<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 12:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลด&#039;บิ๊กช้าง-วิระชัย&#039;พ้นจากการเป็นนายตำรวจราชองครักษ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63-&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักราชเลขานุการในพระองค์ มีหนังสือ ที่ พว.0005.1/493 ถึง ผบ.ตร.เรื่อง ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ้นจากการเป็นนายตำรวจราชองครักษ์ คือ. พลตำรวจเอก ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย และพลตำรวจเอก วิระชัย ทรงเมตตา ตั้งแต่ 21 มกราคม 2563 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55684</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายตำรวจราชองครักษ์, ปลด, พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.วิรชัย ทรงเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2a7977b1af5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;ยังต้องลุ้น! ก.ตร.ถกเปลี่ยนอนุฯหลังกระแสต้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย. 62 - ที่กระทรวงกลาโหม พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ ได้เดินทางมาเข้าพบ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร. เพื่อชี้แจงคำสั่งแต่งตั้ง พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นอนุกรรมการ ฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจเอกวิระชัย กล่าวว่า&amp;nbsp; พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ดำรงตำแหน่งอนุกรรมการมาหลายปีแล้ว และก็ไม่ได้มีความเสียหายอะไรจึงได้คงชื่อไว้&amp;nbsp; ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเกิดจากมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงอนุกรรมการคนเดียว คือพลตำรวจตรีกฤษกร พลีธัญญวงศ์ ที่ออกไป จึงได้แต่งตั้ง พลตำรวจโทอำนวย นิ่มมะโน เข้ามาแทน ส่วนชื่อพลตำรวจโทสุรเชษฐ์ ก็เป็นเพียงชื่อที่คาไว้ พอรายชื่อทั้งหมดเสนอขึ้นไปถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเสนอเข้า ก.ตร.ที่มี พลเอกประวิตรเป็นประธาน ก็ได้รับการเห็นชอบ โดยกฎหมายระบุว่า เมื่อ ก.ตร.มีมติเอกฉันท์ ถ้าไม่มีใครทวงติง ประธานฯ ต้องลงนาม ดังนั้น ประธานฯไม่ได้มีอำนาจอะไรเลย ท่านไม่ผิด และก็ไม่เกี่ยวด้วย ท่านไม่รู้เรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตำรวจเอกวิระชัย กล่าวว่า วาระการเปลี่ยนอนุกรรมการฯ ดำเนินการทั้งหมด 5 ชุด จาก 7 ชุด&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่ที่ลาออกจะไปเป็นวุฒิสมาชิก เมื่อลาออกก็ต้องสังคายนา โดยบ่ายนี้พลเอกประวิตร จะไปเป็นประธานประชุม ก.ตร. ส่วนจะยังมีชื่อพลตำรวจโท สุรเชษฐ์ อยู่ต่อหรือไม่นั้น ก็ต้องรอดู ตนไม่ทราบ แล้วแต่ที่ประชุม ก.ตร.ซึ่งความจริงแล้วอนุกรรมการฯชุดนี้ก็ไม่ได้มีบทบาท ไม่ได้มีผลประโยชน์ เป็นแค่ที่ปรึกษากฎหมายเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พลตำรวจเอกวิระชัย ได้นำเอกสารแต่งตั้งอนุกรรมการกฎหมายเมื่อปี 2561 มาแสดงให้ผู้สื่อข่าวดูว่า ยังมีชื่อของ พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ อยู่ด้วย พร้อมระบุว่าเอกสารที่ออกมาไม่ใช่เอกสารปกปิดหรือเป็นความลับ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39504</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, บิ๊กโจ๊ก, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.วิรชัย ทรงเมตตา, อนุ ก.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d12fb8b53bb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันดารา-นักร้อง โฆษณาเมจิกสกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจออกหมายเรียกดารา นักร้อง เน็ตไอดอล รวม 13 คน โฆษณาเกินจริงสินค้าเครือเมจิกสกิน มีโทษทั้งจำและปรับ เผยยังเหลืออีก 24 คนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนอีก 17 คนผิดเล็กน้อยยอมเสียค่าปรับแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิรชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. นายประพนธ์ อางตระกูล ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกันแถลงการดำเนินคดีออกหมายเรียกกลุ่มศิลปิน ดารา เน็ตไอดอล ที่ร่วมกันกระทำความผิดในการรีวิวสินค้าเครือเมจิกสกินที่กระผิดกฎหมาย พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 &amp;nbsp;โฆษณาเครื่องสำอางด้วยข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง และ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร จำนวน 13 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยเปิดเผยว่า ตามที่มีการจับกุมเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายของกลุ่มบริษัท เมจิกสกิน และได้มีการส่งตัวผู้ต้องหาบางส่วนฟ้องศาลไปแล้ว บางส่วนอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ ส่วนของกลางได้เผาทำลายไปแล้วตามคำสั่งศาล ในส่วนศิลปิน ดาราที่ร่วมกันรีวิวสินค้าเครือเมจิกสกิน ทาง อย.ได้พิจารณาแล้วมีผู้กระทำความผิดทั้งหมด 13 ราย และได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้วตามความผิด พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 โฆษณาเครื่องสำอางด้วยข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง จำนวน 10 คน และความผิด พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร จำนวน 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับศิลปิน ดาราที่ถูกออกหมายเรียกในความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง ประกอบไปด้วย คดีอาญาที่ 29/2562 โฆษณาผลิตภัณฑ์ เซรั่มเมสโส ดาราชายนามสมมุติ &amp;ldquo;จ.&amp;rdquo; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 12 มิ.ย. คดีอาญาที่ 30 /2562 โฆษณาผลิตภัณฑ์ เซรั่มเมสโส คือเน็ตไอดอล น.ส. &amp;ldquo;จ.&amp;rdquo; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 13 มิ.ย. คดีอาญาที่ 31/2562 โฆษณาผลิตภัณฑ์ เซรั่มเมสโส คือ น.ส. &amp;ldquo;ส.&amp;rdquo; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 11 มิ.ย. คดีอาญาที่ 32/2652 โฆษณาผลิตภัณฑ์ เซรั่มเมสโส เป็นนักร้องหญิง &amp;ldquo;ณ.&amp;rdquo; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 12 มิ.ย. คดีอาญาที่ 33 โฆษณาผลิตภัณฑ์ เซรั่มเมสโส ดาราหญิง น.ส. &amp;ldquo;พ.&amp;rdquo; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 12 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีอาญาที่ 34/2562 โฆษณาผลิตภัณฑ์ เซรั่มเมสโส ดีเจชาย ชื่อย่อนาย &amp;ldquo;ว.&amp;rdquo; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 11 มิ.ย. คดีอาญาที่ 35/2562 โฆษณาผลิตภัณฑ์ เซรั่มเมสโส ดาราหญิง น.ส. &amp;quot;อ.&amp;quot; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 13 มิ.ย. คดีอาญาที่ 36/2562 โฆษณาผลิตภัณฑ์ เซรั่มเมสโส ดาราหญิง น.ส. &amp;quot;อ.&amp;quot; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 11 มิ.ย. คดีอาญาที่ 37/2562 โฆษณาผลิตภัณฑ์ เซรั่มเมสโส ดาราหญิง น.ส. &amp;quot;ห&amp;quot; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 11 มิ.ย. คดีอาญาที่ 38/2562 โฆษณาผลิตภัณฑ์ เซรั่มเมสโส เนตไอดอล &amp;ldquo;ธ.&amp;rdquo; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 13 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิรชัยกล่าวว่า ส่วนความผิด พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 คดีอาญาที่ 55/2562 โฆษณาผลิตภัณฑ์ สลิมมิลล์ ดาราหญิงชื่อย่อ &amp;ldquo;ร.&amp;rdquo; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 12 มิ.ย. คดีอาญาที่ 56/2562 โฆษณาผลิตภัณฑ์ คลีโอ เน็ตไอดอลหญิง น.ส. &amp;ldquo;ช.&amp;rdquo; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 12 มิ.ย. และคดีอาญาที่ 57/2562 โฆษณาผลิตภัณฑ์ สลิมมิลล์ นักร้องชาย นาย &amp;ldquo;ก.&amp;rdquo; ให้มาพบพนักงานสอบสวนวันที่ 11 มิ.ย.62 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในคดีนี้ได้เรียกศิลปิน ดารามาให้ปากคำทั้งหมด 54 คน วันนี้พบความผิด 13 คน และยังเหลือดาราที่คาดว่าจะเข้าข่ายความผิดอีก 24 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ อย. ส่วนที่เหลือนอกจากนี้ 17 คน ได้ทำการเปรียบเทียบปรับไปแล้ว เพราะเป็นความผิดเล็กน้อย อัตราเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ ที่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อและใบหน้าผู้ถูกออกหมายเรียก เนื่องจากมีข้อกฎหมายให้การคุ้มครอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประพนธ์กล่าวยว่า ฝากเตือนไปยังผู้บริโภค การรับฟังข้อมูลการโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องสำอางให้พิจารณาให้ดี สืบเนื่องจากอาหารเป็นสิ่งค้ำจุนชีวิต ไม่สามารถที่จะมาโฆษณาในเรื่องของการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค ยิ่งการโฆษณาสามารถลดสัดส่วนได้ เปลี่ยนสีผิวได้ ถือว่าเป็นการแสดงสรรพคุณที่เกินเลยขอบเขต เช่นเดียวกันกับเครื่องสำอาง วัตถุประสงค์คือใช้เพื่อทำความสะอาดและความสวยงาม และต้องใช้ภายนอกร่างกายเท่านั้น ขณะนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดเปลี่ยนแปลงสีผิวได้อย่างถาวร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนดาราที่ถูกออกหมายเรียกดำเนินคดีในครั้งนี้ เพราะตัวผลิตภัณฑ์อาหารกำหนดไว้ว่าใครจะโฆษณาต้องขออนุญาตก่อน ถ้าไม่ขออนุญาตแล้วไปโฆษณา มีความผิดฐานไม่ได้รับอนุญาต ส่วนดาราที่ถูกเปรียบเทียบปรับ เพราะส่วนหนึ่งจากการพิจารณา ข้อความที่โฆษณาไม่เข้าข่ายเป็นเท็จหรือหลวกลวง เพียงแต่ยังไม่ได้รับอนุญาตโฆษณา ส่วนศิลปินดาราที่ถูกออกหมายเรียกวันนี้ 13 รายนั้น เนื่องจากมีอัตราโทษจำคุก จึงต้องมีการร้องทุกข์ดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน ส่วน 24 รายที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณามีอัตราโทษจำคุกเช่นเดียวกัน เพราะตัวผลิตภัณฑ์อ้างสรรพคุณสามารถลดต้นแขน ขา ลดไขมันส่วนเกิน เป็นถ้อยคำต้องห้าม เพราะ อย.มีประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การโฆษณาไว้แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37865</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประพนธ์ อางตระกูล, พล.ต.อ.วิรชัย ทรงเมตตา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครือเมจิกสกิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf90e1e2ba0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
