<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 19:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 19:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กำนันสุเทพ&#039; ทิ้งบอมบ์ &#039;พงศพัศ &#039; ปมสร้างโรงพัก-แฟลตตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.61 - นายสุเทพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทือกสุบรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ไลฟ์สดผ่านเพจเฟสบุ๊ค เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแจ้งข้อกล่าวหาตนเองและพวกรวม 17 คน ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ กรณีสร้างแฟลตตำรวจ 163 แห่ง และโรงพักทดแทน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ว่าการที่ตนพูดถึงพล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแหงชาติ (ผช.ผบ.ตร.)เนื่องจากพล.ต.ท.พงศพัศ เป็นประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาจัดจ้าง&amp;nbsp;อีกทั้งเขายังเป็นผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร พร้อมกับม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในวันนั้นพรรคเพื่อไทยออกมาโจมตีว่าตนทุจริตโครงการสร้างโรงพักตำรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และบอกว่าพล.ต.อ.พงศพัศ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เพราะในเอกสารที่สตช.เสนอขออนุมัติก่อสร้างมีชื่อ พล.ต.อ.พงศพัศ และได้พิจารณาข้อดี ข้อเสีย อีกทั้งมีมติว่าเห็นควรให้ดำเนินการสร้าง โดยแยกการเสนอราคาเป็นรายภาค และที่สำคัญพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.สมัยนั้น ก็เห็นชอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวว่า หากประชาชนเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบสตช.เหมือนอย่างตนในวันนั้น ฟังเหตุผลข้อเสนอขั้นตอนการปฏิบัติที่สตช.เสนอมา ก็เชื่อว่าประชาชนต้องให้ความเห็นชอบอย่างที่ตนให้ความเห็นชอบ จึงได้สั่งการเห็นชอบ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2552 นี่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ตามปกติโดยสุจริตชอบธรรมไม่มีเป้าหมายอะไรแอบแฝง เห็นชอบตามนี้แล้วไม่มีโอกาสทราบว่าใครเป็นผู้ได้รับสัญญาใครชนะประมูลประกวดราคาทั้ง 9 ภาค ซึ่งเป็นเรื่องที่สตช.จะต้องดำเนินการเป็นกระบวนการที่สตช.จะต้องปฏิบัติและมีข้อกฎหมายมีระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุว่าด้วยวิธีผ่านอิเล็คทรอนิคกำหนดไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าใครฝ่าฝืนหรือทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวอีกว่า หลังจากที่อนุมัติไปเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2552 แล้ว สตช.ไปตั้งคณะกรรมการฯ กำหนดทีโออาร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สเปก คุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูล วิธีการประมูลแบบอีอ๊อคชั่น จนเกือบจะได้ผู้ดำเนินการทางอีอ๊อคชั่น แต่แล้วเมื่อพล.ต.อ.พัชรวาท พ้นตำแหน่ง และพล.ต.อ.ปทีป&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตันประเสริฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับการแต่งตั้งมาเป็นผู้รักษาราชการ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ปทีปและผู้เกี่ยวข้องเข้าไปพิจารณาการจัดจ้างอีกครั้ง พบว่ามีปัญหาไม่สามารถปฏิบัติได้ เนื่องจากขัดต่อกฎหมายงบประมาณ จึงทำหนังสือถึงตนในวันที่ 18 พ.ย. 2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อเท็จจริงคือวันที่ผมอนุมัติตามข้อเสนอของสตช. ที่พล.ต.อ.พัชรวาท เป็น ผบ.ตร.นั้น ยังไม่มีกฎหมายประมาณรายจ่ายปี2553 เพราะผมอนุมติเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2552 งบประมาณรายจ่ายปี 2553เกิดขึ้นในเดือนต.ค.2552&amp;nbsp;&amp;nbsp;และ ผมไปเปิดดูรายการในเล่มที่ 10 อยู่ที่หน้า 134 เขียนเลยว่าค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน396แห่ง1,174 ล้านบาทตามที่ พล.ต.อ.ปทีป เสนอมา เขาบอกเลยว่าประมาณทั้งสิ้น6,298 ล้านบาท ปี2552 ตั้งงบประมาณ 311ล้านบาท ปี 2553 จำนวน 1,174&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านบาท และปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 4,812 ล้านบาท เป็นโครงการเดียวจริงๆ ผมจึงเชื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชื่อตามที่สตช.เสนอว่า เมื่อเป็นพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายแผ่นดินออกมาใช้บังคับแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก้ไขไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่สามารถที่จะเอาโครงการที่มีโครงการเดียว แตกย่อยเป็น 9 โครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไปแยกประมูล ทำสัญญา 9 สัญญาได้ เหตุนี้เป็นเหตุผลที่สมัยพล.ต.อ.พัชวาท ไม่เคยเสนอผมพิจารณา เพราะในขณะนั้นยังไม่มีพ.ร.บ.กฎหมายประมาณรายจ่ายปี2553 ยังไม่มีการตั้งงบประมาณแยกเป็นปีๆ เพราะฉะนั้นเมื่อผมพิจารณาอย่างนี้ ผมก็ต้องเชื่อ พล.ต.อ.ปทีป เสนอ ผมก็อนุมัติตามที่เขาเสนอ&amp;rdquo; นายสุเทพ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าการสั่งราชการเป็นไปตามข้อเท็จริง โดยบริสุทธิ์ใจ ไม่มีเจตนาทุจริต และไม่มีทางทราบว่าใครจะได้เป็นผู้รับจ้าง เพราะฉะนั้นถึงได้บอกว่า หากพิจารณาตามข้อเท็จจริง เหตุผล และหลักฐานเอกสารทางราชการ ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรที่จะมาตั้งข้อสงสัยว่าตนทุจริตเลย เพราะทั้งหมดพิจารณาตามเหตุผลตามข้อเสนอของสตช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากพล.ต.อ.พงศพัศ เชื่อว่าตามที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหาว่าตนทุจริต เหตุใด พล.ต.อ.พงศพัศ จึงลงนามในหนังสือให้ความเห็นชอบ และทำไมพล.ต.อ.พงศพัศไม่ดำเนินคดี การไม่ดำเนินคดีทั้งที่รู้ว่ามีการกระทำความผิด ถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ทำไมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ไม่สนใจในประเด็นดังกล่าว ทำไมมุ่งมาที่ตน ทุกขั้นทุกตอนอนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช.ทำไมฟังพรรคเพื่อไทย ไม่ฟังเหตุผลข้อเท็จจริงของตน จึงมีสิทธิสงสัยว่ามีอคติกับตนหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15665</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโรงพัก396แห่ง, พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180818/image_big_5b780fe3c356f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.แก้ปัญหาลิง เตรียมปล่อยเกาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สนช.ชู 3 ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาพิพาทคนกับลิงในพื้นที่วิกฤติ 12 จังหวัด ศึกษาธรรมชาติบนเกาะห่างไกล 191 แห่ง สร้าง &amp;ldquo;นิคมลิง&amp;rdquo; รองรับลิงส่วนเกิน ลิงเกเร จัดการภายใต้กรอบวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;ประชาชนสุขใจ ลิงปลอดภัย อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการติดตามกลไกการปกป้องคุ้มครองสัตว์ ได้เปิดเผยถึงรายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่วิกฤติ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมทั้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการศึกษาวิจัยในมิติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง พบว่าปัญหาพิพาทระหว่างคนกับลิง รวมทั้งความเดือดร้อนรำคาญที่เกิดจากลิงในปัจจุบัน ได้แผ่ขยายไปในหลายพื้นที่มากกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ แต่ในพื้นที่ที่ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติและจำเป็นจะต้องมีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทันที มีอยู่ทั้งสิ้น 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลพบุรี กระบี่ ชลบุรี ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ภูเก็ต มุกดาหาร สตูล สระบุรี อำนาจเจริญ และเขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งในรายงานฉบับนี้ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวออกเป็น 3 ยุทธศาสตร์ 9 กลยุทธ์ และกิจกรรมหลักในด้านต่างๆ ที่แต่ละจังหวัดจะต้องนำไปเร่งรัดดำเนินการตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;ประชาชนสุขใจ ลิงปลอดภัย อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า แม้ว่าลิงจะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่การแก้ไขปัญหาลิงมีความจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน ซึ่ง &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2559 เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาลิงที่จังหวัดลพบุรีเป็นแห่งแรก ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมกับทุกหน่วยจัดทำ &amp;ldquo;แผนแม่บทการบริหารจัดการปัญหาลิงในจังหวัดลพบุรีอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ขึ้น และได้ส่งมอบแผนให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเพื่อนำไปขับเคลื่อนตั้งแต่ 24 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาเพิ่มเติมของคณะอนุกรรมการฯ พบว่าปัญหาพิพาทระหว่างมนุษย์กับลิงนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในจังหวัดลพบุรีเท่านั้น แต่ได้กระจายไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งพื้นที่ที่อยู่ในภาวะวิกฤติกระจายตัวอยู่ใน 12 จังหวัด ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากลิงอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการที่ลิงทำร้ายร่างกายและแย่งชิงทรัพย์สิน หรือบุกเข้าไปยังบ้านเรือน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งของเครื่องใช้ บางส่วนก็ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนที่เคยอยู่อาศัยหรือทำมาค้าขาย นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคจากสัตว์สู่มนุษย์ โดยเฉพาะจากการสัมผัสและการอยู่ใกล้ชิดกับลิง ในขณะเดียวกันก็มีลิงเป็นจำนวนไม่น้อยที่มักจะได้รับบาดเจ็บหรือถูกทำร้ายจากผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ถือเป็นข้อพิพาทระหว่างคนและลิงที่จะต้องเร่งแก้ไขโดยเร่งด่วนทั้งสิ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวด้วยว่า จากการสำรวจของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จนถึงขณะนี้พบว่ามีลิงอยู่ไม่น้อยกว่า 100,000 ตัว โดย &amp;ldquo;ลิงแสม&amp;rdquo; เป็นลิงที่สร้างปัญหารบกวนประชาชนมากที่สุด โดยเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ลิงและคนเริ่มมีข้อพิพาทและมีปัญหาความเดือดร้อนรำคาญต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากลิงนั้น ก็สืบเนื่องมาจากที่อยู่อาศัยตามตามธรรมชาติเดิมของลิงถูกรุกล้ำหรือคุกคาม โดยเฉพาะการสร้างที่อยู่อาศัยหรือเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ในรูปแบบต่างๆ บางพื้นที่ก็เป็นลักษณะพื้นที่ที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติเดิมของลิง ถูกล้อมรอบหรือทับซ้อนด้วยพื้นที่ของชุมชน มีผลทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีอาหารตามธรรมชาติเพียงพอ ลิงต้องเข้าไปในชุมชนเพื่อหาอาหาร มีการเข้าไปรื้อหรือทำลายทรัพย์สินในบ้านเรือน หรือบางครั้งก็มีการทำร้ายคนด้วย โดยเฉพาะในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มีการให้อาหารลิงจนทำให้พฤติกรรมของลิงเบี่ยงเบนไป และที่สำคัญคือจำนวนประชากรของลิงที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกพื้นที่ ซึ่งมีผลทำให้การควบคุมดูแลเป็นไปได้โดยยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่วิกฤติทั้ง 12 จังหวัดดังกล่าว คณะอนุกรรมการฯ ได้นำเสนอยุทธศาสตร์สำคัญขึ้น 3 ยุทธศาสตร์ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการให้ได้ผลโดยเร็ว ได้แก่ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการลิง ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยของลิง และยุทธศาสตร์การบูรณาการแก้ปัญหาลิง โดยในแต่ละยุทธศาสตร์จะประกอบด้วยกลยุทธ์และกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การควบคุมประชากรลิงด้วยการทำหมัน การฟื้นฟูระบบนิเวศเดิมให้ลิงสามารถอยู่ได้ในถิ่นฐานเดิม การจัดทำฐานข้อมูลในการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพลิง รวมทั้งการนำองค์ความรู้ในการลดปัญหาและข้อพิพาท เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและนำไปปฏิบัติ เช่น การให้อาหารลิงในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างนิคมลิง เพื่อใช้เป็นสถานที่รองรับลิงบางส่วนที่จำเป็นจะต้องย้ายออกมาจากพื้นที่ในขณะนี้ จังหวัดกระบี่ ตรัง สตูล ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี และภูเก็ต มีเกาะตามธรรมชาติที่อยู่ห่างไกลชายฝั่งรวมทั้งสิ้น 191 เกาะ ซึ่งจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยความพร้อมของระบบนิเวศที่ลิงจะสามารถอยู่อาศัยได้โดยด่วนต่อไป โดยมีการพิจารณาทั้งในเรื่องของพืชอาหาร แหล่งน้ำ แหล่งหากินทางทะเล และปัจจัยคุกคามการดำรงอยู่ของลิงอันเกิดจากมนุษย์และสัตว์ป่า ซึ่งจังหวัดภูเก็ตได้ทำการศึกษาเสร็จสิ้นไปแล้ว 5 เกาะ ได้แก่ เกาะงำ เกาะปายู เกาะมาลีหรือมะลิ เกาะแพ และเกาะทะนาน ส่วนที่จังหวัดสตูลก็ได้ดำเนินการสำรวจแล้วที่เกาะโกยใหญ่ โดยเกาะทุกแห่งที่ผ่านการสำรวจแล้วสามารถนำไปสร้างนิคมได้ต่อไป ส่วนจังหวัดลพบุรีซึ่งไม่มีพื้นที่เกาะก็ได้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้พื้นที่บริเวณเขาพระยาเดินธง เขาสมโภชน์ และเขาเอราวัณ เพื่อสร้างเป็นนิคมลิงต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ในวันพุธที่ 16 พ.ค.นี้ จะมีการสัมมนาทางวิชาการเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และนายวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมการติดตามกลไกและพิจารณาปกป้องคุ้มครองสัตว์ จะเข้าร่วมสัมมนากับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 12 จังหวัด รวมทั้งผู้บริหารของกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมปศุสัตว์ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหา เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการนำแนวทางการบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่วิกฤติ ตามที่คณะอนุกรรมการฯ ได้จัดทำขึ้นไปปฏิบัติให้บังเกิดผลโดยเร็ว ก่อนที่ปัญหาพิพาทระหว่างคนกับลิง และปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ จะลุกลามขยายตัวออกไปจนไม่อาจควบคุมได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9171</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ, ความเดือดร้อนรำคาญที่เกิดจากลิง, นิคมลิง, ปัญหาพิพาทคนกับลิง, พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af985e481021.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.ชู3ยุทธศาสตร์แก้ปัญหา&#039;คนกับลิง&#039;ในพื้นที่วิกฤติ 12 จว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.61- พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการติดตามกลไกการปกป้องคุ้มครองสัตว์ &amp;nbsp;กล่าวถึงรายงานผลการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่วิกฤติ ซึ่งคณะอนุกรรมการได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมทั้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการศึกษาวิจัยในมิติต่างๆว่า ปัญหาพิพาทระหว่างคนกับลิง รวมทั้งความเดือดร้อนรำคาญที่เกิดจากลิงในปัจจุบัน &amp;nbsp;ได้แผ่ขยายไปในหลายพื้นที่มากกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ แต่ในพื้นที่ที่ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติและจำเป็นจะต้องมีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยทันทีมีอยู่ทั้งสิ้น 12 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลพบุรี กระบี่ ชลบุรี ตรัง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ภูเก็ต มุกดาหาร สตูล สระบุรี อำนาจเจริญ และเขตบางขุนเทียน กทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ในรายงานฉบับนี้ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวออกเป็น 3 ยุทธศาสตร์ 9 กลยุทธ์ และกิจกรรมหลักในด้านต่างๆ ที่แต่ละจังหวัดจะต้องนำไปเร่งรัดดำเนินการตามสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์ ประชาชนสุขใจ ลิงปลอดภัย อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เพราะการแก้ไขปัญหาลิงมีความจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการจากการทุกภาคส่วน ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2559 เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาลิงที่จังหวัดลพบุรีเป็นแห่งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากการศึกษาเพิ่มเติมของคณะอนุกรรมการพบปัญหาพิพาทระหว่างมนุษย์กับลิงนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในจังหวัดลพบุรีเท่านั้น แต่ได้กระจายไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งพื้นที่ที่อยู่ในภาวะวิกฤติกระจายตัวอยู่ใน 12 จังหวัด &amp;nbsp;ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรำคาญจากลิงอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;รวมทั้งหลายฝ่ายยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคจากสัตว์สู่มนุษย์โดยเฉพาะจากการสัมผัสและการอยู่ใกล้ชิดกับลิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปธ.อนุกรรมการติดตามกลไกการปกป้องคุ้มครองสัตว์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่วิกฤติทั้ง 12 จังหวัดคณะอนุกรรมการได้นำเสนอยุทธศาสตร์สำคัญขึ้น 3 ยุทธศาสตร์ เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการให้ได้ผลโดยเร็ว ได้แก่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการลิง ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการถิ่นที่อยู่อาศัยของลิง และ ยุทธศาสตร์การบูรณาการแก้ปัญหาลิง โดยในแต่ละยุทธศาสตร์จะประกอบ ด้วยกลยุทธ์และกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การควบคุมประชากรลิงด้วยการทำหมัน การฟื้นฟูระบบนิเวศเดิมให้ลิงสามารถอยู่ได้ในถิ่นฐานเดิม การจัดทำฐานข้อมูลในการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพลิง รวมทั้งการนำองค์ความรู้ในการลดปัญหาและข้อพิพาทเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบและนำไปปฏิบัติ เช่น การให้อาหารลิงในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในวันพุธที่ 16 พ.ค.นี้ จะมีการสัมมนาทางวิชาการเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยศาสตราจารย์พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และ นายวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมการติตามกลไกและพิจารณาปกป้องคุ้มครองสัตว์ จะเข้าร่วมสัมมนากับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 12 จังหวัด รวมทั้งผู้บริหารของกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมปศุสัตว์ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น &amp;nbsp;ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหา เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการนำแนวทางการบริหารจัดการปัญหาลิงในพื้นที่วิกฤติ ตามที่คณะอนุกรรมการได้จัดทำขึ้นไปปฏิบัติให้บังเกิดผลโดยเร็ว ก่อนที่ปัญหาพิพาทระหว่างคนกับลิง และปัญหาความเดือดร้อนต่างๆจะลุกลามขยายตัวออกไปจนไม่อาจควบคุมได้&amp;quot;ปธ.อนุกรรมการติดตามกลไกการปกป้องคุ้มครองสัตว์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9134</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาลิงในพื้นที่วิกฤติ, พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ, รัฐสภา, ลพบุรี, สนช., “คนกับลิง”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af914470ea45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
