<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทันควัน! กองทัพภาค 2 แจ้งความ &#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039; ใช้เอกสารเท็จปั่นขบวนการไอโอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 - พลตรีสวราชย์ แสงผล โฆษกกองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงต่อกรณี ผู้อภิปราย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อ 31 สิงหาคม 2564 ใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยนำเสนอข้อมูลเรื่อง &amp;quot;ปฏิบัติการไอโอของกองทัพบก โดย นายณัฐชาฯ ได้เปิดเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ ไอโอโดยกล่าวอ้างว่าใช้เอกสารของกองทัพภาคที่ 2 เป็นหลักฐานประกอบการอภิปรายกองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กรณีการนำเอกสารมาประกอบการอภิปราย จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นพบว่า ไม่ใช่เอกสารจริงโดยพบพิรุธว่า 1) หนังสือที่นำมาแสดงเป็นหนังสือที่ทำขึ้นในห้วงเดือน มีนาคม ถึงเดือน กรกฎาคม 2564 ลายมือชื่อของแม่ทัพภาคที่ 2 ท่านปัจจุบันในหนังสือทั้ง 2 ฉบับ ไม่ตรงกับลายมือชื่อจริง
2) นามสกุลของ แม่ทัพภาคที่ 2 ท่านปัจจุบันในหนังสือฉบับหนึ่งพิมพ์ไม่ถูกต้อง 3) ลายมือชื่อของ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ตรงกับลายมือชื่อจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มีลายมือชื่อของผู้อำนวยการกองยุทธการกองทัพภาคที่ 2 ที่ลงนามในหนังสือฉบับนั้นซึ่งปัจจุบัน ท่านดังกล่าวได้ปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งใหม่แล้วเป็นเวลากว่า 2 ปีเศษตั้งแต่ ตุลาคม 2561 และนามสกุลสะกดไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) กำลังพลที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าไม่เคยมีการจัดทำหนังสือดังกล่าว โดยเมื่อตรวจสอบการออกเลขที่หนังสือแล้วเป็นของ กองยุทธการกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเลขหนังสือที่ออกจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 มีเลขหนังสือถึงแค่ลำดับที่ 851 ยังไม่ถึงลำดับที่ 1121 ตามเอกสารที่ผู้อภิปรายนำมาแสดงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) ตามเลขที่คำสั่งที่ปรากฏ (เลขที่ 1107/2564) หน่วยมิได้เคยออกคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์ฯแต่อย่างใด อีกทั้ง รายชื่อคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการสารสนเทศ กองทัพภาคที่ 2 (ศปสท.ทภ. 2) ชั้นยศไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ระดับผู้อำนวยการกอง ซึ่งต้องมีชั้นยศ พันเอก แต่ในเอกสารมีชั้นยศเป็น พันโท ในส่วนของแม่ทัพน้อยที่ 2 ต้องมีชั้นยศ พลโท ไม่ใช่ พลตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7) การพิมพ์หนังสือราชการตามระเบียบงานสารบรรณปกติจะมีการตรวจสอบความถูกต้อง ความเป็นระเบียบ รวมถึงการสะกดคำให้ถูกต้องตามหลัก แต่หนังสือฉบับดังกล่าวมีคำผิด แม้กระทั่งชื่อ นามสกุลของผู้ที่ต้องลงนาม
จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่าเอกสารดังกล่าวข้างต้นถือเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ ที่ได้มีการปลอมแปลงทั้งรูปแบบไม่เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ รวมทั้งการลงลายมือชื่อไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง หน่วยจึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา เป็นหลักฐานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรณีมีการอภิปรายว่ามีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพลพร้อมทั้งมีคลิปเสียงและรูปภาพประกอบ กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า หน่วยไม่เคยได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด รวมทั้งไม่ทราบที่มาของคลิปเสียงโดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปภาพการยืนต่อแถวรับเบี้ยเลี้ยงตามที่กล่าวอ้างนั้น เป็นภาพเก่าของการจ่ายเบี้ยเลี้ยงตามปกติของหน่วยก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 สังเกตได้จากกำลังพล ไม่มีการสวมหน้ากากอนามัยตามมาตรการที่กองทัพภาคที่ 2 กำหนดจึงเรียนมาเพื่อทราบในข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ต่อการดำเนินการของหน่วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, พล.ต.สวราชย์ แสงผล, ไอโอกองทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f89ae9998b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับอีกล็อตใหญ่ไอซ์หนักครึ่งตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารสนธิกำลังตำรวจ ฝ่ายปกครอง สกัดจับกลุ่มค้ายาเสพติดลักลอบขนจากประเทศเพื่อนบ้านลงเรือหางยาวขึ้นฝั่งไทย คนร้ายแตกฮือหนีเอาตัวรอดได้ ทิ้งยาไอซ์ของกลางหนักกว่าครึ่งตัน มูลค่า 1.6 พันล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 มีนาคมนี้ ที่กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงนครพนม (นรข.) พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ร.ต.สมพงษ์ ศรอากาศ ผู้บัญชาการ นรข., พล.ต.สามารถ จินตสมิทธิ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210(มทบ.210), พล.ต.สวราชย์ แสงผล ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี, นายชาตรี จันทร์วีระชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร, พ.ต.อ.ณรงค์ นาคทั่ง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม, นาวาเอกณัฐพงศ์ พรรณรายณ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม, นาวาโทสิทธิศักดิ์ สิทธิกุล หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร, พ.ท.อุทัย นิลเนตร ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 (ผบ.ร.3 พัน.3), พ.ต.ต.ชิษณุพงษ์ ทองเกื้อ ผบ.ร้อย ตชด.236 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ นรข.ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน และเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง แถลงข่าวการตรวจยึดยาไอซ์ล็อตใหญ่ น้ำหนักรวม 542 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยาไอซ์ของกลางดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 20.00 น. บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบางทรายน้อย ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นรอยต่อกับ ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม หลังมีการสืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติจะลักลอบนำเข้ายาเสพติดเข้ามาในพื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.ธาตุพนม กับ อ.หว้านใหญ่ จึงได้ระดมกำลังบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ลงพื้นที่สกัดกั้นปราบปราม จับกุม ตลอดแนวรอยต่อของ 2 อำเภอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งตามวันและเวลาดังกล่าว พบกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 4-5 คน ขับเรือหางยาวมาจอดเทียบท่าบริเวณริมแม่น้ำโขง บ้านบางทรายน้อย ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ช่วยกันแบกสิ่งของบางอย่างคล้ายกระสอบขึ้นจากเรือ จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทำให้ชายคนขับเรือรีบเร่งเครื่องยนต์ขับหนีไปทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนกลุ่มที่แบกขนทิ้งสิ่งของ อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปทางหมู่บ้านข้างเคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งของที่คนร้ายทิ้งไว้ พบเป็นกระสอบปุ๋ยตราม้าบินสีเขียวและสีเหลืองทิ้งอยู่ จำนวน 22 กระสอบ ตรวจสอบภายในเป็นยาไอซ์ บรรจุในถุงพลาสติกกันชื้น มีอักษรภาษาจีน และภาษาอังกฤษ คำว่า GUANYINWANG ซึ่งยังไม่ทราบแหล่งผลิต มีน้ำหนักถุงละ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 542 กิโลกรัม จึงได้บันทึกการตรวจยึดพร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลการจับกุม พบว่ายาไอซ์มีราคาซื้อขายตามแนวตะเข็บชายแดน กิโลกรัมละ 8 แสนบาท หากเล็ดลอดเข้าไปพื้นที่ชั้นในจะเพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 3 ล้านบาท รวมมูลค่า 1,626 ล้านบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เร่งขยายผลหาที่มา และติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถิติการจับกุมยาไอซ์ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ตำรวจ สภ.แม่สอด จ.ตาก จับกุมยาไอซ์ล็อตใหญ่มากถึง 1,500 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้องหา 2 คน สำหรับพื้นที่ภาคอีสาน ปี 2562 ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 234 ตรวจยึดยาไอซ์ได้ 252 กิโลกรัม มาครั้งนี้ นรข.สามารถตรวจยึดได้ถึง 542 กิโลกรัม ถือว่ามีจำนวนมากสุดในภาคอีสาน คาดว่ามีการลำเลียงมาจากชนกลุ่มน้อยทางภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อลักลอบเข้าทางตะเข็บชายแดนอีสาน และส่งต่อไปขายตอนในของประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.ธัญญาเปิดเผยว่า ในช่วงนี้ชายแดนอีสานถือว่ามีการตรวจยึดยาเสพติดบ่อยครั้ง อาจมาจากกลุ่มผู้ค้าถูกกดดันหนีมาจากชายแดนภาคเหนือ ทำให้เข้าทางภาคอีสาน บวกกับมีการบูรณาการเข้มงวดของเจ้าหน้าที่มากขึ้น ทำให้มีสถิติการจับกุมบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานความมั่นคงเข้มงวดตรวจสอบ หาข่าว สร้างความร่วมมือกับชาวบ้าน ในการสกัดกั้น ปราบปราม ดูแลตามแนวชายแดน ยิ่งช่วงน้ำโขงลดอาจเป็นอุปสรรคของเจ้าหน้าที่ แต่เอื้อต่อการลักลอบของขบวนการค้ายาเสพติด จึงต้องสร้างความร่วมมือทุกฝ่ายในการทำงาน รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่แจ้งเบาะแส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58597</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.สวราชย์ แสงผล, พล.ต.สามารถ จินตสมิทธิ์, พล.ร.ต.สมพงษ์ ศรอากาศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5bbbdae3363.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57442</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดยาบ้าล็อตใหญ่4ล.เม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สกัดจับยาบ้ายึดได้กว่า 4 ล้านเม็ด มูลค่า 500 ล้านบาท พบเป็นสูตรใหม่ กลิ่นกุหลาบ ขนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา ได้ผู้ต้องหา 3 คน รับทำมาหลายครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ ที่กองร้อยทหารพรานที่ 2110 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี บ้านปากห้วยม่วง หมู่ 2 ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย พล.ต.สวราชย์ แสงผล ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, พ.อ.ยงยุทธ ขันทวี ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 21, พล.ต.ประสิทธิ์ ทิศาวงศ์ ผบ.มทบ.29 ผู้อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม, พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทหารพรานที่ 2110 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว ผกก.ตชด.23, นายอดุลย ประยูรสิทธิ ผอ.ป.ป.ส.ภาค 4 พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง แถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ของกลางยาบ้าจำนวน 4,086,000 เม็ด และผู้ต้องหา 3 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายอนุศร หวังจุมกลาง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเอื้ออาทร ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี, นายสุทธิชัย มาระหน่อ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 157 หมู่ 10 บ้านหนองหอยคำอ้อม ต.นาคู่ อ.นาแก จ.นครพนม และนายจ่อย เยาวชนอายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/6 บ้านนาข่าท่า หมู่ 7 ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะผู้แถลงระบุว่า ยาบ้าที่ยึดไว้ได้เป็นยาบ้าสูตรใหม่ที่พบเป็นครั้งแรก บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน มีตราหัวม้าเป็นสัญลักษณ์ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายกลิ่นดอกกุหลาบหรือดอกมะลิ เชื่อว่าน่าจะมีราคาแพงกว่าสูตรเดิม รวมมูลค่าของกลางประมาณ 500 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.สวราชย์ แสงผล ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือของทหารพราน หลังมอบหมายให้ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทหารพรานที่ 2110 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ร่วมกับ ร.ต.วันชาติ เหมือนปืน รอง ผบ.ร้อยฯ ลงพื้นที่ติดตามหาข่าวตามแนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นการปราบปรามลักลอบขนส่งยาเสพติด จนกระทั่งได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่แจ้งเบาะแสให้ข่าวและสืบสวน นำมาสู่การจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจ่อย ผู้ต้องหาวัย 16 ปี ให้การว่า รับจ้างขนยาเสพติดมาแล้ว 4 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 5,000 บาท โดยมีนางสาวอ้อย มีศักดิ์เป็นน้าสาว อายุ 31 ปี เป็นผู้ติดต่อประสานงานทุกอย่าง ก่อนถูกจับกุม นางสาวอ้อยโทรศัพท์มาบอกว่า คืนวันที่ 16 ก.พ. ให้ไปขนยาบ้าที่ท่าน้ำบ้านนาข่าท่า หมู่ 7 ต.พะทาย ตนพร้อมกับเพื่อนมีทั้งหมด 7 คน หนึ่งในนั้นคือนายสุทธิชัยเป็นสามีของนางสาวอ้อยรวมอยู่ด้วย โดยมีเรือหาปลาจากประเทศเพื่อนบ้านขับเข้ามาเทียบท่า พวกตนจึงช่วยกันขนยาบ้าขึ้นรถปิกอัพที่จอดรอ ก่อนถูกจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชุดจับกุมเปิดเผยว่า ขบวนการค้ายาเสพติดมีการลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่บ้านนาขาท่า เป็นยาบ้าบรรจุกระสอบปุ๋ย บรรทุกใส่เรือหางยาวเข้ามาจำนวน 19 กระสอบ เพื่อนำมาพักรอการขนส่งต่อไปขายในพื้นที่ชั้นใน จึงได้ประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงเข้าสกัดจับกุมไว้ได้ พร้อมผู้ต้องหา ส่วนที่มีการหลบหนีอีกหลายราย กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานขยายผลติดตามจับกุม. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57442</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว, พ.อ.ยงยุทธ ขันทวี, พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์, พล.ต.ประสิทธิ์ ทิศาวงศ์, พล.ต.สวราชย์ แสงผล, สยาม ศิริมงคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a8dab244e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
