<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตช.ยันเร่งสอบสางปมฉาว&#039;พ.ต.อ.&#039;รีดเงินพ่อค้ายาจนตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายตำรวจระดับ พ.ต.อ. สภ.เมืองนครสวรรค์ จับกุมสองสามีภรรยาผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ก่อนรีดเงิน 2 ล้าน และในเวลาต่อมาปรากฎหนึ่งในผู้ต้องหาเสียชีวิตตามที่เป็นข่าวว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จตร.(หน.จต.) ลงพื้นที่ร่วมกับ พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ซึ่งในวันนี้มีการประชุมร่วมกัน เพื่อดำเนินการค้นหาความจริง เพราะเรื่องนี้ประชาชนให้ความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้กำชับหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ให้ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ไม่มีละเว้น ซึ่งจะต้องตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมดโดยทำงานร่วมกับทางจังหวัด ตั้งแต่การควบคุมตัว รวมถึงการดำเนินการทุกอย่างว่าเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ เพราะมีการตาย รวมถึงผลการชันสูตรพลิกศพ และจะเรียกสอบถามพยานทั้งหมด เพื่อค้นหาความจริงให้ได้โดยว่าไปตามพยานหลักฐานทั้งหมด เริ่มต้นเป็นมาอย่างไร พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แม้ว่าตอนนี้ทางพ่อของผู้ตายจะออกมาบอกว่าไม่ติดใจเอาความ ก็เป็นคนละเรื่องกัน ถ้ามีการกระทำความผิดต้องมีการดำเนินการ ทีมจเรตำรวจที่ลงพื้นที่ไปจะร่วมกับทางจังหวัดทำความจริงให้ปรากฏ แม้ขณะนี้จะมีคนพูดไปอย่างนู้นอย่างนี้ก็ว่ากันไป เราค้นหาความจริงและจะทำให้ดีที่สุด ส่วนผู้ที่ถูกร้องเรียนทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 มีคำสั่งให้มาช่วยราชการที่ ศปก.บช.ภ.6 แล้ว เพื่อไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน และจะได้ทำงานได้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนี้โดนพุ่งเป้ามาทำให้มัวหมอง จะคลี่คลายอย่างไร พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า ในขณะนี้ก็พยายามเต็มที่ ทาง ผบ.ตร.กำชับมา ตำรวจต้องมีวินัย ทำงานให้ดีที่สุด เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้มีความปลอดภัย แน่นอนทุกวันนี้บ้านเมืองมีปัญหามากมาย และตำรวจเองก็เป็นประเด็นอยู่ ทุกคนที่อยู่ก็พยายามตั้งใจทำให้ดีที่สุด ซึ่งทางจเรตำรวจได้กำชับให้ ข้าราชการตำรวจต้องมีวินัย มีความอดทน และต้องตั้งใจ ใส่ใจ จริงใจ ในการทำงาน เพื่อพี่น้องประชาชน&amp;nbsp; แต่ก็คนหมู่มาก ใครทำผิดก็ไม่เอาไว้ พร้อมทั้งยืนยันว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวความจริงเป็นอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรณีนี้พบความผิดปกติหรือมีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือไม่ พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า ทั้งนี้ต้องแยกเรื่องความรู้สึกออกไปและนำความจริงออกมา ขอให้คณะที่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ทำงานก่อนและรายงานขึ้นมา อย่างไรก็ตามการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบราชการ ซึ่งอาจจะใช้เวลานาน แต่ยืนยันว่าไม่มีอะไรที่จะประวิงเวลา จเรตำรวจแห่งชาติพยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจขัดความรู้สึกว่าทำไมเรื่องนี้ตรวจสอบนาน แต่บางเรื่องก็ใช้เวลาตรวจสอบไม่นาน เช่นเรื่องกรณีของตำรวจ สภ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช อมเบี้ยเลี้ยงโควิดก็ไล่ออกจากราชการไปแล้ว ซึ่งเป็นตัวอย่างว่า การกระทำความผิดนั้นมีการลงโทษ แต่กระบวนการกว่าจะไปถึงข้อเท็จจริงมีระเบียบ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบสวนวินัย ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย มีการกล่าวหา เปิดโอกาสให้มาชี้แจง ก็เลยเสียเวลา ดูเหมือนนาน แต่ยังยืนยันว่าไม่มีอะไรที่จะมาประวิงเวลาได้ ตั้งใจทำงานให้เต็มที่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114224</URL_LINK>
                <HASHTAG>จเรตำรวจ, พ.ต.อ., พล.ต.อ.วิสนุ ประสาททองโอสถ, รีดเงินค้ายาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210823/image_big_612336190ac48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตช.ยันไม่เกิน5วันสรุปปม&#039;ผู้การตชด.&#039;รีดส่วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ. 64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี สารวัตร ตชด. มีหนังสือร้องเรียนไปถึง พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผู้บัญชาการตำรวจตะเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) กรณีผู้บังคับการรีดส่วย ว่า กรณีนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ความสำคัญ สั่งการให้ตนพร้อมทีมงานลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง คู่ขนานไปกับทีมงานของ ผบช.ตชด. ด้วย ไม่เกิน 5 วัน หากเป็นเรื่องจริงจะต้องดำเนินการทางวินัยและปกครองอย่างแน่นอน น่าจะทราบผลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หนังสือร้องเรียนดังกล่าวระบุผู้ร้องว่าเป็น ผบ.ร้อย.ตชด.ภ.4 เล่าพฤติการณ์ของ ผบก.ตชด.ภ.4 ที่ถูกร้องเรียน ทราบว่าได้สั่งให้ผู้บังคับการกองร้อยทุกนาย จำนวน 16 หน่วย และ ผกก.ทุกนาย จำนวน 4 กองกำกับการ นำเงินมามอบให้ทุกการประชุมประจำเดือน ส่วนกรณีหนังสือไม่ได้ลงชื่อผู้ร้องนั้น เขาก็คงกลัว เพราะเป็นการร้องเรียนผู้บังคับบัญชา แต่ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับ ผบ.ร้อย.ตชด.ภ.4 และผู้ที่ถูกร้องว่าเรียกรับผลประโยชน์จริงหรือไม่ โดยหากการตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้ พบว่ามีมูล ต้องมีคำสั่งให้ ผบก.ตชด.ภ.4 ไปช่วยราชการ เพื่อไม่ให้ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และให้ทีมงานตรวจสอบข้อเท็จจริงทำงานได้อย่างสบายใจ และ ผบ.ตร. ได้กำชับว่าน้องๆ ทุกคน ต้องไม่มีใครถูกข่มเหงรังแก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ที่ทำเอกสารร้องเรียนนั้น พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าเป็นนายตำรวจกลุ่มใด ซึ่งในส่วนนี้ต้องตรวจสอบหาข้อมูลบุคคลที่ร้องเรียน มายืนยันข้อเท็จจริงๆ ควบคู่กันไปเช่นกัน แต่หากข้อร้องเรียนเป็นเท็จ ผู้ที่ร้องเรียนต้องมีความผิดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ไม่เคยมีปัญหาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ เนื่องจากเป็นหน่วยที่มีวินัย และภารกิจของหน่วยไม่ได้มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นจะต้องสอบด้วยว่า กรณีที่มีการร้องเรียนเกิดขึ้น เป็นเพราะผู้ร้องกับผู้ถูกร้อง ขัดแย้งหรือมีปัญหาส่วนตัวกันหรือไม่ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91622</URL_LINK>
                <HASHTAG>จเรตำรวจ, ผู้การตชด., พล.ต.อ.วิสนุ ประสาททองโอสถ, รีดส่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_601785b25c6c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 18:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จเรตำรวจ&#039; แจงตั้งสอบวินัย &#039;อมเบี้ยเลี้ยงโควิด&#039; แบ่งความผิด 3 กรณี สั่งรายงานผลทุก 15 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&amp;nbsp;พ.ย.63 - พล.ต.อ.วิสนุ ประสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีร้องเรียนจากตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (CoVID-19)&amp;nbsp;รับเบี้ยเลี้ยงไม่เป็นไปตามสิทธิ์ที่ควรจะได้นั้น ว่าในเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยและได้กำชับให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากพบผู้กระทำผิดก็ให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดทุกราย ทั้งนี้เมื่อได้รับมอบหมายให้ดำเนินการก็ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวโดยทันที ซึ่งจนถึงปัจจุบันหน่วยที่รายงานผลการตรวจสอบมาแล้วคือ บช.น.&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภ.1-9&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบพบการกระทำผิด เป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือกรณีแรกเป็นเรื่องร้องเรียนที่เกิดจากความไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิด เช่น สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี กรณีนี้ผู้บังคับบัญชามีการชี้แจงทำความเข้าใจถูกต้องแล้วกรณีที่สองพบการกระทำผิดจริง ซึ่งจำแนกได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลักษณะคือ&amp;nbsp;1.กระทำผิดระเบียบทางการเงิน แต่ไม่เจตนาทุจริต เช่น โอนเงินไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจการเงิน แต่มีการนำเงินจำนวนมาแจกจ่ายให้กับผู้มีสิทธิในภายหลังครบถ้วนแล้ว เช่น สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;2.กระทำผิดระเบียบทางการเงินและส่อไปในทางทุจริต เช่น การโอนเงินไปยังบุคคลที่ไม่มีสิทธิ์และต่อมาผู้มีสิทธิได้รับเงินไม่ครบถ้วน&amp;nbsp;3.มีการทำถูกต้องตามระเบียบทางการเงิน แต่ส่อไปในทางทุจริต เช่น การให้ผู้มีสิทธิ์รับเงินถอนเงินคืนมาให้ อาจจะสมัครใจหรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามส่วนที่มีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูลกระทำผิดก็ได้สั่งให้แต่ละกองบัญชาการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.&amp;nbsp;2547&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;84&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป สำหรับระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินการทางวินัยนั้นมีระยะเวลาดำเนินการนับ แต่ประธานกรรมการได้รับคำสั่ง&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน หากยังไม่แล้วเสร็จสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง ครั้งละไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วันและหากคณะกรรมการฯ สอบสวนแล้วพบว่าพฤติการณ์ของผู้กระทำเข้าข่ายเป็นความผิดวินัยร้ายแรงก็จะต้องมีความเห็นเสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงและหากพบว่ามีความผิดอาญาทุจริตต่อหน้าที่ราชการด้วยแล้วจะมีการส่งเรื่องให้คณะกรรมการป.ป.ช. หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. ดำเนินการตามกฎหมายตามอำนาจหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวต่อว่า สำหรับระยะเวลาการตรวจสอบข้อเท็จจริงในภาพรวมทั้งหมดนั้นเนื่องจากหน่วยงานและผู้มีสิทธิ์เบิกทั่วประเทศมีเป็นจำนวนมากต้องใช้เวลาตรวจสอบพอสมควร แต่ผมได้สั่งการกำชับลงไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ต.ค.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ว่าในส่วนที่ตรวจพบการกระทำผิดแล้วก็ให้ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงทุกราย และกองบัญชาการใดที่ยังตรวจสอบไม่ครบทุกหน่วยก็ให้ตรวจสอบให้ครบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซ็น ถ้าพบการกระทำผิดเพิ่มเติมก็ให้ดำเนินการทางวินัยโดยเด็ดขาดโดยให้รายงานมาให้ทราบทุก ๆ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน คือทุกวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ1 5&amp;nbsp;เพื่อกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งสำนักงานจเรตำรวจจะคอยติดตาม เพื่อมิให้เกิดความล่าช้าถ้ายังไม่เรียบร้อยหรือมีการร้องเรียนมาอีกผมก็จะสั่งให้จเรตำรวจส่วนกลางลงไปดำเนินการ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยข้าราชการตำรวจระดับปฏิบัติการเป็นอย่างมาก เพราะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างยากลำบากเสียสละ เพื่อพี่น้องประชาชน จึงได้จัดสรรเงินงบประมาณมาให้เป็นเบี้ยเลี้ยงที่ควรจะได้รับและต้องให้ถึงมือผู้ปฏิบัติจริงๆ ดังนั้นเมื่อปรากฏเรื่องร้องเรียนขึ้นมา ก็ได้สั่งการให้มีการสั่งตรวจสอบเรื่องนี้ในทันทีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องที่ทำการตรวจสอบอยู่นี้แม้ไม่มีการร้องเรียนตามระบบทางราชการเป็นการร้องเรียนผ่านสื่อโซเชียลมีเดียก็ไม่ได้ปล่อยให้เรื่องผ่านไป เราก็รีบดำเนินการโดยทันทีไม่มีการละเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวอีกว่า ในส่วนของหน่วยปฏิบัติก็ได้มีการกำชับให้ผู้บริหารหน่วยทั้งในระดับผกก.,&amp;nbsp;ผบก. และผบช. ให้ใส่ใจในเรื่องดังกล่าวทุกขั้นตอน รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินให้ถูกต้อง รวมทั้งต้องมีการสื่อสารกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ได้รับรู้กันอย่างทั่วถึงและถูกต้องชัดเจนไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด คือต้องทำอย่างโปร่งใส ผมคิดว่าการดำเนินการอย่างจริงจังในครั้งนี้น่าจะเป็นการป้องกันปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ผู้ที่คิดจะกระทำในลักษณะนี้อีก จะไม่กล้ากระทำเพราะเกรงว่าจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ได้เปิดช่องทางร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสข้อมูลอย่างเปิดกว้างในทุกช่องทางทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการเช่นผ่านหมายเลข&amp;nbsp;1599&amp;nbsp;หรือร้องเรียนมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสำนักงานจเรตำรวจ ทั้งโดยการเข้ามาร้องเรียนด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์หรือทางเว็บไซต์ และในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ เช่นผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆจะรับฟังทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าถ้าเราได้ทำในสิ่งต่างๆ&amp;nbsp;เหล่านี้แล้วการกระทำในลักษณะนี้จะลดลงไปได้ แต่หากปรากฏขึ้นมาอีก ก็จะดำเนินการอย่างรวดเร็วไม่มีการละเว้นและมีบทลงโทษกับผู้กระทำผิดอย่างแน่นอนอันนี้ผมขอยืนยัน&amp;rdquo; จเรตำรวจแห่งชาติ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83531</URL_LINK>
                <HASHTAG>จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.วิสนุ ประสาททองโอสถ, อมเบี้ยเลี้ยงโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fabccc05f756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
