<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 19:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ฉก.นราธิวาสล่องเรือใช้ภาษาถิ่นรณรงค์ปชช.ป้องกันโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.63-พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส พร้อมพ.อ.ไพศาล หนูสังข์ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส และ พ.ท.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผบ.แก.นราธิวาส 30 ได้ร่วมนั่งเรือลาดตระเวน ร้อยป้องกันชายแดนที่ 2 พร้อมเครื่องขยายเครื่องล่องแม่น้ำสุไหงโก-ลก จากพื้นที่ อ.ตากใบ จรด อ.สุไหงโก-ลก ทำการประชาสัมพันธ์ด้วยเสียงภาษาไทยและภาษายาวี เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก ร่วมมือร่วมใจกันสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เนื่องจากพื้นที่ตลอดแนวชายแดนในช่วงที่ผ่านมา มักจะมีคนไทยที่ตกค้างอยู่ในรัฐต่างๆของประเทศมาเลเซีย มักจะหาโอกาสแอบเล็ดรอดเดินทางข้ามประเทศ โดยที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการคัดกรอง และนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ปัจจุบันพบว่ามีชาวบ้านที่ผ่านการคัดกรอง ถูกกักตัวเพื่อดูอาการเป็นจำนวนมาก จากการเดินทางข้ามมาจากประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.สมดุลย์ ยังได้นั่งเรือลาดตระเวนทำการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชน ที่มีเครือญาติตกค้างในประเทศมาเลเซียอีกเป็นจำนวนมาก ได้รับทราบว่าเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้นิ่งนอนใจอยู่ในระหว่างการปรึกษาหารือทุกวิถีทาง เพื่อที่จะช่วยเหลือกลับภูมิลำเนาทุกคน ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทเพราะทุกคนคือคนไทยเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ พ.ท.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ซึ่งได้มอบหมายให้ พ.ต.สุกฤษฐ์ กาญจนคลอด รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 พร้อมกำลังพลที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สามารถพูดและสื่อสารด้วยภาษายาวี ลงพื้นที่พร้อมรถยนต์ติดเครื่องขยายเสียง เป็นข้อความภาษาไทยและภาษายาวี ในประชาชนมีจิตสำนึกและร่วมมือร่วมใจกัน สกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 พร้อมทั้งการแจกแผ่นพับข้อความเป็นภาษไทยและยาวี พร้อมทั้งได้ถือโอกาสการทำการประเมินพี่น้องประชาชน และพบว่าร้อยละ 90 ประชาชนตื่นตัวและตระหนักเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อวัสโควิด 19 โดยเห็นได้จากการสวมใส่หน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัย ที่ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ตระเวนแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.สมดุล ได้ถือโอกาสเดินทางให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทหารที่ถูกส่งตัวมาปฏิบัติหน้าที่ตามจุดตรวจจุดสกัด และตามตะเข็บตลอดแนวพรมแดนด้าน อ.สุไหงโก-ลก และตากใบ ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.กรมทหารพรานที่ 48 และ ชุดป้องกันชายแดนที่ 3 ได้สลับผลัดเปลี่ยนกันเดินลาดตระเวน ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด ก่อนที่จะมีการมอบหน้ากากอนามัยและเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62204</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉก.นราธิวาส, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89cc345aaf3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงสนั่นเขาตะเว ดับผู้ก่อเหตุ5ศพ ผงะ!จ่อบึ้มใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารปะทะเดือดกลุ่มบีอาร์เอ็นที่เทือกเขาตะเว อ.เจาะไอร้อง ก่อนเด็ดชีพผู้ก่อเหตุได้ 5 ราย ยึดอาวุธสงครามอีก 7 กระบอก ระเบิดอื้อคาดเตรียมก่อเหตุใหญ่ พร้อมเปิดปฏิบัติการไล่ล่าผู้หลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.10 น. วันอาทิตย์ที่ 23 ก.พ. พ.อ.ทรงเดช สุกนุ้ย ผู้บังคับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษนราธิวาส ได้ร่วมสนธิกำลังจำนวน 5 ชุด ขึ้นพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อนตัวและแหล่งพักพิงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงบนเทือกเขาตะเว ช่วงบริเวณบ้านไอสะเตียร์ ม.8 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส โดยได้เปิดยุทธการกดดันไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงตั้งแต่ในช่วงคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งพบบุคคลต้องสงสัย 7-8 คน กระจายกำลังอยู่บนเทือกเขา เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ฝ่ายตรงข้าม เมื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ส่งสัญญาณและใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นานกว่า 20 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่จึงได้เคลียร์พื้นที่ พบกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 5 คน พร้อมทั้งได้ตรวจยึดอาวุธปืนได้ 7 กระบอก แยกเป็นอาวุธปืนเอ็ม 16A1 จำนวน 5 กระบอก และอาวุธปืน HK33 จำนวน 2 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนและอุปกรณ์ยังชีพในป่าจำนวนหนึ่ง ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้ติดตามไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่สามารถอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ พร้อมกันนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเคลียร์พื้นที่จุดเกิดเหตุ และตรวจสอบกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เสียชีวิตทั้ง 5 คนว่าเป็นบุคคลใดบ้าง และมีประวัติในทำเนียบแฟ้มบุคคลที่ก่อเหตุความมั่นคงพื้นที่ใดบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้แจ้งประสานไปยัง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับทราบ ก่อนประสานไปยัง พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เพื่อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรในแต่ละ สภ.ที่มีเขตพื้นที่รอยต่อกับ อ.เจาะไอร้อง ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่ขับขี่ยานพาหนะทุกชนิด สกัดกั้นไม่ให้สมาชิกของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงแอบนำยานพาหนะมารับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีลงจากเทือกเขา และอาจหนีพื้นที่ราบหรือหมู่บ้าน รวมทั้งได้ขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ พบเห็นผู้ต้องสงสัยที่อาจเป็นกลุ่มคนร้ายแจ้งความเคลื่อนไหวให้เจ้าหน้าที่ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเวลาใกล้กัน ร.ต.อ.กอบเกียรติ มณีโชติ ร้อยเวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งจาก ฉก.พท.48 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ว่ามีเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารพรานกับแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จว.นราธิวาส และชุดเก็บกู้ระเบิดเข้าไปยังที่เกิดเหตุ แต่เมื่อไปถึงเชิงเขาไม่สามารถเข้าที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากกำลังจาก ฉก.ทพ.48 ยังคงปิดล้อมเทือกเขา และยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติการไล่ล่าปิดล้อมพื้นที่เทือกเขาตะเวทั้งหมด และมีการส่งเฮลิคอปเตอร์ติดกันชิปบินร่วมปฏิบัติการกับกองกำลังภาคพื้นที่ เพื่อติดตามแนวร่วมที่ยังคงหลบหนีในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.สมดุลย์ระบุว่า พล.ท.พรศักดิ์ได้ให้กำลังทหารพรานจาก ฉก.พท.45, 48 และ 49 สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการในเทือกเขาตะเว ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. เนื่องจากสายข่าวแจ้งว่ามีกำลังของขบวนการบีอาร์เอ็นเคลื่อนไหวอยู่ จึงส่งกำลังเข้าปิดล้อม จนเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 23 ก.พ. กำลังส่วนหน้า ซึ่งลาดตระเวนถึงเทือกเขาบ้านไอสะเดียร์ถูกแนวร่วมบีอาร์เอ็นเปิดฉากยิงใส่ จึงปะทะกันนาน 20 นาที ก่อนที่บีอาร์เอ็นแยกย้ายกันหลบหนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบล่าสุด พบอาวุธปืนเอ็ม 16A จำนวน 1 กระบอก ถูกปล้นจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 ส่วนปืน HK33 นั้นมีหนึ่งกระบอกที่มีหมายเลขประจำปืน 151523 พบว่าเป็นอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนประจำฐานปฏิบัติการชุด ชคต.ร่มไทร ที่กลุ่มคนร้ายได้ขโมยไปหลังจากที่บุกโจมตีฐานเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2563 จึงเชื่อว่าคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวที่เข้าโจมตี อส.ชคต.ร่มไทร ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุอื่นๆ ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังตรวจยึดระเบิดและอุปกรณ์ประกอบระเบิดในเป้สนามอีก 15 ใบ โดยคาดว่าคนร้ายเตรียมก่อเหตุขนาดใหญ่ในพื้นที่ แต่เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ก่อน ซึ่งสามารถระงับการสูญเสียขนาดใหญ่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เจ้าหน้าที่วิสามัญฯ เสียชีวิตทั้ง 5 รายนั้น เป็นกลุ่มของนายชุลกิฟลี มานะ ผู้ต้องหาหลบหนีหมาย ป.วิ อาญา ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายกำลังตรวจสอบ เนื่องจากไม่มีเอกสารหลักฐานใดๆ บ่งบอกว่าเป็นใคร แต่คาดว่าในเบื้องต้น 1 ใน 5 คือนายยากี เวาะงอย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงหลายคดี&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ประกาศไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้าไปในเทือกเขาตะเวและเทือกเขานางจันทร์ เพื่อหาของป่าตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57992</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.ทรงเดช สุกนุ้ย, พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, ร.ต.อ.กอบเกียรติ มณีโชติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e527fd4b442e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงค่ายปิเหล็ง วันครบรอบ &#039;ปล้นปืน&#039;ปี47</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจรใต้ป่วน ปล้นรถยนต์ใช้เป็นพาหนะยิงถล่มค่ายปิเหล็ง ในวันครบรอบวันปล้นปืนเมื่อปี 47 ก่อนทิ้งรถหนี เจ้าหน้าที่สอบพบลายนิ้วมือแฝงเพียบ แม่ทัพภาค 4 โล่งคนร้ายไม่เอารถไปทำคาร์บอมบ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ม.ค.63 พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส, พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส, พ.อ.เอกพล เลขนอก ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 48, เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ. กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ร่วมเดินทางไปที่บริเวณสวนยางพาราบ้านปิเหล็งเหนือ ม.6 ต.มะรือโบออก เพื่อตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บท 8899 ปัตตานี ที่คนร้ายได้นำมาจอดทิ้งไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 48 ได้ตรวจสอบพบในเวลา 01.00 น.ของวันอาทิตย์ หลังจากที่คนร้ายจำนวน 5-6 คนได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นพาหนะในการใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่กองรักษาการณ์ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง ในเวลา 21.45 น.ของคืนวันที่ 4 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบรถยนต์กระบะคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบลายนิ้วมือแฝงเป็นจำนวนมากที่ติดอยู่บริเวณพวงมาลัย ประตูทั้ง 2 ข้าง และบริเวณภายในห้องโดยสาร รวมทั้งบริเวณขอบกระบะบรรทุกหลัง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส จึงได้ทำการเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ก่อนที่จะนำรถยนต์ของกลางไปเก็บไว้ที่ สภ.เจาะไอร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นป้อมกองรักษาการณ์ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งอยู่ ม.7 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง โดยกองรักษาการณ์มีสภาพกระจกและฝาผนังด้านหน้ามีร่องรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนด้านหลังของอาคารกองรักษาการณ์ เจ้าหน้าที่พบลูกกระสุนปืนเอ็ม 79 ของคนร้ายที่ยิงใส่กองรักษาการณ์ แล้วพลาดเป้ามาตกอยู่ด้านหลัง จำนวน 1 ลูก นอกจากนี้ที่บริเวณถนนหน้าค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เจ้าหน้าที่พบคนร้ายได้โปรยตะปูเรือใบไว้บนถนนเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงเวลา 20.30 น.ของคืนวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายจำนวน 5 ถึง 6 คน แต่งกายชุดดำ ใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์ แบบตอนเดียว ทะเบียน บท 8899 ปัตตานี ของห้างหุ้นส่วนจำกัด เซาท์สยาม มีเดียแอนด์ปริ้นติ้ง บนถนนในหมู่บ้านปะลุกา ม.3 ต.โฆษิต อ.ตากใบ ซึ่งมีนายแวมาเซ็ง หะยีแวน เป็นคนขับ และนายฮาเซ็ม เจ๊ะมะ นั่งคู่กันมา โดยคนร้ายได้จับนายแวมาเซ็งและนายฮาเซ็ม มีดมือไขว้หลังและใช้กระดาษกาวย่นปิดปาก ก่อนนำทั้ง 2 คนไปทิ้งไว้ในสวนปาล์มของชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวออกจากพื้นที่ อ.ตากใบ ใช้เส้นทางสายในทะลุ อ.เจาะไอร้อง โดยมีคนร้ายจำนวนหนึ่งนั่งกระบะหลัง เมื่อผ่านถนนหน้าค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ คนร้ายที่ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะได้ชะลอความเร็วรถ ให้คนร้ายที่นั่งกระบะหลังใช้อาวุธปืนสงครามนานาชนิดยิงใส่อาคารกองรักษาการณ์จำนวน 2 ชุดใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นอาวุธปืนเอ็ม 79 ที่ลูกกระสุนด้านแล้ว พลาดเป้าไปตกอยู่ที่บริเวณด้านหลังของป้อมกองรักษาการณ์ จากนั้นคนร้ายได้รีบขับรถยนต์กระบะหลบหนีไป พร้อมทั้งได้โปรยตะปูเรือใบเพื่อป้องกันการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปจอดทิ้งไว้ที่สวนยางพาราของชาวบ้าน ซึ่งตั้งอยู่บ้านปิเหล็งเหนือ ม.6 ต.มะรือโบออก ซึ่งห่างจากค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ประมาณ 4 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.นรินทร์เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์วันครบรอบ 16 ปี เหตุปล้นปืนค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เผยว่า จากการตรวจสอบพบว่ารถดังกล่าวเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บท 8899 ปัตตานี ได้ถูกคนร้ายดักปล้นไปที่บริเวณ บ.ปะลุกา ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และได้จับเจ้าของรถมัดมือและเท้าไว้ในรถยนต์ ก่อนที่จะนำไปก่อเหตุยิงค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งด่านตรวจสกัดจับในทุกเส้นทาง เพื่อเป็นการสกัดการเคลื่อนไหวของคนร้ายที่ก่อเหตุ จนเจ้าหน้าที่สามารถติดตามรถยนต์ พบว่าหลังคนร้ายก่อเหตุแล้วได้นำไปจอดทิ้งไว้ในสวนปาล์ม พื้นที่ ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ ต้องให้กำลังใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ที่ประสานการปฏิบัติช่วยกันติดตามรถยนต์คันดังกล่าว อีกทั้งการตั้งด่านตรวจตามแผนปฏิบัติการ ก็เป็นการจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ จนนำรถยนต์ไปจอดทิ้งไว้ ไม่อย่างนั้นคนร้ายอาจจะนำรถยนต์คันดังกล่าวไปประกอบระเบิด เป็นคาร์บอมบ์ จนสร้างความสูญเสียได้&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า &amp;quot;ค่ายปิเหล็ง&amp;quot; ในตำบลปิเหล็ง อำเภอเจาะไอร้อง ครั้งนั้นทหารเสียชีวิต 4 นาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่าคนร้ายได้อาวุธปืนไป 413 กระบอก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยึดคืนมาได้ 94 กระบอก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53876</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี, พ.อ.เอกพล เลขนอก, พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200105/image_big_5e11f3af58916.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 20:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทกภัยสุไหงโกลกหนักประกาศเขตภัยพิบัติ 3 อำเภอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 ธ.ค. 62 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้เดินทางมายังศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่อาคารโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก โดยมีนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก และนางสุชาดา พันธุ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยให้การต้อนรับ โดยมีประชาชนที่ถูกน้ำท่วมขังบ้านเรือนมาอาศัยอยู่ จำนวน 28 ครัวเรือน รวม 123 คน จาก 3 ชุมชนที่มีระดับน้ำท่วมขังขั้นวิกฤติ โดยอยู่ในระดับ 180 ซ.ม. ที่มวลน้ำจากพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง ได้ไหลงมาสมทบในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งมีปริมาณน้ำล้นตลิ่งจากช่วงเช้าอยู่ในระดับ 1.69 ซ.ม. โดยเพิ่มระดับสูงขึ้นจากเดิมอย่างรวดเร็ว ซึ่งอยู่ในระดับ 1.89 ซ.ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และจากสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในขณะนี้ ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฏรและพื้นที่ทางการเกษตร ที่อยู่ในที่ราบลุ่ม 99 หมู่บ้าน 20 ตำบล 14 ชุมชน คือ อ.สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี สุคิรินและระแงะ และมีแนวโน้มจะสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนขยายเป็นวงกว้าง เนื่องจากยังคงมีแนวโน้มฝนที่จะตกลงมาอย่างหนักในอีก 1 ถึง 2 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส จึงได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติอุทกภัย 3 อำเภอ คือ อ.สุไหงโก-ลก สุคิรินและสุไหงปาดี เพื่อที่จะได้นำงบประมาณฉุกเฉินมาให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน และจะมีการพิจารณา อ.ระแงะ เป็นเขตประสบภัยพิบัติในโอกาสต่อไป ซึ่งอยู่ในระหว่างการสำรวจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และภายหลังนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ได้เยี่ยมให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ได้นั่งเรือยนต์ในการสำรวจสภาวะน้ำท่วม ที่บริเวณท่าเจ๊ะกาเซ็ง ซึ่งตั้งอยู่ ถ.เจริญเขต ซอย 5 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งมีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชนสูงโดยอยู่ในระดับ 1,70 ซ.ม. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลในการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ซ้ำซากต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51528</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม, นายเอกรัฐ หลีเส็น, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191201/image_big_5de3bf712a894.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบผัวเมียไลฟ์สด ขาย&#039;ยางกัญชา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;191 จู่โจมจับผัวเมียไลฟ์สดขายยางกัญชาผ่านสื่อออนไลน์ เผยเป็นที่นิยมของนักเที่ยวชาวไทย-ต่างชาติ กก.ละ 3 แสนบาท มีรายได้เดือนละ 1 ล้าน ด้านหลายจังหวัดแถลงผลงานปราบยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 70/178 &amp;nbsp;ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยประชาอุทิศ 113 เขตทุ่งครุ กทม. จับกุมนายสมพล ทับศรี และนางสาวภัสสร บุญเดช สามีภรรยา พร้อมกัญชาอัดแท่ง 27 แท่ง น้ำหนักราว 26 กิโลกรัม ยางกัญชาจำนวนหนึ่ง ขาตั้งกล้อง และอุปกรณ์ไลฟ์สด 1 ชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก. 191 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เบาะแสมีการไลฟ์สดขายยาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จึงสืบสวนจนพบผู้ต้องหานำเข้ากัญชาโดยผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้านมาพักไว้ในบ้านไม่มีเลขที่ ถนนประชาอุทิศ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ก่อนทยอยนำกัญชามาสกัดเป็นยางกัญชาที่บ้านอีกหลัง ในซอยประชาอุทิศ 113 แล้วไลฟ์สดขายออนไลน์ในกลุ่มลับ โดยจะย้ายบ้านเช่าไลฟ์สดขายกัญชาและยางกัญชาทุก 3 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่า ไลฟ์สดขายกัญชาแห้งหรือยางกัญชามากว่า 1 ปี มีรายได้หมุนเวียนถึง 1 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนยางกัญชาที่สกัดแล้วสามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 300,000 บาท นิยมในกลุ่มนักเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์มากกว่ากัญชาแห้ง ไม่มีสารนิโคติน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จ.สงขลา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ดุษฏี ชูสังกิจ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และ พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ของกลางยาบ้า 710,000 เม็ด มูลค่า 35.5 ล้านบาท ผู้ต้องหา 7 คน โดยเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองได้ตรวจยึดรถตู้โดยสาร พร้อมผู้ที่นั่งมาในรถ 7 คน โดยการข่าวก่อนหน้านี้ทราบว่าแก๊งค้ายาจะใช้รถตู้ขนยาเสพติดมุ่งหน้าสู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทำทีพาครอบครัวไปเที่ยวเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ผลการตรวจค้นพบยาบ้า 7.1 แสนเม็ด ซุกซ่อนในช่องลับใต้หลังคา จับกุมผู้ต้องหา 7 คน ประกอบด้วย นายมะแอ หะยีสะมะแอ อายุ 22 ปี, นายไซฟูเลาะ กาเจ อายุ 24 ปี, นายสะอารี วาโด อายุ 38 ปี, นายสาโรจน์ เจ๊ะยะหลี อายุ 42 ปี, นายซุปิยัง กาเจ อายุ 18 ปี, นายอูสมาน เปาะกาเดย์ อายุ 27 ปี และ น.ส.โซฟาร์ บือราเฮง อายุ 30 ปี ทั้งหมดมีภูมิลำเนาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุกดาหาร พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร, พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปกครอง ทหาร กกล.มุกดาหาร ตชด.234 ตำรวจน้ำ นรข. แถลงผลการกวาดล้างและปราบปรามอาชญากรรม จับกุมผู้ต้องหาได้ 113 คน ของกลาง ยาบ้า 146,490 เม็ด ไอซ์ 103 กรัม กัญชาแห้ง 79.408 กรัม กัญชาสด 25 ต้น อาวุธปืนแก๊ปยาวจำนวน 13 กระบอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุดรธานี พล.ต.ต.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี กับพวก แถลงจับกุมแก๊งยาเสพติดเครือข่าย &amp;quot;มันทุกเม็ด&amp;quot; ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ราชาซาตานเอ&amp;quot; ได้ผู้ต้องหา 2 คน คือนายพรชัย คำแดง อายุ 31 ปี นายสายัณห์ อะมะมูล อายุ 33 ปี พร้อมยาบ้า 10,100 เม็ด อาวุธปืน 1 กระบอก ยึดทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำและเงินสดมูลค่า 300,000 บาทเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอนแก่น พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น แถลงข่าวผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติด หลังสนธิกำลังร่วมตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และ ป.ป.ส. จับกุมผู้ต้องหาได้ 547 ราย ยาบ้า 129,441 เม็ด, กัญชา 446.58 กก., ไอซ์ 94.4 กรัม, อาวุธปืน 30 กระบอก พร้อมทั้งตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวม 1,048,269 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23125</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว, พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ, พล.ต.ต.ดุษฏี ชูสังกิจ, พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bfff0a0749ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
