<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครอง &#039;พล.ต.อ.วิระชัย&#039; คืนเก้าอี้รองผบ.ตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;15 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในตำแหน่ง สำรองราชการ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และถูกร้องทุกข์ดำเนินคดี กรณีถูกกล่าวหา ดักฟัง เผยแพร่ข้อมูลการสนทนาระหว่าง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ทบ.)​ ในขณะนั้น เป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ต้นปี 2563 จากกรณีที่คนร้ายยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ9) และต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งสำรองราชการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ก.ค.64 ที่ผ่านมาศาลปกครองกลางมีคำสั่ง เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย วิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ บ. 438/2563 ศาลปกครองกลาง ระหว่าง พล.ต.อ.วิระชัย ผู้ฟ้องคดี พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp;ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคําสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค. 2563 ให้ พล.ต.อ.วิระชัย&amp;nbsp;ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ต่อมาหลังจากที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ได้ออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น สำรองราชการ แล้วพล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการคัดเลือกข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติและ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) เพื่อให้ความเห็นชอบดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามนัยมาตรา 51 (1) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ.2547 แทน พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ต.ค.2563 และ พล.ต.อ.​จักรทิพย์&amp;nbsp; ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ซึ่งต่อมาได้ออกอากาศในรายการเนชั่นทันข่าว เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2563 ว่า เมื่อพล.ต.อ. วิระชัย&amp;nbsp; ได้รับคำสั่งให้สำรองราชการ แล้วพล.ต.อ. จักรทิพย์ จะไม่สามารถเสนอชื่อ พล.ต.อ.วิระชัย&amp;nbsp; ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแทน พล.ต.อ. จักรทิพย์ ได้เพราะพล.ต.อ. วิระชัย&amp;nbsp;ถูกสำรองราชการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ดังนั้นจากเหตุผลที่ได้วินิจฉัยมาตามลำดับ จึงเห็นว่า พฤติการณ์ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องดังกล่าวข้างต้น จึงถือว่าพล.ต.อ.จักรทิพย์ มีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางการปกครองไม่เป็นกลาง โดยสภาพภายในตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ 2539 และกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกคำสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการนี้ไม่ใช่กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้ล่าช้าไปจะเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ หรือสิทธิของบุคคล โดยไม่มีทางแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยการสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการ จึงไม่อยู่ในข้อยกเว้นของ มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ 2539การที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกคำสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค.2563 จึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีผลทำให้ประกาศของนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 31 ส.ค. 2563 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจ (พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ผู้ฟ้องคดี) พ้นจากตำแหน่ง น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;กรณีจึงมีเหตุอันสมควรที่จะทุเลาการบังคับตามคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค. 2563 ที่สั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการ และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ให้ พล.ต.อ.วิระชัย พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ตามข้อ 72 วรรคสามแห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 จึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค. 2563 ที่สั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการ และประกาศของนายกรัฐมนตรี ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 31 ส.ค. 2563 ที่ให้พล.ต.อ.วิระชัย พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ซึ่งผลของคำสั่งศาลปกครองกลางทำให้พล.ต.อ.วิระชัย กลับมาดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามเดิมนับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.2563 ซึ่งเป็นวันที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ออกคำสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย เสมือนว่าไม่เคยมีคำสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย มาก่อนแต่อย่างใด และเสมือนว่าไม่เคยมีประกาศสำนักนายกมนตรี ที่ให้พล.ต.อ.วิระชัย พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาก่อนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 16 ก.ค. พล.ต.อ.วิระชัย จะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเวลา 08.30 น.และเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามเดิม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109857</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียิงรถบิ๊กโจ๊ก, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, ศาลปกครองกลาง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำรองราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9d81ac1b59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจน! รูป &#039;บิ๊กแป๊ะ&#039; พร้อมสโลแกนพัฒนากทม. โผล่หน้าตึกที่ทำการพลังประชารัฐหลังเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ.64 - เมื่อเวลา 15.00 น. ที่อาคารปานศรี ซึ่งเคยใช้เป็นที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ตั้งอยู่เลขที่ 130/1 ถ.รัชดาภิเษก (ซ.รัชดาภิเษก 54) แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.&amp;nbsp;ได้มีการติดตั้งภาพ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. พร้อมสโลแกน &amp;ldquo;ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ร่วมสร้าง สะอาด ปลอดภัย แก้ปัญหาฉับไว&amp;quot; ซึ่งคาดว่าจะใช้เป็นที่ทำการในการลงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ตามที่เคยมีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐให้การสนับสนุน แม้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเคยให้สัมภาษณ์ว่าพรรคจะไม่ส่งลงสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นก็ตาม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93869</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าฯกทม., พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_603387dd5e1f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มชัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มเห็นความชัดเจนในระดับหนึ่ง กับแนวโน้มที่ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะลงรับสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ที่คาดว่าจะมีขึ้นหลังกลางปี 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายหลังที่ บิ๊กแป๊ะ ออกตัวโยนหินถามทาง ในการไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันชกมวยไทยมหากุศลและมอบทุนการศึกษาให้เด็กกำพร้า ที่เขตหนองจอก เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีโต้โผหลักคือ เสี่ยอู๊ด-นายศิริพงษ์ รัสมี &amp;nbsp;ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ หนึ่งใน ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ของพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายใต้แกนนำคือ มาดามเดียร์-วทันยา วงษ์โอภาสี&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บิ๊กแป๊ะ บอกว่าสนใจลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เพราะมีนโยบายอยู่แล้ว ส่วนจะลงอิสระหรือสังกัดพรรคยังมีเวลา&amp;nbsp; และขอดูบรรยากาศอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จิ้กจก แถวหนองจอกกระซิบทีมงานคันปากฯ ว่า บิ๊กแป๊ะ สนใจลงผู้ว่าฯ กทม.ก็จริง แต่ยังไม่มั่นใจว่ากระแสดีหรือไม่ จึงใช้งานมวยของหนึ่งใน ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์เพื่อประเมินสถานการณ์ และฟังกระแสว่าไปไหวหรือไม่ ซึ่งงานดังกล่าวก็ถือว่าผลตอบรับเป็นที่น่าสนใจเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น จึงคาดว่ามีความเป็นไปได้สูงจะลงในนามพรรคพลังประชารัฐ เพราะสายสัมพันธ์แน่นปึ้กกับเจ้าของพรรค โดยมีฝ่ายสนับสนุนหลักคือกลุ่มดาวฤกษ์ ที่มี ส.ส.กทม.พปชร.อยู่ถึง 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เชื่อว่าหากบิ๊กแป๊ะลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. การทำงานของ ส.ส.ดาวฤกษ์จะมีโอกาสดูแลชาวกรุงเทพฯ ได้สะดวกและทำงานง่ายขึ้น หากเทียบกับกลุ่ม ส.ส.อื่นๆ ในกทม. และที่สำคัญมีอำนาจต่อรองต่างๆ ทางการเมืองได้ในอนาคต&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานนี้เรียกได้ว่า กลุ่มดาวฤกษ์ ชิงจังหวะความได้เปรียบเร็วกว่าใคร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ช่างสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86222</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ช่างสงสัย, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, เริ่มชัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไม ๒ ผบ.บวชวัดหงส์?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรุ่งนี้ ๑๓ ตุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล้ายวันสวรรคต &amp;quot;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;quot; รัชกาลที่ ๙&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใส่เสื้อสีเหลืองกันนะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใส่ให้โลกรู้ ทุกคนรู้.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่ากาลเวลาไม่เคยทำให้ทุกหยาดพระเสโทของพ่อที่หลั่ง ทุกย่างพระบาทที่พ่อย่ำทั่วแดนทุรกันดาร เหือดหายไปจากใจสำนึก-รำลึก-ภักดี ของลูกๆ ที่มีต่อพ่อบนฟ้าเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศชาติร่มเย็นเป็นปึกแผ่น ประชาชนมีที่อยู่ ที่ทำมาหากิน มีลมหายใจอิสรเสรี ถึงทุกวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ด้วยพระบารมีพ่อบนฟ้าโดยแท้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยจิตกตัญญู-รู้คุณนี้.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าพระพุทธเจ้า กราบเบื้องพระบาท สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณนั้น ตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยบรรยากาศนี้ อะไรจะดีต่อใจในการพูดคุยในวันนี้ เท่าคุยเรื่องพระ-เรื่องเจ้า เห็นจะไม่มีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น คุยเรื่องพระกันดีกว่า และพระที่จะคุยถึง รูปไหนจะสร้างความรู้สึกแปลก-ใหม่ ในชั่วโมงนี้ ไม่เกิน ๒ รูปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปแรก &amp;quot;จินตชโย ภิกษุ&amp;quot; (พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปที่สอง &amp;quot;อภิรชตโน ภิกษุ&amp;quot; (พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านทั้ง ๒ เกษียณจากราชการแล้ว ก็อุปสมบทที่ &amp;quot;วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร&amp;quot; จะเรียกว่า &amp;quot;ทันที&amp;quot; ก็ย่อมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ บวช ๓ ตุลา ส่วนพลเอกอภิรัชต์ บวช ๘ ตุลา ชาวบ้านนับอาวุโสตรงใครเกิดก่อน ส่วนพระ นับตรงใครบวชก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระจักรทิพย์บวชก่อน พระอภิรัชต์ต้องเป็นฝ่ายกราบพระจักรทิพย์ เพราะบวชทีหลัง อาวุโสน้อยกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็นกฎสงฆ์ เพื่อละลายอัตตา ยึดมั่น-ถือมั่นในตัวตน จึงไม่ให้ค่ากับยศ กับอายุ กับเศรษฐี-ยาจก ของคนที่มาบวช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้นับพรรษา........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครบวชก่อน เป็นผู้มีอาวุโสเหนือกว่า ต่อให้คนอายุ ๑๐๐ ปี หรือเป็นเจ้า-เป็นนาย รวยแสนล้าน แต่บวชทีหลัง คนอายุ ๑๐๐ ก็ต้องกราบคนอายุ ๒๐ ปี ที่บวชก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรทราบไว้ ทีนี้ ประเด็นมีว่า การที่ ผบ.ตร.-ผบ.ทบ.เกษียณปั๊บ หันหน้าเข้าวัดปุ๊บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เคยมี ไม่เคยปรากฏ สังคมก็เลยวิจารณ์ต่างๆ นานา แทนจะมองในมุมคนมีวาสนา หนุนนำให้ได้เข้ามาบวช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับมองไปในมุมว่า เพราะอะไรถึงบวช?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทำไมจึงต้องมาบวชวัดเดียวกัน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือเพ่งเล็ง ว่าน่าจะมีสาเหตุเป็นเบื้องหน้า-เบื้องหลังให้อดีต ๒ ผบ.ต้องมาบวชด้วยกันและอยู่วัดเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือมองลอดตาข่ายธรรม โยงไปถึงตาข่ายการบ้าน-การเมืองโน่น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เข้าใจอยู่ เพราะที่เคยมี คนที่เกษียณ แต่ยังรุ่ง อย่างพระจักรทิพย์ เส้นทางอำนาจบารมี รอให้เลือกเยอะแยะ ถูกจองตัวไปสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.ด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ อ้าว...เข้าวัดบวชซะแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระอภิรัชต์ ไม่เท่าไหร่ เพราะเป็นที่ทราบกัน ว่าได้รับโปรดเกล้าฯ ไปเป็น &amp;quot;รองเลขาธิการพระราชวัง&amp;quot; หลังเกษียณ การบวช ก็คงด้วย &amp;quot;จิตเดิม&amp;quot; ตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ต้องไปบวชอยู่วัดหงส์รัตนารามด้วยกันนี่ซี คนอยากรู้ ทำไม..ทำไม..และทำไม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ดีไปอย่าง ช่วยให้คนใฝ่รู้-ใฝ่ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติ ประวัติสถานที่กันมากขึ้น ถึงขั้นรื้อค้นความเป็นมาวัดหงส์ฯ เผยแพร่ทุกสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเองก็ไม่รู้มาก่อน พลอยได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับวัดหงส์ฯ เพลินไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วานซืน อ่านที่คุณอัญชลีพร กุสุมภ์ อดีตผู้ประกาศข่าว ช่อง ๗ สี ปัจจุบัน จัดรายการข่าวโทรทัศน์ดาวเทียมช่องสุวรรณภูมิ นำเรื่องที่เคยสัมภาษณ์ท่านเจ้าอาวาสไว้มาโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านแล้ว ต้องขอลอกต่อ.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะด้วยวิสัยทัศน์สื่อมือครูระดับอัญชลีพร โพสต์ของเธอ จึงตอบโจทย์-ตอบประเด็นที่อยากรู้กันนัก ก็อ่านได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Anechaleeporn Gusum Official
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ทำไมทั้งอดีต ผบ.ทบ.และอดีต ผบ.ตร.จึงมาบวชที่วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-กลางปี 2556 &amp;quot;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ&amp;quot; ในขณะนั้น ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงสดับพระธรรมเทศนาหรือทรงธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิฉันเห็นภาพข่าว ทำให้สงสัยว่าเหตุใดจึงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงธรรมยังวัดแห่งนี้ และต้องการรู้จักวัดหงส์รัตนารามให้ถ่องแท้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ดิฉัน &amp;quot;อัญชลีพร กุสุมภ์&amp;quot; จึงได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับ &amp;quot;พระเทพปริยัติมุนี&amp;quot; (มีชัย วีรปัญโญ ป.ธ. 9) เจ้าอาวาส ในรายการธรรมนิยาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนั้น ท่านเพิ่งย้ายมาจาก &amp;quot;วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร&amp;quot; เพื่อมาทำภารกิจบูรณะวัดหงส์รัตนาราม ที่ตอนนั้น ว่ากันว่า คนเข้ามาทำบุญลำบาก ทรุดโทรม ขาดการดูแล กลายเป็นที่จอดรถตู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ท่านเจ้าอาวาสบอกในรายการว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ขณะนั้น ส่งทหารมาช่วยบูรณะวัด โดยเฉพาะสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ &amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสิน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเคลียร์รถตู้ออกไป ท่านบอกนอกรอบว่า &amp;quot;พลตำรวจเอกอัศวินมาช่วย&amp;quot; พูดไม่กี่คำ รถตู้ไปหมดเลย 555&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านเจ้าอาวาส พูดทุกอย่างนิ่มๆ ไม่ได้อวด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนหลังที่ท่านพลเอกประยุทธ์มาเป็นนายกช่วงแรกๆ จัดทำบุญสวดมนต์ที่ทำเนียบหลายครั้ง ดิฉันแอบเห็นท่านเจ้าอาวาสวัดหงส์ฯ แทบทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-พระเทพปริยัติมุนี ได้เล่าประวัติวัดหงส์ฯ โดยละเอียดเพราะท่านได้ไปค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมที่หอจดหมายเหตุ หอสมุดแห่งชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดแห่งนี้ &amp;quot;เจ้าสัวหง&amp;quot; เริ่มสร้างมาแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา ต่อมา &amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot; ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง วัดหงส์ฯ จึงเป็นหนึ่งในวัดที่อยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-&amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสิน&amp;quot; ทรงบูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่พระอุโบสถที่ใหญ่โตเสาขนาด 3 คนโอบก็สร้างในยุคนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจุดตรงกลางพระอุโบสถ คือที่ประทับนั่งของ &amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot; ในยามทรงวิปัสสนากรรมฐาน ที่พระองค์ทรงถือเป็นวัตรปฏิบัติทุกครั้ง ก่อนเสด็จออกรบทัพจับศึก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-&amp;quot;สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์&amp;quot; ของวัด เป็นตาน้ำมาแต่ดั้งเดิม จึงมีน้ำออกมาตลอดเวลา เป็นสระโบราณ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช(สุก)ไก่เถื่อน&amp;quot; ได้ทรงลงอักขระไว้ครบทั้งสี่มุมและกลางสระ จึงถือเป็น &amp;quot;สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์&amp;quot; ว่ากันว่า หลังเสร็จศึกทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สมเด็จพระเจ้าตากสิน&amp;quot; จะเสด็จมาทรงชำระล้างคราบเลือดบนดาบที่สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน มีการกำหนดฤกษ์ทุกเดือน เพื่อทำพิธีอาบน้ำมนต์ ท่านเจ้าอาวาส &amp;quot;บอกนอกรอบ&amp;quot; ว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บรรดานายทหารถือความศักดิ์สิทธิ์ของสระน้ำแห่งนี้ ถึงไม่ได้มาอาบที่วัด ก็ได้นำไปอาบที่บ้าน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ปัจจุบันที่วัดได้ตั้ง &amp;quot;ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&amp;quot; ไว้เป็นที่สักการบูชา โดยเบื้องพระพักตร์ หันมายังลานกว้างที่ว่ากันว่าเป็น &amp;quot;ลานซ้อมรบ&amp;quot; ของบรรดานายทหารระดับสูงในแผ่นดินของพระองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ภายในวัดหงส์ฯ ยังมีพระพุทธรูปทองคำและหลวงพ่อแสน ที่อยู่ในตำนานของประเทศลาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระอุโบสถของวัด มีการประดับตกแต่งงดงาม มีความหมายที่มีค่าควรแก่การไปเยี่ยมชมและศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ที่ยกมาวันนี้บางส่วน เป็นเนื้อหาจากรายการธรรมนิยาม ที่ออกอากาศไปเมื่อปี 2556&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามารถหาดูได้ทางยูทิวบ์ มี 4 ตอน ตอนละ 10 นาที เนื้อหาบางส่วน มาจากการสนทนานอกรอบกับท่านเจ้าอาวาสและพอจะเล่าต่อได้ (แน่นอนว่ามีที่เล่าไม่ได้)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-ความเป็นมาของวัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร ในอดีตตั้งแต่สมัยแผ่นดิน &amp;quot;สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี&amp;quot; กษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่ ที่แทบจะไม่มีเวลาทรงพระสำราญเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยทรงอุทิศพระวรกาย เพื่อกู้แผ่นดินให้มีความมั่นคงเป็นไทยมาจนทุกวันนี้มาจนถึงความเป็นไปของวัดเท่าที่ได้เห็นและได้ยินในปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ดิฉันไม่แปลกใจที่ท่านอดีต ผบ.ทบ.และอดีต ผบ.ตร.เลือกมาอุปสมบทที่วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหารแห่งนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจทางทหาร ความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อัญชลีพร กุสุมภ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9 ตุลาคม 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นไงครับ อ่านแล้วน่าจะตอบโจทย์ในหัวใจกันได้พอสมควรกระมัง อยากรู้ละเอียด ก็ไปหากันดูทางยูทิวบ์ เธอบอกว่ามีถึง ๔ ตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผมว่า แฟนๆ อยากรู้ ที่ว่า &amp;quot;นอกรอบ&amp;quot; เล่าไม่ได้ นั่นมากกว่านะ 5555!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดหงส์ฯ ก็ติดๆ กับวัดอรุณฯ และติดๆ กับพระราชวังกรุงธนบุรี ที่เรียกกันว่า &amp;quot;พระราชวังเดิม&amp;quot; ที่เป็นกองบัญชาการกองทัพเรือปัจจุบัน ถนนอรุณอมรินทร์ นั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปไม่ถูก ก็ไปตั้งหลักตรงโรงพยาบาลศิริราช เจอแยกบ้านขมิ้น นั่นแหละตรงเรื่อยไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจอวัดระฆัง วัดอรุณ ก็ต้องเจอวัดหงส์ ถนนนั้น ทะลุออกโพธิ์สามต้น ถนนอิสรภาพ ไปสี่แยกบ้านแขก ข้ามสะพานพุทธ ไปฝั่ง กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงรัตนโกสินทร์ มีวัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง วัดหงส์รัตนาราม ก็คือ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดพระแก้ว ในพระบรมมหาราชวัง ยุคกรุงธนบุรี คงเข้าใจกันกระมัง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อได้ศึกษาประวัติ ก็คงเห็นกันแล้ว ว่า.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดหงส์กับพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทุกพระองค์ ผูกพันและทรงปฏิสังขรณ์ต่อเนื่องตลอดมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80200</URL_LINK>
                <HASHTAG>จินตชโย, จินตชโย ภิกษุ, พระเทพปริยัติมุนี, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, อภิรชตโน, อภิรชตโน ภิกษุ, อัญชลีพร กุสุมภ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่ง &#039;วิระชัย&#039; ส่งเอกสารเพิ่มคดีฟ้อง 8 ตร.สอบข้อเท็จจริงไม่ชอบปมปล่อยคลิปเสียงยิงรถบิ๊กโจ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.63 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.144/2563 ที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ต.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ, พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์, พ.ต.อ อุกฤษฏ์ ศรีเสือขาม, พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ, พ.ต.อ.สมเกียรติ ค้ำชู และ พ.ต.อ.นิภพล สุขนิยม ทั้ง 8 คน เป็นจำเลย ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดเป็นเจ้าพนักงานและมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง จัดทำรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) ผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 24/2563 กรณีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับคลิปโทรศัพท์การสนทนากรณีมีคนร้ายยิงรถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กับโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้ตรวจฟ้องของโจทก์แล้ว โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้งแปดซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 24/2563 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ชอบ โดยสรุปรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงขัดต่อพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ทำการตรวจสอบเป็นเหตุให้โจทก์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 383/2563 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้โจทก์สำรองราชการ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 แต่โจทก์ไม่ได้เสนอรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานการสอบสวนมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในชั้นนี้ เพื่อให้ได้ความชัดแจ้งในข้อเท็จจริงแห่งคดี อาศัยอำนาจตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีการดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ข้อ 16 จึงเห็นควรมีหนังสือให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งสำเนารายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ 24/2563 และสำเนารายงานการสอบสวนตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่ 383/2563 พร้อมสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกฉบับต่อศาล ภายในวันที่ 5 พ.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งให้สำรองราชการโจทก์ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 นั้น เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณา จึงให้โจทก์ยื่นคำแถลงว่าได้มีการอุทธรณ์คำสั่งหรือฟ้องคดีต่อศาลปกครองหรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 ดังกล่าวหรือไม่ หากมีให้โจทก์แถลงพร้อมกับส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาภายใน 30 วันนับแต่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งให้มีหนังสือสอบถามพร้อมส่งสำเนาคำฟ้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อตรวจสอบว่ามีการกล่าวหาจำเลยทั้งแปดในเรื่องเดียวกันกับที่โจทก์ยื่นฟ้องหรือไม่ จากนั้นแจ้งให้ศาลทราบเพื่อประกอบการพิจารณาภายในวันที่ 5 พ.ย. 2563 ให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาวันที่ 23 พ.ย. 2563 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79544</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปเสียง, คำสั่งสำรองราชการ, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ae08c27c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลยกคำฟ้อง &#039;สันธนะ&#039; หา &#039;จักรทิพย์&#039; ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ช่วย &#039;สุวัฒน์&#039; ขึ้น ผบ.ตร. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.63 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.148/2563 ที่นายสันธนะ ประยูรรัตน์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลย (ฟ้องเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา) ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องโจทก์ระบุคดีนี้สืบเนื่องจากมีหลักฐานว่า เมื่อระหว่างปี 2544-2547 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข สมัยดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 7 ซึ่งมีเงินเดือนเพียง 30,000 บาทเศษ แต่มีเงินเข้าออกบัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวนกว่า 13 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้มานอกเหนือจากเงินเดือนปกติของข้าราชการตำรวจ โดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ จึงเป็นการร่ำรวยผิดปกติ ตาม ม. 4 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์ได้เคยยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามเลขรับที่ 19822 ลงวันที่ 26 ก.ค. 2562 แล้ว ต่อมาวันที่ 27 ส.ค. 2563 โจทก์ได้ยื่นเอกสารต่อนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ และประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ตำแหน่งในขณะนั้น) ในฐานะ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ต้องออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและสอบสวนทางวินัยกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทันที ต้องจัดเตรียมข้อมูลประกอบการพิจารณาคัดเลือก เสนอชื่อข้าราชการตำรวจเพื่อดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ แต่ได้บังอาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ออกคำสั่งดังกล่าว และไม่นำหนังสือร้องคัดค้านของโจทก์ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเร่งด่วนที่สุด บรรจุเข้าในวาระประชุมของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ โดยช่วยเหลือและปกปิด ทำให้ที่ประชุมลงมติแต่งตั้ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์และการกระทำนี้ส่งผลกระทบและความเชื่อมั่นของประชาชน เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหายเป็นการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจซึ่งไม่เหมาะสม โดยไม่คำนึงถึงความอาวุโสประวัติการรับราชการ ผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติประกอบตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำฟ้องและเอกสารท้ายฟ้องของโจทก์แล้ว เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและเป็นผู้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มีหน้าที่ป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำผิดวินัยและดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการทางวินัยกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แต่จำเลยหาปฏิบัติหน้าที่เช่นนั้นไม่ กลับกระทำการช่วยเหลือปกปิด ไม่นำเรื่องที่โจทก์ร้องคัดค้านเข้าวาระการประชุมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งและเสนอชื่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และบรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยบังอาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและสอบสวนทางวินัย พล.ต.อ.สุวัฒน์ เพื่อช่วยเหลือให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยไม่ได้บรรยายให้ปรากฏว่า การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น จำเลยกระทำด้วยเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์อย่างไร อันเป็นองค์ประกอบความผิดประการหนึ่ง แม้ในฟ้องของโจทก์จะบรรยายต่อมาว่า ผลแห่งการกระทำของจําเลยทำให้โจทก์ไม่ได้รับความยุติธรรมในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เนื่องจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ เคยใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่บิดเบือนแทรกแซงคดีของโจทก์มาโดยตลอด ก็เป็นเพียงการบรรยายให้เห็นพฤติการณ์ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ เท่านั้นหาใช่เป็นการบรรยายให้เห็นถึงเจตนาพิเศษในการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องโจทก์จึงขาดองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่งอีกประการหนึ่ง ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 นั้นเป็นบทบัญญัติที่ต้องการลงโทษเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่อันเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน และเป็นความผิดต่อรัฐเท่านั้น หากการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานโดยมิชอบเป็นการกระทำต่อโจทก์โดยตรง และทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษแล้ว โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องดังกล่าวหาได้เป็นการกระทำต่อโจทก์โดยตรง และก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบกระเทือนต่อสิทธิและหน้าที่ของโจทก์โดยตรงไม่ โจทก์ย่อมไม่ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ จึงไม่เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ยกฟ้อง, ศาล, สันธนะ ประยูรรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b2de79eb8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระแป๊ะ&#039; ออกบิณฑบาตร วันออกพรรษา วัดหงส์รัตนาราม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.63 - เพจเฟซบุ๊กโปลิศไทยแลนด์ เปิดเผยว่า &amp;nbsp; &amp;ldquo;พระแป๊ะ&amp;rdquo; ออกบิณฑบาตรวันออกพรรษา วัดหงส์รัตนาราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้าวันนี้....พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ที่ได้บวชพระ เมื่อ 30 กย.หลังส่งมอบตำแหน่ง ผบ.ตร. ที่วัดหงส์รัตนาราม บางกอกใหญ่ กทม. และออกบิณฑบาตร ในวันออกพรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพ/ข้อมูล Fm100.5 MCOT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	อนุโมทนาบุญ &amp;#39;จักรทิพย์&amp;#39; อดีต ผบ.ตร. ละทางโลกโกนหัวบวชหลังเกษียณ

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79381</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f78162954486.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
