<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54239</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;แจงปมขัดแย้ง&#039;โจ๊ก-แป๊ะ&#039;ไม่กระทบงานสำนักนายกฯอ้างไม่เกี่ยวสายงาน   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ม.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีความขัดแย้งกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)จะมีผลกระทบต่อรัฐบาลหรือไม่ ว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางปลัดฯ ก็เคยมารายงานให้ตนทราบว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาทำงานตามปกติ โดยนั่งอยู่ที่สำนักปลัดฯ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ซึ่งปลัดฯ ก็ได้มอบหมายงานและพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก็ได้ปฏิบัติงานตามปกติ ซึ่งปลัดฯ ก็ได้รายงานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานทุกคน ภายใต้บังคับบัญชาว่าคนที่มาช่วยราชการ แต่ละคนทำอะไรไปบ้าง ไม่ใช่เฉพาะพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เพราะต้องประเมินให้มีการพิจารณาเลื่อนขั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เวลาจะไปไหนเขาก็ลาเสมอ ก็ยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบต่องานที่พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ รับผิดชอบอยู่ ยกเว้นพล.ต.ท.สุรเชษฐ์จะขอความช่วยเหลืออะไร อย่างไร ก็เป็นอีกเรื่อง ทั้งนี้ กรณีที่เกิดขึ้นยืนยันไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อรัฐบาล เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับสายงาน&amp;quot;นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชา จะต้องเรียกพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาชี้แจงหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ไม่เห็นมีอะไร เขาไม่ได้ทำอะไรที่กระทบต่อหน้าที่ ถ้าเขาขาดงานหรือลางานก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ไม่มีอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหลังจากเกิดเรื่องดังกล่าว ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้มารายงานเรื่องให้ทราบแล้วหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้มารายงาน เพราะเรื่องเพิ่งจะเกิดขึ้นเพียง 1-2 วันนี้เอง เมื่อถามอีกว่าส่วนตัวมองเรื่องนี้อย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มอง เรื่องอะไรอยู่ดีๆ ไปมอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54239</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, พล.ต.ท สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักร์ทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200110/image_big_5e18099921482.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.สตม.ซํ้ารอยจักรทิพย์ ถึงไทยไร้เงา‘พรหมเมธี’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ยังเก็บตัวเงียบ เมินแจงรายละเอียดผลการตามตัว &amp;quot;อดีตพระพรหมเมธี&amp;quot; ตร.เตรียมเสนอยกเลิกหนังสือเดินทางอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ทุกเล่ม หวังเพิ่มช่องให้เยอรมนีเนรเทศผู้ร้ายชาวไทยกลับประเทศ ส่วน &amp;quot;ผบช.สตม.&amp;quot; &amp;nbsp;บินกลับแล้ว ยังคว้าน้ำเหลวเช่นเดิม เหตุติดปมขอลี้ภัย คาดใช้เวลากว่า 2 เดือน &amp;quot;ปปป.ตร.&amp;quot; สอบพบ 3 วัดในจังหวัดพิจิตรส่อทุจริตเงินทอนวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยังคงเก็บตัวเงียบและไม่ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปประเทศเยอรมนี เพื่อประสานงานขอรับตัวอดีตพระพรหมเมธี หรือพระจำนงค์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัดกลับประเทศไทย หลังเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงเรื่องเดินทางไปประเทศเยอรมนีเพียงแค่ &amp;quot;อากาศดี&amp;quot; และ &amp;quot;ไม่ได้เดินทางไปพบท่าน&amp;quot; เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากตำรวจคณะทำงานติดตามอดีตพระพรหมเมธี เสนอยกเลิกหนังสือเดินทางทุกเล่มของอดีตพระพรหมเมธี พร้อมประสานไปยังทางการเยอรมนีแล้ว เพื่อใช้วิธีการทางเทคนิคว่าสามารถใช้การเนรเทศ ซึ่งเป็นกฎหมายภายในได้หรือไม่ เนื่องจากไทยกับเยอรมนีไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อกัน แต่ก็มีการพึ่งพาในมาหลายครั้ง โดยใช้เทคนิคช่องทางนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเนรเทศโดยอาศัย พ.ร.บ.คนเข้าเมือง จึงเป็นวิธีการทางเทคนิคที่ไทยสามารถใช้เป็นทางลัดส่งผู้ร้ายให้ต่างชาติได้อย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน การที่ผู้ร้ายชาวไทยหนีไปต่างประเทศ ต้องดูหลักกฎหมายของเขาว่าจะเนรเทศกลับมาให้เราได้อย่างไร&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากการตรวจสอบก่อนหน้านี้ พบอดีตพระพรหมเมธีมีหนังสือเดินทางทั้งหมด 4 เล่ม ซึ่งมีทั้งใช้งานได้และหมดอายุแล้ว โดยขณะถูกจับได้พบใช้หนังสือเดินทางประเภทราชการปกสีน้ำเงิน เพื่อเข้าประเทศเยอรมนี โดยหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าว เพิ่งทำเมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา สามารถเดินทางเข้า-ออกต่างประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า และอยู่ในประเทศเยอรมนีได้ 90 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพาสปอร์ตปกสีน้ำเงินดังกล่าวพบว่า เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2561 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีหนังสือถึงอธิบดีกรมการกงสุล เรื่อง อดีตพระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม และคณะ รวม 4 รูป เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ให้โอวาทธรรมแก่พุทธบริษัทชาวจีน เมืองเซี่ยะเหมิน ในวันที่ 24-30 มี.ค. 2561 จึงขอความอนุเคราะห์ออกหนังสือเดินทางราชการ กำหนดอายุ 5 ปี ถวายพระภิกษุดังกล่าว อดีตพระพรหมเมธีจึงมีหนังสือเดินทางราชการ หรือพาสปอร์ตสีน้ำเงินตั้งแต่ก่อนหน้าการหลบหนี โดยหนังสือเดินทางราชการจะมีสิทธิพิเศษคือ สามารถเข้าประเทศที่ไทยทำข้อตกลงเอาไว้โดยไม่ต้องขอวีซ่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 8 มิ.ย. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้เดินทางกลับจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี หลัง ผบ.ตร.เดินทางกลับมาเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. และให้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ พร้อมคณะประสานงานกับทางประเทศเยอรมนี เพื่อขอรับตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับประเทศไทย แต่ปรากฏว่าการเดินทางกลับของ ผบช.สตม.ก็ยังไม่มีอดีตพระพรหมเมธีเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังไม่สามารถนำอดีตพระพรหมเมธีกลับมาได้ เพราะติดปัญหาข้อกฎหมายที่ได้ยื่นลี้ภัย จึงต้องรอขั้นตอนกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมายที่ประเทศเยอรมนี ที่คาดว่าต้องใช้เวลานานถึง 2 เดือน&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (รอง ผบช.สตม.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กล่าวถึงกรณีมีข่าวระบุเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ประจำด่านตรวจคนเข้าเมือง 4 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 นครพนม-คำม่วน เกี่ยวข้องกับการหลบหนีออกนอกประเทศของอดีตพระพรหมเมธีว่า ตำรวจ ตม. 2 นาย ประจำด่านตรวจคนเข้าเมือง 4 ไม่ได้เป็นผู้นำพาอดีตพระพรหมเมธีพร้อมสีกาหลบหนีออกนอกราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ขณะนี้ พล.ต.ต.กิตติกร บุญสม ผู้บังคับการตำรวจคนเข้าเมือง 4 ก็ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 นายนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร รวมถึงตรวจสอบบุคคลอื่นที่อยู่ในวันเกิดเหตุด้วยว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่ ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบมีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือให้กลุ่มผู้ต้องหาหนีออกนอกราชอาณาจักรจริง จะดำเนินการเอาผิดทั้งวินัยและอาญาอย่างแน่นอน&amp;quot; โฆษก สตม.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ศาลได้ออกหมายจับผู้ให้การช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธีแล้ว 5 ราย เป็นคนไทย 2 คน และชาวลาว 3 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนางนางศศิร์อร หรือสีกาจุ๋ม เจียมวิจิตรกุล ลูกศิษย์คนสนิท เป็นเจ้าของรถตู้พาพระพรหมเมธีหลบหนี พบว่า สีกาจุ๋มได้เดินทางออกจากประเทศไทยก่อนที่หมายจับจะถูกส่งไปถึง ตม.ไม่กี่ชั่วโมง โดยเดินทางไปอยู่ประเทศอังกฤษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร รองประธานกรรมการ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ THL กล่าวถึงกรณีนางศศิร์อร หรือสีกาจุ๋ม มีชื่อเป็น 1 ใน 5 ผู้ที่ถูกออกหมายจับกรณีพาพระพรหมเมธี ผู้ต้องหาเงินทอนวัดหลบหนีว่า บริษัทไม่ได้เกี่ยวข้อง และจะไม่มีผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากนางศศิร์อรเป็นเพียงผู้ถือหุ้น ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นฝ่ายบริหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมามีความพยายามจะสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับบริษัท โดยปฏิเสธว่ากรณีการทำเหมืองทองแดงที่ประเทศ สปป.ลาวนั้น ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้ทำเหมืองในประเทศ สปป.ลาวเลย เพียงแต่มีแผนที่จะซื้อหุ้นบริษัทที่อยู่ระหว่างการขอประทานบัตรทำเหมืองในลาวเท่านั้น ส่วนหุ้นทุ่งทองคำบริษัทได้ขายไปหมดแล้วตั้งแต่ปี 2529 ซึ่งทุกคนสามารถตรวจสอบได้&amp;quot; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณประตูรั้วทางเข้าที่จะเดินไปยังกุฏิของอดีตพระพรหมเมธีถูกล่ามโซ่ห้ามบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไป และบรรยากาศภายในวัดเป็นไปอย่างเงียบเหงา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 4 นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ตรวจสอบมีวัดใน จ.พิจิตร 3 วัด ประกอบด้วย วัดต้นชุมแสง วัดหนองเต่า วัดธงไทยยาราม พบพฤติกรรมการโอนเงินงบบูรณปฏิสังขรณ์วัดละ 2 ล้านบาท แล้วมีการถอนเงินคืน 2 ล้านบาท ไปให้ยังบุคคลอื่น แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เบื้องต้นการพบการทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 4 พบวัดเข้าข่ายทุจริตเงินทอนวัดประมาณ 30 วัดแล้ว โดยเป็นวัดในจังหวัดภาคเหนือ 15 วัด และวัดในจังหวัดภาคกลาง 15 วัด หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนเพื่อหาพยานหลักฐานที่ชัดเจนก่อน จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อหรือรายละเอียดต่างๆ ได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10985</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพรหมเมธี, พล.ต.อ.จักร์ทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180608/image_big_5b1a897a623ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;storage.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost บันทึกขอเชิญชวนน้อมนมัสการคติธรรม &amp;quot;สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)&amp;quot; เจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน จังหวัดนครปฐม ..วันนี้ได้เวลาชาวพุทธลุกขึ้นมาร่วมแก้ไขในสิ่งผิด!! เพราะมองข้ามความจริงมิได้ว่า ความฟอนเฟะของหลวงพ่อ และวัดวาอารามที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาวในตอนนี้ ส่วนหนึ่งมาจากมิจฉาทิฐิของโยมและฆราวาสทั้งหลายที่ปล่อยให้ความโลภ โกรธ หลงงมงายครอบงำจิตใจ จนลืมแก่นแท้ของพระธรรมคำสั่งสอนนั่นแล ...0 สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม.. หนีข้ามน้ำข้ามทะเลไปจนถึงเมืองเบียร์ &amp;quot;อดีตพระพรหมเมธี&amp;quot; ผู้ช่วยเข้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ในที่สุดก็จนมุม คาดว่าวันพุธที่จะถึงนี้จะได้อยู่เป็นที่เป็นทางนอนในคุกพร้อมอดีตพระพรหมอีก 2 คน ...0 งานนี้ ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักร์ทิพย์ ชัยจินดา ลงทุนบินไปรับด้วยตัวเอง มันก็ให้อดเปรียบเทียบมิได้นะ ว่า เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเลือกปฏิบัติหรือเปล่า เพราะฆราวาสหนีคดีการเมือง &amp;quot;สองพี่น้องชินวัตร&amp;quot;... ทำไมหนอ?? ร่อนไปร่อนมามีกระแสข่าวล่วงหน้าว่าจะไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้ นัดเจอกับพลพรรคสมาชิกพรรคเพื่อไทยอย่างสม่ำเสมอ กลับจับมาดำเนินคดีไม่ได้สักทีเนาะ ...0 ปัญหา (แกล้ง) เกียร์ว่างในแวดวงสีกากีในบางเรื่องบางคดี ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องรู้เห็นเป็นใจกันมานานน้านนาน ได้แต่หวังว่า การปฏิรูปตำรวจ จะสามารถช่วยเคาะสนิมที่จับแน่นในระบบของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ออกไปได้บ้าง ...0 แต่ดูเหมือนว่าเรื่องเกียร์ว่างจะกลายเป็นโรคติดต่อนะ เพราะตัวเลขเศรษฐกิจที่ขยับดีขึ้นแบบหืดขึ้นคอนั้น มีเบื้องหลังที่แสนยากเย็นพอๆ กับเข็นครกขึ้นภูเขา รมว.คลัง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รู้ดีที่สุด เพราะนั่งเก้าอี้ประธานกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐอยู่ด้วย จึงเหนื่อยหนักพักไม่ได้เมื่อข้าราชการใช้กฎหมายระเบียบจัดซื้อจัดจ้างมาเป็นข้ออ้างไม่เบิกจ่ายงบประมาณรัฐซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ...0 น่าเห็นใจมั่กมาก และปัญหาจะมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวนับจากวันนี้ เมื่อระฆังการเมืองเรื่องเลือกตั้งกำลังส่งเสียง เพราะประเด็นที่จะโดนใจเวลานักการเมืองไปพบประชาชน ก็ไม่พ้นปัญหาปากท้อง น้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง แต่รายได้หดหาย ฉะนั้น จะเลือกเป็น รมต.ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่ออกมาพูดบ้าง รับรองว่าอ่วมอรทัยแน่นอน ...0 จะเรียกว่าดรามาตีบทแตกหรืออะไรก็ตาม กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ ยืดอกยอมรับการกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อชาติสานต่ออุดมการณ์ กปปส. ด้วยการเป็นผู้จัดการพรรค รปช.นั้น ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ต้องจับตามองกันต่อไป แม้ว่าจะคาดเดากันไว้ล่วงหน้าแล้วว่า กปปส.ต้องตั้งพรรคการเมืองของตัวเองแน่นอนก็ตาม ...0 หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่จะส่งสัญญาณบอกถึงอนาคตในต้นปีหน้าตามโรดแมปเลือกตั้ง ก.พ.62 ก็คือ รัฐบาลบิ๊กตู่ปรับ ครม. ถ้าคนสวมเสื้อ รมต.คนใหม่ บังเอิญเป็นคนหน้าเก่า หรือหน้าตาคล้ายคนใหญ่คนโตแถวเมืองชลฯ หรือแถบสุโขทัยล่ะก็ ตีความได้เลยว่า มันคือ &amp;quot;การมัดจำ&amp;quot; ไว้ล่วงหน้า ส่วนจะเรียกว่าวางดาวน์ไว้ก่อนก็เอาที่สบายใจนะจ๊ะ ...0 กรณีของ ดอน ปรมัตถ์วินัย กับความสง่างามบนเก้าอี้ รมว.ต่างประเทศ อาจจะใช้เป็นเหตุผลความชอบธรรมในการปรับ ครม.งวดนี้ได้ แม้ กกต.จะบอกว่าการถือครองหุ้นเข้าลักษณะต้องห้ามสามารถรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ถูกผิดก่อนก็ตาม ..แต่มันก็ออกจะทะแม่งๆ ไหม ในเมื่อตำแหน่งของท่านนั้นหมายถึงการนำภาพลักษณ์ของประเทศไทยไปไหนต่อไหนทั่วโลกด้วยนี่นา ...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10593</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., การปฏิรูปตำรวจ, ดอน ปรมัตถ์วินัย, บันทึกหน้า4, ปิยสาร์, พล.ต.อ.จักร์ทิพย์ ชัยจินดา, รมต., สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต), สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม, สุเทพ เทือกสุบรรณ, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
