<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 21:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่าชนนายรับอึดอัด เผยอาจขอลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จ่าพหลโยธินสุดท้ายกลายเป็นแกะหลงฝูง เจ้านายแถลงปิดคดี ระบุเพื่อนตำรวจส่วนใหญ่ยินดีให้หักเบี้ยเลี้ยงซื้อแอร์ ยุติสอบวินัยเอาผิดใครทั้งสิ้น แค่เข้าใจผิดเท่านั้น เจ้าตัวรับต่อไปอยู่ยาก อาจตัดสินใจลาออก บิ๊กแป๊ะหงุดหงิดไปร้องนอกหน่วย โยน ผกก.รับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พหลโยธิน วันที่ 29 มีนาคมนี้ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน ได้เปิดแถลงชี้แจงกรณีผู้ใต้บังคับบัญชาขัดแย้งกันเรื่องหักเงินเบี้ยเลี้ยงตกเบิกซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องประชุมของฝ่ายสืบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการสอบปากคำตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้ง 10 นาย ที่ถูกหักเงินเป็นค่าซื้อแอร์ ต่างให้การสอดคล้องกันว่าให้หักเงินด้วยความสมัครใจ ยกเว้น จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผู้บังคับหมู่งานสืบสวน ผู้ร้องเท่านั้นที่ไม่สมัครใจและไม่เห็นด้วย แต่กรณีนี้เป็นเรื่องภายในที่เกิดจากความเข้าใจผิดกัน เชื่อว่าไม่กระทบการทำงานภายใน และยืนยันว่าจะไม่มีการดำเนินการทางวินัยต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และผู้บังคับบัญชาจะคืนเงินให้แก่ผู้ที่ไม่สมัครใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน จ.ส.ต.เลอศักดิ์ชี้แจงต่อสื่อมวลชนทันทีหลังผู้บังคับบัญชาชี้แจงจบ โดยยืนยันว่าตนเองไม่สมัครใจให้เงินจำนวนดังกล่าวแต่แรก เพราะเงินจำนวนนี้เป็นสิทธิ์ของตนเองที่ได้มาจากเบี้ยเลี้ยงตกเบิกการตั้งด่านความมั่นคงช่วงกลางปีที่แล้ว และที่ผ่านมาไม่เคยถูกหักเงินเป็นค่าซ่อมบำรุงอุปกรณ์ที่ชำรุดในที่ทำงาน ทั้งยอมรับเงินเดือนปกติไม่ได้มาก ชีวิตไม่ได้สบาย และยังต้องมาเจอเหตุการณ์บั่นทอนกำลังใจในการทำงานแบบนี้ รู้สึกเสียใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปตามที่ได้ร้องเรียนไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนชีวิตการทำงานหลังจากนี้ยอมรับกังวลใจในบรรยากาศการทำงาน และกำลังพิจารณาโยกย้ายปรับเปลี่ยนการทำงาน หรืออาจลาออกจากอาชีพข้าราชการตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผบ.หมู่ สส.สน.พหลโยธิน นำเอกสารร้องเรียนขอความเป็นธรรมสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หลัง พ.ต.ต.ชลากร ปานแดง และ พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส.สน.พหลโยธิน ใช้อำนาจหน้าที่สั่งการขอหักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตำรวจชั้นผู้น้อย 11 นาย เพื่อจัดซื้อเครื่องปรับอากาศติดตั้งในห้องสืบสวน สน.พหลโยธิน ว่า เรื่องนี้ถ้าจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กก็ไม่เล็ก มองว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็ไม่ใหญ่ เป็นเรื่องการปกครองภายใน ต้องดูเจตนาของสารวัตรด้วยว่าเจตนาดีหรือไม่ดี ถ้าเจตนาดีก็อีกเรื่องหนึ่ง เจตนาไม่ดีก็ดูไม่ดี ว่าไปหักเบี้ยเลี้ยงลูกน้องทำไม เรื่องนี้ ผกก.หัวหน้าสถานีต้องไปดูแลลูกน้องอย่างใกล้ชิดด้วย อะไรที่ขาดเหลือต้องดูแล ไม่ใช่ปล่อยลักษณะเรี่ยไรอย่างนี้ ต้องลงไปแก้ไข อุปกรณ์ขาดเหลือก็ต้องเสนอขอมาในระดับ บก. บช. ตามลำดับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ถ้าเหตุเร่งด่วน แอร์เสีย น้ำไม่ไหล เป็นเรื่องปกติ แต่บางทีผู้บังคับบัญชาเด็กๆ อาจอึดอัด สิ่งเหล่านี้พูดจากันได้ในโรงพัก ยิ่งฝ่ายสืบสวนมีไม่กี่คนหรอก สามารถพูดจากันได้ ไม่ควรจะไปที่หน่วยอื่น จริงๆ ก็แล้วแต่ ผมไม่ได้ปกป้องใคร แต่ผมมองว่าให้ดูที่เจตนา ถ้าทุกคนเห็นว่าแอร์เสีย เอามาใช้ส่วนรวม ไม่ได้เอาไปติดที่ห้องสารวัตรคนเดียว หรือห้อง ผกก. อย่างนี้ก็ไม่ได้ ไม่ถูกเรื่อง&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.ตร.มีความเห็นว่าไม่ควรไปร้องที่ ป.ป.ท.ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชามีตั้งหลายระดับชั้นที่จะให้ความเป็นธรรม ตั้งแต่ ผกก. รอง ผบก. ผบก.น.2 หรือไปที่ บช.น.ก็ได้ ผู้บังคับบัญชาจะได้รับรู้ปัญหาด้วย การร้องทุกข์ร้องเรียนต่อหน่วยอื่นจะมีความผิดตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ ให้ผู้บังคับบัญชาในนครบาลไปว่ากัน ที่ตนบอกมันไม่ใช่เรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ มองเป็นเรื่องปกติก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการเรี่ยไรเงินในสถานีตำรวจแบบนี้เป็นเรื่องปกติ ธรรมเนียมปฏิบัติ หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า อย่าไปเรียกว่าเรี่ยไรเงิน แต่อะไรที่มันเสีย ต้องซ่อมแซมให้ใช้ได้โดยไม่สามารถรองบประมาณปกติ ก็ต้องดำเนินการไป ตนเชื่อว่ามีอยู่หลายร้อยโรงพักที่ดำเนินการลักษณะแบบนี้ ตำรวจในโรงพักช่วยกันระดมทุนแบบนี้ต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าหน่วยบริหารจัดการและทำความเข้าใจ เรื่องนี้ตนขอพูดในภาพรวม แต่ก็จะสั่ง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวส ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปดู ลักษณะแบบนี้จะเป็นอุทาหรณ์ ก็ขยายความไปในโซเชียลมีเดีย มีการแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา ขยายความไปเรื่อยๆ ส่วนที่ตอนนี้มีข่าวว่าตำรวจที่เป็นผู้ไปร้องเรียนอาจจะรู้สึกผิด อึดอัดในการอยู่ในโรงพัก ก็เป็นเรื่องที่ ผบช.น.ต้องไปจัดการ อะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เกิดความแตกแยก แตกความสามัคคี หน่วยมีกฎระเบียบอยู่แล้ว เรื่องนี้ผู้บังคับบัญชาต้องเอาใจใส่ ตนเน้นย้ำเรื่องการใช้งบประมาณมาตลอด เรื่องนี้ตนไม่ทราบรายละเอียดว่าการเรี่ยไรของผู้บังคับบัญชาเป็นการสมัครใจหรือไม่ อย่างไร ย้ำว่าตนไม่ก้าวก่าย แต่หากตำหนิ ต้องตำหนิหัวหน้าหน่วย ไม่ตำหนิเด็กอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า หลังรับเรื่องร้องเรียน ป.ป.ท.ได้ส่งเรื่องให้สำนักปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 5 ซึ่งรับผิดชอบงานด้านตำรวจ ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนจะเรียกตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 11 นาย เข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรื่องยังไม่ถึงบอร์ด ป.ป.ท. ส่วนตัวเห็นว่าการที่จะพิจารณาว่ามีการกระทำที่ทุจริตหรือไม่นั้น ต้องดูว่าการกระทำเป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งราชการ หรือกระทำผิดต่อความยุติธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ ยังต้องพิจารณาว่าผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่เกินกว่าเหตุในการหักเงินผู้ใต้บังคับบัญชาหรือไม่ กรณีที่เงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลแล้ว หากผู้ใต้บังคับบัญชาไม่สมัครใจก็ไม่สามารถหักเงินได้ เพราะไม่ใช่เงินขององค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีนี้ไม่ควรเป็นกรณีศึกษา และไม่ควรเป็นตัวอย่าง แต่เป็นข้อจำกัดของการทำงาน ซึ่งผู้บริหารองค์กรสามารถตั้งงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างได้ โดยผู้บริหารจะต้องสอดส่องดูแล ในด้านกฎหมาย ผมไม่ขอออกความเห็น มันอยู่ที่ระบบคุณธรรมและจริยธรรมของผู้บริหาร&amp;quot; พล.ต.อ.จรัมพรกล่าว.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6093</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่าพหลโยธิน, ป.ป.ท., พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หักเบี้ยเลี้ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abcf0866ac3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกงลามถึงบนดอย! ใช้ชื่อขรก.เบิกแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกงถ้วนหน้า ทุจริตถึงดีเอ็นเอ ล่าสุดลามถึงดอย ป.ป.ท.ลงพื้นที่เชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่อม งบประมาณตามโครงการพระราชดำริ 24 ล้าน ไม่ถึงมือชาวเขา แต่ถูกเบิกจ่ายในชื่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการท้องถิ่นแทน ด้าน &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; &amp;nbsp; ขู่ตรวจสอบพบติดคุกหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มีนาคม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยมี พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการ ป.ป.ท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณประเภทเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ของศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ งบปี 2560 จำนวน 67 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยชุดปฏิบัติการจากสำนักงาน ป.ป.ท. ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ท. เขต 5 ได้สอบถ้อยคำหัวหน้าเขต อำเภอแม่ริม แม่แตง และเชียงดาว ที่ปรากฏลายมือชื่อปรากฏว่าเป็นผู้รับมอบเงินอุดหนุนมาจากศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ โดยหัวหน้าเขตอำเภอแม่ริม รับ 2,877,000 บาท, หัวหน้าเขตอำเภอแม่แตง รับ 5,075,000 บาท และหัวหน้าเขตอำเภอเชียงดาว รับ 6,120,000 บาท เพื่อนำมามอบให้กับชาวบ้านในเขตรับผิดชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หัวหน้าเขตทั้ง 3 เขต ต่างให้ถ้อยคำสอดคล้องตรงกันว่า ไม่เคยได้รับเงินดังกล่าวแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบเอกสารพบว่า ในปีงบประมาณ 2560 เขตรับผิดชอบอำเภอจอมทอง มีการเบิกจ่ายงบประมาณสูงสุดถึง 11.25 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จรัมพรเปิดเผยว่า จากข้อมูล ป.ป.ท. สอบถามชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏรายชื่อผู้รับเงินสงเคราะห์ 36 ราย เป็นบุคคลกลุ่มชาติพันธุ์ 31 ราย สัญชาติไทย 5 ราย โดยชาวบ้านสัญชาติไทยทั้ง 5 รายไม่เคยได้รับเงินสงเคราะห์ และกลุ่มชาติพันธุ์ 18 รายไม่ได้รับเงินสงเคราะห์เช่นกัน นอกจากนี้ ชาวบ้านหมู่ที่ 8 จำนวน 36 ราย ซึ่งมีชื่อกำนันตำบลกึ๊ดช้าง เป็นผู้ได้รับเงินสงเคราะห์ด้วย แต่เมื่อถามกำนันได้ยืนยันว่า ตนเอง และลูกบ้านไม่เคยได้รับเงินสงเคราะห์ดังกล่าวเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราลงพื้นที่ตรวจสอบไม่เว้นแม้แต่โครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง อำเภอแม่ออน ตามพระราชดำริ ที่รับงบประมาณ 24 ล้านบาท ซึ่งจากการสุ่มตรวจเพียง 1 ตำบล คือ ตำบลแม่ทา ทั้งหมด 537 รายนั้น ไม่ได้รับเงินแม้แต่รายเดียว แต่กลับถูกนำรายชื่อไปเบิกจ่ายทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการท้องถิ่น ก็ถูกนำรายชื่อไปเบิกด้วย&amp;quot; พล.ต.อ.จรัมพรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการทุจริตงบประมาณศูนย์คนไร้ที่พึ่ง 76 จังหวัด ที่ตรวจพบทุจริตไปแล้ว 49 จังหวัด เหลือเพียง 42 จังหวัด ซึ่งวันนี้อาจจะเข้าบางส่วน โดย 7 จังหวัดได้มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐไปแล้ว 34 ราย ส่วนนิคมสร้างตัวเองนั้นได้มีการสุ่มตรวจไปแล้ว 4 แห่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ส่วนนิคมอุดรฯ ขอนแก่น สตูล และเชียงใหม่ ส่วนใหญ่ก็จะมีการทุจริตลักษณะเดียวกัน คือมีการนำเอกสารมาลงรายละเอียดโดยที่เจ้าตัวไม่รู้บ้าง เจ้าตัวลงชื่อไว้แต่ไม่กรอกรายละเอียด แล้วนำไปเบิกเงิน แต่เจ้าตัวไม่รับหรือได้รับบางส่วน ดังนั้น ขณะนี้ต้องรอข้อเท็จจริงและมีการสอบสวนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และจะนำเจ้าหน้าที่ ปปง.เข้ามาตรวจสอบด้านการเงินของเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ งบประมาณประเภทอุดหนุนเฉพาะกิจของศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเมื่อปี 2560 นั้น ได้รับงบประมาณทั้งหมด 66,609,000 บาท โดยมีการจัดสรรแบ่งพื้นที่ออกไปทั้งหมด 15 เขต มีอำเภอฝาง, อำเภอพร้าว, อำเภอเวียงแหง, อำเภอเชียงดาว, อำเภอแม่อาย, อำเภอแม่แตง, อำเภอแม่วาง, อำเภอจอมทอง, อำเภอแม่ริม, อำเภอไชยปราการ, &amp;nbsp;อำเภอสะเมิง, อำเภออมก๋อย และอำเภอแม่แจ่ม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบถามชาวบ้าน โดยเฉพาะหมู่ 8 ผาปู่จอม ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่นั้น 37 รายพบว่าไม่มีชาวบ้านได้รับเงินเลย แต่กลับมีการนำเอกสารไปเบิกเงิน ส่วนชาวบ้านหมู่ 1 บ้านผาแดงนั้น 36 รายได้รับเงินรายละ 1,000 บาท แต่กลับนำรายชื่อไปเขียนในใบสำคัญรับเงินคนละ 3,000 บาท นอกจากนี้บางรายไม่รู้หนังสือกลับมีการเซ็นชื่อแทน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเนตรนภา เจริญทิพย์ อายุ 39 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ผาปู่จอม ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกนำรายชื่อไปเบิกเงินบอกว่า รู้สึกโกรธมากที่ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่นำชื่อตนไปเบิกเงิน และเขียนรายได้ต่อปีให้กับตนเพียงเดือนละ 1,800 บาท นอกจากนี้ ในเอกสารยังกรอกว่าตนเป็นชนเผ่าล่าหู่ ทั้งๆ ที่ตนเป็นคนไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัย แซ่ย่าง หัวหน้าศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจากเขตอำเภอแม่ริม และเขตต่างๆ ที่เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ทราบมาก่อนว่าทางศูนย์แต่ละศูนย์จะได้รับเงินหลักล้าน เนื่องจากการไปเซ็นเบิกจ่ายเงินแต่ละครั้งนั้นจะได้รับเงินมาเป็นซอง และนำมาแจกจ่ายให้กับผู้ยากไร้ตามจำนวนที่หัวหน้าให้มาเท่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ตรวจสอบพบว่าศูนย์พัฒนาบนพื้นที่สูงเขตอำเภอจอมทองได้รับงบประมาณปี 2560 มากที่สุดถึง 11.24 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวขณะตรวจราชการที่จังหวัดหนองบัวลำภูว่า เรื่องทุจริตอย่าให้เกิดขึ้น เราต้องสนใจสิทธิประโยชน์ของตัวเอง ส่วนเรื่องที่กำลังตรวจสอบอยู่ เช่น โครงการเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรณีอื่นๆ ติดคุกหมด รวมถึงโทษทางวินัย อาญา และแพ่ง กฎหมายมีอยู่แล้ว รัฐบาลนี้เข้ามาทำไม่ได้เร็วนัก เพราะต้องให้ความเป็นธรรม ไม่ใช้อำนาจพิเศษลงโทษเขา ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องการทุจริตที่เกิดจากต่างคนต่างยอม มีคนได้ประโยชน์เสียประโยชน์ เสียเพื่อต้องการได้ประโยชน์นี่คือกลุ่มที่หนึ่ง กลุ่มที่สองเพราะความไม่รู้สิทธิ์ของตนเอง ไม่รักษาสิทธิ์ เช่น งบคนไร้ที่พึ่งที่ประชาชนไม่รู้ว่าได้เท่าไหร่ ดังนั้นต้องฟังบ้าง วันนี้มีบัตรสิทธิของคนรายได้น้อย หลายคนบอกทำทำไมบัตร เสียเวลา เอาเงินมาให้เลยดีกว่า แล้วมันจะได้ซื้อของอย่างนี้หรือไม่ พ่อบ้านฟังไว้นะ อยากได้เป็นจำนวนเงิน แต่แม่บ้านบอกถ้าให้แบบนั้นเขาไม่ได้ เดี๋ยวจะไปใช้เฮฮาเสียมากกว่า วันนี้ต้องการให้ครอบครัวมีข้าวกิน มีของอุปโภคภายในบ้าน พ่อบ้านก็เอาหน่อยน่ะ มีคนเสนอบอกอันนี้ให้โอนบัญชีเมีย สามีก็บอกกลัวเมียเอาไปเล่นหวยอีก&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ว่าหลังจากที่ พส.ได้จัดทีมลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตเงินสงเคราะห์ฯ ของหน่วยงานในสังกัดพส. 56 แห่ง และสัปดาห์นี้ได้จัดทีมลงตรวจเพิ่มเติมอีก 2 จังหวัดคือ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ตรัง และนิคมสร้างตนเองตากฟ้า จ.นครสวรรค์ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่ามีมูลทุจริตหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงรวมทั้งหมดแล้ว 7 แห่ง คือ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น เชียงใหม่ พัทลุง นราธิวาส สงขลา สุราษฎร์ธานี และโครงการหมู่บ้านสันกำแพง จ. เชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบยังพบ 6 ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 1 นิคมสร้างตนเองที่ไม่มีการทุจริตคือสมุทรสงคราม สิงห์บุรี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช สกลนคร แพร่ และนิคมสร้างตนเองลำน้ำอูน จ.สกลนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้เสนอนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. ขอเพิ่มกรรมการอีก 2 ตำแหน่ง เนื่องจากเอกสารที่ต้องตรวจสอบมีจำนวนมาก และมีความซับซ้อน ซึ่งปลัด ศธ.ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว และจากการตรวจสอบเอกสารย้อนหลังพบว่าที่มีหลักฐานการโอนเงินชัดเจนคือปี 2552 และปี 2554-2561 ส่วนที่เหลืออีก 3 ปีคือ 2550, 2551 และ 2553 ที่เคยมีการระบุว่าไม่พบหลักฐานนั้น ตนได้ตรวจสอบรายงานการประชุม พอจะเห็นร่องรอย จึงได้ขอความร่วมมือจากศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ให้ช่วยตรวจสอบในพื้นที่ เพื่อยืนยันว่าพื้นที่แต่ละแห่งได้รับการโอนเงินให้จำนวนเท่าไร และไม่ได้เงินจำนวนเท่าไร ขณะเดียวกันในส่วนของการตรวจสอบบัญชีผู้รับเงินจากเอกสารการดำเนินการกองทุน ตนคิดว่าน่าจะมีมากกว่า 22 บัญชี และจำนวนเงินนั้นยังตอบไม่ได้ว่ามีการยักยอก 88 ล้านบาทจริงหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ท., พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล, พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศอตช., สตง., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โครงการพระราชดำริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab3bd0ed9863.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุจริตลามถึงบนดอย &#039;ป.ป.ท.&#039; พบโกงเงินสงเคราะห์กลุ่มชาติพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เผยถึงการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณประเภทเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ของศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ งบปี 2560 จำนวน 67 ล้านบาท ว่าจากข้อมูล ป.ป.ท. สอบถามชาวบ้านหมู่ 1 ตำบลกึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏรายชื่อผู้รับเงินสงเคราะห์ 36 ราย เป็นบุคคลกลุ่มชาติพันธุ์ 31 ราย สัญชาติไทย 5 ราย โดยชาวบ้านสัญชาติไทย ทั้ง 5 ราย ไม่เคยได้รับเงินสงเคราะห์ และกลุ่มชาติพันธุ์ 18 ราย ไม่ได้รับเงินสงเคราะห์เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ชาวบ้านหมู่ที่ 8 จำนวน 36 ราย ซึ่งมีชื่อกำนันตำบลกึ๊ดช้าง เป็นผู้ได้รับเงินสงเคราะห์ด้วย แต่เมื่อถามกำนัน ได้ยืนยันว่า ตนเอง และลูกบ้านไม่เคยได้รับเงินสงเคราะห์ดังกล่าวเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดปฏิบัติการจากสำนักงาน ป.ป.ท. ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ท. เขต 5 ยังได้สอบถ้อยคำหัวหน้าเขต อำเภอแม่ริม แม่แตง และเชียงดาว ที่ปรากฏลายมือชื่อปรากฏว่า เป็นผู้รับมอบเงินอุดหนุนมาจากศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ โดยหัวหน้าเขตอำเภอแม่ริม รับ 2,877,000 บาท หัวหน้าเขตอำเภอแม่แตง รับ 5,075,000 บาท และหัวหน้าเขตอำเภอเชียงดาว รับ 6,120,000 บาท เพื่อนำมามอบให้กับชาวบ้านในเขตรับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หัวหน้าเขตทั้ง 3 เขต ต่างให้ถ้อยคำสอดคล้องตรงกันว่า ไม่เคยได้รับเงินดังกล่าวแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบเอกสาร พบว่า ในปีงบประมาณ 2560 เขตรับผิดชอบอำเภอจอมทอง มีการเบิกจ่ายงบประมาณสูงสุดถึง 11.25 ล้านบาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินผู้ยากไร้, ป.ป.ท., พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี, เชียงใหม่, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab361acf0103.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
