<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาบึกถล่มนครศรีฯ รัฐบาลตั้งวอร์รูมรับมือ&#039;บิ๊กตู่&#039;เผยร.10ทรงห่วงใย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุฯ ออกประกาศ &amp;quot;ปาบึก&amp;quot; ถล่มนครศรีธรรมราชค่ำวันศุกร์นี้ ทำให้ฝนตกหนักมากเป็นบริเวณกว้าง ตะลุมพุกอพยพคนออกทั้งหมด อ่าวไทยคลื่นสูง 5 เมตร รัฐบาลตั้งวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์ 24 ชั่วโมง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด พระราชทานความห่วงใยมายังทุกคน เหล่าทัพเตรียมยุทโธปกรณ์พร้อมรับมือ เรือเฟอร์รี เครื่องบิน หยุดหมดเพื่อความปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 มกราคม 2562 ว่า พายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 500 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือที่ละติจูด 6.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 104.3 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยอย่างช้าๆ และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงค่ำของวันที่ 4 มกราคม &amp;nbsp; จะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ มีผลกระทบดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 3 มกราคม จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรงและคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรงดการเดินเรือตั้งแต่วันที่ 3-5 มกราคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ทำเนียบรัฐบาล เย็นวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
เตรียมรับมือ 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ต้องร่วมมือกัน ซึ่งทราบว่าแต่ละหน่วยงานได้มีการเตรียมแผนกันไว้อย่างดี ทั้งหมดต้องการให้ประชาชนคลายความวิตกกังวล ยืนยันเราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งวันนี้เราใช้ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร เตรียมรับมือ 24 ชั่วโมง นายกฯ ในฐานะผู้รับผิดชอบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหลักในการดำเนินการและเป็นผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจากการรับฟังรายงานของแต่ละหน่วยงาน ค่อนข้างครอบคลุมอยู่แล้วในการเตรียมรับมือ ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่เกิดขึ้นรุนแรง แต่ขอให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อม ส่วนเรื่องการสื่อสาร ตนกังวลตรงนี้ต้องใช้ส่วนทหารไปช่วยบ้าง ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีการสื่อสารทางวิทยุ บางทีโทรศัพท์อาจใช้ไม่ได้ ประชาชนไม่รู้จะติดต่อทางไหน กรณีที่โทรทัศน์ไฟดับดูไม่ได้ ดังนั้นควรมีการสื่อสารผ่านช่องทางวิทยุได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้มาหลายวัน หลังทราบว่าจะมีสถานการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศไทย เราคาดหวังว่าจะไม่รุนแรงมากนัก อย่างไรก็ตาม เราประมาทไม่ได้ ต้องมีการเตรียมความพร้อม ขอขอบคุณทุกคน และขอให้ยึดแนวทางหรือพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่รับสั่งไว้ว่า การทำงานใดๆ ก็ตาม จะต้องมีการจัดทำแผนงาน แผนเผชิญเหตุต่างๆ ให้ครบถ้วน เมื่อถึงเวลาเราจะสามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ต้องมีแผนหลัก แผนรอง ทำให้ครบ ขณะนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด พระราชทานความห่วงใยมายังทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอประชาชน ข้าราชการทุกหน่วยงาน ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น ขอให้ปลอดภัยและดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ขอเดชะพระบารมีอันแผ่ไพศาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ตลอดจนพระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ปกป้องคุ้มครองให้คนในชาติของเราปลอดภัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 รับสั่งไว้ว่า เราไม่สามารถบังคับธรรมชาติได้ แต่เราต้องรู้เราจะอยู่กับธรรมชาติได้อย่างไร เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ อันนี้เขาเรียกว่า เมื่อสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง โลกเปลี่ยนแปลง หลายอย่างพร้อมที่จะเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ จากนั้นนายกฯ ได้สอบถามผู้ว่าฯ มีใครหนักใจหรือไม่ ก่อนกล่าวต่อไปว่า ซึ่งต้องหนักใจ เพราะตนยังหนักใจ เพราะประชาชนคือเป้าหมายของเรา
สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเตรียมพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากให้รู้ว่านายกรัฐมนตรีห่วงใย และขอฝากคนไทยทุกคนให้ช่วยส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่และประชาชนภาคใต้ ให้ผ่านพ้นภัยพิบัติโดยเร็วที่สุด ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ตรากตรำมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนปีใหม่มาจนถึงหลังปีใหม่ นี่คือข้าราชการของแผ่นดิน ขอให้ทุกคนทำงานให้ดีที่สุด เพื่อประชาชน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดตั้งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบูรณาการประสานงานกับกองอำนวยการป้องกันสาธารณภัยของทุกเหล่าทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการน้ำ ซึ่งจะได้เร่งติดตามรายงานอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อทุกหน่วยงานจะได้ประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูลและการปฏิบัติ เพื่อลดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเตรียมการป้องกันผลกระทบกับประชาชนทางทะเล จังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลได้มีการประกาศห้ามเดินเรือ และได้ประสานการทำงานร่วมกับกองทัพเรือในการจัดเตรียมเรือเพื่อเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว เช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีเกาะท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ เกาะเต่า เกาะพะงัน และเกาะสมุย เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ได้เร่งการขนย้ายนักท่องเที่ยวให้เสร็จภายในค่ำวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จังหวัดที่จะได้รับผลกระทบในช่วงแรกของพายุดังกล่าวคือ จังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณอำเภอปากพนัง อำเภอท่าศาลา และอำเภอสิชล เป็นต้น ก็ได้ดำเนินการอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงอันตรายจากภัยที่อาจเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการรับมือพายุปาบึกในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่บ้านแหลมตะลุมพุก ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง พื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากพายุ &amp;nbsp;ชาวบ้านเริ่มอพยพไปอยู่อำเภอปากพนัง ศูนย์กีฬาเทศบาลเมืองปากพนัง และสถานที่ปลอดภัยที่ทางราชการเตรียมไว้ แต่ยังมีชาวบ้านส่วนหนึ่งยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ เพราะหลายครอบครัวเป็นห่วงทรัพย์สินภายในบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมนึก ซ้วนลิ่ม อายุ 65 ปี ชาวอำเภอปากพนัง เล่านาทีที่พายุแฮเรียตถล่มบ้านแหลมตะลุมพุกว่า ขณะนั้นตนอายุประมาณ 7-8 ขวบ สามารถรับรู้ถึงมหันตภัยที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ โดยก่อนเกิดพายุแฮเรียตจะถล่มบ้านแหลมตะลุมพุกนั้น มีฝนตกลงมาตลอดทั้งวัน ส่วนท้องฟ้าสีแดง และมีลมกระโชกแรงรอบทิศทางเหมือนวงจักร และมีทะเลหนุนสูงขึ้นชายฝั่งกว่า 1 เมตร ไม่สามารถเดินออกไปชายหาดได้ ส่วนสัตว์ทะเล พวกปลา กุ้ง หมึก ลอยขึ้นมาบนชายฝั่งจำนวนมาก ส่วนบ้านของตนได้รับความเสียหายทั้งหลัง
ร้านอาหารตะลุมพุกปิดหนีปาบึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร้านอาหารบริเวณชายหาดแหลมตะลุมพุกทั้งหมด เจ้าของร้านได้ปิดร้านหนีพายุ โดยมีการเก็บข้าวของไว้ในร้าน และอพยพหนีไปอยู่บ้านญาติในตัวอำเภอปากพนัง เพื่อความปลอดภัย ทำให้บรรยากาศบริเวณหาดแหลมตะลุมพุกเงียบเหงาเหมือนป่าช้า &amp;nbsp;ส่วนสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข ก็ไม่พบแม้แต่ตัวเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ท้องทะเลพบว่ามีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร ความแรงของคลื่นค่อนข้างแรง ซัดเข้าหาชายฝั่ง ประกอบกับระดับน้ำทะเลเริ่มหนุนสูงซัดชายฝั่ง เหลือประมาณ 4-5 เมตร คลื่นทะเลจะถึงร้านอาหารริมหาด ส่วนริมชายหาดมีเศษกิ่งไม้ซากสิ่งสกปรกถูกคลื่นพัดขึ้นมาเกยชายหาดเป็นจำนวนมาก ส่วนบนท้องฟ้าค่อนข้างมืด มีฝนตกลงมาเล็กน้อย สลับกับลมกระโชกเล็กน้อยถึงปานกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บรรยากาศทั่วไปท้องฟ้าทั่วจังหวัดนครศรีธรรมราชมืดครึ้ม ฝนตกตลอดเวลา หนักบ้างเบาบ้างหลายอำเภอ ในขณะที่ ต.ปากนคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ติดอยู่ริมทะเลอ่าวไทย ทางอำเภอและ จนท.ท้องถิ่นและมูลนิธิต่างๆ เร่งอพยพชาวบ้าน 2,000 คนในพื้นที่เสี่ยงภัยไปอยู่ที่โรงเรียนท่านครญาณวโรภาสแล้วเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มณฑลทหารบกที่ 41 ค่ายวชิราวุธ อ.เมืองฯ จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.สิทธิพร มุสิกะสิน รองแม่ทัพภาคที่ 4/รองผู้บัญชาการ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 เป็นประธานตรวจความพร้อมของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการตรวจสภาพความพร้อม พร้อมทั้งยุทโธปกรณ์ในการช่วยเหลือประชาชนเข้าร่วมการซักซ้อมอย่างพร้อมเพรียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการให้ศูนย์บรรเทา สาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 จำนวน 22 ศูนย์ ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมของกำลังพล เครื่องมือในการเข้าให้การช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ชายทะเลตลอดแนวชายฝั่งของจังหวัดสงขลา คลื่นลมมีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มส่งผลกระทบกับพื้นที่ชายทะเลบางจุดซึ่งเคยถูกคลื่นซัดเสียหายซ้ำซากทุกครั้ง เช่น ที่บริเวณถนนริมชายหาดหาดแก้วจุลดิศ ในอำเภอสิงหนคร ถูกคลื่นซัดซ้ำรอยเดิมเสียหายขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และห้ามรถผ่าน พร้อมทั้งมีการติดธงแดงตลอดแนวชายหาดเป็นจุดอันตราย ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำอย่างเด็ดขาด ป้องกันการถูกคลื่นซัดเป็นอันตราย เช่นเดียวกับที่บริเวณหาดสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา ได้มีการปักธงแดงห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงานแจ้งความคืบหน้าสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึก ต่อการผลิตปิโตรเลียมในทะเลอ่าวไทย ณ ปัจจุบัน ว่ามีการอพยพเจ้าหน้าที่แล้ว 2,635 คน และเหลือปฏิบัติหน้าที่อยู่ 246 คน การอพยพของเจ้าหน้าที่แต่ละบริษัทเป็นไปโดยสวัสดิภาพ โดยพายุอยู่ห่างจากแท่นบงกชประมาณ 500 กิโลเมตร คาดว่าจะผ่านแท่นในเวลา 04.00 น. ของวันที่ 4 ม.ค.62
เรือเฟอร์รีสมุยงดวิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านการผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ ขณะนี้ยังไม่มีการหยุดผลิตเพิ่มเติม ด้านไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีมาตรการเฝ้าระวังสถานการณ์ทั้งในส่วนของสถานีผลิตไฟฟ้าและระบบส่ง และสำรองจากเชื้อเพลิงอื่นเพิ่มมากขึ้น ทั้งน้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา เพื่อให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ งดให้บริการเดินเรือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่ง ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.2562 เวลา 24.00 น. ถึงวันที่ 5 ม.ค.2562 เวลา 10.00 น. เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากพายุที่พัดผ่านพื้นที่ภาคใต้ตอนบนและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดังนั้น บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) หรือ RP จึงของดให้บริการเดินเรือในเส้นทางต่างๆ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 3 ม.ค.2562 เส้นทางดอนสัก-เกาะสมุย, เกาะสมุย-ดอนสัก และดอนสัก-เกาะพะงัน ให้บริการเดินเรือเที่ยวสุดท้ายเวลา 18.00 น. เส้นทางเกาะพะงัน-ดอนสัก ให้บริการเดินเรือเที่ยวสุดท้ายเวลา 17.00 น. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางเกาะสมุย-พะงัน ให้บริการเดินเรือเที่ยวสุดท้ายเวลา 12.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นทางเกาะพะงัน-เกาะสมุย ให้บริการเดินเรือเที่ยวสุดท้ายเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ม.ค.2562 งดให้บริการเดินเรือตลอดทั้งวัน วันที่ 5 ม.ค.2562 งดให้บริการเดินเรือตั้งแต่เวลา 05.00-10.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ประกอบการเดินเรือเฟอร์รีข้ามฟากเส้นทางพัทยา-หัวหิน ยังคงจอดเทียบท่าที่สะพานท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ จ.ชลบุรี โดยได้ปิดการให้บริการเป็นการชั่วคราว เนื่องจากอาจเกิดปัญหาความไม่สะดวกสบายและความปลอดภัยกับผู้โดยสารในการเดินเรือข้ามฟาก ซึ่งแม้พื้นที่หัวหินจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ก็อาจประสบกับปัญหาคลื่นลมมรสุมที่พัดแรงจนทำให้การเดินเรือเป็นไปด้วยความยากลำบากได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเอกราช คันธโร ผอ.สำนักงานเจ้าท่าพัทยา กล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าว ปัจจุบันทางเจ้าท่าพัทยาได้ชักธงแดงเพื่อห้ามเรือเล็กออกจากฝั่ง เนื่องจากคาดว่าในทะเลจะมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อย่างไรก็ตาม สำหรับเรือเฟอร์รีข้ามฟากนั้น แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ก็อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ซึ่งอาจได้รับผลจากคลื่นลมกลางทะเล และอาจสร้างปัญหาต่อการเดินเรือได้ จึงได้หยุดการเดินเรือชั่วคราว อย่างไรก็ตาม กรณีนี้จะมีการประเมินสถานการณ์วันต่อวันว่าจะอนุญาตให้เดินเรือหรือไม่ ซึ่งหากสถานการณ์ไม่รุนแรงอะไร หรือเข้าสู่ภาวะปกติเรือก็จะกลับมาให้บริการเหมือนปกติเช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบางกอกแอร์เวย์สประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินที่เข้าและออกจากเกาะสมุย ในวันที่ 4 ม.ค.
สนามบินนครศรีฯ ปิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุขสวัสดิ์ สุขวรรณโณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชและสายการบินได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ จึงได้ประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินที่เข้า-ออกจากท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ของวันที่ 4 มกราคม จึงขอให้ผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้แล้ว ให้โทร.สอบถามกับสายการบินได้โดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชกล่าวว่า ปกติสนามบินนครศรีธรรมราชมีเครื่องบินเข้า-ออกวันละ 24 เที่ยว ผู้โดยสารวันละ 3,700 คน ทั้งนี้สามารถโทร.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-7545- 0545 ชั่วคราวแล้ว เนื่องจากเป็นเขตรอยต่อกับ จ.นครศรีธรรมราช ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรม ซึ่งคาดว่าจะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่อาจจะได้รับผลกระทบจากพายุ ล่าสุดตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา เริ่มมีการอพยพประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงติดชายทะเลในบางหมู่บ้านแล้วเช่นในพื้นที่หมู่ 1 บ้านท่าเข็น ต.คลองแดน อ.ระโนด มีการย้ายผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยไปอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราว ทั้งที่ อบต.คลองแดน และโรงเรียนบ้านคลองแดนแล้วเพื่อความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในบางหมู่บ้านของ ต.ท่าบอน และ ต.ปากแตระ อ.ระโนด ก็ได้สั่งการให้หน่วยงานในท้องถิ่นอพยพประชาชนไปอยู่ยังจุดที่กำหนดไว้ชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์รับมือพายุโซนร้อนปาบึก ศาลากลาง จ.ชุมพร อ.เมืองฯ จ.ชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร, นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าฯ ชุมพร, นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าฯ ชุมพร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหารจาก มทบ.44 หัวหน้าสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จ.ชุมพร สำนักงานสาธารณสุขชุมพร ประชาสัมพันธ์ จ.ชุมพร และนายธีรวัฒน์ ธีรรัฐพล ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยา จ.ชุมพร ร่วมประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือพายโซนร้อนปาบึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรวัฒน์ได้กล่าวบรรยายสรุปเกี่ยวกับการเคลื่อนตัวของพายุว่า ยังอยู่ในอ่าวไทย ห่างจากฝั่ง จ.ชุมพร ประมาณ 300 กิโลเมตร และจะส่งผลกระทบต่อ จ.นครศรีธรรมราช ส่วน จ.ชุมพร คงจะได้รับผลกระทบในช่วงเย็นวันที่ 4 มกราคม ถ้าไม่เปลี่ยนทิศทาง แต่มั่นในว่าพายุโซนร้อนปาบึกคงส่งผลกระทบต่อ จ.ชุมพร อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิบูลย์กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านระบบสื่อสารเป็น 3 ระบบ คือ ในไลน์สื่อสาร ระบบวิทยุสื่อสารทั้งของราชการ และนักวิทยุสมัครเล่น โดยต้องสื่อสารได้ระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ ตั้งแต่หมู่บ้านจนถึงระดับจังหวัด และการรับแจ้งเหตุจากประชาชน รวมถึงสื่อสารกับประชาชนได้ ส่วนการสั่งอพยพชาวบ้านไปอยู่ในที่ปลอดภัย ซึ่งจะเริ่มอพยพในวันพรุ่งนี้ หลังจากประเมินสถานการณ์กับผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาชุมพรในช่วงเช้า พร้อมทั้งขอให้ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องมืออุปกรณ์ ยานพาหนะ กำลังคน และเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบได้ทราบข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง
ชุมพรสั่งเรืองดออกจากฝั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คาดว่า จ.ชุมพร คงจะได้รับผลกระทบในช่วงเย็นวันที่ 4 มกราคม ส่วนพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบคือ อ.ละแม อ.หลังสวน อ.ทุ่งตะโก อ.เมืองฯ และ อ.สวี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้จุดที่พายุจะขึ้นสู่ฝั่ง ขณะนี้มีคำสั่งห้ามเรือทุกชนิด ทั้งเรือประมงขนาดใหญ่และเล็ก รวมทั้งเรือนำเที่ยวต่างๆ ห้ามออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด ขอให้โรงเรียนทุกโรงหยุดสอนในวันที่ 4 มกราคม หรือจนกว่าสถานการณ์จะปกติ เพื่อไม่ให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเป็นห่วงบุตรหลานหากเกิดสถานการณ์รุนแรง ส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังเกาะต่างๆ ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจแล้ว ไม่พบว่ามีนักท่องเที่ยวติดค้างอยู่บนเกาะ&amp;rdquo; นายวิบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายวิบูลย์ได้ลงมาตรวจความพร้อมในเรื่องกำลังเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมมือผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก โดยสั่งการให้นำเครื่องจักรกล เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำ เข้าประจำจุดเสี่ยงภัย โดยเฉพาะในพื้นที่โซนใต้ของจังหวัด ทั้งอำเภอทับสะแก บางสะพาน และบางสะพานน้อย รวมทั้งจะมีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าที่โรงเรียนบางสะพานวิทยา อำเภอบางสะพาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกอำเภอเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุ เคลื่อนย้ายประชาชนไปยังที่ปลอดภัยกรณีเกิดเหตุวิกฤติในพื้นที่ และให้ประชาสัมพันธ์ผ่านทางวิทยุชุมชน เสียงตามสาย หอกระจายข่าวให้ประชาชนรับทราบสถานการณ์เป็นระยะ เพื่อระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก และลมกระโชกแรง โดยเฉพาะหมู่บ้านชายฝั่งทะเลที่อาจได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรง พร้อมขอให้ชาวประมงพื้นบ้านงดการออกเดินเรือในระยะนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้มีการนำรถแบ็กโฮเข้าประจำจุดบริเวณริมคลองบางสะพาน เพื่อกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในช่วงที่เกิดน้ำป่าไหลหลาก เพื่อป้องกันปัญหาการกัดเซาะคอสะพานวังยาว บนเส้นทางถนนเพชรเกษม และทำให้การระบายน้ำลงสู่ทะเลเป็นไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรอุมา คงศรี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการรักษาการ ในตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้พิจารณาแล้วว่าเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จึงขอปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเป็นการชั่วคราว มีเวลากำหนด 2 วัน ระหว่างวันที่ 4-5 ม.ค.นี้ โดยได้ประกาศห้ามบริษัททัวร์นำเที่ยวต่างๆ รวมทั้งเรือท่องเที่ยวลงทะเลอย่างเด็ดขาด จนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะประกาศให้ทราบต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25715</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรอุมา คงศรี, พล.ต.สิทธิพร มุสิกะสิน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พัลลภ สิงหเสนี, สมนึก ซ้วนลิ่ม, สุขสวัสดิ์ สุขวรรณโณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอกราช คันธโร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2e228b434f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
