<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;storage.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost มีอาการ &amp;quot;ช็อก&amp;quot; เหมือนทุกคนในสังคมไทยกับข่าวเฮลิคอปเตอร์ของ &amp;quot;เสี่ยวิชัย&amp;quot; เจ้าพ่อดิวตี้ฟรี &amp;quot;คิงเพาเวอร์&amp;quot; ตกที่ประเทศอังกฤษ หลังแมตช์การแข่งขันของสโมสรเลสเตอร์ซิตีที่เขาเป็นเจ้าของเมื่อคืนวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ...0 จนถึงเวลาที่บันทึกนี้ 16.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ก็ปาข้ามวันข้ามคืนแล้ว แต่กลับไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการว่า มีใคร ผู้ใด เป็นอะไรกันบ้าง หนักหนาสาหัสขนาดไหน ปล่อยให้มีการคาดเดาต่างๆนานา ความห่วงใย โศกเศร้าเลยกลายเป็นเมาธ์สารพัดแตกประเด็นไปสารพันทั่ววงการทั้งในบ้านเราและที่อังกฤษโน่น ...0 บางเรื่องที่ควรต้องรีบเปิดเผยกลับอึกๆ อักๆ บางเรื่องควรจะเฉยกลับตื่นเต้นตกใจ ยอดวิวของมิวสิกวิดีโอ &amp;quot;ประเทศกูมี&amp;quot; มันก็เลยกระฉูด นับเป็นครั้งแรกที่เห็นโพสต์ของ &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; พานทองแท้ ชินวัตร สอนมวย คสช.ได้ถูกหลักถูกการว่าด้วยกลยุทธ์การตลาด!! เพราะเพลงแรปเขาก็อยู่ในมุมสังคมแคบๆ ของเขา แต่ตอนนี้คนทั้งประเทศรู้จักเพลงแรปการเมืองเพลงนี้จนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์แล้ว ก็เพราะทหารกลายเป็นกระต่ายตื่นตูมนั่นแล ...0 แล้วที่โหนกระแสมาแรงด้วยจึงกลายเป็นเสียง.. อุ๊ย อุ๊ย อุ๊ย อุ๊ย อุ๊ย อุ๊ย ..โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ ...อิ๊ อิ๊ อิ๊ อิ๊ อิ๊ อิ๊ อิ๊ ... อ้าย อ้าย อ้าย อร๊าย เมื่อมีการเอามาเปรียบเทียบว่า แล้วเพลงลูกทุ่ง &amp;quot;ครางชื่ออ้ายแน&amp;quot; มันไม่เป็นภัยต่อสังคมหรือความมั่นคงของมนุษย์หรือจ๊ะ??? ...0 อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ ภูมิธรรม เวชยชัย บอกไม่รู้ไม่เห็นและไม่เกี่ยวเล้ยกับพรรคเพื่อไทย สำหรับเครือข่ายสาขาบริษัทลูกที่ชื่อ &amp;quot;พรรคไทยรักษาชาติ&amp;quot; ก็ว่ากันไป แต่เห็นคนนั่งแถวหน้าในวันประชุมเลือกหัวหน้าพรรคระบอบทักษิณแล้ว รู้สึกไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมบริษัททักษิณจำกัด ต้องออกลูกออกหลานตั้งพรรคอะไหล่เผื่อไว้ ...0 นึกว่าจะดูดีมีอนาคตเหมือนชื่อพรรค &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; แต่พอเห็นรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.อย่าง รังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งแล้ว ก็น่าเสียดายว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะกลายเป็นพรรคหมดอนาคต ในศึกเลือกตั้งที่กำลังจะถึงในต้นปีหน้านะ ...0 ไม่มีอะไรต้องตื่นเต้นเลยกับการปลด &amp;quot;เสธ.ไก่อู&amp;quot; พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกจากเก้าอี้โฆษกรัฐบาล เพราะเวลานี้เข้าใกล้โหมดเลือกตั้ง ปากทหารไม่ไวเท่าปากนักกาารเมืองอย่าง พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์&amp;nbsp; อย่างแน่นอน แต่ถ้าให้เหมาะให้ควรเก้าอี้รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ก็ควรจะคืนไปด้วย เพราะถึงจะเป็น &amp;quot;กรมกร๊วก&amp;quot; ข้าราชการทุกคนที่นั่นก็มีหัวจิตหัวใจไม่ใช่พลทหารในกองทัพ เอะอะ!! นายไม่พอใจก็ส่งเสียงฮึ่มฮั่มขู่ฟอดๆ โดยไม่สอบถามหาเหตุและฟังความนะเออ ...0 บันทึกบรรทัดเก็บตกจากทัศนะของ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในวันที่บรรยาย ณ หอประชุมจุฬาฯ เมื่อ 25 ตุลาคม ต่อประเด็นความหลากหลายทางเพศ หรือกลุ่ม เกย์และเลสเบี้ยน &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; ระบุว่า ค่านิยมแต่ละประเทศและภาคพื้นไม่เหมือนกัน ประเทศแถบตะวันตกก็แบบหนึ่ง เอเชียก็อีกแบบหนึ่ง บางทีเราไปรับตะวันตกมากไป ไม่ควรก๊อบปี้ เราควรมีความเป็นตนเอง มาเลเซียยึดในค่านิยมของตน เพราะเราต้องเคารพในคุณค่าของเอเชียเรา ซึ่งเราก็ได้รับเอาค่านิยมและวัฒนธรรมจากตะวันตกมามากแล้ว&amp;nbsp; &amp;hellip;แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบทุกอย่าง เราต้องมีเสรีภาพที่จะไม่เปลี่ยนแปลงการเป็นตัวของตัวเองด้วย ...0 เตือนตัวเองได้อย่างดี!!! หากนำมาเปรียบเทียบกับการแสวงหาความเป็นประชาธิปไตยของบ้านเรา ประเทศไทยควรจะมีประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่ไม่อาจลอกเลียนแบบประเทศอื่น ถึงจะเป็น &amp;quot;ต้นแบบ&amp;quot; ที่พึงปรารถนาก็เถอะ ..มิเช่นนั้นเราก็จะพบกับประชาธิปไตยของนายทุนใส่สูทแต่ขี้โกงอยู่ร่ำไป ...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20875</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด, บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, พรรคไทยรักษาชาติ, พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พานทองแท้ ชินวัตร, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, รังสิมันต์ โรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวร่างกฎหมาย&#039;รัฐบาลดิจิทัล&#039;แผน5ปีใช้งบกว่า3หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61- &amp;nbsp; พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า &amp;nbsp;ครม.เห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล &amp;nbsp;เพื่อยกระดับการดำเนินงานของภาครัฐไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยหลักการสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว คือ กำหนดให้มีคณะกรรมการรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งมีนายกฯเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล &amp;nbsp;โดยจะต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ รวมถึงมีหน้าที่กำกับติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ติดตามการทำงานของศูนย์แลกข้อมูลกลางแห่งชาติ และศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้หน่วยงานต่างๆจะต้องจัดทำข้อมูลตามภารกิจของตนเองให้อยู่ในรูปแบบข้อมูลดิจิทัล ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปกับหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ขณะเดียวกันจะต้องเปิดเผยข้อมูลของรัฐในรูปแบบดิจิทัลสาธารณะ ให้ประชาชนรับรู้ รับทราบ แต่จะต้องไม่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม จะต้องดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จภายใน 5 ปี และในระยะ 5 ปีจะใช้งบประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ในส่วนมาตรการอำนวยความสะดวกและลดภารให้กับประชาชน &amp;nbsp;เพื่อให้มีความชัดเจนในการกำหนดปฏิบัติ 3 ระยะ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่ 1 ภายในวันที่ 5 พ.ย.นี้ ให้หน่วยงานของรัฐที่มีกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับที่ให้ประชาชนต้องยื่นหรือส่งสำเนาเอกสาร ดำเนินการเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องข้อตกลง (เอ็มโอยู)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อประชาชนมาขอรับบริการให้เจ้าหน้าที่ที่ขอเอกสารสามารถดึงข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆที่เชื่อมโยง โดยที่ประชาชนไม่จำเป็นต้องนำสำเนาและลงนามในเอกสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การให้บริการเป็นตัวเงินกับประชาชน รวมถึงค่าปรับ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการผ่านการจ่ายเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เม้นต์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานจะต้องมีผลชี้วัดถึงประสิทธิภาพหัวหน้าหน่วยงานทุกระดับ โดยให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดช่องทางสื่อสารผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อรับข้อร้องเรียนจากประชาชนว่ามีหน่วยงานใดที่ไม่ดำเนินการ เพื่อแจ้งให้รัฐมนตรีต้นสังกัดไปดำเนินการว่ากล่าวตักเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะกลางนั้น หน่วยงานราชการจะต้องดำเนินการพัฒนาระบบสารสนเทศ หรือ แอพพลิเคชั่นที่ให้บริการประชาชน โดยเชื่อมโยงกับกรมการปกครอง และลดการกรอกเอกสาร ภายในปี 2562 และให้หน่วยงานพิจารณาลดการใช้สำเนาเอกสารต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระยะยาวนั้นภายในปี 2563 สำนักงาน ก.พ.ร. กับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) ร่วมกันพัฒนาศูนย์กลางแลกเปลี่ยนภาครัฐให้ครอบคลุมเอกสารเพื่อให้การเรียกงานเอกสารระหว่างหน่วยงานผ่านทางออนไลน์ได้ และให้ประชาชนสามารถเรียกดูได้ในเรื่องสาธารณะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18937</URL_LINK>
                <HASHTAG>5 ปี 3 หมื่นล้าน, พ.ร.บ.ว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล, พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, โฆษกไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bdb1196d4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2018 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2018 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯมั่นใจปีนี้น้ำไม่ท่วมภาคกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; พอใจแผนจัดการน้ำทุ่งเจ้าพระยา-บางระกำรอง รับฝนตกชุกปลายฤดู มั่นใจปีนี้น้ำไม่ท่วมภาคกลาง


เมื่อวันที่ 22 ก.ย. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เข้าไปพักไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่งลุ่มเจ้าพระยาแล้ว เช่นเดียวกับทางตอนบนที่ปล่อยน้ำเข้าทุ่งบางระกำ เพื่อพร่องน้ำในระบบ ทำให้มีพื้นที่รองรับปริมาณฝนที่อาจตกชุกในช่วงปลายฤดู โดยมั่นใจว่าปีนี้จะไม่มีสถานการณ์น้ำหลากหรือน้ำท่วมภาคกลางแน่นอน สำหรับข้อกังวลว่าจะมีฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุในช่วงเดือน ก.ย.- ต.ค. นั้น กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าปีนี้อากาศหนาวจากจีนจะมาเร็ว ดังนั้นโอกาสที่ภาคกลางจะได้รับผลกระทบจากพายุในช่วงนี้จึงมีไม่มากนัก


พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ระลอกแรกรัฐบาลมีแผนทยอยนำน้ำเข้าทุ่งร้อยละ 30 - 50 ของศักยภาพการรับน้ำอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ หากปลายฤดูมีฝนตกชุกก็จะยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีกมาก ประชาชนจึงหมดกังวลเรื่องน้ำเหนือจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านหลากได้&amp;nbsp; ส่วนลุ่มน้ำยมแม้ไม่มีเขื่อน แต่ทุ่งบางระกำสามารถรับน้ำได้ 550 ล้าน ลบ.ม. และขณะนี้มีน้ำนอนทุ่งอยู่ 200 ล้านลบ.ม. จึงยังรับน้ำได้อีกมากเช่นกัน หากมีฝนตกชุกก็จะทำให้น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยามีไม่มากเท่าปีก่อน ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนตั้งแต่ จ.ชัยนาท จนถึง จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;


โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม บริเวณพื้นที่ทุ่งโพธิ์พระยา จ. สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นทุ่งที่ต่ำที่สุดของลุ่มเจ้าพระยา เกษตรกรจะปลูกข้าวล่าช้ากว่าทุ่งอื่น 15 วัน เพราะระบายน้ำออกหมดเป็นทุ่งสุดท้าย แต่ก็พร้อมจะรับน้ำหลากหลังเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรรู้สึกพึงพอใจการปล่อยน้ำเข้าทุ่งมาก เพราะช่วยตัดวงจรของโรค แมลง และหนู อีกทั้งยังช่วยพักหน้าดิน เพิ่มธาตุอาหารในดินและลดต้นทุนค่าปุ๋ยค่ายาได้อีกด้วย


&amp;quot;นายกฯ รับทราบว่า ในสัปดาห์หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะนำพันธุ์ปลาและกุ้งไปปล่อยที่ทุ่งบางระกำ เพื่อให้เกษตรกรจับขายเป็นรายได้เสริม และให้กรมประมงและองค์การสะพานปลาเข้าไปช่วยส่งเสริมเรื่องการแปรรูปและหาตลาดให้ โดยจะดำเนินการแบบเดียวกันนี้กับ 12 ทุ่งลุ่มเจ้าพระยาด้วย ซึ่งนายกฯ พึงพอใจและขอให้ทำตามแผนที่วางไว้ให้สำเร็จ&amp;quot;พล.ท.สรรเสริญระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18166</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, น้ำท่วม, พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, ภาคกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97d12397665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯมั่นใจปีนี้น้ำไม่ท่วมภาคกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; พอใจแผนจัดการน้ำทุ่งเจ้าพระยา-บางระกำรอง รับฝนตกชุกปลายฤดู มั่นใจปีนี้น้ำไม่ท่วมภาคกลาง


เมื่อวันที่ 22 ก.ย. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เข้าไปพักไว้ในพื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่งลุ่มเจ้าพระยาแล้ว เช่นเดียวกับทางตอนบนที่ปล่อยน้ำเข้าทุ่งบางระกำ เพื่อพร่องน้ำในระบบ ทำให้มีพื้นที่รองรับปริมาณฝนที่อาจตกชุกในช่วงปลายฤดู โดยมั่นใจว่าปีนี้จะไม่มีสถานการณ์น้ำหลากหรือน้ำท่วมภาคกลางแน่นอน สำหรับข้อกังวลว่าจะมีฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุในช่วงเดือน ก.ย.- ต.ค. นั้น กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าปีนี้อากาศหนาวจากจีนจะมาเร็ว ดังนั้นโอกาสที่ภาคกลางจะได้รับผลกระทบจากพายุในช่วงนี้จึงมีไม่มากนัก


พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ระลอกแรกรัฐบาลมีแผนทยอยนำน้ำเข้าทุ่งร้อยละ 30 - 50 ของศักยภาพการรับน้ำอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ หากปลายฤดูมีฝนตกชุกก็จะยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีกมาก ประชาชนจึงหมดกังวลเรื่องน้ำเหนือจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านหลากได้&amp;nbsp; ส่วนลุ่มน้ำยมแม้ไม่มีเขื่อน แต่ทุ่งบางระกำสามารถรับน้ำได้ 550 ล้าน ลบ.ม. และขณะนี้มีน้ำนอนทุ่งอยู่ 200 ล้านลบ.ม. จึงยังรับน้ำได้อีกมากเช่นกัน หากมีฝนตกชุกก็จะทำให้น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยามีไม่มากเท่าปีก่อน ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนตั้งแต่ จ.ชัยนาท จนถึง จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;


โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม บริเวณพื้นที่ทุ่งโพธิ์พระยา จ. สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นทุ่งที่ต่ำที่สุดของลุ่มเจ้าพระยา เกษตรกรจะปลูกข้าวล่าช้ากว่าทุ่งอื่น 15 วัน เพราะระบายน้ำออกหมดเป็นทุ่งสุดท้าย แต่ก็พร้อมจะรับน้ำหลากหลังเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรรู้สึกพึงพอใจการปล่อยน้ำเข้าทุ่งมาก เพราะช่วยตัดวงจรของโรค แมลง และหนู อีกทั้งยังช่วยพักหน้าดิน เพิ่มธาตุอาหารในดินและลดต้นทุนค่าปุ๋ยค่ายาได้อีกด้วย


&amp;quot;นายกฯ รับทราบว่า ในสัปดาห์หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะนำพันธุ์ปลาและกุ้งไปปล่อยที่ทุ่งบางระกำ เพื่อให้เกษตรกรจับขายเป็นรายได้เสริม และให้กรมประมงและองค์การสะพานปลาเข้าไปช่วยส่งเสริมเรื่องการแปรรูปและหาตลาดให้ โดยจะดำเนินการแบบเดียวกันนี้กับ 12 ทุ่งลุ่มเจ้าพระยาด้วย ซึ่งนายกฯ พึงพอใจและขอให้ทำตามแผนที่วางไว้ให้สำเร็จ&amp;quot;พล.ท.สรรเสริญระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18165</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, น้ำท่วม, พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, ภาคกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97d12397665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;บี้กกต.เชิญ&#039;บิ๊กตู่-ไก่อู&#039;แจงข่าวขบวนการชวนทำบัตรเสียลั่นปูดข่าวเท็จต้องรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;21ก.ย.61-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธานกกต. &amp;nbsp;ผ่านนางสาวจินตนา ศรีนุกูล ผู้เชียวชาญพิเศษ รักษาการ ผอ. สำนักกิจการการเลือกตั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อขอให้ กกต.สืบสวนและไต่สวนกรณีที่พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ได้แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 18 กันยายนที่ผ่านมา &amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวว่ามีข่าวในลักษณะทำนองเชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้งในรูปแบบแปลกๆ เช่น ไปทำให้บัตรเสียโดยวิธีที่แนบเนียนให้มากที่สุดหรือแม้แต่การกาบัตรในสิ่งที่ไม่เลือกใครเลย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย &amp;nbsp;เห็นว่าการเผยแพร่ข่าวดังกล่าว &amp;nbsp;เป็นการสร้างความสับสนให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดีต่อกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย &amp;nbsp; หากปล่อยเลยตามเลยไปก็อาจจะเป็นช่องทางที่ทำให้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 49 ได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อความกระจ่างและระงับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น กกต. &amp;nbsp;จะต้องเชิญพล.อ.ประยุทธ &amp;nbsp;และ พล.ต.สรรเสริญ มาชี้แจง &amp;nbsp; โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 วรรคสอง ประกอบมาตรา 41 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วย กกต. &amp;nbsp;ที่บัญญัติให้ กกต.มีอำนาจในการควบคุม กํากับ ดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย &amp;nbsp;ให้ถือเป็นหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการที่จะต้องดําเนินการสอดส่อง สืบสวน หรือไต่สวน &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อป้องกันและขจัดการกระทําหรือการงดเว้นการกระทําใดอันจะก่อให้เกิดความไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม ในการเลือกตั้งได้ &amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นเวลาในระหว่างประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม &amp;nbsp;หรือเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏไม่ว่าโดยทางใด &amp;nbsp; ไม่ว่าจะมีผู้แจ้งหรือผู้กล่าวหาหรือไม่ ถ้ามีหลักฐานพอสมควรหรือมีข้อมูลเพียงพอที่จะสืบสวนต่อไป &amp;nbsp; ว่ามีการกระทําใดอันเป็นการฝ่าฝืน &amp;nbsp;หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง &amp;nbsp; หรือจะมีผลให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม &amp;nbsp; หรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กกต.มีหน้าที่ต้องดําเนินการให้มีการสืบสวน หรือไต่สวน &amp;nbsp; เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐานโดยพลัน หากปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อว่า &amp;nbsp; มีผู้กระทําการตามที่มีการสืบสวนหรือไต่สวน ให้คณะกรรมการสั่งให้ดําเนินคดีโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า &amp;nbsp;หากการสืบสวนไม่ปรากฏข้อมูลหรือหลักฐานอันเชื่อได้ว่า &amp;nbsp;มีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง &amp;nbsp; เพราะถือได้ว่าเป็นการเต้าข่าวเพื่อสร้างความเสียหายต่อกลไกการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นตามโรดแม็บของ คสช.ด้วย &amp;nbsp; กกต.จะต้องเอาผิดทั้งสองคน &amp;nbsp;แต่หาก กกต. ไม่เรียกหรือดำเนินการตามข้อเรียกร้องนี้ กกต.ก็จะเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ป.อ.มาตรา157 ประกอบมาตรา 69 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยังขอให้ กกต.ตรวจสอบ &amp;nbsp;กรณีที่มีขบวนรถแห่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมการจัดทำนโยบายพรรค &amp;nbsp; โดยมีชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในแผ่นป้ายดังกล่าวอยู่ด้วยที่จังหวัดพิษณุโลก เข้าข่ายการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 &amp;nbsp;และคำสั่งที่ 13/2561 หรือไม่ด้วย เพราะแม้จะมีคำสั่งคลายล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินการหาสมาชิกพรรคได้ แต่ไมได้อนุญาตให้มีการหาเสียง &amp;nbsp; ซึ่งการปิดป้ายและรถตระเวนตามข่าว &amp;nbsp; ตนเห็นว่าเป็นการหาเสียงทางการเมืองน่าจะขัดคำสั่ง คสช. ซึ่งกรณีดังกล่าวอยู่ในอำนาจที่ กกต.จะสามารถสืบสวนสอบสวนได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18105</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;กกต.&#039;, นายศรีสุวรรณ จรรยา, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, พ.ร.ป.ว่าด้วยกกต., พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f42f3c6a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯห่วงใยสถานการณ์สถานการณ์น้ำท่วม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ห่วงใยสถานการณ์น้ำกำชับทุกพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่


พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีห่วงใยสถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ หลังฝนตกต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลายแห่งเพิ่มขึ้น ทำให้ทางการต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนเป็นการด่วน เพื่อเตรียมรองรับน้ำที่จะไหลเข้ามาสมทบอีก นายกฯ ติดตามข้อมูลสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเขื่อนวชิราลงกรณจะระบายน้ำเพิ่มขึ้นในช่วง 4 - 7 ก.ย.61 และเขื่อนศรีนครินทร์จะระบายน้ำเพิ่มขึ้นในช่วง 7 - 13 ก.ย.61 ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนตามแนวริมลำน้ำ และพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง หรือน้ำไหลหลากได้

นายกฯจึงได้กำชับสั่งการไปยังจังหวัดเสี่ยงภัย คือ จ. กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา เตรียมการป้องกันความเสียหายและบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทั้งการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่นเดียวกับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เช่น จ.นครพนม อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอีก จึงขอแจ้งเตือนให้ประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ โดยขนย้ายสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ และสัตว์เลี้ยง ขึ้นที่สูงหรือสถานที่เหมาะสม


พล.ท. สรรเสริญ กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมใน 8 จังหวัด ได้แก่ จ.นครพนม บึงกาฬ สกลนคร เพชรบุรี นครนายก ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี โดยหน่วยงานภาครัฐได้ผนึกกำลังเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ รวมทั้งแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการขอความช่วยเหลือสามารถโทรติดต่อได้ที่ สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16648</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, สถานการณ์น้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bdb1196d4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯยินดีเทควันโดไทยคว้าเหรียญทองแรกเอเชียนเกมส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; ยินดีเทควันโดไทยคว้าเหรียญทองแรกเอเชียนเกมส์ 2018 พร้อมให้กำลังใจทำหน้าที่อย่างดีที่สุดนำชื่อเสียงสู่ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ส.ค.61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความยินดีกับนักกีฬาเทควันโดทีมหญิงไทยที่สามารถคว้าเหรียญทอง จากการแข่งขันเทควันโด พุมเซ่ (ท่ารำ) ในศึกเอเชียนเกมส์ 2018 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ประเภททีมหญิง มาครองได้สำเร็จ และเป็นเหรียญทองแรกของทัพกีฬาไทย นอกจากนี้ เทควันโดพุมเซ่ไทยประเภทบุคคลชาย ก็ยังคว้ามาได้อีก 1 เหรียญทองแดงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ ชื่นชมว่านักกีฬาทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่ จนสามารถเอาชนะนักกีฬาเกาหลีใต้ซึ่งเป็นต้นตำหรับของกีฬาเทควันโดได้ รวมทั้งขอบคุณผู้ฝึกสอนและทีมงานทุกคนที่อยู่เบื้องหลังสนับสนุนให้นักกีฬาทุกคนก้าวมาถึงจุดนี้ พร้อมให้กำลังใจทัพนักกีฬาไทยทุกคน ให้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด เพื่อนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยและสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทุกคน&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15748</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักกีฬา, นายกฯประยุทธ์, พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, เทควันโด, เอเชียนเกมส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180520/image_big_5b017c2d7c88a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
