<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.แป๊ะ&#039; เซ็นคำสั่ง &#039;บิ๊กช้าง&#039; กลับนั่งรอง ผบ.ตร. ก่อนเกษียณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เซ็นหนังสือคำสั่งที่ 382/2563 เรื่อง ยุติให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งระบุว่า ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 28/2563 ลงวันที่ 23 ม.ค.63ให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.63 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากภารกิจที่มอบหมายให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา11 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547และข้อ 8 (1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552จึงให้ยุติการปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติและให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 ก.ค.63 .&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72395</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ผบ.ตร., พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ae3fa6a552.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;38&#039; พุ่งแรง!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับถอยหลังเหลืออีกเพียง 3 เดือนนิดๆ ก็จะถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายสำหรับข้าราชการที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ที่จะเกษียณอายุราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้แวดวง &amp;quot;สีกากี&amp;quot; ตามประกาศสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีข้าราชการตำรวจที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และจะพ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวน 5,739 ราย!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัดเฉพาะระดับ &amp;quot;นายพล&amp;quot; ระดับยอด &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; มีหลายเก้าอี้สำคัญที่จะว่างลง และรอลุ้นคนใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฟกัสสำคัญพุ่งเป้าไปที่เก้าอี้ &amp;quot;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;quot; หรือ &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ที่รอบนี้ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ครบเกษียณอายุราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถม &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; เพิ่งออกมาสยบข่าวลือหลังเกษียณอายุราชการจะไปเป็นนักการเมือง ด้วยวลีเด็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีการทาบทามใดๆ ไม่สนใจเล่นการเมือง กลัวการเมืองเล่นเอา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือรอง ผบ.ตร. มี &amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย เกษียณอายุราชการ รวมทั้ง พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เกษียณอายุราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับระดับผู้บัญชาการ หรือ ผบช. ก็เกษียณอายุราชการกันเยอะ เก้าอี้ใหญ่ๆ ก็แยะ ทั้ง พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์ จตร. (หน.จต.), พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3, พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบช.สตส., พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่ (สบ8) รพ.ตร., พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพย์จันทร์ ผบช.ภ.8, พล.ต.ท.สุรพล แก้วขาว ผบช.สกบ., พล.ต.ท.อาชวันต์ โชติกเสถียร ผบช.รร.นรต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนระดับรองผู้บัญชาการ หรือรอง ผบช. เกษียณอายุราชการ 30 นาย ระดับผู้บังคับการ หรือ ผบก. เกษียณอายุราชการ 36 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบ็ดเสร็จ &amp;quot;นายพล&amp;quot; ปีนี้เกษียณอายุราชการปาไปเกือบ 80 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครจะมานั่งเก้าอี้ใหม่ป้ายแดงแทนที่ &amp;quot;นายพล&amp;quot; ทั้ง 80 นาย ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการแต่งตั้งตามกฎ ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในระดับหัว ระดับยอดปลายแหลม &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; ณ ชั่วโมงนี้ ว่ากันว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลข 38 พุ่งแรง!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะดาหน้าชักแถว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องติดตามๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69166</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพย์จันทร์, พล.ต.ท.พิทยา ศิริรักษ์, พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.ท.มนตรี สัมบุณณานนท์, พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร, พล.ต.ท.สุรพล แก้วขาว, พล.ต.ท.อาชวันต์ โชติกเสถียร, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ, เสียบซึ่งหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58935cc4fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชั่วโมงนี้ว่ากันว่าแวดวงการเมืองร้อนแรง เพราะนอกจากฝ่ายค้านกำลังจะเปิดอภิปรายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกแล้ว ในแวดวง สีกากี ก็ไม่ได้ยิ่งหย่อน ข่าวเด้ง!!! ข่าวย้าย!!! ข่าวฟ้องร้อง!!! ข่าวความขัดแย้ง!!! ออกมาแทบจะรายวัน ขนาด บิ๊กช้าง-พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.ที่โดนคำสั่ง บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี ไปช่วยราชการ ศปก.ตร. ขาดจากหน้าที่เดิมที่ได้รับมอบหมายให้ดูงานสืบสวน โผล่มานั่งร่วมประชุม ก.ตร.เมื่อวันพุธที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มานั่งหัวโต๊ะประธาน ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เพราะแม้ตามกฎ ตามระเบียบ บิ๊กช้าง จะเป็น รอง ผบ.ตร.อยู่ ยังสามารถเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp; ก.ตร.ได้ แต่ความเหมาะสมก็กลายเป็นคำถามที่หลายคนข้องใจ แถมยังเมาธ์คำสั่งเด้ง บิ๊กช้าง ครั้งนี้ของ เพื่อนแป๊ะ เป็นแบบ ตัดบัวเหลือใย ถึงจะให้ไปอยู่ ศปก.ตร.โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม แต่ก็ยังคงทำหน้าที่เป็น ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง และ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และมือปืนรับจ้าง เหมือนเดิม ๐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่ก็ยิ่งกว่า ถ่ายทอดสด การเดินทางไปบวชทดแทนคุณพ่อแม่ของ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (อดีต ผบช.สตม.) วัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยได้รับฉายา สุรเชฏฺฐโพธิ ซึ่งแปลว่า ผู้มีปัญญาเครื่องตรัสรู้ซึ่งเจริญที่สุดด้วยความกล้าหาญ เพราะแม้การบวชครั้งนี้ของ พระสุรเชฏฺฐโพธิ จะไปจำวัดอยู่ไกลถึงอินเดีย แต่ดูเหมือนทั้งรูปทั้งข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวกลับปรากฏเป็นรายวัน ตั้งแต่ภาพวันบวชจนถึงเป็นพระ หรือเดินบิณฑบาต ทำวัตรเช้า และปฏิบัติธรรม จนหลายคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวมา เห็นอาจนึกว่า พระโจ๊ก บวชอยู่ในเมืองไทย ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ ผบ.แป๊ะ มีคำสั่งเด้งจาก ผบช.สตม. เข้ากรุ ศปก.ตร. ตามมาด้วยโอนย้ายจากตำรวจไปเป็นข้าราชการพลเรือน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; นั่งตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ช่วงนั้นใครต่อใครหาตัว หาข่าว พระโจ๊ก ยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เก็บตกผลประชุม ก.ตร.ที่ นายกฯ บิ๊กตู่ ไปนั่งเป็นประธาน 2 วาระสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ&amp;nbsp; เรื่องที่ อนุ ก.ตร.ร้องทุกข์ หารือปัญหาข้อกฎหมายกรณี พ.ต.ท.วทัญญู วิทยผโลทัย อดีต ผกก.สันติบาลและอดีตนายตำรวจติดตาม ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร้องทุกข์เมื่อปี 61 ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของสันติบาล มีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงโดยไม่ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน น่าจะเป็นคำสั่งที่มิชอบ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุป อนุ ก.ตร.กฎหมายชี้ว่าสามารถกระทำได้ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติมาตรา 84&amp;nbsp; และ 86 ประกอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556 ข้อ 3 กรณีมีการกล่าวหาว่าข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัยร้ายแรง จะสืบสวนข้อเท็จจริงก่อนหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่ามีมูลเพียงพอที่จะตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงหรือไม่ ในกรณีนี้แสดงว่าผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลมีความเห็นว่ามีมูล การดำเนินการตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงโดยไม่สืบสวนข้อเท็จจริงสามารถทำได้ตามกฎหมาย ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอนุ ก.ตร.ร้องทุกข์หารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ในการออกคำสั่ง ศปก.ตร. และอำนาจการส่งตัวข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดวินัยเรื่องทรงผมไปเข้ารับการฝึกธำรงวินัย กรณี พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.ภ.9 และอดีตรอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี&amp;nbsp; สรุปว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จตช. (ขณะนั้น) ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ ศปก.ตร. ตามคำสั่งของ ผบ.ตร. จึงมีอำนาจให้ตำรวจมาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.ได้ รวมทั้งการส่งตัวไปฝึกธำรงวินัยก็สามารถส่งไปได้ เพราะกรณีถ้าเห็นว่ามีโครงการเพิ่มพูนประสิทธิภาพก็สามารถส่งไปได้ และเมื่อจเรตำรวจแห่งชาติพบการกระทำความผิดของข้าราชการตำรวจแล้วดำเนินการทางวินัย กฎหมายกำหนดไว้ว่ากรรมการดำเนินการทางวินัยเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา เมื่อจเรตำรวจพบการกระทำผิดของข้าราชการตำรวจก็ส่งเรื่องไปทางต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยอยู่แล้ว...สรุปทั้ง 2 เรื่องที่ร้องทุกข์เป็นอันตกไปทั้งคู่ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่สงสัยว่า คณะกรรมการตรวจจ้างสร้างเรือดำน้ำ (กตจ.รด.) 20 นายไปอยู่ที่เมือง อู่ฮั่น ต้นทางแพร่ระบาด &amp;quot;เชื้อไวรัสโคโรนา&amp;quot; ได้อย่างไร แต่หากจำกันได้เมื่อครั้งที่รัฐบาลอนุมัติงบประมาณในการจัดหาเรือดำน้ำเข้าประจำการลำแรกกองทัพเรือ ได้แถลงถึงแนวทางส่งทีมไปประกบการสร้างเรือให้เป็นไปมาตรฐานตามสัญญา และเดือนพฤศจิกายน 2562 กตจ.รด.จึงได้เดินทางไปที่อู่ฮั่น เพื่อเข้าไปทำงานร่วมกับวิศวกรสร้างเรือดำน้ำของจีน จากอู่ต่อเรือ Wuchang Shipbuilding Industry Group ระยะเวลาการทำงานในระยะแรกประมาณ 3 เดือน โดยประธาน กตจ.คือ เสธ.ตุ้ย-น.อ.วิทยา พันธุ์โภคา&amp;nbsp; นายนาวาสถาปัตย์ที่มีความสามารถในการออกแบบเรือและวิศวกรรมการต่อเรือจากสหรัฐอเมริกา โดยมีทีมงานทั้งนายทหารอิเล็กทรอนิกส์, นายทหารสื่อสาร, วิศวกรด้านต่างๆ ครบ โดยทหารเรือทั้งหมดจะกลับเข้าไปทำหน้าที่หลังจากสถานการณ์ระบาดไวรัสโคโรนาคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ พลทหาร ขับรถชนรถของประชาชนจนได้รับความเสียหายหลายคันที่ จ.ชลบุรี เนื่องจากดื่มสุราระหว่างเสร็จภารกิจไปรับไข่ไก่จากฟาร์มมาที่หน่วย ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดคือ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) ได้เข้าแสดงความรับผิดชอบทันที ทั้งการประสานความช่วยเหลือ พูดคุยอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและบริษัทประกันภัย รวมถึงผลกระทบอื่นๆ&amp;nbsp; สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองของระบบประกันภัย 6 คัน โดยหน่วยต้นสังกัดได้ชดเชยค่าเสียหายให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนรถยนต์อีก 8 คันที่อยู่ในความคุ้มครองของระบบประกันภัยกำลังเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมและชดเชยค่าเสียหายตามข้อตกลงในกรมธรรม์&amp;nbsp; และความประสงค์ของเจ้าของรถ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กำลังพลของกองทัพยุคนี้ต้องเข้าสู่ ศูนย์ธำรงวินัยกลาง ที่กองทัพบกตั้งขึ้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการลงฑัณฑ์และปรับปรุงวินัย โดยผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นขึ้นไป 2 ลำดับชั้น ซึ่งก็คือผู้บังคับกองพัน ต้องได้รับการปรับปรุงวินัยด้วย โดยศูนย์ธำรงวินัยกลางในกรุงเทพฯ ก็ตั้งอยู่ใน พล.ม.2&amp;nbsp; รอ.พอดี อีกทั้งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของ พลทหาร ทั้ง 2 นายและนายสิบ 1 นายที่ไปปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)&amp;nbsp; ที่ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้นมาในทุกมณฑลทหารบก เพื่อให้ทหารอยู่ในระเบียบวินัย ไม่ปฏิบัติตนออกนอกลู่นอกทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถัดจาก &amp;quot;ไวรัสโคโรนา&amp;quot; ปัญหาภัยแล้งกำลังจี้ตามมาติดๆ ทางกองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) นักรบสีน้ำเงิน เป็นกำลังสำคัญ ซึ่ง ผอ.เวฟ-พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม ผอ.สำนักงานสนับสนุน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กำลังดำเนินการตามแผนของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติของรัฐบาลอย่างเร่งด่วน ซึ่งในขั้นต้นได้ขุดเจาะบ่อบาดาลตามที่ได้รับการร้องขอจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนแล้วเสร็จจำนวนทั้งสิ้น 20 บ่อ ในพื้นที่&amp;nbsp; จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ขอนแก่น ลำพูน และปัตตานี รวมทั้งยังได้ทำการแจกจ่ายน้ำในพื้นที่ประกาศภัยแล้งฉุกเฉิน 20 จังหวัด ซึ่งได้ดำเนินการแจกจ่ายไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp; 1,255,000 ลิตร อีกทั้งขณะนี้หน่วยได้ดำเนินการขุดลอกลำน้ำยมที่แห้งขอดในพื้นที่ จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้ประปาหมู่บ้าน และสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตร จำนวน 12 จุด &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56031</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!บิ๊กช้างโผล่ร่วมประชุมก.ตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.2563 - ที่ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 1/2563 &amp;nbsp;โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญหลายเรื่อง โดยพบว่า พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ที่ถูกย้ายขาดจากตำแหน่งเดิม ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. ยังคงเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ในฐานะคณะกรรมการ ก.ตร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ป้ายชื่อที่เขียนกำกับที่นั่งก็ยังระบุว่าเป็น รอง ผบ.ตร.(สส) ด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่าแม้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์จะไม่ได้รับผิดชอบงานสืบสวนสอบสวนแล้ว แต่ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพล และมือปืนรับจ้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55786</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ, นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ห้องประชุมศรียานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e312235e7001.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพัด!เขี่ย&#039;บิ๊กป้อม&#039;พ้นครม.&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039;นั่งรัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.2563 - &amp;nbsp;มีความเคลื่อนไหวในหมู่ผู้ลี้ภัยในต่างประเทศจากมาตรา 112 และกลุ่มคนเสื้อแดงมีการวิเคราะห์และแชร์ข้อมูลอย่างมากถึงกรณีการโยกย้าย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. โดยเฉพาะล่าสุดที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจราชองครักษ์ รวมถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งเตือนการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่าเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เพราะนายตำรวจทั้ง 3 นายถือว่ามีความใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในกลุ่มดังกล่าวยังวิเคราะห์กันว่า อาจมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีแนวโน้มว่า พล.อ.ประวิตรจะถูกปรับออก และอาจมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุราชการในตุลาคมนี้มารับตำแหน่งรัฐมนตรีแทนด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55762</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดาล, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รอง ผบ.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e30e73934f82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กช้างย่องเงียบ ดอดรายงานตัว หึ่ง‘โจ๊ก’งานเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กช้าง&amp;quot; ดอดรายงานตัวที่ ศปก.ตร.แล้ว ต้องลงชื่อเข้าทำงาน เข้า-ออกทุกวันตามเวลาราชการ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยหนังสือเตือน &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; ไม่ใช่เรื่องของทางตำรวจ แต่เป็นเรื่องของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สะพัดจับได้แล้วมือปืนยิงรถ &amp;quot;สุรเชษฐ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 มกราคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 28/2563 ให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)? ว่าเป็นเรื่องภายในของ สตช. ไปอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ เป็นการใช้อำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องของความเหมาะสม โดยไม่ได้มีการสอบสวนอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กรณีที่มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 ลงวันที่ 23 มกราคม 2563 ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เป็นการให้มาช่วยราชการที่สำนักนายกฯ เป็นการชั่วคราว โดยจะมีกรอบระยะเวลาไม่นาน เนื่องจากยังมีการสอบสวนอยู่ที่สำนักงานตำรวจฯ เพื่อให้สะดวกต่อการสอบสวน เว้นแต่จะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตรงนี้เป็นการอาศัย พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ จึงเป็นอำนาจของนายกฯ พิจารณา ไม่ต้องเข้าคณะรัฐมนตรี และไม่ต้องโปรดเกล้าฯ และยังไม่พ้นจากตำแหน่ง ถือว่าเป็นการมาแค่ตัว แต่ยังรับเงินเดือนที่สังกัดเดิม ซึ่ง พล.ต.อ.วิระชัยก็รับทราบคำสั่งดังกล่าวดังกล่าวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า ส่วนคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2563 ลงวันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2563กำชับให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการนั้น เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนและการสอบสวนไม่ใช่เรื่องของทางตำรวจ แต่เป็นเรื่องของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ขณะนี้ยังสอบอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่มีการร้องเรียนที่ชัดเจนมากพอ ดังนั้นคำสั่งจึงเป็นการเตือนและปราบไว้ก่อนเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ได้มีการลงโทษอะไร ซึ่งเจ้าตัวรับทราบแล้ว และต้องระวังอย่าทำผิดวินัย การที่คำสั่งต้องระบุอะไรหลายอย่าง เพราะมีเรื่องร้องเรียนที่เข้าข่าย จึงต้องเตือนให้รู้ตัว และการปฏิบัติหน้าที่ของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก็ไม่มีรถและเงินเดือนประจำตำแหน่ง ไม่มีสิทธิอะไร เมื่อมาอยู่ตรงนี้ ปลัดสำนักนายกฯ ได้มอบหมายงาน และจะลดการมอบหมายลงไประยะหนึ่ง ก่อนจะพิจารณาว่าจะคืนงานกลับให้หรือไม่ค่อยว่ากันอีกที&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ที่มีคำถามว่าทำไมถึงไม่เตือนที่เจ้าตัว แต่ออกเป็นคำสั่ง เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็น เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจที่อ้างตามกฎหมายและต้องการส่งสัญญาณไปถึงหลายคนเพื่อให้รับทราบเอาไว้ และที่ผ่านมาก็เคยมีการเตือนในลักษณะนี้ แต่เป็นระดับอธิบดี จึงไม่ได้รับความสนใจอะไรเหมือนกับกรณีนี้ที่นายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาจึงต้องลงมาเซ็นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.พรหมธร ภาคอัต ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) เปิดเผยถึงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ไปปฏิบัติงานที่ ศปก.ตร. ว่าภายหลังจาก พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ได้รับคำสั่งก็เดินทางมารายงานตัวลงและบันทึกประจำวันตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม เวลาประมาณ 12.00 น. ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เนื่องจาก พล.ต.อ.ชัยวัฒน์เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ตนก็ได้มอบหมายให้ทำงานด้านรวบรวมข้อมูลข่าวสารเหตุการณ์ต่างๆ ที่รายงานมายัง ศปก.ตร. เพื่อเสนอให้ ผบ.ตร.รับทราบและมีคำสั่งพิจารณาสั่งการในเรื่องต่างๆ ซึ่งการทำงานของ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ จะต้องลงชื่อเข้าทำงาน เข้า-ออกทุกวันตามเวลาราชการ โดยในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม คงจะได้เริ่มทำงานอย่างจริงจัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้าคดีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ยี่ห้อเล็กซัส สีขาว หมายเลขทะเบียน 9 กจ 351 กทม. ของ &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) และอดีต ผบช.สตม. ฝั่งประตูรถมุมล่างด้านซ้าย บริเวณลานจอดรถหน้าร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากไม่มีใครอยู่ในรถนั้นว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว และส่งทีมสืบสวนเฝ้าติดตาม เพื่อรอรวบรวมพยานหลักฐานในการขออนุมัติหมายจับอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากทุกอย่างเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมตัวทันทีภายในสัปดาห์นี้ และจะนำตัวให้ผู้บังคับบัญชาสอบสวนแถลงข่าว รวมทั้งในการสืบสวนทางลับยังพบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการคนร้ายก่อเหตุยิงรถบิ๊กโจ๊กครั้งนี้ด้วย&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ปฏิเสธว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ แต่มีความคืบหน้าในการติดตามตัวไปมาก โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อนำมาประกอบสำนวนทางคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ไล่ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่จุดเกิดเหตุไปจนถึงฝั่งธนบุรีแล้ว หากตำรวจพบเส้นทางที่แน่ชัด ก็จะไล่ไปจนถึงที่พักของคนร้ายให้ได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ได้ล็อกเป้าตัวผู้ต้องสงสัยตามที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น จะเป็นการจัดฉากหรือไม่ เบื้องต้นได้ตั้งข้อสังเกตไปว่า นับแต่เกิดเรื่องขึ้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ไม่ได้มีความเป็นห่วงรถยนต์ตัวเองมากเท่าใด แต่กลับโยงไปถึงประเด็นการจัดซื้อครุภัณฑ์เทคโนโลยีตรวจอัตลักษณ์บุคคลไบโอแมทริกซ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ความคิดเห็นต่อผลงานตำรวจ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ต่อกรณีตำรวจสามารถจับคนร้ายปล้นยิงชิงทองที่ลพบุรีได้จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 1,062 คน ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง วันที่ 23-24 มกราคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.5 ทราบข่าวตำรวจจับคนร้ายปล้นร้านทองลพบุรีได้ และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.9 ของคนที่ทราบข่าวมีความสุข พอใจ ที่ตำรวจรวบตัวคนร้ายได้ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ระบุคำคมตำรวจที่เป็นจริงคือ ร้อยละ 82.6 ระบุภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ และร้อยละ 81.3 ระบุหลับเถิดปวงประชา ตำรวจกล้าจะคุ้มภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ผลเปรียบเทียบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ระหว่างก่อนและหลังจับคนร้ายปล้นยิงชิงทองลพบุรี พบว่าความเชื่อมั่นของประชาชนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 91.0 ในช่วงก่อนจับคนร้าย มาอยู่ที่ร้อยละ 97.4 ในช่วงหลังจับคนร้ายได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55478</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, วิษณุ เครืองาม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนังสือเตือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2c485976ed2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้าผ่า!กรมปทุมวัน เด้ง‘วิระชัย-ชัยวัฒน์’เข้ากรุ/บิ๊กตู่คาดโทษ‘โจ๊ก’ห้ามประพฤติชั่ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฟ้าผ่า &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; สั่งเด้ง 2 รอง ผบ.ตร.เข้ากรุ &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; แจงเหตุ &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกฯ เซ่นคลิปเสียง &amp;quot;ชัยวัฒน์&amp;quot; โดนประจำ ศปก.ตร. เพื่อความเหมาะสม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เซ็นคำสั่งกำราบ &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ฮึ่ม!ต้องไม่กระทำการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หุ้น &amp;quot;เอซีอี&amp;quot; ร่วงหลัง &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; ผู้ถือหุ้นใหญ่โดนย้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เนื้อหาระบุว่า ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) มีพฤติการณ์และการกระทำซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการยุติธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการปฏิบัติราชการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 24/2563 ลงวันที่ 21 มกราคม 2563 แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและเรื่องอื่นๆ ในมูลกรณีที่ประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างตรวจสอบให้เป็นไปอย่างโปร่งใส มีความน่าเชื่อถือ และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชนและผู้ร้องเรียน สมควรพิจารณาสั่งการให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ไปปฏิบัติราชการนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม และให้ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่มพิเศษและสิทธิประโยชน์อื่นใดไม่ต่ำกว่าที่ได้รับอยู่เดิม โดยเบิกจ่ายจากสังกัดเดิม ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประการอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 28/2563 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ คำสั่งดังกล่าวระบุว่า เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 1 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และข้อ 8(1) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีคำสั่งที่ 29/2563 เรื่องกำหนดลักษณะงานและมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้จเรตำรวจแห่งชาติ รอง ผบ.ตร. ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รองจเรตำรวจ และผู้บัญชาการประจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาระบุว่า ตามที่มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 22/2563 ลงวันที่ 23 ม.ค.2563 ให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 28/2563 ลงวันที่ 23 ม.ค. ให้พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม
เด้ง&amp;#39;วิระชัย&amp;#39;เซ่นคลิปเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีคำสั่งยกเลิกการมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบกำกับดูแลรวมทั้งสั่งและปฏิบัติราชการ ในส่วนงานที่อยู่ในงานด้านกฎหมายและคดี งานด้านปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ในส่วนรับผิดชอบของ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. และยกเลิกงานด้านสืบสวนสอบสวน ในส่วนของ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำสั่งยังระบุว่า มีคำสั่งมอบหมายให้ พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานด้านกฎหมายและคดี และงานปราบปรามด้านละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบส่วนงานด้านสืบสวนสอบสวน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนเแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์ถึงคำสั่งโยกย้าย พล.ต.อ.วิระชัยและ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ ว่าไม่ได้หนักใจในการเซ็นคำสั่งโยกย้ายดังกล่าวแต่อย่างใด โดยกรณีของ พล.ต.อ.วิระชัยนั้น ตนได้เสนอไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีให้มีการพิจารณากรณีดังกล่าว จริงๆ แล้วเป็นเรื่องของการมีเอกภาพในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของรอง ผบ.ตร.ดังกล่าว หากดำรงตำแหน่งเกรงว่าจะมีอุปสรรคปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าสาเหตุในการเด้ง พล.ต.อ.วิระชัยคือคลิปเสียงที่มีการสนทนาระหว่างผู้ใหญ่ 2 ท่านคุยกันใช่หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวสั้นๆ ว่า ใช่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการโยกย้าย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์นั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวเพียงว่า เพื่อความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ห้องทำงาน พล.ต.อ.วิระชัย ภายหลังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีให้ไปปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ค่อนข้างเงียบเหงา มีตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสำนักงานเพียง 3 นาย ทุกคนมีสีหน้าเรียบเฉย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในสำนักงาน ตอบเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;นายไม่เข้าสำนักงาน มีประชุมข้างนอก&amp;quot; โดยไม่ได้เข้ามาที่สำนักงานมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับมีข่าวลือในกลุ่มข้าราชการตำรวจที่ซุบซิบกันมาหลายวันว่า พล.ต.อ.วิระชัยจะถูกสั่งย้าย กระทั่งมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง พล.ต.อ.วิระชัย เมื่อมีผู้รับสายแต่ไม่ใช่ พล.ต.อ.วิระชัย บอกเพียงว่า &amp;ldquo;นายไม่สะดวกรับสาย อยู่ระหว่างการบรรยายพิเศษหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการระดับสูง&amp;quot; ก่อนจะวางสายไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า คลิปเสียงที่ถูกนำมาเผยแพร่ทางโซเชียล ซึ่งเป็นการสนทนาระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ขณะไปปฏิบัติราชการอยู่ที่ต่างประเทศ กับ พล.ต.อ.วิระชัย ซึ่งรักษาราชการแทน ผบ.ตร. โดยเนื้อหาเกี่ยวกับการทำคดีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ยี่ห้อเล็กซัส สีขาว หมายเลขทะเบียน 9 กจ 351 กทม. ของบิ๊กโจ๊ก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) และอดีต ผบช.สตม. ฝั่งประตูรถมุมล่างด้านซ้าย บริเวณลานจอดรถหน้าร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 36 รุ่นเดียวกับ ผบ.ตร. รวมทั้งเพิ่งร่วมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์คลี่คลายคดีนายประสิทธิชัย เขาแก้ว ผอ.โรงเรียนวัดโพธิ์ชัย ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทองที่ จ.ลพบุรี โดยมีข่าวระบุว่า การโยกย้าย พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ อาจจะเกี่ยวข้องกับกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่บริเวณบ้านโคกมะยม ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่าพบตู้ม้า 5 ตู้ พร้อมทั้งระบุว่าเจ้าของตู้ม้าได้รับสัมปทานจากคนมีสีชื่อ &amp;ldquo;นายช้าง&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากการปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อนด้วย
เตือน&amp;#39;โจ๊ก&amp;#39;รักษาจรรยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ลงนามในหนังสือ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการรักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ เนื้อหาระบุว่า ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2562 ลงวันที่ 9 เม.ย.2562 สั่งให้ พล.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ขาดจากการเป็นข้าราชการตำรวจ และให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับเฉพาะเงินเดือน โดยไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ประจำตำแหน่งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ และเพื่อให้การปฏิบัติงานของข้าราชการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจตามข้อ 1(1) ของบัญชีห้าท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 9/2562 ลงวันที่ 9 ก.ค.2562 มาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1011/ว 12 ลงวันที่ 21 ส.ค.2556 นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง จึงเห็นสมควรกำชับให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุดังต่อไปนี้ 1.ไม่กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ราชการโดยทุจริต ไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา ไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน ไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ ไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ ไม่กระทำการอันเป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ ข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ ไม่ดูหมิ่น เหยียดหยามประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ของทางราชการ ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ รักษาความลับของทางราชการ มีความสุภาพ เรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายหนังสือระบุว่า ทั้งนี้ ให้ข้าราชการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ แต่ให้งดการมอบหมายงานพิเศษและสำคัญ และหากมีกรณีไม่รักษาจรรยาและวินัยข้าราชการ ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยต่อไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 ม.ค.2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวจากตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะราคาหุ้น บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ (เอซีอี) ซึ่งมี พล.ต.อ.วิระชัยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ อันดับที่ 1 ของ บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ ที่ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำและธุรกิจอื่นที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่อง โดยมีหุ้นอยู่ที่ 2,282 ล้านหุ้น คิดเป็น 22.43% ตลอดวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา เคลื่อนไหวในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเกิดความกังวลและขายออกมา หลังคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัยมาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเผยแพร่ ส่งผลให้ราคาปิดตลาดหุ้นเช้าอยู่ในระดับต่ำสุดที่ซื้อได้ระหว่างวัน (ฟลอร์) จากราคาหุ้นละ 4.32 บาท ลงมาอยู่ที่หุ้นละ 3.04 บาท ก่อนที่ช่วงบ่ายจะมีแรงซื้อเข้ามาบ้าง ทำให้ปิดตลาดหุ้นราคาหุ้นเอซีอีอยู่ที่ 3.20 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ (เอซีอี) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กรณีการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ ขอชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะไม่ได้เป็นผู้บริหาร หรือกรรมการของบริษัท หรือตัวแทนของบริษัทแต่อย่างใด ที่สำคัญบริษัทมีการบริหารงานด้วยระบบมืออาชีพ ตามหลักธรรมาภิบาล โดยคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร และบุคลากรของบริษัท ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญทั้งในอุตสาหกรรมพลังงานและการลงทุนเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเรียนให้ความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนว่า การดำเนินธุรกิจ การพัฒนาโครงการ รวมทั้งการขยายกิจการในอนาคตของบริษัท ยังคงดำเนินไปอย่างปกติตามแผนการที่วางไว้ทุกประการ&amp;quot; นายธนะชัยกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมปทุมวัน, คลิปเสียง, จรรยาและวินัยข้าราชการ, พล.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2b08d42376f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
