<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น!จับไอ้เหี้ยมชิงทองที่&#039;หนองคาย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จ่อได้ตัวไอ้เหี้ยมชิงทองลพบุรี! &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ&amp;rdquo; เผยพบผู้ต้องสงสัยที่หนองคาย รูปพรรณคล้าย ที่สำคัญยังเป็นพื้นที่หลบได้ง่าย หยอดมุกคงไม่เกิน 7 วันระหว่างจันทร์-อาทิตย์
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ม.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีบุกเดี่ยวชิงทอง ในร้านทองออโรร่า ที่ห้างโรบินสัน จังหวัดลพบุรี และยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย เป็นครั้งที่ 5 และติดตามผลการปฏิบัติงานของชุดสืบสวนสอบสวนที่มี พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้า โดยใช้เวลาประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวภายหลังว่า การประชุมมี 2 ประเด็น เรื่องแรก คือ 1.ตรวจการบ้านที่ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์มอบหมายไปแล้ว 25 ทีม แต่ละทีมส่งการบ้านมาในระดับที่น่าพอใจระดับหนึ่ง และ 2.รับรายงานว่าเวลาประมาณ 14.00 น. ทีมของ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์พบผู้ต้องสงสัยที่ จ.หนองคาย มีรูปพรรณคล้ายกับผู้ก่อเหตุ โดยเฉพาะกระเป๋าที่ใช้ ซึ่งต้องพิสูจน์ทราบต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าผลการตรวจสอบเป็นอย่างไร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมาสอบถามที่ จ.หนองคายแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตำรวจมีประเด็นซักถาม ตำรวจมีทักษะอยู่แล้ว ถ้าจังหวะดี ถ้าใช่ก็ใช่ ถ้าไม่ใช่ก็ให้เขากลับ เราสงสัยเท่านั้น&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ตอบว่า พื้นที่ใกล้เคียงความจริง เพราะเป็นพื้นที่ที่น่าจะหลบหนีได้ง่ายอยู่แล้ว ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดกว่า 1,000 จุดนั้น ตอนนี้ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ขณะที่ผลการตรวจสอบดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ และกระสุนปืนของผู้ก่อเหตุ ขอสงวนเป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้ พร้อมกับยืนยันว่าชุดสืบสวนยังเป็นชุดเดิม และ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่ง ดังนั้นข่าวที่เผยแพร่ตามโซเชียลจึงไม่เป็นความจริง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์กล่าวว่า ฝากบอกคนร้ายรายนี้ โหดร้ายผิดประเภท ให้เวลามา 10 วันแล้ว ย้ำว่า 10 วัน ยังไม่สำนึก แล้วเจอกัน พูดแค่นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวเสริมแบบติดตลกว่า เอาอย่างนี้แล้วกัน ยังยืนยันว่าไม่เกิน 7 วันแล้วกัน และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อีก 7 วันจับตัวได้ใช่หรือไม่ ผบ.ตร.ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ว่าไม่เกิน 7 วัน วันจันทร์-วันอาทิตย์ แล้วเดินไปขึ้นรถตู้กลับทันที โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวติดตลกว่า ไม่เกิน 2 วัน ไม่วันคู่ ก็วันคี่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง อดีตรอง ผบ.ตร. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ยังมั่นใจว่าตำรวจจะจับคนร้ายรายนี้ได้ แต่การตรวจสอบทางเทคนิคจำนวนมากต้องใช้เวลา แต่จากรูปร่าง ลักษณะการเดิน การแต่งกาย เสื้อผ้ากางเกงที่สวมใส่ กระเป๋าเป้ อาวุธปืน และยานพาหนะที่ใช้ คนที่รู้จักหรือคนสนิทดูก็รู้ว่าเป็นใคร จากความโหดเหี้ยมอำมหิตที่มันก่อ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันแจ้งข่าวสารให้ตำรวจทราบ อย่าให้คนชั่วลอยนวล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54985</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.วินัย ทองสอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e24616a485d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติทุกครั้งที่มีวันหยุดยาวๆ ในการทำงานของ ตำรวจ ที่ ห้ามลา ห้ามขาด วันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2563 บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจห้ามลา ข้ามขาด ให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบ ผู้บังคับบัญชาต้องลงไปกำกับพร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่ผู้ใต้บังคับบัญชาในการทำงานดูแลประชาชน พร้อมคาดโทษหากนายใดไม่ปฏิบัติตามเพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และให้ประชาชนได้เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย เฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่พร้อมครอบครัวอย่างมีความสุข โดยมอบให้ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. กำกับดูแลศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&amp;nbsp; บิ๊กเด่น-พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กำกับดูแลการปฏิบัติของตำรวจทั่วประเทศ&amp;nbsp; ในการอำนวยความสะดวกการจราจร ลดอุบัติเหตุ และนำจิตอาสาร่วมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญในการอำนวยความสะดวกการจราจรแก่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวในต่างจังหวัดให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด มุ่งเน้นลดการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ การสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 2 มกราคม 2563&amp;nbsp; ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โล่งอกไปตามๆ กัน หลังตำรวจบุกจับ คิด เดอะริปเปอร์-สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 5 ศพ เมื่อปี 2548 ซึ่งถูกจำคุกนาน 14 ปี หลังพ้นโทษไม่เท่าไหร่ก็ได้ก่อเหตุฆ่าหญิงชาวบ้านใหม่ชัยมงคล ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น เสียชีวิตเป็นศพที่ 6 ได้บริเวณสถานีรถไฟโคราช ขณะฆาตกรมุ่งหน้าจะไปลง จ.พระนครศรีอยุธยา จน บิ๊กแป๊ะ ปลื้มอกปลื้มใจ ถึงขนาดตอนหนึ่งในการให้สัมภาษณ์นักข่าวคุยฟุ้ง &amp;quot;แม้นายสมคิดจะเป็นคนฉลาด แต่ไม่เกินความสามารถของตำรวจ&amp;quot; จนหลายคนข้องใจ การจับกุม คิด เดอะริปเปอร์ ครั้งนี้ของตำรวจกองปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 4 ตำรวจโคราช ตำรวจรถไฟ ที่ขึ้นไปจับกุมกันบนขบวน ว่าที่จริงแล้วตำรวจยังตามจับไม่ได้ ต้องตั้งค่าหัวในการแจ้งเบาะแส 5 หมื่นบาท&amp;nbsp; กระทั่งมีพลเมืองดีเห็น &amp;quot;สมคิด&amp;quot; แล้วจดจำตำหนิรูปพรรณได้ เลยถ่ายภาพส่งตำรวจ ไม่ได้เกี่ยวกับความฉลาดหรือความสามารถตำรวจล้วนๆ ไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงยกผลงานให้ตัวเองเสียเลิศหรูอย่างเดียวล่ะ..ท่าน ผบ.ตร. ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ.ต.อ.ประกาศ พงษ์พานิช รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ส่งหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp; กรณีมีการร้องเรื่องที่ชาวบ้านได้พาเพื่อนชาวญี่ปุ่นไปแจ้งความเนื่องจากพาสปอร์ตหาย ที่สถานีตำรวจภูธรคลองน้ำใส แต่พบมีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เพียงนายเดียวจึงติดต่อไปยัง พ.ต.อ.วิวัฒน์&amp;nbsp; พิสิษฐ์ศักดิ์ ผกก.สภ.คลองน้ำใส ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ติดไว้ที่สถานีตำรวจ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เป็นเหตุให้ไม่ได้รับความสะดวกนั้น &amp;quot;ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ขอเรียนว่าได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่าในวันดังกล่าวมีข้าราชการตำรวจอยู่ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ จากการตรวจสอบไม่ปรากฏว่ามีชาวญี่ปุ่นมาขอลงบันทึกประจำวันแจ้งเอกสารหายแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการติดต่อ พ.ต.อ.วิวัฒน์นั้น&amp;nbsp; พ.ต.อ.วิวัฒน์ยืนยันว่าใช้โทรศัพท์หมายเลข....มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันและในวันดังกล่าวไม่มีโทรศัพท์ติตต่อมาจากชาวญี่ปุ่นแต่อย่างใด&amp;quot; ครับ...เป็นอันเข้าใจตรงกันทั้งฝ่ายผู้ร้องและเจ้าหน้าที่ตำรวจตามนี้ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก้าวเข้ามาเป็น นายกสมาคมตำรวจ คนใหม่ ต่อจาก พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช อดีตนายกสมาคมตำรวจ เรียบร้อยสำหรับ บิ๊กนัย-พล.ต.อ.วินัย ทองสอง อดีตรอง ผบ.ตร. นักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 32 ซึ่งเดิม บิ๊กนัย ก็เป็น รองนายกสมาคมตำรวจ อยู่แล้ว ครั้งนี้ลงสมัครผู้เดียวแบบไร้คู่แข่ง เลยคว้าเก้าอี้ นายกสมาคมตำรวจ คนที่ 5 ในประวัติศาสตร์การก่อตั้งสมาคมตำรวจ ต่อจาก พล.ต.อ.สุพาส จีระพันธุ, พล.ต.อ.ไมตรี ชวลิตธำรง, พล.ต.อ.วิสุทธิ์ กิตติวัฒน์ และ พล.ต.อ. สุวรรณ สุวรรณเวโช ท่ามกลางความหวังจากเหล่าตำรวจทั่วประเทศ ที่จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงและบทบาทของสมาคมตำรวจ ในการเรียกร้องความเป็นธรรมให้ชาวสีกากีที่ไร้เส้น ไร้สาย ได้ลืมตาอ้าปากในทุกๆ ด้าน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครบเครื่องเรื่อง อเมริกันสไตล์ จริงๆ สำหรับ บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) โดยการทดสอบสมรรถภาพร่างกายของผู้บังคับหน่วยเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้จัดให้มีการสาธิตการทดสอบร่างกายแบบ Army Combat Fitness Test (ACFT) ตามแบบกองทัพบกสหรัฐฯ ซึ่งหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษได้จัดทีมไปแข่งขัน The Mentor International Team&amp;nbsp; Competition 2019 ที่กรมรบพิเศษของกองทัพบกสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในช่วงเดือนที่ผ่านมา และครั้งนี้ทีมที่เดินทางไปก็ได้มาสาธิตด้วยตนเอง ประกอบด้วย ท่างอเข่าครึ่งนั่งยกบาร์น้ำหนักขึ้น Maximum&amp;nbsp; deadlift ท่าย่อตัวทุ่มน้ำหนักข้ามศีรษะไปข้างหลัง หรือท่า Standing power throw ท่าดันพื้นและมือแล้วกางแขน หรือ Hand Release Push-up วิ่งไปกลับพร้อมลากและยกของในระยะ 250 เมตร Spring&amp;nbsp; , Drag, Carry ท่าดึงข้อแบบยกเข่าแตะศอก หรือท่า Leg Tuck โดย &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ร่วมสาธิตและอธิบายเหตุผลในการนำ ACFT มาปรับใช้ในการทดสอบสมรรถภาพร่างกายของ ผบ.หน่วยในครั้งหน้า ให้เหมาะกับสรีระและช่วงอายุของกำลังพลกองทัพบกไทย เป้าหมายเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและกล้ามเนื้อให้ร่างกาย สอดรับกับภารกิจในสนามทั้งการแบกผู้ประสบเหตุ การลาก-แบกขนยุทโธปกรณ์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงบ่ายมีการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) ก่อนการประชุม &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ได้มอบรางวัลแก่กำลังพลหลายรายการที่เข้าร่วมการแข่งขัน The Mentor International Team Competition&amp;nbsp; 2019 ผู้ควบคุมการแข่งขัน และผู้ร่วมแข่งขัน ได้แก่ ร.ท.สุธัชนินทร์ ทองมา, ร.ท.คมสันต์ ไสยสิทธิ์, จ.ส.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ฝ่ายขันธ์, ส.อ. อภิสิทธิ์ อัสดี, ส.อ.ลิขิต กันทะแสน (คนนี้ได้รับฉายา ant man&amp;nbsp; เพราะสามารถยกบาร์ได้คะแนน 100 เปอร์เซ็นต์ทั้งที่สรีระไม่ได้สูงใหญ่), ส.ท.ณัฐกานต์ เส็มสา, ส.ท. กฤษณ์ เกิดผล และได้มอบเงินรางวัลแก่ผู้บังคับการกรม ในการทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษและการทดสอบความรู้ทั่วไป ได้แก่ พ.อ.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ร.31 รอ. ผู้บังคับกองพัน ในการทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษ ได้แก่ พ.ท.ประกาศ จันจะนะ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาการทหาร มณฑลทหารบกที่ 18 (ผบ.ศฝ.นศท.มทบ.18) รวมถึงผู้บังคับการกองพัน ในการทดสอบสมรรถภาพร่างกายได้&amp;nbsp; 100% กลุ่มอายุ 37-41 ปี ได้แก่ พ.อ.กัมพล เทียนทองดี กลุ่มอายุ 42-46 ปี ได้แก่ พ.ท.ณรงค์ชัย&amp;nbsp; นิตยสุทธิ์ และกลุ่มอายุ 47-51 ปี ได้แก่ พ.อ.สมมิตร สินธุวงศานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังปิดฉาก คสช.ไปแล้ว มาตรการ เมาไม่ขับ จับยึดรถ ที่ผ่านมาจึงต้องปิดตัวไปโดยปริยาย แต่กองทัพบกก็ยังมีแคมเปญในการดูแลประชาชนในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ โดย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงว่าผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้หน่วยทหารของกองทัพบกให้การดูแลประชาชน สร้างความปลอดภัยในการเดินทางและลดอุบัติเหตุ ด้วยการจัดตั้งจุดบริการประชาชนบริเวณด้านหน้าค่ายทหาร โดยเฉพาะที่เป็นเส้นทางคมนาคมหลัก นอกจากนี้กองทัพบกได้เปิดหน่วยทหารที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว &amp;quot;ARMY LAND&amp;quot; จำนวน 173 แห่ง ให้ประชาชนได้เข้าใช้บริการ ท่องเที่ยว ถ่ายภาพ พักผ่อนกับครอบครัว สัมผัสธรรมชาติ แหล่งน้ำ ป่าเขา กิจกรรมสันทนาการ พร้อมกับการศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยด้วยการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ อนุสรณ์สถานที่ตั้งอยู่ในค่ายทหาร และยังเปิดโอกาสให้เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภายในหน่วยทหารด้วย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ๐&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52981</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วินัย ทองสอง, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชทัณฑ์เล็งโทษ25ปีไม่มีสิทธิ์ลดหย่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรอง ผบ.ตร.เผย &amp;quot;สมคิด&amp;quot; เป็นโรคจิตเภท เคยบอกมีความสุขทุกครั้งที่ได้บีบคอเหยื่อ &amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; สั่งสำรวจจำนวนนักโทษคดีร้ายแรงทั่วประเทศ ก่อนนัดประชุมพุธหน้าวางกรอบใช้กฎหมายพิเศษควบคุม ราชทัณฑ์เล็งต้องโทษ 25 ปีขึ้นไปไม่มีสิทธิ์ได้ลดหย่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วินัย ทองสอง อดีตรอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธ ในฐานะอดีตหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีนายสมคิด พุ่มพวง หรือคิด เดอะ ริปเปอร์ ฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง 6 ศพ ว่า เมื่อปี 2548 ในขณะที่ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปราม ได้มี พ.ต.อ.ปรีชา เจริญทรัพย์ ยศในขณะนั้น ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ โทรศัพท์มารายงานว่ามีเหตุฆาตกรรมในพื้นที่ ซึ่งคล้ายกับเหตุที่เกิดในพื้นที่ภาคอีสานอีก 1-2 ราย อยากให้กองปราบฯ เข้าไปช่วยคลี่คลายคดี ซึ่งการสืบสวนจับกุมใช้หลักการพื้นฐาน กล้องวงจรปิด การติดต่อสื่อสาร และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยขณะนั้นสืบทราบว่านายสมคิดมีภรรยาอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ จึงตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านภรรยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายสมคิดเป็นคนฉลาดและมีความรู้ พฤติกรรมเดิมเคยให้การเป็นพยานเท็จในคดีผู้พันตึ๋ง สมคิดโทรศัพท์ไปบอกช่องข่าวว่าทราบตัวคนร้าย เป็นลักษณะสร้างความสำคัญ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่กองปราบฯ จับกุมในข้อหาให้การเท็จ ในขณะที่ติดคุกอยู่ก็ยังไปเขียนจดหมายส่งไปถึงภรรยาของญาติผู้ที่ถูกยิงตายในบ่อบำบัดน้ำเสียราชาเทวะ เพราะฉะนั้นสมคิดจะมีความคิดที่ต่างจากบุคคลธรรมดา แต่สมคิดไม่ได้บ้าหรือวิกลจริต แต่เขาเป็นโรคจิตเภท ถ้าได้ไปกระทำต่อเหยื่อมันทำให้เกิดความสุข ซึ่งเป็นจิตเภทอย่างหนึ่งที่เรียกว่าฆาตกรรมต่อเนื่อง&amp;quot; พล.ต.อ.วินัยกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วินัยกล่าวว่า การก่อเหตุของนายสมคิดไม่ได้ถึงกับมีการวางแผนซับซ้อนแต่อย่างใด แต่พบว่ามีอาการเป็นโรคจิตเภท ไม่ได้มีอาการวิกลจริต จึงสามารถดำเนินคดีได้ เพราะทุกครั้งที่ก่อเหตุมีสติเหมือนคนปกติ โดยล่าสุดเมื่อนายสมคิดถูกจับกุมแล้ว ก็ไม่ควรปล่อยให้ออกมาอยู่ในสังคมภายนอก เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาก่อเหตุกับคนอื่นอีก เพราะเท่าที่เคยสอบถามกับผู้เชี่ยวชาญทราบว่าโรคจิตเภทที่นายสมคิดป่วยนั้นไม่สามารถรักษาได้ ตอนที่ถูกจับกุมเมื่อปี 2548 เขาเคยพูดกับชุดจับกุมว่ามีความสุขทุกครั้งที่ได้บีบคอเหยื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ได้มีคำสั่งเร่งด่วนไปถึงกรมราชทัณฑ์ให้ตรวจสอบ พิจารณาบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำความผิดในลักษณะไม่ปกติเช่นเดียวกับนายสมคิด ที่รับโทษในเรือนจำทั่วประเทศ โดยให้สรุปมาเป็นตัวเลขว่ามีทั้งหมดกี่ราย เพื่อจัดให้อยู่กลุ่มนักโทษที่ไม่สามารถใช้กฎหมายปกติมาพิจารณาได้ กำหนดให้กรมราชทัณฑ์สำรวจข้อมูลให้เรียบร้อยภายใน 7 วัน เพื่อนำมาสรุปเป็นแนวทางในการจัดการกับนักโทษกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษอีกครั้งในวันที่ 25 ธ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณีของนายสมคิด แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่สามารถใช้กฎหมาย หรือข้อบังคับ ควบคุมนักโทษแบบเดียวกันทั้งหมด จำเป็นต้องจัดกลุ่มผู้ต้องขังไม่ปกติขึ้นมา เพื่อใช้มาตรการพิเศษควบคุมดูแล พร้อมยอมรับและเห็นด้วยกับคำตำหนิที่เกิดขึ้นในสังคมถึงการทำงานของกรมราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความรอบคอบในการทำงานมากขึ้น ที่ผ่านมาก็อาจจะทำงานตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมายที่เคยมีมาแต่ในอดีต โดยที่อาจจะไม่ได้ใช้ความครีเอทีฟเข้าไปเพิ่มเติมในการทำงาน แนวทางหลังจากนี้คงจะต้องมีการเพิ่มการใช้กำไลติดตามตัว หรืออีเอ็ม สำหรับคนกลุ่มพิเศษหลังออกจากเรือนจำ&amp;rdquo; รมว.ยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงมาตรการป้องกันไม่ให้อดีตนักโทษคดีอุกฉกรรจ์กลับมาก่อเหตุซ้ำ หลังจากพ้นโทษถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ ว่า ขณะนี้ได้มีกำหนดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาพักการลงโทษ โดยประเด็นสำคัญที่จะนำมาหารือคือ การกำหนดมาตรการคุมเข้มให้มากกว่าเดิม โดยเฉพาะการกลั่นกรองให้เข้มงวดมากขึ้นก่อนจะปล่อยตัว ว่าเคยก่อเหตุคดีร้ายแรงอะไรมาบ้าง และเข้าข่ายที่จะได้รับการลดโทษ ลดวันต้องโทษหรือไม่ หรือรายใดบ้างที่ควรได้รับการปล่อยตัวไปเลย หรือไม่ปล่อยตัวเลย โดยจะนำพฤติการณ์ในคดีมาประกอบการพิจารณา เช่น คดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรงต้องโทษตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ไม่เข้าเกณฑ์ลดโทษ หรือลดในสัดส่วนที่น้อยมาก ซึ่งต่อไปต้องมีการออกแบบกฎกติกาการปล่อยตัวผู้ต้องขังในแต่ละครั้งให้ชัดเจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52784</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, พล.ต.อ.วินัย ทองสอง, สมคิด พุ่มพวง, สมศักดิ์ เทพสุทิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5dfa21f72bc73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
