่างช่วงไตรมาสสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.64 - พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เวลา 10.00 น. &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2564 &amp;nbsp;ณ &amp;nbsp;ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 &amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุม ได้รับทราบสถานการณ์แม่น้ำโขง &amp;nbsp;จากปัญหาภาพรวม การผันผวนของปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง ตั้งแต่ 1 ม.ค. 64 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนของไทยริมฝั่งแม่น้ำโขง ในการรดำเนินชีวิต อาทิ การเลี้ยงปลาในกระชัง การเดินเรือขนาดเล็กเป็นต้น ต่อมากระทรวงการต่างประเทศ และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช. )ได้ประสานงานร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน เพื่อแก้ปัญหา และได้รับความร่วมมือด้วยดีกระทั่งระดับน้ำเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ตั้งแต่ มี.ค.64 และได้รับทราบ ผลการประชุมคณะมนตรีฯ แม่น้ำโขงเมื่อ 26พ.ย.63 เห็นชอบกรอบความร่วมมือ ทั้งการพัฒนาลุ่มน้ำโขง การจัดการสินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อม และการคมนาคมขนส่ง เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาเห็นชอบเรื่องสำคัญ ได้แก่การเตรียมจัดการประชุมสุดยอด ผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 4 &amp;nbsp;การประชุมคณะมนตรีครั้งที่ 28 และการประชุมร่วมระหว่างคณะมนตรีกับกลุ่มหุ้นส่วนการพัฒนาครั้งที่ 26 ในฐานะไทยเป็นประธานคณะมนตรีฯปีพ.ศ.2564 ประมาณช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 64 และขึ้นอยู่กับสถานการณ์ covid-19 ด้วย และเห็นชอบให้ทำการศึกษาการพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขง โดยให้ สทนช.ร่วมกับ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เร่งประสานงานกับ สปป.ลาว รวมถึงเห็นชอบ ร่างแผนปฏิบัติการระดับประเทศ (พ.ศ.2564-2568) จำนวน 24 โครงการ เพื่อบริหารจัดการแม่น้ำโขง อย่างยั่งยืน สอดคล้อง แผนแม่บทบริหารทรัพยากรน้ำ 20ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ยังได้สั่งการ &amp;nbsp;สทนช. และกำชับ หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการตามแผนงาน ที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว โดยขอให้มีความคืบหน้าตามเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับสูงสุด ภายใต้กรอบความร่วมมือ และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศให้มากขึ้น ที่สำคัญอย่างยิ่งจะต้องเร่งขับเคลื่อนโครงการที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน จากผลกระทบของพี่น้องประชาชน 8 จังหวัด ริมแม่น้ำโขงของไทย อย่างรีบด่วน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100189</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุม, ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ลุ่มน้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fb546c5759.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พล.อ.ประวิตร  ติดตามแก้ปัญหา ผักตบชวา/วัชพืช  ประชุมคกก. กำชับทุกหน่วยงาน  สั่งเร่งกำจัด/ส่งเสริมแปรรูปเพิ่มมูลค่า  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 11 มี.ค.64&amp;nbsp; พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่า วันนี้เวลา10.00น.&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ในฐานะ ผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ครั้งที่ 1/2564&amp;nbsp; โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มท. เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp; ณ&amp;nbsp; ห้องประชุม นริศรานุสรณ์&amp;nbsp; กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp; ถนนพระรามที่ 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุม&amp;nbsp; ได้รับทราบคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 217/2563 ลง 20 ก.ค.63 แต่งตั้ง คณะกรรมการอำนวยการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาโดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม.เป็นประธานคณะกรรมการฯ และรับทราบผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวา และวัชพืชในปีงป.63 ของ 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมโยธาธิการและผังเมือง ,กรมชลประทาน ,กรมเจ้าท่า ,กรมปกครองส่วนท้องถิ่น และกทม. ซึ่งมีผลการกำจัดผักตบชวาและวัชพืช รวม 12.94 ล้านตัน และรับทราบรายงานจากกรมการปกครอง เกี่ยวกับชมรมคนริมน้ำ ที่ให้ความร่วมมือมีจำนวน 7,608 ชมรม สมาชิก 1,424,050 คนได้ร่วมดำเนินการกำจัดผักตบชวาในปีงป.63 จำนวน 20,719 กิจกรรม รวมทั้งได้รับทราบ ผลการดำเนินงานโดยใช้เรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ จำนวน 1,603 ลำในพื้นที่ 1,899 แหล่งน้ำ ซึ่งในภาพรวมมีความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน เป็นที่น่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาเห็นชอบ แนวทางการดำเนินการกำจัดผักตบชวาปีงป.2564 โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือการเก็บใหญ่และการเก็บเล็ก เพื่อให้แต่ละพื้นที่มีผู้รับผิดชอบ อย่างชัดเจน จากนั้นที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชในลุ่มน้ำภาคกลางและภาคตะวันออก ปีงป.2564 โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(GISTDA)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำว่า ปัญหาผักตบชวา รัฐบาลได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง และพยายามแก้ปัญหา อย่างเป็นระบบ เพื่อให้หมดไปจากประเทศไทย ทั้งการกำจัดและการนำไปแปรรูปใช้ประโยชน์อื่นๆ&amp;nbsp; ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp; ได้กำชับ มท. และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้เร่งดำเนินการโดยเน้นย้ำให้ใช้เครื่องมือ/เครื่องจักร/เรือ ที่ได้จัดหาแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่า พร้อมกล่าวชื่นชม เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานที่ผ่านมาด้วยความทุ่มเท และขอบคุณ ชมรมคนริมน้ำ ที่มีความเสียสละ ร่วมมือด้วยดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95754</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรมชลประทาน, กรมปกครองส่วนท้องถิ่น, กรมเจ้าท่า, กรมโยธาธิการและผังเมือง, กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.), กอนช., ผักตบชวา, พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_6049df4196633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>27-28ม.ค.ฝุ่นพิษกลับมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ประชุม คกก.สิ่งแวดล้อม ไฟเขียว EIA โครงการ รฟม.สายสีเหลือง คุมเข้มมาตรการน้ำทิ้งยกระดับคุณภาพชีวิต ย้ำเร่งแก้ปัญหา PM 2.5 &amp;quot;ศกพ.&amp;quot; เตือน 27-28 ม.ค. ฝุ่นกลับมาปกคลุมทั่วกรุง เหตุลมเปลี่ยนทิศและมีกำลังอ่อนลง ขอ ปชช.งดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 25 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2564 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมการประชุม เพื่อพิจารณารายงาน EIA จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองส่วนต่อขยาย ช่วงแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว ถึงแยกรัชโยธิน ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เพื่อช่วยประหยัดระยะเวลาการเชื่อมต่อระบบการเดินทางจากเดิมที่ต้องเชื่อมต่อ 2 ครั้ง (สายสีเหลือง-สายสีน้ำเงิน-สายสีเขียว) 2.โครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูลฝั่งตะวันออก ตำบลคลองขุด ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.โครงการศึกษาออกแบบระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการเดินทางในเมืองหาดใหญ่ และเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว และ 4.โครงการทางหลวงหมายเลข 203 (หล่มสัก-หล่มเก่า-เลย) ของกรมทางหลวง เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการที่สำคัญ เพื่อรองรับแผนการพัฒนาท้องถิ่น ภายใต้มาตรการสิ่งแวดล้อมที่เป็นสากล ได้แก่โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ส่วนต่อขยาย ช่วงแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว ถึงแยกรัชโยธิน ของ รฟม., โครงการถนนเลี่ยงเมืองสตูล ของ อบจ.สตูล, โครงการศึกษาออกแบบระบบขนส่งมวลชนโดยระบบราง ของ อบจ.สงขลา, โครงการทางหลวงหมายเลข 203 หล่มสัก-หล่มเก่า-เลย ของกรมทางหลวง และเห็นชอบให้ ทส.ปรับปรุงประกาศมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง จากท่าเทียบเรือประมงบางประเภทที่ยังขาดการดูแลบำรุงรักษา ระบบบำบัดน้ำเสีย อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเห็นชอบร่างรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2563 ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการคาดการณ์แนวโน้มของสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น เช่น พื้นที่เกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น การใช้พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น และอัตราส่วนพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น เป็นต้น สำหรับสถานการณ์ที่ยังน่าเป็นห่วง เช่น พื้นที่ป่าไม้คงที่ แต่พื้นที่ไฟไหม้รวมทั้งจุดความร้อนสะสมในพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน (PM2.5) ในพื้นที่เมืองใหญ่ ควันจากไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือรุนแรงเพิ่มขึ้น เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตรได้กำชับคณะกรรมการให้กำกับติดตามโครงการที่ผ่านความเห็นชอบแล้ววันนี้ ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการต่างๆ ปฏิบัติตามรายงาน EIA อย่างเคร่งครัด และให้ได้ผลตามวัตถุประสงค์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่นตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมของประเทศชาติต่อไป&amp;quot; ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกฯ ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวถึงการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศว่า วันที่ 25 ม.ค. เวลา 07.00 น. ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงในกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออกลดลง แต่ยังคงพบเกินค่ามาตรฐาน คือ มากกว่า 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ใน จ.เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี หนองคาย เลย นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ อุบลราชธานี และนครราชสีมา เมื่อเปรียบเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา จังหวัดที่มีปริมาณฝุ่นสูงเกินค่ามาตรฐานในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพลดลงเหลือ 17 พื้นที่ จาก 33 พื้นที่ โดยสูงสุด 73 มคก/ลบ.ม. ที่ อ. แม่สอด จ.ตาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ.ร่วมกับ กทม. ตรวจวัดได้ 20-46 มคก./ลบ.ม. ซึ่งทุกพื้นที่ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ดีขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยขอให้ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ที่ปริมาณฝุ่นเกินค่ามาตรฐานให้เฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็ก คนชรา สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วย ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;quot; อธิบดี ค.พ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ศิวพร รังสิยานนท์ รองโฆษกศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กล่าวว่า คุณภาพอากาศวันที่ 25 ม.ค. ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเริ่มคลี่คลาย มาจาก 2 ปัจจัย คือ รัฐบาลได้กำชับให้ทุกหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจติดตามและควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะการเผาในที่โล่งและการจราจร และปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่เอื้อต่อการกระจายของฝุ่นช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ศิวพรกล่าวว่า คาดการณ์ในวันที่ 26 ม.ค. ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง และตะวันออก จะมีแนวโน้มลดลง แต่ช่วงวันที่ 27-28 ม.ค. ฝุ่น PM2.5 อาจจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากลมเปลี่ยนทิศและมีกำลังอ่อนลง ส่วนภาคอื่นๆ มีแนวโน้มลดลง จึงขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่ง ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง และปรึกษาแพทย์หากพบอาการผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศกพ.ได้ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดขับเคลื่อนงานตามแผนเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองลด และควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรอย่างเข้มงวด โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่รวบรวมแผนและผลการแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันฝุ่น PM2.5 รวมทั้งคุณภาพอากาศข้อมูลจุดความร้อนและการคาดการณ์สภาพอากาศให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้เป็นข้อมูลประกอบการแก้ปัญหา&amp;quot; น.ส.ศิวพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ศกพ.กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบค่าฝุ่น PM2.5 ยังสูงในหลายพื้นที่เกินค่ามาตรฐาน 25 จังหวัด คือ เชียงราย, พะเยา, เชียงใหม่, น่าน, ลำปางล, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, พิษณุโลก, ตาก, กำแพงเพชร, เพชรบูรณ์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สระบุรี, ปราจีนบุรี, หนองคาย, เลย, นครพนม, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด, ชัยภูมิ, อุบลราชธานีและนครราชสีมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศกพ.ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายในพื้นที่ ให้เพิ่มความเข้มงวดการป้องกันและแก้ปัญหา PM2.5 โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรและพื้นที่ชุมชน หากพบการเผาจะเร่งเข้าระงับเหตุทันทีเพื่อบรรเทาค่าฝุ่น PM2.5 ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&amp;quot; รองโฆษก ศกพ.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90984</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพล เจริญชันษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210125/image_big_600eb113ae1b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พล.อ.ประวิตร  ประชุม ศอ.บต.  ติดตามความก้าวหน้า ขับเคลื่อนโครงการเมืองต้นแบบ&quot;สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน  เน้นมาตรการช่วยเหลือการลงทุน  รองรับการพัฒนา  ศก./สังคม   พื้นที่ จชต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 29 ต.ค.63 &amp;nbsp;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกประจำรอง นรม. เปิดเผยว่าวันนี้ เวลา 14.00น. &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้เป็นประธานการประชุม ศอ.บต.ติดตามความก้าวหน้า การพิจารณามาตรการสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ จชต. โดยที่ประชุม ได้รับทราบ แนวโน้มการพัฒนาทางเศรษฐกิจในห้วง4ปีในพื้นที่ จชต. มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น และมีความก้าวหน้าเกี่ยวกับแผนงานโครงการต้นแบบ &amp;quot;สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;quot; ในพื้นที่จชต. จากนั้นได้มีการพิจารณาเห็นชอบเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับ ความก้าวหน้าการผลักดัน มาตรการสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่จชต. ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนา เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการพัฒนาศูนย์กลางเฟอร์นิเจอร์ ในพื้นที่เมืองต้นแบบ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ รวมถึง การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร ได้กำชับ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งรัดขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และความสุข แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งสั่งการ กรมธนารักษ์,กรมโยธาธิการและผังเมือง,การรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง ให้เร่งดำเนินงานในความรับผิดชอบ และสนับสนุน มาตรความช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมการลงทุน &amp;nbsp;อย่างเหมาะสม และเป็นธรรม โดยเฉพาะ ศอ.บต. จะต้องเป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลัก ในการอำนวยการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทุกระดับ และจะต้องมีการรายงานความก้าวหน้า อย่างต่อเนื่อง ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82206</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พปชร., พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a93de1da31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป้อม&#039;ลุยกำจัดผักตบชวา ป้องกันนํ้าท่วมอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรห่วงใย ปชช. ขึ้น ฮ. ตรวจ ติดตามผล &amp;nbsp;กำจัดผักตบชวาลุ่มน้ำภาคกลางป้องกันน้ำท่วม พอใจผลคืบหน้า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชื่นชม จนท.ปฏิบัติงานทุ่มเทได้ตามเป้า ขอบคุณ อส. จิตอาสา &amp;nbsp;ปชช. เสียสละ ร่วมแรงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ 8 มิ.ย.63 พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้เวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กนช.) พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการแก้ปัญหาน้ำท่วมโดยเฮลิคอปเตอร์ของกองการบิน &amp;nbsp;ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก เพื่อตรวจ ติดตามสถานการณ์ผักตบชวา และวัชพืชในลุ่มน้ำภาคกลาง บริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์, คลองหกวา, แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำน้อย และแม่น้ำท่าจีน ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ จ.ปทุมธานี, จ.พระนครศรีอยุธยา , จ.อ่างทอง, จ.สิงห์บุรี, จ.ชัยนาท, จ.สุพรรณบุรี และ จ.นครปฐม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการตรวจสภาพจากทางอากาศ บริเวณพื้นที่ที่เคยมีผักตบชวาและวัชพืช ตามแม่น้ำคูคลอง ซึ่งได้รับการสนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมของ GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ) โดยครั้งนั้น พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;ในฐานะ ผอ.กนช. ได้สั่งการและมอบนโยบายเมื่อวันที่ 20 พ.ค.63 ในการลงพื้นที่ดูการกำจัดผักตบชวา ณ รร.วัดทรงคนอง ต.ทรงคนอง อ.สามพราน จ.นครปฐม และได้แบ่งมอบพื้นที่ให้กับหน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมชลประทาน, กรมเจ้าท่า, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ดำเนินการกำจัดผักตบชวา และส่งเสริมการแปรรูป ศึกษาวิจัย นำกลับมาใช้ประโยชน์ในชุมชน เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ แสดงความพอใจผลการตรวจ ติดตามการแก้ปัญหาผักตบชวาและวัชพืชที่เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังและน้ำท่วมฉับพลันได้ เนื่องจากผักตบชวาและวัชพืชในภาพรวมมีปริมาณมาก และกีดขวางทางน้ำไหลตามแม่น้ำคูคลองอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งรัฐบาลได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบ และวันนี้ได้เห็นแล้วว่าผักตบชวาในพื้นที่เป้าหมายมีปริมาณลดลงไปมากถึง 275,000 ตัน จากปริมาณการสำรวจครั้งแรก 285,920 ตัน คิดเป็นร้อยละ 96 ซึ่งได้กำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ที่ยังมีผักตบชวาและวัชพืชหลงเหลืออยู่ และที่มีการขยายพันธุ์เพิ่มเติม โดยเฉพาะในคูคลองขนาดเล็ก จะต้องเร่งรัดดำเนินการ เก็บให้หมดภายใน มิ.ย.63&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรยังได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการ กนช.และชื่นชมเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยงาน ที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งขอบคุณอาสาสมัคร จิตอาสา และชาวชมรมคนริมน้ำ ที่ได้แสดงออกถึงความเสียสละ ร่วมมือร่วมใจ ในการเก็บ กำจัดผักตบชวา และนำไปแปรรูป วิจัย ควบคู่กับแผนงานการขุดลอกคูคลอง เพื่อรองรับมาตรการป้องกันน้ำท่วมให้ได้ผลและยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68181</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5ede341d99856.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กป๊อกขึ้นเหนือ สำรวจลอบเผา เชียงใหม่ยังอ่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เผาไม่หยุด ผู้ว่าฯ เชียงใหม่รุดบัญชาการดับไฟป่าหลังศูนย์ราชการ ระดมรถดับเพลิงเข้าสกัด ใช้เวลากว่าชั่วโมงจึงควบคุมไว้ได้ แต่ก็ส่งผลให้เชียงใหม่ติดอันดับ 1 เมืองอากาศแย่ที่สุดในโลกเป็นวันที่ 4 &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; บินขึ้นเหนือติดตามสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่ยังไม่กระเตื้อง มีรายงานว่า เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาเกิดไฟไหม้พื้นที่รกร้างบริเวณด้านหลังศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ใกล้กับหอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยไฟได้ไหม้อย่างรุนแรงและลุกลามกินพื้นที่กว้างอย่างรวดเร็ว ต่อมาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ระดมรถดับเพลิงทั้งจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลนครเชียงใหม่ รวมทั้งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้เคียงนับสิบคันเข้าดับไฟอย่างเร่งด่วน เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้ที่ทำการส่วนราชการหลายแห่ง และมีชุมชนพักอาศัยอยู่ไม่ห่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุบัญชาการสถานการณ์ด้วยตัวเอง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมไฟที่ลุกไหม้ไว้ได้ แต่ยังต้องจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังต่อเนื่องเพื่อป้องกันไฟลุกไหม้ซ้ำ ส่วนความเสียหายและสาเหตุยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากฝีมือคน อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ชัดว่าด้วยตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพื้นที่เกิดเหตุไฟไหม้ในครั้งนี้ ข่าวแจ้งว่าเป็นพื้นที่รกร้างที่มีทั้งเศษใบไม้แห้งและหญ้าแห้งจำนวนมาก รวมทั้งมักจะมีผู้ลักลอบนำขยะมาทิ้งด้วย ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี โดยที่ผ่านมามักจะเกิดไฟลุกไหม้บริเวณนี้เป็นประจำทุกปี คาดว่าน่าจะด้วยฝีมือคนที่ลักลอบจุดไฟเผา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกำหนด ในวันที่ 8 เมษายนนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 รวมทั้งปัญหาไฟป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณภาพอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ เช้าวันพุธ จากการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 รายชั่วโมงของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าที่บริเวณสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ทางด้านเว็บไซต์ Air&amp;nbsp;visual พบว่าค่ามลพิษของจังหวัดเชียงใหม่ขึ้นสู่อันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องเป็นวันที่ 4&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการตรวจวัดสภาพอากาศในจังหวัดภาคเหนือของกรมควบคุมมลพิษ เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 เม.ย.นี้ ที่น่าสนใจคือจังหวัดเชียงราย ต.เวียง อ.เมือง 88 ไมครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;148 มคก./ลบ.ม., เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง 83 มคก./ลบ.ม., ต.ศรีภูมิ อ.เมือง 79 มคก./ลบ.ม., ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม 76 มคก./ลบ.ม., ต.สุเทพ อ.เมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;77 มคก./ลบ.ม., ประตูท่าแพ อ.เมือง 72 มคก./ลบ.ม., ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว 246 มคก./ลบ.ม., แม่ฮ่องสอน ต.จองคำ อ.เมือง 101 มคก./ลบ.ม., น่าน ต.ในเวียง อ.เมือง 52 มคก./ลบ.ม., ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ 75 มคก./ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ จะเดินทางไปตรวจ ติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยจะรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และปัญหาฝุ่น PM 2.5 รวมถึงเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน อาสาสมัคร และจิตอาสา พร้อมรับฟังปัญหา ข้อขัดข้อง ข้อเสนอแนะ จากนั้นจะได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานต่อไป ณ ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ภาคเหนือส่งผลกระทบที่รุนแรง ปัญหาเกิดมาจากความไม่พร้อมของรัฐบาล เพราะท้องถิ่นต่างร่วมแรงร่วมใจกันในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็ทำบนความไม่พร้อม เพราะทั้งอุปกรณ์ในการดับไฟและงบประมาณในการซื้ออุปกรณ์ดับไฟป่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ การบริหารจัดการส่วนกลางไม่ให้ความสำคัญในการจัดการไฟป่า ไม่มีการบูรณาการ การสั่งการ ท้องถิ่นไม่มีอำนาจในเตรียมการเพื่อป้องกันปัญหาไฟไหม้ป่า ทั้งนี้ ส่วนกลางไม่ยอมให้มีการขุดสระน้ำขนาดเล็กหรือการเจาะน้ำบาดาล และการเข้าไปจัดการป่าไม้ เพราะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ยอมกระจายอำนาจ และไม่ยอมจัดงบประมาณให้ท้องถิ่นในการดูแลจัดการปัญหาไฟป่า แต่รวบอำนาจและเก็บงบประมาณไว้ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจัดการไฟป่าให้มีประสิทธิภาพ รัฐจำเป็นต้องกระจายทั้งอำนาจและงบประมาณให้ส่วนท้องถิ่นดูแลและบริหารจัดการ อย่าหวงอำนาจ เพราะเวลาเกิดไฟไหม้ป่าขึ้นมา ท้องถิ่นจะได้บริหารจัดการได้ทันท่วงที&amp;rdquo; นายสงวนกล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62564</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์, วราวุธ ศิลปอาชา, สงวน พงษ์มณี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8dc50267c1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
