<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 06:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ด่าใครที่ไม่เคยพ้นตัวเอง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;คุณหญิงสุดารัตน์&amp;quot; นี่ เหมือนมะพร้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มะพร้าวอ่อน น้ำจะเต็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก่เป็นมะพร้าวห้าว ชักไม่เต็ม!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน (๑๗ ธ.ค.๖๑) ไปเปิดสาขาพรรคเพื่อไทยที่ภูเก็ตให้สัมภาษณ์เชิงบริภาษ กกต.เยี่ยงหญิงตลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านร้อยรอบ ยังไม่รู้ว่า กกต.ทำผิดอะไร ตรงไหน ถึงจิกหัวด่าเขาสาดเสีย-เทเสียแบบนั้น?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองอ่านกันดู......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อพิสูจน์ว่า กกต.ไม่ได้อยู่ใต้อาณัติผู้มีอำนาจที่จะกลับหวนคืนอำนาจ เพราะหากเป็นการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมคงไม่มีใครว่า ไม่ใช่หลักเกณฑ์บูดๆ เบี้ยวๆ อย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งการไม่ใช้อำนาจในการแทรกแซงการเลือกตั้ง หรือการใช้อำนาจให้คุณให้โทษกับราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากต้องการจะหวนคืนสู่อำนาจและคืนสู่ประชาธิปไตยตามหลักการ ต้องไม่เอาเปรียบกัน จะทำอย่างไรให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่ใช้อำนาจรัฐและการเลือกตั้งที่ไม่ใช้เงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตัวเกรงว่า เลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการเลือกตั้งที่ใช้อำนาจรัฐและอำนาจเงินมากที่สุด ซึ่งเหล่านี้ กกต.ต้องทำให้ศักดิ์สิทธิ์ด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อะไรของนาง...หือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอๆ กับนายจาตุรนต์ ฉายแสง คนที่ไม่ต้องใช้เครื่องชั่งเพราะ &amp;quot;ให้น้ำหนักตัวเอง&amp;quot; ตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน ในบทประธานยุทธศาสตร์พรรคสาขาทักษิณทวีตข้อความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทำไมหลายๆ ประเทศเขาเลือกตั้งกันไปโดยไม่มีใครเข้าไปสังเกตการณ์ ก็เพราะการเลือกตั้งของเขาโปร่งใส สุจริต ไม่มีข้อสงสัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศเหล่านั้น เขาเป็นประชาธิปไตยเต็มขั้น แต่ของเราเป็นประเทศที่ปกครองโดยรัฐบาลทหารเพียง 2 ประเทศในโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งก็ส่อเค้าว่า จะไม่เสรี เป็นธรรม จึงต่างกันมาก&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูๆ ก็น่าสงสาร กองทัพที่ใกล้แตก การยกก้นไพร่ราบพลเลวขึ้นถือธงนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ได้แค่นี้แหละ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากบอกว่า การกล่าวหาใครเขานั้น ควรดูเงาตัวเองก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างเรื่อง กกต.ไปหาหนังสือ &amp;quot;รู้ทันทักษิณ ๔&amp;quot; ที่ นายเสนาะ เทียนทอง เขียน &amp;quot;จะเอาทักษิณหรือประเทศไทย&amp;quot; มาอ่านดูก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสนาะ เขียนถึง กกต.กับทักษิณ ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;.......แม้แต่โครงการ เอสเอ็มแอล ผมก็เตือนว่า เข้าข่ายซื้อเสียง เพราะอยู่ในภาวะเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษิณตอบว่า โธ่...อำนาจอยู่ที่เรา กกต.ก็ของเรา คนก็ของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ก่อนเลือกตั้ง ๒ เมษายน ๒๕๔๙ มีการกระทำผิดกฎหมาย คือขนคนมาฟังการปราศรัยโดยจ้างมา มันผิดกฎหมายแน่นอน แต่ กกต.กลับเฉย&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนเลือกตั้ง ๒ เมษา ๔๙ ทั้งสุดารัตน์-จาตุรนต์ ก็อยู่ในเหตุการณ์ &amp;quot;กกต.ก็ของเรา&amp;quot; ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งเป็นไปตามเสนาะบอก คือมันผิดกฎหมาย แต่ &amp;quot;กกต.กลับเฉย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างนี้ตะหาก ที่พวกคุณสามารถ &amp;quot;จิกกระบาลด่า&amp;quot; กกต.ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ขณะนี้ ยังไม่มีเลือกตั้งให้ กกต.ทำหน้าที่ เพิ่งนัดคุยกันเรื่องกฎกติกาพรุ่งนี้ (๑๙ ธ.ค.) ด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วพวกคุณ สร้างวาทกรรมทรามละเลง กกต.ไปแบบนั้น คนอย่างนี้น่ะหรือ จะมาเป็นผู้บริหารประเทศ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณี &amp;quot;กกต.ก็ของเรา&amp;quot; นั้น..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดารัตน์-จาตุรนต์ ต้องจำได้ว่าใครบ้าง &amp;quot;ชุด ๓ หนา ๕ ห่วง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงปี ๔๘-๔๙&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษิณขายหุ้นชินคอร์ปให้กลุ่มเทมาเส็กของสิงคโปร์ โดยไม่เสียภาษี คนออกมาโวย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษิณต้องยุบสภา &amp;quot;หนีอภิปราย&amp;quot; ให้มีการเลือกตั้งใหม่ ๒ เมษา ๔๙
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งนั้น กกต.ถูกฟ้อง ศาลตัดสินให้เป็นโมฆะ ลงท้ายด้วย กกต.ต้องเข้าคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อ &amp;quot;เตือนสำนึก&amp;quot; จะนำเนื้อหาคำตัดสินศาลฎีกามาให้ทบทวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓ มิ.ย.๕๙ ศาลอ่านคำตัดสินศาลฎีกา...........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาฯ พรรค ปชป.เป็นโจทก์ ฟ้อง พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ &amp;nbsp;อดีตประธาน กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปริญญา นาคฉัตรีย์, นายวีระชัย แนวบุญเนียร อดีต กกต.(เสียชีวิต) เป็นจำเลยที่ ๑-๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๑๕๗ และ พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.๒๕๔๑ มาตรา ๒๔, ๔๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีไม่เร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ข้อร้องเรียนกล่าวหาพรรคไทยรักไทย ว่าจ้างพรรคแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทย ลงรับสมัครเลือกตั้งวันที่ ๒ เม.ย.๔๙
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพลัน ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและการวินิจฉัย พ.ศ.๒๕๔๒ &amp;nbsp;มาตรา ๓๗, ๔๘&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อ ๑๕ ก.ย.๔๙ ให้จำคุก พล.ต.อ.วาสนา, นายปริญญา และนายวีระชัย จำเลยที่ ๑-๓ คนละ ๓ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางนำสืบจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เห็นควรลดโทษให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลยคนละ ๒ ปี พร้อมเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง คนละ ๑๐ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ๑๔ พ.ค.๕๑ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยระหว่างฎีกาคดี นายวีระชัย &amp;nbsp;จำเลยที่ ๓ ได้เสียชีวิตลง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่จำเลยที่ ๑-๒ สั่งประชุม กกต.เพื่อพิจารณาผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงจากการร้องเรียนเลือกตั้งไม่สุจริต ที่ให้สอบสวนเพิ่มเติมในส่วนของพรรคไทยรักไทย ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และเพื่อเป็นคุณต่อพรรคไทยรักไทยหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นว่า ขณะเกิดเหตุ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๑๓๖-๑๔๘ กำหนดให้มี กกต.ซึ่งมีอำนาจหน้าที่อิสระในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งมีอำนาจสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่สุจริต โดยมาตรา ๑๔๗ บัญญัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการกระทำที่ไม่สุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ก็ให้อำนาจ กกต.ตั้งอนุกรรมการสอบสวนและสั่งการโดยพลัน ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าภายหลังมีการตั้งอนุกรรมการไต่สวนฯ แล้ว ได้มีการรายงานผลว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่ามีการกระทำผิดของผู้บริหารระดับสูงของพรรคไทยรักไทย รวมทั้งพรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งต่อมาจำเลยได้มีมติให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ กกต. ที่ได้แก้ไขข้อมูลทะเบียนสมาชิกพรรคที่ขาดคุณสมบัติเรื่องการสังกัดพรรค ๙๐ วัน ให้มีคุณสมบัติครบ เพื่อลงเลือกตั้งในเขตที่พรรคไทยรักไทยลงสมัครเพียงพรรคเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์ให้ได้คะแนนเสียงร้อยละ ๒๐ ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง รวมทั้งให้ดำเนินการกล่าวโทษกับผู้ที่เกี่ยวข้องและ ผอ.พรรคเล็ก และแจ้งให้อัยการสูงสุดยุบพรรคเล็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และตามรายงานของอนุกรรมการไต่สวนฯ ยังมีพยานที่เชื่อได้ว่า มีการรับเงินค่าตอบแทนจาก พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีต รมว.กลาโหม และนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีต รมว.คมนาคม ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของพรรคไทยรักไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จำเลยกลับสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับพรรคไทยรักไทย เนื่องจากเห็นว่ามีการพาดพิงผู้บริหารพรรคไทยรักไทยหลายคน โดยนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานอนุกรรมการไต่สวนฯ ซึ่งเคยเป็นผู้พิพากษาได้มีหนังสือแจ้งมาที่จำเลยที่ ๑ ว่าไม่จำเป็นต้องสอบสวนเพิ่มเติมอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จำเลยไม่ได้ตระหนัก อีกทั้งยังออกหนังสือเชิญให้ พล.อ.ธรรมรักษ์ และนายพงษ์ศักดิ์ เดินทางมาให้ถ้อยคำกับคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ชุดใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเมื่ออนุกรรมการไต่สวนฯ ชุดใหม่ได้สรุปสำนวนส่งให้จำเลยแล้ว จึงได้ประชุมและมีมติให้ส่งสำนวนพรรคไทยรักไทยให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา ตามความเห็นของนายนาม ประธานอนุกรรมการไต่สวนฯ ชุดก่อน ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า พวกจำเลยเชื่อตามสำนวนสอบสวนของนายนาม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อเท็จจริง ก็ยังปรากฏแต่แรกว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ และนายพงษ์ศักดิ์ เป็นผู้บริหารระดับสูงของพรรคไทยรักไทย ซึ่งได้รับตำแหน่งสำคัญ เป็นถึงรัฐมนตรี เมื่อมีการดำเนินการใดย่อมส่งผลประโยชน์ต่อพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จำเลยไม่สั่งการให้ดำเนินการกับพรรคไทยรักไทย แต่ก่อนหน้า กลับสั่งให้วินิจฉัยสอบสวนพรรคไทยรักไทยเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเมื่อมีการเลือกตั้งวันที่ ๒ เม.ย.๔๙ แล้ว จำเลยได้ประกาศผลเลือกตั้งอย่างเร่งรีบ ที่จะมีผลให้ทางพรรคไทยรักไทยได้จัดตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จำเลยสั่งดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ กกต.และพรรคเล็กทันที จึงเป็นการเลือกปฏิบัติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเชื่อว่า จำเลยย่อมทราบดีอยู่แล้ว ว่าการดำเนินคดีย่อมส่งผลต่อพรรคไทยรักไทยอย่างรุนแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ ๑ เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง ย่อมแจ้งต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้พิจารณาส่งสำนวนให้ศาลยุบพรรคไทยรักไทยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมของจำเลยและลงมติให้สอบสวนเพิ่มเติมจนเวลาล่วงเลยถึงการเลือกตั้ง จึงเป็นคุณต่อพรรคไทยรักไทย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระทำที่ไม่สุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นความผิดว่าด้วย พ.ร.บ.กกต. พ.ศ.๒๕๔๑ มาตรา ๒๔ และ ๔๒ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามา จึงไม่เกินคำขอ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนที่จำเลยขอให้ศาลรอการลงโทษ เนื่องจากจำเลยอายุมาก สุขภาพไม่แข็งแรง ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งจำเลยเคยรับราชการ ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาตินั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นว่า การที่จำเลยรับตำแหน่งสำคัญและทำคุณงามความดีจนได้รับเลือกเป็น กกต.จำเลยต้องทราบดีว่า การเป็น กกต.จัดการเลือกตั้งต้องดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จำเลยต้องดำรงความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นคุณต่อประเทศมากที่สุด แต่จำเลยกลับกระทำตรงข้าม แสดงให้เห็นว่าจำเลยยอมละทิ้งคุณงามความดีที่ได้กระทำมาทั้งหมด จำเลยจึงไม่ควรยกมาอ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จำเลยจะมีอายุมากและสุขภาพไม่ดี ก็ไม่เพียงพอจะให้รอการลงโทษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้จำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ ๒ ปี พร้อมกับเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งคนละ ๑๐ ปี ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังว่า &amp;quot;สุดารัตน์-จาตุรนต์&amp;quot; คงเกิดดวงตาเห็นกรรมนะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24479</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์, จาตุรนต์ ฉายแสง, พรรคเพื่อไทย, พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
