<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 20:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.มีอำนาจปรับไม่สวมแมสก์ขั้นต่ำ 2 พัน หากผู้ต้องหาไม่ยินยอมต้องส่งฟ้องศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวการถึงการดำเนินการกับผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ออกประกาศให้ใส่แมสก่อนออหเคหะสถานว่า ตามระเบียบของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่สั่งให้ปรับไม่เกิน 20,000 บาท มีระเบียบของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้ออกมาวางแนวทางไว้เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรมว.สธ. เป็นผู้ลงนามไว้ ซึ่งมีแนวทางมีกรอบการใช้ดุลยพินิจของเจ้าพนักงานในการเปรียบเทียบปรับ ตำรวจหรือพนักงานสอบสวนก็เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่สามารถเปรียบเทียบปรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปรับความผิดครั้งแรกในอัตรา 6,000 บาท ครั้งที่ 2 จำนวน 12,000 บาท ความผิดครั้งที่ 3 หากยังทำอีกครั้งก็จะเปรียบเทียบปรับ 20,000 บาท แต่ทั้งนี้พนักงานสอบสวนสามารถใช้ดุลยพินิจตามข้อ 8 คือมีเหตุผลพิเศษอันควรที่จะลดค่าปรับได้คำนึงถึงความหนักเบาของข้อหาและพฤติการณ์ รวมถึงความเสียหายที่เกิดผลกระทบต่อประชาชน เช่น อายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษา สุขภาพ อาชีพ ฯลฯ สามารถเปรียบเทียบปรับลดลงได้แต่ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 คือไม่น้อยกว่า 2,000 บาท แต่หากผู้ต้องหาไม่ยินยอมก็จะต้องส่งฟ้องศาล ซึ่งศาลจะใช้ดุลยพินิจในการเปรียบเทียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีของนายกรัฐมนตรีวางแนว 6,000 บาทครั้งแรกก็ต้องจ่าย 6,000 บาท ซึ่งทางเจ้าพนักงานผู้เปรียบเทียบปรับไม่ได้ใช้เหตุในการลดหย่อนจึงเสียเต็มในอัตราสูงสุดของการฝ่าฝืนครั้งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100821</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086bbf94667e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่่งทุกจังหวัดตั้งทีมกม. แนะนำจนท.เอาผิดคนไม่สวมหน้ากาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย. 64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รองผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในรถจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า กรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบกับทาง สภ.บางปะหัน ยืนยันว่า การจับกุมดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักเกณท์การปฏิบัติและบังคับใช้กฏหมายตามที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดออกประกาศ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ทุกอย่างต้องดูที่เจตนาด้วย หากพบว่าไม่มีเจตนากระทำผิดหรือฝ่าฝืนประกาศ ตำรวจก็พยายามแนะนำตักเตือน ทุกอย่างดูที่เจตนาตำรวจไม่ได้มุ่งเอาเป็นเอาตาย หรือจับกุมดำเนินคดีอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอด ผบ.ตร. ได้กำชับการปฏิบัติ โดยเฉพาะห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสหรือเรียกรับผลประโยชน์ แต่หากพบหรือมีหลักฐานก็มีบทลงโทษทั้งวินัยและอาญาอยู่แล้ว&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ผบ.ตร. ได้สั่งให้แต่ละจังหวัดตั้งทีมกฏหมายขึ้นมา เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและพนักงานสอบสวนอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามระเบียบคำสั่้งหรือประกาศฯ โดยย้ำว่า บางครั้งต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ควบคู่กันไปดูเจตนาก่อนว่าควรบังคับใช้กฏหมายหรือไม่ เช่น ขับรถส่วนตัวมาคนเดียวปิดกระจกทุกด้าน&amp;nbsp; ซึ่งไม่น่าเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจใช้ดุลยพินิจในการแนะนำตักเตือน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี ตำรวจ สภ.บางปะหัน นั้น จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้จับกุม เนื่องจากชายคนดังกล่าวเดินอยู่ในตลาดแต่ไม่สวมหน้ากากอนามัย เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการจับกุมและปรับตามกฏหมาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100762</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับไม่สวมหน้ากาก, บางปะหัน, พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์, รองผบ.ตร., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60865f9913d09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2020 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจ1.2หมื่นนายเฝ้าระวังเลือกตั้งอบจ.เผยยังไม่พบซุ้มมือปืนเคลื่อนไหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ธ.ค.63-ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเร้นท์เพื่อเตีรยมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งสมาชิกสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมเปิดเผยว่า ใกล้วันเลือกตั้ง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.มอบหมายให้มาประชุมเตรียมความพร้อมที่จะเกิดขึ้นทั่วประเทศ ทั้งหมด 97.000 หน่วยเลือกตั้ง ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 120,000 นายเพื่อปฏิบัติภารกิจหน่วยเลือกตั้งและดูแลการจราจรและชุดเคลื่อนที่เร็วสืบสวนหาข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โค้งสุดท้ายการหาเสียงหวั่นจะเกิดเหตุในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะ จ.นนทบุรี ปทุมธานี นครราชสีมา สกลนคร เชียงใหมา น่าน พิจิตร กาญจนบุรี นครศรีธรรมราชและตรัง เฝ้าระวังการซื้อสิทธิ์ขายเสียง คืนหมาหอน โดยเฉพาะเวลากลางคืน พื้นที่ไหนมีความเสี่ยงสูงจะได้กำชับให้ตำรวจภูธรภาคและกองบัญชาการสอบสวนกลางเข้าไปร่วมด้วย เพื่อช่วยเหลือพื้นที่อีกส่วนหนึ่ง ส่วนการกระทำความผิดเลือกตั้งมีอยู่ที่ จ.ชุมพร เรื่องการโพสต์ผิด พ.ร.บ.คอมฯจูงใจให้เลือกผู้สมัคร และที่ จ.ตรังมีการทำลายป้าย ยังถือว่าเป็นความผิดเล็กน้อย แต่ที่เป็นห่วงคือการประทุศร้ายต่อร่างกายและชีวิต&amp;nbsp; โดยในวันที่ 19-20 ธ.ค.ได้กำชับให้หัวหน้าสถานี ผู้การจังหวัดให้ดูแลพื้นที่อย่าให้เกิดเหตุอันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกกว่า การร้องเรียนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนในการจูงใจหรือวางตัวไม่เป็นกลางที่ชัดเจนยังไม่มี แต่มีเพียงข้อสงสัยนิดหน่อย ส่วนการร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายทั่วไปยังมน้อยมากเราได้เน้นให้ประสวานกับ กกต.อย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่มีจดหมายเชิญชวนให้เลือกคนของพรรค ณ.ตอนนี้ยังไม่เป็นความผิดแต่ทราบว่า กกต.กำลังพิจารณาข้อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนรับจ้างหรือไม่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เผยว่า ยังไม่มีการเคลื่อนไหว ซุ้มมือปืนทุกวันนี้แทบไม่มี ทางภาคใต้ที่เราเป็นห่วงแต่ตอนนี้น้ำท่วมทำให้ปัญหานี้ลดลง แต่ทราบว่าทางนครศรีธรรมราชมีการแข่งขันกันสูงและกองเชียร์พยายามร้องเรียนของแต่ละฝ่าย เช่นเดียวกันกับพื้นที่เชียงใหม่และปทุมธานีได้มอบหมายให้กองบัญชาการภาคเข้าไปช่วยดูด้วย เช่นเดียวกันหลังจากการเลือกตั้งที่จะมีการร้องเรียนการกระทำความผิด ได้สั่งการให้แต่ละจังหวัดตั้งชุดพนักงานสอบสวนมาช่วยดูแลแต่ละโรงพัก เมื่อมีคดีเกิดขึ้นจะให้ชุดส่วนกลางของแต่ละจังหวัดเข้าไปก่อน ถ้ามีความซับซ้อนก็จะให้ตำรวจภูธรภาคเข้าไปช่วยเตามลำดับขั้นตอน ใช้การข่าวนำ พื้นที่ไหนมีความเสี่ยงสูงก็จะให้ตำรวจลงพื้นที่ให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อสิทธิขายเสียง, ซุ้มมือปืน, พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์, เลือกตั้งอบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201218/image_big_5fdc4a0f07bad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจชง‘Work from home’1วันช่วยลดฝุ่นPM2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึงมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่กทม.และปริมณฑลว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกรุงเทพมหานครและกรมการขนส่งทางบก สั่งการให้ตั้งจุดตรวจควันดำจำนวน 20 จุด ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2563 - 20 กุมภาพันธ์ 2564 ขณะเดียวกันได้มีมาตรการเชิงรุกสั่งการให้ บก.น.1,2 และ 7 ลงพื้นที่ตรวจสอบภายในอู่จอดรถโดยสารสาธารณะ เนื่องจากรถมีสภาพเก่า ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถลดปริมาณฝุ่นได้ในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยากเชิญชวนให้หน่วยงานเอกชน บริษัท ห้างร้านต่างๆ กำหนดให้พนักงานหยุดทำงานที่บ้าน 1 วัน ต่อสัปดาห์ ในช่วงฤดูหนาว เหมือนกับมาตรการ work from home ในช่วงที่มีสถานการณ์โควิด-19ระบาด เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่ามาตรการนี้จะสามารถลดการใช้รถยนต์และลดการเกิดปริมาณฝุ่นควันได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว ของประชาชนด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87016</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก, พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร., รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd99b1c74cdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.สั่งกวาดล้างมาเฟีย-มือปืนรับจ้าง เคลื่อนไหวเลือกตั้ง อบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ได้มีบันทึกข้อความที่ 0007.33/3265 เรื่องการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ถึง ผบช.ภ.1-9,สันติบาล,ตชด,สตม,สยศ.ตร.,กมค.,&amp;nbsp;และสงป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใจความระบุว่า ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2563 แจ้งแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563 เป็นวันเลือกตั้ง และกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งระหว่างวันที่ 2-6 พฤศจิกายน 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้การเตรียมการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง ในส่วนภารกิจ ตร. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต และเที่ยงธรรม จึงให้ดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ภ.1-9 และ ภ.จว. ประสาน กกต.เขต/จว. เพื่อขอทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการเตรียมการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมทั้งความต้องการของ กกต.เขต/จว. ในการขอรับการสนับสนุนจาก ตร. นอกเหนือจากการจัดกำลังตามแผนของ ตร. เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการจัดกำลังพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ให้ถือปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (พิทักษ์เลือกตั้ง/62) โดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้ทุกหน่วยตามข้อ 1. ประสานการขอรับสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามภารกิจสนับสนุนการเลือกตั้ง จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีการเลือกตั้งของหน่วย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งทังหมด ตามมาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.การเลืทอกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การจัดกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง ให้ดำเนินการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.1ให้เปิดศูนย์อำนวยการและควบคุมการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง ประจำ ภ.จว. (ศลต.ภ.จว.) ตั้งแต่ 12-26 ธันวาคม 2563 (15 วัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.2การจัดชุดป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง (ปป.ลต.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.3การจัดกำลังรักษาความปลอดภัยสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้ง ห้วงวันที่ 2-6 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.4การจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานที่เลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ชุดรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ จตช. (ภ.9) ให้ถือปฏิบัติในการจัดกำลังลักษณะเดียวกันกับการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อ 24 มีนาคม 2562 รวมทั้งให้มีการประสานการปฏิบัติกับ กอ.รมน.ภาค 4 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.1 กำลังรักษาความปลอดภัยที่เลือกตั้งหน่วยละ 6 คนฃ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.2 กำลังชุดคุ้มครองที่เลือกตั้ง 13 หน่วย/ชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.3กำลังชุดรักษาความปลอดภัยเส้นทางขนหีบบัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.4กำลังชุดลาดตระเวนสกัดกั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.5กำลังชุดเคลื่อนที่เร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ให้ ภ.จว.เป็นหน่วยรับผิดชอบในการพิจารณาจัดกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย ในแต่ละภารกิจให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ สถานการณ์ เช่น พื้นที่ล่อแหลมหรือมีแนวโน้มที่จะมีความขัดแย้งสูง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.1ให้พิจารณากำลังพลที่อยู่ในสังกัด และในพื้นที่เป็นอันดับแรก ซึ่งหมายความรวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกสายงาน เช่น งานอำนวยการ/ธุรการ ป้องกันปราบปราม สืบสวน และจราจร เป็นต้น หากยังไม่เพียงพอให้ขอรับการสนับสนุนจาก บก./ภ.จว. และ บช./ภ. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยงานอื่นในพื้นที่ เช่น บช.ตชด. หรือขอรับการสนับสนุนจากฝ่ายปกครอง ทหาร หรือหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ตามความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.2การจัดกำลังไปปฏิบัติภารกิจจะต้องมีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบและแบ่งมอบสายการบังคับบัญชาให้ชัดเจนในทุกระดับ กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัย แผนเผชิญเหตุ ขั้นตอนการปฏิบัติ วงรอบการปฏิบัติและการตรวจสอบสอบของผู้บังคับบัญชาให้รอบคอบ รัดกุม ตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.3กำลังพลทุกนายจะต้องได้รับการอบรมชี้แจงข้อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติล่วงหน้าก่อนทุกนาย โดยให้หน่วยประสาน กกต.พื้นที่ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อศึกษาทำความเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจสนับสนุนการเลือกตั้ง เพื่อให้การปฏิบัติ และการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ครบถ้วน และสอดคล้องกับกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรม โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และอาวุธสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.บช.ส. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามหัวข้อข่าวสารสำคัญที่กำหนดไว้ในแผน ให้พร้อมรายงานและสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวที่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.กำชับเรื่องการวางตัวเป็นการของข้าราชการตำรวจในสังกัด และอบรมชี้แจงเกี่ยวกับการปฏิบัติให้กำลังพลที่จะทำหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10.กมค. เป็นหน่วยหลักในการประสาน รวบรวม ตอบข้อหารือเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง รายงานและติดตามผลคดีที่เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง และจัดทำคู่มือการปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อให้หน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทราบ และใช้เป็นคู่มือการปฏิบัติแจกจ่ายให้กำลังพลที่ร่วมปฏิบัติให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2563 โดยให้ สงป. สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11.ให้ สตม. และ บช.ทท. สืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของคนต่างด้าวที่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หากพบข้อมูลให้รายงาน ตร. ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12.มอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. ที่รับผิดชอบพื้นที่ตรวจความพร้อมก่อนการเลือกตั้ง และรับฟังบรรยายสรุปของหน่วยในความรับผิดชอบในโอกาสอันเหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83630</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5facfbe164b09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2020 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2020 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจจัดเต็ม! ขนกำลังคุมม็อบ 14 ตุลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ได้มีบันทึกข้อความถึง ผบช.น.,ภ.1-9 และ ตชด. อ้างถึงหนังสือ บช.น. ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ขอรับการสนับสนุนกองร้อยควบคุมฝูงชน จำนวน 95 กองร้อย จาก ตร. เพื่อปฏิบัติภารกิจการรักษาความปลอดภัยและการรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมการชุมนุมคณะราษฎร ที่เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุม &amp;quot;เพราะเราทุกคนคือคณะราษฎร และคณะราษฎรยังไม่ตาย&amp;quot; ในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การดูแลการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และสนับสนุนภารกิจของ บช.น. จึงให้หน่วยต่างๆ ดำเนินการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้หน่วยจัดกำลังควบคุมฝูงชน (คฝ.)พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ประจำกาย สนับสนุน บช.น. จำนวน 95 กองร้อย ใช้ยอดกำลังพลดังต่อไปนี้ ตชด.จำนวน 12 กองร้อย ภ.1 จำนวน 9 กองร้อย ภ.2 จำนวน 10 กองร้อย ภ.3 จำนวน 13 กองร้อย ภ.4 จำนวน 13 กองร้อย ภ.5 จำนวน 9 กองร้อย ภ.6 จำนวน 12 กองร้อย ภ.7 จำนวน 9 กองร้อย และภ.9 จำนวน 8 กองร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้ร้อย คฝ. ที่สนับสนุนดำเนินการดังนี้ 1.จัดเตรียมอุปกรณ์อาวุธพิเศษ ระดับกองร้อย (อัตรา1หมวด) 2.จัดเตรียมรถควบคุมผู้ต้องหาขนาดเล็ก พร้อมพลขับ กองร้อยละ 1 คัน 3.จัดชุดเจราจรต่อรองกองร้อยละ 3 นาย โดยมีนายตำรวจสัญญาบัตรเป็นผู้ควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ให้กำลัง คฝ. (ผบ.ร้อย) ที่สนับสนุน บช.น. รายงานตัวในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2563 โดยให้สอบถามเวลา สถานที่ และประสานการปฏิบัติกับ พ.ต.ต.อนันต์ จันทร์ศรี สว.ฝอ.3 บก.อก.บช.น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80060</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ฝูงชน, พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์, ม็อบ14ตุลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f8011fadb082.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
