<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความปลอดภัยในอาคารศาล ถึงเวลาคุมเข้ม-อุดช่องโหว่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ยิงกันในห้องพิจารณาคดีที่ 2 ของศาลจังหวัดจันทบุรีเมื่อวันอังคารที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญที่สร้างความตกตะลึงให้คนในสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการก่อเหตุกลางห้องพิจารณาคดีของศาลประจำจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้หลังจากนี้เชื่อได้ว่า ศาลยุติธรรมจะต้องเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการตรวจตราความเรียบร้อยของบุคคลที่จะเดินทางเข้าห้องพิจารณาคดีของศาลมากขึ้นแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าวพบว่ามีผู้ถูกยิงจำนวน 5 ราย ประกอบไปด้วย 1.นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความชื่อดังและอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนหน้านี้ล่าสุดมีตำแหน่งเป็น อนุกรรมาธิการประจำคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ วุฒิสภา 2.นายวิจัย สุขรมย์ 3.นางสุภาพร ปรมีศณาภรณ์ (ภริยานายบัญชา) 4.นายวิชัย อุดมธนภัทร 5.พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์&amp;nbsp; ซึ่งหลังเกิดเหตุได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ก่อเหตุไปรักษาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ต่อมามีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องในทางการฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาลที่จังหวัดจันทบุรี คือ นายบัญชา ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และทนายความของคนดังๆ เช่น ทนายความของบริษัท คิง เพาเวอร์ รวมทั้งเป็นทนายความของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ซึ่งเป็นโจทก์ที่ 2&amp;nbsp; และในฐานะทนายโจทก์ที่ 2 และ 3, นายวิจัย ที่เป็นทนายฝ่ายโจทก์ และ พล.ต.ต.ธารินทร์ ซึ่งเป็นจำเลยในคดีที่มีการฟ้องร้องกับนายบัญชา และเป็นผู้ก่อเหตุใช้ปืนพกสั้นที่ซุกซ่อนมิดชิดจ่อยิงนายบัญชาและนายวิจัยเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สืบเนื่องจากคู่ความทั้งสองฝ่ายพิพาทกันหลายคดีต่อเนื่องมานานหลายปี เริ่มต้นจากคดีแพ่งพิพาทเกี่ยวด้วยที่ดิน และทั้งสองฝ่ายมีการฟ้องคดีอาญากันอีกหลายคดี รวมถึงคดีที่มีนัดพิจารณาในวันเกิดเหตุด้วย โดยคดีนี้เป็นการฟ้องคดีอาญา ข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ อยู่ระหว่างการสืบพยานฝ่ายจำเลย ซึ่งที่ผ่านมามีรายงานว่าในช่วงการพิจารณาคดี ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยมักจะมีการโต้เถียงกันอยู่บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยขณะเกิดเหตุ ศาลจันทบุรีนัดสืบพยานจำเลยนัดแรก ในคดีที่มีการฟ้องร้องกันระหว่างฝ่ายนายบัญชากับ พล.ต.ต.ธารินทร์ หลังจากสืบพยานโจทก์มาแล้ว 20 นัด ซึ่งขณะเกิดเหตุองค์คณะผู้พิพากษายังไม่ได้ขึ้นนั่งพิจารณาคดี เนื่องจากคู่ความในคดียังเดินทางมาไม่ครบ ในช่วงที่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์เดินออกจากห้องพิจารณาคดี พล.ต.ต.ธารินทร์ จำเลยที่ 3 ได้ก่อเหตุดังกล่าวที่หลายคนไม่คาดคิด แต่ด้วยความที่การพิจารณาคดียังไม่เริ่มต้นขึ้น จึงไม่มีผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ดังกล่าวตัวแทนฝ่ายศาลยุติธรรม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ย้ำไว้ว่า สำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาลและบุคลากรที่ทำงานอยู่ในอาคารศาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความเคลื่อนไหวที่ศาลฎีกา สนามหลวง เช่นกัน โดยมีรายงานว่าที่ห้องของประธานศาลฎีกา นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา ได้เข้าพบนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อรายงานเหตุอุกฉกรรจ์ที่ศาลจังหวัดจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต่อมา นายสุรินทร์ เผยว่าประธานศาลฎีการู้สึกไม่สบายใจและมีความกังวลใจ ทั้งมีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในสถานการณ์ขณะนี้ก็ได้สั่งการให้สำนักงานศาลยุติธรรมทบทวนตรวจทานดูแลระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตัวบุคลากรหรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัย จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุร้ายแรงไม่คาดฝัน คนร้ายอาศัยช่องว่างของการตรวจสอบตรวจค้นอาวุธเข้าไปได้ ซึ่งปกติจะเข้าไปได้ยาก ประกอบกับคนที่จ้องจะกระทำกับคนที่ระวัง คนที่จ้องก็อาศัยโอกาสกระทำ ที่เอื้ออำนวยเหมาะสม เป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า ศาลยังเป็นสถานที่ซึ่งมีความปลอดภัยเสมอ&amp;rdquo; เลขาธิการประธานศาลฎีกากล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหากจำกันได้ ศาลยุติธรรมในยุคปัจจุบันที่มีเลขาธิการศาลยุติธรรมคือ นายสราวุธ เบญจกุล ได้พยายามผลักดันให้สำนักงานศาลยุติธรรมพัฒนาระบบเพื่อทำให้เกิด เจ้าพนักงานตำรวจศาล (COURT&amp;nbsp; MARSHAL)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนพบว่าถึงตอนนี้ มีข้าราชการที่รับโอนมาผ่านการฝึกอบรมพร้อมปฏิบัติหน้าที่แล้วทั้งสิ้น 35 ราย&amp;nbsp; โดยในปี 2563 ศาลยุติธรรมจะคัดเลือกบุคคลให้ได้อย่างน้อย 300 คน เพื่อที่จะนำอัตรากำลังดังกล่าว ไปจัดสรรกระจายกำลังคนไปประจำการยังศาลภาคต่างๆ ทั่วประเทศที่มีอยู่ 275 แห่ง โดยสำนักงานศาลยุติธรรมตั้งเป้าว่าจะจัดกำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลประจำศาลภูมิภาคแต่ละศาล 1-2 นาย ก็จะเป็นหนึ่งวิธีในการแก้ปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยของศาลต่างๆ&amp;nbsp; ด้วยความเข้มงวดรัดกุมยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังมีข้อสรุปที่ชัดเจนถึงแนวทางการให้มีเจ้าพนักงานตำรวจศาล สำนักงานศาลยุติธรรมก็จะกระจายเจ้าหน้าที่ไปยังศาลภูมิภาคเท่าที่จำเป็นก่อน ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ไม่เกิน 15 พ.ย.จะได้ผลสรุปว่าจะต้องจัดสรรอัตรากำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลในศาลใดบ้าง จำนวนเท่าใด และจะให้มีการหมุนเวียนประจำการอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ฝ่ายตัวแทนศาลยุติธรรมจะยืนกรานว่า ปัจจุบันมีระบบตรวจตราและตรวจสอบที่เข้มงวดรัดกุมในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่บริเวณอาคารศาลและห้องพิจารณาคดีอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ศาลจังหวัดจันทบุรี ย่อมทำให้สังคมต้องการเห็นความเข้มงวดที่มากขึ้น&amp;nbsp; เพราะศาลยุติธรรมนอกจากจะเป็นสถานที่ให้ความเป็นธรรมแล้ว ยังต้องให้ความปลอดภัยแก่ผู้เดินทางมายังศาลทั่วประเทศด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50147</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานกาณ์, บัญชา ปรมีศณาภรณ์, พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, วิจัย สุขรมย์, วิชัย อุดมธนภัทร, สุภาพร ปรมีศณาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcacb6951edf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2019 00:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง ตร.สาย &#039;บิ๊กตู่-บิ๊กแป๊ะ&#039; ผงาด ถึงเวลา &#039;วงษ์สุวรรณ&#039; หมดแรง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพสะท้อนการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ &amp;quot;นายพล&amp;quot; เก้าอี้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2562 ที่มี &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 8/2562 ช่วงบ่าย 2 โมงวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคาะรายชื่อแต่งตั้ง &amp;quot;นายพล&amp;quot; 317 ตำแหน่ง!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสร็จเรียบร้อยโรงเรียน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; และ &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่กรมปทุมวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไฮไลต์สำคัญถูกโฟกัสไปที่ &amp;quot;สีกากี&amp;quot; สาย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ &amp;quot;บิ๊กป๊อด&amp;quot; พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชาย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่ &amp;quot;ยุคดาวน์&amp;quot; ลงอย่างเห็นได้ชัด!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยืนยันหลังการประชุม ก.ตร.ที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงเต็มๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ​ประจำปี​ 2562​ ครั้งนี้ เป็นไปตามพระราช​บัญญัติ ​(พ.ร.บ.) ​ตำรวจ​ และกฎ ก.ตร.ทั้งหมด​ ได้เอาทุกอย่างมาพิจารณา​ร่วมกันในทุกประเด็นทุกมิติ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าเมื่อเช็กชื่อ เช็กผลการแต่งตั้ง &amp;quot;นายพล&amp;quot; ที่ผ่านตราประทับ ก.ตร.หลายๆ ตำแหน่ง ดูเหมือนตำรวจที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดสาย &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot;-&amp;quot;บิ๊กป๊อด&amp;quot; จะพลาดเก้าอี้สำคัญๆ แทบทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระดับรอง ผบ.ตร. ซึ่งมีตำแหน่งว่าง 3 เก้าอี้ เดิมคาดกันว่า &amp;quot;บิ๊กดริ๊ง&amp;quot; พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.36 สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท น่าจะตีตราจองรอง ผบ.ตร. 1 เก้าอี้อย่างแน่นอน เพราะเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.อาวุโสลำดับที่ 2 แถมมีแรงหนุนอย่างเต็มที่จาก &amp;quot;วงษ์สุวรรณ&amp;quot; แต่สุดท้ายพอ ก.ตร.เคาะรายชื่อแต่งตั้งออกมาปรากฏว่าไร้ชื่อ &amp;quot;บิ๊กดริ๊ง&amp;quot; โดยมี &amp;quot;บิ๊กเบิ้ม&amp;quot; พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รอง จตช. นรต.36 สามีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และเป็นเพื่อนรัก &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ขึ้นเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ สลับให้พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ นรต.36 โยกมาเป็นรอง ผบ.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรอง ผบ.ตร.อีก 2 ตำแหน่ง มาตามที่เกจิฟันธงไว้ตั้งแต่แรก ทั้ง พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.38 อดีตนายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.36 เตรียมทหาร (ตท.) 20 รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ ผบช.ภ.4 นรต.36 น้องชาย พล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุปต์ เพื่อนสนิท พล.ต.อ.พัชรวาท เดิมมีข่าวว่ากอดเก้าอี้แน่นไม่ขยับไปไหน พร้อมยื่นเงื่อนไขการทำงานปราบปรามผู้มีอิทธิพลเงินกู้นอกระบบ สนองนโยบาย พล.อ.ประวิตร อย่างได้ผล แต่พอผลประชุม ก.ตร.ออกมาปรากฏว่า พล.ต.ท.สุรชัยถูกดันขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับเก้าอี้ &amp;quot;ผู้บัญชาการ&amp;quot; หรือ &amp;quot;ผบช.&amp;quot; ก่อนที่จะถึงวันประชุม ก.ตร. ชื่อ พล.ต.ท.ธนา ชูวงษ์ ผบช.ภ.7 สายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท จะขยับกลับถิ่นเก่าที่คุ้นเคยอย่างเมืองสมุทรปราการ มาเป็น ผบช.ภ.1 แต่พอผลการประชุม ก.ตร. ออกมาปรากฏว่ามีชื่อ พล.ต.ต.เชษฎา โกมลวัฒนะ รอง ผบช.ภ.2 มาเสียบขึ้น ผบช.ภ.1 ทำให้ พล.ต.ท.ธนา ต้องกอดเก้าอี้ตัวเดิมเอาไว้ไม่ได้ขยับไปไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ภานุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. นรต.41 อดีตนายเวร พล.ต.อ.พัชรวาท พร้อมๆ กับมีข่าวได้แรงหนุนจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะผงาดเป็นทั้ง ผบช.น. และ ผบช.ภ.6 รวมทั้ง ผบช.ภ.5 แต่พอผล ก.ตร. ขยับขึ้นเป็นผู้บัญชาการจริง ติดยศ พล.ต.ท. แต่ได้แค่เก้าอี้ &amp;quot;จตร. (สบ.8)&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่างจาก &amp;quot;สีกากี&amp;quot; สาย นรต.36 รุ่นเดียวกับ ผบ.ตร. และ นรต.38 ซึ่งเทียบเท่า ตท.22 ซึ่งเป็นรุ่นที่ขึ้นหม้อ ล้วนผงาดนั่งเก้าอี้สำคัญมากมาย ระดับรอง ผบ.ตร. ว่าง 3 เก้าอี้ ตกเป็นของ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รอง จตช. นรต.36 สามีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เลื่อนขึ้นเป็น จตช. พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.38 อดีตนายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีต ผบ.ตร. ขึ้นเป็นรอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.36 เตรียมทหาร (ตท.) 20 รุ่นเดียวกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ขึ้นเป็น รอง ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ภัคคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. นรต.38 ขึ้นเป็น ผบช.น. พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม จตร. (สบ 8) นรต.38 โยกเป็น ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เจริญวิชย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 นรต.36 เป็น ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ รอง ผบช.ก. นรต.36 เป็น ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก. นรต.36 เป็น ผบช.ภ.8 พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 นรต.38 เป็น ผบช.ทท. พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผบช.รร.นรต. นรต.36 เป็น ผบช.กมค. พล.ต.ต.วิเชียร ตันติวิริยะ รองผบช สทส.นรต.38 เป็น ผบช.สพฐ.ตร. พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว รองผบช.ภ.3 นรต.36 เป็น ผบช.สกบ. พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รอง ผบช.ปส. นรต.36 เป็น ผบช.รร.นรต. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบกภ.จ.ชลบุรี นรต.36 โยกเป็น ผบก.ภ.จ.อุดรธานี และ พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จ.ระยอง นรต.38 เป็น ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรวจแถวรายชื่อแต่งตั้ง &amp;quot;นายพลสีกากี&amp;quot; ครั้งนี้ที่ออกมา สะท้อนภาพอย่างชัดเจนว่า ถึงเวลา &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; ผลัดใบ &amp;quot;อำนาจ&amp;quot; เปลี่ยนมือ ยุคตำรวจสาย &amp;quot;วงษ์สุวรรณ&amp;quot; ที่เคยเฟื่องฟูมาตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา เริ่มหมดแรง เริ่มหมดกำลังที่จะผลักดันให้นั่งเก้าอี้เกรดเอได้ตามต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่ยุค &amp;quot;สีกากี&amp;quot; สาย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สาย &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ผงาดบ้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44601</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67e2bebe20c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าเป็นห่วง!เผยอาการล่าสุด&#039;พัชรวาท&#039;น้องบิ๊กป้อม หลังประสบอุบัติเหตุรถตู้พลิกคว่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 62 - จากกรณีที่รถยนต์ตู้โดยสารของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนแทงแบริเออร์ริมขอบทาง ช่วงลงทางด่วนพิเศษศรีรัช ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บยกคันจำนวน 6 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย &amp;nbsp;พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ถูกนำตัวส่ง รพ.พระมงกุฎ, ศาสตราจารย์พิเศษประสพสุข บุญเดช, นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู, น.ส.สุภาวดี เตชะบูรณะ, น.ส.พัชรี มหิธิธรรมธร และ นายประติพัทธ์ แทนไธสง อายุ 32 ปี คนขับรถตู้ นั้น
&amp;nbsp;
ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ยังอยู่ในห้องไอซียูแพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีอาการสมองบวมจากแรงกระแทก ต้องทำการเอกซเรย์สมองและให้ยารักษาตามอาการ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44164</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, อุบัติเหตุรถตู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190824/image_big_5d60b068cce97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ห่วงแม่ป่วย-น้องชายประสบอุบัติเหตุนอนโรงพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;ภายหลัง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ประสบอุบัติเหตุรถตู้เสียหลักพลิกคว่ำตกร่องกลางถนนที่ถนนมอเตอร์เวย์ ต่างระดับทับช้าง กม.1 แขวงและเขตประเวศ กทม.และ นอนรักษาตัวที่ รพ.พระมงกุฎเกล้าโดยแพทย์ให้แอดมิทเพื่อรอดูอาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อวานนี้ ทันที่ทราบข่าว พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางมาดูอาการของ พล.อ.พัชรวาท ในเวลา 18.00 น. (23 ส.ค.) เบื้องต้น พล.อ.พัรชวาท ศรีษะกระแทก โดยแพทย์ให้รอดูอาการ 24 ชม. ซึ่งมีอาการเคล็ดขัดยอก มีรอยฟกช้ำตามร่างกาย ภาพรวมไม่มีมีอะไรน่าเป็นห่วง ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลตำรวจ จะขอนำตัว พล.ต.อ.พัชรวาท ไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลตำรวจ แต่ พล.อ.ประวิตร ต้องการให้รักษาตัวที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อความสะดวก เพราะห่วงใยทั้งน้องชายและ มารดา อายุ 98 ปี ป่วยนอนรักษาตัวอยู่เช่นเดียวกัน โดยที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร เดินทางมาเยี่ยมมารดาทุกวัน เวลา 18.00 น.อยู่แล้ว ยกเว้นวันติดภารกิจประชุม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44158</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5f7f504301b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 07:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดภาพตะลึง!อุบัติเหตุคนขับหลับใน รถตู้&#039;อดีตผบ.ตร.&#039;น้องบิ๊กป้อมพลิกคว่ำพังยับเยิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา เวลา 09.15 น.(วานนีั้)เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตู้โดยสารไม่ประจำทาง ยี่ห้อฮุนไดป้ายแดง ทะเบียน ท 7199 กรุงเทพมหานคร เกิดอุบัติเหตุชนแท่งแบริเออร์ บนถนนทางหลวงพิเศษหมายเลข7 ขาออก กม.0+900 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ เป็นสภาพถนนทางตรงสี่ช่องจราจรสภาพทางเลียบ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด จำนวน 6 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย 1.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 2.ศาสตราจารย์พิเศษ ประสบสุข บุญเดช 3.นายวิเศษ วิศิษฎ์ วิญญู 4.นางสาวสุภาวดี เตชะบูรณะ 5.นางสาวพัชรี มหิธิธรรมธร และ 6.นายประติพัทธ์ แทนไธสง อายุ 32 ปี เป็นคนขับรถตู้คันดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
มีรายงานว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์ให้แอดมิทเพื่อรอดูอาการ ส่วนสาเหตุคาดว่าคนขับหลับใน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44152</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องบิ๊กป้อม, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, อดีตผบ.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190824/image_big_5d607ec5190b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถตู้&#039;พัชรวาท&#039;อดีตผบ.ตร.น้องชาย&#039;บิ๊กป้อม&#039;เกิดอุบัติเหตุ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา เวลา 09.15 น.&amp;nbsp;เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตู้โดยสารไม่ประจำทาง ยี่ห้อฮุนไดป้ายแดง ทะเบียน ท 7199 กรุงเทพมหานคร เกิดอุบัติเหตุชนแท่งแบริเออร์ บนถนนทางหลวงพิเศษหมายเลข7 ขาออก กม.0+900 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ เป็นสภาพถนนทางตรงสี่ช่องจราจรสภาพทางเลียบ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด จำนวน 6 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย 1.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี 2.ศาสตราจารย์พิเศษ ประสบสุข บุญเดช 3.นายวิเศษ วิศิษฎ์ วิญญู 4.นางสาวสุภาวดี เตชะบูรณะ 5.นางสาวพัชรี มหิธิธรรมธร และ 6.นายประติพัทธ์ แทนไธสง อายุ 32 ปี เป็นคนขับรถตู้คันดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
มีรายงานว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์ให้แอดมิทเพื่อรอดูอาการ ส่วนสาเหตุคาดว่าคนขับหลับใน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44132</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5fd3feea6ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน 4 อดีต สนช. &#039;พัชรวาท&#039; อู้ฟู่ 216 ล้าน ภรรยารวย 44 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1​ ส.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)จำนวน 4 คน กรณีพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2562 ประกอบด้วย 1.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ มีทรัพย์สิน 216,130,510&amp;nbsp;บาท เป็นทรัพย์สินของตัวเองจำนวน 171,804,917 บาท อาทิ เงินฝากในบัญชีธนาคาร 52.1 ล้านบาท เงินลงทุน 81.2 ล้านบาท ที่ดิน 8.6 ล้านบาท และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ จำพวกพระสมเด็จ พระเครื่องเลี่ยมกรอบทองคำ เหรียญทองคำ เหรียญรัชกาลทองคำ และสร้อยทองคำ รวม 82 องค์ มูลค่า 7,597,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนางสมถวิล วงษ์สุวรรณ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 44,325,593 บาท อาทิ เงินฝากในธนาคาร 29.4 ล้านบาท เงินลงทุน 8.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับตอนยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่งสนช.ปี 2557 ที่มีทรัพย์สิน 137,638,191 บาท พบว่า รวยขึ้น 78,492,319 บาท โดยเพิ่มขึ้นจากเงินฝากในธนาคารและเงินลงทุน ส่วนอดีตสนช.อีก 3คนได้แก่ พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต มีทรัพย์สิน 164,526,835 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุน มูลค่า 75.1 ล้านบาท ที่ดิน 82.7 ล้านบาท พล.อ.อ.ชนะ อยู่สถาพร มีทรัพย์สิน 57,042,285 บาท และ&amp;nbsp; พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์&amp;nbsp; มีทรัพย์สิน 68,504,313 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42460</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d42666454796.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
