<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป.ป.ช.-สตช.&#039;จับมือร่วมขับเคลื่อนสร้างวัฒนธรรมใหม่ ปฎิบัติงานโปร่งใส ตรวจสอบได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64 -ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; (สตช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp; และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แสดงเจตนารมณ์ร่วม ระหว่าง ป.ป.ช. และ สตช. ในการขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ลงสู่ &amp;ldquo;สถานีตำรวจนครบาล&amp;rdquo; 88 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาได้มีการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ มากกว่า 8,300 หน่วยงาน มุ่งเน้นให้หน่วยงานภาครัฐเหล่านั้นมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้&amp;nbsp; ยังมีการขยายการประเมินเพิ่มเติมไปยังหน่วยงานย่อยที่มีความสำคัญเชิงพื้นที่และมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ นั่นคือสำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จำเป็นต้องมุ่งเน้นการยกระดับการให้บริการประชาชนและจำเป็นต้องสะท้อนให้เห็นความโปร่งใส&amp;nbsp; และสถานีตำรวจนครบาล 88 แห่ง ถือเป็นหน่วยงานที่สำคัญเชิงพื้นที่และยุทธศาสตร์ ในการให้บริการประชาชนด้วยเช่นกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงเห็นควรสนับสนุนให้เกิดการขยายการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ลงไปสู่สถานีตำรวจนครบาล&amp;nbsp; โดยจะเริ่มต้นดำเนินการในปีงบประมาณ 2565&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหวังว่าเครื่องมือการประเมินจะช่วยเป็นเครื่องมือทางการบริหาร การพัฒนาคุณภาพการให้บริการ เช่น&amp;nbsp; การบริหารงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงงานทางด้านการบริหารกำลังพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแสดงเจตนารมณ์ ความร่วมมือ จากผู้บริหารระดับสูง หรือจากผู้บังคับบัญชาสูงสุด เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งสัญญาณไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล ให้พร้อมรับนำไปขับเคลื่อน รวมถึงเตรียมพร้อมในด้านต่างๆ เช่น การสร้างความเข้าใจให้ทั่วถึง การกำหนดให้มีผู้ที่รับผิดชอบที่ชัดเจน และสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการปฏิบัติงานที่โปร่งใส&amp;nbsp; ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชาชน ซึ่งจะส่งผลต่อการยกดับความโปร่งใสของประเทศไทย ให้ได้รับการยอมรับในสายตาของนานาชาติมากยิ่งขึ้นอีกด้วย&amp;rdquo; พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า สตช. พร้อมดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 รวมถึงให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. เพื่อปฏิบัติงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ตามมาตรา 39 มาตรา 61 มาตรา 63 มาตรา 65 และมาตรา 66 โดยจะคำนึงถึงหน้าที่และอำนาจตลอดจนภารกิจ ความรับผิดชอบ ของพนักงานสอบสวน และสนับสนุนพนักงานสอบสวนในมิติต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ในอนาคตยังมีแนวทางที่จะเตรียมความพร้อมเชื่อมโยงข้อมูล&amp;nbsp; ที่เกี่ยวกับคดีการทุจริต รวมถึงร่วมการพัฒนาบุคลากร ร่วมพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมพนักงานสอบสวน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เสริมสมรรถนะ และพัฒนาความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงประสานความร่วมมือด้านอื่นๆ ที่ป.ป.ช. และสตช. เห็นชอบร่วมกันและสตช. พร้อมแสดงเจตนารมณ์ร่วมที่จะดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลง กับป.ป.ช. เรื่อง ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับด้านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐของสถานีตำรวจนครบาล สตช.พร้อมรับนโยบายและพร้อมขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าวให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ 1.มอบหมายให้ จเรตำรวจแห่งชาติ ขับเคลื่อนและกำกับติดตามการประเมิน ผ่านการกำหนดให้เป็น &amp;ldquo;ประเด็นการตรวจราชการ&amp;rdquo; มีการส่งเสริม และกำกับติดตาม อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มอบหมายให้ กองบัญชาการตำรวจ นครบาล กำหนดผู้ที่รับผิดชอบที่ชัดเจนในการ &amp;ldquo;เป็นศูนย์กลาง&amp;rdquo; ในการประสานสถานีตำรวจนครบาล รวมถึงส่งเสริม และกำกับติดตามอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.มอบหมายให้ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ส่งเสริม ให้คำแนะนำ สถานีตำรวจนครบาล ในด้านการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อเป็นช่องทางในการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานต่างๆ ของสถานีตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การประเมินที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) ส่งเสริม สนับสนุน องค์ความรู้และให้คำแนะนำ สถานีตำรวจนครบาล ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.มอบหมายให้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล รับนโยบายในการขับเคลื่อนการประเมินการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ของสถานีตำรวจนครบาล และให้มีการกำหนดผู้รับผิดชอบการประเมินที่ชัดเจน ทั้งในด้านของกระบวนการประเมิน และกระบวนการพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110839</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส, พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, สถานีตำรวจนครบาล88แห่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa656d9042b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ติดเชื้อโควิด-19 &#039;วัชรพล&#039; สั่งผู้สัมผัสเสี่ยงสูง-ต่ำ กักตัว พร้อมไปตรวจหาเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ล่าสุด พบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ติดโควิด-19 จำนวน 1 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชาย ของสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2 ที่เป็นสำนักงานซึ่งอยู่ภายในสำนักงาน ป.ป.ช.ส่วนกลาง สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี โดยทราบผลเมื่อเย็นวันเดียวกันนี้ (26 เม.ย.) ขณะนี้กำลังติดต่อเพื่อเข้ารับการรักษาตัว พร้อมกับจัดทำไทม์ไลน์อยู่ เบื้องต้นทราบว่า เมื่อช่วงหยุดยาวสงกรานต์ เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้เดินทางกลับภูมิลำเนาที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นเดินทางกลับมา กทม.วันที่ 17 เม.ย. เริ่มมีอาการไข้ แต่ยังได้ไปห้างอีเกีย บางใหญ่ จากนั้นได้เวิร์ค ฟอร์ม โฮม วันที่ 19-20 เม.ย. ได้เข้ามาปฏิบัติงานที่สำนักงาน ป.ป.ช. ต่อมาวันที่ 22 เม.ย. เริ่มมีอาการจมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รับรส วันที่ 23 เม.ย.ยังคงมีไข้ จึงเข้ารับการตรวจโควิด-19 ในวันที่ 25 เม.ย. และผลออกมาว่าติดเชื้อโควิด-19 เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 เม.ย. จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมงานจะต้องรีบกักตัวและไปตรวจหาเชื้อตามวงสัมผัสเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ นอกจากนี้ ยังมีระดับรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องกักตัวด้วย เพราะมีการประชุมร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ทางนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ตนทราบแล้ว จึงกำชับให้ดำเนินการฆ่าเชื้อบริเวณภายในสำนักงาน ป.ป.ช. และให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 และดำเนินการกักตัว โดยให้ยึดมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด พร้อมกับให้ตรวจสอบไทม์ไลน์ของเจ้าหน้าที่ที่ติดเชื้อคนดังกล่าว เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมว่าจะต้องดำเนินการทางการแพทย์อย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้เวิร์ค ฟอร์ม โฮม กันอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100827</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f4909b2c40ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94275</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องยาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเป็นเรื่องงาน เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับรู้กันดี &amp;ldquo;บิ๊กกุ้ย&amp;rdquo; พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.เป็นคนจริงจัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางฉาก บางตอน &amp;ldquo;บิ๊กกุ้ย&amp;rdquo; ดูจะเป็นคนดุๆ เสียด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเรื่องงาน ป.ป.ช. เพราะยุคนี้หมายมั่นปั้นมือจะสางคดีที่กองอยู่เป็นพะเนินให้ยุบลง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ไม่ได้มีแค่พระเดช เพราะมีคนเล่าให้ฟังว่า &amp;ldquo;บิ๊กกุ้ย&amp;rdquo; สั่งทีมงานทำการ์ดอวยพรวันเกิดให้ครบ 12 เดือนรอไว้ หากถึงวันไหนเจ้าหน้าที่คนไหนจะมาเซ็นเพื่อส่งไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากหัวโขนประธาน ป.ป.ช. ในฐานะหัวหน้าครอบครัว &amp;ldquo;บิ๊กกุ้ย&amp;rdquo; ยังถูกยกให้เป็น &amp;ldquo;คุณปู่-คุณตา-คุณพ่อ&amp;rdquo; ตัวอย่าง เพราะหมั่นดูแลเอาใจใส่ แม้แต่เรื่องปลีกย่อย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขึ้นชื่อเรื่องรักลูกมาก ตั้งแต่การสนับสนุน &amp;ldquo;หนุ่มโอม&amp;rdquo; ปัณฑพล ประสารราชกิจ นักร้องดังวงค็อกเทล ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนในทุกเรื่องๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หนุ่มโอม&amp;rdquo; รักในเสียงเพลง &amp;ldquo;บิ๊กกุ้ย&amp;rdquo; ไม่ขัด ทั้งยังส่งเสริมหลายๆ คอนเสิร์ต พบเห็นคุณพ่อไปยืนเชียร์ลูก ปนกับผู้ชมได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ก็ผลักดันให้ &amp;ldquo;หนุ่มโอม&amp;rdquo; ร่ำเรียนหนังสือสายกฎหมาย เพื่อเอาไปใช้ในอนาคตหากแขวนไมค์ ไม่ได้ร้องเพลงแล้ว ถึงขนาดได้เกียรตินิยมมาแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ในฐานะคุณปู่-คุณตา &amp;ldquo;บิ๊กกุ้ย&amp;rdquo; ยังได้ชื่อว่ารักหลานมาก จนหาใครเทียบ เวลาเหนื่อยๆ มักเปิดไลน์ดูรูปหลานๆ ที่ลูกๆ ส่งมาให้ในกลุ่มไลน์เพื่อสร้างกำลังใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันก่อนมีโอกาสได้เจอประธาน ป.ป.ช. ได้เมาธ์มอยเรื่องลูกๆ หลานๆ พร้อมกับทักไปถึงเพลงดัง &amp;ldquo;ดึงดัน&amp;rdquo; ที่ &amp;ldquo;หนุ่มโอม&amp;rdquo; ร้องกับ &amp;ldquo;ตั๊ก&amp;rdquo; ศิริพร อยู่ยอด จนฮิตติดลมบน ร้องกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง ขณะที่ยอดวิวในยูทูบทะลุไปเกือบจะ 200 ล้านวิวอยู่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปกติ &amp;ldquo;บิ๊กกุ้ย&amp;rdquo; จะร้องเพลงของลูกชายได้หมด นักข่าวเลยถามว่า ร้องเพลงดังกล่าวได้หรือยัง ก่อนที่เจ้าตัวจะแอบเมาธ์ว่าร้องยาก แต่ในขณะที่หลานเล็กๆ กลับร้องกันได้แล้ว พลางหัวเราะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แหม อย่างนี้ต้องฝาก &amp;ldquo;หนุ่มโอม&amp;rdquo; ต่อไปทำเพลงมา นอกจากแฟนเพลงแล้ว ต้องนึกถึงคุณพ่อด้วย อย่าทำให้จำยาก อิอิ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ฌ.เฌอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94275</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ฌ.เฌอ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, ร้องยาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.เปิดตัวเลขคำร้อง-มูลค่าเสียหาย  สถานการณ์คอร์รัปชันไทยยัง&#039;หนัก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสถิติเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันที่น่าสนใจ หลังสำนักบริหารงานกลาง และสำนักวิจัยและบริการวิชาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้รับมอบหมายจากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่มี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้อำนวยการศูนย์ ให้ดำเนินการวิเคราะห์สถานการณ์การทุจริตในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 โดยเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 สำนักงาน ป.ป.ช.ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลสถิติคำกล่าวหาร้องเรียนที่เข้ามายังสำนักงาน ป.ป.ช.เอาไว้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในภาพรวมงบประมาณ พ.ศ.2562 ปรากฏว่า มีการกล่าวหาร้องเรียนเข้ามายังคณะกรรมการ ป.ป.ช.มากถึง 10,382 เรื่อง จากหลากหลายช่องทาง ได้แก่ หนังสือร้องเรียน 4,855 เรื่อง หนังสือราชการ 2,143 เรื่อง การร้องเรียนด้วยวาจา 184 เรื่อง เหตุอันควรสงสัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. 30 เรื่อง บัตรสนเท่ห์ 2,632 เรื่อง เว็บไซต์ 529 เรื่อง แจ้งเบาะแส 9 เรื่อง และคำกล่าวหาที่ไม่ปรากฏชื่อและตำแหน่งผู้ร้องเรียน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็นคำกล่าวหาที่มีรายละเอียดครบถ้วน จำนวน 7,212 เรื่อง และคำกล่าวหาที่มีรายละเอียดไม่ครบถ้วน จำนวน 3,170 เรื่อง ทั้งนี้ คำกล่าวหาเหล่านี้ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการเอง จำนวน 3,285 เรื่อง และส่งเรื่องไปหน่วยงานภายนอก 3,488 เรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อจำแนกตามงบประมาณที่เกิดเหตุ พบว่า ส่วนใหญ่เป็นคำกล่าวหาที่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 มากที่สุด 1,831 เรื่อง รองลงมาเป็นคำกล่าวหาที่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 จำนวน 1,742 เรื่อง คำกล่าวหาที่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 จำนวน 827 เรื่อง คำกล่าวหาที่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ.2559 จำนวน 555 เรื่องคำกล่าวหาที่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ.2558 จำนวน 404 เรื่อง และคำกล่าวหาที่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ.2548-2557 จำนวน 1,156 เรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับหน่วยงานที่ถูกกล่าวหามากที่สุดยังคงเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีมากถึง 2,212 เรื่อง หรือคิดเป็นร้อยละ 33.36 รองลงมาเป็นกระทรวงมหาดไทย 973 เรื่อง หรือร้อยละ 14.37 กระทรวงศึกษาธิการ 752 เรื่อง หรือร้อยละ 11.10 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 661 เรื่อง หรือร้อยละ 9.91 และเป็นส่วนราชการอื่นๆ อีก 2,175 เรื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำกล่าวหาที่มากที่สุด 2 อันดับแรก คือ 1.ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ กระทำการเกินอำนาจหน้าที่โดยทุจริต อนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ และ 2.การจัดซื้อจัดจ้าง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใน 3 อันดับแรกของหน่วยงานที่มีการกล่าวหามากที่สุด เมื่อจำแนกออกเป็นประเภท พบว่า ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีคำกล่าวหามากที่สุดในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 นั้น เป็นประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จำนวน 743 เรื่อง รองลงมาเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ กระทำการเกินอำนาจหน้าที่โดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ จำนวน 681 เรื่อง และประเภทยักยอก/เบียดบังเงิน หรือทรัพย์สินของราชการ จำนวน 305 เรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่กระทรวงมหาดไทยมีคำกล่าวหาประเภทการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ กระทำการเกินอำนาจหน้าที่โดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ จำนวน 340 เรื่อง ประเภทจัดซื้อจัดจ้าง 172 เรื่อง และประเภทออกเอกสารสิทธิที่ดิน 168 เรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ เป็นคำกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างถึง 221 เรื่อง ประเภทการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ กระทำการเกินอำนาจหน้าที่โดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ 219 เรื่อง และประเภทการบริหารงานบุคคล (การบรรจุ/แต่งตั้ง/เลื่อนตำแหน่ง/โยกย้าย/ลงโทษวินัย) 120 เรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากคำกล่าวหาที่สำนักงาน ป.ป.ช.รับไว้ดำเนินการเองมีจำนวน 3,285 เรื่อง และเมื่อพิจารณาวงเงินงบประมาณโครงการและจำนวนเงินที่มีการทุจริตตามคำกล่าวหา พบว่า มีมูลค่ารวมถึง 236,243,838,413 บาท ทั้งนี้ หากจำแนกตามประเภทคำกล่าวหา ปรากฏว่า คำกล่าวหาประเภทจัดซื้อจัดจ้างมีมูลค่ามากที่สุดถึง 207,060,914,215 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 87.65 รองลงมาคือ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีจำนวน 23,840,211,033 บาท หรือร้อยละ 10.09 และการบริหารงานบุคคล (การบรรจุ/แต่งตั้ง/เลื่อนตำแหน่ง/โยกย้าย/ลงโทษวินัย) จำนวน 2,053,203,519 บาท หรือร้อยละ 0.87&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ในปีงบประมาณ พ.ศ.2562 คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รัฐในคดีต่างๆ ทั้งสิ้น 300 คดี แบ่งเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีขนาดกลาง (M) จำนวน 110 คดี คดีขนาดใหญ่ (L) จำนวน 81 คดี คดีขนาดใหญ่มาก (XL) จำนวน 58 คดี และคดีขนาดเล็ก จำนวน 51 คดี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อจำแนกข้อมูลตามประเภทคดีแล้วจะพบว่า กลุ่มคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดมากที่สุด 3 ลำดับแรกคือ 1.กลุ่มคดีด้านจริยธรรมและความประพฤติมิชอบ จำนวน 76 คดี 2.กลุ่มคดีด้านการจัดซื้อจัดจ้าง จำนวน 75 คดี 3.กลุ่มคดีด้านกระบวนการยุติธรรม การเมืองและความมั่นคง จำนวน 43 คดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหากจำแนกข้อมูลตามมูลค่าความเสียหายของคดีที่ชี้มูลความผิดแล้วจะพบว่า ลำดับที่ 1 คือ กลุ่มคดีด้านการจัดซื้อจัดจ้างมีมูลค่าความเสียหายมากที่สุด โดยคิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 7,686 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ หากพิจารณาถึงจำนวนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 1,137 ราย และเมื่อจำแนกข้อมูลตามประเภทตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกชี้มูลความผิดแล้วจะพบว่า ลำดับที่ 1 คือ ตำแหน่งประเภทข้าราชการส่วนท้องถิ่นเป็นตำแหน่งที่ถูกชี้มูลความผิดมากที่สุด จำนวน 437 ราย และหากพิจารณาถึงประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดถูกชี้มูลความผิดแล้วจะพบว่า ลำดับที่ 1 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดประเภทองค์การบริหารส่วนตำบล รองลงมาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดเทศบาลตำบล&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากดูจากสถิติที่ ป.ป.ช.เก็บข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ ถือว่าสถานการณ์การทุจริตในประเทศไทยไม่ได้เบาบางลงเลย แม้ตัวเลขจะลดลงก็ตาม แต่ยังเป็นปริมาณที่มากอยู่. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88705</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff1c29882fdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใครจะเถียง!&#039;วีระ&#039;อ้าง&#039;ประธานปปช.&#039;ยอมรับเองการทุจริตในยุคคสช.อยู่ในภาวะวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ธ.ค. 63 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงที่ไม่สามารถปกปิดกันได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.(เด็กของประวิตร) ยืนยันเองว่า &amp;quot;การทุจริตของประเทศไทยในยุค คสช. อยู่ในภาวะวิกฤติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชัดเจนแล้วนะว่า รัฐบาล คสช. ที่ได้อำนาจมาจากการยึดอำนาจ ทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2550&amp;nbsp; ทิ้ง แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งรัฐบาลเผด็จการทหาร คสช.(รัฐบาลประยุทธ์) เที่ยวป่าวประกาศว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่ความจริงเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อให้บรรดาสลิ่มทั้งหลาย มาร่วมลงมติสนับสนุนรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านการลงมติ และประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ปัญหาการทุจริตในสังคมไทยก็ไม่ได้ลดลงเลย มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ยอมรับกันได้แล้วนะ เพราะมันชัดเจนจนไม่ต้องมาแถมาโกหกกันอีกต่อไป รัฐบาลเผด็จการทหารคสช.(รัฐบาลประยุทธ์)มันล้มเหลวในทุกๆด้าน โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนาดประธาน ป.ป.ช. เด็กของประวิตรเองก็ยังต้องออกมายอมรับในวันนี้ว่า เฉพาะในปี 2562 มีการทุจริตเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างมากที่สุดคือกว่าสองแสนล้านบาท(207,260 ล้านบาท) ความจริงตัวเลขการทุจริตเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างมันสูงกว่านี้มาก มันสูงขึ้นทุกปีสูงขึ้นมาตั้งแต่เผด็จการทหาร คสช. ทำการรัฐประหารตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 สาเหตุเกิดมาจากหลังภายการทำรัฐประหาร รัฐบาลเผด็จการทหาร คสช. ทำการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุปี 2535 และให้ใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษเกือบทั้งหมด ทำให้หน่วยงานราชการต่างๆโดยเฉพาะกองทัพต่างๆ หากินกับการทุจริตกันพุงกางไปเลย ประเทศไทยเสียหาย ฉิบหายมากที่สุดก็ในยุคเผด็จการทหาร คสช. นี่แหละที่ ชั่ว เลว ระยำ อย่างที่สุด หรือใครจะเถียงว่าไม่จริง ประธานป.ป.ช. ยังยอมรับเองเลยนะ
#IHERETOOออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86551</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตคอร์รัปชัน, นายวีระ สมความคิด, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, ยุคคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200717/image_big_5f1160a873429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวละครคดี&#039;บอส&#039;หนาว!ป.ป.ช.ประสานปปง.คุ้ยเส้นทางการเงินยกล็อตใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค. 2563 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังได้รับรายงานผลข้อเท็จจริงของคณะทำงานนายวิชา มหาคุณ ในคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่และดูข้อกฎหมายอะไรต่างๆ ก่อนที่จะนำเสนอที่ประชุมเพื่อพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยดูรายละเอียดข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายในคดี รวมถึงข้อเท็จจริงในรายงานของคณะทำงานชุดนายวิชาด้วย อย่างไรก็ตาม​ ขณะนี้สำนักงาน ป.ป.ช. มีการประสานข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลที่ถูกอ้างถึง รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้แล้ว โดยจะติดตามว่ามีการโอนจ่ายเงิน หรือทรัพย์สินไปที่ใดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้ ป.ป.ช. มีการประสานไปยัง ปปง. เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินบุคคลที่เกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งหมดแล้ว เพื่อนำมาตรวจสอบว่ามีการได้รับเงิน หรือผลประโยชน์อื่นใดหรือไม่ โดยเป็นการตรวจสอบทั้งหมด รวมถึงบัญชีเงินฝากของนายจารุชาติ มาดทอง พยานปากเอกที่เสียชีวิตไปแล้วด้วย&amp;rdquo; แหล่งข่าวกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86388</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, นายวิชา มหาคุณ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c7405975e045.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.รับเรื่องบ้านหลวง&#039;บิ๊กตู่&#039;ของเรืองไกรแล้วต้องรอลุ้นบทสรุป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม มีพฤติกรรมเข้าข่ายขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรณีได้รับสิทธิอยู่บ้านพักรับรอง ซึ่งรับประโยชน์เกิน 3,000 บาท ว่า ถ้ามีคนมายื่นเรื่องข้อกล่าวหาเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะต้องตรวจสอบ เราต้องพิจารณาว่าเราสามารถรับไว้พิจารณาได้หรือไม่ เช่น เป็นเรื่องที่ถูกดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว เป็นเรื่องที่ศาลได้วินิจฉัยเสร็จสิ้น หรือเป็นเรื่องที่ถูกดำเนินการเสร็จสิ้นตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องแล้ว และหากดังกล่าวเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ป.ป.ช.ก็สามารถที่จะไม่รับพิจารณาได้ แต่เมื่อมีคนมายื่นข้อกล่าวหาก็เป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ที่จะต้องรับเข้ามาตรวจสอบก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายเรืองไกรยื่นต่อ ป.ป.ช. การอยู่บ้านพักรับรอง ใช้ค่าน้ำ ค่าไฟ เท่ากับเป็นการรับประโยชน์เกิน 3,000 บาท ซึ่งเป็นคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปแล้ว จะสามารถมายื่นต่อ ป.ป.ช.ได้อีกหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ตรงนี้ต้องดูที่ประเด็น ซึ่งไม่ว่าใครมายื่นข้อกล่าวหาใคร เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่ต้องรับไว้ก่อน แล้วนำประเด็นมาตรวจสอบในเบื้องต้น แต่ถ้าเป็นประเด็นเดิมหรือเป็นประเด็นที่เสร็จสิ้นไปแล้ว กฎหมายระบุห้าม ป.ป.ช.ไม่ให้พิจารณา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86366</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd040930e782.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
