<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2025 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 21:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ตร.แจงปม &#039;วิระชัย&#039; เพิ่งเจอครั้งแรก ต้องศึกษากม.ละเอียดเพื่อรักษาสิทธิทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงแนวทางการแก้กรณีศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง ที่ให้พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ morroc168 คงได้รับหนังสือจากศาลปกครองกลางแล้ว ดังนั้นเมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับหนังสือแล้วก็คงต้องพิจารณาในตัวกฎหมาย โดยสำนักงานกฎหมายและคดี รวมถึงสำนักงานกำลังพล ต้องร่วมกันหาแนวทางว่าจะดำเนินการกันอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีดังกล่าวไม่เคยปรากฎในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การพิจารณาข้อกฎหมายก็คงจะต้องใช้ความละเอียดถี่ถ้วน ส่วนผู้ถูกฟ้องขณะนี้มีด้วยกัน 4 กลุ่ม ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผบ.ตร. สำนักงาน ก.ตร. และ ประธานก.ตร. ดังนั้น 4 กลุ่มนี้ก็คงจะใช้สิทธิ์อุทธรณ์คำสั่งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ตร.กล่าวว่า ส่วนขั้นตอนการดำเนินการเมื่อพล.ต.อ.วิระชัย กลับมาแล้ว ดังนั้นคำสั่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เคยออก ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งสำรองราชการ คำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรง ก็ต้องรอไว้ก่อน คือต้องระงับไว้ชั่วคราวตามคำสั่งศาลปกครองกลาง แต่ตัวคำสั่งยังคงอยู่ ซึ่งที่สุดแล้วคำสั่งพิจารณาตัดสินของศาลจะเป็นอย่างไรก็ต้องรออีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นเวลานี้คงตอบได้แค่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวอีกว่า ส่วนจะให้ พล.ต.อ.วิระชัย เข้าไปดำรงตำแหน่งตรงไหน หน้าที่อะไร ต้องรอการพิจารณาของฝ่ายกฎหมายและฝ่ายกำลังพล ซึ่งต้องหารือกันว่าจะมีแนวทางอย่างไร ตนคงตอบขณะนี้ไม่ได้ ส่วนกรณี พล.ต.อ.วิระชัย จะกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ เป็นคำยืนยันของพล.ต.อ.วิระชัย ต่อสื่อมวลชน แต่ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายต้องพิจารณาอีกครั้งว่า การปฏิบัติหน้าที่ จะเป็นการปฏิบัติอย่างไร เพราะปรากฎการณ์อย่างนี้ก็ไม่เคยปรากฎมาก่อนเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องให้เป็นไปตามศาลปกครองกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องหาแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งของศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นฝ่ายกฎหมายและฝ่ายกำลังพลต้องไปหาแนวทางการปฏิบัติมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ แต่เข้าใจว่าทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องต้องเดินหน้าในการดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย กรณีนี้อย่าเพิ่งบอกว่าเรามึนกับกรณีดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้มึน คำสั่งศาลว่าอย่างไร เราก็ดำเนินการไปอย่างนั้น แต่จะทำอย่างไรต่างหาก ซึ่งต้องมีการมาหาแนวทางกัน แต่ต้องรักษาสิทธิ์ตามกฎหมายของทุกคน ทุกคนได้รับสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110002</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd7b986a254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิระชัย&#039;กลับทำงานในตำแหน่งรองผบ.ตร.วันแรก ยันที่ผ่านมาไม่เคยโกรธใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16ก.ค.64-ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางเข้ามาเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนจะเดินทางไปลงบันทึกประจำวัน ที่สำนักงานเลขานุการตำรวจแห่งชาติ ตามประจำวันข้อ 4 เพื่อกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.หลังได้ใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ตามคดีหมายเลขดำที่ บ.438/2563 และยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราว กระทั่งเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง ที่ให้พล.ต.อ.วิระชัย พ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งพิพากษาหรือคำสั่งอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังเสร็จสิ้นภาระกิจส่วนตัว พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ตามที่ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับของคำสั่งสำรองราชการ และยังมีคำสั่งทุเลาคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีให้ตนพ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.จนกล่าวจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ส่งผลให้การเสมือนว่าไม่มีคำสั่งสำรองราชการตน และเสมือนว่าไม่มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ตนพ้นจากตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.มาก่อน จึงส่งผลให้ตนดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2560 มาจนถึงปัจจุบันโดยไม่ขาดตอน วันนี้จึงได้มาลงประจำวัน เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.ต่อไป ดังนั้นวันนี้ตนจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ตนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของศาล ดังนั้นจะมีผลทันที ส่วนอื่นๆที่เป็นคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ต้องไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนหน้างานรับผิดชอบยังต้องรอการมอบหมายงานใหม่จาก ผบ.ตร.ซึ่งจากนี้ตนจะต้องเข้าไปรายงานตัวกับ ผบ.ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากนี้ตนก็ปฏิบัติหน้าที่ตามระยะเวลาราชการที่เหลืออีกปีเศษ ตนจะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ดีที่สุด ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน อย่างสุดความสามารถในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ ตนรู้สึกดีใจหลังจากไม่มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนในตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.มาเป็นเวลา 1 ปีเศษ วันนี้ได้มีโอกาสกลับมาปฏิบัติหน้าที่ รอง ผบ.ตร.อีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอให้คำมั่นต่อพี่น้องประชาชนและต่อผู้บังคับบัญชาว่า จะปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด โดยความซื่อสัตย์สุจริต อย่างเต็มกำลังความสามารถ และจะไม่ทำให้ผู้บังคับบัญชาและพี่น้องประชาชนผิดหวัง สำหรับกรณีการสอบวินัยของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเรื่องของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย และผู้บังคับบัญชา จะต้องดำเนินการไปตามความเป็นธรรมต่อไป สำรับกรณีที่ยังมีการฟ้องร้องเรื่องเดิมที่ยังอยู่ที่ศาล เป็นเรื่องของศาลที่ต้องพิจารณาตามกระบวนการของศาล ที่ผ่านมาผมไม่เคยโกรธใคร&amp;quot;พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109932</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งทางปกครอง, คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f11a72b5d3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช. ทำตามคำสั่งศาลปกครองกลาง &#039;พล.ต.อ.วิระชัย&#039; กลับนั่งเก้าอี้รองผบ.ตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 - พ.ต.อ.กฤษณะ&amp;nbsp;พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีสื่อสังคมออนไลน์นำเสนอข่าวศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งลงวันที่ 13 ก.ค. 64 ทุเลาการบังคับตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลง 29 ก.ค.63 โดยให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ซึ่งถูกสำรองราชการอยู่นั้นให้กลับเข้ามารับราชการในตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ว่าได้รับทราบคำสั่งศาลปกครองกลางดังกล่าวจากสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะดำเนินการตามคำสั่งของศาลปกครองกลางดังกล่าวตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในตำแหน่ง สำรองราชการ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และถูกร้องทุกข์ดำเนินคดี กรณีถูกกล่าวหา ดักฟัง เผยแพร่ข้อมูลการสนทนา ระหว่าง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. กับ พลตำรวจ เอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. (ในขณะนั้น) เป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ต้นปี 2563 จากกรณีที่ คนร้ายยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ9) และต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งสำรองราชการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี กระทั่งมีคำสั่งดังกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109883</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, ศาลปกครอง, สำรองราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f043bd345d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครอง &#039;พล.ต.อ.วิระชัย&#039; คืนเก้าอี้รองผบ.ตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;15 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในตำแหน่ง สำรองราชการ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และถูกร้องทุกข์ดำเนินคดี กรณีถูกกล่าวหา ดักฟัง เผยแพร่ข้อมูลการสนทนาระหว่าง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ทบ.)​ ในขณะนั้น เป็นเรื่องเป็นราวตั้งแต่ต้นปี 2563 จากกรณีที่คนร้ายยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ9) และต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งสำรองราชการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ก.ค.64 ที่ผ่านมาศาลปกครองกลางมีคำสั่ง เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย วิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ บ. 438/2563 ศาลปกครองกลาง ระหว่าง พล.ต.อ.วิระชัย ผู้ฟ้องคดี พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp;ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคําสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค. 2563 ให้ พล.ต.อ.วิระชัย&amp;nbsp;ผู้ฟ้องคดีสำรองราชการ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ต่อมาหลังจากที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ได้ออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น สำรองราชการ แล้วพล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจในการคัดเลือกข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งจเรตำรวจแห่งชาติและ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) เพื่อให้ความเห็นชอบดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามนัยมาตรา 51 (1) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ.2547 แทน พล.ต.อ.จักรทิพย์&amp;nbsp; ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ต.ค.2563 และ พล.ต.อ.​จักรทิพย์&amp;nbsp; ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ซึ่งต่อมาได้ออกอากาศในรายการเนชั่นทันข่าว เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2563 ว่า เมื่อพล.ต.อ. วิระชัย&amp;nbsp; ได้รับคำสั่งให้สำรองราชการ แล้วพล.ต.อ. จักรทิพย์ จะไม่สามารถเสนอชื่อ พล.ต.อ.วิระชัย&amp;nbsp; ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแทน พล.ต.อ. จักรทิพย์ ได้เพราะพล.ต.อ. วิระชัย&amp;nbsp;ถูกสำรองราชการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ดังนั้นจากเหตุผลที่ได้วินิจฉัยมาตามลำดับ จึงเห็นว่า พฤติการณ์ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องดังกล่าวข้างต้น จึงถือว่าพล.ต.อ.จักรทิพย์ มีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางการปกครองไม่เป็นกลาง โดยสภาพภายในตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ 2539 และกรณีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกคำสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการนี้ไม่ใช่กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้ล่าช้าไปจะเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ หรือสิทธิของบุคคล โดยไม่มีทางแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;โดยการสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการ จึงไม่อยู่ในข้อยกเว้นของ มาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ 2539การที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกคำสั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการ ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค.2563 จึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีผลทำให้ประกาศของนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงวันที่ 31 ส.ค. 2563 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจ (พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ผู้ฟ้องคดี) พ้นจากตำแหน่ง น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;กรณีจึงมีเหตุอันสมควรที่จะทุเลาการบังคับตามคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค. 2563 ที่สั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการ และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ให้ พล.ต.อ.วิระชัย พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ตามข้อ 72 วรรคสามแห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543 จึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค. 2563 ที่สั่งให้พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการ และประกาศของนายกรัฐมนตรี ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 31 ส.ค. 2563 ที่ให้พล.ต.อ.วิระชัย พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ซึ่งผลของคำสั่งศาลปกครองกลางทำให้พล.ต.อ.วิระชัย กลับมาดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามเดิมนับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค.2563 ซึ่งเป็นวันที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ออกคำสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย เสมือนว่าไม่เคยมีคำสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย มาก่อนแต่อย่างใด และเสมือนว่าไม่เคยมีประกาศสำนักนายกมนตรี ที่ให้พล.ต.อ.วิระชัย พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาก่อนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 16 ก.ค. พล.ต.อ.วิระชัย จะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเวลา 08.30 น.และเข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามเดิม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109857</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดียิงรถบิ๊กโจ๊ก, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, ศาลปกครองกลาง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำรองราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9d81ac1b59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยน ตร. พิจารณาหลักฐานใหม่ &#039;วิระชัย ทรงเมตตา&#039; ร้องทุกข์ 3 เรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 7/2564 จากนั้นเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ครั้งที่ 4/2564ผ่านระบบวิดีโอทางไกล จากทำเนียบรัฐบาล มายังห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สํานักงานตํารวจแห่งชาติ(ตร.) โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมประชุม ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าวาระการประชุมที่สื่อมวลชนสนใจ กรณีของพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ ตร. เป็นเรื่องที่ให้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงใหม่ ตามพ.ร.บ.วิธีการปฏิบัติราชการการปกครอง 2539 มาตรา 54 ซึ่งสรุปได้ว่า พล.ต.อ.วิระชัย ได้ยื่นเรื่องมายังก.ตร. ขอให้ตรวจสอบว่าสิ่งที่ท่านโดนพิจารณา เรื่องการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตั้งคณะกรรมการด้านวินัย และสำรองราชการ โดยมีเอกสารหลักฐานให้ทางก.ตร.พิจารณาในประเด็นเหล่านี้ใหม่ ซึ่งอนุก.ตร.ด้านวินัย ได้พิจารณาแล้วว่า กรณีดังกล่าวผู้ออกคำสั่งคือตร. ซึ่งตร. จะต้องเป็นผู้พิจารณา ไม่ใช่เรื่องของก.ตร. ดังนั้นสรุปได้ว่าเป็นเรื่องที่พล.ต.อ.วิระชัย เสนอมามีข้อเท็จจริงใหม่ ให้ทางผู้ออกคำสั่งกลับไปทบทวนสิ่งที่เคยออกคำสั่งอีกครั้ง จากนี้ทางก.ตร.จะส่งเรื่องไปให้ทาง ตร. ดำเนินการ ซึ่งทางตร.จะมีความเห็นอย่างไรก็เป็นความรับผิดชอบของตร. สำหรับกรอบการดำเนินการของเรื่องตร.จะเป็นผู้พิจารณาในรูปของคณะกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการประชุมก.ต.ช.เป็นการกำหนดตำแหน่ง ในหน่วยที่ตั้งใหม่ คือ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.) ซึ่งมีการทำงานคล้ายกอ.รมน.มีอัตราทั้งหมด 47 อัตรา มีตำแหน่งเทียบเท่า (สบ6) เทียบเท่า ผบก. 1 อัตรา และศูนย์ฝึกอบรมในสังกัด บช.ก. มีทั้งหมด 142 ตำแหน่ง เป็นตำแหน่งเทียบเท่า ผบก. 1 ตำแหน่ง นในที่ประชุมยังให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. มาสรุปผลการดำเนินการในรอบ 6 เดือน ถึงแม้ว่าจะเป็นหน่วยงานเพิ่งก่อตั้ง และมีอัตรากำลังไม่ถึง 50 % แต่ที่ประชุม ก.ต.ช. ชมเชยว่าผลการปฏิบัติเป็นไปได้ด้วยดี และขอให้มาสรุปผลการปฏิบัติอีกครั้งในรอบ 6 เดือนต่อไป และที่ประชุมยังมีการนำเสนอและประเมินผลงานของกองพิสูจน์หลักฐาน 1-10 ที่มีบทบาทสนับสนุนการทำงานตำรวจในพื้นที่ ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107964</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9d81ac1b59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชุม&#039;ก.ตร.-ก.ต.ช.&#039;28มิ.ย.งดสื่อทำข่าวจับตา&#039;วิระชัย&#039;ยื่นค้านโดนเด้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นัดประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 7/2564 ผ่านระบบวิดีโอทางไกล จากทำเนียบรัฐบาล มายังห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สํานักงานตํารวจแห่งชาติ(ตร.) โดยมีวาระที่น่าสนใจ อาทิ การเลื่อนเงินเดือนประจำปี 2563 ครั้งที่ 2 ครึ่งปีหลัง (1 ตุลาคม 2563) ทั้งปี 2 ขั้น ในโควตาผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด แก่ข้าราชการตำรวจผู้รับเงินเดือนระดับ ส.6 ขึ้นไป, การเลื่อนเงินเดือนประจำปี 2564 ครั้งที่ 1 ครึ่งปีแรก (1 เมษายน 2564) แก่ข้าราชการตำรวจผู้รับเงินเดือนระดับ ส.6,การขออนุมัติเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายในห้วงที่มิได้ปฏิบัติราชการให้แก่ข้าราชการตำรวจ จำนวน 6 ราย, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ขอให้พิจารณาการตรวจสอบข้อเท็จจริงใหม่ ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2539 มาตรา 54 กรณี ตร. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และคำสั่งสำรองราชการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย, และเรื่องอื่นๆ ถ้ามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 14.30 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ครั้งที่ 4/2564 มีวาระการขออนุมัติจำนวนตำแหน่งผู้บังคับการ(ผบก.) ให้กับกองบังคับการตำรวจน้ำ(บก.รน.) เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.), และศูนย์ฝึกอบรมในสังกัด บช.ก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งสื่อมวลชนประจำ ตร.ระบุว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อเป็นการปฏิบัติตามมาตรการป้องการแพร่ระบาดฯ ทั้งนี้ ในวันที่ 28 มิ.ย. 64 ตามที่ตร.กำหนดให้มีการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2564 และ ก.ต.ช. ครั้งที่ 4/2564 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. นั้น&amp;nbsp; จึงขอความกรุณางดสื่อมวลชนเข้าร่วมทำข่าว
สำหรับภาพและรายละเอียด สท. จะจัดส่งข้อมูลให้สื่อมวลชน เพื่อประชาสัมพันธ์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107804</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., ก.ตร., ตำรวจ, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af6e4c79de9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลิปเสียงเขย่าวงการสีกากี!ศาลรับไต่สวนมูลฟ้องคดี &#039;วิระชัย&#039; ฟ้องอดีตจเรตำรวจกับพวกอีก 7 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการณีที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบอำนาจให้ทนายความเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร &amp;nbsp;อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ กับพวกรวม 8 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ อท.144/ 2563 เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2563 ในข้อหาร่วมกันกันปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือผู้หนึ่งผู้ใดได้ประโยชน์ &amp;nbsp;อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบ มาตรา 83&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง 8 เป็นเจ้าพนักงานและมีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงจัดทำรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 24/2563 กรณีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับคลิปเสียงโทรศัพท์การสนทนา เหตุคนร้ายยิงรถยนต์ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กับโจทก์ จำเลยทั้ง 8 ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ร่วมกันจัดทำรายงานพร้อมสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของโจทก์ โดยได้กล่าวหาว่าการกระทำของโจทก์ดังกล่าวมีมูลเพียงพอรับฟังได้ว่า กระทำผิดวินัยร้ายแรงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยอำเภอใจ มิได้พิจารณาโดยใช้ดุลพินิจอย่างเที่ยงธรรมถูกต้องเหมาะสม การรายงานผลดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์ถูกกล่าวหาทางคดีอาญา ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงและถูกสำรองราชการให้พ้นจากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขาดคุณสมบัติในการได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ศาลได้นัดฟังคำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และฟ้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 15 จึงให้รับฟ้องของโจทก์ไว้ไต่สวนมูลฟ้อง นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 16 ก.พ. 2564 เวลา 10:00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84773</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ae080cc878.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
