<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่งคมนาคมแจงขั้นตอนขึ้นค่ารถเมล์ รองโฆษกรัฐบาลเผยทำตามพันธสัญญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.62- พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถประจำทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (ขสมก.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม ชี้แจงขั้นตอนในการขึ้นค่ารถ ไม่ว่าจะเป็นค่ารถเมล์หรือค่าทางด่วนต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อยู่ๆรัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐมาตัดสินใจจะขึ้นวันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่ทั้งหมดมีที่มาที่ไป ซึ่งที่ผ่านมามีข้อตกลงกันไว้ว่าห้วงเวลาราคานี้จะอยู่ถึงกี่ปี เมื่อถึงห้วงเวลาก็ต้องขยับขึ้นกี่เปอร์เซนต์ เป็นสิ่งที่มีการตกลงกันมาก่อนหน้านั้น เรียกว่าเป็นพันธสัญญา ซึ่งเราเองก็ต้องรักษาตรงนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่ารถเมล์, พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พันธสัญญา, รองโฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbed588784c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติ 764 ล้านบาทเยียวยาเรือประมงตามโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.62- &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติเห็นชอบโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ เพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทางทะเลอย่างยั่งยืน ในระยะที่ 1 รวมถึงการชดเชยเยียวผู้ได้รับผลกระทบจากมาตราการของรัฐ โดยมีเจ้าของเรือประมง และเรือประมงรวมกันทั้งสิ้น 305 ลำ อนุมัติกรอบวงเงิน 764 ล้านบาท เป็นงบประมาณปี 62 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นสองงวด งวดแรกจะเยียวยาเรือประมง 252 ลำ จำนวน 469 ล้านบาท งวดที่สอง เยียวยา 53 ลำ เป็นเงิน 294 ล้านบาท โดยกรมประมงจะจ่ายเข้าบัญชีธนาคารของเจ้าของเรือประมง งวดที่ 1 จะจ่ายร้อยละ30 ของจำนวนเงินชดเชย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแยกชิ้นส่วน ทำลายเรือ ส่วนงวดที่ 2 &amp;nbsp;จ่ายร้อยละ 70 หลังจากเจ้าของเรือดำเนินการแยกชิ้นส่วนและทำลายเรือแล้ว โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่ได้รับค่าชดเชย จะไม่ไปประกอบอาชีพประมงผิดกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันท์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใย จึงสั่งการให้ไปดูว่าเรือที่รับซื้อมาทำลายให้คณะกรรมการพิจารณาให้รอบคอบ ว่าเป็นไปตามหลักการหรือไม่ โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ตรวจสอบว่าให้มีการทำลายจริง ไม่ใช่ไม่ทำลายแล้ววนกลับมารับเงินอีก ส่วนเรื่องการเยียวยาให้ไปดูสัญญา หากรับเงินไปแล้วไม่มีการทำลายเรือ จะมีมารตราการอย่างไรต่อไป. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30559</URL_LINK>
                <HASHTAG>764 ล้าน, พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค, มติครม., รองโฆษกรัฐบาล, เยียวยาประมง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b2108faa32fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ออก 6 กฎเหล็กให้ข้าราชปฏิบัติช่วงเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.62 - &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแนวทางปฏิบัติในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้หารือร่วมกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี โดยให้ยกเลิกมติ ครม.ที่เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติของข้าราชการเมื่อวันที่ 17 ต.ค.43, 9 ต.ค.50 และ 12 ก.พ.51 โดยให้ยึดแนวทางใหม่ 6 ข้อ ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่และลูกจ้างในสังกัดของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ และสนับสนุนการดำเนินการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อได้รับการร้องขอจาก กกต. ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างในสังกัดทุกประเภท ทุกระดับทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นวางตัวเป็นกลางทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นับแต่มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. จนถึงวันเลือกตั้ง การแต่งตั้ง โยกย้าย ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทุกประเภทและทุกระดับ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้พิจารณาเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
4.ให้ข้าราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐ ให้การสนับสนุนสถานที่เพื่อใช้เป็นสถานที่ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. รวมทั้งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ให้หน่วยงานทุกฝ่ายตามข้อ 4 สนับสนุนเกี่ยวกับสถานที่ ปิดประกาศ และที่ติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้เพียงพอและเท่าเทียมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ให้มีการสนธิกำลังระหว่างทหาร ตำรวจ พลเรือน และอาสาสมัครด้านความปลอดภัยเพื่อให้การคุ้มครองประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งได้รับความปลอดภัย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. บรรดารัฐมนตรได้สอบถามเกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ช่วงเลือกตั้ง โดยนายกฯเน้นย้ำให้ระมัดระวังในการวางตัวและไม่ควรพูดโจมตีนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28380</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ประชุมครม., พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค, รองโฆษกรัฐบาล, วางตัวเป็นกลาง, แนวทางปฏิบัติข้าราชการช่วงเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b2108e985a95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อน!โฆษกฯแจง&quot;13หมูป่า&quot;ทัวร์สหรัฐ-อาร์เจนตินา  ไอโอซี-เอกชนไทย ควักกระเป๋าให้ รัฐบาลไม่ได้จ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ต.ค.61- &amp;nbsp;คณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ กรณีถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชี้แจงกรณี 13 ชีวิตหมูป่า เดินทางร่วมกิจกรรมสหรัฐอเมริกา-สาธารณรัฐอาร์เจนตินาไอโอซี-ภาคเอกชนไทยและต่างประเทศ สนับสนุนค่าใช้จ่าย ยืนยันการเดินทางครั้งนี้ ไม่มีการนัดเจรจาผลประโยชน์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่อนโลกโซเชียล กรณี13 ชีวิต หมูป่าอะคาเดมี &amp;nbsp;เดินทางไปสหรัฐอเมริกาและอาร์เจนตินา &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 4-13ต.ค.2561 &amp;nbsp; พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค โฆษกคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ กรณีถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย &amp;nbsp;ก็ออกมาชี้แจงว่า &amp;nbsp;ตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าว &amp;ldquo;13 ชีวิต หมูป่าอะคาเดมี ขอบคุณชุมชนโลก&amp;rdquo; เดินทางเข้าร่วมพิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อนและร่วมกิจกรรมการประชุมสามัญของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล &amp;nbsp;หรือ ไอโอซี ณ กรุงบัวโนสไอเรส สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ตามคำเชิญของนายโธมัส บาค ประธานกรรมการโอลิมปิกสากล และเดินทางเข้ารับรางวัล Asia Game Changer Awards ตามคำเชิญของสมาคม Asia Society Association และเข้าร่วมกิจกรรมขอบคุณชาวโลกและแลกเปลี่ยนทางศิลปวัฒนธรรมร่วมกับเยาวชนในท้องถิ่น ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในการเดินทางไปร่วมงานกิจกรรมในต่างประเทศ สำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้รับการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ดังนี้&amp;nbsp;
1. การเดินทางเข้าร่วมพิธีเปิด มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อน ณ กรุงบัวโนสไอเรส สาธารณรัฐอาร์เจนตินา ได้รับการสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งหมด จากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี ซึ่งเป็นผู้เชิญเข้าร่วมกิจกรรมและคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการโอลิมปิกสากล ร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กับคณะ 13 ชีวิต หมูป่าอะคาเดมี คณะผู้ปกครอง และคณะร่วมเดินทาง ซึ่งการเชิญครั้งนี้เนื่องจากทาง ไอโอซี เห็นว่า 13 ชีวิต หมูป่าอะคาเดมี เป็นนักกีฬาฟุตบอลที่เป็นตัวอย่างของนักกีฬาที่ดี มีความสามัคคี มีระเบียบวินัย มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ จะเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจและแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนอื่นๆ ทั่วโลกได้&amp;nbsp;
2. การเดินทางไปเข้ารับรางวัล Asia Game Changer Awards ตามคำเชิญของสมาคม Asia Society Association ผู้เชิญเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร (ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในปัจจุบัน) เป็นผู้เข้ารับรางวัลในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยมีนายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก และเด็กชายอดุลย์ สามอ่อน ร่วมเป็นสักขีพยาน
3. การเข้าร่วมกิจกรรมขอบคุณชาวโลกและแลกเปลี่ยนทางศิลปวัฒนธรรมและกีฬาร่วมกับเยาวชนในท้องถิ่น ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เป็นไปตามคำเชิญและได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนไทยในสหรัฐอเมริกาและภาคเอกชนของสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;
โฆษกฯชี้แจงอีกว่า การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในด้านต่างๆ อาทิ วัฒนธรรม ความร่วมมือ ความมีน้ำใจ เอื้ออาทร การรู้รักสามัคคี รวมทั้งการบริหารจัดการปัญหาหรือสถานการณ์ภัยพิบัติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ประกอบกับเดือนตุลาคม 2561อยู่ในช่วงปิดภาคการศึกษา จึงไม่กระทบต่อการเรียนการสอน
นอกจากนี้ การเดินทางของคณะ 13 ชีวิต หมูป่าอะคาเดมี คณะผู้ปกครองและคณะร่วมเดินทางยังได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณและสิ่งของจากภาคเอกชนไทย อาทิ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ สนับสนุนตั๋วเครื่องบินในการเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-เชียงรายให้กับคณะทั้งหมด True Vision สนับสนุนซิมโทรศัพท์ต่างประเทศให้คณะเดินทาง รวมถึง บริษัทไทยประกันชีวิตและบริษัทแกรนด์สปอร์ต สนับสนุนเสื้อผ้า กระเป๋าเดินทางและอุปกรณ์ต่างๆ ให้แก่คณะเดินทาง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเดินทางของคณะ 13 ชีวิต หมูป่าอะคาเดมี คณะผู้ปกครอง ซึ่งเดินทางไปยังสาธารณรัฐอาร์เจนตินาและสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 4 &amp;ndash; 13 ตุลาคม 2561 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรมเท่านั้น โดยไม่มีการนัดหมายเจรจาผลประโยชน์ของ 13 ชีวิต หมูป่าอะคาเดมีกับเอกชนรายใดทั้งสิ้น&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ กรณีถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และทีมสหวิชาชีพจากจังหวัดเชียงรายร่วมเดินทางกับคณะ เพื่อประสานงาน ดูแลอำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็นเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19084</URL_LINK>
                <HASHTAG>13หมูป้าไปสหรัฐ-อาร์เจน, พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค, ไอโอซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b2108faa32fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น3เขื่อนใหญ่พร่องนํ้า!20จว.เสี่ยงจม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศูนย์ ฉก.รัฐบาล&amp;quot; ออกประกาศฉบับแรก เตือน 5 อำเภอ จ.เพชรบุรี รับมือน้ำท่วม ก่อนช่วงค่ำพลิก เชื่อเขื่อนแก่งกระจานรับมือได้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ห่วงสถานการณ์ สั่งทุกหน่วยพร้อมรับมือ กำชับ ทร.ส่งกำลังพลและเรือเร่งผลักดันน้ำ &amp;quot;สทนช.&amp;quot; นัดทุกหน่วยประชุมแผนระบายน้ำ 3 เขื่อนใหญ่ 6 ส.ค.นี้ &amp;quot;ปภ.&amp;quot; &amp;nbsp;แจ้ง 20 จว.เสี่ยงเฝ้าระวังเกิดอุทกภัยฉับพลัน &amp;quot;กทม.&amp;quot; มั่นใจเอาอยู่ &amp;quot;โพล&amp;quot; เผย ปชช.เสนอรัฐเตรียมแผนรองรับภัยพิบัติทุกรูปแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายสำเริง แสงภู่วงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ ออกประกาศฉบับที่ 1/2561 เรื่องสถานการณ์แม่น้ำเพชรบุรี ระบุว่า ด้วยมีฝนตกหนักต่อเนื่องในลุ่มน้ำเพชรบุรีบริเวณเหนือเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ช่วงระหว่างวันที่ 19-20 ก.ค.2561 ส่งผลให้มีน้ำไหลหลากเข้าเขื่อนอย่างรวดเร็ว มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณน้ำล้นทางระบายน้ำล้นของเขื่อนลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในวันนี้ (5 ส.ค.) เวลาประมาณ 24.00 น. โดยจะเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีตั้งแต่ท้ายเขื่อนแก่งกระจานจนถึงเขื่อนเพชรบุรี ประกอบด้วย 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแก่งกระจาน อำเภอบ้านลาด อำเภอท่ายาง อำเภอเมืองฯ และอำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดว่าจะถึงตัวเมืองเพชรบุรีตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. เป็นต้นไป โดยระดับน้ำจะสูงกว่าตลิ่งประมาณ 10-15 ซม. ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมชลประทาน ผู้ว่าราชการจังหวัด และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมเผชิญเหตุ และแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำเพชรบุรี เตรียมรับสถานการณ์และเฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเพชรบุรีไหลเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&amp;quot; ท้ายประกาศศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลาประมาณ 20.00 น. พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ส่งข่าวเข้าในห้องไลน์สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ ได้รับรายงานล่าสุดจากอธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดดูแลบริหารจัดการน้ำเขื่อนแก่งกระจาน พบว่าในช่วงนี้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเฉลี่ย 21 ล้าน ลบ.ม/วัน หรือ 245 ลบ.ม/วินาที ส่วนอัตราการระบายน้ำสูงสุดของอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉิน (สปิลเวย์) 1,380 ลบ.ม/วินาที มากกว่า 5 เท่าของปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อน ดังนั้นไม่ล้นสันเขื่อนหรือ overtop แน่นอน รวมทั้งตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง มีการติดตั้งเครื่องมือวัดพฤติกรรมเขื่อน และการตรวจสอบบำรุงรักษาตามข้อกำหนดอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ที่เขื่อนแก่งกระจาน สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำเมื่อวันที่ 5 ส.ค.61 เวลา 06.00 น. มีปริมาณน้ำ 701.36 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100% ปริมาณน้ำไหลเข้า 21.04 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออก 9.61 ล้าน ลบ.ม. แนวโน้มจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านทาง ระบายน้ำล้นลงแม่น้ำเพชรบุรี ในวันนี้ (5 ส.ค.61) ยังคงมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างอย่างต่อเนื่อง คาดว่าระดับน้ำจะสูงถึงสันทางระบายน้ำล้นคืนวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติยังระบุว่า ในส่วนที่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำ 648 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 101% ปริมาณน้ำไหลเข้า 6.39 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออก 3.80 ล้าน ลบ.ม. แนวโน้มจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างลดลง และจะเพิ่มการระบายน้ำเป็น 4.15 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันสภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำยังคงปกติ คาดว่าจะไม่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากไม่มีน้ำล้นตลิ่ง การบริหารจัดการน้ำ ควบคุมการระบายน้ำออกจากเขื่อน 3.50 ล้าน ลบ.ม. และเพิ่มการระบายน้ำโดยวิธีกาลักน้ำ และเครื่องสูบน้ำอีก 0.3 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้ การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ มีการแจ้งและให้ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดสกลนคร บึงกาฬ นครพนม ซึ่งลําน้ำอูนและลําน้ำสงครามไหลผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ มีปริมาณน้ำ 7,403 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 84 % ปริมาณน้ำไหลเข้า 89.29 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออก 36.00 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างมีแนวโน้มลดลง สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำยังคงปกติ ทั้งนี้ ปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มไม่ล้นตลิ่ง แต่อาจส่งผลกระทบต่อบริเวณรีสอร์ตที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย โดยการบริหารจัดการน้ำ ได้มีการทยอยเพิ่มการระบายน้ำให้เป็น 43 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ภายในวันที่ 6 ส.ค. การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ มีการแจ้งให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตามลําน้ำแควน้อยให้ทราบถึงแผนการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำ
บิ๊กตู่ห่วง &amp;#39;แก่งกระจาน&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำ/ลำน้ำ โดยแม่น้ำสายสำคัญ ที่ภาคเหนือ ประกอบด้วย ลําน้ำน่าน อําเภอเวียงสา จังหวัดน่าน มีแนวโน้มสูงขึ้น ให้เฝ้าระวัง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลําน้ำสายใหญ่ เริ่มมีระดับน้ำลดลง แต่ยังมีน้ำล้นตลิ่งในบางแห่ง ในลําน้ำยัง บริเวณจังหวัดร้อยเอ็ด ลําเซบาย บริเวณจังหวัดยโสธร และลําน้ำสงคราม บริเวณจังหวัดนครพนม, ภาคกลางและภาคใต้ ปริมาณน้ำในลําน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนแม่น้ำระหว่างประเทศคือ แม่น้ำโขง ปริมาณน้ำในแม่น้ำที่ไหลจากประเทศจีนยังคงที่ แต่ฝนที่ตกสะสมในประเทศลาว ทำให้ยังมีมวลน้ำไหลลงมายังแม่น้ำโขง ส่งผลให้ระดับน้ำล้นตลิ่งบริเวณจังหวัดนครพนม สูง 34 ซม. มุกดาหาร 36 ซม. และอุบลราชธานี 45 ซม. ทั้งนี้ ระดับน้ำในลําน้ำโขงมีแนวโน้มสูงขึ้น ให้เฝ้าระวังในบริเวณดังกล่าวเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำในเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังจากที่ได้รับทราบรายงานว่าปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น เพราะมีฝนตกอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน และมีโอกาสที่น้ำจะล้นสปิลเวย์หรือทางน้ำล้น และไหลเข้าสู่เขื่อนเพชรบุรีและตัวเมืองเพชรบุรี ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตลอดเส้นทางของน้ำจะทำให้น้ำไหลลงข้างทาง ซึ่งอาจจะกระทบบ้านเรือนริมทางน้ำ รีสอร์ต และพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน และ อ.ท่ายาง โดยภาพรวมคาดว่าระดับน้ำในปีนี้จะสูงมากกว่าปีก่อนโดยอยู่ที่ประมาณ 80 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร และจะส่งผลให้น้ำท่วมขังราว 1-2 เดือน ซึ่งนานกว่าปีก่อนที่ขังนาน 1 เดือน&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ผ่านกระทรวงมหาดไทย ให้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยขนย้ายทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูง และวางแผนการดำเนินชีวิตในช่วงที่น้ำท่วม ส่วนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้เตรียมดูแลทั้งเรื่องเส้นทางคมนาคม การสาธารณสุข โรงพยาบาล ไฟฟ้า ประปา รวมถึงจุดอพยพประชาชนและการจัดหาอาหารและสิ่งของที่จำเป็นให้พร้อม
เร่งระบายน้ำ 3 เขื่อนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระหว่างนี้กรมชลประทานได้เร่งพร่องน้ำออกจากเขื่อน ส่วนจุดที่มีคันกั้นน้ำก็จะลดระดับเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลออก ช่วยบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเรือน รีสอร์ต และพื้นที่การเกษตร นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้ส่งเรือผลักดันน้ำและกำลังพลลงไปช่วยดำเนินการในพื้นที่โดยเร่งด่วน&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะประธานการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ คณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จะประชุมสรุปข้อเสนอแผนระบายน้ำและแผนรองรับผลกระทบที่ให้กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กลับไปปรับปรุงแผนการระบายน้ำใน 3 เขื่อนขนาดใหญ่ ที่มีปัญหาน้ำเกินระดับการบริหารจัดการร้อยละ 90-100 จนปริมาณน้ำทางน้ำล้น (Spillway) คือ เขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร, เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และเขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี โดยให้เร่งระบายน้ำหรือพร่องน้ำออกจากเขื่อนภายใน 10 วัน ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนใหม่ และมีพื้นที่อาจกระทบต่อประชาชนที่อยู่ท้ายน้ำและริมน้ำบางพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติกล่าวถึงแผนระบายน้ำเขื่อนแก่งกระจานว่า จะยังใช้ 2 ทางคือ ระบายลงเขื่อนเพชร และระบายลงแม่น้ำเพชรบุรี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบบริเวณ อำเภอท่ายาง แก่งกระจาน บ้านลาด อำเภอเมืองฯ และอำเภอบ้านแหลม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดการณ์ปริมาณน้ำจะไหลเข้าพื้นที่ตัวเมืองเพชรบุรีจะยืดเวลาออกไปเช่นกัน หลังระดมระบายน้ำจากเขื่อนแก่งกระจานออกไปได้มากขึ้น ในเบื้องต้นยังคงเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนเพชร เพื่อเตรียมรับน้ำใหม่ที่จะล้นจากเขื่อนแก่งกระจาน โดยประเมินว่าในปีนี้ตั้งแต่เขื่อนแก่งกระจานถึงเขื่อนเพชร จะเกิดน้ำท่วมประมาณ 1-2 เดือน เพราะปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์เดียวกับปี 2560&amp;quot; เลขาฯ สทนช.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เพชรบุรี นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่คลองกะลาตาย บ้านคลองยอ หมู่ 2 บ้านม่วงงาม ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เพื่อสำรวจและนำแบ็กโฮขุดลอกเปิดทางน้ำที่ล้นมาจากแม่น้ำเพชรออกทางประตูระบายน้ำคลองกะลาตาย โดยน้ำจะไหลผ่านตำบลถ้ำรงค์ ตำบลท่าเสน ตำบลไร่มะขาม ตำบลดอนยาง ตำบลนาพันสาม ออกสู่คลอง D 18 และลงสู่ทะเล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เครือข่ายภาคประชาชนได้เสนอคลองห้วยกะลาตาย ที่ปัจจุบันมีวัชพืชขึ้นรกทึบ และเป็นคลองดิน แต่คลองดังกล่าวจะสามารถช่วยระบายน้ำได้ จึงเข้ามาช่วยสนับสนุนทางจังหวัดในเรื่องของรถแบ็กโฮเพื่อใช้ในการขุดลอกคลองห้วยกะลาตาย เพื่อให้น้ำได้ระบายได้อีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งจะระบายน้ำได้ในอัตรา 10 ลบ.ม/วินาที ซึ่งจะช่วยในตัวเมืองได้เยอะ โดยน้ำจะออกผ่านท่าเสนไปถึงคลอง D18 อีกทั้งยังมี อีก 2 พื้นที่ที่สามารถดำเนินการในลักษณะเดียวกันได้คือ คลอง D25 ซึ่งมีพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างช่องสะแก &amp;nbsp;โพธิ์พระ บางจาน ปากทะเล และบางแก้ว ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการขุดลอกวัชพืชและผักตบชวา เพื่อเปิดช่องทางให้น้ำไหลออกสู่ทางทะเลได้เร็วขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวถึงสาเหตุเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี น้ำล้นเขื่อนอย่างรวดเร็วว่า สืบเนื่องมาจากการบุกรุกป่าตามแนวชายแดน มีการเปิดพื้นที่ป่าสมบูรณ์ ในพื้นที่ป่าต้นน้ำเพชรบุรี บริเวณใจแผ่นดิน ห้วยสามแพ่ง บางกลอยบน และห้วยเต่าดำ พบการเปิดพื้นที่ป่า อย่างต่อเนื่องทำให้ฝนที่ตกมา ถึงแม้จะไม่มาก แต่ป่าที่ถูกเปิดไม่สามารถเก็บซับน้ำไว้ได้ เมื่อฝนตกปริมาณน้ำฝนที่ตกก็จะไหลลงตามแม่น้ำเพชรเข้าเขื่อนอย่างรวดเร็ว จนทำให้ปริมาณน้ำเข้าเติมเต็มอย่างเร็วกว่าปกติ
เตือน 20 จว.เสี่ยงรับมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) กล่าวว่า กอปภ.ก.ได้สั่งให้จังหวัดเสี่ยงภัยจำนวน 20 จังหวัด แยกเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง ได้แก่ เพชรบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี จังหวัดริมแม่น้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อุบลราชธานี รวมทั้งพื้นที่ฝั่งอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์คลื่นลมแรง ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือภาวะอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรงในระยะนี้ โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสภาพอากาศ ตรวจวัดปริมาณฝน สังเกตการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม.ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและภาคกลางอยู่ในระดับปกติ ขณะที่ปริมาณน้ำภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีค่อนข้างมาก สำหรับข้อกังวลว่าปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีจำนวนมาก และจะส่งผลกระทบในพื้นที่ภาคอีสานจะกระทบต่อพื้นที่ กทม.นั้น กทม.ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบในช่วงนี้ เนื่องจากเขื่อนแก่งกระจานจังหวัดเพชรบุรี หากน้ำเอ่อล้นก็จะกระทบทางภาคตะวันตก ปริมาณน้ำจะไหลลงออกสู่ทางภาคใต้และฝั่งตะวันตก ส่วนเขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร ที่มีปริมาณน้ำเริ่มวิกฤติ น้ำจะไหลออกสู่แม่น้ำโขง จึงช่วยเสริมความมั่นใจให้ กทม.ในระดับหนึ่ง ว่าน้ำจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 6 เรื่อง &amp;quot;คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย&amp;quot; ระบุว่า ในช่วงวันที่ 5-9 ส.ค.61 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;quot;ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีภัยพิบัติจากน้ำท่วม&amp;quot; พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 47.99 ระบุเป็นภัยธรรมชาติ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่ ควบคุมได้ยาก รองลงมาร้อยละ 34.26 ระบุภาครัฐควรหาแนวทางป้องกัน วิธีการรับมือ มีระบบเตือนภัยที่ดี &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามที่ว่า ประชาชนคิดว่าสาเหตุของภัยพิบัติจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม พบร้อยละ 64.01 มาจากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตัดไม้ทำลายป่า และร้อยละ 40.41 ระบุสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ภาวะโลกร้อน ส่วนคำถามที่ว่า ประชาชนคิดว่าควรมีวิธีป้องกันภัยพิบัติจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม อย่างไร พบร้อยละ 54.82 เสนอปลูกป่า ปลูกพืชคลุมดิน ไม่ทำลายป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น และร้อยละ 34.84 ระบุบริหารจัดการน้ำให้เป็นระบบ กักเก็บ และผันน้ำให้มีปริมาณเหมาะสม &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข้อเสนอแนะ/สิ่งที่อยากบอกรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ร้อยละ 43.14 ระบุให้สำรวจความเสียหาย จัดส่งอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ สิ่งที่ต้องการอย่างเร่งด่วน รองลงมาร้อยละ 36.60 ระบุกำหนดให้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นวาระสำคัญ เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14759</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร, พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มานะ เพิ่มพูล, สมพงษ์ เวียงแก้ว, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, สำเริง แสงภู่วงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขื่อนวชิราลงกรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180805/image_big_5b6714fe4246f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
