<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ระทึก !ผู้ว่าอัศวิน เตือนชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังน้ำขึ้นสูง 1-5 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย. 64 - พล.ต.อ.อัศวิน &amp;nbsp;ขวัญเมือง &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 28 ก.ย.- 2 ต.ค.64 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบน จะทำให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ดังกล่าว กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้ประเมินปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนและลุ่มน้ำป่าสัก คาดว่ามีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำจังหวัดนครสวรรค์ (C.2) อยู่ในอัตราประมาณ 2,750 - 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที)และมีปริมาณน้ำหลากจากแม่น้ำสะแกกรังไหลผ่านสถานีวัดน้ำจังหวัดอุทัยธานี (Ct. 19) อยู่ในอัตรา 450 ลบ.ม./วินาที ประเมินปริมาณน้ำไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในอัตรา 3,200 ลบ.ม./วินาที จึงมอบหมายกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ร่วมกับการตัดยอดน้ำเข้าระบบคลองชลประทานทั้งสองฝั่งและพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในอัตรา 2,700 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพความปลอดภัยและความมั่นคงของเขื่อน จึงจำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในอัตรา 900 - 1,200 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (C.29A) อยู่ในอัตราประมาณ 3,000- 3,200 ลบ.ม./วินาที และส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.20- 2.40 เมตร และท้ายเขื่อนพระรามหกเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 2.30 - 2.80 เมตร ในช่วงวันที่ 1-5 ต.ค.64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ดังกล่าว กรุงเทพมหานครได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ ที่เป็นลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งตรวจสอบความแข็งแรงและจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำ ความยาวประมาณ 78.93 กิโลเมตร &amp;nbsp; เรียงกระสอบทรายในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวรและบริเวณแนวป้องกันที่มีระดับต่ำ &amp;nbsp;ตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 97 สถานี และบ่อสูบน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง &amp;nbsp;ในช่วงน้ำทะเลขึ้น จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วม แนวกระสอบทราย พร้อมวัสดุอุปกรณ์ และกระสอบทราย เพื่อแก้ไขจุดที่คาดว่าอาจจะมีปัญหาน้ำรั่วซึมเข้ามาในพื้นที่ชั้นในอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบความรุนแรงของอุทกภัยและให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว รวมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรอง เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอให้หน่วยงาน &amp;nbsp;บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากน้ำท่วมได้ โดยจากการสำรวจมีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่นอกแนวคันป้องกันน้ำท่วม 11 &amp;nbsp;ชุมชน จำนวน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 9 เขต ได้แก่ บางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย บางกอกน้อย และคลองสาน จึงขอให้เตรียมขนย้ายสิ่งของให้อยู่ในที่สูง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหากเกิดปัญหาระดับน้ำขึ้นสูงในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักการระบายน้ำ https://dds.bangkok.go.th/ ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118327</URL_LINK>
                <HASHTAG>#น้ำท่วม, กทม, ชุมชนริมตลิ่งกทม., พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155534da73ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ค้ารายย่อย10,000 ราย เฮแน่! กทม.เตรียมเยียวยา 5,000 บาท หรือเขตละ 200 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
29 มิ.ย. 64 -พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) ครั้งที่ 40/2564 โดยพล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.กทม. เป็นประธานการประชุม นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนัก ผู้แทน บช.น. ผู้แทน กอ.รมน.กทม. ผู้แทนกลุ่มเขต และผู้แทนส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุม ศบค.กทม. ได้หารือถึงการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งสำนักพัฒนาสังคม ได้จัดทำโครงการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการสนับสนุนทุนประกอบอาชีพเพื่อช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน สูญเสียงานหรือเสียรายได้ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจึงขอให้สำนักงานเขตสำรวจ &amp;quot;ผู้ค้ารายย่อยที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม&amp;quot; สำนักงานเขตละ 200 ราย เพื่อรับเงินช่วยเหลือเยียวยา รายละ 5,000 บาท ทั้งนี้เพื่อเป็นทุนสำรองในการดำรงชีพของประชาชนต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108070</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, กทม., การเยียวยา, ผู้ค้ารายย่อย, พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60db119d49d8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม. เปิด hospitel รับโควิดเขียวอีก 4,424 เตียง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มิ.ย.64- &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมการบริหารจัดการเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมี ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการ กทม.(เสาชิงช้า)ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ขยายวงกว้างและมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในพื้นที่กทม. ดังนั้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย รวมทั้งป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค กรุงเทพมหานครจะเพิ่มเตียงสำหรับรองรับผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือแสดงอาการเล็กน้อย (สีเขียว) โดยการจัดตั้งโรงพยาบาลโรงแรม (Hospitel) เพิ่มเติมโดยร่วมกับโรงพยาบาลเอกชนในการสังเกตอาการและดูแลรักษาผู้ป่วย ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;รร. Two Three Hotel ร่วมกับรพ.เกษมราษฎร์ รองรับได้ 250 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 27 มิ.ย.64 รร. ณ เดอะ กรีน โฮเทล ร่วมกับ รพ.เกษมราษฎร์ รองรับได้ 1,000 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 29 มิ.ย.64 รร.Twin Tower ร่วมกับรพ.ธนบุรี รองรับได้ 250 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 30 มิ.ย.64 รร.บาร์ซ่าโฮเทล ร่วมกับรพ.ปิยะเวท รองรับได้ 300 เตียง &amp;nbsp;เปิดให้บริการวันที่ 1 ก.ค.64 รร.SD Avenue Hotel ร่วมกับรพ.เกษมราษฎร์ รองรับได้ 900 เตียง &amp;nbsp;เปิดให้บริการวันที่ 1 ก.ค.64 รร.IBIS รามคำแหง ร่วมกับรพ.เกษมราษฎร์ รองรับได้ 500 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 1 ก.ค.64 รร.Siam @Siam ร่วมกับรพ.ธนบุรี รองรับได้ 300 เตียง &amp;nbsp;เปิดให้บริการวันที่ 5 ก.ค.64 รร.Baiyok ร่วมกับรพ.ธนบุรี รองรับได้ 400 เตียง &amp;nbsp;เปิดให้บริการวันที่ 5 ก.ค.64 รร.Grand howard ร่วมกับรพ.ธนบุรี รองรับได้ 380 เตียง &amp;nbsp;เปิดให้บริการวันที่ 5 ก.ค.64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และศูนย์ฝึกอบรมสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร(หนองจอก) ร่วมกับรพ.สหวิทยาการมะลิ รองรับได้ 144 เตียง(อยู่ระหว่างการประสาน) รวมจำนวนเตียงทั้งหมด 4,424 เตียง โดยในวันพรุ่งนี้(30 มิ.ย.64) จะทยอยย้ายผู้ป่วยจากรพ.สนามราชพิพัฒน์ 1 เขตทวีวัฒนา วันละ 50 คน มารับการรักษาและสังเกตอาการที่ รร.Twin Tower เมื่อทำการย้ายผู้ป่วยครบจะทำการปรับพื้นที่รพ.สนามราชพิพัฒน์ 1 ให้เป็นรพ.สำหรับรองรับผู้ป่วยที่แสดงอาการ(สีเหลือง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการนำส่งผู้ป่วยเข้าระบบการรักษาในโรงพยาบาล หลังจากนี้เมื่อมีเตียงรองรับผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ศูนย์เอราวัณจะสามารถนำส่งผู้ป่วยตกค้างในพื้นที่และนำส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ทั้งหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว
ทั้งนี้ โรงพยาบาลที่รองรับผู้ป่วยโควิดที่แสดงอาการ(สีเหลือง และสีแดง) กรุงเทพมหานครได้เตรียมสถานที่เพื่อรองรับผู้ป่วย ดังนี้ รพ.สนามราชพิพัฒน์ 1 รองรับผู้ป่วยสีเหลือง 150 เตียง ผู้ป่วยสีแดง 40 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 10 ก.ค.64 รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน รองรับผู้ป่วยสีเหลือง 140 เตียง ผู้ป่วยสีแดง 16 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 10 ก.ค.64 และโรงพยาบาลสนามกองทัพบก พื้นที่มณฑลทหารบกที่ 11 รองรับผู้ป่วยสีเหลือง 200 เตียง ผู้ป่วยสีแดง 55 เตียง เปิดให้บริการวันที่ 2 ก.ค.64 รวมจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยสีเหลือง 490 เตียง และเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดง 111 เตียง
&amp;mdash;&amp;mdash;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108055</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, hospitel, กทม., พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60daec3ab0484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 22:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ออกประกาศคุมเข้ม &#039;ตลาด-แคมป์คนงาน-คอลเซ็นเตอร์&#039; ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานก่อสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯอัศวิน โพสต์ข้อความว่า มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ในแคมป์คนงาน ตลาด และบริษัทที่มี call center เริ่ม 23 พ.ค.นี้&amp;nbsp;จากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากในแคมป์คนงานก่อสร้าง ตลาด และบริษัทที่มี call center ซึ่งการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้กระจายสู่ชุมชน และสถานที่โดยรอบเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ได้ประชุมเมื่อวันที่ 21 พ.ค 64 &amp;nbsp;โดยมีมติเห็นชอบ ให้มีมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และ กทม. ได้ออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค 64 เป็นต้นไป ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ให้ตลาด &amp;nbsp;แคมป์คนงานก่อสร้าง และสถานประกอบการ call center ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค แนบท้ายประกาศนี้
2. ห้ามมิให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานก่อสร้าง เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นและต้องปฏิบัติตามมาตรการแนบท้ายประกาศนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103842</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรุงเทพมหานคร, คลัสเตอร์แคมป์คนงาน, ผู้ว่าฯอัศวิน, พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง, แคมป์คนงานก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a275c0c330f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เตรียมเปิดweb based จองคิวฉีดวัคซีน25จุดนอกรพ.ไม่ซ้ำซ้อน&#039;หมอพร้อม&#039; ลงทะเบียนได้ผ่านเซเว่นฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค.64 - พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมจุดบริการฉีดวัคซีนนอกรพ. &amp;ldquo;หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร - หอการค้าไทย&amp;rdquo; ณ บริเวณ ชั้น 2 &amp;nbsp;บิ๊กซี บางบอน เขตบางบอน ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวัน กทม.ได้ตรวจเชิงรุกและเร่งฉีดวัคซีนเพื่อลดอัตราการติดเชื้อและความรุนแรงของผู้ป่วยหากติดเชื้อ โดยได้จัดสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล หรือ &amp;ldquo;หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร-หอการค้าไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; สำหรับการทดลองเปิดระบบ &amp;ldquo;ศูนย์บริการวัคซีนบิ๊กซี บางบอน&amp;rdquo; ในวันนี้ดำเนินการโดยความร่วมมือกับโรงพยาบาลเครือบางปะกอก ซึ่งมีการเตรียมระบบให้วัคซีนที่ปลอดภัยและครบถ้วนในทุกขั้นตอนจนถึงการดูแลและสังเกตอาการ โดยตั้งเป้าหมายในการให้บริการฉีดวัคซีน จำนวน 2,500 &amp;ndash; 3,000 คน/วัน ตั้งแต่เวลา 08.30 น. -16.30 น. สำหรับกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อสูง ได้แก่ บุคลากรส่วนหน้าและอาชีพที่มีความเสี่ยงต้องให้บริการประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำนักอนามัยได้นำเข้าข้อมูลไว้ในระบบของ กทม. และต่อไปจะให้บริการวัคซีนแก่ผู้ที่ขับรถยนต์สาธารณะ พนักงานเก็บค่าโดยสารสาธารณะ จากบริษัทขนส่งต่างๆ ซึ่งมีประมาณ 7,000 คน รวมถึงจะฉีดวัคซีนให้กับพนักงานเก็บขน พนักงานกวาด จากสำนักงานเขต คนขับแท็กซี่ วินจักรยานยนต์ พนักงานขนส่งอาหารต่างๆ ผู้มีอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็ก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นอกจากนี้กลุ่มเป้าหมายต่อไปคือบุคลากรครูในกรุงเทพฯ ซึ่งมีประมาณ 170,000 คน และกลุ่มอาชีพเสี่ยงอื่น ๆ จะได้รับการพิจารณาให้ได้รับวัคซีน ในลำดับถัดมา ขึ้นอยู่กับปริมาณวัคซีนที่ได้รับจัดสรร โดยกทม. จะเร่งขยายสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลให้ครบตามเป้าหมาย 25 แห่งทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเดินทางมาฉีดวัคซีน โดยภายในวันที่ 31 พ.ค.64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ &amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเดือน มิ.ย.-ก.ค.64 กรุงเทพมหานครจะได้รับการจัดสรรวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุข เดือนละ 2.5 ล้านโด๊ส รวม 2 เดือน 5 ล้านโด๊ส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ กรุงเทพมหานครเร่งดำเนินการฉีดให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน(มิ.ย.-ก.ค.) กทม. มีแผนบริหารจัดการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 2.5 ล้านคน/เดือน โดยจะกระจายการฉีดวัคซีนทั้งภายในโรงพยาบาลทั้ง 126 แห่ง ซึ่งมีศักยภาพในการฉีดไม่น้อยกว่าวันละ 20,000 คน และจุดบริการฉีดวัคซีนนอกรพ. 25 แห่ง มีศักยภาพในการฉีดวันละ 38,000-50,000 คน/วัน คาดการณ์ว่าจะสามารถฉีดวัคซีนได้ไม่น้อยกว่า 60,000 คน/วัน โดยผู้ที่ได้รับการฉีดจะเป็นประชาชนทั่วไป คาดว่าน่าจะครบ 5 ล้านคนตามเป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีกำหนด โดยในข่วงนี้ กทม. ขอความร่วมมือประชาชนลงทะเบียนผ่านระบบแอปพลิเคขั่น &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; ในการเข้ามาฉีดวัคซีน เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการและความปลอดภัยของประชาชน โดยหากเปิดให้ประชาชน walk in อาจเกิดปัญหาความแออัดของประชาชนที่ต้องมารอคิว และมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. ได้มีการหารือถึงแนวทางที่จะให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครทุกคนสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการฉีดได้อย่างทั่วถึงและแบ่งเบาภาระของ แอปฯ &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; อาจจะเป็นในรูปแบบของ web based ซึ่งจะใช้สำหรับการจองคิวฉีดวัคซีนโดยเฉพาะ ซึ่งระบบดังกล่าวจะไม่ซ้ำซ้อนกับ &amp;ldquo;หมอพร้อม&amp;rdquo; เนื่องจากขณะนี้ผู้ที่ลงทะเบียนกับหมอพร้อมจะเป็นผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่มโรค และนัดเข้ารับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาล ส่วนระบบ web based จะใช้สำหรับการลงทะเบียนผู้ที่อายุระหว่าง 18-59 ปี และนัดรับการฉีดวัคซีนที่จุดบริการนอกโรงพยาบาล 25 จุด โดยจะประสานหอการค้าไทย และร้านสะดวกซื้อ อาทิ เซเว่นอีเลฟเว่น เข้าร่วมระบบดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถลงทะเบียนจองคิวได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องระบบดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103310</URL_LINK>
                <HASHTAG>#web based, #ฉีดวัคซีน, กทม, จองฉีดวัคซีน, พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a374c18e5ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งปิดตลาดคลองเตยยาวถึง 31พ.ค. หลังพบยังหยุดแพร่ระบาดไม่ได้ มีผู้ติดเชื้อแล้ว 332 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 พ.ค. 64- &amp;nbsp;ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) : ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 13/2564 ประชุมพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้พบการระบาด 27 คลัสเตอร์ ใน 17 เขต อยู่ระหว่างดำเนินการควบคุมโรค 20 คลัสเตอร์ และสามารถควบคุมได้แล้ว 7 คลัสเตอร์ ทั้งนี้ไม่รวมคลัสเตอร์ที่ราชฑัณท์ โดยเขตที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 ลำดับแรก คือ &amp;nbsp;ดินแดง ห้วยขวาง บางเขน จตุจักร ลาดพร้าว บางแค คลองเตย วังทองหลาง วัฒนา บางกะปิ สำหรับการผลการให้บริการวัคซีนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้ได้รับวัคซีนรวมจำนวน 403,446 โ้ด้ส มีผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มจำนวน 112,104 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมรับทราบมติศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ที่กำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดง) ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรการหลักของศบค.อย่างเคร่งครัด และเห็นควรพิจารณามาตรการผ่อนคลายกิจการร้านอาหาร ให้เป็นไปตามข้อกำหนดฯ แห่ง พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 23) ที่กำหนดให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งมีมติให้ร้านอาหาร สามารถนั่งรับประทานอาหารในร้านได้ ไม่เกิน 21.00 น. โดยนั่งได้ไม่เกิน 25% ของจำนวนที่นั่งปกติ &amp;nbsp;จำหน่ายอาหารแบบนำไปบริโภคที่อื่นได้ (Take way) ไม่เกิน 23.00 น. ห้ามดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน &amp;nbsp;และให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และยังคงปิดสถานที่ตามประกาศกรุงเทพมหานครปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 25) และ &amp;nbsp;(ฉบับที่ 26) ต่อไป &amp;nbsp;โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 17 - 31 พ.ค. 64 &amp;nbsp;ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 29)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในตลาดคลองเตยและชุมชนใกล้เคียง จากการตรวจเชิงรุก พบผู้คิดเชื้อในพื้นที่คลองเตย 494 คน และพบผู้ติดเชื้อในตลาดคลองเตย จำนวน 332 คน เขตจึงได้มีคำสั่งปิดตลาดไปแล้ว 5 ครั้งๆ ละ 3 วัน (ครั้งล่าสุด 11-13 พ.ค.64) แต่ยังไม่สามารถหยุดการแพร่ระบาดของโรคได้ ที่ประชุมคณะกรรมการโรคคิดต่อกรุงเทพมหานครจึงเห็นควรให้ปิดตลาดคลองเตยต่อไปจนถึงวันที่ 31 พ.ค. โดยจะมีการออกประกาศให้ทราบ รวมทั้งที่ประชุมเห็นชอบให้ 50 สำนักงานเขตสำรวจจำนวนคนงานก่อสร้างในแค้มป์ให้เป็นปัจจุบัน พร้อมให้คำแนะนำในการปฏิบัติตน นอกจากนี้จะมีการจัดประชุมผู้ประกอบการก่อสร้างในพื้นที่กทม.เพื่อสร้างความรู้ความเจ้าใจเกี่ยวกับมาตรการปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103186</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, กทม., ตลาดคลองเตย, พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a20c99e8127.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯ อัศวิน สั่งระงับก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง 7 วัน จนกว่าจะมั่นใจความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.64- พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์แขนเครนยกของร่วงหล่นลงบนถนนศรีนครินทร์ ซอย 1 ทำให้มีเศษวัสดุกระเด็นไปโดนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เมื่อเวลา 12.18 น. ของวันที่ 13 เม.ย.64 นั้น จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีความห่วงใยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์กรณีเช่นนี้ซ้ำ จึงได้มอบหมายสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาอนุญาต ประสานงาน ตรวจสอบ และการกำกับดูแลให้หน่วยงานด้านสาธารณูปโภคหรือด้านโครงสร้างพื้นฐานดำเนินการก่อสร้างในเขตทางสาธารณะ ทำหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ขอให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยระงับการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง เป็นเวลา 7 วัน นับถัดจากได้รับหนังสือฉบับนี้ (14 เม.ย.64) และให้ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องให้เรียบร้อยถูกต้องตามคู่มือก่อสร้างงานสาธารณูปโภค ปี 2550 และเงื่อนไขในหนังสืออนุญาต รวมถึงให้ถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด พร้อมเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวให้เรียบร้อยโดยด่วน และแจ้งผลการดำเนินการให้สำนักการโยธาทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จุดเกิดเหตุดังกล่าวเป็นพื้นที่แนวก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ( รฟม. ) กระทรวงคมนาคม รับผิดชอบกำกับดูแล โดยจากการชี้แจงข้อเท็จจริงและจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าบริษัท ผู้รับสัมปทานโครงการฯ ได้นำอุปกรณ์สำหรับยกติดตั้งทางเดินฉุกเฉิน (Emergency Walkway) ระหว่างคานทางวิ่ง (Guideway Beam) มาติดตั้งในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์แต่การติดตั้งยังไม่แล้วเสร็จ จึงได้ดำเนินการติดตั้งต่อไปอย่างต่อเนื่องให้แล้วเสร็จ ซึ่งขณะติดตั้งได้เกิดเหตุสายสลิงยกของขาดทำให้เกิดแรงสะบัดส่งผลให้แขนเครนยกของร่วงหล่นลงบนถนนศรีนครินทร์ฝั่งขาออก ทำให้ชิ้นส่วนดังกล่าวกระเด็นใส่รถจักรยานยนต์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลลาดพร้าว ส่วนรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย 1 คัน โดยในทางคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมากจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่ง บริษัทผู้รับสัมปทานจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด ส่วนทรัพย์สินของทางราชการไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99493</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง, โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076ccd340cd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
