<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 19:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สู้กันด้วยธรรมยุทธ์ดีกว่า! ปราม&#039;อัศวิน&#039;สายบิ๊กตู่-&#039;จักรทิพย์&#039;เด็กลุงป้อมแข่งเดือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค. 64 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;นี่ก็อยู่ฝ่ายเดียวกันไฉนต้องปะทะกันด้วยเล่า!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม และพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; ก็เป็นคนในฝ่ายรัฐบาลด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่างก็สร้างผลงานมากมายให้กับบ้านเมืองมาแล้วทั้งนั้น ตอนนี้จะมาแข่งกันเป็นผู้ว่ากทม. ก็เป็นเรื่องปกติในทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถต่อสู้กันด้วยธรรมยุทธได้ แต่ไฉนเล่าต้องมาทะเลาะเบาะแว้ง กลั่นแกล้งเอาเปรียบและตอบโต้กล่าวหาว่าร้ายกัน ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจเอกอัศวินก็อยู่ในสายลุงตู่ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ก็อยู่ในสายลุงป้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าจะจับเข่าคุยกันนะครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดี๋ยวก็จะถูกตีความว่าเป็นอีกาฝูงเดียวกันยกพวกตีกัน เป็นนานาวิการอาเพศแก่บ้านเมือง อีกเรื่องหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มากินกาแฟคุยกันไหมล่ะครับ ดูตราแผ่นดินสิครับก็จะรู้ว่าต้องทำอะไร&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102784</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, ผู้ว่าฯกทม., พล.ต.อ.จักรทิพย์, พล.ต.อ.อัศวิน, ลุงป้อม, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a66e21cb43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัดส่ง&#039;ธรรมนัส&#039;ช่วย&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;ชิงผู้ว่าฯ ชมเปาะ5ปีผบ.ตร.ดูแลปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่าได้มอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำของ พปชร. คุมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และให้ ส.ส. และ ส.ก. สนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในนามอิสระว่า ไม่มี ตนไม่ได้พูด ยืนยันว่าพรรคพปชร. ไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรคแน่นอน แต่จะสนับสนุนใครเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า บุคคลที่พรรคสนับสนุนคือ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ยังไม่รู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุว่าพล.อ.ประวิตร แนะนำว่าถ้ายังไม่ทำอะไรให้มาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องไปถามพล.ต.อ.จักรทิพย์ ส่วนตัวถ้าเขาจะลงก็ดี เพราะตั้งใจทำงาน เป็น ผบ.ตร.มาตั้ง 5 ปี ทำงานให้กับประชาชนมาตลอด ก็ไม่มีอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการสนับสนุนพล.ตร.อ. จักรทิพย์ ลงสมัครเพื่อเป็นนอมินีให้กับพรรค พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เดี๋ยวดูก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98363</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมนัส, บิ๊กป้อม, ผู้ว่าฯกทม., พปชร., พล.ต.อ.จักรทิพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606a930034433.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;สั่งตำรวจจับมือทุกหน่วยคุมเข้มหลังผ่อนปรนระยะ3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย. 63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลและศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีมาตรการผ่อนคลายกิจกรรมกิจการหรือคลายล็อกดาวน์ ระยะที่ 3 ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 63 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สอดรับนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.พรพิพัฒน์&amp;nbsp; เบญญศรี ผบ.ทสส. ผอ.ศปม. โดย ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์&amp;nbsp; กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ดูแลและกำชับการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ได้มีมาตรการผ่อนปรนในระยะที่ 3 ให้กิจกรรม กิจการที่มีความเสี่ยงปานกลางถึงสูงกลับมาเปิดให้บริการได้ ตลอดจนขยายเวลาเปิดห้างสรรพสินค้าถึง 21.00 น. ปรับลดเวลาเคอร์ฟิวเหลือ 5 ชั่วโมง ตั้งแต่ 23.00-03.00 น. และอนุญาตให้ประชาชนเดินทางข้ามจังหวัดได้หากมีความจำเป็น ซึ่งกิจการและกิจกรรมที่กลับมาเปิดให้บริการได้ในระยะที่ 3 จะต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ทั้งการวัดอุณหภูมิและสังเกตอาการป่วยของพนักงานและผู้ใช้บริการ ตลอดจน การลงทะเบียนกับแพลตฟอร์มไทยชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนมาตรการตรวจสอบ ป้องกัน ยั้บยั้ง การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อฯ ตามนโยบายรัฐบาลและ ศบค. กำหนด อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้สถานการณ์การแพร่ระบาดกลับมารุนแรงขึ้นอีก พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และหน่วยร่วมปฏิบัติทุกภาคส่วน ในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรมที่ฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชน และการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ในห้วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทั้งหน่วยร่วมปฏิบัติทุกภาคส่วน ยังคงมาตรการเข้มข้นในกระบวนการคัดกรองและกักกันคนไทยที่เดินทางกลับเข้ามาในประเทศ ตามมาตรการและแนวทางที่กรมควบคุมโรคกำหนดไว้โดยเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดและให้ประเทศไทย ปราศจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากต่างประเทศเข้ามา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67512</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกเฟส3, ผบ.ตร., ผ่อนปรนระยะ3, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.อ.จักรทิพย์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed46f2aef6a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉายาตำรวจ62! &#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;พิทักษ์1กึ่งทศวรรษ โพลยกสุดยอดตร.แห่งปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค. 62 - ที่ศูนย์ปฏิบัติการสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมฯ นายสุชัยพงษ์ เพียรชอบ ประธานที่ปรึกษาฯ นายสมชาย จรรยา นายสุรชัย นิโครธานนท์ รองนายกสมาคมฯ นายธนากร ริตุ เลขาธิการสมาคมฯ อาจารย์ประวีร์ ศรีพุกกานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล พร้อมด้วยตัวแทนจากสื่อต่างๆ ได้ร่วมกันคัดเลือกและพิจารณาตั้งฉายาตำรวจประจำปี 2562 จำนวน 12 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพโรจน์ กล่าวว่า ทางผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรมแห่งประเทศไทยได้ทำงานใกล้ชิดกับแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจะนำผลงานต่างๆ มานำเสนอต่อสายตาประชาชนตลอดปีที่ผ่านมาสื่อมวลชนได้ดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ร่วมตั้งฉายาตำรวจประจำปีขึ้นทุกปี ซึ่งเกณฑ์ในการตั้งได้ประชุมร่วมกับผู้สื่อข่าวจากแขนงต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนจากสื่อมวลชนสังกัดต่างๆ มีการเสนอชื่อนายตำรวจเข้ามาและทำการคัดเหลือ 12 นาย และในปีนี้ทางสมาคมผู้สื่อข่าวได้ร่วมกับสำนักวิจัยซูเปอร์โพล โดยให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแสดงความชื่นชอบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจใครคือขวัญใจประชาชน และในปี2563 ประชาชนอยากให้ตำรวจเร่งแก้ไขปัญหาในสังคมคมก่อนคืออะไร&amp;nbsp; จำนวนทั้งสิ้น 1,075 ตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับฉายาตำรวจ 12 นายมี ดังนี้ 1.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; ฉายา &amp;ldquo;พิทักษ์1 กึ่งทศวรรษ&amp;rdquo; โดยเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกได้ว่าสร้างประวัติศาสตร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการสีกากี โดยปกติเก้าอี้ผู้นำตำรวจนั้น จะอยู่ครบวาระหรืออยู่ยาวนาน เป็นเรื่องยากมาก แต่ความสามารถที่ทำให้ผ่านฉลุยมาแล้ว 4 ปีเข้าสู่ปีที่ 5 ถือว่าไม่ธรรมดา เปรียบเป็นมวย ก็เข้าสู่ยกสุดท้ายแล้ว มีทั้งถีบ ถอย ปล่อยหมัด เดินหน้าตีเข่าเขย่าศอก เต็มรูปแบบ จึงได้รับฉายา &amp;ldquo;พิทักษ์1 กึ่งทศวรรษ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฉายา &amp;ldquo;มือปราบแก๊งสัมภเวสี&amp;rdquo; ถือว่าเป็นนายตำรวจน้ำดีอีกนายหนึ่ง ที่มีผลงานการจับกุมคดีสำคัญๆหลายคคี โดยเมื่อไม่นานมานี้ก็ &amp;ldquo;ทลายแห่งผลิตยาลดความอ้วนมรณะ&amp;rdquo; ล่าสุดจับ&amp;ldquo;แก๊งบราโว่&amp;rdquo; ปลอมแปลงลายเซ็นใบมอบอำนาจเจ้าของลิขสิทธิ์ จับกุมเด็กนักเรียนอายุ 15 ปี ที่ทำกระทงลายการ์ตูน แล้วตบทรัพย์ จากการขยายผลเคยทำแบบนี้มาแล้วมีไม่ต่ำกว่า 300 คดี ซึ่งไม่ต่างอะไรกับ &amp;ldquo;สัมภเวสี&amp;rdquo; กลุ่มปุถุชนที่เร่ร่อนหลอกลวงตบทรัพย์ รีดไถ สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชน จึงได้รับฉายา &amp;ldquo;มือปราบแก๊งสัมภเวสี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; ฉายา &amp;quot;ปั๊ดบัสเลน&amp;rdquo; พล.ต.อ.สุวัฒน์ มีชื่อเล่นว่า &amp;quot;ปั๊ด&amp;quot; คุมงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ (มค.) เป็นอีกหนึ่งนายตำรวจที่น่าจับตามองเรียกว่ามาเร็วแซงทางโค้งในปี2557 เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ยศสมัยนั้นเป็นพล.ต.ต.) ระยะเวลา 5 ปี ติดยศ พล.ต.อ.จนหลายคนพูดถึงเป็น &amp;quot;ว่าที่ ผบ.ตร.&amp;quot; คนต่อไปจาก &amp;quot;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา &amp;quot; เพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 จึงได้รับฉายา &amp;quot;ปั๊ดบัสเลน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ&amp;nbsp; ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ฉายา &amp;ldquo;ผู้พิทักษ์ปลายด้ามขวาน&amp;rdquo; พล.ต.ท.รณศิลป์ ได้รับการกล่าวขานเป็นนักสืบยอดฝีมือ มีผลงานการจับกุมคดีใหญ่ๆ หลายคดี และเป็นนายตำรวจเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนค่ายทหารกองพันพัฒนา ที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 โดยได้ติดตามคดีและเรียนรู้วัฒนธรรมในพื้นที่เป็นเวลากว่า 10 ปี มีความต้องการที่จะแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่าการเกี่ยวข้องกับการเมือง จึงได้รับฉายา&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้พิทักษ์ปลายด้ามขวาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฉายา &amp;ldquo;โฆษกไร้เงา&amp;rdquo; พล.ต.ท.ปิยะ&amp;nbsp; ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 ต.ค.62 ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ปิยะ ได้เปิดตัวทีมงานโฆษก หลัง ผบ.ตร. ได้แต่งตั้ง ถึงการทำงานว่าจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางการนำเสนอข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงตอบคำถามในประเด็นเร่งด่วนที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ที่ผ่านมาน้อยครั้งที่จะเห็น พล.ต.ท.ปิยะ จะออกมาชี้แจงหรือตอบคำถามต่อสื่อมวลชนด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่จะเป็น พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้รับฉายา &amp;ldquo;โฆษกไร้เงา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ฉายา&amp;ldquo;มือปราบหมื่นล้าน&amp;rdquo; ที่ผ่านมามีผลงานป้องกันและปราบปรามสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนอย่างต่อเนื่อง แม้ขบวนการค้ายาเสพติดจะมีวิวัฒนาการปรับเปลี่ยนรูปแบบการลักลอบลำเลียง แต่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดก็จะต้องเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวังให้มากกว่า และในปี 2562 ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคดียาเสพติดกว่า 350,000 คดี ยึดของกลางยาบ้ากว่า 512 ล้านเม็ด, ยาไอซ์เกือบ 15 ตัน, เฮโรอีน กว่า 800 กิโลกรัม, โคเคน 25 กิโลกรัม, เคตามีน 720 กิโลกรัม, กัญชากว่า 13,000 กิโลกรัม และขยายผลยึดทรัพย์สินของเครือข่ายยาเสพติดอีกกว่า 3,000 ล้านบาท รวมมูลค่ายาเสพติดกว่า 60,000 ล้านบาท จึงได้รับฉายาว่า &amp;ldquo;มือปราบหมื่นล้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ฉายา &amp;ldquo;อู๊ดข่าวดอง&amp;rdquo; สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยงานที่มีภาระกิจสำคัญ ถือว่าเป็นแนวหน้าในการรักษาความมั่นคงของประเทศ ทั้งงานการให้บริการในการเดินทางข้ามแดนและการรักษาความมั่นคงของประเทศ การสกัดกั้นบุคคลต้องห้ามที่ไม่พึงประสงค์ มิให้เดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรได้ รวมทั้งป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงในรูปแบบต่างๆ การให้ข้อมูลข่าวสารต่อประชาชนถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้สังคมได้รับทราบ โดยกำหนดแถลงข่าวทุกวันจันทร์และวันศุกร์ เมื่อจับกุมคดีต่างๆจะเก็บไว้หรือเรียกว่า &amp;ldquo;ดอง&amp;rdquo; แล้วนำมาแถลงรวมกันทีเดียวผิดหลักการทำงานของฝ่ายสืบสวน จึงได้รับฉายาว่า &amp;ldquo;อู๊ดข่าวดอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ฉายา &amp;quot; พยัคฆ์ร้ายภาค1&amp;quot; พล.ต.ต.ธนายุตม์ เป็นนายตำรวจฝีมือดี คุมงานสืบสวน เปิดยุทธการ ปิดเมืองสยบโจรโค่นอิทธิพล ปิดล้อมตรวจค้นบุคคลที่มีหมายจับ ถือคติที่ว่า &amp;ldquo;คนชั่วต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์ จงหาที่อยู่ที่เหมาะสมให้นั่นคือ..คุก ตราบใดประชาชนยังทุกข์ พวกเราจะอยู่สุขได้อย่างไร&amp;rdquo;&amp;nbsp; และสามาถปิดคดีสำคัญๆได้หลายคดีจนเป็นที่เกรงขามของเหล่ามิจฉาชีพจึงได้รับฉายาว่า &amp;quot; พยัคฆ์ร้ายภาค1&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ฉายา &amp;ldquo;เสือคืนป่า&amp;rdquo; หลังไปดำรงตำแหน่งผู้บังคับการศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7&amp;nbsp; เสียหลายปี กลับมาคราวนี้เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ดูแลงานสืบสวนและปราบปราม ก็ไม่ทำให้ผู้บังคับบัญชาผิดหวัง ยึดพื้นฐานความถูกต้อง ระดมพี่น้องประกาศก้องศักดิ์ศรี จับกุมขบวนการค้าเสพติดทลายแหล่งผู้มีอิทธิพล, บุกรวบ &amp;ldquo;นัน กิ่งเพชร&amp;rdquo; แก๊งรีดลิขสิทธิ์ ล่าสุดเข้าร่วมจับกุมฆาตกรต่อเนื่อง &amp;ldquo;สมคิด พุ่มพวง&amp;rdquo; สื่อมวลชนจึงให้ฉายา &amp;ldquo;เสือคืนป่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุวิมล รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ฉายา &amp;ldquo;โรโบคอปสายบุญ&amp;rdquo; ในโลกโซเชียลของชาวสีกากี พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ภาพลักษณ์นักบู๊และนักบุญ เดินทางสายบุญและสายบู๊คู่ขนาน เป็นรุ่นพี่ที่สีกากีรุ่นน้องให้ความเคารพ กำกับดูแลหน่วยคอมมานโด จบหลักสูตร FBI USA ปราบปรามมือปืนรับจ้าง จับกุมผู้มีอิทธิพลจนนับไม่ถ้วน ล่าสุดผลิตแก้วเยติขายทำกำไรจัดซื้อ เครื่องช่วยหายใจ ให้กับโรงพยาบาล เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย โดยมอบให้โรงพยาบาลทั่วทุกภาค ถืออุดมคติที่ว่า &amp;ldquo;ธรรมที่แทรกซึมเข้าในจิตใจผู้ใดย่อมนำความร่มเย็นเป็นสุขสู่สังคมบ้านเมือง&amp;rdquo; จึงได้รับฉายา &amp;ldquo;&amp;#39;โรโบคอปสายบุญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม ฉายา&amp;ldquo; มือปราบ WANTED&amp;rdquo; (เวนเต็ด) พล.ต.ต.จิรภพ เป็นนายตำรวจหนุ่มวัย 43 ปี นรต.รุ่นที่ 50 มีผลงานโดดเด่นไม่แพ้หน่วยงานไหน เพราะเจ้าตัวจบถึงปริญญาเอกวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; จบหลักสูตรเอฟบีไอรุ่นที่ 271 จากสหรัฐอเมริกา ย่างก้าวเข้ามาเป็นผู้บังคับการปราบปราม เปิดยุทธการ &amp;ldquo;ประชาอุ่นใจ คนดีต้องมีที่ยืน&amp;rdquo; ลุยจับผู้ต้องหาตามหมายค้างเก่าได้ผู้ต้องหากว่า 3 พันกว่าคดี เฉลี่ยวันละ 10 คดี จึงได้รับฉายา &amp;ldquo; มือปราบ WANTED&amp;rdquo; (เวนเต็ด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉายา &amp;ldquo;แจ็คเช็กให้&amp;rdquo; พ.ต.อ.กฤษณะ มีชื่อเล่นว่า &amp;ldquo;แจ็ค&amp;rdquo; เป็นนายตำรวจขวัญใจสื่อมวลชนประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากนักข่าวเข้าไปสอบถามความคืบหน้าในคดีต่างๆที่เกิดขึ้นทั่วทุกภาคในประเทศไทยมักจะได้ยินคำตอบว่า &amp;ldquo;เดียวเช็กให้&amp;rdquo; จึงได้รับฉายาว่า &amp;ldquo;แจ็คเช็กให้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านอาจารย์ประวีร์ ศรีพุกกานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลโพลเรื่อง ใครคือตำรวจขวัญใจประชาชนแห่งปี 2562 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) สำรวจทั้งในโลก โซเชียล (Social Media Voice) และเสียงประชาชนในโลกดั้งเดิม (Traditional Voice) จำนวนทั้งสิ้น 1,075 ตัวอย่างพบว่า
อันดับที่หนึ่งได้แก่ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร้อยละ 68.1 อันดับที่สองได้แก่ พล.ต.อ. วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ร้อยละ 10.4 อันดับที่สามได้แก่ พล.ต.อ. ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ร้อยละ 7.8 อันดับที่สี่ได้แก่ พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ร้อยละ 6.4 อันดับที่ห้าได้แก่ พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ร้อยละ 4.0 และอันดับที่หก ได้แก่ พล.ต.อ. มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. ร้อยละ 3.3 ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงความพึงพอใจของประชาชน ต่อ การรับแจ้งเหตุ การเข้าระงับเหตุ และการรับแจ้งความ เมื่อคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 6.02 มีค่าเท่ากับ ค่อนข้างพอใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึง ความหวาดกลัวต่ออาชญากรรม พบว่า ร้อยละ 28.3 กลัวมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 21.1 กลัวค่อนข้างมาก ร้อยละ 29.3 กลัวระดับปานกลาง ร้อยละ 17.4 กลัวค่อนข้างน้อย และ ร้อยละ 3.9 ไม่กลัวเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่น่าสนใจคือ ความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการให้ตำรวจเร่งแก้ไขในปี2563 เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เกินครึ่งหรือ ร้อยละ 52.7 หวังให้ปราบปรามยาเสพติด รองลงมาคือร้อยละ 15.0 แก้ปัญหารถติด ร้อยละ 14.5 ยกเลิกตั้งด่านลอย ไม่ซุ่มตั้งด่าน ร้อยละ 8.7 ทำงานจริงจัง ร้อยละ 2.7 ดูแลประชาชนทั่วถึง และรอง ๆ ลงไปคือ ไม่ทำผิดกฎหมายเสียเอง จัดการองค์กรที่ผิดกฎหมาย ไม่รับสินบน เรื่องความปลอดภัยของเด็กและสตรี และ จับวินเถื่อน ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์ประวีร์ กล่าวว่า ตำรวจขวัญใจประชาชนแห่งปี 2562 ปีนี้ยังคงเป็นไปตามความคาดหวังคือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และรองลงมาคือ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เสียงของประชาชน ยังคงให้คะแนนสุดยอดตำรวจแห่งปี กับ ผบ.ตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53236</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉายาตำรวจ62, บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์, พิทักษ์1กึ่งทศวรรษ, สุดยอดตำรวจแห่งปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02fc70c5eb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2019 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2019 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.ลงพื้นยะลา เผยโจรใต้กว่า40คนร่วมถล่มชรบ.!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย. 62 - เวลา 16.00 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า&amp;nbsp; อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา แถลงความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง จุดตรวจ ชรบ. ต.ลำพะยา จ.ยะลา ร่วมกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.ภาค 4),&amp;nbsp; พล.ท.สมพล ปานกุล แม่ทัพน้อยที่ 4, พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4,นายอิสระ ละอองสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), นายชัยสิทธ์&amp;nbsp; พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, พล.ต.ท.รณศิลป์&amp;nbsp; ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ติดตามความคืบหน้า คดีคนร้าย ใช้อาวุธปืนยิง จุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านทางลุ่ม ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จังหวัดยะลา พร้อมร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; แถลงว่า เมื่อ 5 พ.ย.2562 เวลาประมาณ 22.15 น.&amp;nbsp; เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนยิงใส่จุดตรวจ ชรบ.ทางลุ่ม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย และเวลาต่อเนื่องกัน ได้มีการสกัดกันช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ โดยมีการเผายาง วางระเบิดเสาไฟฟ้า โปรยตะปูเรือใบ&amp;nbsp; ยิงจุดตรวจทางลุ่ม (ชรบ.) ม.5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา (คดีหลัก)&amp;nbsp; วางระเบิดเสาไฟฟ้าและโปรยตะปูเรือใบ ใกล้ ชคต. ต้นสะเดา ม.5&amp;nbsp; ต.ลำพะยา&amp;nbsp; อ.เมืองยะลา จ.ยะลา&amp;nbsp; วางระเบิดเสาไฟฟ้าใกล้ ชคต.ลำใหม่ ม.5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา&amp;nbsp; วางระเบิดเสาไฟฟ้าและเผายางรถยนต์ ตรงข้าม โรงเรียนพัฒนาอิสลามวิทยา ม.3&amp;nbsp; ต.ลำพะยา&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ยะลา โปรยตะปูเรือใบ ถนนสายสุสานจีน &amp;ndash; ลำพะยา&amp;nbsp; ม.๕&amp;nbsp; ต.ลำพะยา&amp;nbsp; อ.เมือง จ.ยะลา เผายางรถยนต์&amp;nbsp; บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านป่าพ้อฯ&amp;nbsp; และเผายาง ,&amp;nbsp; ยิงสกัดเจ้าหน้าที่ เส้นทางสาย ลำใหม่ &amp;ndash; โคกโพธิ์ บ้านป่าพ้อ&amp;nbsp; ต.ปากล่อ&amp;nbsp; อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี&amp;nbsp; มีพยานหลักฐานที่คนร้ายทิ้งไว้&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้ทราบกลุ่ม และบุคคล ที่เข้ามากระทำความผิดได้ หลายรายการ จากการตรวจที่เกิดเหตุเชื่อว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุมีไม่ต่ำกว่า 40 คน
&amp;nbsp;
จากหลักฐานในที่เกิดเหตุสรุปได้ ผลตรวจปลอกกระสุนปืน ยิงมาจากอาวุธปืน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 25 กระบอก&amp;nbsp; พบประวัติเคยก่อเหตุคดีความมั่นคงจำนวน 17 กระบอก ในพื้นที่ อ.เมือง&amp;nbsp; อ.กรงปินัง&amp;nbsp; อ.บันนังสตา&amp;nbsp; อ.ยะหา&amp;nbsp; อ.กาบัง ของ จ.ยะลา, อ.เมือง&amp;nbsp; อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก อ.ยะหริ่ง ของ จ.ปัตตานี&amp;nbsp; และ อ.เทพา ของ จ.สงขลา คดีที่สำคัญ เช่น คดีซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย 4303 เสียชีวิต 2 นาย ขณะออกลาดตระเวน ถนนภายในหมู่บ้าน ระหว่างบ้านดอนนา&amp;ndash;บางทัน ต.บางเขา อ.หนองจิก เมื่อ 11 ก.ย.61, คนร้ายยิงและขว้างระเบิด ชคต.บ้านกอแลปิเละ อ.เมือง จว.ปัตตานี 23 ก.ค.62, คนร้ายโจมตีจุดตรวจร่วมสามฝ่าย อ.กรงปินัง จ.ยะลา&amp;nbsp; 3 เม.ย.60&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มปัตตานี&amp;nbsp; 4 อ.สงขลา และยะลา ซึ่งในหลายคดี เจ้าหน้าที่ได้พิสูจน์ทราบ สามารถรู้ตัวตนคนร้าย 12 ราย ยืนยันจาก DNA จำนวน 3 คน ซึ่งออกหมายจับ ป.วิอาญา ได้ดังนี้ 1.นายนัสรูเลาะห์ สะมะ (1950100111475)&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผกร.พื้นที่&amp;nbsp; ต.ท่าสาป&amp;nbsp; อ.เมือง จ.ยะลา เกี่ยวข้องกับเหตุเผา หจก.ชินวรก่อสร้าง,วางระเบิด ชคต.ท่าสาปฯ สอบเป็นพยานในคดีแล้วขอกลับภูมิลำเนา&amp;nbsp; ปัจจุบันไม่สามารถติดตามตัวได้&amp;nbsp; 2.นายซะอุดี ติงอุเซ็ง อยู่ในชุดปฏิบัติการของนายนอร์ดิน&amp;nbsp; หะยีอาซา ผกร.รับผิดชอบพื้นที่ ต.ตาเนาะปูเตาะฯ มีหมายจับ 6 หมาย เคยถูกจับกุมเมื่อปี 2558 ศาลพิพากษายกฟ้อง ต่อมาได้ถูกออกหมายจับอีก 2 หมาย&amp;nbsp; นายอาดัม มุสอดี (3950500234635) ผกร.พื้นที่ อ.ยะหา/อ.กาบัง จ.ยะลา เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตี ชคต.บาโระ , เผาสำนักงานการไฟฟ้ากาบัง&amp;nbsp; ทั้งสามคนได้ออกหมายจับและประกาศสืบจับแล้วอยู่ระหว่างติดตามจับกุมซึ่งตรงกับคำรับบางส่วนของผู้ถูกควบคุมว่าชุดบันนังสตาเป็นชุดโจมตี/ชุดปัตตานี เป็นชุดระวังป้องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังพบรอยเลือด 5 รอย ที่ไม่ตรงกับผู้เสียชีวิต &amp;ndash; บาดเจ็บ ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นของคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ ซึ่งรอยเลือด 5 รอย ระบุได้ 1 คน คือ นายซะอุดี ติงอุเซ็ง ตามที่กล่าวมาแล้ว ส่วนรอยเลือดอีก 4 คน อยู่ระหว่างการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อระบุตัวบุคคล&amp;nbsp; รอตรวจเปรียบเทียบ จำนวน 5 โปรไฟล์ ส่วนระเบิดที่วางเสาไฟ&amp;nbsp; 3 จุด มีตำหนิของเอกลักษณ์ที่ตรงกัน ทั้ง 3 ลูก จึงเชื่อว่าประกอบพร้อมกันโดยบุคคลเดียวกันใน พื้นที่บาตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถาม วันที่ 8 - 9 พ.ย.62 ควบคุมตัว 11 คน ปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาแล้ว 6 คน บางส่วนผลการซักถามรับสารภาพ 14 พ.ย.62 จึงขยายผลตรวจค้นควบคุมตัวเพิ่มเติม 6 คน และ อยู่ระหว่างซักถามขยายผล และพิสูจน์ทราบคำซักถาม&amp;nbsp; รวม 11 คน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถล่มชรบ.ลำพะยา, บิ๊กแป๊ะ, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์, ยะลา, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dcea1fe33441.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.บินด่วนยะลาเค้น2มือบึ้มกรุง! แถลงคืบหน้า8ส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 62 &amp;ndash; ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาเพื่อทำการซักถามผู้ต้องสงสัย 2 คนตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส คือ นายวิลดัน มาหะ และนายลูไอ แซแง&amp;nbsp; ซึ่งมีหมายจับจากเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดสืบความมั่นคง ถ.สาย4107 ม.7 บ้านบริจ๊ะต.ลาโล๊ะอ.รือเสาะจ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 27 ก.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายวิลดัน มาหะ และนายลูไอ แซแง ชาว อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็น 2 ผู้ต้องสงสัยจากเหตุลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 1 ส.ค.และเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวได้บนรถโดยสารที่แยกปฐมพร จ.ชุมพร จากการติดตามในภาพวงจรปิดและนำตัวมาสืบสวนสอบสวนที่ ศปก.ตร.สน. หลังพบว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า วันนี้ขอสอบถามผุ้ต้องสงสัยด้วยตัวเอง ก่อนจะแถลงความคืบหน้าคดีระเบิดกรุงเทพทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ (8 ส.ค.) ที่กรุงเทพฯ สำหรับการซักถามผู้ต้องสงสัยที่ศปก.ตร.สน. มี พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข&amp;nbsp; ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมซักถามด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42937</URL_LINK>
                <HASHTAG>2มือบึ้มกรุง, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์, ยะลา, ศปก.ตร.สน., สอบปากคำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190807/image_big_5d4a88a3e5f9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่า2มาตรฐาน ! สอบรองสวป.ไม่เป่าแอลกอฮอล์ คดีชนพยาบาลดับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ต.ค.61- ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเจษฏา &amp;nbsp;แย้มสบาย ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ กรุงเทพฯ &amp;nbsp;พร้อมด้วยเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสาน และเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กว่า 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา &amp;nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีตำรวจก่อเหตุชนรถพยาบาลขณะกำลังนำส่งผู้ป่วยท้องแก่ เป็นเหตุให้พยาบาลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เสีย ชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 5 ราย&amp;nbsp;ซึ่งผู้ก่อเหตุเจตนาไม่เป่าวัดแอลกอฮอล์ ไม่เจาะเลือด โดยมี พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รองโฆษก ตร. เป็นผู้รับหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจษฏา &amp;nbsp;กล่าวว่า จากกรณีที่ ร.ต.อ.เดชา เปรียบสม รอง สวป. สภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ขับรถกระบะไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ข้ามเลนพุ่งชนรถพยาบาลของ รพ.ประโคนชัย บนถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ต.บ้านไทร อ.ประโคนชัย ส่งผลให้ น.ส.สุดารัตน์ เชื่อมาก อายุ 25 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนเขาคอก ที่นั่งดูแลหญิงตั้งครรภ์ภายในรถ จนเสียชีวิตและ น.ส.จรวยพร ปาประโคน พยาบาลวิชาชีพ รพ.ประโคนชัย บาดเจ็บสาหัส ทั้งยังมีคนขับรถรีเฟอร์ หญิงตั้งครรภ์ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อ และญาติได้รับบาดเจ็บอีก 4 คนเมื่อกลางดึกวันที่15ต.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจษฎา ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ญาติ กลุ่มเพื่อน และเครือข่ายฯกังวลใจ เนื่องจากผู้ก่อเหตุไม่ยอมตรวจวัดแอลกอฮอล์ในวันเกิดเหตุ จะทำให้มีผลต่อหลักฐานที่จะต่อสู้ในคดีหรือไม่ อีกทั้งเครือข่ายฯเกรงว่าตำรวจอาจช่วยเหลือกันเอง ทำให้ญาติผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรมและเข้าใจหัวอกของญาติผู้สูญเสีย เนื่องจากตัวผมเองก็เป็นผู้ที่เคยถูกคนเมาขับรถชน ทำให้ต้องนั่งวีลแชร์ไปตลอดชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นคดีที่สังคมจับตามองนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องตอบข้อข้องใจแก่ประชาชนถึงกรณีที่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมเป่าเครื่องวัดระดับแอลกอฮอล์ และไม่เจาะเลือดเพื่อตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในวันเกิดเหตุ ทั้งที่ในทางกฎหมายผู้ใดไม่ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์ให้ถือว่าเมาแล้วขับ โดยผู้ก่อเหตุไม่ยอมรับข้อกล่าวหา ทั้งที่มีพยานยืนยันว่าในวันก่อเหตุว่าเมาจริง ซ้ำยังเป็นรถที่ไม่ติดป้ายทะเบียนอีกด้วย ซึ่งเครือข่ายฯหวังว่าคดีนี้จะตรงไปตรงมา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บด้วย&amp;quot; &amp;nbsp;นายเจษฏา &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ขณะที่ นางสาวเครือมาศ &amp;nbsp;ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้น เครือข่ายฯและผู้เสียหาย ขอเรียกร้องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปพิจารณาดังนี้ 1.กรณีที่เกิดขึ้นถือว่าผู้กระทำผิดเป็นผู้รักษากฎหมาย แต่กระทำผิดเสียเอง ส่งผลต่อวิกฤตศรัทธาองค์กรตำรวจ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ประชาชนในการหาข้ออ้างเพื่อกระทำผิด ตร.ควรดำเนินคดีทั้งทางกฎหมายอาญาและทางวินัยให้ถึงที่สุด เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุด้วยว่า 2.ให้ถือว่าการดื่มสุราในการขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนเป็นเจตนากระทำผิดกฎหมาย (จากเดิมเป็นการกระทำโดยประมาท) เพื่อให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ เกิดความยำเกรง หวาดกลัวและขอให้ ตร.ร่วมผลักดันเป็นนโยบายต่อรัฐบาล 3.กรณีบุคคลใดดื่มสุราขณะขับขี่ยานพาหนะ ฝ่าฝืนกฎหมายที่กำหนดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ให้ตร.ออกนโยบาย ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับประสานงานกรมขนส่งทางบกเพื่อเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และ4.ขอให้ออกหนังสือคำสั่งในการปฏิบัติหน้าที่กับผู้ใต้บังคับบัญชา ให้กวดขันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อแก้ปัญหาจราจร และเพื่อลดอัตราการสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
&amp;nbsp;
ด้าน น.ส.กัญญานันท์ ตาทิพย์ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสาน เผยว่า เหตุที่เกิดขึ้น น.ส.สุดารัตน์ ผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว พึ่งจบและทำงานมาได้เพียง 2 ปี ส่วน ส่วน น.ส.จรวย พยาบาลวิชาชีพ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว หลังพักฟื้นร่างกายกลับมาไม่เหมือนเดิมแล้วใครจะรับผิดชอบเพราระทั้งหมดคือเสาหลักของครอบครัว หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.เดชา ยังไม่ได้แสดงคสามรับผิดชอบแต่อย่างใด เพียงแต่ไปงานฌาปณกิจน้องเขาใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็กลับโดยไม่ยอมที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน ที่มาร้องเรียนวันนี้ เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดคดี ให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายเพราะคู่กรณีเป็นตำรวจ ดำเนินคดีต้องไม่ 2 มาตรฐาน ถ้าเป็นชาวบ้านหรือบุคคลธรรมดาขับรถชนคนตายแล้วจะยังสามารถมาเดินอยู่อย่างนี้ได้หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;nbsp;พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า ตนเองเป็นจเรตำรวจที่ดูแลภาค 3 และภาค 4 เรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เห็นความสำคัญได้มอบหมายให้ตนเองลงมาดูแล อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำความจริงให้ปรากฎ หากพบว่า ร.ต.อ.เดชา และร้อยเวรที่ดำคดีในวันดังกล่าวไมถูกต้อง จะถูกดำเนินคดีทั้งอาญาและวินัย ไม่มีการช่วยเหลือกันแน่นอน ภายในสัปดาห์นี้ โดยตำรวจภูธรภาค 3 จะรายงานมา ถ้าพบความบกพร่องในส่วนของสำนวนตนเองจะลงไปตรวจสอบด้วย ยืนยันไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย.
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20591</URL_LINK>
                <HASHTAG>#บุรีรัมย์, ครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสาน, ชนพยาบาลดับ, พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์, รองสวป.ประโคนชัย, เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ, ไม่เป่าแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcffcc280dd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
